Wednesday, 15 July 2026
Hard News Team

เชียงใหม่-ผู้ช่วย ผบ.ตร. ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5  พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่  นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  ร่วมกัน"ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566" ในช่วง 7 วันอันตราย โดยมี นายสิธิชัย จินดาหลวง ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวให้การสนับสนุนการจัดงาน และวัตถุประสงค์ของการจัดงาน  ที่ลานเอนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ , สภ.ช้างเผือก , สภ.แม่ปิง , สภ.ภูพิงค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย รวมกว่า 300 นาย เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ลดอุบัติเหตุทางถนน และรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566

(สุรินทร์)รองแม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ให้กำลังใจ ผู้ตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ากองประจำการ พร้อมยืนยันว่ากองทัพบกจะดูแลน้องคนเล็กเป็นอย่างดี

วันที่ 10 เมษายน 2566 ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์  พลตรี อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รองแม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และสังเกตการณ์ การตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้าเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2566 ในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยได้พบปะผู้เข้ารับการคัดเลือก พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และได้เชิญชวนให้น้องๆ ทหารกองเกิน เข้ารับการสมัครใจรับใช้ชาติ เป็นทหารกองประจำการ โดย พลตรี อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำให้การตรวจเลือกฯ ให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ โปร่งใส และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และพบปะทหารกองเกิน ญาติผู้ปกครอง พร้อมยืนยันว่า น้องที่ได้เข้าสู่รั้วของกองทัพนั้น กองทัพบกสัญญาจะดูแลน้องคนเล็กเป็นอย่างดี


ปุรุศักดิ์ แสนกล้า  รายงาน

‘ธรรมนัส’ นำทัพ ‘พปชร.’ เปิดเวทีปราศรัยนครปฐม ลั่น!! ก้าวข้ามขัดแย้ง มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเปราะบาง

‘ธรรมนัส-วิรัช’ นำผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม เปิดเวทีปราศรัย ลั่น พร้อมก้าวข้ามความขัดแย้ง มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเปราะบาง

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 10 เมษายน ที่ลานสนามหน้า อ.ดอนตูม จ.นครปฐม พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้จัดเวทีปราศรัย นำโดย นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ ร่วมขึ้นปราศรัยนโยบายพรรค พร้อมผู้สมัคร ส.ส.นครปฐมประกอบด้วย เขต 1 นายมารุต บุญมี เบอร์ 8,เขต 2. นายรัฐกร เจนกิจณรงค์ เบอร์ 9,เขต 3. นายศิรวริศ สวนแก้ว เบอร์ 6,เขต 4. นายณัฐวัฒน์ ชั้นอินทร์งาม เบอร์ 8,เขต 5. นายจักรพงษ์ ทิมมณี เบอร์5 และเขต 6. นายมนตรี บุญประคอง เบอร์ 5

โดยนายวิรัช กล่าวปราศรัยบนเวทีว่า พรรคพลังประชารัฐอยากได้ ส.ส.ของจังหวัดนครปฐมที่เราจะไปอยู่เป็นรัฐบาลด้วยกัน เมื่อการเลือกตั้งปี 62 ที่ผ่านมา ผู้แทนของชาวนครปฐมมีแต่ฝ่ายค้านมากกว่ารัฐบาล วันนี้ตนไม่โกรธเลยที่หลายคนย้ายไปอยู่พรรคการเมืองต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเป็นฝ่ายรัฐบาล เพราะฉะนั้นครั้งนี้ ขอให้ทุกคนเลือกพรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 37 ถ้าถามว่าทำไมต้องเลือก ก็เพราะว่านโยบายของเราในครั้งนี้ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างเช่น บัตรประชารัฐครั้งที่แล้วให้ประชาชน 300 บาท แต่ครั้งนี้จะเพิ่มเป็น 700 บาท ซึ่งโครงการบัตรประชารัฐ ถูกตั้งคำถามอย่างมาก เมื่อตอนเปิดตัวออกมาว่าจะใช้ได้นานหรือไม่ แต่วันนี้พิสูจน์แล้วว่า เราสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาได้ถึง 4 ปี

“ถ้าพี่น้องติดใจ ถูกใจบัตรประชารัฐ หลายคนบอกว่าขาดบัตรนี่ไม่ได้แล้ว ช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาได้อยู่ได้กินก็ขอบัตรนี้ โดยวันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า 300 บาทไม่พอ ขอเพิ่มให้เป็น 700 บาท ในพื้นที่จังหวัดนครปฐมมีผู้ได้รับสิทธิบัตรประชารัฐ 300,000 คน ถ้าพี่น้องช่วยกันเลือกภายใน 6 เขต พรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.ยกจังหวัด และจะเข้ามาสานต่อโครงการเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี” นายวิรัช กล่าว

