Wednesday, 15 July 2026
Hard News Team

'แก้วสรร' ถาม 'แจกเงินดิจิทัล สินบนเลือกตั้ง’ หรือเป็น ‘นโยบายงี่เง่า’ โดยสุจริตเท่านั้น

'แก้วสรร' ออกบทความด่วน แจกเงินดิจิทัล: สินบนเลือกตั้ง? ตั้งคำถาม กกต. น่าจะไต่สวนให้ละเอียดว่า โครงการเป็นสินบนเลือกตั้ง หรือนโยบายงี่เง่าโดยสุจริตเท่านั้น
.
(12 เม.ย.66) นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ออกบทความเรื่อง ‘แจก ‘เงินดิจิทัล’ : สินบนเลือกตั้ง???’ ในรูปแบบถาม-ตอบ มีเนื้อหาว่า...

ถาม: ‘เงินดิจิทัล’ หนึ่งหมื่นบาท ที่เพื่อไทยประกาศจะแจกให้ทุกคนนั้น มัน เป็น ‘นโยบาย’ หรือ ‘สินบนเลือกตั้ง’?
ตอบ: ตามความเข้าใจของผมนั้น ‘เงินดิจิทัล’ ของเพื่อไทย ก็คล้ายกับคูปอง ที่เราต้องซื้อเวลาไปศูนย์อาหารตามห้างสรรพสินค้า ซื้อมาแล้วก็ใช้ได้ แต่ซื้ออาหารในศูนย์นั้นเท่านั้น...เงินดิจิทัลที่เพื่อไทยจะแจกก็เหมือนกัน คือ แจกให้ทุกคนที่อยู่ในเขตชุมชนรัศมี 4 กิโล ให้ได้คูปองไปซื้อหาสินค้าในวงสี่กิโลเมตรนี้ได้ โดยเขาอ้างว่า นี่คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนสี่กิโลเมตร ใครขายของได้เงินดิจิทัลหรือคูปองนี้มา ก็เอามาขึ้นเงินจากงบประมาณแผ่นดินได้ในที่สุด โดยทั้งหมดนี้ต้องยุติใน 6 เดือน

ถาม: โครงการทั้งแผ่นดิน ให้สิทธิผู้คนถึง 55 ล้านคน วงเงิน 5 แสนล้านอย่างนี้ บริหารจัดการได้อย่างไร?
ตอบ: ก็ทำได้โดยอาศัยระบบออนไลน์ ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะนั่นแหละครับ

ถาม: มันต่างจากเงินที่ได้เปล่าอื่นๆ สมัย นายกฯ ตู่อย่างไร?
ตอบ: มันมุ่งจ่ายเมื่อมีธุรกรรมซื้อขายเกิดขึ้นเหมือนกัน แต่ไม่ใช่จ่ายคนละครึ่ง เขาจ่ายให้หมดเลย แล้วของเพื่อไทยนั้นจ่ายโดยไม่มีเหตุเศรษฐกิจซบเซา ในช่วงโควิด หรือช่วยคนจนเลย อยู่ดีๆ ก็จ่ายให้ไปซื้อของ อ้างว่ามุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ผู้คนจะรวยหรือจนก็ได้เงินหมด ขอให้เอาไปจับจ่ายในรัศมีสี่กิโลเมตรก็พอแล้ว...ข้อที่มุ่งกระตุ้น ‘การจับจ่ายในพื้นที่’ นี่แหละครับ ที่ทำให้แจกดะทุกคน ทุกหนแห่งเลย

ถาม: ถ้าผมไปเป็นผู้สมัคร ส.ส. แล้วประกาศว่า ชนะเลือกตั้งเมื่อไหร่ ห้างเดอะมอลล์จะแจกคูปองอาหารให้พี่น้อง 6 เดือนเลย อย่างนี้ผมผิดกฎหมายเลือกตั้งฐานสัญญาว่าจะให้ไหม?
ตอบ: ผิดครับ คุณจะให้เองหรือเดอะมอลล์ให้ ก็ผิดเหมือนกัน

