Wednesday, 15 July 2026
Hard News Team

ฟิล์ม' แจง 'บัตรลุงป้อม700' ช่วยตรงเป้าไม่หว่านมั่ว ชี้!! มีที่มาของเงินชัดเจน แตะงบไม่ถึง 2 แสนล้านต่อปี

(13 เม.ย.66) จากการที่นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวพาดพิงถึงนโยบายบัตรประชารัฐ 700 บาท หรือบัตรลุงป้อม ของพรรคพลังประชารัฐ ที่นายเศรษฐา กล่าวว่าใช้เงินงบประมาณมากถึง 8 แสนล้านบาทนั้น นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์มผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 1 เขต 22 สวนหลวง ประเวศ ของพรรคพลังประชารัฐก็ได้ออกมาตอบโต้โดยระบุว่า ไม่น่าเชื่อว่าคนระดับนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้นจะออกมาให้ข้อมูลที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้อย่างสิ้นเชิง 

โดยประการแรกบัตรประชารัฐนั้น จะเป็นสวัสดิการที่ดูแลคนไทยผู้เข้าหลักเกณฑ์ประมาณจำนวน 14 ล้านคน ไม่ใช่ 20 ล้านคน โดยตัวเลข 20 ล้านคนนั้นคือตัวเลขของผู้ที่ลงทะเบียนทั้งหมด แต่หลังจากที่หน่วยงานราชการได้ทำการคัดกรองแล้วพบว่ามีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นเพียงประมาณ 14 ล้านคนเท่านั้น จากการวางหลักเกณฑ์ที่รัดกุม ยกตัวอย่างเช่นจะไม่ได้ดูเฉพาะตัวผู้ที่มาลงทะเบียนเท่านั้น แต่จะต้องดูรายได้รวมของคนในครอบครัวด้วย และผู้ที่จะมีสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือนั้นก็จะต้อง เป็นผู้ที่อยู่ใต้เส้นความยากจน หรือก็คือจะต้องมีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อปี แตกต่างกับทางพรรคเพื่อไทยที่แจกทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ไม่วาจะมีรายได้น้อยหรือคนรวยก็ได้หมด 

ซึ่งทางพรรคพลังประชารัฐก็ได้คำนวณมาแล้ว การดูแลในส่วนนี้ จะใช้งบประมาณอยู่ที่ 9,800 ล้านบาทต่อเดือน หรือไม่ถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี และเป็นการใช้เงินแบบทยอยใช้ มิใช่จ่ายหมดในครั้งเดียวจึงไม่มีปัญหาในเรื่องของการตั้งงบประมาณ โดยงบประมาที่ใช้นั้นก็จะนำมาจาก กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม

'โภคิน' ฉะ!! แจกเงินดิจิทัลไม่ช่วยให้เศรษฐกิจยั่งยืน วอน!! อย่าหลงเชื่อบางพรรค อาจพาประเทศเสียหาย

‘โภคิน’ มองแจกเงินดิจิทัล 10,000 ไม่สร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ “ไทยสร้างไทย” ขอดูแลคนไทยทุกช่วงวัยอย่างเป็นระบบ โดยสร้างประชาชน ให้มีความรู้ ทักษะ มีสุขภาพดี อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ

(13 เม.ย.66) - นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) แถลงข่าวกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านวอลเล็ต โดยตั้งคำถามว่า นโยบายการแจกเงิน ถูกต้องหรือไม่ ควรทำในระดับที่จำกัด เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในและความฝืดเคืองช่วงต้นๆ เพราะไม่ก่อให้เกิดผลผลิตใดๆ และเงินดิจิทัล คืออะไร ควรแจกทุกคนหรือไม่ ถ้าเท่าเทียมตามรัฐธรรมนูญ ทำไมต้องแจกตั้งแต่อายุ 16 ขณะเดียวกันเห็นว่า Decentralization Finance หรือการเงินแบบไม่รวมศูนย์มีการสร้างเงินตราขึ้นใหม่ จนทำให้เงินล้นโลก แต่อยู่ในมือคนเพียง 10% 