นายวิรัช กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น พรรคพลังประชารัฐยังมีนโยบายดูแลผู้สูงอายุ โดยการเพิ่มเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได ตั้งแต่อายุ 60 ปี เพิ่มเป็นจำนวน 3,000 บาทต่อเดือน อายุ 70 ปี ขึ้นไป เพิ่มเป็นจำนวน 4,000 บาทต่อเดือน และอายุ 80 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็นจำนวน 5,000 บาทต่อเดือน หรือเรียกว่า‘เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ 3 4 5 และ 6 7 8’ ซึ่งเราเห็นความสำคัญ และมีความจำเป็นที่จะต้องผลักดันนโยบายเพิ่มเติมเพื่อดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุ ที่เป็นบุคคลที่มีคุณค่า และเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ต่อบ้านเมืองมาอย่างยาวนาน

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวปราศรัยบนเวทีว่า ได้มาเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวนครปฐมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายก สมาชิกต่าง ๆ เรามีความผูกพันมานาน ดังนั้น วันนี้ผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐติดภารกิจสำคัญ ติดประชุมยุทธศาสตร์ของพรรค ทำให้เหลือตนกับท่านวิรัชที่สามารถมาพบปะกับพี่น้อง จังหวัดนครปฐมเป็น 1 ใน 5 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งนครปฐมถือว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ แต่ทำไมถึงยังน้อยหน้ากว่าอีก 4 จังหวัดรอบข้าง ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐจะพัฒนาจังหวัดนครปฐมให้มีความเจริญเทียบเท่า และไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่น

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า พรรคพลังประชารัฐ ยึดหลักสำคัญก็คือ เราจะก้าวข้ามความขัดแย้ง เพราะคนไทยเราพูดภาษาเดียวกัน มีศิลปะและวัฒนธรรมเหมือนกัน เรามีเสาหลักของบ้านของเมืองที่อยู่คู่กับประเทศไทยมานาน นั่นคือ สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เราจะเชิญชวนลูกลานของเรามาเดินด้วยกัน สิ่งไหนที่มันไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเราจะนำไปพูดกันในสภาผู้แทนราษฎร กฎหมายที่ล้าหลัง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เราก็จะไปแก้ไขให้ดีขึ้น

“พรรคพลังประชารัฐประกาศนโยบายชัดเจนว่าเราจะเยียวยากลุ่มเปราะบางให้มีความเข้มแข็ง ก่อนที่เราจะมอบเบ็ดให้เขาไปทำมาหากิน ถ้าคนยังป่วยอยู่ นอนอยู่บนเตียง ถึงเราจะมอบเบ็ดให้เขา เขาจะมีปัญญาไปตกปลาหรือไม่ เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นเราต้องรักษาให้เขาแข็งแรง เราจึงกำหนดนโยบายเหล่านี้ขึ้น เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐดูแลผู้มีรายได้น้อย ซึ่งในบัตรยังมีการบรรจุเรื่องการประกันชีวิต ทันทีที่ท่านหมดลมหายใจ รัฐจะมีเงินประกันให้ 200,000 บาท เพื่อไม่ให้เป็นภาระลูกหลานในการจัดงานขาวดำ ซึ่งสามารถไปเบิกออกมาใช้ได้ทันที รวมไปถึงนโยบายดูแลผู้สูงอายุ ที่เป็นเรื่องอนาคตของพวกเราทุกคน เราต้องใส่ใจในฐานะที่เราเป็นเจ้าของประเทศ”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

‘ปิยบุตร’ ชูจุดยืน 'ก้าวไกล' ไม่ขอร่วมรัฐบาลกับคนเหล่านี้ 'พวกทำรัฐประหาร-เกี่ยวข้องสลายชุมนุม ปี 53'

(10 เม.ย.66) แกนนำพรรคก้าวไกล ประกอบด้วย ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล และ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ร่วมกิจกรรมรำลึกครบรอบ 13 ปีการสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง 10 เมษายน 2553 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว โดยวางพวงมาลาและกล่าวคำไว้อาลัยร่วมกับญาติวีรชน อดีตแกนนำ นปช. และพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ก่อนเข้าสู่ช่วงเวทีแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้

ขณะที่อีกด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ก็ได้กล่าวถึงวาระครบรอบ 13 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 10 เมษายน 2553 บนเวทีปราศรัยหาเสียงจังหวัดอุดรธานี ด้วยเช่นกัน โดยมีความตอนหนึ่งว่า...

