Saturday, 18 July 2026
Hard News Team

'อริย์ธัช' ชูจุดแข็ง 'ชาติไทยพัฒนา' พรรคเพื่อคนทุกวัย วอนคนไทยกาสีชมพู 'สร้างสรรค์-ไม่โจมตี-ไม่ขัดแย้ง'

(10 พ.ค.66) นายอริย์ธัช ชาติอาริยะพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตประเวศ สะพานสูง พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาจัดปราศรัยที่ใจกลางเมือง กรุงเทพมหานคร สามย่านมิตรทาวน์ หลายคนมองว่าพรรคของเราเป็นพรรคท้องถิ่น มีโอกาสยาก แต่มันเกิดขึ้นแล้วที่เวทีสามย่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะภายใต้การนำของพี่ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค คือการ “เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำ ให้คนเก่งนำประเทศไปสู่อนาคต” พรรคของเราคือพรรคที่รวมคนหลายรุ่นรวมคนที่มีวิธีคิด แบบคนรุ่นใหม่ มีความสามารถมาช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ

เราจึงมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าเราพร้อมแล้วสำหรับการบริหารประเทศ รวมถึงเป็นปากเป็นเสียงให้กับชาวกรุงเทพฯ กราบขอบพระคุณทุกท่านทุกเสียงที่มาให้สนับสนุนและให้กำลังใจพวกเราในวันนั้นอย่างล้นหลามมากกว่า 3.000 คน หากได้รับโอกาส เราจะไม่ทำให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯผิดหวังอย่างแน่นอน “เราชาติไทยพัฒนาคือพรรคของบ้านและเมือง” ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ท่านกัญจนา ศิลปอาชา ได้กล่าวบนเวที

นายอริย์ธัช กล่าวต่อว่า พวกเราต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์เป็นรูปธรรมโดยไม่โจมตีใครเลย ไม่สร้างความขัดแย้งวุ่นวาย เรารวมพลังของคนทุกรุ่นทุก Gen ที่มีวิธีคิด มาผสานกำลังทวีคูณกัน วัยรุ่นมีพลังแห่งความสร้างสรรค์ วัยทำงานเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น วัยเกษียณเต็มไปด้วยประสบการณ์ นี่คือจุดแข็งของสีชมพูเรา

"ผมขอเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนชุมชนคนกรุงเทพฯ เป็นปากเป็นเสียง เป็นมือ ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของการเป็นผู้แทนราษฏรไปทำงานเพื่อให้ประเทศชาติไทยของเราพัฒนา วัฒนธรรมการทำงานสีชมพูของเราพร้อมเปิดโอกาสให้คนทุกรุ่น ไม่ใช่คนรุ่นใหม่เข้ามาต้องกดทับเขาไว้ อย่างคอยชงกาแฟถ่ายเอกสารรอไต่เต้า ไม่มีแน่นอน นั่นไม่ใช่วัฒนธรรมของพรรคเรา เราจะดูตามศักยภาพ พร้อมการเปิดโอกาส ทุกๆคนทุกๆท่านเท่ากันในการทำงานแบบทีมชาติไทยพัฒนา นี่คือหลักคิดในการเปลี่ยนแปลงประเทศของเราที่อยากให้ทุกคนมาเป็นทีมสีชมพูที่เดินมุ่งสู่เป้าหมายด้วยกัน เราจะทำให้พี่น้องชุมชนกรุงเทพชมพูสดใส เหมือนพี่น้องชุมชนสีชมพูชาวสุพรรณบุรี พวกเราการันตี"

เผาแล้ว ‘ก้อย’ เหยื่อแอม พร้อม ‘4 ครอบครัวเหยื่อ’ ร่วมไว้อาลัย ด้าน ‘น้องข้าวหอม’ ลูกสาว 9 ขวบ ขอให้คนที่ฆ่าแม่ได้รับผลกรรมไว ๆ

(10 พ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณวัดสิงห์ไพบูลย์ประชา หมู่ 2 ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี ครอบครัวของน.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือ ก้อย อายุ 32 ปี ได้ร่วมกันประกอบพิธีฌาปนกิจศพ เพื่อส่งดวงวิญญาณของก้อยขึ้นสู่สรวงสวรรค์ หลังจากเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ริมแม่น้ำแม่กลอง ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ต่อมามีการจับกุม นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ อายุ 36 ปี หรือ แอม ไซยาไนด์ เพื่อนผู้ตายที่มาด้วยกันแต่ไม่ยอมช่วยเหลือกลับเดินหนี ดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เหตุเกิดวันเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2566

โดยบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า ทางครอบครัวของก้อยได้ร่วมกันนำโลงศพของก้อยที่ตั้งอยู่บนศาลาการเปรียญ เคลื่อนมายังเมรุเผาศพ โดยมีพี่สาวของก้อย และลูกสาว ร่วมเดินนำโลงศพเข้าสู่เมรุเผาศพ ซึ่งบริเวณเมรุเผาศพ ได้มีการนำจดหมายที่น้องข้าวหอม ลูกสาวของก้อยเขียนถึงแม่ ขึ้นป้ายไวนิลมาติดที่บริเวณหน้าเมรุเผาศพ รวมทั้งขึ้นป้ายไวนิลรูปเหยื่อผู้เสียชีวิตจำนวน 13 ราย มาติดไว้ด้วย เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเหยื่อของ แอม ไซยาไนด์ ด้วย ขณะที่ครอบครัวของเหยื่อ 4 ราย ได้นำภาพถ่ายของผู้เสียชีวิต มาร่วมส่งดวงวิญญาณของก้อยสู่สรวงสวรรค์ในครั้งนี้ด้วย

โดยก่อนพิธีฌาปนกิจศพก้อย ญาติได้ร้องเพลง อยู่ตรงนี้-ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ ฉันจะมีเธออยู่-สิงโต นำโชค ทำได้เพียง-25hours ทำให้บรรยากาศเศร้าโศก เพื่อนๆของก้อย ถึงกับกลั่นน้ำตาไม่อยู่ จากนั้นนายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อคดีแอม พร้อมเพื่อนร่วมงานของก้อย ได้ยืนหน้าศพ พร้อมกล่าวขอให้ดวงวิญญาณ ก้อย รับทราบว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ทุกคนจะดูแลครอบครัวก้อยให้ และขอให้ก้อยไปเป็นนางฟ้า มีแต่รอยยิ้มตลอดไป ขณะที่ครอบครัวของก้อยได้อ่านจดหมายของน้องข้าวหอม ลูกสาวของก้อยเขียนถึงผู้เป็นแม่ ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

สำหรับการฌาปนกิจศพก้อย ได้มีเพื่อนๆ รวมถึง พล.ต.ศรชัย มนตริวัต หรือ เสธ.นิด อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาญจนบุรี นายเนรมิต เหลืองอร่ามฟ้า นายอำเภอไทรโยค กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ พระจากวัดต่างๆ ไปร่วมงานประมาณ 500 คน รวมถึง อ๊อด โฟร์เอส ก็ไปร่วมงานด้วย เนื่องจากก้อยเป็นที่รักของชาวบ้าน ชอบช่วยเหลือเพื่อนบ้านตลอด รวมถึงชอบไปทำบุญตามวัดต่างๆ ในช่วงที่มีชีวิตอยู่ ไม่เคยขาด

และเมื่อเวลา 14.30 น. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพ ก้อย จากนั้นทาง พล.ต.ท.อาชยน ได้เป็นตัวแทนผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบเงินช่วยเหลือให้กับแม่ของก้อย โดยแม่ได้ฝากขอบคุณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยเหลือ ก้อย จนได้รับความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วย

น้องข้าวหอม อายุ 9 ปี ลูกสาวของก้อย กล่าวว่า จนถึงตอนนี้ก็ยังอยากถามน.ส.แอมที่เป็นคนลงมือวางยาคุณแม่ของตนจนเสียชีวิตว่า เหตุใดจึงต้องมาฆ่าแม่ เพราะชีวิตตนตอนนี้ก็ไม่เหลือใคร พ่อกับแม่ก็แยกทางกันอยู่ ตนอาศัยอยู่กับแม่มาตลอด เมื่อแม่มาเสียชีวิตไป ตนก็คล้ายกับต้องอยู่ตัวคนเดียว แต่ก็อยากจะบอกแม่ว่า ขอให้ดวงวิญญาณของแม่ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ และขอให้คนที่ฆ่าแม่ได้รับผลกรรมที่ทำอย่างถึงที่สุด

