Wednesday, 15 July 2026
Hard News Team

'โบว์-ณัฏฐา' ชี้!! นโยบายแจกเงิน เหมาะใช้ยามวิกฤต ถ้ารอเวลาแจกได้ ไม่ใช่ 'วิกฤต' แต่เป็นการ 'หาเสียง'

(13 เม.ย.66) คุณโบว์-ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

นโยบายประเภทแจกเงินเยอะๆ หว่านทั่วประเทศแบบ Helicopter Money มันเอาไว้ใช้ในยามวิกฤตจริงๆ แบบที่ต้องทำต้องใช้เดี๋ยวนั้นเลย จึงได้เห็นว่าช่วงโควิดมีหลายประเทศทำแบบนี้ ซึ่งดี 

แต่ประเภทบอกล่วงหน้าแล้ว กว่าจะได้แจกจริงๆ อีกเกือบปี (รวมเวลาเลือกตั้งและฟอร์มรัฐบาลก่อนนับหนึ่งดำเนินการ) นี่ ไม่มีใครเขาทำกัน เพราะถ้ารอเวลาได้นานขนาดนั้น ก็แปลว่ามันไม่ใช่ “วิกฤต” แล้ว

ที่ประกาศมา จึงมีไว้เพื่อเหตุผลหลักคือ “หาเสียง” ใครอยากได้เงิน ก็เอาเสียงมา ก็เท่านั้น

เข้าใจให้ตรงกันอย่างนี้ ก็ไม่ต้องไปถกเถียงกันในรายละเอียดให้เสียเวลาค่ะ

หนักกว่าหว่านแจกเป็นหมื่น คือ การเติมเงินแจกให้ทุกครอบครัวมีรายได้ครบสองหมื่นนะ มันจะคุมงบประมาณไม่ได้เลย เพราะไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าใครบ้างจะเลือกนอนอยู่บ้านแล้วรอให้รัฐเลี้ยงด้วยเงินสองหมื่นไปเรื่อยๆ 

อันนี้ก็ไม่ต้องพยายามไปถกเถียงกันเช่นกัน เพราะเหตุผลหลักก็เหมือนข้อแรก

จบ.


ที่มา: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0icMCGmYefAzRPwk5LmnJxkEa7wLrfgPqpn5MzZNwLi67e2Auz8hXVmnUXvCZTLPXl&id=575635818&mibextid=Nif5oz

เปิดพิกัด!! ทำบัตรปชช. ผ่าน 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS แนะ!! จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน ‘BMA Q’

รองโฆษกรัฐบาล เผย ทำบัตรปชช.ที่ 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS สะดวกรวดเร็ว แนะ จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน BMA Q 

(13 เม.ย.66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนที่ต้องการ ทำบัตรประชาชน สามารถทำบัตรประชาชนได้บนสถานีรถไฟฟ้า

บีทีเอส (BTS) ผ่านจุดบริการด่วนมหานครที่กำหนดทั่วกรุงเทพฯ มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 100 บาท สามารถจองคิวล่วงหน้า ผ่านแอปพลิเคชัน ‘BMA Q’ ดาวน์โหลดฟรี ได้ทั้งสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android และเช็กจำนวนคิวผ่านแอปฯ ดังกล่าวได้แบบเรียลไทม์ โดยนำบัตรประชาชนใบเดิมไปติดต่อ ซึ่งระหว่างการทำบัตรประชาชนจะมีขั้นตอนของการสแกนลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตน หากใครไม่มีบัตรประชาชน หรือยังไม่เคยมีบัตรประชาชน ต้องการไปทำบัตรครั้งแรก หรือบัตรเดิมหาย ให้นำเอกสารยืนยันตัวตนที่หน่วยงานราชการออกให้ ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย เช่น หนังสือเดินทาง, บัตรนักเรียน, เอกสารบัตรหาย เป็นต้น โดยมีจุดบริการด่วนมหานคร (Bangkok Express Service) ให้บริการบนสถานีต่าง ๆ ดังนี้ 

