Wednesday, 15 July 2026
Hard News Team

‘ชัยวุฒิ’ ยัน!! พปชร. ไม่จับมือ ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ ชี้!! จุดยืน ‘ม.112 - ยกเลิกเกณฑ์ทหาร’ ไม่ตรงกัน

(12 เม.ย.66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ภายหลังพิธีรถน้ำดำหัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว. กลาโหม เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ 2566 ว่า เนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทยคณะรัฐมนตรีจึงมารถน้ำขอพรจากนายกรัฐมนตรี และร่วมพิธีทำบุญ ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้อวยพรให้ทุกคนมีความสุข เจริญก้าวหน้า และประสบความสำเร็จ

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เดินทางมาร่วมพิธีในวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพื่ออธิบายนโยบายของพรรคพลังประชารัฐให้ประชาชนได้รับทราบ

นายชัยวุฒิ กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประวิตร ระบุสาเหตุที่ไม่สามารถจับมือร่วมกับพรรคการเมืองที่ มีแนวคิดแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ว่า พรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน เราทำงานมา 4 ปีพี่น้องประชาชนรู้อยู่แล้วว่ามีแนวคิดอย่างไร ในเรื่องของการดูแลชาติบ้านเมือง ให้สงบสุขไม่มีความขัดแย้ง โดยเฉพาะเรื่องที่เราคิดว่าเป็นปัญหาและไม่ทำแน่นอน ซึ่งหากมีพรรคการเมืองไหนที่เสนอนโยบายที่เราไม่เห็นด้วย อย่าง เรื่องการแก้ไข ม.112 และการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร คงไม่สามารถร่วมงานกันได้อยู่แล้ว นี่เป็นแนวหลักการ ไม่ได้เป็นเรื่องของอคติ หรือความขัดแย้ง 

สตูล นักท่องเที่ยวทะลักฉลองเทศกาลสงกรานต์ ตม.เตือนแรงงานไทยเดินทางกลับงดใช้ช่องทางธรรมชาติ

วันนี้ 12 เมษายน 2566 การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ผ่านช่องทางชายแดนจังหวัดสตูลซึ่งมี 3 ช่องทาง นักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและจากทวีปยุโรปแห่เดินทางผ่านชายแดนจังหวัดสตูลกันอย่างคึกคักโดยเฉพาะที่ถ้าเทียบเรือตำมะลังซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดสตูลและเกาะลังกาวีประเทศมาเลเซีย  ในช่วง 7 วันที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากันไม่ขาดสาย  และเพื่อเป็นการต้อนรับในวันขึ้นปีใหม่ไทยทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูลตั้งโต๊ะบริการนักท่องเที่ยวด้วยการนำน้ำดื่มและไอศครีมมาให้บริการฟรีเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยร่วมเฉลิมฉลองในวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย


สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านชายแดนเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย และชาวยุโรปที่ต้องการจะมาร่วมเฉลิมฉลองและร่วมสนุกสนานในวันสงกรานต์ไทยด้วยการเล่นน้ำดับร้อน และเดินทางไปยังเมืองใหญ่รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวอย่างเกาะหลีเป๊ะเพื่อพักผ่อน และสัมผัสประเพณีที่งดงามของไทย


พันตำรวจเอกธนิสร   แสงท่านั่ง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล กล่าวว่า ในช่วงนี้นักท่องเที่ยวและแรงงานจะเดินทางผ่านด่านชายแดนกันเป็นจำนวนมาก โดยจังหวัดสตูลมีด่านชายแดนทางเรือ 2 ด่านได้แก่ท่าเทียบเรือตำมะลังและด่านชายแดนเกาะหลีเป๊ะ-ลังกาวีประเทศมาเลเซีย  พร้อมกันนี้ยังมีด่านชายแดนวังประจัน บ้านวังเกรียนรัฐเปอร์ลิส  ประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นทางบก  3 ช่องทางที่นักท่องเที่ยวและแรงงานเดินทางเข้ามา  ในช่วงนี้วันละไม่น้อยกว่า 1,500 คน

 
สำหรับแรงงานไทยในต่างแดนที่จะเดินทางกลับบ้านเพื่อมาฉลองเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย   ทางตม.สตูลขอให้เดินทางผ่านช่องทางทั้ง 3 ด่านนี้โดยไม่อนุญาตให้เดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ   เพราะทั้ง 3 ช่องทางจะมีทางเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้อยู่แล้ว


นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสตูล

สุโขทัย-เริ่มแล้ว ประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารเมืองสวรรคโลกสุดยิ่งใหญ่

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 11 เม.ย. ที่บริเวณลานกิจกรรมอเนกประสงค์ริมรางรถไฟ ถนนศรีสัชนาลัย  อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย นายดำรง  มโนรถ รองผวจ.สุโขทัย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารเมืองสวรรคโลก ประจำปี2566 ซึ่งปีนี้ทางด้านนายสมชาติ ลิมปะพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลก ได้กำหนดจัดงานประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารเมืองสวรรคโลก ขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน ประจำปี 2566 ณ บริเวณลานกิจกรรมอเนกประสงค์ริมรางรถไฟ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

 

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองสวรรคโลกในฐานะเจ้าภาพจัดงาน ได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม อาทิ การทำบุญตักบาตร การรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแสดงอื่นอีกมากมาย พร้อมเทศกาลอาหารให้ประชาชนได้เลือกสรรนานาชนิดกว่า 80 ร้านค้า ซึ่งเป็นระยะมากว่า 10 ปีแล้ว เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบไป เพื่อส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่น และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองสวรรคโลก

‘พุทธิพงษ์’ เคลียร์ชัด!! ‘ภูมิใจไทย’ ไม่เคยคิดเอากัญชาเสรี โอด!! ทุกพรรคเห็นชอบ กม. แต่พอเรื่องเข้าสภากลับเทกลางทาง

(12 เม.ย.66) จากรายการพิเศษ เลือกตั้ง 66 เปลี่ยนใหม่ หรือ ไปต่อ (ขุนพลมหานคร) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งกรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย ได้ตอบชัดถึงเรื่องกัญชาเสรี โดยระบุว่า “ตนไม่เอาเสรีกัญชา”

พร้อมยังได้กล่าวเพิ่มเติม “ การที่เราจะเอากฎหมายเข้าไปในสภานั้น ต้องผ่าน 1.ครม. หลังจากนั้น 2.ครม. ต้องส่งต่อไปให้ประธานสภาฯ 3.ประธานสภาฯ บรรจุเข้าในสภา  4.ผ่านวาระรับหลักการของสภา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ผ่านเสียงข้างมาก

“สาระสำคัญอยู่ที่ พอผ่านหลักการเรียบร้อย ตั้งกรรมธิการ ซึ่งกรรมธิการในสภาได้มีองค์ประกอบของ ส.ส. จากทุกพรรค และจากวาระรับหลักการเดิมมีอยู่ 40 มาตราตอนเสนอ แต่พอเข้ากรรมธิการในการเพิ่มเติมกฎหมายเรื่องของกัญชา ก็เพิ่มเป็น 90 มาตรา ซึ่งนั่นก็แสดงให้เห็นว่า ข้อกังวลของส.ส. ทุกพรรคได้เติมเต็มข้อบังคับ และกฎที่เป็นห่วงกันทั้งหมดเป็น 90 มาตรา แต่พอเอากลับมาเข้าสภาใหญ่ แต่ละพรรคกลับไม่เข้าประชุม, สภาล่ม จนทำให้หมดสมัยประชุม และดันมาบอกว่า ภูมิใจไทยเป็นพรรคที่เอากัญชาเสรี”

นายพุทธิพงษ์ ยังได้ย้ำอีกว่า “ตนเอง และพรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วยในเรื่องกัญชาเสรี” พร้อมยังย้อนถามกลับ “พรรคไหนที่ในวันนั้นไม่เข้าประชุม เพราะอะไร”

เปิดตัวขุนพล ‘พรรคใหญ่’ ชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. ชลบุรี ใครได้หมายเลขไหน? อย่าจำผิด!!

สำหรับ 10 เขตของจังหวัดชลบุรี ตามการแบ่งเขตของ กกต. มีดังนี้ 

>> เขต 1 อำเภอเมืองชลบุรี (เฉพาะตำบลแสนสุข, ตำบลเหมือง, ตำบลห้วยกะปิ, ตำบลบ้านปีก, ตำบลเสม็ด, ตำบลอ่างศิลา, ตำบลหนองข้างคอก และตำบลหนองรี)          

>> เขต 2 อำเภอเมืองชลบุรี (เฉพาะตำบลบางทราย, ตำบลบ้านโขด, ตำบลมะขามหย่ง, ตำบลบางปลาสร้อย, ตำบลบ้านสวน และตำบลนาป่า)     

