Wednesday, 15 July 2026
Hard News Team

ชลบุรี-"บิ๊กปุ้ม" เปิดอนุสาวรีย์ ท่านทรงศักดิ์ ศิวนารถ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ระดับชาติ

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.66 พลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ (บิ๊กปุ้ม) และพลตรีหญิง อรัณยานี วงษ์สุวรรณ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอนุสาวรีย์  ท่านทรงศักดิ์ ศิวนารถ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับชาติ ณ ศิวนารถนคร ตลาด 700 ไร่ สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี


โดยมี นายศราวุธ ศิวนารถ ประธานกรรมการ บริษัท อัมรินทร์นิเวศน์ จำกัด คุณ ปภัคศรา โกสิยกุล รองประธานฯ พร้อมครอบครัวศิวนารถ และแขกผู้มีเกียรติร่วมให้การต้อนรับ โดยนิมนต์พระสงฆ์ 15 รูป นำโดย พระครูปลัดวินัย ธีระปัญโญ (พระอาจารย์ยอด) เลขานุการเจ้าคณะตำบลสัตหีบ/ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเตาถ่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีทางศาสนา นำเจริญพระพุทธมนต์และสวดชัยงคลคาถา


นายศราวุธ ศิวนารถ ได้กล่าวรายงานถึงการจัดสร้างอนุสาวรีย์ ท่านทรงศักดิ์ ศิวนารถ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับชาติซึ่งเป็นบิดา จากนั้นได้เรียนเชิญ พลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ประธานในพิธีกดปุ่มเปิดผ้าแพรคลุมอนุสาวรีย์และป้ายอนุสาวรีย์ อย่างเป็นทางการท่ามกลางเครือญาติศิวนารถ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมในพิธี


สำหรับประวัติความเป็นมาของ ท่านทรงศักดิ์ ศิวนารถ เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2484 ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 รวมสิริอายุได้ 78 ปี เป็นบุตรชายของ เรือตรีประสาน วนาวรรณ กับนางละเมียด วุฒิพงษ์ เกิดที่จังหวัดสมุทรปราการ และมาเติบโตที่ กรุงเทพมหานคร เป็นนักธุรกิจ ที่มีชื่อเสียงด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเริ่มจากการรับเหมาก่อสร้างกับหน่วยงานราชการต่างๆ และเป็นนักพัฒนาที่ดินสร้างโครงการหมู่บ้านจัดสรรในช่วงต้นๆ ของการจัดสรรหมู่บ้านในประเทศไทย ระหว่างปี 2518 - 2560 มีบริษัท ในเครือ 5 บริษัท ประกอบธุรกิจโครงการหมู่บ้านจัดสรร เช่น หมู่บ้านอัมรินทร์นิเวศน์ 6 ,โครงการรับเหมาก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย, ธุรกิจซื้อและขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

 

จนเมื่อปี 2560 ได้ก่อตั้ง ศิวนารถนคร ตลาด 700 ไร่ สัตหีบเมืองใหม่ และเทวาลัยศิวนารถนคร ตลาด 700 ไร่ เพื่อประกอบธุรกิจตลาดขนาดใหญ่ ร้านค้า ร้านอาหาร และร่วมพัฒนาควบคู่ไปกับ บริษัท ค้าปลีกค้าส่งในพื้นที่

เชียงใหม่- ผบช.ภ.5 ออกตรวจเยี่ยม และมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ช่วงเทศกาลสงกรานต์

วันที่ 15 เมษายน 2566 เวลา 22.30 น. พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม จุดตรวจ ของ สภ.แม่ปิง พบ พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.แม่ปิง พร้อมกันนี้ได้มอบสิ่งของให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และได้มอบนโยบายและข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา ดังนี้ 

