Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

‘สายสมร ไชยสร’ ปธ.มวยลาว อัดคลิปขอโทษประเทศไทย ปมวิจารณ์ ‘มวยไทย’ เลียนแบบ ‘กุน ขแมร์’ ลั่น เรื่องนี้ขอรับผิดคนเดียว

(30 เม.ย.66) สายสมร ไชยสร ประธานสหพันธ์มวยลาวแห่งประเทศลาว ออกมาอัดคลิปขอโทษประเทศไทย หลังเจ้าตัวเคยออกมากล่าวว่า "มวยไทย" เลียนแบบ "กุน ขแมร์" ของประเทศกัมพูชา โดยตนขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว

ในช่วงที่ผ่านมามีดราม่าเกี่ยวกับประเด็น กุน ขแมร์ ที่กัมพูชา บรรจุเข้าแข่งขันลงในกีฬาซีเกมส์ แทนที่ของมวยไทย ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยตอนนั้น สายสมร ไชยสร ประธานสหพันธ์มวยลาวแห่งประเทศลาว เป็นหนึ่งในบุคคลที่กล่าวว่า มวยไทย เลียนแบบโบกะตอร์ (มวยโบราณของเขมร) หรือ กุน ขแมร์

‘ผู้ประกอบการไทย’ ร่วมงาน ‘เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปักกิ่ง’ มุ่งพา ‘ภาพยนตร์ไทย-ละครไทย’ บุกตลาดจีนในอนาคต

(30 เม.ย.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สำหรับผู้ชมชาวจีนจำนวนมากแล้ว ภาพยนตร์ไทยเรื่องสุดท้ายที่ดูในโรงอาจเป็นเรื่อง “ฉลาดเกมส์โกง” เมื่อปี 2017 ที่ถึงแม้จะเป็นหนังทุนต่ำ แต่กลับกวาดรายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์หรือบ็อกซ์ออฟฟิศจีนได้ถล่มทลายถึง 271 ล้านหยวน (ราว 1.33 พันล้านบาท) ขึ้นแท่นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงสุดในจีน

และเมื่อไม่นานนี้แสงสปอตไลต์ได้สาดส่องไปยังภาพยนตร์ไทยอีกครั้ง ณ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปักกิ่งครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-29 เม.ย.

ลี ทองคำ ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทย จากบริษัท ทองคำ ฟิล์มส์ จำกัด ซึ่งเข้าร่วมงานเผยว่าหลังจากได้ร่วมงานกับผู้กำกับชาวจีนรวมถึงบริษัทภาพยนตร์และวิดีทัศน์ของจีนตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ก็ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย และมาร่วมงานนี้เพื่อมองหาโอกาสการร่วมมือ เขากล่าวว่าผู้กำกับ นักแสดง เงินทุน และทรัพยากรอื่นๆ ที่มีคุณภาพของจีนช่วยยกระดับการผลิตผลงานร่วมกัน และเผยว่าภาพยนตร์ที่ตนผลิตร่วมกับบริษัทจีน ซึ่งเปิดตัวในไทยเมื่อปีที่แล้ว กำลังอยู่ระหว่างการโปรโมตให้เข้าถึงผู้ชมชาวจีนในฤดูร้อนนี้

“ทีมกองถ่ายจีนนิยมมาถ่ายหนังที่ไทยมาก มีหลายโครงการที่อยู่ระหว่างเจรจาหรือเริ่มถ่ายทำในไทยแล้ว” คำกล่าวของจางเลี่ยง จากบริษัทอาร์ท้อป มีเดีย (Artop Media) ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2009 และได้นำภาพยนตร์ไทยส่งออกสู่สายตาผู้ชมชาวจีนแล้วมากกว่า 100 เรื่อง รวมถึงมีส่วนร่วมผลิตผลงานภาพยนตร์จำนวนหนึ่งในประเทศไทยด้วย

จางเลี่ยงกล่าวว่า เทศกาลภาพยนตร์เช่นนี้ สร้างเวทีการแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานรัฐ บริษัทภาพยนตร์ และผู้ประกอบวิชาชีพในวงการภาพยนตร์ของทั้งสองประเทศ พร้อมเผยว่าหลายปีมานี้ภาพยนตร์ไทยขายลิขสิทธิ์ได้ดีมากในจีน แต่ปัจจุบันภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายในโรงของจีนมีไม่กี่เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อใหม่มากกว่า