ขณะที่ แม่ของก้อย กล่าวว่า หลังจากที่เห็นการทำงานของตำรวจที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆอย่างละเอียด ทางครอบครัวก็วางใจลง และค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดกับแอมได้ จึงได้จัดพิธีฌาปนกิจศพในวันนี้ขึ้น เพื่อหวังให้ดวงวิญญาณของก้อยไปสู่สรวงสวรรค์ ส่วนตัวแอมที่เป็นผู้ก่อเหตุ ก็อยากขอให้ได้รับโทษอย่างถึงที่สุด ให้ติดคุกไปนานๆ ไม่ต้องออกมาอีก จะได้ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร

แม่ของทราย 1 ในเหยื่อของแอม เปิดเผยว่า วันนี้มาส่งน้องก้อย ซึ่งลูกสาวตนก็เสียชีวิตในลักษณะเดียวกับน้องก้อย ซึ่งแอมเป็นคนสุดท้ายที่ไปส่งลูกสาวตน แต่ตอนนั้นไม่ได้สงสัยการเสียชีวิตของลูก แต่น้องก้อยทำให้รู้ว่าแอมเป็นคนทำ ตอนนี้รู้สึกดีใจมากที่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่าลูกสาวเรา เพราะมั่นใจ และเสียใจกับครอบครัวของก้อยด้วย วันนี้จึงเดินทางมาส่งน้องก้อยให้ไปภพภูมิที่ดี โดยตนได้บอกลูกสาวว่าแม่จะทำให้ดีที่สุด ซึ่งขณะนี้เรื่องราวก็กระจ่างขึ้นแล้ว เพราะตำรวจไทยเก่งมาก และต้องขอขอบคุณ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ตำรวจ สน.ทองหล่อ และทีมงานทั้งหมด ที่ทำให้ลูกสาวของตนได้รับความยุติธรรม

ด้าน นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ในส่วนของครอบครัวผู้เสียชีวิตสามารถไปติดต่อที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัด เพื่อขอรับเงินเยียวยารายละไม่เกิน 1.5 แสนบาท โดยทาง ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้กำชับให้เร่งรัดดูแลครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่

‘กทม.’ ชิงชี้แจง!! จนท.ทยอยส่งบัตรเลือกตั้ง 10-12 พ.ค.นี้ พร้อมเพิ่มฟังก์ชัน ‘คำชี้แจงเหตุการณ์’ บนเว็บ ป้องกันเข้าใจผิด

(10 พ.ค.66) นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 10-12 พฤษภาคมนี้ ทางศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง โดยสำนักปกครองและทะเบียน กรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงว่า จะมีการนำส่งบัตรเลือกตั้งที่จะใช้ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ และบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและนอกราชอาณาจักรแก่เขตเลือกตั้ง โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะเป็นผู้ตรวจรับและนำหีบเข้าห้องเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งซึ่งอาจทำให้มีผู้เข้าใจผิดว่าเป็นการทุจริตได้

โฆษกกรุงเทพมหานครกล่าวต่อว่า เพื่อความเข้าใจของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นต่อการจัดเก็บบัตร จึงได้ดำเนินการเพิ่มฟังก์ชัน “คำชี้แจงเหตุการณ์” บนเว็บไซต์ซึ่งจะระบุข้อมูลชี้แจงความเคลื่อนไหวแต่ละเขต ต่อการเคลื่อนไหวผ่านห้องเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปติดตาม การถ่ายทอดสดห้องเก็บรักษาบัตรผ่านกล้อง CCTV ที่ กทม. ได้ติดตั้งไว้ทุกห้องเก็บรักษาบัตรเพื่อความโปร่งใสในการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งต่อไป ได้ทาง

https://general-election.bangkokcc.com/

เวลาเปลี่ยน เมืองไทยเปลี่ยน: สนามบินบึงกาฬ สนามบินแห่งใหม่ของไทย

‘สนามบินบึงกาฬ’ ถือเป็นอีกหนึ่งประตูบ้านของไทยที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สามารถรองรับนักท่องเที่ยวปีแรกกว่า 1.5 แสนคน พร้อมทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจ และการท่อเที่ยวอีกด้วย

อดีตเพื่อนธนาธร ชี้ กรณี ‘พิธา’ ไม่มีใครกลั่นแกล้ง แค่มรดกความอ่อนด้อยทางการเมืองจากรุ่นสู่รุ่น

‘พิชิต’ อดีตเพื่อน ‘ธนาธร’ โพสต์ จากธนาธรถึงพิธา!! มรดกความอ่อนด้อยทางการเมือง ตายน้ำตื้น อย่าฝืนว่ามีใครกลั่นแกล้ง

(10 พ.ค.66) นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Pichit Chaimongkol’ ระบุว่า...