ถาม: ถ้าผิด อย่างนั้นสัญญาว่าชนะเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลจะแจกเงินดิจิทัลให้ทุกคน อย่างนี้ก็ต้องผิดเหมือนกันใช่ไหม?
ตอบ: เขาต้องยกข้อต่อสู้ว่า นี่คือเงินรัฐที่จ่ายตามนโยบายสาธารณะ ไม่ใช่สินบนซื้อเสียง

‘ฮ่องกง’ ประเดิมจัด ‘สงกรานต์’ หลังชะงักไป 3 ปี พร้อมสารพัดกิจกรรม ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมไทย

ฮ่องกง, 11 เม.ย. (ซินหัว) — ประชาชนจำนวนไม่น้อยเข้าร่วมกิจกรรมสาดน้ำเคล้าเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ตามประเพณีไทย บริเวณถนนเฉิงหนาน ย่านเกาลูน เขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน เมื่อวันอาทิตย์ (9 เม.ย.) ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่าบริเวณรอบถนนเฉิงหนานของฮ่องกงได้ชื่อว่าเป็น “เสี่ยวไท่กั๋ว” (ประเทศไทยขนาดเล็ก) เนื่องจากมีชาวไทยอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยผู้คนไม่ว่าเด็กน้อยหรือผู้ใหญ่ ไม่ว่ามาจากแห่งหนไหน ต่างสาดน้ำเล่นกันอย่างคึกคัก แสดงความเบิกบานใจและส่งมอบคำอวยพรให้แก่กัน

รัฐบาลทหารพม่า สั่งโจมตีทางอากาศ พิกัด สนง. ใหม่ กองกำลังต่อต้านรัฐบาล

รัฐบาลทหารพม่าสั่งโจมตีทางอากาศ กลางพิธีเปิดสำนักงานใหม่กองกำลังต่อต้านรัฐบาล ทำยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 50 ราย 

เมื่อวันอังคาร (11 เมษายน 66) สื่อพม่ารายงานข่าวด่วน การโจมตีทางอากาศของกองทัพรัฐบาลทหารพม่าในหมู่บ้านปาซี จี ในจังหวัด ซะไกง์ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของพม่า เวลาประมาณ 8.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในขณะที่กำลังมีพิธีเปิดสำนักงานใหม่ของกลุ่มกองกำลังป้องกันประชาชน (People's Defence Force) ภายในศาลาว่าการชุมชนประจำหมู่บ้าน ความรุนแรงของการโจมตี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 53 คน ในจำนวนนั้นนี้ผู้หญิง 15 คน และเด็กๆ จำนวนหนึ่ง  

ทั้งนี้ กองกำลังป้องกันประชาชน เป็นกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่จัดตั้งขึ้นหลังเหตุรัฐประหารในพม่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 มีเป้าหมายเพื่อโจมตีกองทัพรัฐบาลทหารพม่า โดยมีสมาชิกเป็นประชาชนจากหลากหลายพื้นฐาน ทั้งแรงงาน, แม่บ้าน, นักธุรกิจ และ กลุ่มเยาวชน เน้นการใช้ยุทธวิธีแนวกองโจร ปัจจุบันเป็นกองกำลังส่วนหนึ่งภายใต้การดูแลของ รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ที่รัฐบาลของนายพล มิน อ่อง หล่าย ขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรก่อการร้าย

สำหรับเหตุการณ์นี้ ทาง รัฐบาลทหารพม่า ได้ยืนยันการโจมตีทางอากาศในหมู่บ้าน ปาซี จี ว่าเกิดขึ้นจริง แต่ปฏิเสธว่า ไม่ได้มีเป้าหมายที่ชุมชนของพลเรือน และผู้เสียชีวิตไม่ได้เกิดจากโจมตีของฝ่ายกองทัพเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากแรงระเบิดของคลังเก็บดินปืนของกลุ่มกองกำลังป้องกันประชาชน ที่ใช้ในอุตสาหกรรมทำเหมืองภายในพื้นที่ คาดว่าน่าจะปะทุขึ้นจากแรงระเบิดที่ทิ้งลงมาจากเครื่องบินรบของกองทัพ

ชาวบ้านผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เล่าว่า มีการทิ้งระเบิดลูกใหญ่กลางศาลาว่าการชุมชน ต่อด้วยการกราดยิงจากปืนกลลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ในขณะที่ชาวบ้านกำลังหนีออกจากอาคารที่ถูกทำลาย

