สรุปเหรียญซีเกมส์ 2023
สรุปเหรียญซีเกมส์ 2023 ประเทศไทยได้กี่เหรียญแล้ว มาดูกัน!!
ข้อมูล ณ วันที่ 10 พ.ค. 2566 เวลา 18.00 น.
สรุปเหรียญซีเกมส์ 2023 ประเทศไทยได้กี่เหรียญแล้ว มาดูกัน!!
ข้อมูล ณ วันที่ 10 พ.ค. 2566 เวลา 18.00 น.
วันนี้ (10 พฤษภาคม 2566) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติศลต.ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศลต.ตร. มีความห่วงใยเรื่องการหาเสียงของพรรคการเมือง และผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศลต.ตร. จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนว่าการหาเสียงขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช 2561 มาตรา 79 ห้ามมิให้ผู้ใดทำการโฆษณาหาเสียงโดยวิธีการใดไม่ว่าจะเป็นหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง นับตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนการเลือกตั้งหนึ่งวัน จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง นั่นคือสามารถโฆษณาหาเสียงได้ถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 เท่านั้น
นอกจากนี้ ศลต.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ตามที่กรมประชาสัมพันธ์ได้ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทราบ โดยเน้นย้ำในเรื่องของการงดเว้นแสดงสัญลักษณ์ที่เข้าข่ายเป็นการโฆษณาหาเสียง โดยการสวมใส่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย กระเป๋า หมวก ที่มีโลโก้ หมายเลข สัญลักษณ์พรรคการเมือง หรือผู้สมัคร ส.ส. ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปในบริเวณหน่วยเลือกตั้ง และคูหาเลือกตั้ง เพราะอาจถือเป็นการโฆษณาหาเสียง เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พล.ต.ท.นิธิธร ฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้ (10 พฤษภาคม 2566) ภารกิจในการขนส่งบัตรเลือกตั้งเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ จากศูนย์ไปรษณีย์ เขตหลักสี่ กทม. ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว โดยตั้งแต่เช้าวันนี้รถตำรวจทางหลวงได้นำขบวนรถไปรษณีย์ขนบัตรเลือกตั้งไปยังจังหวัดภาคกลาง กทม. และปริมณฑล ซึ่งเป็นชุดสุดท้าย ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยแล้ว โดยรถไปรษณีย์ขนบัตรเลือกตั้งทุกคันมีตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมอาวุธ และเสื้อเกราะทำหน้าที่ดูแลคุ้มกัน มีรถตำรวจทางหลวงนำ และปิดท้ายขบวน มีกำลังตำรวจท้องที่คอยดูแลระหว่างจอดพัก และคอยดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง และยังควบคุมการเดินทางโดยระบบ GPS ติดตาม แจ้งพิกัดแบบเรียลไทม์ อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (11 พฤษภาคม 2566) จะเป็นวันแรกของการส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว ผ่านการคัดแยกเรียบร้อยไปยังหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ โดย ศลต.ตร.สนับสนุนภารกิจด้านการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน
ทั้งนี้ หากประชาชนมีเบาะแส ข้อมูล สามารถส่งมาได้ที่เฟซบุ๊ก ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. หรือสามารถแจ้งตำรวจได้ที่สถานีตำรวจนครบาล สถานีตำรวจภูธร ทุกแห่ง หรือ โทร.191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ แจ้งสายด่วน กกต. 1444
8 ปีที่ผ่านมา 'รัฐบาล' เดินหน้าพัฒนา 'คมนาคม-เศรษฐกิจ' แบบไม่หยุดยั้ง!! จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน!!!
