Saturday, 18 July 2026
Hard News Team

‘สื่ออังกฤษ’ คาด!! เก้าอี้นายกฯ ‘พิธา’ อาจไม่ราบรื่น แม้ครองอันดับ 1 แต่คงต้องรวมเสียง ส.ส. สู้ 250 ส.ว.

(15 พ.ค. 66) Daily Mail นสพ.ของอังกฤษ เสนอข่าว Pita Limjaroenrat: leading Thailand's political earthquake รายงานผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้มีน้อยคนที่คิดว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (Pita Limjaroenrat) จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของไทย กระทั่งผลการเลือกตั้งชี้ว่า พรรคก้าวไกล ที่มุ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงราก มีคะแนนนำพรรคที่ตั้งมานานจนเป็นสถาบันอย่างพรรคเพื่อไทย

พิธา ชายวัย 42 ปี ได้ปรากฏตัวอย่างไม่หยุดนิ่งบนเส้นทางการหาเสียง โดยใช้ประโยชน์จากวัยหนุ่มและพลังของเขาเพื่อเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ท้อแท้และโหยหาการเปลี่ยนแปลงหลังจาก 8 ปีของรัฐบาลที่มีทหารหนุนหลัง ด้วยการประกาศว่า การลงคะแนนให้พรรคก้าวไกลคือการเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ เป็นการทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องบอกว่า พรรคก้าวไกลเป็นพรรคเดียวที่ต้องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่นำโดยเยาวชนปะทุขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ในปี 2563 โดยมีข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งฝ่าฝืนข้อห้ามในสังคมไทยที่มีมาอย่างยาวนานในการตั้งคำถามต่อเรื่องนี้ ขณะที่ประเด็นมาตรา 112 ก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอย่างมากและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งถูกมองว่าเป็นเรื่องที่แตะต้องไม่ได้ในการเมืองไทยมาช้านาน แม้แต่พรรคเพื่อไทยที่เป็นคู่แข่งในฝ่ายค้านก็กล่าวเพียงว่าจะปล่อยให้เรื่องนี้เข้าสู่รัฐสภา ในขณะพรรคก้าวไกลประกาศว่าจะแก้ไขอย่างชัดเจน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สำเร็จการศึกษาในนิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกา เขาศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดด้วยทุนการศึกษานานาชาติ ก่อนที่จะก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม หลังจากพ่อของเขาเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 25 ปี ก็กลับบ้านเพื่อทำธุรกิจ Agrifood ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวของครอบครัว ซึ่งทำให้โชคชะตาพลิกผัน ต่อมาเขาได้เป็นกรรมการบริหารของแอปขนส่ง Grab Thailand ในปี 2555 เขาแต่งงานกับชุติมา ทีปะนาถ (Chutima Teepanat) นักแสดงโทรทัศน์ชาวไทย และมีลูกสาวอายุ 7 ขวบ การแต่งงานพังลงในปี 2562 ลูกสาวของเขาได้ปรากฏตัวอย่างเด่นชัดในการหาเสียงโดยพิธาพาเธอขึ้นเวทีหลังการกล่าวปราศรัย สร้างความพึงพอใจให้กับฝูงชนอย่างมาก 

ขณะที่ทางสื่อสังคมออนไลน์ เขาใช้บัญชีส่วนตัวแบบสาธารณะ ตามด้วยผู้ใช้เกือบหนึ่งล้านคน เพื่อแชร์ภาพของเขาและลูกสาวสวมเสื้อยืดที่เข้าชุดกันและกินไอศกรีมด้วยกัน แต่ถึงแม้จะประสบความสำเร็จในช่องลงคะแนน ก็ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเส้นทางการเป็นนายกรัฐมนตรีของพิธาจะตรงไปตรงมา ตอนนี้เขาต้องรวบรวมพันธมิตรเข้าด้วยกันเพื่อเอาชนะสมาชิกวุฒิสภาที่ฝ่ายรัฐบาลเดิมแต่งตั้ง ซึ่งจะมาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยจากบรรดาผู้สมัครที่มีสิทธิ์

‘องอาจ’ ขอบคุณทุกคะแนนที่มอบให้ประชาธิปัตย์ แม้ไม่มี ส.ส.กทม. ก็ยินดีทำเพื่อพี่น้องประชาชน