1.การให้บริการประชาชนในสถานีให้เน้นการทำ one stop service เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชน
2.ให้ ผกก. รอง ผกก. และสารวัตร อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ติดต่อได้ตลอดเวลา คอยติดตามสถานการณ์ , แก้ไขปัญหา และรายงานเหตุกรณีเร่งด่วนให้ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทราบ
3.จัดตำรวจออกตรวจรักษาความสงบเรียบร้อยและบริการประชาชนให้ทั่วถึง เน้นตามแหล่งชุมชน สถานที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์
4.ประชาสัมพันธ์ และบังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลักอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะข้อหา ขับรถในขณะเมาสุรา เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของประชาชน
5.เนื่องด้วยช่วงเทศกาลสงกรานต์มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ขบวนการหรือเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดมักแฝงตัวในช่วงหยุดยาวมาในลักษณะนักท่องเที่ยวหรือบุคคลที่เดินทางข้ามจังหวัด  ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด พร้อมกันนี้ให้อำนวยความสะดวกการจราจรและความปลอดภัยนักท่องเที่ยวไปในคราวเดียวกัน 
6.ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ตามหลักยุทธวิธี ด้วยความรอบคอบ รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต เอื้อเฟื้อต่อประชาชน ดูแลอำนวยความยุติธรรมและให้บริการประชาชนด้วยจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
7.ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ไทย พ.ศ.2566  ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ได้โปรดประทานพรให้ ข้าราชการตำรวจและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพร่างกาย แข็งแรง ปลอดภัยและแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง ปฏิบัติหน้าที่ ผู้พิทักษ์สันติราฎร์ เพื่อความสงบสุขของประชาชนต่อไป

นภาพร/เชียงใหม่

‘พิธา’ ขอบคุณ ปชช.เทคะแนนโหวต หนุนเป็นนายกฯ คนต่อไป สะท้อนคนไทยเบื่อการเมืองแบบเดิม พร้อมลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 66 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีประชาชนโหวตให้เป็นอันดับ 1 คนที่จะเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง 2566 จากผลโพลของสำนักข่าวมติชนที่ร่วมกับสำนักข่าวเดลินิวส์ ซึ่งสำรวจกลุ่มตัวอย่างผ่านช่องทางออนไลน์จำนวน 84,076 ราย กระจายทุกภูมิภาค ทุกระดับอายุ อาชีพ การศึกษา และรายได้ และเป็นการโหวตแบบไม่ซ้ำไอพีแอดเดรส (IP Address) ระหว่างวันที่ 8-14 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา

นายพิธา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณประชาชนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลมากขึ้นเรื่อย ๆ คะแนนจากโพลนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เราสัมผัสได้ในทุกจังหวัดที่เดินทางไป และสอดคล้องกับตัวเลขในทางออนไลน์ ที่ประชาชนแสดงออกว่าสนับสนุนพรรคก้าวไกลมากขึ้น ยิ่งกว่าสมัยอดีตพรรคอนาคตใหม่ในปี 2562 อย่างเห็นได้ชัด ทั้งอยากเห็นตนเป็นนายกฯ อยากได้ ส.ส.เขตแบบก้าวไกลมาทำงานรับใช้ประชาชน และในภาพใหญ่ คืออยากให้คนบริหารประเทศเป็นคนแบบก้าวไกล

เสียงสนับสนุนที่เราได้รับ สะท้อนให้เห็นว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เราพิสูจน์การทำงานให้ประชาชนเห็นแล้วว่า ส.ส.พรรคก้าวไกล ทำงานได้โดดเด่นและแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นที่เคยมีมาอย่างไร จนได้รับคำชมว่า ก้าวไกลทำงานตรงไปตรงมา ทำงานคุ้มค่า และมุ่งแก้ปัญหาที่ต้นตอ

“สิ่งที่สำคัญที่สุด เสียงสนับสนุนที่ก้าวไกลได้รับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนว่าคนไทยไม่ต้องการวนเวียนอยู่กับการเมืองแบบเดิม ๆ อีกแล้ว เพราะนักการเมืองแบบเดิม ๆ วิธีคิดและวิธีการทำงานการเมืองแบบเดิม ไม่สามารถตอบโจทย์ของสังคมไทยยุคใหม่ได้ ประชาชนจึงต้องการพรรคก้าวไกลมาทำในสิ่งที่นักการเมืองในอดีตทำไม่ได้” นายพิธา กล่าว

หัวหน้าพรรคก้าวไกลทิ้งท้ายว่า ในช่วง 30 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง พวกเราพรรคก้าวไกลต้องทำงานให้หนักมากขึ้น ทั้งเปิดเวทีปราศรัยทั่วประเทศ ทั้งสื่อสารทางออนไลน์และผ่านสื่อมวลชน ทั้งเดินเคาะประตูบ้าน เพื่อเข้าหาพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ชัยชนะของพรรคก้าวไกลจะเป็นปัจจัยชี้ขาดโฉมหน้าของรัฐบาลชุดต่อไป ว่าจะน่าไว้วางใจแค่ไหน และจะมีพรรคทหารจำแลงร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่

