Wednesday, 15 July 2026
Hard News Team

‘ชวน’ ฟิต!! ลงพื้นที่ต่อเนื่อง ช่วย ‘แนน ศิริภา’ หาเสียงย่านคลองสาน ขอโอกาส ปชช. เลือกทั้งคนทั้งพรรค

(11 เม.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ตลาดสมเด็จฯ ย่านคลองสาน นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)ลงพื้นที่ ช่วยหาเสียงให้ กับ น.ส. ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตธนบุรี คลองสาน และราษฎร์บูรณะ หมายเลข 11 พรรคปชป.

โดยนายชวน เดินแจกเอกสารแนะนำตัวด้วยตัวเอง และใช้ไมโครโฟนขอคะแนนเสียงไปตามชุมชน และตามตลาด พร้อมพบปะพ่อค้าแม่ค้า โดยมีประชาชนมาให้กำลังใจและขอถ่ายรูปจำนวนมาก ก่อนขึ้นรถปราศรัยหาเสียงไปตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อขอคะแนนเสียงให้ กับ น.ส.ศิริภา ซึ่ง นายชวน ฝากให้ทุกคนช่วยกันเลือก น.ส. ศิริภา หรือ แนน เข้ามาทำหน้าที่ในสภาฯ เพราะเป็นบุคคลที่ตนเองสนับสนุนให้ลงเลือกตั้งครั้งนี้ เรื่องจากเป็นคนดี เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถ เคยทำหน้าที่เป็นเลขาฯของตนระหว่างเป็นประธานสภาฯด้วย เชื่อว่าจะสามารถนำความรู้ ประสบการณ์มาทำงานให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติได้

'ผู้นำยูเครน' หวั่น!! หลังเอกสารหลุดเพนตากอนเผย 'กระสุนระบบขีปนาวุธจะหมดเกลี้ยงในเดือน พ.ค.'

(11 เม.ย.66) ยูเครนจะใช้ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศจนเกือบหมดภายในเดือนพฤษภาคม ตามรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ในวันจันทร์ (10 เม.ย.) อ้างอิงจากเอกสารลับของเพนตากอนที่รั่วไหลเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ และด้วยแนวโน้มต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่รัสเซียครองความได้เปรียบบนท้องฟ้า เคียฟจึงได้ร้องขอระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติมจากตะวันตกมานานหลายเดือนแล้ว

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ระบุว่ารายงานที่นำเสนอต่อเพนตากอนลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ระบุว่า ยูเครนกำลังยกระดับการใช้ขีปนาวุธบัคราว 69 ลูกต่อเดือน และขีปนาวุธเอส-300 จำนวน 200 ลูกต่อเดือน ด้วยอัตราการยิงเช่นนี้ กองกำลังยูเครนจะไม่เหลือกระสุนขีปนาวุธบัคใช้งานในช่วงปลายสัปดาห์นี้ และคลังกระสุนขีปนาวุธเอส-300 จะหมดลงในวันที่ 3 พฤษภาคม

การเสาะหาขีปนาวุธสำหรับแพลตฟอร์มอาวุธที่สร้างในยุคสมัยสหภาพโซเวียต ถือเป็นงานยากลำบากอย่างมากสำหรับเคียฟและบรรดาผู้สนับสนุนตะวันตก ทั้งนี้แม้อีกด้านหนึ่ง ยูเครนได้รับระบบต่อต้านอากาศยานไอริส-ที ของเยอรมนี 3 เครื่อง และระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานขั้นสูง NASAMS ของอเมริกา 8 เครื่อง แต่ระบบเหล่านั้นผลาญขีปนาวุธราวๆ 64 ลูกต่อเดือน และด้วยจำนวนที่มีน้อยนิด ทำให้พวกมันมีอาณาเขตไม่ครอบคลุมกว้างขวางเท่าเอส-300 ของยูเครน วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานโดยอ้างเอกสารหลุด

