‘โรม’ นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีฯ ทั้ง 10 เขต ลุ้นเบอร์ อ้อน!! ชาวนครฯ กาก้าวไกล เลือกคนใหม่ไปเปลี่ยนประเทศ
(3 เม.ย.66) รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นครศรีธรรมราช ทั้ง 10 เขต ของพรรคก้าวไกล เดินทางไปสมัคร ส.ส. และลุ้นเบอร์ ที่หอประชุมเมืองเทศบาลนครนครศรีธรรมราช บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยรังสิมันต์กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีความตั้งใจและมั่นใจว่าครั้งนี้มีโอกาสชนะทุกเขต เพราะเรามีความพร้อม การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 กับครั้งนี้ แตกต่างกันสิ้นเชิง เราเห็นแล้วว่าพี่น้องประชาชนเปิดรับพรรคก้าวไกล จึงมั่นใจว่าครั้งนี้เรามาเพื่อชนะ ปักธงในนครศรีธรรมราชได้ ประชาชนจะให้โอกาสพรรคก้าวไกล เลือกคนใหม่เข้าไปเปลี่ยนประเทศ ให้นครศรีธรรมราชเปลี่ยน ประเทศไทยเปลี่ยน
รังสิมันต์กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ตนเดินทางไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะกับการเริ่มต้นของฤดูการเกณฑ์ทหารประจำปี 2566 จึงเดินทางไปที่อำเภอคีรีรัฐนิคม เพื่อจัดแคมเปญยกเลิกการเกณฑ์ทหาร โดยที่ตนและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้สอบถามความคิดเห็นของผู้ที่ต้องเข้าร่วมการจับใบดำใบแดงและครอบครัวที่มาให้กำลังใจว่าต้องการเปลี่ยนระบบการเกณฑ์ทหารเป็นระบบสมัครใจหรือต้องการให้ใช้ระบบเดิมต่อไป ซึ่งได้ผลลัพธ์ออกมาที่ 62:3 เป็นคะแนนที่ทำให้เราเห็นได้ชัดว่าประชาชนส่วนมากไม่ต้องการให้มีการบังคับเกณฑ์ทหารอีกต่อไป
หนึ่งในนโยบายหลักของพรรคก้าวไกลคือการปฏิรูปกองทัพและยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร โดยเปลี่ยนมาเป็นระบบสมัครใจ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทหารชั้นผู้น้อยและสามารถทำให้การสมัครเป็นทหารเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ โดยผู้ที่สมัครเข้าไปเป็นทหารจะได้รับเงินเดือนและสวัสดิการจากรัฐเพิ่มมากขึ้น เช่นประกันสุขภาพที่ครอบคลุมถึงครอบครัว มีทุนการศึกษาและทุนประกอบอาชีพหลังปลดประจำการ สามารถต่อยอดไปเป็นทหารชั้นประทวนและสัญญาบัตรที่มีสิทธิในการเลื่อนขั้นได้สูงสุดถึงพันโท นอกจากนี้นโยบายของเราจะผลักดันให้เกิดการเคารพในหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ให้มีการทำร้ายร่างกาย จิตใจ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมีการกำหนดโทษวินัยร้ายแรงสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน
ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย (Aging Society) นั่นหมายความว่าเราจะมีประชากรที่อยู่ในวัยทำงานน้อยลง ซึ่งตนและพรรคก้าวไกลเชื่อว่าการนำคนหนุ่มที่อยู่ในวัยทำงานนี้ไปอยู่ในกองทัพเป็นการใช้งานบุคคลากรของประเทศที่สิ้นเปลืองที่สุด หลายคนต้องลาออกจากงานที่กำลังไปได้ด้วยดี ต้องจากครอบครัวที่เพิ่งมีลูกอ่อน หรือจากพ่อแม่ที่ชราเริ่มภาพและขาดคนดูแลไป เพียงเพื่อไปเป็นทหารรับใช้ส่วนตัว สู้กับมดรบกับหญ้า เป็นเวลา 1 - 2 ปีก่อนจะโดนปลดประจำการออกมาโดยไม่มีสวัสดิการอะไรรองรับพวกเขาเลย

