เชียงใหม่-เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ รับน้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ 2566

Amazing Thailand : This year, Songkran in Chiang Mai will be celebrated along with the city’s 727th anniversary with holy waters to be distributed to the registrants at the following venues:

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สํานักงานเชียงใหม่ เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ รับน้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ 2566 จํานวน 10,727 ขวด เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเมืองเชียงใหม่ 
อายุครบ 727 ปี แจกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล และร่วมเฉลิมฉลองเมืองเชียงใหม่อายุครบ 727 ปี

“ชวน”ชื่นชม3อดีต ส.ส.เพชรบุรี มั่นคงอุดมการณ์ไม่ขายตัวไม่ทิ้งพรรค วอนคนเพชรเลือก ”อลงกรณ์-กัมพล-อภิชาติ”เบอร์7ทั้ง3เขตพ่วงกาประชาธิปัตย์เบอร์26

เมื่อวันที่ 15 เม.ย เวลา 18.00 น.อดีตประธานรัฐสภาและอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หาเสียงที่อำเภอบ้านลาดจังหวัดเพชรบุรีขึ้นรถแห่ปราศรัยหาเสียงพร้อมด้วยนายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครเขต1 นายกัมพล สุภาแพ่่ง ผู้สมัคร เขต 2 
นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ผู้สมัครเขต3 พรรคประชาธิปัตย์เบอร์7ทั้ง3เขตจากนั้นจึงเดินทักทายประชาชนในตลาดบ้านลาดมีประชาชนให้การต้อนรับอย่างคึกคัก


     นายชวนปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนเป็น ส.ส.16สมัยเห็นความจริงทางการเมืองมายาวนาน55ปี การเมืองทุกวันนี้ใช้เงินซื้อนักการเมืองเหมือนประมูลตัวแต่นักการเมือง3คนของจังหวัดเพชรบุรีมีอุดมการณ์มั่นคงไม่ทิ้งพรรคไม่ขายตัว ขอให้คนเมืองเพชรสนับสนุนนักการเมืองที่ดีมีอุดมการณ์ โดยช่วยกันเลือกอดีตส.ส.ทั้ง3คนคือนายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครเขต1 นายกัมพล สุภาแพ่่ง ผู้สมัคร เขต 2  นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ผู้สมัครเขต3 พรรคประชาธิปัตย์เบอร์7ทั้ง3เขตและพรรคประชาธิปัตย์เบอร์26 สถาบันการเมืองของประชาชนเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกของประเทศอยู่มายาวนานกว่า77ปีเป็นหลักของบ้านเมือง


  นับเป็นการมาช่วยหาเสียงผู้สมัครส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์แบบเซอร์ไพรส์ครั้งที่2ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา.

เปิดตัวขุนพล ‘พรรคใหญ่’ ชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. ภูเก็ต ใครได้หมายเลขไหน? อย่าจำผิด!!

สำหรับ 3 เขตของจังหวัดภูเก็ต ตามการแบ่งเขตของ กกต. มีดังนี้ 

>> เขต 1 อำเภอเมืองภูเก็ต (เฉพาะตำบลตลาดใหญ่, ตำบลตลาดเหนือ, ตำบลรัษฎา และตำบลเกาะแก้ว)                                                
 

‘ธนกร-เมืองคอน’ ลุยหาเสียงนครศรีฯ เปิดศูนย์เลือกตั้ง รทสช. เผย เรตติ้งภาคใต้ ‘ลุงตู่’ มาแรง จนมีพรรคอื่นแอบอ้าง-เกาะกระแส

เมื่อวันที่ (15 เม.ย. 66) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค เดินทางมาเป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคทั้ง 10 เขต เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