>> พลิกโฉมคมนาคม
-มอเตอร์เวย์ สร้างเพิ่ม 3 เส้นทางสำคัญ
-รถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง
-รถไฟราง แผนสร้างเพิ่ม 20 ปี รวมระยะทาง 8,900 กิโลเมตร
-โครงการรถไฟทางคู่ ขอนแก่น-หนองคาย คาดเปิดให้บริการ ปี 2569
>> เศรษฐกิจเติบโต
-มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 ต่อปี
-EEC เริ่มลงทุนแล้ว 4,925 โครงการ
-ปี 2558 - 2565 รัฐได้สนับสนุน SMEs ไทย 5,111 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 214,174 ล้านบาท
รัฐบาลเกาะเชจู (Jeju Island) ซึ่งถือเป็นจังหวัดปกครองตนเองพิเศษ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศชื่อดังของเกาหลีใต้ เตรียมออกกฎหมายห้ามผู้ประกอบการ ที่ส่วนมากเป็นร้านอาหาร และ ร้านกาแฟ กีดกันพื้นที่ให้บริการเป็น ‘เขตปลอดเด็ก’ (No-Kids Zone) เพื่อหวังให้อิสระแก่น้อง ๆ หนู ๆ เข้ามาในพื้นที่หรือโซนต่าง ๆ ได้มากขึ้น
โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ หากผ่านการพิจารณาในวันที่ 19 พฤษภาคม 66 ที่จะถึงนี้ ก็จะทำให้เกาะเชจูกลายเป็นจังหวัดแรกของเกาหลีใต้ที่จะยกเลิกเขตปลอดเด็กทั้งเกาะ ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์การเป็นเมืองท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวได้อย่างแท้จริง
แม้ว่ากฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้เฉพาะเกาะเชจูเท่านั้น แต่กระแสยกเลิกพื้นที่ปลอดเด็กก็เริ่มได้รับความสนใจอย่างมากจากชาวเกาหลีใต้ทั้งประเทศ และเริ่มมีการถกเถียงอย่างกว้างขวางว่า ควรยกเลิกพื้นที่ปลอดเด็กในจังหวัดอื่น ๆ ด้วยหรือไม่?
ทั้งนี้หากพูดถึงบริบทของการกั้นโซนเป็นพื้นที่ปลอดเด็กแล้ว ในหมู่คนไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้นชินสักเท่าไรนัก แต่ที่เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่มีหลักการเคารพสิทธิส่วนบุคคลสูง โดยเฉพาะการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก
นั่นก็เพราะชาวเกาหลีใต้จำนวนไม่น้อย จะรู้สึกไม่พอใจที่มีเด็กเล็ก ๆ ส่งเสียงดังรบกวนใน ห้องสมุด, หอศิลป์, ร้านอาหาร, คาเฟ่ หรือสถานที่ที่ขายบรรยากาศความเป็นส่วนตัว โดยให้เหตุผลว่า “เพราะลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน”
จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ใหญ่จำนวน 1,000 คน โดยสถาบัน Hankook Research ในเดือนพฤศจิกายนปี 2564 พบว่า 71.1% ของกลุ่มตัวอย่างเห็นว่า การกำหนดพื้นที่ให้บริการเป็นเขตปลอดเด็ก เป็นสิทธิ์ของผู้ประกอบการโดยคำนึงถึงกลุ่มลูกค้าของตนเป็นสำคัญ
ดังนั้นจึงมีสถานประกอบการมากกว่า 540 แห่งทั่วประเทศ ที่ระบุว่าเป็นเขตปลอดเด็ก ซึ่งในเกาะเชจูมีมากถึง 78 แห่ง หรือคิดเป็น 14.4% ของพื้นที่ปลอดเด็กทั้งหมด และเมื่อเทียบขนาดพื้นที่ และ ประชากรบนเกาะเชจู ก็พบว่าเกาะเชจูมีพื้นที่ซึ่งเป็นเขตปลอดเด็กสูงมาก
อย่างไรซะ ทางการท้องถิ่นของเกาะเจจู ก็มักได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางพร้อมเด็กเล็กอยู่เสมอว่าถูกปฏิเสธการให้บริการ หรือไม่ให้เข้าสถานที่หากพาเด็กเล็กมาด้วย จึงเกิดคำถามขึ้นว่า นี่เป็นการเลือกปฏิบัติต่อเด็กด้วยหรือไม่ และยังเป็นการกีดกันทางสังคมต่อเด็กเล็ก
นี่จึงเป็นที่มาในการพิจารณากฎหมายใหม่ฉบับนี้ เพื่อปกป้องสิทธิเด็กในการถูกเลือกปฏิบัติ และการละเมิดสิทธิเด็ก โดยเล็งเห็นความสำคัญในการสร้างสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่ดี ให้เด็กรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่มีการยอมรับ และเอื้ออาทรต่อกัน
รัฐบาลของเกาะเชจูยังมองว่า นี่เป็นการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวแบบครอบครัว ที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ทุกพื้นที่อย่างไม่ถูกกีดกั้น และแทนที่จะกีดกันเด็กออกจากพื้นที่บริการ ควรส่งเสริมให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ในการอบรมบุตรหลานให้สามารถใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสมจะดีกว่า
ดังนั้น เชจู จึงกลายเป็นจังหวัดนำร่องในการใช้กฎหมายยกเลิกเขตปลอดเด็ก ที่กำลังเป็นประเด็นในสังคมของเกาหลีใต้ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ส.ส. หญิงอย่าง ‘ยอง ฮเย-อิน’ จากพรรค Basic Income Party ก็ได้อุ้มลูกชายวัย 2 ขวบขึ้นเวทีแถลงข่าวในวันเด็กของเกาหลีใต้ เพื่อประกาศจุดยืนต่อต้านการสงวนพื้นที่ปลอดเด็กในเกาหลีใต้ทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เด็กเล็ก หรือผู้ปกครองที่ต้องมีภาระเลี้ยงลูกเล็กรู้สึกเป็นส่วนเกินในพื้นที่สาธารณะในเกาหลี