(15 พ.ค. 66) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแล กทม. กล่าวถึงผลการเลือกตั้ง ส.ส.ใน กทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้รับเลือกตั้งเลยแม้แต่คนเดียว ว่า ขอขอบคุณทุกคนและทุกคะแนนเสียงที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าท่านจะเลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดก็ตาม ถือว่าท่านได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ เพื่อช่วยทำให้ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเดินหน้าไปได้ต่อไป สำหรับท่านที่กรุณาลงคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ ตนขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ท่านมอบให้ด้วยหัวใจจากใจจริง 

“ขอยืนยันว่าทุกคะแนนเสียงที่ท่านมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่สูญเปล่าเราจะทำงานเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนต่อไปในทุกช่องทางเท่าที่เราสามารถทำได้ ขณะเดียวกัน ก็ขอแสดงความยินดีกับพรรคก้าวไกล ที่ได้รับเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 แบบแลนด์สไลด์อย่างท่วมท้นทั่ว กทม. และทั่วประเทศ และ ขอให้พรรคก้าวไกล เดินหน้าทำงานตามที่สัญญาไว้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมืองโดยรวมต่อไป” นายองอาจ กล่าว

‘บิ๊กตู่’ เคารพในวิถีประชาธิปไตย และการเลือกตั้ง ย้ำ ‘ทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์’

"...ผมเองนั้น ผมพยายามทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดชีวิตของผม และอุดมการณ์ของพรรคก็เช่นเดียวกัน ขอให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย มีความเจริญก้าวหน้า ผมเคารพในวิถีประชาธิปไตย และการเลือกตั้ง ขอบคุณครับ..." 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
กล่าวเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566

กทม. เผย คนกรุงเทพฯ ใช้สิทธิเลือกตั้ง 66 มากถึง 74.28% ถือเป็นการออกมาใช้สิทธิมากที่สุดในประวัติศาสตร์

(15 พ.ค. 66) ที่ศูนย์การประมวลผลการเลือกตั้ง ส.ส. กรุงเทพมหานคร ศาลาว่าการ กทม. นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ในฐานะที่กำกับดูแลการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร แถลงภาพรวมการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ อย่างไม่เป็นทางการ ว่า ขณะนี้ได้นับคะแนนเลือกตั้งแบบบัญชีแบบแบ่งเขตเสร็จครบแล้ว 6,360 หน่วย มีผู้มาใช้สิทธิ 74.28% จากผู้มีสิทธิ 4,479,155 คน บัตรดี 3,191,989 ใบ คิดเป็น 95.58% บัตรเสีย 48,694 ใบ คิดเป็น 1.46% บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 98,981 ใบ คิดเป็น 2.96%

ส่วนคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 10 อันดับ ประกอบด้วย 
1.พรรคก้าวไกล 1,596,653 คะแนน คิดเป็น 48.25% 
2.พรรครวมไทยสร้างชาติ 628,938 คะแนน คิดเป็น 19.01% 
3.พรรคเพื่อไทย 598,776 คะแนน คิดเป็น 18.09% 
4.พรรคประชาธิปัตย์ 85,769 คะแนน คิดเป็น 2.59%
5.พรรคไทยสร้างไทย 47,573 คะแนน คิดเป็น 1.44% 
6.พรรคชาติพัฒนากล้า 46,123 คะแนน คิดเป็น 1.39% 
7.พรรคเสรีรวมไทย 42,829 คะแนน คิดเป็น 1.29% 
8.พรรคภูมิใจไทย 28,451 คะแนน คิดเป็น 0.86% 
9.พรรคพลังประชารัฐ 22,033 คะแนน คิดเป็น 0.67% 
10.พรรคไทยภักดี 14,039 คะแนน คิดเป็น 0.42%

ด้านนายสำราญ กล่าวชี้แจงประเด็น ผลเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 20 ลาดกระบัง ผลคะแนนรวมสุดท้ายมีการพลิกจากก่อนหน้านี้ที่คะแนนมา ไม่กี่คะแนน เกิดความเคลือบแคลงขึ้นนั้น ตามระเบียบการเลือกตั้ง ให้ยื่นแบบ ส.ส.5/10 ทักท้วงในการนับคะแนน ผลคะแนน ได้ ยื่นพร้อมหลักฐานประกอบ ต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต ซึ่งจะเป็นดุลพินิจในการตัดสินว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องคัดค้าน ถ้ารับก็จะเข้าสู่กระบวนการต่อไป ถ้าไม่รับก็จะนำรายงานต่อไปยัง กกต. 