>> เขต 3 อำเภอเมืองชลบุรี (เฉพาะตำบลคลองตำหรุ, ตำบลหนองไม้แดง, ตำบลดอนหัวพ่อ และตำบลสำนักบก) อำเภอพานทอง และ อำเภอบ้านบึง (เฉพาะตำบลหนองช้ำซาก, ตำบลมาบไผ่, ตำบลหนองบอนแดง และตำบลหนองชาก)        
                                                                                         
>> เขต 4 อำเภอบ้านบึง (ยกเว้นตำบลหนองซ้ำซาก, ตำบลมาบไผ่, ตำบลหนองบอนแดง และตำบลหนองชาก) อำเภอบ่อทอง และอำเภอหนองใหญ่           
                                                                                                 
>> เขต 5 อำเภอพนัสนิคม และอำเภอเกาะจันทร์                                                                          

ตำรวจ ป.ป.ป. เรียกสอบ ‘ผอ.เขตราชเทวี-เจ้าหน้าที่’ หลังพบหลักฐานเอี่ยว รีดสินบนแลกเลี่ยงภาษี 40 ล้านบาท

ตำรวจ ป.ป.ป. เรียกสอบ ผอ.เขตราชเทวี และเจ้าหน้าที่ 11 คน ที่พบหลักฐานเชื่อมโยงกับหัวหน้าฝ่ายรายได้ สำนักงานเขตราชเทวี โดยการตรวจสอบพบกว่า 100 คดี ที่มีการเรียกรับผลประโยชน์

เมื่อวันที่ (11 เม.ย.2566) ผู้อำนวยการเขตราชเทวี เจ้าหน้าที่ธุรการ และเจ้าหน้าที่ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับหัวหน้าฝ่ายรายได้ สำนักงานเขตราชเทวี ถูกเชิญตัวมาให้ข้อมูล ในฐานะพยาน โดยมี พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ประสานพาเจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวน

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการตำรวจ ป.ป.ป. ระบุว่า การสอบเจ้าหน้าที่ทั้งหมดยังทำในฐานะพยาน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ธุรการหรือปรากฎชื่อในแผนผัง สมุดบันทึก หรือ เอกสารต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการไปตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการและสถานประกอบการในพื้นที่ตามที่ได้รับคำสั่ง จากนั้นก็ส่งรายชื่อให้กับหัวหน้าฝ่ายประเมินรายได้

พนักงานสอบสวนพบการเรียกรับผลประโยชน์แลกการเลี่ยงจ่ายภาษีจากผู้ต้องหา 100 คดี และพบผู้กระทำความผิดชัดเจนร่วมกับหัวหน้าฝ่ายประเมินรายได้อีก 1 คน เป็นลูกน้องคนสนิททำหน้าที่เก็บเงินและประสานงานกับผู้ประกอบการ

‘นันทิวัฒน์’ ซัด!! นักการเมืองค้าน ‘เกณฑ์ทหาร’ ลั่น!! มันคือการตัดมือตัดตีนตัวเองให้ต่างชาติย่ำยี

ตบปากพวกปลุก ‘เลิกเกณฑ์ทหาร’ อย่าหาเสียงด้วยการสร้างความอ่อนแอให้ประเทศ

(12 เม.ย.66) นายนันทิวัฒน์ สามารถ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘เกณฑ์ทหาร : ทำไม’ มีเนื้อหาดังนี้...

เกณฑ์ทหาร : ทำไม

ไม่เข้าใจ ทำไมนักการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองถึงได้คัดค้านและต่อต้านการเกณฑ์ทหาร ถึงขนาดเสนอให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร หรือต้องการให้ประเทศชาติอ่อนแอ

การเป็นทหารคือวิถีของลูกผู้ชาย ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้รับใช้ชาติ เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อชาติ เตรียมความพร้อมให้ตัวเองและกองทัพเผื่อยามที่ประเทศมีศึกสงคราม ทหารเกณฑ์จะได้รับการฝึกป้องกันตัว การใช้อาวุธ การฝึกความมีระเบียบวินัย ฝึกการรับฟังคำสั่ง สั่งให้ยิงต้องยิง ไม่หนีข้าศึกที่อยู่ตรงหน้า