คณะประชาชนทวงคืนความยุติธรรม 2553 (คปช.53) ที่มี ธิดา ถาวรเศรษฐ เป็นตัวแทนเข้ายื่นหนังสือกับตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน รวมถึงพรรคก้าวไกล เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมาว่า ข้อเสนอที่อยู่ในหนังสือนั้น ตนทราบว่าได้กลายเป็นนโยบายของพรรคก้าวไกลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น...

‘จุรินทร์’ นำทีม ‘ปชป.’ บุกปักธงฟ้า ที่เมืองกาญจน์  อ้อนปชช. เลือกเบอร์ 26-ผู้สมัครทั้ง 5 เขต เชื่อนโยบายโดนใจ

เดินสายไม่หยุด ‘จุรินทร์’ บุกเมืองกาญจน์ เชื่อผู้สมัครทั้ง 5 เขต มีโอกาสปักธงฟ้าแน่นอน

(10 เม.ย. 66) ที่ จ.กาญจนบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกเดินทางจากตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร เพื่อไปพบปะพี่น้องประชาชนที่ตลาดท่าม่วง ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พร้อมกับแนะนำ ผู้สมัคร ส.ส. กาญจนบุรี เขต 1 นายธนพัต ทองใบ เบอร์ 2 เขต 2 นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร เบอร์ 6 เขต 3 นายสมปอง คำเที่ยง เบอร์ 8 เขต 4 นายอนุกูล แพรไพศาล เบอร์ 1 และเขต 5 นายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ เบอร์ 1 โดยมีชาวบ้านมารอพบเป็นจำนวนมาก พร้อมกับระบุว่า พวกเรารักประชาธิปัตย์เต็มร้อย และอยากให้นายจุรินทร์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายจุรินทร์ ได้ฝากให้พี่น้องชาวตลาดท่าม่วงให้กาบัตรใบที่ 1 เลือกผู้สมัครของพรรค และใบที่ 2 ให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 เพื่อให้ทั้งคนและพรรคได้มีโอกาสเข้าไปทำงานเป็นตัวแทนชาวกาญจนบุรีต่อไป

ทั้งนี้นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในสนามการเลือกตั้ง จ.กาญจนบุรีว่า ความจริงเราเคยมี ส.ส. มาหลายสมัย เที่ยวนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เราเชื่อว่าจะสามารถปักธงที่กาญจนบุรีได้หลายเขต ซึ่งพรรคฯส่งผู้สมัครครบทุกเขตและลงพื้นที่มาแล้ว โดยเฉพาะที่ อ.ท่าม่วง ซึ่งเป็นเขตของ นายฉัตรพันธ์ ซึ่งเป็นอดีต ส.ส. ของพรรค และมีความหนักแน่นมั่นคงอยู่กับพรรค ซึ่งต้องถือว่านายฉัตรพันธ์เป็นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ประชาธิปัตย์ตัวอย่างคนหนึ่งของพรรคฯ ที่พวกเราชื่นชม และตนสนับสนุน รวมทั้งอยากเห็น นายฉัตรพันธ์ มีโอกาสได้รับเลือกตั้ง กลับมารับใช้พี่น้องชาวท่าม่วงอีกครั้ง

“เที่ยวนี้แมนเป็นคนที่ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ 4 ปีเต็มไม่ไปไหน คลุกอยู่ในพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนที่เขตนี้อย่างต่อเนื่อง ต้องถือว่ามีเสียงตอบรับดีมาก ขอความกรุณาพี่น้องชาวกาญจนบุรี และสมาชิกพรรคทุกคน ได้ช่วยกันสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 และผู้สมัครทั้ง 5 เขตด้วย ผมเชื่อว่าเมืองกาญจน์เที่ยวนี้ฟื้นดีขึ้นกว่าการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

‘รฟม.’ เผยความคืบหน้าก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 5 สาย ชี้!! ‘สายสีเหลือง-สายสีชมพู’ พร้อมเปิดใช้งานปี 66

เมื่อวานนี้ (9 เม.ย.66) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้รายงานความคืบหน้าของการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 5 สาย  ภายใต้ความรับผิดชอบของ ‘รฟม.’ เมื่อสิ้นเดือนมีนาคม 2566 โดยระบุว่า

อัปเดต !!! ความคืบหน้าเดือนมีนาคม ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 5 โครงการ ระยะทางรวม 116.6 กม. 