ปัจจุบัน แพลตฟอร์มวิดีโอ เช่น อ้ายฉีอี้ (iQiyi) เทนเซ็นต์ (Tencent) และ บิลิบิลิ (Bilibili) ไม่เพียงแต่เป็นช่องทางหลักของชาวจีนในการชมภาพยนตร์ไทยเท่านั้น แต่ยังรุกเข้าสู่ตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ของจีนจำนวนมากเผยโฉมสู่ตลาดผู้ชมชาวไทย

ขณะที่บริษัทจีนอย่างไป่หมิง กรุ๊ป (Baiming Group) ซึ่งทำธุรกิจแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น ก็หวังที่จะสร้างความร่วมมือกับบริษัทผลิตภาพยนตร์และฐานการถ่ายทำภาพยนตร์ของไทยผ่านเทศกาลนี้ เพื่อโปรโมตภาพยนตร์และละครใหม่ๆ

‘มาดามเดียร์’ บุกตลาดวัดไทร ช่วยหาเสียงหนุน ‘วณิชชา ม่วงศิริ’ ขอโอกาสคนกรุงอีกครั้ง!! เลือก ‘ปชป.’ ทำงานจริง ไม่ทิ้งพื้นที่

(30 เม.ย.66) ที่ตลาดวัดไทร เขตจอมทอง กทม. น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินทักทายประชาชน พ่อค้าแม่ค้าในตลาดวัดไทร เขตจอมทอง เพื่อช่วยหาเสียงสนับสนุนให้กับ น.ส.วณิชชา ม่วงศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-บางบอน หมายเลข 9 พร้อมกันนี้ น.ส.วทันยา และ น.ส.วณิชชา ยังได้รับฟังเสียงสะท้อนปัญหาและความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนที่เดินเข้ามาสะท้อนให้รับฟังตลอดเส้นทางที่เดินหาเสียง ทั้งนี้ น.ส.วทันยา และ น.ส.วณิชชา ได้เดินทางต่อไปยัง ชุมชนบางบอลวิลล่า เขตบางบอน เพื่อพบปะกับประชาชนด้วย

โดย น.ส.วทันยา กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พ.ค.นี้ จะเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง เป็นวันที่เราจะได้เลือกอนาคตของตัวเอง เลือกอนาคตประเทศ ทั้งนี้เรื่องของการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด หลายคนอาจจะสงสัยว่าเลือกตั้งไปแล้วจะเปลี่ยนแปลงได้จริงหรอ ซึ่งการเลือก ส.ส. ที่จะไปเป็นตัวแทนของเรานั้น เป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด เพราะหน้าที่หนึ่งของ ส.ส. คือ การไปเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนในสภา นำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้นหากเรามี ส.ส. ที่ใส่ใจ ตั้งใจทำงาน ปัญหาของเราก็จะได้รับการแก้ไข อย่างวันนี้เราเจอฝุ่น pm2.5 ที่อันตรายเหมือนการตายผ่อนส่ง และที่ผ่านมาสภาฯได้มีการเสนอกฎหมายอากาศสะอาดเข้าไป แต่กลับไม่สามารถเข้าสู่วาระการประชุมได้ เพราะนักการเมืองที่คิดแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง เล่นเกมการเมือง อย่างที่เราเห็นข่าวในช่วงท้ายของอายุสภาฯ เกิดเหตุการณ์สภาล่มอยู่บ่อยครั้ง ทำให้กฎหมายอากาศสะอาดที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภา

‘ดร.หิมาลัย’ เบิกเนตร ‘กษัตริย์ไทย’ สละเลือดป้องแผ่นดินแต่ครั้งอดีต ซัดพวกบิดเบือนควรศึกษาประวัติศาสตร์ ก่อนพล่ามทำแตกแยก

จากกรณีที่มีนักการเมืองหญิงท่านหนึ่ง ได้เกิดการโต้เถียงกับชาวบ้าน เรื่องมาตรา 112 พร้อมระบุว่า พระมหากษัตริย์ไม่เคยออกรบเสียชีวิต มีแต่ไพร่ที่ตายในสนามรบ 