1.ทำบัตรประชาชน BTS อุดมสุข : ทางออก 4 (Exit 4) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-399-3499 
2.ทำบัตรประชาชน BTS วงเวียนใหญ่ : ทางออก 1 (Exit 1) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-440-1604
3. ทำบัตรประชาชน BTS หมอชิต : ทางออก 2 (Exit 2) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-272-5346

วันเสาร์ - วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ : เปิดทำการเวลา 10.00 - 18.00 น. ส่วนวันทำการวันจันทร์ - วันศุกร์ : เปิดให้บริการเวลา 10.00 - 19.00 น. 

ทั้งนี้ประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจาก บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.bts.co.th หรือที่ @btsskytrain คลิก bit.ly/2TUzZXH หรือโทร. 02 6177300

‘ศิริกัญญา’ ลุยปทุมธานี อ้อนประชาชนหนุนก้าวไกล ชวนบอกต่อคนที่บ้านกา 2 ใบ การเมืองไทยเปลี่ยนแปลง

(13 เม.ย.66) พรรคก้าวไกลได้จัดแคมเปญ ‘ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล’ เพื่อเชิญชวนประชาชนที่เห็นด้วยกับแนวทางการทำงานและนโยบายของพรรคก้าวไกล ช่วยเชิญชวนบอกต่อให้คนในครอบครัวและคนที่บ้านลงคะแนนให้พรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยแคมเปญนี้กระจายการประชาสัมพันธ์ไปในหลายพื้นที่ เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา

สำหรับจังหวัดปทุมธานี ได้รณรงค์แคมเปญด้วยการปราศรัยบนรถแห่ เริ่มที่หน้าศูนย์ประสานงานของเชตวัน เตือประโคน ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 6 (เบอร์ 4) ไปจนถึงป้ายรถเมล์หน้าห้างเซียร์รังสิต ป้ายรถเมล์หน้าห้างโบ๊เบ๊ทาวเวอร์รังสิต ก่อนที่ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล จะนำแจกแผ่นพับใบปลิวแคมเปญให้แก่ประชาชนที่กำลังจะเดินทางกลับบ้าน ที่ท่ารถตู้ต่างจังหวัดตรงข้ามห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต

ศิริกัญญากล่าวว่า เนื้อหาในแผ่นพับระบุ 5 กิจกรรมที่ชวนให้ประชาชนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ได้เริ่มเชิญชวนเพื่อนพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ในภูมิลำเนา ให้หันมากาพรรคก้าวไกล โดยกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย...

1. ส่งต่อข้อมูลนโยบายพรรค ให้เพื่อนและญาติ ในรูปแบบแผ่นพับออนไลน์
2. เปลี่ยนกรอบรูปประจำตัวบนโซเชียลมีเดียของเราให้เป็นกรอบ 'กา x ก้าวไกล'
3. สร้างป้ายหาเสียงของคุณผ่านเว็บไซต์และแชร์ให้ทุกคนได้รู้
4. ท้าประลองกับคนที่บ้านว่าใครรู้ลึกรู้จริงนโยบายก้าวไกล
5. ใช้โซเชียลมีเดียปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ ช่วยกันแชร์และเชียร์พรรคก้าวไกลผ่านแฮชแท็ก #ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล #กาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิม #พิธา และ #พรรคก้าวไกล

"เนื่องจากในช่วงสงกรานต์ ประชาชนจะเดินทางกลับบ้านหรือท่องเที่ยว จึงเป็นที่มาของแคมเปญนี้ วันนี้ได้ร่วมกับผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ทั้ง 7 เขต ในการพูดคุย แนะนำนโยบายพรรค และแนะนำแคมเปญให้ประชาชนที่จะเดินทางกลับบ้าน หลายคนที่รู้จักนโยบายพรรคอยู่แล้ว ก็ได้ให้กำลังใจ โดยหลังจากผ่านช่วงสงกรานต์ไป จะเป็นโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ตอนนี้ทุกคนทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเพิ่มคะแนนเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลและผู้สมัครของเราให้มากที่สุด” ศิริกัญญากล่าว