เทียบกันชัดๆ!!

เทียบกันชัดๆ!! ระหว่างโครงการคนละครึ่ง และเงินดิจิทัลเพื่อไทย

‘เปลว สีเงิน' นำทีมไทยโพสต์ เปิดบ้านหลังใหม่ เหล่า ‘คนดัง-แฟนคลับ’ ร่วมแสคงความยินดี

(10 เม.ย. 66) ไทยโพสต์ 'อิสรภาพแห่งความคิด' ได้ประกอบพิธีทางศาสนา ทำบุญตักบาตร เปิดสำนักงานไทยโพสต์แห่งใหม่ ที่ซอยประชาชื่น 46 ถนนประชาชื่น แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ

การนี้ พระราชภาวนาวชิรากร (หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก) วัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี พร้อมด้วย พระครูวิสิฐพรหมจริยคุณ (พระอาจารย์สามดง จันทโชโต) วัดป่าอรัญพรหมาราม อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ,พระอาจารย์รัตนะ เขมรตโน วัดป่ารวมธรรม อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี

พระอาจารย์ไชยญา วัฑฒโน วัดป่าอุดมญาณสัมปันโน อ.เชียงคาน จ.เลย ,พระอาจารย์วิทยา ชยวุฑโฆ วัดป่าวิสุทธิญาณสัมปันโน อ.นายูง จ.อุดรธานี ได้บิณฑบาตหน้าลานสำนักงานไทยโพสต์ ก่อนประกอบพิธีสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ แสดงธรรม ประพรมน้ำพระพุทธมนต์

ต่อมาเวลา 10.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม ได้ให้เกียรติเดินทางมาร่วมแสดงยินดีกับไทยโพสต์ โดยกล่าวแสดงความยินดีกับ นายโรจ งามแม้น หรือ "เปลว สีเงิน" และให้กำลังใจชาวไทยโพสต์ในการทำหน้าที่สื่อมวลชนต่อไป

นอกจากนี้ยังมีบุคคลสาธารณะ ทยอยเดินทางร่วมแสดงความยินดีกับไทยโพสต์อย่างคับคั่ง อาทิ คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา ภริยาอดีตนายกฯบรรหาร ศิลปอาชา ,นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา บุตรีของอดีตนายกฯบรรหาร และรองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา , นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา

นางสาวทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกรัฐบาล ,นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ,คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ,นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกรัฐบาล ,นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี

นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกพลังประชารัฐ ,นายปราปต์ปฎล สุวรรณบาง ดารานักแสดง และสมาชิกพรรคไทยภักดี ,พลตรี วินธัย สุวารี ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก,นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม,นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ฯลฯทั้งยังมีข้าราชการและแฟนคลับไทยโพสต์ เป็นเกียรติร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม

‘ไบรอัน’ สาวไส้!! ‘ทนายจูน’ เรียกร้องให้สหรัฐ แทรกแซงไทย ชี้!! หากปล่อยไว้ สถานการณ์ไทยจะไม่ต่างจาก ‘ยูเครน’

เมื่อวันที่ (7 เม.ย. 66) นาย Brian Berletic (ไบรอัน) นักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ชื่อดังได้ออกมาเปิดเผยข้อมูล กรณีทนายจูน หรือ ศิริกาญจน์ เจริญศิริ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เขียนบทความเกี่ยวกับการเรียกร้องประชาธิปไตยของนักเคลื่อนไหวทางการเมืองในไทย

ภายใต้บทความชื่อ Shut Out of Democracy Summit , Thailand Prepares for May Elections as Restrictive Laws Aim to Silence Youth Activists ซึ่งเผยแผ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566 ผ่านเวปไซต์ Just Security

ซึ่งเป็นองค์กร NGO ในรูปแบบ Think Tank ที่นำเสนอบทวิเคราะห์ เพื่อนำไปล็อบบี้ประเด็นต่าง ๆ กับฝ่ายการเมืองในรัฐสภาประเทศสหรัฐอเมริกา

บทความดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับการกล่าวหาว่ารัฐบาลไทยกำลังปิดปากนักกิจกรรมทางการเมือง โดยใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

