Saturday, 18 July 2026
Hard News Team

เวลาเปลี่ยน เมืองไทยเปลี่ยน: โครงข่ายรถไฟ นครสวรรค์ - ตาก - แม่สอด

รัฐบาลมุ่งพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ให้เป็นศูนย์กลางระบบราง อินโดจีน ด้วยโครงข่ายรถไฟ

นครสวรรค์ - ตาก - แม่สอด ซึ่งเป็นระบบรางยุคใหม่ ผ่านหลายจังหวัดและเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านได้

‘หมอวรงค์’ เยือนตลาดเมืองแกลง ลุยช่วย ‘เท็ดดี้’ เบอร์ 2 ชูนโยบาย ‘ประกันภัยช้างป่า’ ตายได้ 5 แสน-ชดเชยทำลายพืชผล

(11 พ.ค. 66) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี พร้อมทีมงาน ได้เดินทางมาที่ อ.แกลง จ.ระยอง โดยขึ้นรถปราศรัยนโยบายในพื้นที่ตลาดเมืองแกลง ก่อนจะเดินพบปะประชาชน บริเวณห้างวัฒนานุกิจ เทศบาลเมืองแกลง อ.แกลง จ.ระยอง โดยมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปกันจำนวนมาก

นพ.วรงค์ ได้กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ช้างป่าทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิตไปเมื่อวาน ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรค ที่มีนโยบายประกันภัยช้างทั่วประเทศ หากเสียชีวิตจากการถูกช้างป่าทำร้าย จ่ายทันที 500,000 บาท รวมถึงการจ่ายชดเชยหากพืชผลทางการเกษตรเสียหายจากช้างป่าทำลาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่าย หากเข้าไปเป็นรัฐบาลสามารถทำได้ทันที

นายทฤษฎี ธนาบริบูรณ์ หรือเท็ดดี้ ผู้สมัครส.ส.พรรคไทยภักดี ระยองเขต 3 เบอร์ 2 ฝากพี่น้องชาวอ.แกลง และ อ.เขาชะเมา ช่วยกันเลือก เบอร์ 2 และพรรคเบอร์ 21 เข้ามาทำงานเป็นสส. เขต 3 ยืนยันจะใช้ความรู้ความสามารถ ทำงานเพื่อบ้านเมืองให้พัฒนาต่อไป

กองทัพเรือจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปี “เสด็จเตี่ย” ณ อาคารอเนกประสงค์ พิพิธภัณท์ทหารเรือ (อาคาร Utility Hall) พร้อมให้ข้าราชการทหารเรือและประชาชนที่สนใจเข้าชม

วันที่ 11 พ.ค.66 พล.ร.อ.สุวิน  แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะประธานกรรมการจัดงานครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปี พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ติดตามความพร้อมในการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสครบรอบวันสิ้นพระชนม์  100 ปีฯ เพื่อเปิดให้ข้าราชการทหารเรือ และประชาชนเข้าชมได้ในวันจันทร์ - วันศุกร์ ตั้งแต่ 12 พ.ค.66 เวลา 09.00 - 15.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ พิพิธภัณท์ทหารเรือ (อาคาร Utility Hall) ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

การจัดแสดงนิทรรศการดังกล่าวดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการจัดทำหนังสือที่ระลึกและการจัดกิจกรรมด้านวิชาการ การจัดงานครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปีฯ ได้กำหนดกรอบและนำวัตถุพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญจัดแสดงนิทรรศการฯ เพื่อเทิดพระเกียรติ “เสด็จเตี่ย” ที่ทรงวางรากฐานให้กองทัพเรือเป็นปึกแผ่นตราบจนปัจจุบัน ณ ห้องโถงชั้นล่างของอาคารอเนกประสงค์ (Utility Hall) ดังนี้

- ส่วนที่ 1 พระประวัติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย คุณูปการที่ทรงมีต่อกองทัพเรือ และของใช้ส่วนพระองค์
- ส่วนที่ 2 ประวัติ ร.ล.พระร่วง เรือหลวงลำแรกและลำเดียวในประวัติศาสตร์ไทยที่เกิดจากการรวบรวมเงินจากประชาชนที่มอบให้กองทัพเรือ
- ส่วนที่ 3 เรือพระที่นั่งมหาจักรี เรือแห่งศักดิ์ศรีและความภูมิใจของชาวสยาม
- ส่วนที่ 4 พระประวัติเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ทรงมีคุณูปการต่อกองทัพเรือ และประวัติพลเรือโทพระยาชลยุทธโยธินทร์ นายทหารเรือต่างชาติท่านเดียวที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือสยาม 
             