นอกจากแนะนำแคมเปญ ศิริกัญญาได้แนะนำนโยบายของพรรคก้าวไกล เช่น ขึ้นค่าแรงทันที 450 บาทต่อวัน มีระบบเพิ่มขึ้นทุกปี, กระจายอำนาจให้ทุกจังหวัดมีผู้ว่าฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง, เบี้ยเด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน, เบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน มีระบบดูแลผู้ป่วยติดเตียง

‘บิ๊กป้อม’ อวยพรคนไทย ให้สำเร็จทุกความปรารถนา พร้อมชูความสำคัญ ‘วันผู้สูงอายุ–วันครอบครัว’ ผ่านนโยบาย ‘พปชร.’

‘บิ๊กป้อม’ อวยพรสงกรานต์ ให้ปชช. มีความสุข-พ้นทุกข์ รับปีใหม่ไทย เดินทางปลอดภัย  ชู นโยบายพปชร.เอาใจผู้สูงอายุ – วันครอบครัว” 

(13 เม.ย.66) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวอวยพรเนื่องในวันสงกรานต์ 2566 ว่า ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ไทย เทศกาลสงกรานต์ ปี 2566 ขอส่งความปรารถนาดีไปยังพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ให้มีความสุข พ้นทุกข์ รับปีใหม่ไทย ขอให้ร่วมกันทำสิ่งดีๆ เพื่อเป็นมงคลต่อชีวิต และเป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ดูแลรักษาสุขภาพ และเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบันดาลให้ประชาชนชาวไทยประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีกำลังใจและกำลังสติปัญญาที่เข้มแข็ง มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งในชีวิต หน้าที่การงานและในครอบครัว ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ตลอดจนประสบความสำเร็จตามความปรารถนาทุกประการตลอดไป  

ถอดรหัส 'สื่อปด-ข่าวบิดเบือน' เรื่อง 3 PDF กับ รัฐบาลไทย ความจริงที่ไม่เคยคิดแสวงหา แต่ถูกใจที่ได้มาร่วม 'ใส่สีตีไข่'

เรื่องราวการจับกุม PDF (กองกำลังพิทักษ์ประชาชน : People's Defence Force) ทั้ง 3 คนที่แม่สอด และทางไทยนำส่งกลับไปยังเมียนมา ได้ถูกหยิบมาตีเป็นข่าวใหญ่ เสมือนว่าไทยส่งทั้ง 3 คนไปสู่เงื้อมมือพญายม  
เอย่าว่าดูมันจะโหดร้ายไปหน่อยไหมกับการออกมากระพือข่าวโจมตีรัฐบาลไทย ตั้งแต่ รัฐบาล NUG รวมถึงพรรคก้าวไกลไป และบรรดาเพจที่ออกตัวสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยเสียสุดลิ่มทิ่มประตู โดยมิได้หาความจริงเลยว่า...เนื้อแท้ของเหตุการณ์ทั้งหมดนี้คืออะไร?

***ตามรายงานข่าวของสื่อไทยบางสื่อระบุว่า....

“สมาชิกแห่งหน่วยรบพิเศษคอมมานโดฯ ทั้ง 3 คน พยายามข้ามชายแดนเมียนมามายังจังหวัดตาก เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของติฮะ หลังจากพวกเขาถูกโจมตีฐานทัพในจนโด (Kyondo) เมืองกอกะเร็ก (Kawkareik) รัฐกะเหรี่ยง เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา จนในวันที่ 1 เมษายน พวกเขาเดินทางไปยังคลินิก จนถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองในแม่สอด เพราะหลงทาง”

***คำบรรยายท่อนนี้มีจุดสังเกตที่เป็นนัยยะที่น่าสงสัยดังนี้...

จากประโยคข้างต้นแสดงให้เห็นว่าทั้ง 3 เดินทางมาถึงไทยและอาศัยหลบซ่อนในที่ใดไม่ปรากฎ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ 1 สัปดาห์ก่อนถูกจับ...ถามว่าเป็นไปได้ไหมที่พวกเขาจะเดินหลงทางจากจุดซ่อนตัวไปยังคลินิกหรือโรงพยาบาลที่รักษาพวกเขา ทั้งๆ ที่พวกเขาเข้ามารักษาแล้วถึงเกือบ 7 วัน?