นักการเมืองและคนที่ต่อต้านการเกณฑ์ทหารต้องตระหนักไว้ว่า ไม่มีประเทศใดในโลกนี้ที่ไม่มีกองทัพ นอกจากประเทศที่แพ้สงครามและถูกประเทศผู้ชนะห้ามไม่ให้มีกองทัพ และไม่มีประเทศใดไม่เผชิญภัยคุกคามความมั่นคงจากนอกประเทศ ยิ่งในสถานการณ์การเมืองโลกในปัจจุบัน ที่มีความตึงเครียดและการสู้รบดั่งที่เห็น

พลังอำนาจของชาติมาจากไหน แน่นอนต้องมาจากคนในชาติ สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าได้ทรงพระราชทานคำขวัญให้กองทหารเสือป่า ว่า “แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ ศัตรูกล้ามาประจัญ ก็อาจสู้ริปูสลาย”

หมายว่าอย่างไร หากต้องการความสงบภายใน ชาติต้องมีกำลังทหารที่พร้อมรบเพื่อป้องกันประเทศจากการรุกรานของต่างชาติ ประวัติศาสตร์ของไทยถูกรุกรานจากต่างชาติมาโดยตลอด เดชะบุญที่บูรพกษัตริย์ทรงมีความเข้มแข็งและสายพระเนตรที่กว้างไกลในการป้องกันประเทศ

‘ยังโอม’ ทุ่มกว่า 1.2 ล้านบาท ทำ MV เพลง ‘ธาตุทองซาวด์’ ชี้!! อยากเห็นเพลงไทยไปไกลระดับโลก ฝากรัฐหนุนวงการศิลปะไทย

อึ้ง!! MV ธาตุทองซาวด์ ‘ยังโอม’ เผยควักทุน 7 หลัก หวังโชว์ทั่วโลก ฝากถึงรัฐ หนุนวงการศิลปะไทย ฝันไปไกลเท่าเกาหลี ขอบคุณ 10 ล้านวิว

เมื่อวันที่ (11 เม.ย.66) ยังโอม (YOUNGOHM) แรปเปอร์ชื่อดัง เจ้าของเพลง ธาตุทองซาวด์ ที่กำลังฮอตสุดๆ รันทุกวงการ มิวสิควิดีโอ ที่เพิ่งเปิดตัวได้ 5 วัน ทะลุ 10 ล้านวิว จนติดเทรนด์อันดับ 1 ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “MV เพลงนี้ผมใช้เงินตัวเองลงไปประมาณ 1,200,000 บาท เป็น MV ที่ผมใช้เงินเยอะที่สุดในชีวิต…”

“ที่ผมต้องลงทุนเยอะขนาดนี้ เพราะอยากให้ทั้งโลกเขาเห็นว่าคนไทยก็เฟี้ยวเหมือนกันนะ คนไทยถ้าเอาจริง ๆ เราทำได้ทุกอย่าง เรามีความสามารถ เรามีศิลปินที่เก่งมาก ๆ ในทุก ๆ แขนงของศิลปะ”

“นี่ขนาดผมทำด้วยตัวคนเดียว ด้วยเงินตัวเองมันยังได้ขนาดนี้ ผมอยากจะรู้จริง ๆ ถ้าคนไทยได้รับการสนับสนุนจากรัฐหรือจากไหนสักที่ วงการศิลปะบ้านเราจะไปได้ไกลแค่ไหน แล้วจะนำพาประเทศเราไปได้ถึงจุดไหน จะไปได้ไกลเท่าเกาหลีมั้ยนะ”

“และนี่คือเสียงจากอดีตเด็กโรงเรียนวัดธาตุทองตัวเล็ก ๆ ที่อยากเห็นประเทศนี้เฟี้ยวกว่าเดิม 5 วัน 10,000,000 วิว ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ครับ”


ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_7608536

‘ตร.สืบสวน’ ซ้อนแผนรวบ ‘ตั้มฟองเบียร์’ หนุ่มมีรสนิยมใคร่เด็ก ลวง ด.ญ.อายุต่ำกว่า 15 ปี 3 ราย มีเพศสัมพันธ์-ถ่ายคลิปอนาจาร

(12 เม.ย. 66) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส. 4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ, ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น, ร.ต.อ.พลวัต นาคถมยา, ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพ, จ.ส.ต.เอกวุฒิ เชื้อโชติ, ส.ต.ท.จิรวัฒน์ ศรีมั่นมีชัย ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) จับกุม นายศรัณย์ หรือฉายา ‘ตั้มฟองเบียร์’ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดศรีษะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ จ.228/2566 ลงวันที่ 27 มี.ค. 66