- ส่วนที่ 5 วีรชนทหารเรือ ในประวัติศาสตร์การรบของกองทัพเรือ
- ส่วนที่ 6 ศิลป์และศาสตร์แห่งการเดินเรือ 
- ส่วนที่ 7 การพัฒนากำลังทางเรือสู่การพึ่งพาตนเอง
- ส่วนที่ 8 วัฒนธรรมสายน้ำกับราชนาวี เรือพระราชพิธีจำลองในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

ทั้งนี้เป็นไปตามแนวทางของกองทัพเรือในการจัดตั้งอาคารอเนกประสงค์ พิพิธภัณท์ทหารเรือ (อาคาร Utility Hall) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแสดงและรวบรวม สงวนรักษาวัตถุพิพิธภัณฑ์ เรื่องราว ประวัติความเป็นมาของกองทัพเรือ เพื่อใช้ประกอบการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ทหาร และพัฒนาการทางทะเล ให้ข้าราชการของกองทัพเรือ ตลอดจนประชาชนได้เข้าชม ศึกษา เรียนรู้ และได้รับความเพลิดเพลินในโอกาสเดียวกัน

จึงขอเชิญชวนข้าราชการทหารเรือ ตลอดจนประชาชนที่สนใจเข้าชมนิทรรศการฯ ในช่วงวันและเวลาข้างต้น

ปตท. เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 เป็นไปตามแผนธุรกิจ ใช้งบกว่า 20,000 ล้านบาท ฟื้นฟูประเทศหลังโควิด-19

เมื่อวานนี้ (11 พ.ค. 66) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากปัญหาความขัดแย้งและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายประเทศ การปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มประเทศ OPEC และชาติพันธมิตร จนถึงสิ้นปี 2566 และเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว ส่งผลให้ไตรมาส 1 ปี 2566 ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) ที่ 104,008 ล้านบาท ลดลง 36,904 ล้านบาท หรือร้อยละ 26.2 จากไตรมาส 1 ปี 2565 ที่จำนวน 140,912 ล้านบาท โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของธุรกิจที่ ปตท. ดำเนินการเอง เช่น กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีผลการดำเนินงานลดลงจากธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ที่มีราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงเกือบทุกผลิตภัณฑ์ตามราคาปิโตรเคมีในตลาดที่ใช้อ้างอิง ประกอบกับปริมาณการขายลดลงและต้นทุนค่าเนื้อก๊าซสูงขึ้น สำหรับกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้ มีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ส่งผลให้ ปตท. และบริษัทย่อยในไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิจำนวน 27,855 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,063 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.4 จากไตรมาส 1 ปี 2565 ที่จำนวน 24,792 ล้านบาท 

ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ยึดมั่นพันธกิจสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมเป็นแรงสำคัญขับเคลื่อนอุตสาหกรรม และประเทศให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563 - 2565 ได้ใช้งบประมาณกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบของภาคประชาชนจากวิกฤตโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน อาทิ การสำรองน้ำมัน 4 ล้านบาร์เรล การตรึงราคา NGV การช่วยเหลือราคา LPG แก่หาบเร่แผงลอยผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การสนับสนุนเงินเข้ากองทุนน้ำมัน และการขยายเทอมการชำระเงินแก่ กฟผ. เพื่อลดภาระค่า FT เป็นต้น 

ทั้งนี้ ปตท. เร่งเดินหน้ากลยุทธ์ ‘ปรับ เปลี่ยน ปลูก’ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี 2583 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายใน ปี 2593 ด้วยการทำงานเชิงรุก ปรับกระบวนการผลิต พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ พร้อมเปลี่ยน สู่ธุรกิจพลังงานสะอาด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งขยายสู่ธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน เพิ่มปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านการ ปลูกป่าเพิ่ม 1 ล้านไร่ ภายในปี 2573 ในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน เพื่อการมีส่วนร่วมดูแลรักษาป่า ส่งเสริมอาชีพ และรายได้ของชุมชนในพื้นที่ ในอนาคตพื้นที่ป่าเหล่านี้จะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 4.15 ล้านตัน/ปี 

