Saturday, 18 July 2026
Hard News Team

‘บิ๊กป้อม’ เข้าคูหาใช้สิทธิ สวมเชิ้ตชมพู ต่อคิวหย่อนบัตร พร้อมชวน ปชช. ออกมาใช้สิทธิให้ประเทศไทยก้าวหน้า

(14 พ.ค. 66) ที่เต็นท์สวนวังทอง 1 (ปากซอยลาดพร้าว 71 ฝั่งขวา) แขวงสะพาน 2 เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนเดินทางมารอใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งกันตั้งแต่ช่วงเช้า บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 
.
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 08.04 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และแคนดิเดตนายกฯ เดินทางมาถึงหน่วยเลือกตั้งในลุคเสื้อเชิ้ตสีชมพูและกางเกงยีนส์ พร้อมพนักงานรักษาความปลอดภัย 2 นาย ก่อนเข้าต่อคิวรอใช้สิทธิเหมือนประชาชนรายอื่นๆ อย่างไรก็ตามระหว่างรอคิวมีสื่อมวลชนเข้าไปสอบถาม แต่พล.อ. ประวิตรจะปฏิเสธแรงว่า “เขาไม่ให้ถามแล้ว” หลังจากนั้นพล.อ.ประวิตรได้เข้าคูหาใช้สิทธ์เลือกตั้งในเวลา 08.30 น. 
.
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังจากใช้สิทธิเสร็จ โดยกล่าวว่า อยากให้ประชาชนทุกคนออกมาเลือกตั้งให้ประเทศไทยก้าวหน้า โดยนานๆจะมีการเลือกตั้งทั้งที และนี่เป็นการเลือกตั้งครั้งใหญ่ 

ต่อมาผู้สื่อข่าวถามว่า มีความรู้สึกตื่นเต้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปตื่นเต้นทำไม ก็เลือกเท่าที่อยากเลือก แต่ก็ไม่รู้จะเลือกใครเหมือนกัน 

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็น พล.อ.ประวิตร จะเดินทางไปร่วมรับฟังผลการเลือกตั้งที่พรรคพลังประชารัฐด้วยเช่นกัน 

สีสันเลือกตั้ง!! ‘กรณ์’ ควงภรรยา ออกมาลงคะแนนเสียงแต่เช้า ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 สถานเลี้ยงเด็กนอดดี้เพลย์กรุ๊ป

(14 พ.ค.66) เมื่อเวลา 09.30 น. นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคชาติพัฒนากล้า เดินทางพร้อมครอบครัว ได้แก่ นางวรกร จาติกวณิช ภรรยา นายพงศกร มหาเปารยะ หรือแต๊ง อดีตนักแสดง นายพันธิตร มหาเปารยะ นางสาวกานต์ จาติกวณิช มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 สถานที่เลี้ยงเด็กนอดดี้เพลย์กรุ๊ป ในเขต เลือกตั้งที่ 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ นายกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหาร และผู้สมัคร จะเข้าพรรคชาติพัฒนากล้า ถนนรัชดาภิเษก ในเวลา 18.00 น. เพื่อรอลุ้นผลคะแนนเลือกตั้งต่อไป

'ชาวบ้าน' โวย!! ภาพลักษณ์ 'วัดพระธาตุพนม' ถูกบั่นทอน หลัง 'ถนนลายขิด' ถูกตีเส้นทำที่จอดรถ ทำลายความสวยงาม