ด้าน วอลเกอร์ เทิร์ค หัวหน้าฝ่ายสิทธิแห่งองค์การสหประชาติ กล่าวว่า เขารู้สึกสยดสยองกับการโจมตีทางอากาศอันโหดร้ายครั้งนี้ เนื่องจากในจำนวนเหยื่อผู้เสียชีวิต มีกลุ่มเด็กนักเรียนที่กำลังร้องรำบนเวที ในพิธีที่จัดขึ้นในหมู่บ้าน และเรียกร้องให้หน่วยงานสากลไต่สวนหาผู้รับผิดชอบอย่างถึงที่สุด

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ออกมาประณามการโจมตีของกองทัพพม่าอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน และย้ำให้ยุติการใช้ความรุนแรงกับประชาชนพม่าทั่วประเทศโดยทันที 

การโจมตีทางอากาศครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ร้ายแรงที่สุดอีกครั้งของการใช้กำลังทางทหารกับพลเรือนพม่า และหากนับตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหาร ปี 2564 ในพม่า ที่ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองทั่วประเทศ มีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายพันคน และมีประชาชนอีกราว 1.4 ล้านคนต้องละทิ้งที่อยู่อาศัย 

‘บิ๊กป้อม’ ตอบปม ‘สวัสดิการผู้สูงอายุ’ ยัน!! ทุกคนในพรรคช่วยกันคิดมาอย่างดีแล้ว

(12 เม.ย.66) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ กับ สรยุทธ สุทัศนจินดา ในกรรมกรข่าว เปิดอกคุย 'บิ๊กป้อม' โดยระบุถึง สวัสดิการผู้สูงอายุ ว่า…

"ถามว่าทำไม สวัสดิการผู้สูงอายุ (3 พัน/4พัน/5พัน) ไม่ทำในรัฐบาลนี้เลย เพราะผมไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีไง และเราก็มั่นใจนโยบายนี้ เพราะทุกคนในพรรคช่วยกันคิดมาอย่างดีแล้ว มีที่มาของเงินที่จะนำมาบริหารจัดการแล้ว"


ที่มา: https://www.youtube.com/live/ijlLuYGHe9k?feature=share 
 

สมุทรปราการ- เบอร์ 6 มาแล้ว!! “ดร.ยงยุทธ” ผู้สมัคร สส.เบอร์ 6 ลุยหาเสียงพบปะพี่น้องในชุมชน ลั่น!! ก้าวข้ามความขัดแย้ง มุ่งมั่นพัฒนาสมุทรปราการ

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร ผู้สมัคร สส.เบอร์ 6 เขต 2 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่องภายในชุมชนพื้นที่ เขต 2 สมุทรปราการ ประกอบด้วย ต.บางปู ต.บางปูใหม่ ต.แพรกษา และ ต.ท้ายบ้านใหม่ โดยพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในชุมชนต่างๆ พร้อมทั้งรับฟังปัญญาและพร้อมหาทางออกเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขต 2 สมุทรปราการ ซึ่งการลงพื้นที่หาเสียงในครั้งนี้มีประชาชนจำนวนมากมาคอยให้กำลังใจ พร้อมทั้งส่งเสียงเชียร์อย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง ยังมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขเพื่อพัฒนาพื้นที่สมุทรปราการให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป โดยยึดมั่นอุดมการณ์ขอก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่

‘มาดามเดียร์’ กระทุ้งรัฐหนุนส่งออกอุตสาหกรรมบันเทิง ชูนโยบายกองทุนไอเดียหมื่นล้านปั้น Soft Power ไทย

(12 เม.ย.66) น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แชร์โพสต์ของ YOUNGOHM ศิลปินเจ้าเพลง ‘ธาตุทองซาวด์’ ที่กำลังเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ที่โพสต์ถึงความสำเร็จของเพลงนี้ที่ตัวเองลงทุนไปด้วยเงินส่วนตัว 1,200,000 บาทยังดังขนาดนี้ แล้วถ้าได้รับการสนับสนุนจากรัฐหรือคนไทยจะดังกว่านี้แค่ไหน ลงในเพจ ‘เดียร์ วทันยา บุนนาค’ มีเนื้อหา ระบุว่า…