“ปตท. มุ่งมั่นดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย สนับสนุนการใช้พลังงานแห่งอนาคต สร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ พร้อมศึกษาพลังงานไฮโดรเจน และพลังงานหมุนเวียน เพื่อเป็นแรงสำคัญขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพลิกฟื้นผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์ นำพาประเทศบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions ได้อย่างยั่งยืนต่อไป” นายอรรถพล กล่าวเสริม

เปิด 18 ผลงาน 'รัฐบาล' 8 ปีพัฒนา 'ภาคกลาง'

ตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ เกิดการพัฒนาทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้งการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูปคุณภาพชีวิตในชุมชน แก้ไขปัญหาสะสมเรื่องความไม่สงบในประเทศ ออกมาตรการทางเศรษฐกิจ มีการจัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มารดาประชารัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการชิมช็อปใช้ โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนจับต้องได้ทั้งสิ้น และคนที่ได้รับประโยชน์คือประชาชนไทยทุกคน

ในส่วนภาคกลาง มีการประกาศระเบียงเศรษฐกิจภาคกลาง-ตะวันตก ประกอบด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อผลักดันการลงทุนของภาครัฐและเอกชนเพื่อเป็นศูนย์กลางขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกและตะวันตก และภาคตะวันตกกับภาคใต้ตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน

เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปอาการเกษตร การท่องเที่ยว และการพัฒนาอุตสาหกรรมมูลค่าสูง โดยสามารถพัฒนาศักยภาพในการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศและระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC  มีโครงการที่สามารถจับต้องและเอื้อประโยชน์ต่อชาวภาคกลางดังนี้

1. โครงการทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหาคร เพื่อขยายโครงข่ายทางพิเศษไปทางตะวันตกของ กทม

2. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – นครราชสีมา

3. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี

4. โครงการก่อสร้างทางหลวงชนบท สาย ฉ และ ค ผังเมือง รวมเมืองชัยนาท จ.ชัยนาท

5. โครงการถนนสาย ค ผังเมืองรวมเมืองนครสวรรค์ (บริเวณถนนมหาเทพ)

6. โครงการขยายถนนราชพฤกษ์ระยะที่ 2 (ตอนที่ 2) ซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 - คลองมหาสวัสดิ์)

7. โครงการถนนต่อเชื่อมถนนราชพฤกษ์ – ถนนกาญจนาภิเษก (แนวเหนือ - ใต้) ตอน NS1

8. โครงการถนนต่อเชื่อมถนนราชพฤกษ์ – ถนนกาญจนาภิเษก (แนวเหนือ - ใต้) ตอน NS2

9. โครงการถนนต่อเชื่อมถนนราชพฤกษ์ – ถนนกาญจนาภิเษก (แนวเหนือ - ใต้) ตอน NS3

10. โครงการถนนต่อเชื่อมถนนราชพฤกษ์ – ถนนกาญจนาภิเษก (แนวเหนือ - ใต้) ตอน CD Road

11. ทางหลวงหมายเลข 367 ช่วงเลี่ยงเมืองกาญจนบุรี

12. สร้างทางเดินลอยฟ้าริมแม่น้ำแควเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่

13. เชื่อมเส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี โยงเศรษฐกิจพิเศษชายแดนกับพื้นที่เศรษฐกิจหลัก เพื่อหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างกันเชื่อมท่าเรือทวาย-แหลมฉบัง-สีหนุวิลล์

14. พัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษบ้านพุน้ำร้อน กาญจนบุรี จากท่าเรือทวาย-ท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ไปจนถึงท่าเรือวังเตา ประเทศเวียดนาม

15. พัฒนาด่านชายแดนไทย-เมียนมา บ้านพุน้ำร้อน ด่านเจดีย์สามองค์ และด่านสิงขร 

16. สร้างโครงข่ายถนนเพิ่มเติมเพื่อลดความแออัดทางการจราจรจากภาคเหนือ

17. สร้างเส้นทางคู่ขนานกับทางหลวงหมายเลข 32

18. พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกพระนครศรีอยุธยาอย่างยั่งยืน

จริง ๆ แล้วโครงการพัฒนาภาคกลางในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชายังมีอีกมาก แต่ยกตัวอย่างคร่าว ๆ ให้เห็นว่าพ่อแม่พี่น้องชาวภาคกลางได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร

‘พุทธิพงษ์’ เขียนจดหมายอ้อน ปชช. เทคะแนนให้ ‘ภูมิใจไทย’ ชู ‘อนุทิน’ เป็น ‘ผู้นำ ผู้ทำ’ พร้อมพาประเทศก้าวพ้นความขัดแย้ง