ต่อเรื่องดังกล่าว ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะที่อดีตเคยเป็นทหาร รู้สึกไม่สบายใจและไม่เห็นด้วยกับความเห็นของนักการเมืองคนดังกล่าว โดยให้ความเห็นว่า การที่มีนักการเมืองคนนั้น พยายามสร้างความแตกแยกทางความคิด ด้วยการแยกเจ้าแยกไพร่ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะแท้จริงแล้ว ในประวัติศาสตร์ก็ได้บันทึกไว้ ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ คือ ศูนย์รวมจิตใจของประชาชนคนไทยมาแต่ครั้งอดีต

ในอดีตครั้งโบราณนั้น พระมหากษัตริย์ไทยแทบทุกพระองค์ ต่างเป็นผู้นำทัพ ในการพาประชาชนออกปกป้องบ้านเมือง เป็นศูนย์รวมจิตใจของกองทัพ รวมทั้งทรงออกรบ เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับไพร่ฟ้าประชาชนด้วยพระองค์เองในยามศึกสงครามมิได้ขาด

แม้แต่ประเทศในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ หรือฝรั่งเศส ที่นักการเมืองคนดังกล่าวยกย่องนักหนา ก็มีพระมหากษัตริย์ เป็นผู้นำ มีเจ้ามีไพร่เช่นเดียวกัน โดยพระมหากษัตริย์ของทุกประเทศ เป็นชนชั้นปกครอง นั่นหมายถึง การปกครองทรัพย์สิน บ้านเมือง และชีวิตประชาชน ให้มีความปลอดภัย อยู่ดีกินดี อีกทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชนล้วนต้องพึ่งพาอาศัยกัน เพื่อให้ประเทศอยู่ได้ หากไม่มีกษัตริย์เป็นผู้นำออกรบ ประชาชนก็จะถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย และหากไม่มีประชาชนร่วมปกป้อง ประเทศและสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้เช่นกัน 

ดร.หิมาลัย กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่นักการเมืองพยายามด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ว่า ไม่เคยทำอะไรให้บ้านเมือง มีแต่ไพร่ที่ออกรบและตายแทนในสนามรบ และยังบอกด้วยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นกษัตริย์นักรบของไทย ที่ช่วยกอบกู้เอกราชจากพม่า ก็ไม่ได้สวรรคตในสนามรบนั้น ตนไม่แน่ใจว่า คนที่พูดไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์หรือรู้และเข้าใจดี แต่พยายามพูดบิดเบือนสร้างเรื่องแบ่งแยกชนชั้น เพื่อสร้างความแตกแยกกันแน่ เพราะตามประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ ระบุว่า สมเด็จพระนเรศวร เสด็จสวรรคตในกระโจมหลวงหน้าเมืองตองอู ระหว่างที่พระองค์ทรงกรีฑาทัพไปทำศึกสงคราม 

ดังนั้น การที่นักการเมืองคนดังกล่าว ได้แสดงความเห็นออกมานั้น เป็นการพูดแบบไม่สนใจหลักฐานทางประวัติศาสตร์เลย 

ในประวัติศาสตร์ ยังพบว่า มีกษัตริย์ที่เสียชีวิตจากการออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหาร เช่น สมเด็จพระศรีสุริโยทัยอัครมเหสีในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ที่สวรรคตจากการทำยุทธหัตถี (การสู้รบบนหลังช้าง) กับแม่ทัพพม่า ในงานราชการศึกป้องกันประเทศร่วมกับสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ จนสิ้นพระชนม์บนหลังช้าง 

นอกจากนี้ ยังมีวีรสตรี อีกหลายท่าน เช่น ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ภรรยาพระยาสุริยเดช เจ้าเมืองนครราชสีมา ท้าวเทพกษัตรีท้าวศรีสุนทร ซึ่งแต่ละท่านต่างใช้เลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องประเทศชาติร่วมกับทหารและประชาชนของพระองค์ ไม่มีแยกเจ้าไพร่นายบ่าว การด้อยค่าวีรบุรุษของชาติเพื่อชัยชนะทางการเมืองเป็นเรื่องไม่สมควรยิ่ง

ดร.หิมาลัย กล่าวด้วยว่า หากนักการเมืองคนนั้นไม่มีเวลาศึกษาประวัติศาสตร์ ตนอยากแนะนำให้ไปที่อุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีต 7 พระองค์ ที่ทรงมีพระคุณอันยิ่งใหญ่ต่อประชาชนมาอย่างยาวนาน ประกอบด้วย...