โดยนายธนกร กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเรามุ่งเน้นทำงานการเมือง เพื่อประชาชน เรามีภารกิจที่จะเข้ามาสานต่อนโยบายที่ดี เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ ความยากจน สร้างเศรษฐกิจปากท้องที่ดีให้ประชาชน โดยเฉพาะภาคใต้เราได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้อนุมัติงบประมาณพัฒนาจังหวัดภาคใต้ วงเงินกว่า 250,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ตามนโยบาย ‘ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ’ และแคมเปญใหม่ที่ออกมา ‘หาเงินได้ ใช้เงินเป็น’ ของจริงยิ่งกว่า 10,000 บาท ถ้าดูคลิปแล้วประชาชนจะเข้าใจนโยบายของพรรคเรายิ่งขึ้น นโยบายพรรคจะช่วยกลุ่มเป้าหมายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัสเพิ่มเงินเป็น 1,000 บาท, กู้ฉุกเฉิน 10,000 บาท, เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาททุกช่วงวัย, ค่าตอบแทน อสม. 2,000 บาท, กองทุนฉุกเฉินประชาชน 30,000 ล้านบาท

‘ไทย’ รุกคว้าโอกาสธุรกิจ หลัง ‘รถไฟจีน-ลาว’ เปิดให้บริการ หวังเพิ่มทางลัดส่งออกสินค้าไทย จากหนองคายสู่ตลาดจีน

(15 เม.ย. 66) สำนักข่าวซินหัว, หนองคาย ประเทศไทย รายงานว่า นายธนภัทร ยุทธเกษมสันต์ ผู้ประกอบการไทยวัย 43 ปี ซึ่งทำธุรกิจเอ็สเอ็มอี (SMEs) ด้านไอทีในจังหวัดหนองคาย บอกเล่าความรู้สึกของการเดินทางด้วยทางรถไฟจีน-ลาวครั้งแรก ซึ่งน่าประทับใจ สะดวกสบาย และสะอาดมาก ยกเว้นเพียงการซื้อบัตรโดยสารที่ค่อนข้างยาก เพราะมีคนอยากซื้อเยอะมากเช่นกัน

ทางรถไฟจีน-ลาว ซึ่งเปิดให้บริการเดือนธันวาคม 2021 ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไทยที่ต้องการเดินทางด้วยรถไฟสายนี้ในช่วงวันหยุด เช่นเดียวกับนายธนภัทรที่ขึ้นรถไฟไปยังบ่อเต็น จุดเชื่อมต่อข้ามไปยังมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน สวนกระแสชาวไทยจำนวนไม่น้อยที่เลือกนั่งรถไฟไปพักผ่อนหย่อนใจในแขวงหลวงพระบาง

นายธนภัทร ตระหนักถึงโอกาสสำคัญที่เพิ่มขึ้นหลังจากทางรถไฟจีน-ลาว เปิดบริการขนส่งผู้โดยสารข้ามพรมแดน เมื่อวันพฤหัสบดี (13 เม.ย.) เพราะกลายเป็นช่องทางลัดสู่ตลาดจีนสำหรับผู้ประกอบการในจังหวัดหนองคาย ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอย่างกรุงเทพมหานคร

นายธนภัทร ชี้ว่า คนหนองคายไม่จำเป็นต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อขึ้นเครื่องบินไปจีนอีกแล้ว ซึ่งช่วยลดระยะทางระหว่างชุมชนธุรกิจและตลาดจีน โดยเขากำลังจับตามองพื้นที่บางส่วนของอวิ๋นหนาน ที่อาจเป็นตลาดส่งออกชั้นดีสำหรับสินค้าไทยจากหนองคาย เช่น แคว้นปกครองตนเองสิบสองปันนา กลุ่มชาติพันธุ์ไท ซึ่งมีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับไทย

เมื่อวันพฤหัสบดี (13 เม.ย.) นายธนภัทร เผยกับสำนักข่าวซินหัวว่า เขาหวังขยายตลาดสำหรับสินค้าไทย เพราะตลาดจีนมีขนาดใหญ่มาก และหวังว่าทางรถไฟสายนี้จะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะทำให้สามารถส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หรือแม้แต่กรุงปักกิ่ง

นอกจากนี้ การบริการขนส่งผู้โดยสารข้ามพรมแดนของทางรถไฟจีน-ลาว สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนได้มากขึ้น นายธนภัทรจึงหวังว่า บริการนี้จะช่วยเปิดโอกาสสำหรับการร่วมงานกับธุรกิจจีนด้วย โดยเขาหวังว่าผู้ประกอบการจากจีนจะมาที่หนองคาย เพราะตัวเลขผู้ประกอบการที่มีมากขึ้นหมายถึงโอกาสที่เพิ่มมากตามไปด้วย