ยอง ฮเย-อิน ชี้ว่า ปัจจุบันเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีมีอัตราเด็กเกิดใหม่ต่ำที่สุดในโลก ในขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังรณรงค์ให้ครอบครัวชาวเกาหลีมีลูกมากขึ้น แต่กลับมีเขตปลอดเด็กอยู่หลายร้อยแห่งทั่วประเทศ หรือแม้แต่หอสมุดแห่งชาติ ยังห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้บริการ ซึ่งเป็นการสร้างสังคมที่มีทัศนคติเชิงลบต่อเด็กเล็ก
ส.ส. หญิงแม่ลูกอ่อน จึงเสนอให้ยกเลิกเขตปลอดเด็ก และเปลี่ยนเกาหลีให้เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับเด็กเป็นอันดับแรก หรือ 'First Kids Korea' นั่นเอง
ก็เรียกว่าเป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจที่คงต้องตามดูกันต่อไปว่า สังคมที่เคารพสิทธิส่วนบุคคลอย่างเข้มข้นอย่างเกาหลีใต้ จะเปิดพื้นที่ให้แก่เด็กเล็กที่จะเติบโตเป็นคนรุ่นใหม่ของชาติกว้างขึ้นแค่ไหน? อย่างไร? ต่อไป...
(10 พ.ค.66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีถูกยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบปมข้อกล่าวหาถือหุ้นสื่อ ITV ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า รอให้คำร้องมาแล้วเดี๋ยวชี้แจงได้ มีทั้งหลักฐาน และหลักการทางกฎหมาย และทีมกฎหมาย เตรียมพร้อม เพราะฉะนั้นไม่กังวลในเรื่องนี้ ขอให้ประชาชนเข้าสู่การเลือกตั้งด้วยความหวัง
“ไม่มีอะไรต้องกังวลเหมือนอย่างที่ชี้แจงไปแล้ว หลักฐานและหลักการเกี่ยวกับกฎหมายรัดกุม ตอนนี้ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เราได้แจ้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแล้ว” นายพิธา กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นเกมเตะตัดขาทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า มันเกิดขึ้นช่วงโค้งสุดท้าย 3-4 วันก่อนเลือกตั้ง แต่เชื่อว่าทำอะไรเราไม่ได้ ประชาชนยังมีความหวัง เพื่อเข้าสู่คูหากันอย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรต้องกังวลใจ ส่วนเรื่องไปถึงขั้นที่มีการร้องป.ป.ช.เรื่องการซุกหุ้น ปกปิดบัญชีทรัพย์สินนั้น นายพิธา กล่าวว่า ต้องดูคำร้องก่อน
(10 พ.ค. 66) ดร.สฤษดิ์ ไพรทอง หรือ ดร.ลั่น ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรุงเทพมหานคร เขต 1 หมายเลข 11 กล่าวในระหว่างลงพื้นที่หาเสียงย่านเยาวราชว่า จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในช่วงที่ผ่านมา เสียงสะท้อนที่ได้รับฟังส่วนใหญ่ที่ต้องการให้ทางพรรค ผลักดันเร่งด่วนยังคงเป็นเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนโดยเร็วเช่นกัน
ทั้งนี้ หนึ่งในนโยบายของพปชร.นั้น จะมีนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ผ่านกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาท เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งอาเซียน เพื่อเร่งนำเงินเข้าประเทศให้เร็วที่สุด ตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคฯ เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นช่องทางที่เร็วที่สุดในการหารายเข้าประเทศ เพราะการท่องเที่ยวนั้น ไม่ต้องรอการก่อสร้าง รอเพียงแต่นักท่องเที่ยวมาในประเทศ ก็ได้เงินเข้าประเทศทันที ซึ่งกรุงเทพฯเป็นหมุดหมาย และเป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวของภูมิภาคนี้อยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นใน มีย่านการค้าและการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวรู้จักดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นย่านของกินชื่อดังอย่างเยาวราช ย่านศิลปวัฒนธรรมอย่างพระบรมมหาราชวัง และย่านถนนข้าวสาร ซึ่งสามารถพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียงต่อยอดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไปสู่ชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ได้เช่นกัน
พร้อมกันนี้ ดร.สฤษดิ์ ยังได้นำเสนอ นโยบายลดค่าครองชีพให้กับประชาชน หาก พปชร.ได้เป็นรัฐบาล จะผลักดันทันที เช่น ลดค่าไฟฟ้าเหลือหน่วยละ 2.50 บาท, ลดราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 6.30 บาท และเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุแบบขั้นบันได คือ ตั้งแต่อายุ 60 ปี เพิ่มเป็น 3,000 บาทต่อเดือน, อายุ 70 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็น 4,000 บาทต่อเดือน อายุ 80 ปีขึ้นไป, เพิ่มเป็น 5,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น
สำหรับบรรยากาศในการลงพื้นที่เยาวราช ของดร.สฤษดิ์ในครั้งนี้ ยังคงมีประชาชน พ่อค้า แม่ค้า และแฟนคลับ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมกับส่งเสียงเชียร์เหมือนเช่นเคย
ประชาธิปไตยบนโต๊ะอาหาร!!