เพื่อชดเชยปัญหาขาดแคลน มีรายงานว่าพวกนักวางแผนด้านการทหารของสหรัฐฯ ประเมินว่ายูเครนจำเป็นต้องการไอริส-ที และ NASAMS อย่างน้อย 16 เครื่อง และระบบขีปนาวุธแพทริออตหรือระบบป้องกันภัยทางอากาศ SAMP-T จำนวน 12 เครื่อง ทั้งนี้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งอเมริกาอนุมัติประจำการระบบแพทริออต 1 ชุด ส่วนเยอรมนีรับปากอีก 1 ชุด ขณะที่ฝรั่งเศสและอิตาลีสัญญาจะมอบระบบ SAMP-T ชาติละ 1 ชุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีอันไหนที่ส่งถึงมือยูเครนเลย จากคำกล่าวของโฆษกกองทัพยูเครนที่ให้สัมภาษณ์กับวอลล์สตรีทเจอร์นัล

อัปเดต!! มอเตอร์เวย์ 81 บางใหญ่-กาญจนบุรี คืบหน้ากว่า 90% คาดปี 2568 ได้ใช้ ร่นเวลาเดินทางถึงกาญจนบุรีเพียง 45 นาที

(11 เม.ย.66) เพจ 'โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure' เผย มอเตอร์เวย์ 81 บางใหญ่-กาญจนบุรี คืบหน้าแล้วกว่า 90% เหลืองานด่าน, ระบบเก็บค่าผ่านทาง และเปิดประมูลจุดพักรถ เตรียมเปิดให้บริการ 2568 ร่นเวลาเดินทาง กาญจนบุรีเพียง 45 นาที!!! รายละเอียดดังนี้...

วันนี้เอาความคืบหน้าของ มอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งสร้างมากว่า 6 ปีผ่านหลายปัญหา ทั้งเรื่องแบบ เรื่องการเปลี่ยนแปลงของหน้างาน และที่ใหญ่ที่สุดคือปัญหางบประมาณเวนคืนที่ดิน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 10,000 ล้านบาท

ตอนนี้ ความคืบหน้าด้านโยธาไปแล้วกว่า 90% แต่ในส่วนสัญญางานด่านเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา O&M (ให้บริการ และซ่อมบำรุง) ซึ่งจ้างเอกชน (BGSR) เพื่อก่อสร้าง และให้บริการตลอดสัญญา 30 ปี ในรูปแบบ PPP Gross Cost 

โดยในปัจจุบันยังเหลืองานที่ยังไม่ประมูลอีก 1 งานคือ การร่วมทุนสร้างศูนย์บริการทางหลวง และจุดพักรถ ทั้งหมด 6 จุด

>> รายละเอียดการประมูล PPP จุดพักรถ
https://www.facebook.com/491766874595130/posts/1346449295793546/?mibextid=tejx2t
—————————
>> รายละเอียดโครงการ มอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี ล่าสุด...

แยกเป็น 2 ช่วง คือ บางใหญ่-บ้านโป่ง และ บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ช่วงที่จะไปชะอำ ต่อไปจากบ้านโป่ง-ชะอำ 

ตามลิงก์นี้ครับ
https://www.facebook.com/491766874595130/posts/595019377603212?s=1160002750&sfns=mo

>> เอาล่ะครับ เรามาดูรายละเอียดปัจจุบันกันดีกว่า 

ลิงก์ที่มาข้อมูล
http://eiadoc.onep.go.th/eialibrary/monitor/3transport/61_1_59_9832.pdf

มอเตอร์เวย์สายนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ...
- ช่วงบางใหญ่-นครปฐมตะวันตก จะเป็นถนน 6 เลน 
- ช่วงนครปฐมตะวันตก-กาญจนบุรี จะเป็นถนน 4 เลน
และเขตทางเผื่อการขยายเส้นทางเป็น 8 เลนตลอดเส้นทาง

มีรั้วแบ่งแยกจราจร ตลอดเส้นทาง และมีทางบริการ คู่ขนานมอเตอร์เวย์เป็นช่วงๆ 

มีศูนย์บริการทางหลวง 2 ระดับ คือ...
1.ศูนย์บริการทางหลวง 2 แห่งคือ นครชัยศรี (กม.19) และ นครปฐม (กม.47) 
2.ที่พักริมทาง 1 แห่ง คือ ท่ามะกา (กม.70)

มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี เริ่มต้นจากสามแยกบางใหญ่ บริเวณ ตรงข้ามเยื้องเซ็นทรัลเวสเกต โดยอ้อมตลาดบางใหญ่ไป เพื่อลดผลกระทบกับชาวบ้านและลดค่าเวนคืนให้ต่ำสุด (แต่ก็ยังแพงอยู่ดี) ช่วงนี้จะยกระดับ จากต่างระดับบางใหญ่ - กม. ที่ 2 ก่อนจะถึงด่านบางใหญ่จะเป็นยกระดับยาว