(14 พ.ค. 66) ความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดระเบียบวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าวางขายของในพื้นที่โซนนิ่งของทางคณะกรรมการวัดจัดไว้ให้ โดยมีนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความชื่อดัง ในฐานะประธานมูลนิธิกองทัพธรรม ไวยาวัจกรวัด เป็นประธานดูแลบริหารทั้งภายในภายนอกวัดพระธาตุพนมฯ จัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เข้ามาดูแลจัดระเบียบ ป้องกันการฉกฉวยโอกาสเรียกรับผลประโยชน์ ด้วยการให้เช่าพื้นที่ขายของในบริเวณวัดของคณะกรรมการวัดบางกลุ่มที่ฝังรากลึกมายาวนาน
.
จนกระทั่งการจัดระเบียบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทางบรรดาพ่อค้าแม่ค้า พร้อมใจยินยอมที่จะเข้าไปขายของในพื้นที่ที่ทางวัดจัดให้ อีกทั้งคณะกรรมการวัดกำลังแก้ไขปัญหาจัดระเบียบทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการจัดพื้นที่ขายของแบบถาวร เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อความสวยงามไม่รกหูรกตาเหมือนที่ผ่านมา ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ในการท่องเที่ยว และให้เป็นไปตามระเบียบขั้นตอน ในการเสนอองค์พระธาตุพนมขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
.
ล่าสุดได้มีแกนนำชาวบ้านออกมาร้องเรียนให้ข้อมูลผ่านสื่อ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สะท้อนปัญหาเกี่ยวกับความสวยงามของถนนบริเวณหน้าวัด จากทางเข้าประตูวัดด้านหน้า ที่เคยมีปัญหากับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ามาก่อนหน้านี้ ลักษณะเป็นรูปตัวที (T) ยาวไปถึงประตูโขงติดถนนเลียบแม่น้ำโขง โดยจากข้อมูลพบว่า เป็นพื้นที่ถนนลานธรรม ที่ออกแบบก่อสร้างมาเป็นพิเศษ พื้นถนนกว้างประมาณ 8 เมตร ยาวประมาณเกือบ 500 เมตร ส่วนพื้นที่การออกแบบเป็นบล็อกปูพื้น พิมพ์สีออกมาเป็นลวดลายแบบพิเศษ ที่เรียกว่าลายขิดอีสาน สื่อถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีของชาวอีสาน เพื่อให้เกิดความสวยงามโดดเด่น หากมีการจัดกิจกรรมขบวนแห่ต่างๆ สามารถสร้างความตื่นตาให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
.
ส่วนริมถนนที่เป็นฟุตบาท จะมีการจัดรวบรวมข้อมูลประวัติความเป็นมา กล่าวถึงความสำคัญขององค์พระธาตุพนม ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมศึกษา แต่ปัจจุบันพื้นลายขิดดังกล่าว มีความสวยงามน้อยลง ไม่มีความโดดเด่น เนื่องจากกรรมการวัดออกแบบ ให้มีการตีลายเส้นสีขาวทับถนนลายขิดอีสาน เพื่อจัดเป็นที่จอดรถ ทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และไม่คุ้มค่ากับงบประมาณการออกแบบ ที่ต้องใช้งบประมาณสูงเกือบ 5 ล้านบาท จึงต้องการเรียกร้องผ่านสื่อให้มีการปรับปรุงแก้ไข ให้มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น สมกับงบประมาณที่ก่อสร้าง และประชาชน นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความสวยงาม โดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น

“อลงกรณ์”ปลื้มส่งออกข้าวไทย 4 เดือน พุ่ง 3.05 ล้านตัน ดันราคาข้าวในประเทศสูง ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น คาดปี2566 ส่งออกทะลุเป้า7.5ล้านตัน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าววันนี้(14 พ.ค.)ว่า เป็นข่าวดีที่การส่งออกข้าวของไทย 4 เดือนแรกของปีนี้ มีปริมาณสูงถึง 3.05 ล้านตัน และความต้องการข้าวในตลาดยังมีต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ราคาข้าวในประเทศเกือบทุกประเภทสูงเกินราคาประกันรายได้โดยเฉพาะข้าวเจ้าซึ่งมีปริมาณการผลิตมากที่สุด คาดว่า การส่งออกข้าวของไทยในปี2566 จะทะลุเป้าหมาย 7.5ล้านตันและน่าจะแซงตัวเลขการส่งออกข้าวในปี2565