มรดก

ธนาธร ก็เจอ พิษหุ้นสื่อ จนยุบพรรค นำมาสู่มีคนลงถนนในช่วงแรก ๆ

พิธา ผู้รับมรดกพรรค ทั้งที่ไม่ค่อยได้ลงทุน หรือตั๋วช้าง ฟรี (คำนี้มาจาก ปิยบุตร เอง) ก็กำลังจะตายเพราะหุ้นสื่อ

มรดกตรงนี้ เป็นมรดกของความอ่อนด้อยทางการเมือง ไม่ใช่การกลั่นแกล้งจากใคร

ปากคุณจะสร้างวาทกรรมขนาดไหน
ใจคุณรู้ว่า ไร้เดียงสาการเมือง คืออะไร
ตายน้ำตื้น อย่าฝืนว่าถูกกลั่นแกล้ง
มันเป็นมรดก ความไร้ประสบการณ์
แค่นั้นเอง...

โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง ปราศรัยใหญ่ 12 พ.ค.นี้

โค้งสุดท้ายก่อนมีการเลือกตั้ง 14 พ.ค.นี้ หลายพรรคปักธงสนาม ‘กรุงเทพฯ’ เป็นเวทีปราศรัยใหญ่ เวทีสุดท้าย THE STATES TIMES รวบรวมมาให้แล้วว่าพรรคไหน จัดที่ไหนกันบ้าง พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย
 

ดร.หิมาลัย ลั่น!! อุดมการณ์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ‘ปกป้องสถาบัน รับใช้ชาติ และประชาชน’

ไม่นามานี้ ‘ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ’ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตนายทหารชื่อดัง และ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวว่า วันนี้ ผมในฐานะผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับมอบหมายให้มารับฟังข้อเรียกร้องของพวกท่าน เพื่อนำไปเรียนผู้ใหญ่ของพรรค ว่าพรรคมีข้อผิดพลาดอย่างไรในการดำเนินงานตามอุดมการณ์ของพรรค มีนโยบายเรื่องใดที่จะต้องนำไปแก้ไข

พรรคนี้เป็นพรรคเพื่ออุดมการณ์ทางการเมือง เราไม่ได้มีทุนทรัพย์มาก เงินบริจาคที่ได้มา จึงต้องใช้ในการทำกิจกรรมทางการเมืองของพรรคอย่างประหยัดและระมัดระวัง เราไม่สนับสนุนการซื้อสิทธิขายเสียง เราต้องการทำการเมืองอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม กระทำการหาเสียงด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ตามกติกาของ กกต. และรัฐธรรมนูญ ซึ่งการดำเนินงานตามนี้ ไม่จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากแต่อย่างใด

พรรคการเมืองเป็นที่รวบรวมคนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน ไม่ใช้สถาบันทางการเงินเพื่อสนับสนุนการลงทุนให้ผู้สมัคร ผู้ที่เสนอตัวเพื่อมารับใช้แบ่งเบาภาระของพ่อแม่พี่น้อง จึงควรเป็นผู้ที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อไม่เป็นภาระแก่ผู้ใด ส่วนเรื่องปประมาณ ท่านก็ควรจะทราบว่าท่านมีงบฯ อยู่เท่าไร ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎกติกาของ กกต. ก็ควรจะบริหารให้อยู่ในกรอบที่ตัวเองรับได้ และไม่เดือดร้อน