นายโภคิน กล่าวอีกว่า เงิน QE หรือ นโยบายทางการเงินที่ฉีกกฎนโยบายแบบดั้งเดิม ไม่ทราบว่าเพิ่มเท่าใด ส่วนเงินดิจิทัล คิดเป็นมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ จึงเกิดภาวะเงินเฟ้อที่ Fed (The Federal Reserve) ต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตลอดตั้งแต่ปี 2565 จนวิตกกันว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย และเกิดการต่อต้านการครอบงำของ USD แจกให้คนจนทั่วโลกโดยเฉพาะช่วง Covid 19 ใน รูปแบบต่างๆ แต่ก็กลับไปที่คนรวยอีก

พรรคไทยสร้างไทย เห็นว่า รัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกำหนดสิทธิของประชาชนในการมีชีวิตที่ดีไว้อย่างไร ในครรภ์ มาตรา 48 สิทธิของมารดาช่วงก่อนและหลังตลอด มาตรา 54 รัฐต้องให้เด็กทุกคนได้เรียนฟรี 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ ก่อนวัยเรียนและ วัยเรียน โดยในวรรค 2 เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา วรรค 3 ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการ วรรค 5 ตามวรรคและ 2 และ วรรค3 ช่วยผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งจะมีกองทุนให้

ส่วนในมาตรา 77 วัยทำมาหากิน ยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็น เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน มาตรา 48 วรรค 2 วัยเกษียณ บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ และบุคคลผู้ยากไร้ย่อมมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ

นายโภคิน กล่าวว่า ดังนั้นโยบายพรรคไทยสร้างไทย จึงสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตของประชาชน ให้มีชีวิตที่มีศักดิ์ศรี มีความมั่นคงทุกช่วงวัย ต้องสร้างประชาชน ให้มีความรู้ ทักษะ มีสุขภาพดี ต้อง Liberate และ Empower ประชาชน ต้องสถาปนาความยุติธรรม ต้องขจัดคอรัปชันและธุรกิจสีเทา ซึ่งผลของสงครามการเมือง 2 ขั้ว ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ยากจน ความใหญ่โตและสิ้นเปลืองหรือการกดทับของรัฐราชการ การทุจริตคอรัปชัน

ธุรกิจสีเทาสีดำ การผูกขาด ทุนนิยมพรรคพวก จนทำให้ประชาชนพ่ายแพ้เจ็บปวดมาตลอด 17 ปีและเสพติดการแจก การช่วยเหลือแบบครั้งคราวเฉพาะหน้า ไม่ยั่งยืน

‘ณัฐชา’ ตอบชัด!! ปมวินถาม “แก้ ม.112 แล้วได้อะไร” ย้ำ!! ทุกพื้นที่ต้องสามารถพูดถึง ‘สถาบันพระมหากษัตริย์’

(12 เม.ย.66) นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางบอน (เฉพาะแขวงบางบอนใต้และแขวงคลองบางบอน) และเขตบางขุนเทียน (ยกเว้นแขวงท่าข้าม) เบอร์ 1 พรรคก้าวไกล ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่มีพี่วินบุกถามถึงทำไมต้องแก้ ม.112 โดยระบุว่า 

“4 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้ทำแค่เรื่องการแก้ ม.112 พร้อมยังเปิดเอกสารให้ดูเลยด้วยซ้ำ ว่าในสภาฯ ได้ทำเรื่องอะไรไปบ้าง แต่พี่วินคนดังกล่าวนั้นไม่เปิดใจรับฟัง กลับบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวเป็นเพียงเรื่องยิบย่อย”

นายณัฐชา ตอบถึงกรณีที่วินถามว่า ทำไมถึงอยากจะแก้แต่ ม.112 ว่า “ เพราะ ม.112 ถูกหยิบยกมาในประเด็นทางการเมือง เพราะฉะนั้นเราอยากจะยกมาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นถ้าเห็นว่าเรื่องใดก็ตามที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อประเทศ ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างสำนักพระราชวังเป็นตัวแทนในการฟ้องร้อง”