‘กรณ์’ อ้อนคนสามพราน เทคะแนนให้ ‘ดร.ระวัง’ อดีต ส.ส. 2 สมัย ขอโอกาส ‘ชพก.’ แก้วิฤกตปากท้อง มั่นใจ!! ปักธงนครปฐมทั้ง 6 เขต

(30 เม.ย. 66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วย นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค นายอรัญ พันธุมจินดา รองเลขาธิการพรรค ลงพื้นที่ เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค ผศ.ดร.ระวัง เนตรโพธิ์แก้ว ผู้สมัคร ส.ส. เขต 6 เบอร์ 11 จังหวัดนครปฐม หาเสียง โดยมี พ.ต.ท.บุญลือ เสริมบุญ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 และ นายพรศักดิ์ เปี่ยมคล้า ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 ร่วมให้กำลังใจและขอเสียงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนด้วย

นายกรณ์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาลงพื้นที่เพื่อช่วย ผศ.ดร.ระวัง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 จ.นครปฐม อดีต ส.ส.สองสมัย โดยได้พบปะพี่น้องประชาชนที่ตลาดวัดไร่ขิง และเข้าถวายสักการะหลวงพ่อวัดไร่ขิง และสิ่งศักดิ์สิทธิประจำวัด โดยนายกรณ์ บอกว่า วันนี้มีประชาชนผู้มีศรัทธาเดินทางมายังวัดไร่ขิงเป็นจำนวนมาก ซึ่งตรงกับนโยบายของพรรคที่สนับสนุนเศรษฐกิจสายมู ความศรัทธา แรงบันดาลใจ ที่ทำให้เกิดความคล่องตัวทางเศรษฐกิจ และสามารถกระจายรายได้ไปยังชาวบ้านในชุมชน ที่นำสินค้ามาจำหน่ายในบริเวณวัดได้ด้วย

นายกรณ์ กล่าวว่า หลังจากที่พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนพบว่า กระแสความนิยมของ ผศ.ดร.ระวัง ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ในฐานะที่เป็น อดีต ส.ส.2 สมัย ได้ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ตลอดเวลาที่ผ่านมาอาจจะเคยเห็นว่าตนลงพื้นที่กับคนรุ่นใหม่ ผู้สมัครหน้าใหม่ การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคชาติพัฒนากล้า มีการผสมผสานของนักการเมืองที่หลากหลาย มีประสบการณ์คนละด้านมาช่วยกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวด้วยว่า บรรยากาศเศรษฐกิจในเวลานี้ หลายคนบ่นกับตนว่าเศรษฐกิจตอนนี้ฝืดเคือง กำลังซื้อของพี่น้องประชาชนลดลง และนี่คือภาระหน้าที่สำคญของพรรคชาติพัฒนากล้า ที่เรามีความตั้งใจตั้งแต่เริ่มตั้งพรรคว่า เรามาเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ  สร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชน เป้าหมายของพรรค สรุปได้ 3 คำคือ ประชาชน มีงานดีทำ มีเงินในกระเป๋า และสินค้าต้องไม่แพง ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องปากท้องที่ต้องเร่งแก้ไข

“การเมืองขัดแข้งกันมาเยอะ และก็ยังมีความพยายามหาเรื่องทะเลาะกันว่า ยุคนี้เป็นกันเรื่องยุคเผด็จการ หรือประชาธิปไตย แต่พรรคชาติพัฒนากล้ามองว่า เนื่องจากประชาชนทุกคน มีโอกาสไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยกติกาเดียวกัน พรรคการเมืองทุกพรรคตกลงร่วมใจเข้าสู่สนามเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นความเป็นประชาธิปไตยก็จะมีขึ้นโดยปริยาย แต่ประเด็นปัญหาที่แท้จริง ที่รอการแก้ไขคือ ปัญหาปากท้อง” นายกรณ์ กล่าว