น่าสงสัยไหมว่าอยู่ดีๆ คนที่ข้ามแดนมาอย่างผิดกฎหมายจะเดินไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง?...คือ ต้องเข้าใจก่อนว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนี่เขาจะอยู่เฉพาะจุด เช่นบริเวณด่านชายแดน ซึ่งไม่เหมือนตำรวจกองปราบหรือตำรวจตระเวนชายแดนนะ

มาถึงจุดนี้ในข่าวที่สื่อบางสำนักรายงานออกมามีความคลุมเคลือสงสัยมาก แต่ขอละไว้ก่อน เอย่าจะพามาดูข้อกำหนดว่า หากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้พบคนที่เข้าเมืองผิดกฎหมายแล้ว เขาจะทำยังไง?

งานของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ของเขาโดย ตาม พรบ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ในมาตราที่ 12 วรรค 1 ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า...
.
>> มาตรา 12 ห้ามมิให้คนต่างด้าวซึ่งมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้เข้ามาในราชอาณาจักร...
...วรรค 1 ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอันถูกต้องและยังสมบูรณ์อยู่ หรือมีแต่ไม่ได้รับการตรวจลงตราในหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางเช่นว่านั้นจากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศหรือจากกระทรวงการต่างประเทศ เว้นแต่กรณีที่ไม่ต้องมีการตรวจลงตราสำหรับคนต่างด้าวบางประเภทเป็นกรณีพิเศษ

>> และในมาตรา 54 ระบุว่า...
...คนต่างด้าวผู้ใดเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตนั้นสิ้นสุดหรือถูกเพิกถอนแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะส่งตัวคนต่างด้าวผู้นั้นกลับออกไปนอกราชอาณาจักรก็ได้...

สรุปให้สั้นๆ นะ!! จากจุดนี้จึงมั่นใจได้เลยว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในวันนั้นไม่ได้รู้ด้วยว่า 3 คนนั้นเป็นใคร รู้เพียงแต่ว่า 3 คนนี้เข้ามาอย่างไม่ถูกต้องและต้องถูกส่งกลับตามมาตรา 54 (เคลียร์ตรงนี้ก่อนนะ)

ทีนี้ในข่าวระบุต่อว่า “เจ้าหน้าที่ไทยกลับส่งชายทั้ง 3 กลับไปยังประเทศต้นทาง ด้วยการลงเรือข้ามแม่น้ำเมยในเวลา 08.00 น. ซึ่งสถานที่นั้นคือฝั่งตรงข้ามฐานของกองกำลังพิทักษ์ดินแดนในหมู่บ้านอิงยินเมียอิง (Ingyin Myaing) นอกจากนี้ยังมีคนพบเห็นว่า กองกำลังดังกล่าวยิงใส่ผู้อพยพทั้ง 3 ก่อนลักพาตัวหนีไป”

จากจุดนี้...ว่ากันในเรื่องของการส่งตัวข้ามแดนของไทยตามมาตรา 55 ว่าด้วยการส่งคนต่างด้าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักรนั้น ตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่จะส่งตัวกลับโดยพาหนะใดหรือช่องทางใดก็ได้ ตามแต่พนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาเห็นสมควร

ส่วนข้อความที่อ้างว่า “กองกำลังดังกล่าวยิงใส่ผู้อพยพทั้ง 3 ก่อนลักพาตัวหนีไป” อันนี้สับสนมากเพราะถูกกุมตัวแล้วถ้ายิงใส่คงไม่ได้ลักพาตัวหนีไปหรอก แต่น่าจะเป็นหอบร่างไร้วิญญาณเสียมากกว่า