นายณัฐชา ได้กล่าวว่า “ทุกวันนี้เป็นบุคคลที่ใช้เรื่องราวเหล่านี้กลั่นแกล้งกันทางการเมือง และยิ่งรุกคืบไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่เกี่ยวกับประมุขของประเทศ หรือพระมหากษัตริย์เลย แต่ก็ยังไปร้องเรียนเรื่อง ม.112” พร้อมเสริมว่า “ซึ่งงบางคนยังไม่ได้ถูกตัดสินคดี แต่ถูกจำคุกไปแล้ว 365 วัน แต่ยังไม่ถูกตัดสินเลยว่าทำผิดหรือเปล่า”

นายณัฐชา ได้ย้ำชัด “เราได้พยายามจะสื่อสานเรื่องเหล่านี้ แต่พี่วินนั้นไม่รับฟัง” ทั้งยังได้ตอบคำถามที่พี่วินถามไว้ว่าประเทศไทยมีกษัตริย์มากว่า 800-900 ปี ยังอยู่ได้ไม่เป็นไร ว่า “ที่ผ่านมาในอดีตนั้นเรามีกษัตริย์มาหลายราชวงศ์ และที่ผ่านก็เคยเกิดเหตุการณ์ก็เคยล้มมาแล้วผ่านกระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทหารยึดอำนาจ เปลี่ยนแปลงรางวงศ์ต่างๆ ซึ่งประวัติศาสตร์ที่พี่วินบอกมานั้นผ่านการล้มโดยทหารทั้งนั้น ไม่มีการล้มโดยประชาชนแม้แต่ครั้งเดียว”

รองโฆษก ตร. เตือน “น้องกี้ และ ผู้” สวมหมวกกันน็อกก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าใกล้แค่ไหน ชี้สถิติ ทุก 1 ชั่วโมง จะมีคนตาย 1 คน จากการขับขี่จักรยานยนต์

วันนี้ (13 เม.ย.66) เวลา 10.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ท.หญิง ดร.ณพวรรณ ปัญญา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชาสัมพันธ์ เตือนผู้ขับขี่และคนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ให้สวมหมวกนิรภัยตามกฎหมายทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ อัตราโทษสำหรับการไม่สวมหมวกนิรภัย ปรับสูงสุดถึง 2,000 บาท ชักชวนให้มีการแข่งรถในทาง จำคุกสูงสุด 6 เดือน ปรับสูงสุด 20,000 บาท แข่งรถในทาง จำคุกสูงสุด 3 เดือน ปรับสูงสุด 10,000 บาท เมาแล้วขับ จำคุกสูงสุด 1 ปี ปรับสูงสุด 20,000 บาท ทำผิดซ้ำซ้อน เพิ่มโทษ 

พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณฯ กล่าวว่า อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นปัญหาสำคัญที่สร้างความสูญเสียเป็นอย่างมาก ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน เผยให้เห็นยอดผู้เสียชีวิตสะสมในปี 2566 (1 ม.ค.66-11 เม.ย.66) มีจำนวนสูงถึง 4,478 ราย เป็นเพศชาย 77% และเพศหญิง 23% โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 36-60 ปี (39%) และ 25-35 ปี (21%) โดยผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนร้อยละ 79 เป็น “ผู้ขับขี่หรือผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์” ในภาพรวม ตามสถิติ ทุก 1 ชั่วโมง จะมีคนตาย 1 คน จากการขับขี่จักรยานยนต์  

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องในเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ประชาชนมีการสัญจรบนท้องถนนเพิ่มมากขึ้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยในความปลอดภัยของประชาชน จึงขอรณรงค์และขอความร่วมมือให้ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สวมหมวกนิรภัย โดยการสวมหมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐาน สามารถช่วยลดความรุนแรงต่อการบาดเจ็บที่ศีรษะได้ถึง 72% ลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ถึง 39%  จึงมีข้อแนะนำในการเลือกหมวกนิรภัยที่ปลอดภัย ดังนี้
.
1. เลือกชนิดปิดเต็มหน้าหรือชนิดเต็มใบ เพื่อปกป้องศรีษะและใบหน้าให้มากที่สุด
2. เลือกที่ได้รับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม มีสัญลักษณ์ มอก.
3. เลือกขนาดของหมวกนิรภัยให้กระชับ พอดีกับขนาดของศรีษะ 
4. เลือกสีสันสดใส มองเห็นชัดเจนแม้ในเวลากลางคืน
5. เปลี่ยนหมวกใบใหม่ทุก 3-5 ปี หรือเปลี่ยนทันทีเมื่อหมวกได้รับการกระแทก 

พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณฯ กล่าวว่าอีกว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีความห่วงใยความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ทั่วประเทศและกำลังพลกว่า 100,000 นาย ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมอำนวยความสะดวกการจราจร ให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงการป้องปรามไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุ โดยจะปฏิบัติงานตลอดช่วงเทศกาลไม่มีวันหยุด ประชาชนสามารถแจ้งเหตุร้ายที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ม.112 ไม่แก้ ไม่แตะ ถ้าใครนโยบายไม่ตรงกันในเรื่องนี้ ก็ไม่ควรมาร่วมกัน

เมื่อวานนี้ (12. เม.ย.66) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และแคนดิเดตนายกฯ ได้เปิดใจคุย ‘กรรมกรข่าวเปิดอกคุย’ ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดัง

โดยนายสรยุทธ ได้ถามพล.อ.ประวิตร ถึงแนวทางของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า “พรรคพลังประชารัฐ จะไม่ร่วมกันพรรคเพื่อไทย และก้าวไกล ซึ่งพรรคก้าวไกลนั้นชัดเจนอยู่แล้วว่าพรรคพลังประชารัฐนั้นไม่อยากร่วม ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการโดยบอกว่าถามพรรคแล้วให้แถลงอย่างนี้”

ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้ตอบกลับถึงประเด็นที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้ประกาศว่าขอไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย และก้าวไกล ว่า “ไม่ได้ถามหัวหน้าพรรคแต่พูดกับผู้ใหญ่ในพรรค” โดยนายสรยุทธได้ย้ำ “เขาขอแล้ว”

พล.อ.ประวิตร ได้เสริมว่า “เขาได้ถามตนแล้วว่าถ้านโยบายไม่ตรงกันก็ไม่ร่วมกัน ซึ่งตนก็ได้เห็นด้วย ถ้านโยบายไม่ตรงกัน หรือมีการตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันก็จะทำให้เกิดความขัดแย้ง” พร้อมยังย้ำ “ถ้านโยบายไม่ตรงขอไม่ร่วม”

‘ดี้ นิติพงษ์’ ประกาศชัด!! เลือก ‘ภูมิใจไทย’ เบอร์ 7 ชี้!! เอาชนะ ‘โควิด-19’ ทำผลงานประจักษ์

‘นิติพงษ์ ห่อนาค’ นักแต่งเพลงชื่อดังโพสต์เฟซบุ๊ก จะเลือกพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 7 ชี้มีผลงานชัดตอนร่วมรัฐบาลเอาชนะโควิด คนในพรรคไม่มอมแมมโฉ่งฉ่าง หนุนใช้ประโยชน์จากกัญชา โดยมีมาตรการควบคุม

เมื่อวันที่ (12 เม.ย.66) นายนิติพงษ์ ห่อนาค หรือ ดี้ หัวหน้าวงเฉลียงและนักประพันธ์เพลงชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Nitipong Honark’ โดยระบุว่า 

“หลายวันมานี่…ฉันขับรถไปมาหลายแห่ง ทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑลหลายจังหวัด…ได้เห็นโดยไม่ต้องสังเกต ว่าไม่มีต้นไม้หรือเสาไฟใดริมถนน ที่เหงาเดียวดาย…

ล้วนมีคู่รักเป็นป้ายโฆษณาหาเสียงเสียทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า คู่รักเสาไฟกับป้ายหาเสียง จะมีเวลาอันสั้นนัก…จากนี้เดือนเศษ ๆ เสาไฟฟ้าก็ต้องยืนเดียวดาย…ป้ายหาเสียงก็จะจากไปเป็นอะไรสักอย่างตามแต่จะมีประโยชน์

ยกเว้นเป็นเสาไฟฟ้าที่เซ็กซี่เป็นพิเศษ ก็จะมีป้ายโฆษณาคอนโด หมู่บ้าน กลับมาเป็นคู่รักใหม่…