จากด่านจะวิ่งตรงไปด้านทิศตะวันตก ผ่านจุดตัดกับ ถนน 3233 เป็นต่างระดับ และ ด่านนครชัยศรี 

พอตรงมาทางทิศตะวันตก อีก 5 กม. จะเป็นต่างระดับ ใหญ่ เพื่อมีกิ่งหนึ่งตัดกับถนนเพชรเกษม  พร้อมมีด่านอีกด่านหนึ่ง เพื่อเชื่อมต่อกับถนนเพชรเกษม และ มีปลายทางเปิดไว้เพื่อต่อกับมอเตอร์เวย์ นครปฐม-ชะอำ และอีกด้านหนึ่งเว้นไว้เพื่อจะเป็นมอเตอร์เวย์ สาย 92 เป็นวงแหวนของกรุงเทพ รอบที่ 4

ตรงมาทางด้านตะวันตกอีก 8 กม จะผ่านจุดตัดกับถนน 3036 ซึ่งเป็นต่างระดับ และด่านนครปฐมตะวันออก

มอเตอร์เวย์ก็จะวิ่งขนานเมืองนครปฐม ไปอีก 8 กม จะผ่านจุดตัดถนน 321 (มาลัยแมน) ซึ่งเป็นต่างระดับ และด่านนครปฐมตะวันตก

พอผ่านจากนครปฐม มอเตอร์เวย์จะปรับแนวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไปอีก 19 กม จะผ่านจุดตัดถนน 3394 ซึ่งเป็นต่างระดับ และด่านท่ามะกา 

วิ่งต่อไปทางทิศตะวันตก อีก 13 กม จะผ่านจุดตัดถนน 3081 ซึ่งเป็นต่างระดับ และด่านท่าม่วง

พอเลยจากด่านท่าม่วงมีแผนต่อไปด่านพรมแดนพุน้ำร้อน ซึ่งเดี๋ยวผมมาเล่าให้ฟังวันหลักอีกที (แต่น่าจะเกิดยาก ถ้าทวายไม่เกิด และ ITD ไม่ลงทุนมอเตอร์เวย์สายนี้เอง)

และสุดท้าย มอเตอร์เวย์ก็จะไปสิ้นสุดที่ถนน 324 (กาญจนบุรี-อู่ทอง) ซึ่งจะเป็นต่างระดับ และด่านขวางปลายทาง 

ชลบุรี-กกต.ชลบุรี จัดโครงการการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ เสริมความรู้ความเข้าใจกฎหมายระเบียบการเลือกตั้งให้กับผู้สมัคร สส.ทั้ง 10 เขต

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 นางสาววิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด จ.ชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปฏิรูปการเมืองสุจริตบนฐานของการเลือกตั้ง กิจกรรมหลักเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ณ โรงแรมบางแสนเฮอริเทจ อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยมีผู้สมัคร สส.ชลบุรี ทั้ง 10 เขต จาก 14 พรรคการเมือง พร้อมผู้ติดตาม รวมกว่า 300 คน เข้าร่วมกิจกรรม


สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี จัดประชุมชี้แจงเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งของจังหวัดชลบุรี เป็นไปตามหลักเกณฑ์ กติกา สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมาย โดยมี 3 แนวทางสำคัญคือ ให้ผู้สมัคร สส.มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ยึดหลักเกณฑ์ กฎ กติกา มารยาท ตามที่กฎหมายกำหนด ยอมรับผลของการแข่งขัน มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และรู้รักสามัคคี ดำรงความเป็นมิตร เพื่อน พี่ น้อง ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง

‘โรงเรียนจีน’ เอาจริง!! พาเด็กลุย ‘ภาคปฏิบัติ’ เก็บเกี่ยวประสบการณ์เกษตรกร เพาะปลูก-จับปลา

(11 เม.ย.66) สำนักงานข่าวซินหัวรายงานว่า โรงเรียนหลายแห่งจากหลากมุมเมืองของจีน ได้จัดกิจกรรมห้องเรียนภาคสนามช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพื่อพาเหล่าเด็กนักเรียนเดินทางสู่ท้องทุ่งนาและเรียนรู้การทำงานต่างๆ อาทิ เพาะปลูก จับปลา นำไปสู่การเก็บเกี่ยวประสบการณ์การเป็นแรงงานทางการเกษตรด้วยตัวเอง
 