การที่ใครจะออกมาตำหนิการทำงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หากคุณเป็นคนไทยควรศึกษาให้มากเกี่ยวกับกฎหมายของไทย ไม่ใช่มีไมค์จ่อปาก คีย์บอร์ดจ่อมือแล้วพูดหรือพิมพ์เป็นเดือดเป็นร้อนโดยหารู้ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายไทย  

...และเชื่อได้เลยถึงจะพาพวกเขาไปส่งฝั่งเมียนมาแล้วเจ้าหน้าที่ไทยยังคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทั้ง 3 คนเป็นใคร  เพราะประเด็นฝั่งไทยที่ทั้ง 3 โดนจับ คือ เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย...ส่วนฝั่ง NUG ที่ออกมาตำหนิไทยน่ะนะ...ถ้าหากว่าอยากจะรับผิดชอบต่อ 3 คนนี้ไม่ให้ถูกส่งกลับไปยังเมียนมา ก็ควรจะประกาศออกมาเลยถึงสถานที่ตั้งของ NUG ในประเทศไทยและใครเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะในกรณีนี้เจ้าหน้าที่ไม่รู้จะติดต่อใครจะให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สถานทูตเมียนมาในกรุงเทพก็ไม่แคล้วได้รับคำสั่งให้ส่งกลับอยู่ดี 

ข้ามมาในฟากของเหล่าเพจสาวกประชาธิปไตย นี่ก็เช่นกัน ก่อนที่จะงับข่าวใดๆ ไปใส่สีตีไข่ ควรหาความรู้เปิดข้อกฎหมายอ่าน ซึ่งเดี๋ยวนี้สามารถหาได้อ่านฟรีในอินเทอร์เน็ตแล้ว อยากจะปลุกปั่นอะไร อ่านและหาความรู้เยอะๆ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อ

*""ประเด็นนี้ทีมงานของเอย่าได้สืบเสาะหาความจริงของเรื่องราวดังกล่าวมาบอกกล่าง ซึ่งน่าจะไม่ตรงกับข่าวในสำนักไหนเลย ลองมาดูไทม์ไลน์กัน...

‘สิริพงศ์’ ขอบคุณศาล ตัดสินชนะคดีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ชี้!! เป็นเครื่องพิสูจน์การทำงานของ ‘ภท.’ รักษาประโยชน์ของปชช.

ส.ส.ภูมิใจไทย ขอบคุณศาลปกครอง ที่ตัดสินให้ชนะคดี รถไฟฟ้าสายสีเขียว กรณี ผู้ว่า กทม. ประกาศกำหนดค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว 65 บาทตลอดสาย ชี้เป็นเครื่องพิสูจน์ การทำงานของพรรคภูมิใจไทย รักษาประโยชน์ประชาชน และเป็นบรรทัดฐานในคดีอื่นๆ

เมื่อวันที่ (12 เม.ย.66) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง กรณีที่ศาลปกครองให้เพิกถอน ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องกำหนดค่าโดยสาร โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว 65 บาทตลอดสาย ที่ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย ตน และน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัครฯ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายมณฑล โพธิ์คาย ผู้สมัคร ส.ส.กทม., นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ผู้สมัคร ส.ส.กทม., นายพิษณุ พลธี ผู้สมัครฯ ส.ส.ปทุมธานี, และนายอนาวิล รัตนสถาพร ผู้สมัครฯ ส.ส.ปทุมธานี ไปยื่นร้องเรียนว่า ขอขอบพระคุณศาล ที่ให้ความเมตตากับประชาชน โดยเฉพาะคนที่เดินทางโดยสารผ่านรถไฟฟ้า วันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ ให้สังคมเห็นว่า พรรคภูมิใจไทย ต่อสู้มา ไม่สูญเปล่า