ช่วงนี้ฉันเลยค่อนข้างถือว่าเพลิดเพลินกับป้ายหาเสียงทั่วเมือง แม้ว่าจะเวียนหัว เพราะว่ามันลายตาไปหมด แต่ก็ยินดี..ที่ทุกคนทุกพรรค เล่นในเกมเดียวกัน สนามเดียวกัน กติกาเดียวกันหมด…

เลิกเพ้อเจ้อเรื่องเผด็จการ ประชาธิปไตย อะไรนั่นได้แล้ว…

นึกขึ้นได้ ว่า เมื่อครั้งที่แล้วตอบคำถามแรกของเพื่อน…ที่ถามว่าสนใจอยากได้เป็นนายกฯ คนที่ 30

ถึงเวลานั้นและเวลานี้ ฉันตอบว่า

ฉันจับตาไปที่คุณพี่หนู อนุทิน ด้วยเหตุผลและความรู้สึกที่อธิบายไปแล้ว…เมื่อสถานะสักเดือนก่อน

รักหนูเสียดายตู่…. เป็นนายกสองคนเลยได้ไหมวะจ๊ะ แบ่งกัน จะได้ไม่เหนื่อย….ฮ่าๆๆๆ

คราวนี้จะตอบคำถามว่า ชอบพรรคไหน…

ก็แหง…เหตุผลหนึ่งที่จับตาอนุทินก็คือพรรคภูมิใจไทย

ในบรรดาพรรคการเมืองในเมืองไทยหรือทั่วโลกนั้น จะหาที่เนื้อผ้าขาวสะอาดเหมือนเสื้อนักเรียนที่แขวนอยู่ในร้านสมใจนึกบางลำภูนั้นมิได้…

การเมืองมันมีโคลนเป็นวัตถุดิบหลักเสมอ…จึงทุกพรรคการเมืองนักการเมือง ต้องเป็นสีขาวสีเทาสีหม่นแตกต่างกันไปถึงเกือบดำ ทั้งมอมแมมเพราะถูกเข้าขว้างโคลนใส่ และเพราะขว้างเขาแล้วกระเด็นใส่ตัวเอง

พรรคการเมืองใหม่ ๆ หลายพรรค ขนาดยังไม่เปิดแถลงข่าว ก็สีเทาหนักมาตั้งแต่ต้น…

ทำไมภูมิใจไทย…

ฉันรู้สึกว่า เออ คนพรรคนี้ ไม่ค่อยเสียกริยา เป็นฝ่ายบริหารมา ก็เห็นผลงานชัด โดยเฉพาะสาธารณสุข ซึ่งได้รับชัยชนะจากการสู้โควิด สถานการณ์นี้มาส่งคะแนนให้ภูมิใจไทยมาก

พูดแล้วทำ….เป็นสโลแกนที่ไม่ได้อวดเกินจริง

แล้วเรื่องราวผู้คนภายในพรรคก็ไม่มอมแมมหรือโฉ่งฉ่างเหมือนพรรคอื่น ๆ เอาว่าพอคบได้

เรื่องกัญชา เป็นเหรียญสองด้าน เลือกหน้าไหนก็มีคนชอบคนชัง แต่วิธีที่จะทำให้ได้ประโยชน์แต่ควบคุมได้นั้นมีอยู่…และควรจะช่วยกันหาวิธีควบคุมให้ชัดเจนมากกว่า

คล้ายกับเรื่องว่า…พ่อแม่ควรจะยื่นถุงยางอนามัยให้ลูกชายพกไปเที่ยวลอยกระทง หรือจะตะคอกห้ามมัน จนกระทั่งมันไปทำผู้หญิงท้อง
ในขณะที่ข่าวคราวการเมืองเริ่มเข้มข้น 

แจ้งเบาะแสตำรวจ ปราบเด็กแว๊น ช่วงสงกรานต์ รับเลย!! รางวัลนำจับ 3,000 บาท โอนตรงเข้าบัญชีผู้แจ้ง

เข้ม! ‘รองโฆษกรัฐบาล’ ชี้ช่อง แจ้งเบาะแสตร. 3,000 บาท ปราบเด็กแว๊น ช่วงสงกรานต์ 

(13 เม.ย.66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่องสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเน้นย้ำเรื่องเมาไม่ขับและการห้ามแข่งรถในทางจราจร เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีความสุข ปลอดภัย หากประชาชนพบเห็นการมั่วสุมแข่งรถ สามารถแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ 3 ช่องทาง คือ 