สวธ.จัดเต็ม การแสดงดนตรี ๘๔ ปี สุนทราภรณ์ ขนศิลปินนักร้อง คลื่นลูกเก่า-ลูกใหม่ มาสร้างความสุข ให้แฟนเพลงได้ชมฟรี ในงานเทศกาลดนตรี MOC MU FES Summer Hit Songs 2023 ณ Thailand soft power space ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

(วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๖) ในการแสดงดนตรี ๘๔ ปี สุนทราภรณ์ ได้รับเกียรติจากผู้แทนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบช่อดอกไม้ให้แก่นายณรงค์ เนตรเจริญ  ผู้ควบคุมวงดนตรีสุนทราภรณ์ โดยมี นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมแฟนเพลงสุนทราภรณ์จำนวนมากร่วมชมการแสดงดนตรียิ่งใหญ่แห่งปี งานเทศกาลดนตรี Ministry of Culture Music Festival : Summer Hit Songs (MOC MU FES) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๖ ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน ๒๕๖๖ ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น “วิศิษฏศิลปิน” ผู้เป็นเอตทัคคะในด้านวัฒนธรรม มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในหลายสาขา โดยเฉพาะด้านดนตรีไทย ด้านวรรณศิลป์ ให้มรดกวัฒนธรรมของประเทศไทยได้รับการสืบสานอย่างยั่งยืน 
 
รายการแสดงดนตรี ๘๔ ปี สุนทราภรณ์ เริ่มต้นด้วยการเสวนา “เส้นทางสู่ ๘๔ ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์”  ในเวลา ๑๐.๓๐ – ๑๒.๓๐ น. ณ หอประชุมเล็ก ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นางรวงทอง ทองลั่นธม ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(นักร้องเพลงไทยสากล)  ดร.สง่า ดามาพงษ์  นายชาตรี ชุมจิตร  ดำเนินการเสวนาโดย ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ ได้รับความสนใจการแฟนคลับสุนทราภรณ์เข้าชมการเสวนาอย่างอบอุ่น 
จากนั้น ในเวลา ๑๔.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

‘เจ้าของบ่อกุ้ง’ แทบช็อก!! ใช้รถแบคโฮหวังเคลียร์พื้นที่รกร้าง ดันเจอ!! ยาบ้า-ยาอี-ยาไอซ์-กัญชา มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ซ่อนไว้

(11 เม.ย.66) เมื่อวันที่ 10 เม.ย.66 ที่หน้า บก.ภ.นครศรีธรรมราช นายอภินันท์ เผือกผ่อง ผวจ.นครศรีธรรมราช และ พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ร่วมแถลงผลงานตำรวจ สภ.หัวไทร พบเจอยาเสพติดชนิดต่างๆ จำนวนมากในพื้นที่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

โดยแถลงข่าวว่า เมื่อเย็น 9 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวไทร ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ซึ่งได้ใช้รถแบคโฮทำการเคลียร์พื้นที่รกบริเวณบ่อเลี้ยงกุ้งร้าง หมู่ 9 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเจ้าของที่ดินได้ปล่อยรถร้างไว้นานหลายปี ว่าระหว่างใช้รถแบคโฮกวาดพื้นที่ ได้พบมีถุงดำจำนวนหลายถุงปิดคลุมด้วยตาข่ายแสลนสีเขียว มีต้นเถาวัลย์สูงปิดคลุมอยู่ โดยไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใด ลักษณะเชื่อว่าทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน โดยมีถุงดำ จำนวน 3 ถุง ที่ถูกรถแบคโฮเกี่ยวขาด พบว่าภายในถุงดำเป็นกัญชาอัดแท่ง ยาบ้า และไอซ์ จำนวนหนึ่ง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบ โดยยังมีถุงดำที่พันปิดปากถุงด้วยผ้าเทปสีเขียวอีกจำนวน 18 ถุง ที่ยังไม่ได้ทำการตรวจสอบภายใน รวมถุงดำที่บรรจุยาเสพติดทั้งหมด 21 ถุง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.นครศรีธรรมราช ร่วมตรวจสอบเก็บหลักฐานและลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ

จากนั้นได้ทำการตรวจนับยาเสพติดในถุงดำ 21 ถุง พบจำนวนยาเสพติดทั้งหมดดังนี้ ยาไอซ์ 56 ก้อน (56 กก.) , ยาบ้า 301 ถุง (ถุง 200 เม็ด สภาพเปียก) ยาอี 3,996 เม็ด กัญชา 319 ก้อน (319 กก.) จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวไทร ได้ทำการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย จะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวเจ้าของยาเสพติดทั้งหมดนี้ว่าเป็นของใคร และผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยยาเสพติดที่พบนี้มีมูลค่าประมาณกว่า 12 ล้านบาท


ที่มา : https://www.naewna.com/local/723591

‘TRUE’ จัดเต็มด้าน ‘เครือข่ายสื่อสาร’ หนุนทัพนักกีฬาไทย ชุดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ยามไกลบ้าน

(11 เม.ย.66) เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย นายขจร เจียรวนนท์ กรรมการบริหารและกลุ่มทรู โดย นางณัฏฐา พสุพัฒน์ หัวหน้าสายงานโมบายล์โพสต์เพย์ ผนึกคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย โดย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการและคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย โดย ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประธานแถลงข่าวประกาศเป็นผู้สนับสนุนหลักด้านอาหารและการสื่อสารแก่ทัพนักกีฬาและทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-17 พฤษภาคม 2566 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 ที่จะจัดขึ้นวันที่ 3- 9 มิถุนายน 2566 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยกลุ่มทรู จะมอบซิมโรมมิ่งจากทรูมูฟ เอช ให้โทรออก รับสาย ส่งข้อความ และใช้ดาต้าโรมมิ่งไม่อั้น ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ ทรู 5G ที่ดีที่สุดและครอบคลุมที่สุด แก่นักกีฬา โค้ช เจ้าหน้าที่ เพื่อเติมเต็มแรงใจ เชื่อมโยงทุกความรู้สึกกับครอบครัวที่ประเทศไทยได้ตลอดเวลา

ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มทรูยังมอบสิทธิพิเศษจาก ทรู เฮลท์ ให้ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ได้ตรงจากกัมพูชา ผ่านแอปพลิเคชัน MORDEE (หมอดี) ซึ่งมีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญกว่า 500 คน ครอบคลุมกว่า 20 สาขาทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เสมือนมีหมอประจำบ้านสำหรับกองทัพนักกีฬาไทย โค้ช เจ้าหน้าที่ ใช้บริการฟรีตลอดการแข่งขัน เสริมความแข็งแกร่งเต็มที่ พร้อมคว้าชัยชนะกลับมาให้คนในชาติได้ภาคภูมิใจในที่สุด


ที่มา : https://www.matichon.co.th/sport-slide/news_3920918

สุโขทัย-ตำรวจภูธรสุโขทัยเปิดโครงการ "รณรงค์สวมหมวกนิรภัย ขับขี่ปลอดภัย "

ที่บริเวณลานเอนกประสงค์ หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองสุโขทัย อ.เมือง จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย เป็นประธานเปิดโครงการ"รณรงค์สวมหมวกนิรภัย ขับขี่ปลอดภัยตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย" พร้อมกล่าวว่าโครงการนี้ นอกจากจะเป็นการเชิญชวนรณรงค์ให้ประชาชน เล็งเห็นความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัย เพื่อลดความรุนแรงสูญเสียที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุทางถนนแล้ว ยังเป็นการสร้างวินัยจราจรเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ให้แก่พี่น้องประชาชนชาวสุโขทัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย โดยมี พตอ.ชูศักดิ์ วัฒนโยธิน รองผบก.ภ.จว.สุโขทัย กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมโครงการ

 

จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนยาพาหนะที่ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ มากที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ เนื่องจากผู้ขับขี่และผู้โดยสารไม่สวมหมวกนิรภัย ทางสภ.เมืองสุโขทัยจึงมีแนวคิดจัดทำโครงการ"รณรงค์สวมหมวกนิรภัย ขับขี่ปลอดภัย ตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัยขึ้น เพื่อเสริมสร้างวินัยจราจร ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนทราบถึงประโยชน์ของการสวมหมวกนิรภัย  

 

อีกทั้งยังเป็นการลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต ของผู้ขับขี่และผู้โดยสารอีกด้วยกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการโดยมีพตอ.ไพบูลย์ กาศอุดม ผกก.สภ.เมืองสุโขทัย ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดสุโขทัย สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถสาขาสุโขทัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กต.ตร.สภ.เมืองสุโขทัย  นักเรียน นักศึกษา และประชาชนจำนวนมากร่วมในกิจกรรมครั้งนี้