(12 พ.ค. 66) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผอ.การเลือกตั้งกทม. พรรคภูมิใจไทย เขียนจดหมายจากใจพุทธิพงษ์ ส่งตรงถึงพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯ ใจความว่า “กราบเรียน พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ที่เคารพรักทุกท่าน ประเทศไทยที่รักของเรากำลังจะเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้นำ และพรรคการเมืองที่มีความพร้อมเพื่อจะเป็นรัฐบาลของทุกคน นำพาประเทศออกจากความขัดแย้งที่ยาวนานเกือบ 2 ทศวรรษ และวิกฤตเศรษฐกิจที่ยาวนาน พรรคการเมืองต้องเร่งทำงานให้ประชาชนทุกคน เพื่อเสริมสร้างบ้านนี้ให้อบอุ่นกว่าเดิม และอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

รัฐบาลของวันพรุ่งนี้ จะต้องมีความเข้าใจ เข้าถึงประชาชน ทุกรุ่น ทุกวัย ทุกสถานะ ทุกความเชื่อ และอุดมการณ์ทางการเมือง มาจากพรรคการเมืองที่มีความพร้อมทั้งวิสัยทัศน์ ความคิด ปัญญา เครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ต่างประเทศ และประสบการณ์ทางการเมือง ที่สำคัญต้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และสถาบันหลักของชาติ มีความเป็นเอกภาพ ไม่สร้างความขัดแย้งใด ๆ มีวิสัยทัศน์ผ่านการกำหนดนโยบายที่พูดแล้วทำ

วันนี้พรรคภูมิใจไทยเสนอตัวเป็นทั้ง ผู้นำ และผู้ทำ ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ เป็นผู้ที่มีความพร้อมทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ และประสบการณ์ เข้าใจงานทั้งภาครัฐ และเอกชน เป็นผู้นำที่พาองค์กรฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจกลับมาเป็นองค์กรชั้นนำของประเทศ เป็นนักการเมืองที่พาประเทศพ้นวิกฤตจนได้รับการยกย่องจากประชาคมโลก มีความเป็นสากล และสามารถเป็นตัวแทนการค้าขายให้กับประเทศเรา เพื่อเปิดตลาดการค้าการลงทุนให้กลับมาเข้มแข็ง และยังเป็นผู้นำที่เชื่อมโยงกับคนได้ทุกระดับ เป็นผู้นำของคนทั้งประเทศ ที่ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายหรือพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่ง

นโยบายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ เน้นการตั้งหลัก ฟื้นฟู และพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืน เป็นนโยบายที่ผ่านการคิดด้วยความรับผิดชอบ สามารถทำได้จริง ไม่ขายฝัน และไม่สร้างภาระหรือความเสี่ยงให้กับสถานะการเงินการคลังของประเทศ ไม่ทิ้งมรดกบาปไว้ให้ลูกหลาน

ผมได้รับความไว้วางจากจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนกรุงเทพฯ ได้เป็น ส.ส. เป็นตัวแทนพี่น้อง และทำงานให้ชาวกรุงเทพฯ มากว่า 20 ปี ผมได้ชวนเพื่อนนักการเมืองที่มากประสบการณ์ และคัดสรรคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ เต็มเปี่ยมด้วยพลังที่พร้อมทำงานการเมือง มาเสนอตัวเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ การเลือกของท่านจะเป็นการกำหนดทิศทางของประเทศ จบความขัดแย้งกว่า 2 ทศวรรษ จบวิกฤตเศรษฐกิจ ร่วมสร้างประเทศที่มั่นคงไปด้วยกัน วันที่ 14 พ.ค.นี้ กราบขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนกรุงเทพฯ โปรดเลือก พรรคภูมิใจไทย บัตรสีเขียวเบอร์ 7 และผู้สมัครจาก พรรคภูมิใจไทย ใน 33 เขต กรุงเทพฯ ด้วย”  

‘ลุงตู่’ ปิดจ๊อบปราศรัยใหญ่เวทีเมืองคอน ‘สุดยิ่งใหญ่’ ขณะที่ ‘พิธา’ ติดหล่มปมถือหุ้นไอทีวี จนก้าว…ไม่ไกล

สุดสัปดาห์นี้ ท่านผู้อ่านก็จะได้เข้าคูหากากบาท ชี้ชะตาประเทศไทยกันในวันที่ 14 พ.ค. ได้เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ใช่