1.ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน โทร.191 
2.สายด่วน โทร.1599 
3.เพจเฟซบุ๊คศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. (ส่งข้อมูล inbox ) พร้อมบันทึกภาพและคลิปเป็นหลักฐาน 

สวนนงนุชพัทยา เปิดงาน! เทศกาลสงกรานต์ “ มหาสงกรานต์ ดอกไม้บาน ที่สวนนงนุช ” พร้อมชมความน่ารัก ลูกช้างรดน้ำดำหัวแม่ช้าง !!!!

วันที่ 13 เมษายน 66  สวนนงนุชพัทยา จัดงาน “ มหาสงกรานต์ ดอกไม้บาน ที่สวนนงนุช ”  ประจำปี 2566  โดยมีนายสุนทร มูเนาวาเราะ    นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานในพิธี  นางสาวอโนมา วงษ์ใหญ่ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพัทยา นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยาและผู้บริหารสวนนงนุชพัทยา ร่วมเปิดงานภายในงานมีขบวนแห่นางสงกรานต์ที่สวยงามตระการตาในชื่อชุด " เถลิงศก มหาสงกรานต์ เย็นสำราญ สวนนงนุช"  ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป 9 วัด คู่บ้านคู่เมืองของไทย  ชมลูกช้างรดน้ำดำหัวแม่ช้างจำนวน 3 คู่  มอบพวงมาลัยขอพรจากแม่ช้างพร้อมปะแป้งโดยจัดขึ้นระหว่างวันที่  13 – 17 เมษายน 2566

นายกัมพล  ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยากล่าวว่า  ผมมีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่าน ที่มาร่วมงานในวันนี้ ถือว่าวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย และเป็นวันที่สมาชิกในครอบครัว  มาพบปะกันโดยถือปฎิบัติกันมาอย่างยาวนาน และเป็นการเผยแพร่ประเพณีอันดีงามของประเทศไทยให้ประจักษ์สู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

'พลโทนันทเดช' ย้อนเกล็ด เหตุ 'ธนาธร' แค้นรัฐประหาร สรุปเป็นนักประชาธิปไตย หรือ ผู้ไม่เคารพกฎหมายกันแน่


(13 เม.ย.66) พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า...

▪️ฝ่ายประชาธิปไตย สนับสนุนการทุจริตหรือไง▪️ 

เมื่อมีการ “Debate“ กันระหว่าง นายสุชาติ รมว.แรงงาน กับ นายธนาธร บนเวที...นายธนาธร บอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย...ฝ่ายของ นายสุชาติ เป็นเผด็จการ

นายสุชาติ จึงถามว่า เป็นเผด็จการตรงไหน นายธนาธร ขอให้ดูเรื่อง “วุฒิสมาชิก“

ผมขอตอบแทน คุณสุชาติ โดยขอถามกลับ นายธนาธร ว่า ...

1.วุฒิสมาชิก เกิดจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร ใช่หรือไม่?

แน่นอน นายธนาธรต้องตอบว่า ”ใช่“ และคงย้ำต่อไปอีกว่า เพราะรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์1 มาจากการทำรัฐประหาร 

2.ผมจะถามต่อว่า แล้วทำไมจึงเกิดการรัฐประหารขึ้น?

นายธนาธร อาจจะเงียบ ผมก็จะบอกต่อว่า มีหลายคนในรัฐบาลยิ่งลักษณ์  ทำการทุจริต และยังทำการที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญอีก ทหารก็ยังดูอยู่เฉยๆ (การทุจริตหลักฐานชัดเจน) 

3.ประชาชนออกมาต่อต้าน รัฐบาลที่ทุจริตมากขึ้น นับล้านคน 

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งถอดถอนยิ่งลักษณ์ รัฐบาลไม่สามารถบริหารราชการต่อไปได้ บ้านเมืองเริ่มเข้าสู่กลียุค ทหารก็ยังอยู่เฉยๆ ฝ่ายสนับสนุน รัฐบาลก็ยังออกมาใช้ทั้งตำรวจ และ มือระเบิด จัดการกับประชาชน เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชน หลายกลุ่ม ต้องเริ่มจัดหาอาวุธมาสู้บ้าง 