สุริยา ด้วงมา จ.สุโขทัย 081-2844862

‘ชูวิทย์’ แจง เหตุร้องเรียนมรรยาท ‘ทนายตั้ม’ ลั่น!! เพื่อไม่ให้ทนายอื่นทำตาม หาเรื่องให้เกิดคดี-ออกสื่อหาแสง

(11 เม.ย.66) เมื่อวันที่ 10 เม.ย.66 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืน เขียนบทความ “ทนาย กับ ช่างทาสี” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดังนี้

“ทนาย กับ ช่างทาสี อาชีพที่เปลี่ยนขาวเป็นดำได้ วันนี้ไปสภาทนายความร้องเรียน “มรรยาททนายความ” การมีวิชาชีพทนายต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม เพราะเป็นหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนต้องพึ่งพาเมื่อมีคดีความ

ผมไม่เคยมีเรื่องบาดหมางโกธรเคืองกับทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม มาก่อน อีกทั้ง ทนายตั้มก็ไม่เคยเป็นทนายฝั่งตรงข้าม หรือแม้กระทั่งขัดใจกันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่จู่ๆ ทนายตั้มก็ออกมาโจมตีผมโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย จัดแถลงข่าวกล่าวหาผมสารพัด ลามไปถึงลูกชายผมว่าได้รับเงิน 50 ล้าน เป็นเงินดิจิตอล รวมทั้งพฤติกรรมหลายอย่างที่ทนายตั้มได้รับฟังเพียงการบอกเล่ามา ไม่มีหลักฐานใดๆ และตัวทนายตั้มเองก็ไม่ได้อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ การเป็นทนายแล้วกระทำการแบบนี้ จึงเสมือนหาเรื่องให้มีคดีความเกิดขึ้น

ผมรู้จักทนายมามาก และรู้ว่าคุณค่าของทนายสำคัญแค่ไหน หากเลือกทนายผิด ผลจะเป็นอย่างไร การที่ทนายมานั่งแถลงข่าวซัดใครที่ไม่ได้รู้จัก ไม่ได้มีเรื่องโกธรเคืองกันมาก่อน ย่อมมีเจตนาอะไรอยู่เบื้องหลังแน่นอน ไม่มีทางที่อยู่ดีๆ ทนายจะมากล่าวหาผู้อื่น แล้วอ้างทำเพื่อสังคม โดยไม่หวังผล หรือนัยยะใดแอบแฝง มีเพียงทนายตั้มเท่านั้นที่จะทราบได้ ว่ามีใครสั่งการอยู่เบื้องหลัง ซึ่งผมเชื่อว่ามีแน่ หากทนายตั้มมีคุณธรรม ควรจะสอบถามผมก่อน ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร แทนที่จะจัดแถลงข่าวโจมตี

เป็นผู้รู้กฎหมาย ใช้เป็นวิชาชีพหาเลี้ยงตน และครอบครัว ย่อมทราบดีว่าการฟังความข้างเดียว ทั้งที่มีข้อสงสัยคลุมเครือ สมควรอย่างยิ่งที่จะให้ความเป็นธรรม และมีความสุจริตเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่นึกถึงแต่ความดังจากการโจมตี เพื่อประโยชน์ในการหาทางได้ของตนเอง ทนายตั้มยังอายุไม่มาก การถูกหลอกใช้ หรือเต็มใจให้ใช้จึงเกิดขึ้นได้ เพราะความต้องการให้คนยอมรับนับถือ มีเรื่องโด่งดังฮือฮา ย่อมเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง

ผมเป็นคนที่ขึ้นมาแทบทุกศาล จะมากสุดก็ว่าได้ ตั้งแต่ศาลแพ่ง ศาลอาญาทุกศาล (อาญารัชดา อาญาใต้ อาญาสนามหลวงปัจจุบันรื้อไปแล้ว) อีกทั้งศาลแขวง ศาลปกครอง ศาลแรงงาน ศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไปจนถึงศาลรัฐธรรมนูญ (คดีถูกปลดจาก ส.ส. ขณะสังกัดพรรคชาติไทยปี 2548) จึงรู้ซึ้งเข้าใจคนเป็นทนายดี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top