ติดตามการ์ตูนอัปเดตได้ทุกสัปดาห์ใน…
👍 ติดตามการ์ตูนสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่ : https://thestatestimes.com/tag/statestoon
(10 พ.ค. 66) ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ‘KopGap Jirapas’ ได่โพสต์ข้อความระบุว่า วันนี้มาเยี่ยมเพื่อนเราที่เรือนจำครับ ทั้งหมด 5 คน ที มาย ต๊ะ ม๊ะ แน๊ก ทุกคนกำลังใจดีมาก มีแน๊กคนเดียวที่น้ำตาซึมจะร้องไห้ เพราะน้องบอกว่ารับสารภาพไปแล้ว รอตัดสินวันที่ 31 นี้ ที่แน๊กตัดสินใจยอมรับผิด ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นคนทำ เพราะน้องบอกว่าโดนทิ้ง ทนายที่ทำคดีก็ไม่รู้ว่าคนไหน มีทนายเข้ามาเยี่ยม ฝากให้โทรหาแม่ ทนายก็บอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของเขา และตัดสินใจยอมรับสารภาพเพื่อหวังจะ ได้ลดโทษ
เพื่อไม่ให้น้องรู้สึกโดดเดี่ยว ผมได้สัญญากับน้องไว้ว่า 31 นี้ผมจะปฟังคำตัดสินเป็นเพื่อนน้องที่ศาลอาญารัชดา
ต่อมาเพจ ‘เจ๊จุก คลองสาม’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ตัดสินใจยอมรับสารภาพ เพื่อได้ลดโทษ คดีครอบครองวัตถุระเบิด
"น้องบอกว่าโดนทิ้ง ทนายที่ทำคดีก็ไม่รู้ว่าคนไหน ทนายที่เข้าเยี่ยมบอกให้โทรหาแม่ด้วยเพราะไม่ใช่
หน้าที่เขา"
ก็นั่นสินะคะ ไม่ดังเหมือนเด็กหยก ปั่นกระแสไม่ได้ว่าเป็นคดีการเมือง นกม.ก็คงไม่มาช่วยหรอกคะ มันเจ็บจี้ดด!!!
นอกจากนี้ยังได้แชร์รูปภาพโควทคำพูดของ แน๊ค ทัตพงศ์ ผู้ต้องขังระหว่างต่อสู้คดี ที่ระบุว่า “กับการเลือกตั้ง ผู้รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกอะไร อยู่ข้างในนี้มันทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ผมไม่ได้คาดหวังกับการเมืองขนาดนั้น ตอนนี้ผมคิดแค่เรื่องของผมแล้้ว ไม่ได้อยากฝากคำถามถึงใคร (นักการเมือง) ด้วย ถ้าเขาอยากช่วยเหลือ เขาคงช่วยแล้ว”
ทั้งนี้ แน๊ค ทัตพงศ์ ถูกจับกุมจากม็อบช่วงประชุม APEC ตามหมายจับของศาลอาญา จากการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มทะลุแก๊สที่ถนนราชปรารภ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวเนื่องกับการครอบครองวัตถุระเบิดและยุทธภัณฑ์ในช่วงการชุมนุมของทะลุแก๊ส
ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือโครงการริเริ่มการขยายห่วงโซ่อุปทานและการใช้ประโยชน์จากไฮโดรเจนและแอมโมเนีย เพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย โดยมี ดร.ยุทธนา สุวรรณโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันนวัตกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ Mr. Toshiro Kudama (โทชิโระ คุดามะ) Senior Managing Executive Officer และ CEO JERA Asia บริษัท JERA Co., Inc. (JERA) (ที่ 2 จากขวา) ร่วมลงนาม พร้อมทั้งผู้บริหารของทั้งสององค์กรร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ความร่วมมือในครั้งนี้ มุ่งศึกษาแนวทางการพัฒนาธุรกิจ และการใช้ไฮโดรเจนและแอมโมเนียในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อแสวงหาโอกาสการลงทุนในอนาคต ตอกย้ำว่า ปตท. พร้อมเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมพลังงานที่ยั่งยืน