สำหรับการส่งออกข้าวไทยปี 2565 อยู่ที่ 7.69 ล้านตัน โดยปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 22.1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการส่งออกสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7.5 ล้านตัน ขณะที่มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 138,451.8 ล้านบาท คิดเป็น 3,970.9 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น 26.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาดเป็นยุทธศาสตร์หลักบนความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อนและกระทรวงพาณิชย์โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ มุ่งทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชน และภาคเกษตรกรมีการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ผลผลิตต่อไร่สูงมีคุณภาพมาตรฐานตรงความต้องการของตลาด การยกระดับข้าวแปลงใหญ่พร้อมกับเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในต่างประเทศมากขึ้นรวมทั้งค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่แข่งขันได้เป็นปัจจัยสำคัญทำให้การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้ ประการสำคัญคือชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น”นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด.

‘จีน’ แรงไม่ตก!! ครองอันดับ 1 ‘ตลาดโลจิสติกส์โลก’ 7 ปีซ้อน ฟันมูลค่ารายได้ปี 65 แตะ 61 ล้านล้านบาท เติบโต 4.7%

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 66 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สหพันธ์โลจิสติกส์และการจัดซื้อแห่งประเทศจีน รายงานว่าตลาดโลจิสติกส์ของจีนครองอันดับหนึ่งของโลกในแง่ขนาดติดต่อกันเป็นปีที่ 7 เมื่อนับถึงปี 2022

รายงานระบุว่าโลจิสติกส์ทางสังคมของจีนโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 เมื่อเทียบปีต่อปี อยู่ที่ 347.6 ล้านล้านหยวน (ราว 1,696.28 ล้านล้านบาท) ในปี 2022

รายได้รวมของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในปี 2022 อยู่ที่ 12.7 ล้านล้านหยวน (ราว 61.97 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 จากปีก่อนหน้า

สำหรับเหตุผลที่จีนเป็นผู้นำของโลกในด้านโลจิสติกส์ ส่วนสำคัญมาจากความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของจีน ทึ่ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เติบโตและประสบความสำเร็จอย่างมาก รวมถึงการขนส่งพัสดุในจีนประมาณ 70% เน้นจัดส่งในวันเดียวกัน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ไม่ชอบรอนาน หรือสั่งซื้ออาหารสดที่เน่าเสียได้ ในกลุ่มอาหารแช่แข็ง อาหารทะเลแช่แข็ง และสินค้าอื่นๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ ที่ผ่านมายักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซของจีนอย่าง Alibaba และ JD.com เป็นสองโมเดลธุรกิจที่สร้างโซลูชันการจัดส่งของตนเองที่มีประสิทธิภาพสูงเทียบเคียงได้กับบริษัทจัดส่งชั้นนำอย่าง Amazon ในสหรัฐอเมริกากันเลยทีเดียว

ขณะที่แรงหนุนที่ส่งให้จีนขึ้นชื่อเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ของโลก นั่นเพราะการมี 5G หนุนกระบวนการสั่งซื้อได้รวดเร็ว / การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในวงกว้าง / แผนกลยุทธ์การจัดการด้านโลจิสติกส์ที่เป็นเลิศทั้งในหัวเมืองใหญ่และชนบท

สำรวจเงื่อนไขการเป็นเจ้าของรถยนต์ใน ‘ประเทศสิงคโปร์’ ภายใต้ ‘ใบอนุญาต’ ที่ทำให้รถราคาเบาๆ มีมูลค่ามหาศาล

เมื่อไม่นานมานี้ เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘Panitxp’ ได้โพสต์คลิปเล่าเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการซื้อขายรถยนต์ในประเทศสิงคโปร์ รวมถึงเหตุผลที่ราคารถยนต์ในประเทศนี้สูงลิ่ว ด้วยว่า…

“การที่คุณจะเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ประเทศสิงคโปร์ได้ คุณจะต้องซื้อใบอนุญาต ซึ่งใบอนุญาตนั้น มีราคาแพงมาก เพราะฉะนั้น คนที่จะมีรถยนต์ได้ ต้องมีเงินเยอะมากๆ”