ข้อหา “ปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา” โดยชุดจับกุมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่า “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” จับกุมได้ที่ ริมถนนในซอยเอกชัย 64/5 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน จังหวัดกรุงเทพเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจาก ชุดลาดตระเวนออนไลน์ของสืบนครบาล ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายรายหนึ่งผ่านเฟซบุ๊กเพจ สืบสวนนครบาล IDMB โดยผู้เสียหายแจ้งว่า ลูกสาววัย 11 ปี นักเรียนชั้นป.6 ถูกคนร้ายซึ่งมีศักดิ์เป็น ‘อดีตน้าเขย’ พาตัวหนีออกไปจากบ้านกว่า 11 วัน และกระทำชำเราจำนวนหลายครั้ง ซึ่งตนแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม

ปัจจุบันออกหมายจับคนร้ายรายนี้แล้ว แต่ยังลอยนวล เกรงว่าลูกสาวจะไม่ปลอดภัย แล้วอาจจะถ่ายคลิปโป๊เก็บไว้ จากตรวจสอบแล้วคือ นายศรัณย์ อายุ 30 ปี ชาว อ.พยุห์ จ.ศรีษะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ จ.228/2566 ลงวันที่ 27 มี.ค.66 โดยผู้เสียหายขอความช่วยเหลือให้ช่วยติดตามจับกุมตัวโดยเร็ว เพราะครอบครัวของผู้เสียหายไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้ ต้องอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวว่า คนร้ายจะมาพาตัวลูกสาวไปอีก

หลังรับแจ้งทีมนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมได้ตรวจสอบประวัติของ น.ส.ศรัณย์ พบประวัติเคยต้องโทษกว่า 4 คดี 1.) พ.ศ. 2553 เคยถูกดำเนินคดีในข้อหา “พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล” 2.) พ.ศ. 2555 เคยถูกดำเนินคดีในข้อหา “ใช้สารระเหย” 3.) พ.ศ. 2558 เคยถูกดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง” และ 4.) พ.ศ. 2558 เคยถูกดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย”

พล.ต.ต.ธีรเดช จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) ลงพื้นที่โดยเริ่มจากการเข้าไปพบปะพูดคุยกับครอบครัวของเหยื่อ จนทราบข้อมูลว่าหลังจากที่ครอบครัวของเหยื่อพากันไปแจ้งความ นายศรัณย์หลบหนีไปไม่สามารถติดตามตัวได้ จนกระทั่ง ตนลงมาควบคุมการปฏิบัติด้วยตนเองและเปิดแผนปฏิบัติการสุดคลาสสิค คือการใช้ ‘นางนกต่อ’ ติดต่อไปหา นายศรัณย์จนกระทั่งสามารถตกลงนัดหมายได้

กระทั่งเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 66 เวลา 18.40 น. เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายศรัณย์เดินทางมา ณ จุดนัดหมาย ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่แล้ว ผบก.สส.บช.น. นำกำลังชุดสืบสวนนครบาลเข้าจับกุมตัว นายศรัณย์ตามหมายจับ โดยจับกุมขณะกำลังนั่งรอเด็กนกต่ออยู่ริมถนน ในซอยเอกชัย 64/5 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ

จากการสอบสวนนายศรัณย์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนยอมรับว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเหยื่ออายุ 11 ปี กระทั่งมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่อเดือน ม.ค.66 บนรถที่ตนใช้ทำงาน และหลังจากนั้นก็มีเพศสัมพันธ์กันอีกหลายครั้ง

กระทั่งทางบ้านของเหยื่อจับได้และมาติดตาม ตนจึงพาเหยื่อ 11 ปี รายนี้หลบหนีไปอยู่ที่อื่นเป็นเวลากว่า 11 วัน และสุดท้ายเหยื่อก็ขอกลับบ้าน ตนก็ได้ปล่อยไป และยังยอมรับอีกว่านอกจากเหยื่อรายนี้ยังมี เด็กหญิงวัย 15 ปี อีกคนหนึ่ง ซึ่งตนคบหากันเป็นแฟนและเคยมีเพศสัมพันธ์ด้วยกันมาแล้ว

โดยตั้งใจจะคบเป็นภรรยาทั้ง 2 คน และในอดีตตนเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์ ซึ่งตอนนั้นตนมีความสัมพันธ์กับเด็กหญิงอายุ 14 ปี ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบว่าตนชอบเด็กเพราะอะไร และยอมรับว่าเคยถ่ายคลิประหว่างการมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อรายอายุ 15 ปี ไว้ในโทรศัพท์ แต่ไม่ได้ไปเผยแพร่ที่ไหน”