พรรค รทสช.บริหารตามอุดมการณ์ทางการเมือง ด้วยความศรัทธาจากประชาชนและผู้สนับสนุน พรรคไม่มีกิจกรรมอื่นใดที่จะไปเรียกรับผลประโยชน์จากกลุ่มทุนต่าง ๆ ได้ ประชาชนจึงมั่นใจได้ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ สามารถบริหารประเทศรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนโดย ปราศจากการแทรกแซงจากกลุ่มอิทธิพลใด ๆ ก่อนที่ท่านจะเสนอตัวเข้ามาสมัครจึงควรจะศึกษาแนวทางและอุดมการณ์ของพรรคให้ดีเสียก่อน ผู้ที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคนี้ เป็นผู้มีชื่อเสียงเรื่องความชื่อสัตย์สุจริต อะไรที่ผิด ๆ ทางผู้ใหญ่ของพรรคไม่ทำแน่นอน ดังนี้นเราจึงไม่ได้มีเงินมากมายอย่างที่พวกท่านคิด

ต้องขอโทษผู้สมัครทุกท่านที่มาในวันนี้ด้วย ที่การคาดหวังของท่านในบางสิ่งบางอย่างที่อยู่นอกกติกาของ กกต. ทางพรรคไม่สามารถสนองตอบได้ รวมไทยสร้างชาติ ต้องการทำการเมืองที่ โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อมุ่งสู่อุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค ตามอุดมคติที่ว่า "รวมไทยสร้างชาติ ปกป้องสถาบัน รับใช้ชาติและประชาชน"

‘ผบ.ตร.’ ส่งหน่วยงานฯ ประชุมที่จีน ถกปัญหา-พร้อมหาแนวทาง กวาดล้าง ‘คนจีน’ เข้ามาสร้างเรื่อง โดยใช้ไทยเป็นแหล่งก่อเหตุ

(10 พ.ค 66) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการผ่าน พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์   สัจจพันธ์ุ ผบช.สตม. ให้หาแนวทางมาตรการในการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์ปัจจุบัน มีเหตุชาวจีนเข้ามากระทำความผิด ต่อชาวจีนด้วยกันในประเทศไทย แล้วหลบหนีออกนอกประเทศ รวมถึงมีบางส่วนเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อหลบหนีการกระทำความผิดมาจากประเทศจีน รวมถึงประเทศต่างๆ เข้ามาในประเทศไทย อีกทั้งบางส่วนมีพฤติกรรมเข้ามาก่อตั้งรกรากและประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย

มอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และคณะ เดินทางไปประชุมหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจีน ระหว่างวันที่ 5-11 พฤษภาคม 2566 เพื่อประชุม แสวงหาความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูล กับเจ้าหน้าที่ตำรวจมณฑลต่างๆที่สำคัญในประเทศจีน เพื่อหาแนวทางในการสกัดกั้น และป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีประวัติในการกระทำความผิด หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยผ่านตามช่องทางสนามบินและช่องทางด่านต่างๆทั่วประเทศ รวมถึงติดตามจับกุมผู้ที่มีหมายจับของประเทศจีน

ผลการประชุมหารือได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมณฑลต่างๆ เป็นอย่างดี โดยทางตำรวจจีนได้ส่งข้อมูลผู้ต้องหาที่มีหมายจับที่สำคัญและมีข้อมูลว่าหลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทยให้ทางสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยช่วยติดตามจับกุมให้ จำนวนหลายเป้าหมายและมีการประสานงานร่วมกันผ่าน contact person เพื่อส่งข้อมูลผู้ต้องหาที่มีหมายจับในจีนเพื่อให้ทางสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยลงข้อมูลในระบบเพื่อแจ้งเตือน เมื่อพบว่าผู้ต้องหาเหล่านี้เข้ามายังพรมแดนประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ในการสกัดกั้นไม่ให้คนจีนเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทย ในลักษณะดังกล่าวได้

นอกจากนี้ทาง ตำรวจจีนได้ขอบคุณในความร่วมมือเป็นอย่างดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย รวมถึงสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ในอดีตที่ผ่านมาที่ได้ช่วยจับกุมผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีสำคัญสำคัญในจีนมาดำเนินคดีได้เป็นจำนวนมาก 

ตำรวจไซเบอร์รวบเอเย่นต์ซื้อขายบัญชีม้าส่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปปอยเปต เดือนละกว่า 100 บัญชี