“คนไทยไม่แพ้ชาติไหนในโลก!!! นอกจากแพ้กันเอง เบื่อแล้วที่ต้องนั่งดูคนที่มีความสามารถผลักดันตัวเองจนโด่งดัง แล้วสุดท้ายก็มานั่งเคลมว่าเป็นความภูมิใจของคนในชาติ”

'พลังประชารัฐ' ล้มดีลลับ 'เพื่อไทย' แค่เกมปรับกระบวนท่า ดูลมบนการเมือง

ทำเอาวงการการเมือง 'ช็อกซีนีมา' ไปพอประมาณ เมื่อไพบูลย์ นิติตะวัน มือกฎหมายและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาแถลงเสียงดังฟังชัดเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ว่า พรรคพลังประชารัฐจะไม่ขอร่วมงานทางการเมืองหรือร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย....

เหตุเพราะพรรคก้าวไกลนั้นมีจุดยืนชัดเจนที่จะแก้มาตรา 112 ซึ่งพลังประชารัฐไม่เห็นด้วย ส่วนพรรคเพื่อไทยก็ไม่แสดงจุดยืนที่ชัดเจน อีกทั้งกรณีการเสนอนโยบายแจกเงินดิจิตัล 1 หมื่นบาท ถือเป็นนโยบายที่อันตรายสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาใหญ่...

หะแรก...ทั้งนักข่าวและคนโตในพรรคให้ค่าเพียงความเห็นส่วนตัวของไพบูลย์ แต่วันที่ 11 เม.ย.เมื่อ 'ลุงป้อม' พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกมาปั๊มตราประทับรับรองสั้นๆว่า "นโยบายไม่ตรงกัน..."

ผู้สันทัดกรณีแทบจะวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า...ความพยายามเดินทางแนวทางสายกลางในนามของการ 'ก้าวข้ามความขัดแย้ง' ทำให้ผู้คนไม่น้อยตีความและเชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐมีดีลลับจะร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยนั้น รังแต่จะทำให้พรรคตกต่ำในสถานการณ์ที่กระแสหลักของการเลือกตั้งเริ่มโน้มเอียงถูกลากไปในทางการเมืองสองข้างสองขั้ว...คล้ายๆ กับปี 2562...เอาทักษิณกับไม่เอาทักษิณ...อะไรประมาณนั้น...

“เราถูกกล่าวหามาโดยตลอดเรื่องดีลลับว่าจะจับมือกับพรรคเพื่อไทย ตอนแรกคิดว่าจะค่อยๆ เงียบหาย แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น วันนี้ก็เลยต้องประกาศให้ชัด...” นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของไพบูลย์   

แต่ทั้งนี้นายไพบูลย์ก็ยืนยันว่าลุงป้อมและพรรคพลังประชารัฐยังยึดมั่นในแนวทางก้าวข้ามความขัดแย้ง...และมั่นใจว่าถึงอย่างไรลุงป้อมก็จะได้รับการโหวตจากรัฐสภาให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 อย่างแน่นอน...

“บิ๊กจ๋อ” นำทีมสืบนครบาล ซ้อนแผนรวบ “ตั้มฟองเบียร์” หนุ่มจิตวิปลาส “ชอบกินเด็ก” เคยต้องคดีพรากผู้เยาว์-ยาเสพติด

วันที่ 12 เมษายน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.  สั่งให้พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.  นำทีม พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังชุดสืบสวนติดตามจับกุม นายศรัณย์ จันทศรี หรือฉายา “ตั้มฟองเบียร์” อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/1 ม.1 ต.ตำแย อ.พยุห์ จ.ศรีษะเกษ ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ จ.228/2566 ลงวันที่ 27 มี.ค. 66 ข้อหา ปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบหาปีไปเสียจากบิดามารดา และแจ้งข้อหาเพิ่ม“ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” จับได้ที่ ริมถนนในซอยเอกชัย 64/5 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน จังหวัดกรุงเทพ