นอกจากนี้ยังได้ระบุว่าการเลือกตั้งปี 2562 เป็นการเลือกตั้งที่ไม่เสรีและไม่ยุติธรรม เพราะรัฐบาลปิดปากสื่อมวลชนและกลุ่มนักกิจกรรมทางการเมืองหมดทุกช่องทาง

แต่การเลือกตั้งปี 2566 ที่กำลังจะเกิดขึ้นมีความเป็นไปได้สูงว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะและได้จัดตั้งรัฐบาล แต่กองทัพอาจไม่ยอมและทำลายการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งการที่รัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตรวางท่าทีเพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านี้ นอกจากจะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิของผู้คนนับล้าน จะเป็นการช่วยให้ “อิทธิพลของจีนแผ่ขยายมาในภูมิภาคนี้”

โดยทนายจูนได้เสนอว่ารัฐบาลสหรัฐจะต้องเข้ามา ‘กดดันรัฐบาลไทย’ ใน 4 ประเด็นดังนี้
1. ยกเลิกข้อห้ามในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มนักกิจกรรมในระหว่างการเลือกตั้ง
2. ยกเลิกการตั้งข้อหาและคดีความทั้งหมดต่อนักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตย
3. ปล่อยนักโทษทางการเมืองทั้งหมด ซึ่งรวมถึงคนที่กระทำผิด ม.112 ด้วย
4. เรียกร้องให้มีการดำเนินคดีที่โปร่งใส เป็นธรรม และได้มาตรฐานสากล

ขณะเดียวกันในท้ายบทความ ทนายจูนยังได้เรียกร้องให้ทางสหรัฐและชาติพันธมิตร เข้ามาช่วยเหลือ ‘ฝ่ายประชาธิปไตย’ ในประเทศไทย และปล่อยนักโทษคดี ม.112 เพื่อ ‘ฟื้นฟูประชาธิปไตย’ ในประเทศไทยด้วย

‘เพื่อไทย’ ชู แก้กฎหมาย พิสูจน์สิทธิ จัดหาที่ดินทำกิน ลั่น!! ทุกครัวเรือนจะมีที่ดินทำกินอย่างพอเพียง

(10 เม.ย.66) นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมการนโยบายที่ดินและสิ่งแวดล้อม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายโฉนดในที่ดินทำกิน ที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอต่อพี่น้องประชาชน มีหลักคิดดังนี้...

1. ประชาชนทุกคนต้องมีที่ดินเป็นของตนเองเกษตรกรทุกครัวเรือนจะมีที่ดินทำกินอย่างพอเพียง
2. ดำเนินการให้มีการออกโฉนดให้กับประชาชน 50 ล้านไร่ โดยแปลงที่ดินที่มีความขัดแย้ง ไปเป็นพื้นที่วนเกษตร ต้นไม้ทุกต้นมีราคา
3. ที่ดินที่เป็นโฉนดจะถูกใช้เป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน นำสู่สภาวะเป็นกลางทางคาร์บอน และสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต

สำหรับการดำเนินการ โดยวิธีการดังนี้…
1. ผู้ครอบครองที่ดินก่อน 1 ธันวาคม 2497 ประมวลกฎหมายที่ดินบังคับใช้ โดย สค. 1 จำนวน 1 ล้านแปลง จะได้รับการพิสูจน์สิทธิ์ และได้รับโฉนด ทั้งนี้ผู้ครอบครองทำประโยชน์ต่อเนื่อง โดยไม่มี สค.1 จะได้รับการพิสูจน์ และได้รับโฉนด

2. ที่ดินประเภท ส.ป.ก. สำหรับที่ดินประเภทเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือทายาทโดยธรรม จะได้รับโฉนดทันที ส่วนกรณีบุคคลอื่นที่ได้ที่ดินมาจากผู้เช่าซื้อ หรือจากทายาทโดยธรรม จะได้เอกสารสิทธิ์และจะได้เอกสารสิทธิ์ และจะต้องปลูกไม้ยืนต้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของพื้นที่ และจำกัดรายละไม่เกิน 20 ไร่

สำหรับที่ดินประเภทเช่า ผู้เช่าที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือทายาทโดยธรรม จะต้องปลูกไม้ยืนต้น ไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของพื้นที่และจะได้รับโฉนด ส่วนกรณีบุคคลอื่น มาถึงคิวที่ได้ที่ดินจากผู้เช่าหรือทายาทโดยธรรมจะได้รับอนุญาตให้เช่าต่อไปโดยจะต้องปลูกไม้ยืนต้นไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของพื้นที่และจะได้ไม่เกิน 20 ไร่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top