ชุดสืบสวนขยายผลการจับกุมจนพบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของ นายศรัณย์คือคลิปโป๊ ซึ่งเป็นการบันทึกภาพระหว่างมีเพศสัมพันธ์กับเหยื่อจริง และยังมีภาพลักษณะวาบหวิวของเหยื่ออีกด้วย จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมว่า “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ดำเนินคดีตามกฏหมาย

‘อดีตผู้ว่าการ ธปท.’ ชี้ นโยบายแจกเงิน ก่อหนี้โดยไม่จำเป็น จวก!! ไร้ความรับผิดชอบ ทำ ปชช.ขาดวินัย-ทักษะทางการเงิน

(11 เม.ย. 66) นางธาริษา วัฒนเกส อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เขียนข้อความเรื่องภาระการคลังของการแจกเงิน โดยระบุว่า…

ประชากรอายุ 16 ปีขึ้นไปมีประมาณ 85% ของประชากร 67,000,000 คนจึงเทียบเท่ากับประมาณ 55,000,000 คน แจกให้คนละ 10,000 บาท เทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายทั้งหมด 550,000 ล้านบาท

ถามว่าจะเอาค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาจากไหน?

ถ้าเงิน 550,000 ล้านบาทที่ใช้จ่ายออกไปมีการเก็บภาษีวีเอที 7% เต็มเม็ดเต็มหน่วยก็จะได้ภาษี 38,500 ล้านบาท แต่จริง ๆ เป็นไปไม่ได้ที่จะเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะร้านขายของในละแวกบ้าน นอกอาจจะเป็นร้านเล็ก ๆ ยังไม่อยู่ในระบบภาษี แต่เอาเถอะยกผลประโยชน์ให้ว่าเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะเขาอาจจะโต้แย้งได้ว่าเงิน 550,000 ล้านบาทสามารถหมุนได้หลายรอบ ก็จะเก็บภาษีได้หลายรอบ และบริษัทที่ผลิตสินค้าขายได้มากขึ้นก็น่าจะเก็บภาษีนิติบุคคลได้มากขึ้น

ดังนั้น ยังต้องหาเงินมาโปะส่วนที่ขาดอีก 511,500 ล้านบาท ปัดตัวเลขกลมๆเป็น  500,000 ล้านบาทเลยก็ได้ ถ้าไม่ขึ้นภาษีก็ต้องเบียดมาจากการใช้จ่ายรายการอื่น ๆ ซึ่งไม่น่าจะเบียดมาได้มากนัก เพราะตัวเลข 500,000 ล้านบาทนี้ เทียบเท่ากับ 17 ถึง 18% ของงบประมาณคาดการณ์ของปี 2023 จึงเป็นสัดส่วนไม่น้อย เมื่อหาเงินหรือลดค่าใช้จ่ายรายการอื่นไม่ได้ ก็ต้องกู้มาโปะส่วนที่ขาดดุลมากขึ้นนี้

อัตราส่วนหนี้ต่อจีดีพีในปี 2023 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 61.36% ถ้าต้องกู้มากขึ้นอีก 500,000 ล้านบาทสัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 2.8% รวมเป็น 64.16%

เราเคยตั้งเป้าว่าสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีจะไม่ให้เกิน 60% แต่ช่วงที่ผ่านมาเราต้องประคับประคองเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด จึงยอมให้สัดส่วนนี้สูงเกิน 60% และมีเป้าหมายจะดึงลงมาให้อยู่ในระดับ 60% โดยเร็ว

นโยบายแจกเงินนี้มีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ในปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจจะโตประมาณ 3 ถึง 4% โดยมีตัวช่วยคือการท่องเที่ยว ที่ผ่านมาในช่วงโควิดรัฐบาลได้ใช้เงินไปในการพยุงเศรษฐกิจมามากพอแล้ว ปีหน้าจึง​ไม่มีความจำเป็นที่ต้องกระตุ้นต่อเนื่อง และการจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตโดยการใช้จ่ายเป็นวิธีที่ไม่รับผิดชอบ (ยกเว้นในกรณีจำเป็น อย่างเช่นในช่วงโควิดที่หัวรถจักรทางเศรษฐกิจตัวอื่น ๆ ไม่ทำงาน) เพราะใช้แล้วก็หมดไป ไม่มีผลในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top