“พรรคภูมิใจไทย ของเราในอดีตที่ผ่านมา แม้จะไม่มีส.ส.ใน กทม. เลย แต่เรื่องใดก็ตาม เป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เราพยายามสู้อย่างเต็มที่ เพื่อนำประโยชน์สูงสุดมาให้กับประชาชนทุกคน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อยากให้ประชาชนใช้ดุลยพินิจ ในการตัดสินอนาคตของท่านด้วย” นายสิริพงศ์ กล่าว

'คริปโตมายด์' วิเคราะห์!! 'แอปฯ เป๋าตัง' ตัวเลือกน่าสนใจ หาก 'เพื่อไทย' จะปั้น Digital Wallet แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท

คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ บริษัทที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกของไทย ภายใต้การกำกับดูแล ก.ล.ต. วิเคราะห์นโยบาย “พรรคเพื่อไทย” ความเป็นไปได้ของ Digital Wallet สำหรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท

เมื่อวันที่ (12 เม.ย.66) หนึ่งในประเด็นใหญ่ในช่วงนี้ที่เป็นที่พูดถึงและถกเถียงในโลกโซเชียลกันอย่างแพร่หลาย ก็คือการประกาศนโยบายของพรรคเพื่อไทยว่าด้วยเรื่องการเติมเงินดิจิทัลจำนวน 10,000 บาทให้กับประชาชนคนไทยทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ใช้จ่ายใกล้บ้านในรัศมี 4 กิโลเมตร ผ่าน Digital Wallet โดยมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระดับหมู่บ้าน ระดับชุมชน ในตลาดท้องถิ่น สร้างธุรกรรมระหว่างรายย่อย

หนึ่งในรายละเอียดของนโยบายที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการนำ “เทคโนโลยีบล็อกเชน” มาสร้าง Digital Wallet เพื่อสร้างเงื่อนไขการใช้งานที่จะทำให้นโยบายเป็นไปได้อย่างตรงจุด ในประเด็นนี้นายอภินัทธ์ เดชดอนบม นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด ที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกของไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แสดงความคิดเห็นไว้ว่า การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาทำ Digital Wallet นั้นอาจไม่เหมาะสมด้วยเหตุผลเรื่องข้อจำกัดด้านการออกแบบบางอย่างซึ่งมีข้อสังเกตดังนี้

เทคโนโลยีบล็อกเชนมีข้อจำกัดในเรื่องของการออกแบบ เนื่องด้วยสิ่งที่เรียกว่า Blockchain Trilemma หรือหลักพื้นฐานบล็อกเชน 3 ประการ ที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้พร้อมกัน อันประกอบด้วย ความปลอดภัย (Security), การขยายตัวเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต (Scalability) และการกระจายอำนาจ (Decentralization)

ซึ่งตัวเลือกแรกก็เป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก Security การที่จะทำระบบบล็อกเชนให้สามารถรองรับธุรกรรมมหาศาลจากประชากรหลายสิบล้านคน ก็จำเป็นต้องเลือก Scalability มาเป็นอันดับสอง นั่นหมายความว่าต้องยอมสูญเสีย Decentralization ไป
 
อีกทั้งการทำระบบการชำระเงินของรัฐบาลก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเป็นบล็อกเชนสาธารณะ (Public Blockchain) ที่เปิดรายละเอียดของโครงสร้างระบบให้คนทั่วไปเห็น ทำให้ตัวเลือกเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Private Blockchain แต่การจะทำให้ประชาชนทุกคนใช้งานได้ โดยไม่ติดขัด Digital Wallet นี้ก็ต้องเป็นแบบ Custodial Wallet ที่ทำให้ Decentralization ลดลงไปอีก

ซึ่งทำให้ระบบโดยรวมนั้นอาจไม่ได้แตกต่างจากการใช้ระบบฐานข้อมูลแบบเดิมที่อาจมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังไม่มี Case Study ของบล็อกเชนที่สามารถรองรับธุรกรรมได้มากระดับหลายสิบล้านธุรกรรมต่อวันได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้วยเหตุนี้ทางเราจึงมองว่าตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในการทำ Digital Wallet นี้ก็คือ แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่มีอยู่ก่อนแล้ว และคาดว่า “แอปพลิเคชันเป๋าตัง” ก็สามารถกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวได้ไม่ยาก มีประวัติการรองรับธุรกรรมจากการใช้งานจริงจากโครงการก่อนหน้านี้