ผลโพลเดลินิวส์xมติชน ยก ‘เพื่อไทย’ อันดับ 1 พรรคที่ชอบ ส่วน 3 อันดับ นายกฯ ที่ใช่ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ควง ‘เศรษฐา’ ขึ้นโพเดียม

ผลโหวต เดลินิวส์ x มติชน โพลเลือกตั้ง '66 ครั้งที่ 1 ออกแล้ว ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ เข้าป้ายอันดับ 1 นายกฯ ที่ใช่ ตามด้วย ‘อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา’ และ ‘บิ๊กตู่’ รั้งอันดับ 4 ส่วนพรรคที่ชอบ ‘เพื่อไทย’ เข้าวินเป็นที่ 1 ตามด้วย ‘ก้าวไกล-รวมไทยสร้างชาติ-ภูมิใจไทย’ อันดับ 2-4 ตามลำดับ

(15 เม.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานผลการโหวตโพลการเมืองครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของสองสื่อสารมวลชนชั้นนำระดับประเทศ 'เดลินิวส์ x มติชน โพลเลือกตั้ง '66 ครั้งที่ 1' ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8-14 เมษายน 2566 ผ่านช่องทางออนไลน์กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค ระดับอาชีพ การศึกษา และรายได้ทั่วประเทศ รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 84,076 ราย และเป็นการโหวตแบบไม่ซ้ำไอพีแอดเดรส (IP Address)

จากการสำรวจโพล 'เดลินิวส์ x มติชน โพลเลือกตั้ง ’66 ครั้งที่ 1' ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.matichon.co.th/thai-election66-poll/ ของสื่อเครือมติชน ประกอบด้วย มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี และ https://www.dailynews.co.th/election-2566/poll/ ของเดลินิวส์ ที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 84,076 ราย พบข้อมูลดังนี้....

หัวข้อคำถามที่ 1 ท่านจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้ง 2566 พบว่า ในกลุ่ม 10 อันดับแรก ผู้ได้รับการโหวตเป็น อันดับ 1 คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล ร้อยละ 29.42, อันดับ 2 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 23.23, อันดับ 3 นายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 16.69, อันดับ 4 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 13.72, อันดับ 5 ยังไม่ตัดสินใจ (ว่าจะเลือกใคร) ร้อยละ 2.97

อันดับ 6 นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 2.94, อันดับ 7 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จากพรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 2.25, อันดับ 8 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 1.90, อันดับ 9 นายกรณ์ จาติกวณิช จากพรรคชาติพัฒนากล้า ร้อยละ 1.40 และอันดับ 10 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.24

ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย จากผลการทำโพลในหัวข้อคำถามที่ 1 ดังกล่าว พบว่า เมื่อนำผลโหวตของ น.ส.แพทองธาร นายเศรษฐา และนายชัยเกษม นิติสิริ มารวมกัน จะอยู่ที่ร้อยละ 40.34

สำหรับแคนดิเดตนายกฯ คนอื่น ๆ ที่ได้รับการโหวตคะแนนลดหลั่นกันไป ประกอบด้วย อันดับ 11 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 1.08, อันดับ 12 นายวราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 0.96, อันดับ 13 บุคคลอื่น ๆ ร้อยละ 0.49, อันดับ 14 นายชัยเกษม นิติสิริ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 0.42, อันดับ 15 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 0.26, อันดับ 16 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคไทยภักดี ร้อยละ 0.25

อันดับ 17 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา พรรคประชาชาติ ร้อยละ 0.21, อันดับ 18 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์ ร้อยละ 0.20, อันดับ 19 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พรรคชาติพัฒนากล้า ร้อยละ 0.11, อันดับ 20 น.ต.ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 0.10, อันดับ 21 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ร้อยละ 0.08, อันดับ 22 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง พรรคประชาชาติ ร้อยละ 0.06 และอันดับ 23 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ พรรคชาติพัฒนากล้า ร้อยละ 0.01