“สำหรับใบอนุญาตดังกล่าวนี้ เรียกว่า ‘Certificate of Entitlement’ หรือ ‘COE’ โดยในแต่ละปีรัฐบาลจะมีโควตาว่า ในปีนั้นจะสามารถมีรถใหม่เพิ่มได้กี่คัน ซึ่งใช้วิธีคำนวณจากรถที่ออกจากระบบในปีที่แล้ว และการเติบโตที่เฉลี่ยขึ้นประมาณ 3% ทุกปี หลังจากนั้น จะให้คนที่ต้องการซื้อรถยนต์ เข้ามาส่งราคา เพื่อทำการประมูลซื้อ หลังจากเสร็จสิ้นรอบการประมูลแล้ว จะมีการคำนวณราคาของ COE ให้ โดยทุกคนที่ได้โควตา จะจ่ายเท่ากับราคาของคนสุดท้ายที่อยู่ในโควตา”

“จากนั้นเมื่อได้ใบ Certificate นี้แล้ว คุณจะสามารถครอบครองรถได้ 10 ปี และอาจขอขยายเพิ่มได้ 5 หรือ 10 ปี หลังจากนั้น รถจะถูกบังคับขายและส่งไปยังต่างประเทศ ฉะนั้น แค่การซื้อรถ Toyota เล็กๆ สักหนึ่งคันที่นี่ อาจจะเริ่มต้นที่ 3 ล้านบาทกันเลยทีเดียว”

“ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อเป็นการควบคุมจำนวนรถยนต์ และลดปัญหาการจราจรในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความหนาแน่นบนท้องถนนที่สุดในโลก”

‘ปลัด กทม.’ ตรวจเช็กความเรียบร้อย ก่อนเลือกตั้ง 66 วันพรุ่งนี้ ยัน!! เรียบร้อยดี ไม่พบปัญหา คาดรู้ผลไม่เป็นทางการ 3-4 ทุ่ม

(13 พ.ค. 66) ที่สำนักงานเขตมีนบุรี นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมการตรวจรับหีบบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง ให้แก่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)

นายขจิต เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า วันนี้เป็นการส่งมอบวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง ให้แก่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ค. 66) ถือว่ามีความสำคัญ เจ้าหน้าที่จะต้องมีการนับบัตรเลือกตั้งให้ครบตามจำนวนที่ได้รับ รวมถึงสำนักงานเขตได้มีการพูดคุยให้รายละเอียดต่างๆ กับคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ทาง กกต.ได้มีการส่งมอบโปสเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีรูปผู้สมัคร และพรรคการเมืองในแต่ละเขตให้นำไปติดที่หน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนที่มาใช้สิทธิได้ดูก่อนเข้าคูหาอีกด้วย

“สำหรับภาพรวม 50 เขต วันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยยังไม่ได้รับแจ้งปัญหาอะไร ส่วนการนับคะแนนในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ค. 66) จะเริ่มนับได้หลังจากปิดการลงคะแนน โดยเป็นการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ได้กำชับให้ทุกคนไม่ประมาทและทำตามขั้นตอนด้วยความรอบคอบ ไม่ต้องรีบเร่ง ขอให้เน้นความถูกต้องไว้ก่อน ซึ่งวันนี้เขตได้แจ้งรายละเอียดขั้นตอนการจัดการเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทราบอย่างละเอียดอีกครั้ง มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนจัดการเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม คาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการประมาณ 21.00-22.00 น.”  นายขจิต ระบุ