ประชาชนมีความคุ้นเคยกับแอปพลิเคชันเป๋าตังอยู่แล้ว อีกทั้งการใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังที่มีอยู่เดิมก็จะสามารถประหยัดงบประมาณการพัฒนาระบบใหม่และดูแลรักษาได้อีกด้วย

อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นที่พูดถึงก็คือความเกี่ยวข้องของ Digital Wallet กับ Central Bank Digital Currency (CBDC) ซึ่งในเรื่องนี้ทางเรามองว่าไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากทางแบงก์ชาติมีแนวทางพัฒนาของตัวเอง โดยในตอนนี้ Retail CBDC ก็กำลังอยู่ในช่วง Pilot Test ระหว่างช่วงปลายปี 2565 ไปจนถึงกลางปี 2566 ร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด

โดยหาก Pilot Test แล้วมีปัญหาหรือมีจุดต้องแก้ไขก็ต้องนำกลับไปพัฒนาใหม่ และ Pilot Test อีกครั้งไปเรื่อย ๆ จนเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งอาจกินเวลาหลายเดือนหรือหลายปี เพราะ CBDC จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ไม่สามารถรีบเร่งได้ ทำให้ไทม์ไลน์อาจไม่ตรงกับการบังคับใช้ นโยบายดังกล่าวหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล

ชีวิตยังมีพรุ่งนี้... สำรวจการเงินเด็กยุคใหม่ หลังพบรายจ่ายสุดแสน 'น่าห่วง' สวนทาง!! 'เงินออม' ใต้ค่านิยม 'เน้นใช้-ไม่เน้นเก็บ-อยู่ไปวันๆ'

(13 เม.ย.66) เฟซบุ๊ก ‘GUNRATA’ ได้นำเสนอคอนเทนต์ในหัวข้อ 'การใช้เงินของเด็กในยุคนี้' โดยมี ‘กันต์ รตนาภรณ์’ เจ้าของธุรกิจ นักลงทุนในหุ้น-อสังหาริมทรัพยฺ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ได้ออกสัมภาษณ์เด็กหลายๆ คน ซึ่งเขาได้ตั้งคำถามกับเด็กกลุ่มหนึ่งว่า “อะไรที่เคยซื้อและมีมูลค่าแพงที่สุดในชีวิต?”
.
ในจำนวนเด็กๆ ที่ถูกสัมภาษณ์ได้ให้คำตอบที่แตกต่างกันไป เช่น IPhone 14 Promax ราคา 48,000 บาท,  บัตรคอนเสิร์ต ราคา 15,000 บาท และ IPad ราคา 30,000 บาท
 

‘ก้าวไกล’ ลุยขนส่งหมอชิต เปิดแคมเปญ ‘ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล’ หวังฝาก ปชช.ที่เดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ บอกต่อครอบครัว

(12 เม.ย. 66) พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประกอบด้วย เซีย จำปาทอง, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี และ วรรณวิภา ไม้สน ร่วมสวัสดีปีใหม่พี่น้องประชาชนที่เดินทางมายังบริเวณสถานีขนส่งกรุงเทพ หรือ ‘หมอชิต 2’ พร้อมเชิญชวนประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลวันหยุดสงกรานต์ ร่วมแคมเปญ ‘ภารกิจแห่งจักรวาล : ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล’ ด้วยการเชิญชวนคนในครอบครัวหรือคนที่บ้านให้กาพรรคก้าวไกล