พฤติการณ์สืบเนื่องจาก ชุดลาดตระเวนออนไลน์ของสืบนครบาลได้รับแจ้งจากผู้เสียหายรายหนึ่งผ่านเฟสบุ๊คเพจ สืบสวนนครบาล IDMB โดยผู้เสียหายได้แจ้งว่า บุตรสาววัย 11 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ได้ถูกคนร้ายซึ่งมีศักดิ์เป็น “อดีตน้าเขย” พาตัวหนีออกไปจากบ้านกว่า 11 วัน และมีการกระทำชำเราจำนวนหลายครั้ง โดยได้แจ้งความไว้ที่ สน.ท่าข้าม 
ซึ่งตำรวจได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว แต่ยังลอยนวลเกรงว่าลูกสาวจะไม่ปลอดภัย แล้วอาจจะมีการถ่ายคลิปโป๊เก็บไว้  

จากตรวจสอบประวัติ นายศรัณย์ จันทศรี เคยต้องโทษกว่า 4 คดี พ.ศ. 2553 ถูกดำเนินคดีในข้อหา “พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล” พ.ศ. 2555 ถูกดำเนินคดีข้อหา “ใช้สารระเหย”  พ.ศ. 2558 ถูกดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง”  และพ.ศ. 2558 ถูกดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย”

ภายหลังรับแจ้งและวิเคราะห์ข้อมูล พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ได้สั่งการใก้ชุดสืบสวนตามจับคนร้ายรายนี้ให้ได้โดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยและอนาคตของเหยื่อที่เป็นเด็กเพียง 11 ปี โดยเปิดแผนปฏิบัติการใช้ “นางนกต่อ” ติดต่อไปหา นายศรัณย์ฯ เพื่อนัดหมาย บริเวณที่มีเจ้าหน้าที่ดักซุ่ม ก่อนจะเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด 

‘กกต.’ โดนทัวร์ลงหนัก!! หลังแห่ดูงานต่างประเทศ สับ!! ใช้งบสูงลิ่ว-เวลาไม่พอพิจารณาเรื่องสำคัญ

กกต.แห่ดูงานต่างประเทศ นัดประชุมอีกครั้งปลายเดือน โดนวิจารณ์แซดไม่เหมาะสม พิจารณาขยายลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ทัน รวมทั้งไม่สามารถวินิจฉัยนโยบายประชานิยมพรรคการเมือง เพราะเวลาไม่พอ

วันนี้ (12 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่ขณะนี้มีกระแสเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)วินิจฉัยนโยบายหาเสียงประชานิยมของพรรคการเมืองว่าสามารถทำได้หรือไม่ รวมทั้งมีข้อเรียกร้องให้ กกต.พิจารณาขยายระยะเวลาการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่มเติม เนื่องจากวันสุดท้ายของการทะเบียนเกิดปัญหาระบบล่ม แต่มีรายงานว่าขณะนี้ กกต.ทั้ง 6 คน ไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย โดยทยอยเดินทางไปดูการเตรียมการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่ช่วงวันที่ 4 เม.ย. โดยนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ และนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี เดินทางไปประเทศฮังการีและสโลวาเกีย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เดินทางไปประเทศแอฟริกา นายปกรณ์ มหรรณพ เดินทางไปประเทศเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์

‘ติอาโก เตเซรา’ ได้รับสัญชาติ ‘กัมพูชา’ แล้ว พร้อมเผย!! “ขออยู่ที่ดินแดนแห่งนี้ไปตลอดชีวิต”

กลายเป็นพลเมืองเขมรโดยสมบูรณ์ 😅

ควันหลงหลัง ติอาโก เตเชรา นักชกชาวบราซิล ขวัญใจชาวกัมพูชาที่โดน สภามวยไทยโลก WMO (World Muaythai organization) ริบตำเเหน่งแชมป์ แถมถูกแบนจากกิจกรรมขอองค์กรมวยไทยโลกทั้งหมด หลังทำวงการเสื่อมเสียจากการขึ้นชกไฟต์ที่ที่ประเทศเยอรมัน

ซึ่งก่อนหน้านี้มีการยืนยันจาก สเร จันทร รองประธานกิตติมศักดิ์สหพันธ์มวยกัมพูชา ว่า สมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา มอบเงินให้กับ ติอาโก เตเชรา 20,000 เหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 7 แสนบาท พร้อมกับให้สัญชาติเป็นคนกัมพูชาโดยถูกต้องตามกฎหมาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top