ทั้งนี้ กทม.ขอเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ค. 66) พร้อมเพรียงกัน โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงตนขอใช้สิทธิ บัตรประชาชนที่หมดอายุแล้วก็สามารถใช้ได้ นอกจากนี้ นำเอกสารทางราชการที่มีรูปและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ไปแสดงตนได้ เช่น หนังสือเดินทาง (Passport) ใบขับขี่ เป็นต้น หากลืมบัตรประชาชนสามารถแสดงตนด้วยบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ในมือถือก็ได้ แต่ต้องลงทะเบียนในแอพพลิเคชั่น ThaiD ก่อนจึงจะใช้ได้ และเพื่อความสะดวกต่อการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เขตเลือกตั้ง และรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2566 ได้ทางแอพพลิเคชั่นสมาร์ตโหวต (Smart Vote) และไทยดี (ThaiD) ได้ทั้งใน App Store และ Google Play

‘การบินไทย’ รุกเพิ่มความถี่เส้นทางบิน ‘จีน-ญี่ปุ่น’ เล็งเพิ่มไฟลต์ 1 ก.ค.นี้ คาดรายได้ไม่ต่ำกว่า 1.3 แสนล้าน

‘การบินไทย’ เผยไตรมาส 1/66 กำไร 1.2 หมื่นล้าน โตต่อเนื่อง 3 ไตรมาส ดีกว่าแผนที่กำหนดไว้ เผย 1 ก.ค.นี้ รุกเพิ่มความถี่เส้นทางบินสู่จีน-ญี่ปุ่น อีกระลอกใหญ่ พร้อมเตรียมรองรับไฮซีซั่นไตรมาส 4 เต็มที่ หลังรับมอบเครื่องบินใหม่ปีนี้ครบ 4 ลำ คาดรายได้รวมปี’ 66 ไม่ต่ำกว่า 1.3 แสนล้าน ขนส่งผู้โดยสารกว่า 9 ล้านคน

(13 พ.ค. 66) นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/2566 ที่ผ่านมา บริษัทมีผลประกอบการดีกว่าแผนที่กำหนดไว้ค่อนข้างมาก โดยบริษัทการบินไทยและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 41,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้รวม 11,181 ล้านบาท (271.2%) หรือประมาณ 3 เท่าตัว และมีกำไรสุทธิ 12,523 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 3 ไตรมาส ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าขาดทุน 3,243 ล้านบา

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นถึง 30,502 ล้านบาท หรือ 681.5% เนื่องจากให้บริการเส้นทางบินสู่ 34 เส้นทางทั่วโลก ทั้งยุโรป ออสเตรเลีย และเอเชีย และเพิ่มความถี่ในเส้นทางที่ได้รับความนิยม อาทิ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ เป็นต้น รวมถึงการกลับมาให้บริการเส้นทางบินสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนอีกครั้งตั้งแต่ 1 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ประกอบกับมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (cabin factor) โดยรวมเฉลี่ยสูงถึง 83.5%

“ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา การบินไทยและไทยสมายล์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือมีเครื่องที่ใช้ทำการบินรวม 65 ลำ มีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบิน 12.3 ชั่วโมง มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้น 121.4% มีจำนวนผู้โดยสารรวม 3.52 ล้านคน เพิ่มขึ้น 245.1%” นายชาย กล่าว

นายชายกล่าวด้วยว่า ตามแผนการขยายฝูงบินและเพิ่มปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) บริษัทจะดำเนินการเช่าเครื่องบินใหม่ (แอร์บัส A350) เข้ามาเสริมฝูงบินอีกรวม 11 ลำ ภายในปี 2567 โดยปีนี้จะรับมอบจำนวน 4 ลำ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา บริษัทได้รับมอบเครื่องบินลำแรกเข้ามาประจำฝูงบินแล้ว ส่วนลำที่ 2 จะรับมอบประมาณเดือนมิถุนายน ที่เหลืออีก 2 ลำจะทยอยเข้ามาประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน 2566 เพื่อรองรับไฮซีซั่นในช่วงไตรมาส 4/2566

ด้านนายกรกฎ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า บริษัทมีแผนนำเครื่องบินที่รับมอบใหม่มาทำการบินเส้นทางสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากเป็นตลาดที่เพิ่งเปิดและการบินไทยยังทำการบินได้ไม่มากนัก รวมถึงเส้นทางสู่ญี่ปุ่นที่ได้รับการตอบรับดีอย่างต่อเนื่อง

โดยตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2566 นี้เป็นต้นไป บริษัทมีแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินสู่จีนให้เป็นวันละ 1 เที่ยวบิน (daily fight) ทุกเส้นทาง จากปัจจุบันเส้นทางสู่เซี่ยงไฮ้ทำการบินอยู่จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์, กวางเจาให้บริการอยู่จำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และปักกิ่ง 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ส่วนเส้นทางสู่ญี่ปุ่นก็มีแผนจะเพิ่มความถี่ต่อเนื่องเช่นกัน กล่าวคือ เพิ่มเส้นทางบินกรุงเทพฯ-โตเกียวจากปัจจุบัน 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เป็น 21 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เส้นทางกรุงเทพฯ-โอซากา ปัจจุบันให้บริการอยู่ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เส้นทางกรุงเทพฯ-นาโกยา ปัจจุบันให้บริการอยู่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็นต้น

และฮ่องกง ซึ่งมีแนวโน้มคลี่คลายมากขึ้นก็เตรียมแผนเพิ่มเที่ยวบินจากปัจจุบัน 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เป็น 21 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เช่นกัน ขณะที่เส้นทางยุโรปที่มีแผนให้บริการสัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน หรือ daily fight ในเมืองสำคัญๆ และ 2 เที่ยวบินต่อวันสำหรับเส้นทางสู่ลอนดอน, แฟรงก์เฟิร์ต

“ในช่วงไตรมาส 2 ปกติจะเป็นโลว์ซีซั่น เราจึงไม่ได้คาดหวังมากนักในแง่การเติบโตของรายได้ แต่ตลาดยุโรปสู่ไฮซีซั่นอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม ตอนนี้ก็เริ่มมีบุ๊กกิ้งเข้ามาแล้ว เราจึงต้องเตรียมแผนรองรับเช่นกัน เพราะยุโรปยังเป็นแหล่งรายได้สำคัญถึงประมาณ 40% ของเรา” นายกรกฎ กล่าว

นายชายกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับภาพรวมทั้งปี 2566 นี้ บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 1.3 แสนล้านบาท และขนส่งผู้โดยสารรวมกว่า 9 ล้านคน

‘ราชานักไลฟ์ชาวจีน’ ไลฟ์ขายทุเรียนไทย วันเดียวได้ 1.6 ล้านลูก รับเต็มๆ 1,500 ล้านบาท!! ทำทุเรียนไทยในจีนขาดตลาด-ราคาพุ่ง 

(13 พ.ค. 66) เรียกว่ากำลังกลายเป็นกระแสไวรัลในโซเชียลประเทศจีนอย่างมาก สำหรับกรณี หนุ่มจีนชื่อ ‘ซิน โหย่วจือ’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ซินบา (Xinba)’ ฉายา ‘ราชานักไลฟ์’ หรือ ‘ราชานักขาย’

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 66 ‘ซินบา (Xinba)’ ผู้ก่อตั้ง Xinxuan Group บริษัทอีคอมเมิร์ซชั้นนำด้านการถ่ายทอดสดในประเทศจีน ได้บินลัดฟ้ามาไลฟ์สดขายสินค้าที่ประเทศไทย โดยงัดของดีในไทยขึ้นชื่อมากมาย เช่น ทุเรียน มังคุด ข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และผลิตภัณฑ์จากยางพารา

หลังจากเปิดไลฟ์สดขายสินค้าไปไม่นาน ยอดขายก็ทะลุ 100 ล้านไปอย่างง่ายดาย โดยยอดขายรวมทั้งหมดเกิน 830 ล้าน และปริมาณการสั่งซื้อรวมเกิน 6.78 ล้านออเดอร์ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งจริงๆ กับพลังของการซื้อสินค้าผ่านการไลฟ์ถ่ายทอดสดของจีน