ต่อด้วยหัวข้อคำถามที่ 2 ท่านจะสนับสนุนพรรคการเมืองใด ในการเลือกตั้ง 2566 พบว่า ในกลุ่ม 10 อันดับแรกนั้น พรรคการเมืองได้รับการโหวตเป็นอันดับ 1 คือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 38.89, อันดับ 2 พรรคก้าวไกล ร้อยละ 32.37, อันดับ 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 12.84, อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 3.30, อันดับ 5 ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด ร้อยละ 2.21, อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 1.83, อันดับ 7 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 1.73, อันดับ 8 พรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 1.63, อันดับ 9 พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.55 และอันดับ 10 พรรคชาติพัฒนากล้า ร้อยละ 1.14

ส่วนพรรคอันดับอื่น ๆ มีผลโหวตโพลดังนี้ อันดับ 11 พรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 0.96, อันดับ 12 พรรคไทยภักดี ร้อยละ 0.41, อันดับ 13 พรรคอื่นๆ ร้อยละ 0.36, อันดับ 14 พรรคประชาชาติ ร้อยละ 0.33, อันดับ 15 พรรคเปลี่ยน ร้อยละ 0.31 และอันดับ 16 พรรคไทยศรีวิไลย์ ร้อยละ 0.14

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มตัวอย่างผู้ร่วมทำโพลออนไลน์ 'เดลินิวส์ x มติชน โพลเลือกตั้ง '66 ครั้งที่ 1' 84,076 ราย แยกเป็นกลุ่มช่วงอายุ 42-57 ปี หรือ 'GEN-X' มากเป็นอันดับหนึ่ง จำนวนร้อยละ 35.08 ตามด้วยกลุ่มช่วงอายุ 58-76 ปี หรือ 'เบบี้บูมเมอร์' จำนวนร้อยละ 27.63, ช่วงอายุ 26-41 ปี หรือ 'GEN-Y' จำนวนร้อยละ 26.50, ช่วงอายุ 18-25 ปี หรือ 'GEN-Z' จำนวนร้อยละ 9.77 และช่วงอายุ 77 ปีขึ้นไป หรือ “Silent-GEN” จำนวนร้อยละ 1.02

‘ก้าวไกล’ ลั่น!! นโยบายยกเลิกเกณฑ์ทหารมาแรง วอนขอเป็น รบ. จะ ‘ดันเร่งกระจายอำนาจ-สุราก้าวหน้า-ปฏิรูปที่ดิน’

‘โรม’ พบเครือข่ายก้าวไกลพังงา เผยนโยบายยกเลิกเกณฑ์ทหารมาแรง ขอโอกาสกาก้าวไกลเป็นรัฐบาล ดันกระจายอำนาจ-สุราก้าวหน้า-ปฏิรูปที่ดิน ให้งานและเงินอยู่ใกล้บ้าน การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต

(15 เม.ย. 66) นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ร่วมกับ นายธีรุตม์ สันหวัง ผู้สมัคร ส.ส.พังงา เขต 1 พบปะทีมทำงานและเครือข่ายพรรคก้าวไกล ที่ศูนย์ประสานงานพรรคก้าวไกล ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา โดยนายรังสิมันต์ได้รับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมหลายคน เกี่ยวกับนโยบายของพรรคก้าวไกล หนึ่งในข้อข้องใจหลักคือ ข่าวปลอมที่ว่าพรรคก้าวไกลจะยกเลิกบำนาญข้าราชการ ซึ่งนายรังสิมันต์ยืนยันว่า พรรคก้าวไกลไม่มีนโยบายดังกล่าว และหากย้อนกลับไปฟังการอภิปรายของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็จะพบว่าไม่มีการสื่อสารว่า จะตัดลดหรือยกเลิกบำนาญข้าราชการตั้งแต่ต้น

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า นโยบายของพรรคก้าวไกลที่ดูจะได้รับความนิยมมากที่สุด คือนโยบายยกเลิกการเกณฑ์ทหารและการปฏิรูปกองทัพ ซึ่งจะเป็นการปลดล็อกประชากรคนหนุ่มนับแสนคนต่อปีให้สามารถออกไปทำงานและใช้ชีวิตตามที่ต้องการ ยิ่งในช่วงที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) คนหนุ่มเหล่านี้ถือเป็นกำลังสำคัญของประเทศ พรรคก้าวไกลจึงเสนอยกเลิกเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจทั้งหมด ลดขนาดกองทัพ และเพิ่มการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สวัสดิการ และประสิทธิภาพของกำลังพล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top