‘องอาจ’ แท็กทีม ‘ส.ก.ประชาธิปัตย์’ ลุยหาเสียงเขตบางพลัด ช่วย ‘ชนินทร์’ ผู้สมัคร กทม.ทำคะแนน ระหว่างรักษาตัวหลังติดโควิด

(30 เม.ย. 66) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลพื้นที่ กทม. กล่าวว่าในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา ขณะที่นายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางพลัด บางกอกน้อย เบอร์ 7 ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด และต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทีมงานพรรค ปชป.ในพื้นที่เขตบางพลัด บางกอกน้อย ซึ่งประกอบไปด้วย นายนภาพล จีระกุล ส.ก. เขตบางกอกน้อย และ พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ส.ก.เขตบางพลัด ได้ร่วมกันเดินหาเสียง พร้อมกับตน และ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรค และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทุกวันตลอดช่วง 5 วันที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันมีสาขาพรรค ตัวแทนพรรค และผู้สนับสนุนพรรค ปชป.จำนวนมาก เมื่อทราบว่า นายชนินทร์  ติดโควิด ไม่สามารถออกมารณรงค์หาเสียงได้ จึงร่วมกันออกมาช่วยเดินรณรงค์หาเสียงตามพื้นที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก และได้รับเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งสอบถามความคืบหน้าอาการติดโควิดของนายชนินทร์ ด้วยความเป็นห่วง และส่วนมากได้ฝากแจ้งถึงนายชนินทร์ว่า ขอให้หายจากการติดโควิดในเร็ววัน

‘ลุงป้อม’ ชู ปุ๋ยครึ่งราคา-เพิ่มเงินช่วยเหลือต้นทุนเก็บเกี่ยวข้าว หวังสร้างความมั่นคงให้ชาวนา ช่วยกระดูกสันหลังของชาติพ้นความจน

(30 เม.ย. 66) นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ โฆษกคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้ความสำคัญกับเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีจำนวนมากที่สุด มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมากจากผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ อาทิ ข้าว, อ้อย, มันสำปะหลัง, ปาล์มน้ำมัน และยางพารา แต่เมื่อพิจารณาถึงรายได้ของเกษตรกรไทยแล้ว กลับเป็นกลุ่มประชากรที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าอาชีพอื่น ๆ ขาดความมั่นคง ก่อให้เกิดปัญหาคุณภาพชีวิต อีกทั้ง มีความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูง

นายชาญกฤช ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐจึงออกนโยบายเฉพาะเพื่อเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ โดยเริ่มจากนโยบายที่ 1 นโยบายเติมเงินทุนช่วยเหลือเกษตรกร ครัวเรือนละ 30,000 บาท นโยบายที่ 2 นโยบายปุ๋ยคนละครึ่ง ซึ่งภาครัฐจะช่วยเหลือค่าปุ๋ย 50% และล่าสุด นโยบายที่ 3 นโยบายเพิ่มเงินช่วยเหลือต้นทุนค่าเก็บเกี่ยวข้าวให้ชาวนา อัตราไร่ละ 2,000 บาท จำนวนไม่เกิน 15 ไร่ เป็นเงิน 30,000 บาทต่อราย

‘เศรษฐา’ ลั่น!! พร้อมยกราคาข้าวให้สูงขึ้นเทียบ ‘รบ.ยิ่งลักษณ์’ หนุนส่งออกข้าวไทยสู่เวทีโลก ปลุก ปชช.เลือก ‘พท.’ ให้ชนะขาด

(30 เม.ย. 66) พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดเวทีปราศรัยที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย, นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อหาเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม 6 เขต ประกอบด้วย

เขต 1 นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เบอร์ 4
เขต 2 นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ เบอร์ 7
เขต 3 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เบอร์ 9
เขต 4 นายสรรพภัญญู ศิริไปล์ เบอร์ 2
เขต 5 นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ เบอร์ 1
เขต 6 นายรัฐ คลังแสง เบอร์ 8

โดยมีประชาชนมารับฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่แม้จะมีสายฝนโปรยปรายลงมาเป็นระยะ

นายเศรษฐา ปราศรัยว่า สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ราคาข้าวสูงมาก สูงกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน พี่น้องอยากให้ราคาข้าวกลับไปเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ แน่นอนว่าราคาข้าวจะกลับมาดี ถ้าพี่น้องเลือกนายยุทธพงศ์ให้ชนะขาด ยืนยันว่าพรรค พท.จะเดินหน้าเอาข้าวไปขายทั่วโลก มีอีกหลายประเทศยังไม่รู้จักข้าวไทย ถ้าหลายประเทศสนใจ มีออเดอร์สั่งซื้อเยอะ ราคาข้าวก็จะขึ้นสูงแน่นอน พี่น้องจำไว้เลยสมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ราคาข้าวดี เพราะ รมช.เกษตรฯ คือ นายยุทธพงศ์ นำมาซึ่งราคาข้าวที่เป็นที่น่าพอใจ

นอกเหนือจากราคาข้าว ปัญหาความยากจนและรายได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เรามีนโยบายพักต้นพักดอกให้เกษตรกร 3 ปี เราจะติมเงินให้ 2 หมื่นบาท สำหรับครอบครัวที่มีรายได้ไม่ถึง 2 หมื่นบาท ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทใน 4 ปี ปีหน้าขึ้นทันที 400 บาท นอกจากนี้ยังมีนโยบายดิจิทัล วอลเล็ต ทำพรรคคู่แข่งดิ้น ออกมาบอกว่าทำไม่ได้บ้าง ผิดกฎหมายบ้าง อย่าไปเชื่อ เราทำได้แน่นอน เงินจะเข้าสู่ระบบหลายหมื่นล้าน ไม่ต้องไปรอรัฐบาลที่ไร้หัวใจ บัตรคนจนเราไม่ยกเลิก แต่เมื่อพรรคพท.มา พี่น้องจะมีแต่ความร่ำรวย ไม่ต้องพึ่งบัตรคนจน เก็บบัตรคนจนไว้เป็นที่ระลึกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เคยให้ท่านไว้เพื่อเรียกพวกท่านว่า ‘คนจน’

‘ดร.รงค์’ เปิดใจครั้งแรก ไม่ขออยู่ร่วมพรรคนายทุน ถึงจะรัก ‘ลุงตู่’ หมดใจ แต่วันนี้ขอเลือกอยู่กับ ‘ลุงป้อม’ ว่าที่นายกฯ คนที่ 30

‘ดร.รงค์’ เปิดใจครั้งแรก ไม่ขออยู่ร่วมพรรคนายทุน ถึงจะรัก ‘ลุงตู่’ หมดใจ แต่วันนี้ขอเลือกอยู่กับ ‘ลุงป้อม’ ว่าที่นายกฯ คนที่ 30

(30 เม.ย. 66) รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ผู้สมัคร ส.ส.เบอร์ 1 เขต 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ขณะลงพื้นที่หาเสียงได้กล่าวถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือ ‘พรรคลุงตู่’ ว่า ตนเป็นอีกหนึ่งคนที่รักลุงตู่ แต่เลือกที่จะอยู่พรรคลุงป้อม เพราะตนมองว่าพรรคของลุงตู่เป็นพรรคนายทุน โดยระบุว่า…

‘จุรินทร์’ แจ้งข่าวดีชาวนา เตรียมรับเงินประกันรายได้ข้าว งวด 29 พร้อมโอนเข้ากระเป๋า 3 พ.ค.นี้ เพื่อชดเชยราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ

(30 เม.ย. 66) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลาง อ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ระบุว่า สำหรับการจ่ายเงินส่วนต่างตามนโยบายประกันรายได้เกษตรกรปี 4 นั้น ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 งวดที่ 29 สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 22-28 เมษายน 66 ดังนี้

1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว

2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ เกณฑ์กลางตันละ 13, 622.75 บาท ชดเชยตันละ 377.25 บาท

3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี เกณฑ์กลางตันละ 11,132.26 บาท ไม่ต้องชดเชยเนื่องจากราคาเกณฑ์กลางสูงกว่าเป้าหมาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top