(10 พ.ค.66) ที่โรงแรม Wintree City Resort อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคพท. และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค, นายปานปรีย์ พหทธานุกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการเศรษฐกิจ พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ อาทิ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1, น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัครส.ส.เขต 5 พบปะผู้ประกอบการใน จ.เชียงใหม่ มีภาคธุรกิจเข้าร่วม อาทิ สภาหอการค้าเชียงใหม่
นายเศรษฐา กล่าวว่า วันนี้ พท.มาเต็มทีม เพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่า พท.มีความพร้อมในทุกด้าน โดย 8 ปีที่ผ่านมาประเทศมีปัญหาต่างๆ มากมาย ประเทศจึงต้องการเปลี่ยนแปลง และในอดีตตั้งแต่สมัยไทยรักไทย, พลังประชาชน, ประชาชนเชื่อว่าเราคิดใหญ่ทำเป็น ผลงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เพื่อไทยพร้อมรับใช้ประชาชนทุกกลุ่ม การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนประเทศ ที่เราบอบช้ำมาเยอะ การเติบโตสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ จำเป็นต้องใช้มืออาชีพมาเปลี่ยน เราไม่มีเวลามาลองของใหม่อีกแล้ว ต้องการทีมงานที่มีคุณภาพ ต้องเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ การขับเคลื่อนประเทศต้องใช้กระทรวงต่างๆ ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ถ้าเพื่อไทยชนะไม่ขาด การเข้าไปบริหารจัดการจะลำบาก และเรามั่นใจว่าเพื่อไทยพร้อมที่สุด
จากนั้น นายเศรษฐาและคณะเดินทางต่อไปยังสหกรณ์นครลานนาเดินรถ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อพูดคุยกับผู้ประกอบการรถแดงถึงปัญหาการคมนาคมขนส่งใน จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า มั่นใจในพื้นที่นี้แค่ไหน นายเศรษฐา ตอบว่า “บ้านของเราตรงนี้ เราจะยกทั้งจังหวัด”
เมื่อถามต่อว่าพื้นที่เมืองพรรคก้าวไกลพยายามจะตี นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่ใช่แค่เฉพาะพรรคก้าวไกล มีหลายพรรค วันนี้เราจึงมาให้ความสำคัญด้วยการยกทีมใหญ่มา”
เมื่อถามว่ากังวลถึงกระแสของพรรคก้าวไกลที่มาแรงช่วงนี้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่ครับ ยังมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงส่วนมากอยู่”
เมื่อถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตขอความจะกลับประเทศไทยในเดือน ก.ค. โดยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะมีผลต่อคะแนนเสียงของพรรคหรือไม่ นายเศรษฐา ตอบว่า “ท่านเป็นคุณพ่อ คุณตา และเป็นคุณปู่ ตรงนี้ก็น่าเห็นใจ เพราะท่านพูดมาว่า 17 ปีไม่ได้กลับบ้าน และอายุท่านก็มาก ท่านเองก็อยากที่จะกลับมา แต่ท่านก็พูดชัดเจนคือการกลับเข้ามาตามกระบวนการยุติธรรม และไม่เกี่ยวกับพรรคพท. เหนือสิ่งอื่นใดการที่ท่านประกาศจะกลับช่วงเดือน ก.ค.ก็เป็นช่วงที่รัฐบาลปัจจุบันยังรักษาการอยู่ ฉะนั้นก็ไม่เกี่ยวกับพรรคพท. ส่วนจะส่งผลเป็นแรงบวกหรือแรงลบประชาชนต้องตัดสินเอง ผมพูดในฐานะแคนดิเดตนายกฯ และคนเป็นพ่อว่าเห็นใจท่าน”
เมื่อถามว่าจากเนื้อหาการทวีตประเมินหรือไม่จะเป็นผลบวกหรือผลลบต่อการเลือกตั้ง นายเศรษฐา กล่าวว่า “ยังไม่ได้มีการประเมิน” และเมื่อถามย้ำว่ามีคนออกมาตั้งขอสังเกตว่าเป็นการเรียกคะแนนให้พรรคพท.หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่มีคอมเมนต์ตรงนี้”