แม้เพจพรรครวมไทยสร้างชาติจะเขียนข่าวเวอร์ไปหน่อยว่าคนเมืองคอนแห่ไปฟังลุงตู่ปราศรัยที่สนามหน้าเมือง เมื่อค่ำวันที่ 11 พ.ค. ร่วม 5 หมื่นคน แต่ก็ต้องบันทึกว่าเป็นการปราศรัยใหญ่นัดที่คนฟังมากที่สุดในภาคใต้ ประมาณเกือบ 2.5 หมื่นคน เหนือกว่าที่สุราษฎร์ธานีเล็กน้อย เป็นการปราศรัยปิดแมทช์ต่างจังหวัดที่สวยงามของลุงตู่..วันเดียว  5 จุด...จุดสุดท้ายที่สนามหน้าเมือง “ลุงตู่” ปราศรัยได้กลมกล่อม ไม่เล่นมาก แต่ไม่เครียด สอดแทรกเนื้อหาดีทั้งผลงานที่ทำแล้ว ปณิธาณ นโยบายที่จะทำต่อ  การสร้างสมดุลในภูมิภาคที่กำลังถูกท้าทาย และความสามัคคี ความสำคัญของทุกคนในฐานะพลังของแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม 10 ที่นั่ง ส.ส. นครศรีธรรมราช รอบนี้ ‘เล็ก เลียบด่วน’ ประเมินแล้วประชาธิปัตย์น่าจะกวาดไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ที่เหลือเป็นของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยอาจจะมีพลังประชารัฐสอดแทรกมาสัก 1 เก้าอี้

สำหรับแนวโน้มภาพรวมผลการเลือกตั้งนั้น พูดกันให้แซ่ดถึงบทวิเคราะห์ของสำนักต่าง ๆ ทั้งที่เอ่ยอ้างว่าเป็นของหน่วยงานในกระทรวงใหญ่บางแห่ง และสถาบันการศึกษาสำคัญ รายงานข้อมูลชุดสุดท้ายไปในทิศทางเดียวกันว่า ขั้วฝ่ายค้านเดิมมีคะแนนสูงกว่าขั้วลุง ในระดับตัวเลข 270 ต่อ 230 ประมาณนั้น

ยกเว้นสัปดาห์สุดท้ายการตื่นตัวของพลังเงียบ พลังช้างป่วยกลายเป็นพลังช้างศึกที่ถูกปลุกขึ้นมาในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา จะแห่กันออกมาปกบ้านป้องเมืองรักษาวิถีไทยแบบมืดฟ้ามัวดิน คะแนนสองข้างก็คงสูสีกัน ซึ่งถ้าคะแนนสูสีดูดี๋กัน ขั้วรัฐบาลเดิมก็จะจัดตั้งรัฐบาลได้ในที่สุด ท่ามกลางร้อยแปดความวุ่นวาย 

และด้วยฉากทัศน์การเมืองดังวิเคราะห์มานี่เองที่ทำให้พรรคเพื่อไทย โดยณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ประกาศรัว ๆ ทุกเวทีว่า ถ้าเป็นการชกมวย การชนะคะแนนแปลว่าแพ้ ต้องน็อกสถานเดียว อันนี้ก็ว่ากันไป ฝันกันไป 

พูดถึงพรรคส้ม ก้าวไกลสักนิด กรณีพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถือหุ้นไอทีวี คงไม่ส่งผลต่อการลงคะแนนในวัที่ 14 พ.ค. แต่หลังเลือกตั้งต้องลุ้นระทึกว่าอนาคตพิธาจะจบอย่างไร ดีสุดคือเป็น ส.ส.ต่อไป แย่สุดคือพ้นสภาพ ส.ส. 

แต่ที่ ‘เล็ก เลียบด่วน’ ได้แต่ส่ายหน้าสงสารก็คือพ่อพิมไปพูดในรายการของ ‘จอมขวัญ’ ว่าเรื่องนี้เลวร้ายที่สุดคือโดนตัดสิทธิ์การเป็น ส.ส. เท่านั้น ยังเป็นรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีได้ เฮ่อ เชื่อแล้วว่าฝ่ายกฎหมายพรรคส้มไม่เป็นสับปะรดจริง ๆ ทำไมไม่บอกให้คุณทิมรู้ว่า ถ้าโดนตัดสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ก็หมดสิทธิ์จะเป็นรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี เฮ่อออ!!!