 4.ประชาชน จึงออกมากดดันให้ทหารออกมา (ทำอะไรซะทีสิวะ) 

ทหารก็จำเป็นต้องทำก่อนบ้านเมืองพังทลาย เมื่อทำรัฐประหารแล้ว ประชาชนก็สนับสนุน รัฐบาลประยุทธ์ จนอยู่มาอีก 4 ปี แบบสบายๆ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญออกมา ประชาชนก็รับรองอีก...รัฐบาลประยุทธ์ 2 ก็มาจากรัฐธรรมนูญ ฉบับที่มุ่งปราบทุจริต มากกว่าทุกฉบับ  วุฒิสมาชิกก็ได้อำนาจมาจากการรับรองของประชาชน เหมือนๆกับที่พรรคก้าวไกล ที่ได้ ส.ส.มามากมาย ก็มาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นกัน 

'ลูกศิษย์-ปชช' แห่ร่วมเปลี่ยนจีวร 'หลวงพ่อสิงห์' พบสังขารเริ่มเปลี่ยนสี มี 'เหลืองทอง' ขึ้นทั่วร่าง

(13 เม.ย.66) ที่ศาลาเทพกาญจนา วัดไผ่เหลือง ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พระครูสมุห์สิทธิโชค อภินนฺโท เจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง ได้จัดให้มีพิธี ทำความสะอาด และเปลี่ยนจีวรพระครูภาวนาวรานุศาสก์ หรือ หลวงพ่อสิงห์ ฐิตสัจโจ อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง ท่านสังขารมาแล้ว 14 ปี โดยเป็นกิจกรรมที่ได้ทำต่อเนื่องมาตลอดทีกปี โดยมีศิษยานุศิษย์ และประชาชนที่ทราบข่าวหลายร้อยคน ได้พร้อมในกันมาร่วมในพิธีการจนแน่นศาลา 

พระครูสมุห์สิทธิโชค อภินนฺโท (พระอาจารย์โชค) เจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กล่าวว่า ศิษยานุศิษย์ จำนวนมาก ได้เชิญร่างหลวงพ่อสิงห์มาเปลี่ยนจีวร ปิดทอง สรีระสังขารหลวงพ่อสิงห์ เพื่อเป็นสิริมงคล ในวันขึ้นปีใหม่ไทย 2566 โดยมีประชาชน และผู้ที่เคารพศรัทธาหลวงพ่อเดินทางมากราบไหว้

สำหรับพิธีการ ทำอย่างเรียบง่ายด้วยการสวดเจริญพระพุทธมนต์ ก่อนที่จะมีการนำสังขารของหลวงพ่อสิงห์ ลงจากโลงกระจก และนำมาทำความสะอาดโดยเปิดให้ศิษย์ ได้มีการร่วมในการทำความสะอาดเช็ดสังขาร จากนั้นได้มีการเปลี่ยนจีวรใหม่ ซึ่งได้นำจีวรผืนเก่า มาตัดแบ่งเพื่อให้ศิษยานุศิษย์ นำกลับไปบูชา เพื่อเป็นสิริมงคล 

โดยสังขารของหลวงพ่อสิงห์ ยังอยู่เหมือนมีชีวิต แต่ที่น่าแปลกใจ คือ สังขารของหลวงพ่อสิงห์ จากสีน้ำตาลเข้มเริ่มจางเป็นสีที่อ่อนลงและเหลือบสีทองเริ่มปรากฏไปทั่วสังขารมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งในพิธีพระอาจารย์สิทธิโชค ได้ย้ำคำสั่งสอน ที่หลวงพ่อสิงห์ ได้ให้ไว้กับตนเอง และศิษย์ทุกคน คือ คิดดี ทำดี ซื่อสัตย์ อดทน และรู้บุญคุณคน  ซึ่งได้ให้ทุกคนที่เข้าร่วมงานได้ท่องจำไว้สำหรับการดำเนินชีวิต เพื่อความเจริญก้าวหน้า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top