สืบเนื่องจาก ปฏิบัติการ Shutdown Fake Loan เครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ ที่มีผู้เสียหายกว่า 400 ราย เชื่อมโยง 448 Case ID มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 7 ล้าน เมื่อปลายเดือนเมษายน 66 ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.๕ กล่าวว่าจากปฏิบัติการนี้ ยังสืบทราบว่ามีความเชื่อมโยงหลายท้องที่และมีความสลับซับซ้อนทางคดี โดยเฉพาะการร่วมขบวนการ รวบรวมบัญชีม้าส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน 
จึงได้สั่งการให้มีการเร่งรัดขยายผลจับกุมผู้ต้องหาโดยด่วน
อีกทั้งก่อนหน้ายังปรากฏผู้เสียหายมาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับคนร้าย ส่งลิงค์ข้อความบริษัท ซีทีบีซี แบงค์ คอมปานี ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นแหล่งเงินกู้ ส่งข้อความมาทางแอพพลิเคชั่นไลน์

อีกทั้งผู้เสียหายมีความเดือนร้อนต้องการหาแหล่งเงินกู้ยืมเพื่อมาใช้ดำเนินกิจการของตนอยู่ก่อนแล้วจึงเริ่มตกลงทำธุรกรรมผ่านลิ้งค์ดังกล่าว โดยเริ่มทำสัญญากู้เงินกับคนร้าย จำนวน 3 ล้านบาทซึ่งต่อมาคนร้ายอ้างว่าต้องจ่ายค่าดำเนินการต่าง ๆ เพื่อเป็นการค้ำประกัน ผู้เสียหายหลงเชื่อโดนเงินค่าดำเนินการไปให้คนร้ายจำนวนกว่า 4 แสนบาท แต่มาไม่ได้รับเงิน

กก.1 บก.สอท.5 จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาล และร่วมกันจับกุม นายธนากร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ ๓๐ ปี ชาวพื้นที่อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริต หรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเสียหายแก่ประชาชน” จับกุมได้ที่บริเวณพื้นที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 66
 ด้านผู้ต้องหาได้ให้การยอมรับว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการหลอกลวงดังกล่าว มีหน้าที่รับซื้อบัญชีธนาคารบัญชีละ 500 บาท โดยได้ค่าจัดหาบัญชีละ 1,000 บาท จากนั้นรวบรวมบัญชีม้าส่งขายออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรวมแล้วกว่า 100 บัญชี ได้เงินกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม : ร.ต.อ.ขวัญชัย ปานคง รอง สว.กก.1 บก.สอท.5 โทร. 08 5791 6105

‘บัวขาว’ เปลี่ยนใจไม่ได้เดินทางไปพร้อมกับทีมลุยศึกซีเกมส์ครั้งนี้ เผย กังวลความปลอดภัย จากเหตุชาวกัมพูชาตั้งใจก่อความวุ่นวาย

(10 พ.ค.66)  ร.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว ผู้จัดการทีม และอุปนายกสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย เปลี่ยนใจกะทันหันไม่เดินทางไปพร้อมนักกีฬาคิกบ็อกซิ่งชุดซีเกมส์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งมีกระแสข่าวว่า ชาวกัมพูชาบางส่วนตั้งใจจะก่อความวุ่นวายสร้างปัญหาให้กับบัวขาวและทีมงาน

ทั้งนี้มีกระแสข่าวว่าทางกัมพูชา โดยสมเด็จ พล.เอก เตีย บันห์ รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา ประสานมายังกองบัญชาการกองทัพบกเพื่อแจ้งว่า อาจจะมีเหตุความวุ่นวายเกิดขึ้นจากแฟนกีฬาชาวกัมพูชาที่มีการเตรียมการบางอย่างไว้แล้ว และบัวขาวอาจจะได้รับอันตราย ก่อนที่กองบัญชาการกองทัพไทยจะแจ้งข่าวมายังบัวขาวทันที

บัวขาวกังวลใจว่า ถ้าเดินทางไปครั้งนี้จะเป็นเหตุให้ผู้ไม่หวังดีก่อความวุ่นวาย เกิดภาพความรุนแรงจากการแข่งขัน และอาจบานปลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศได้ จึงตัดสินใจยกเลิกการเดินทางไปพร้อมกับนักกีฬาเมื่อเช้านี้

สำหรับซีเกมส์ครั้งนี้ทางสมาคมส่งนักกีฬาคิกบ็อกซิ่งเข้าชิงชัยทั้งหมด 17 รุ่น โดยมีความหวัง 6 เหรียญทอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top