โฉบไปที่พรรคภูมิใจไทย แม้จะถูกไล่ล่าจากชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เรื่องกัญชาและสารพัดการเตะสกัดจากคู่แข่งมากแค่ไหน แต่ ‘ครูใหญ่เนวิน’ สั่งทุกแนวรบให้มีสมาธิสู้รบในฉากสุดท้าย จำเพาะที่สนามกรุงเทพฯ ได้ปฏิบัติการเติมกระแสเติมกระสุนใน 4 เขตเป็นกรณีพิเศษ ด้วยความมั่นใจลึก ๆ ว่า จะตอกเสาเข็มให้พรรคได้อย่างน้อย 2 เขต

ปิดท้ายวันนี้ มองให้ไกลไปกว่าหีบเลือกตั้งสักนิดเราจะพบว่า การเลือกตั้งหนนี้มีมหาอำนาจตะวันตกโฟกัสที่หมายถึงการแทรกแซงเป็นพิเศษ พวกเขาบังอาจพูดดักคอดักทางว่ากองทัพและสถาบันเบื้องสูงต้องไม่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้ง ๆ ที่สองสถาบันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวใด ๆ และเมื่อต้นสัปดาห์มีข่าวว่า ทูตตะวันตกหลายประเทศรวมตัวกันเชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทย ก้าวไกล ประชาชาติ และพลังประชารัฐ ชี้นำให้แก้ไขมาตรา 112 ดูเหมือนหลายพรรคจะเออออ..ยกเว้นพลังประชารัฐ!!

ทั้งหลายทั้งปวงเหตุที่มหาอำนาจตะวันตก นำโดยสหรัฐอเมริกาออกอาการจุ้นจ้านเป็นพิเศษ ใช่หรือไม่ว่าก็เพราะพวกเขาอยากได้รัฐบาลที่เลือกข้างสหรัฐ ไม่ใช่รัฐบาลที่รักษาสมดุลอย่างรัฐบาลลุงตู่...ดังนั้นฝากท่านวิญญูชน สาธุชนพึงใคร่ครวญในเรื่องนี้ด้วยเทอญ

เรื่อง: เล็ก เลียบด่วน

เวลาเปลี่ยน เมืองไทยเปลี่ยน: ท่าอากาศยานพะเยา

รัฐบาลพร้อมเดินหน้าพัฒนา ‘ท่าอากาศยานพะเยา’ หลังรอมากว่า 7 ปี การพัฒนาครั้งนี้เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น และมีพื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆ ได้มากขึ้น อีกทั้งยังห่างจากตัวเมืองพะเยาเพียง 18 กิโลเมตร
 

เหตุผลสำคัญในการเลือกพรรคการเมือง พรรคเพื่อใคร ไม่สำคัญเท่าทำงานแค่ไหน?

(12 พ.ค. 66) อ.พลกฤษณ์ จิตร์โต แห่งคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Ponlakit Jitto’ ระบุว่า…

การเลือกพรรคการเมือง ขึ้นกับจริตแต่ละคน แต่เชื่อว่าทุกคนเป้าหมายไม่ต่างกันมาก คือ หวังประเทศชาติเจริญ เพื่อความเป็นอยู่ตัวเราเองดีขึ้น

ผมเองใครๆ ดูคงรู้ ว่าเลือกใคร แต่ผมก็มีเหตุผลของผมนะ

เหตุผลของผมก็ง่ายๆ อยากเห็นประเทศไทยเจริญ โดยเฉพาะอีสานบ้านเรา อยากเห็นอีสานเราเจริญ อยากให้เด็ก ลูกศิษย์เรามีงานทำ ในภาคอีสานไม่ต้องจากบ้านไปไกลเหมือนสมัยก่อน ซึ่งทำให้เศรษฐกิจอีสานดีขึ้น

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมไม่เชื่อว่าพรรคไหนเพื่อใคร มันไม่เคยมีจริง พรรคนี้ของคนอีสาน คนเหนือ พรรคนั้นของคนใต้ พรรคนี้สำหรับคนรุ่นใหม่ (ปล.30 ปีที่แล้วก็มีพรรคลักษณะนี้นะ) มันเพียงวาทะกรรมเพื่อสร้างกลุ่มและความจงรัก ให้กับหัวหน้าพรรคโดยไม่จำเป็นต้องดูผลงาน

สำหรับผมเอง ผลงานสำคัญ กว่าการยึดถือในตัวพรรค พรรคไหน ‘ชนะ-แพ้’ ผมเฉยๆ 

ประเทศเจริญ-ถดถอย ผมสนใจในส่วนนั้น

ใน 8 ปีนี้ ผมเห็นอะไร กับการทำงานรัฐบาล ส่วนการเลือกตั้งหนนี้ หากจะวิเคราะห์นโยบาย ผมขอไม่พูดถึงแล้วกัน เพราะปกติ ชอบมองสิ่งเขาพัฒนา และนำมาคิดตามว่า ทำไปทำไม สิ่งเกิดขึ้น จะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป ดังนี้...