สำหรับยอดขาย มังคุดไทย มีคำสั่งซื้อ 1.26 ล้านรายการต่อวินาที และทำยอดขายกว่า 100 ล้านหยวน หรือแปลงเป็นเงินไทยคือ 480 ล้านบาท

ในส่วนของ ทุเรียนหมอนทอง ที่หลายคนตั้งตารอ มียอดสั่งซื้อไปทั้งหมด 1.62 ล้านลูก น้ำหนักรวมกว่า 4,800 ตัน และมียอดขายรวมเกือบ 300 ล้านหยวน หรือเทียบเท่าประมาณ 1,500 ล้านบาท

จนกลายเป็นดรามาสนั่นติดเทรนด์ร้อนใน Baidu ที่จีน เหล่าพ่อค้า-แม่ค้าทุเรียนคนจีนด้วยกันออกมาโวยแหลก ว่าการไลฟ์สดขายสินค้าของราชานักขาย ‘ซินบา (Xinba)’ เป็นต้นเหตุให้ราคาทุเรียนในจีนพุ่งสูงขึ้น จนผู้ค้ารายย่อยไม่มีทุเรียนจะขาย ทำให้ทุเรียนไทยในจีนขาดตลาด และราคาพุ่งสูง

ที่น่าสนใจคือในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดอีคอมเมิร์ซของจีนได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และ ประเทศไทยถือเป็นประเทศใหญ่ในด้านการเกษตรและการผลิต ทั้งยังเป็นหนึ่งในแหล่งทรัพยากรที่สำคัญของห่วงโซ่อุปทาน

ประเทศไทยจึงถือเป็นหมุดหมายแรก ในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศของบริษัท Xinxuan Group

ทั้งนี้ ซิน โหย่วจือ หรือ ‘ซินบา (Xinba)’ ผู้ก่อตั้งบริษัท Xinxuan Group เผยว่า จะนำประสบการณ์ และทรัพยากรด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของจีนมาสู่ประเทศไทย และช่วยประเทศไทยฝึกฝนผู้มีความสามารถด้านดิจิทัล

ซินบายังเสริมอีกว่า จะใช้เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อช่วยในการเปลี่ยนแปลง และยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศต่างๆ แบ่งปันห่วงโซ่อุตสาหกรรม (Industrial Chain) และห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ไปทั่วโลก และร่วมปูทาง ‘เส้นทางสายไหมดิจิทัล’ เส้นทางการค้าที่สร้างความมั่งคั่ง

‘ชัชชาติ’ ชม ‘กฟน.’ หลังจัดระเบียบสายรุงรัง พระราม 4  อึ้ง!! เจอสายตายเพียบ ต้องตัดทิ้งกว่า 90%

(13 พ.ค. 66) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก ขณะร่วมวิ่ง City Run กับเพื่อนๆ นักวิ่ง

ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติวิ่งมาถึงสะพานลอยตรงข้ามโรงพยาบาลเมดพาร์ค เขตคลองเตย นายชัชชาติกล่าวว่า ถนนพระรามที่ 4 มีการจัดระเบียบสายสื่อสารใหม่ โดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ติดตั้งคอเหล็กไว้สำหรับร้อยสายไฟเบอร์ออปติกที่ผู้ให้บริการได้รับการอนุญาตแล้ว ส่วนสายเก่าที่ไม่ได้ใช้งานก็มีการตัดทิ้ง ซึ่งพบว่ามีกว่า 90%

“จะเห็นได้ว่าพอเรารวบสายก็ดีขึ้นเยอะเลย โปรเซสในอนาคตต่อไปคือการเอาลงดิน การนำสายลงดินต้องเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า กทม.เป็นผู้ประสานงานหลัก ที่ต้องพูดคุยกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หรือโอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โดยแต่ก่อนมีการพาดสายมั่วกันไปหมด

“อย่างที่เคยบอก ไม่ใช่งานของ กทม.เพียงคนเดียว เราไปตัดสายคนอื่นไม่ได้ มีกฎหมายควบคุมอยู่” นายชัชชาติกล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top