พริษฐ์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้ คือการชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล เนื่องจากการลงพื้นที่หาเสียงในช่วงที่ผ่านมา ได้เห็นแนวร่วมพรรคก้าวไกลอยู่ในทุก ๆ บ้าน เป็นคนที่มีความคิดความฝันตรงกับพรรค อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากเห็นนโยบายของพรรคเกิดขึ้น จึงอยากให้แนวร่วมพรรคก้าวไกลได้ชวนคนทั้งบ้านหันมาเลือกพรรคก้าวไกลยกบ้าน เพื่อให้ความต้องการนั้นเป็นจริง

สำหรับแคมเปญชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล ประกอบด้วย 5 ภารกิจ ได้แก่

1.) ส่งต่อข้อมูลนโยบายพรรคให้เพื่อนและญาติในรูปแบบแผ่นพับออนไลน์

2.) เปลี่ยนเฟรมรูปโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดียให้เป็นเฟรม กา x ก้าวไกล

3.) สร้างป้ายหาเสียงผ่านเว็บไซต์และแชร์ให้ทั้งโลกได้รู้

4.) ท้าประลองกับที่บ้านว่าใครรู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับนโยบายพรรคก้าวไกล

5.) ใช้โซเชียลมีเดียปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ ช่วยกันแชร์และเชียร์พรรคก้าวไกล

นอกจากนี้ ยังมีการทำกิจกรรมของปีกแรงงาน พรรคก้าวไกล นำโดย เซีย จำปาทอง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 ในฐานะตัวแทนผู้ใช้แรงงาน ที่ร่วมพูดคุยกับประชาชนที่เดินทางกลับบ้าน เพื่อนำเสนอนโยบายของปีกแรงงานจากพรรคก้าวไกลด้วย

‘บิ๊กป้อม’ วิดีโอคอล ขอบคุณชาวเเท็กซี่ ดูเเลผู้โดยสารช่วงสงกรานต์ พร้อมรับปาก หากได้เป็นรัฐบาล จะช่วยดูเเลเรื่องค่าเเก๊ส-น้ำมันให้

(12 เม.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันนี้ (12 เม.ย. 66) เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘FC ลุงป้อม’ ได้โพสต์คลิปของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่วิดีโอคอลให้กำลังใจผู้ประกอบการรถแท็กซี่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยหนึ่งในกลุ่มแท็กซี่ที่มาร่วมวิดีโอคอลกับพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ คือ นายพัลลภ ฉายินธุ นายกสมาคมผู้ประสานงานรถรับจ้างสนามบินสุวรรณภูมิและกลุ่มที่ปรึกษาสมาคมชมรมรถแท็กซี่ อาทิ เช่น นายอำนาจ เผือกบาง และผู้ขับแท็กซี่หลายคนได้ร่วมวิดีโอคอลกับพลเอกประวิตร

โดยนายกสมาคมผู้ให้บริการแท็กชี่และรถรับจ้างกล่าวว่า สวัสดีพลเอกประวิตร ขอให้สู้ ๆ และก้าวข้ามความขัดแย้งให้ได้ ขอเป็นกำลังใจให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และขอให้ช่วยดูแลราคาค่าแก๊สและน้ำมันของรถแท็กซี่ด้วย

จากนั้น พลเอกประวิตร กล่าวทักทายให้กำลังใจผู้ขับขี่แท๊กซี่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นว่า ขอบคุณที่ให้กำลังใจตน ดังนั้นตนขอให้กำลังใจทุกคน และขอฝากให้ดูแลผู้โดยสารด้วย หากตนได้เป็นนายกฯ รัฐบาลจะลดราคาน้ำมันและแก๊สช่วยรถแท็กซี่ทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดนั้น กลุ่มผู้ประกอบการรถแท็กซี่ได้รับผลกระทบจากภาวะดังกล่าวจึงร้องเรียนมายังรัฐบาลขอความช่วยเหลือ 4 ประเด็น ได้แก่ ขอให้ผู้ประกอบการแท็กซี่รายย่อยได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท นำอาชีพแท็กซี่เข้าเป็นแรงงานนอกระบบ เพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการแท็กซี่รายย่อย เข้าไปอยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 39 รวมทั้งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top