1 ด้านคมนาคม และ โครงสร้างพื้นฐาน >> ยอมรับว่า 50 ปีที่เกิดมา และ 30 ปีที่เริ่มสนใจการเมือง รัฐบาลนี้ สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ก้าวกระโดดมากๆ และสร้างไปทั้งประเทศ และสร้างเร็วกว่าที่เคยเป็นมา
1.1 รถไฟรางคู่ แทบทั่วประเทศ ที่ไม่เคยมีคนสนใจตั้งแต่สมัย ห้าสิบปี เหมือนเดิมมากๆๆๆ 
1.2 รถไฟความเร็วสูง แม้กู้เงินมาทำ แต่ทำให้ภาคอีสาน มากสุดเลยว่าไหม ยังมีภาคตะวันออกเชื่อมสนามบิน
1.3 รถไฟสายใหม่เชื่อมต่อให้คนอีสาน สายบ้านไผ่ นครพนม และ ภาคเหนือ เด่นชัย เชียงราย เชียงของ
1.4 การขยายถนนข้ามจังหวัด แบบเลนสวน เป็น สี่ หก เลน และ ขยายถนน เยอะมาก
1.5 กทม. มีประชากรหนาแน่น รถไฟฟ้า เพิ่มขึ้นจนเต็มพื้นที่ ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในอนาคต ถ้าทำเสร็จเห็นว่าเป็นอันดับ 3 ของเอเชียทีเดียว
1.6 การเปลี่ยนรถเมล์ ประมูลใหม่ได้ ไทยสมายล์บัสมาเป็นรถไฟฟ้า และ ข้อดี เป็นรถที่ผลิตในไทย ตรงนี้แจ่มมาก
1.7 เปลี่ยนหัวลากดีเซลเดิม เป็นหัวลากใหม่สีแดง ลากดีขึ้นและลดมลพิษ สั่งมา 50 หัวลาก
1.8 ชอบเลย คือ พัฒนา ให้ไทยผลิตได้เอง ไม่ว่าจะเป็นหัวรถลาก EV ที่ตั้งไลน์ผลิต ตู้โดยสาร จนตู้โดยสารไฮเทค ที่ สจล. รัฐ สนับสนุน รถเมล์ไฟฟ้า เรือ ไฟฟ้า

พูดถึงทำไม? 
ถ้าผลิตรถไฟฟ้าได้มาก ก็มีคนมาลงทุนมากขึ้น ย้อนกลับไปก่อนหน้า รัฐบาลส่งเสริมให้ตั้งโรงงานแบตเตอรี ในไทย และ เซมิคอนดักเตอร์ในไทย ทำให้ การมีแบตเตอรีที่ผลิตได้ในไทยเป็นกลไก ในการขับเคลื่อน 

จุดสำคัญที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้เกิดความน่าลงทุนในทุกภาค โดยเฉพาะภาคอีสาน

ผบ.ตร. เป็นประธานปิดการแข่งขัน Royal Thai Police SWAT Challenge 2023  มอบรางวัลทีม Commando ที่ผงาดคว้าแชมป์  ชื่นชมศักยภาพชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจไทย สั่งพัฒนาต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่ระดับโลก สร้างความเชื่อมั่นประชาชน 

วันนี้ (12 พ.ค 66) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เดินทางไปเป็นประธานพิธีปิดการแข่งขัน Royal Thai Police SWAT Challenge 2023 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี  โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ณัฐ สิงห์อุดม ผบช.ตชด. , พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 , พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8  และพล.ต.ต.วันชนะ ธรรมเสมา ผบก.สอ.บช.ตชด. พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

การแข่งขันในครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระดับกองบัญชาการ ประจำปี 2566 โดยการแข่งขันเริ่มตั้งแต่วันที่ 8-12 พ.ค.66 เพื่อค้นหาสุดยอดทีมปฏิบัติการพิเศษ เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขัน UAE SWAT Challenge ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ช่วงสิ้นปีนี้ มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันจากกองบัญชาการตำรวจต่างๆทั่วประเทศเข้าร่วม 17 ทีม แบ่งเป็น 5 Stage คือ Stage 1 HOSTAGE RESCUE ภารกิจช่วยเหลือตัวประกัน , Stage 2 ASSAULT EVENT ภารกิจจู่โจม , Stage 3  Officer Rescue ภารกิจปฏิบัติการกู้ภัย , Stage 4 TOWER ASSAULT ภารกิจโจมตีหอคอย และ Stage 5  OBSTACLE COURSE ภารกิจสิ่งกีดขวาง 

ผบ.ตร.ได้มอบรางวัลให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษในการการแข่งขัน  Royal Thai Police SWAT Challenge 2023  ผลคะแนนรวม overall ดังนี้ 
- รางวัลชนะเลิศได้แก่ ทีม Commando (กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ)
- รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีมหนุมาน (กองบังคับการปราบปราม) 
- รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีมแดนไทย 54 (ตำรวจภูธรภาค 9)

สำหรับ การแข่งขัน RTP SWAT Challenge 2023 นอกจากการใช้พละกำลังทางร่างกาย  พลังใจ สมาธิ และการวางแผนที่ดีแล้ว ต้องคำนึงถึงยุทธวิถี และเทคนิคการใช้อาวุธที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความจําเป็นต่อการปฏิบัติ เพื่อเตรียมพร้อมและต่อยอดกับการปฏิบัติภารกิจจริง คณะจัดการแข่งขันได้นำวิธีการตรวจนับคะแนน และการตัดแต้ม ตลอดจนวิธีการตัดสินต่างๆมาจากแบบแผนสากลที่ใช้ในการแข่งขันระดับโลกที่ดูไบ 

ผลงานจากปีที่ผ่านมาทีมหน่วยปฏิบัติพิเศษ (SWAT) จากประเทศไทย ติด Top5 ระดับโลก ในการแข่งขัน UAE SWAT Challenge 2023 ซึ่งในปีนี้คณะทำงานจัดการแข่งขันได้พยายามอย่างเต็มที่ในการจัดการแข่งขัน เพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพ จิตวิญญาณ ค่านิยม และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของหน่วยปฏิบัติการพิเศษทั้งประเทศ และค้นหาสุดยอดทีม หน่วยปฏิบัติพิเศษ (SWAT) เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่ง UAE SWAT Challenge ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ช่วงสิ้นปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายในปีนี้ก้าวขึ้นสู่ top3 ระดับโลก
  
ผบ.ตร. กล่าวว่า “ เราได้พัฒนาหน่วยปฏิบัติการพิเศษมาต่อเนื่อง นำไปแข่งขันระดับโลกที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ช่วงที่ผ่านมา จนได้รับรางวัล TOP5 ซึ่งดีที่สุดตั้งแต่เคยแข่งมา ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ส่วนหนึ่งเพื่อค้นหาทีมที่จะร่วมแข่งขันยุทธวิธีระดับโลก ซึ่งเชื่อว่าปีนี้จะทำได้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้ ครูฝึกผู้เข้าแข่งขันได้นำเอาประสบการณ์ มาต่อยอดฝึกต่อให้ชุดปฏิบัติการพิเศษของกองบัญชาการต่างๆทั่วประเทศ เพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่ ซักซ้อมตามสถานการณ์ต่างๆ ตามหลักยุทธวิธี ประกอบการใช้กำลัง ตลอดจนถ่ายทอดลงไปสู่ระดับสถานีตำรวจ ให้มีชุดปฏิบัติพิเศษระดับสถานีคอยระงับเหตุในเบื้องต้นได้ทันท่วงที ซึ่งจะมีการพัฒนาต่อเนื่องไป เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน อีกทั้งจะนำชุดปฏิบัติการพิเศษไปใช้คอยสนับสนุน ควบคุมสถานการณ์ช่วงเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ด้วย ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นอกจากนี้ ขอแสดงความยินดีกับหน่วยที่ได้รับรางวัล และให้กำลังใจทุกหน่วยที่ร่วมแข่งขัน แสดงให้เห็นถึงความพร้อม ศักยภาพ การพัฒนาความรู้ ทักษะการชำนาญในการปฏิบัติหน้าที่ จนสามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ เตรียมการวางแผน ประสานการปฏิบัติภายใต้สถานการณ์วิกฤติ ซึ่งในสถานการณ์จริงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การร่วมซักซ้อม จะทำให้เข้าใจบทบาท ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย จนนำความเชื่อมั่นมาสู่ประชาชนได้เป็นอย่างดี”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top