นายสำราญ กล่าวต่อว่า ขอบคุณปลัด กทม.และข้าราชการ เจ้าหน้าที่ บุคลากรทุกระดับ ที่ให้การสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งกับ กกต.กทม. และ กกต. มาโดยตลอด ขณะเดียวกันขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าเป็นการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์

'อลงกรณ์' เรียกร้องพรรคการเมืองและสว.เคารพเสียงประชาชนหนุน 'ก้าวไกล' ตั้งรัฐบาล พิธาเป็นนายกฯ

นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส.และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เขียนเฟสบุ๊คส่วนตัวแสดงความคิดเห็นสนับสนุนพรรคก้าวไกลให้จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศหลังทราบผลการเลือกตั้งวันนี้(15 พ.ค.)โดยเขียนไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

“ควรเคารพเสียงประชาชน
ให้”ก้าวไกล”ตั้งรัฐบาลปฏิรูปประเทศ”

ประเทศไทยถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
เมื่อประชาชนกว่า14ล้านคนเลือกพรรคก้าวไกลเป็นอันดับ1ของประเทศทั้งส.ส.แบบเขตเลือกตั้งและส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ด้วยความเชื่อมั่นว่า พรรคก้าวไกลจะสร้างการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศสู่อนาคตที่ดีกว่าปัจจุบัน

ผมเชื่อว่า นักการเมืองทุกคนไม่ว่าสังกัดพรรคใด คงยอมรับว่า พรรคก้าวไกลเป็นพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งด้วยวิสัยทัศน์ นโยบายและความเป็นผู้นำของคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยไม่มีการซื้อเสียง เป็นชัยชนะที่ขาวสะอาด

ผมหวังว่า ทุกพรรคการเมืองและสมาชิกวุฒิสภาจะเคารพเสียงของประชาชน และเปิดโอกาสให้พรรคก้าวไกลสามารถจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศและคุณพิธาได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 นำประเทศก้าวข้ามความล้าหลังความยากจนและความแตกแยกขัดแย้ง เดินหน้าปฏิรูปประเทศสร้างศักยภาพใหม่ประเทศไทยให้สำเร็จ และสร้างประชาธิปไตยโดยประชาชนของประชาชนเพื่อประชาชนในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.

อลงกรณ์ พลบุตร
15 พ.ค. 2566

‘จุรินทร์’ ลาออกหัวหน้า ปชป. แสดงความรับผิดชอบต่อผลการเลือกตั้ง 2566

เมื่อวานนี้ (14 พ.ค. 66) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่งข้อความผ่านไลน์กลุ่มของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีข้อความระบุว่า

“ผมขอถือโอกาสนี้ แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งและขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งทุกคน ขอขอบคุณท่านเลขาธิการพรรค ท่านชวน ท่านบัญญัติ ท่านอภิสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรค คณะทำงานทุกชุด เพื่อน ส.ส. กก.บริหารและสมาชิกพรรคทุก ๆ ท่าน ที่ช่วยกันทำหน้าที่สุดความสามารถด้วยความซาบซึ้งใจยิ่ง

พร้อมกันนี้ ผมขอแสดงความรับผิดชอบต่อผลการเลือกตั้ง ด้วยการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และขอให้ทุกท่านช่วยกันทำหน้าที่เพื่อพรรคต่อไป สำหรับผมไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ผมพร้อมอยู่เคียงข้างพรรคเสมอ ดังเช่นที่เคยปฏิบัติมาตลอดชีวิตการเมืองของผมครับ”

เงินสำรองไทยแกร่งต่อเนื่อง แตะ 8.6 ล้านล้านบาท สะท้อนสถานะทางการเงินของประเทศสุดแข็งแกร่ง

ในช่วงหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2540 นับเป็นช่วงเวลาที่ฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศของไทยอ่อนแอลงอย่างมาก เนื่องจากต้องรับมือกระแสเก็งกำไรค่าเงินบาท ในช่วงก่อนเกิดวิกฤต จนทำให้เหลือเงินสำรองฯ เพียง 2 หมื่นกว่าล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น

อย่างไรก็ดี หลังจากได้รับบทเรียนจากวิกฤตในครั้งนั้น ฐานะเงินสำรองฯ ของประเทศไทยก็เริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาถึง 10 เท่า จากปี 2540

และเมื่อมองย้อนกลับไป 5 ปี หลังสุด พบว่า ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ปี 2559 อยู่ที่ 6,155,783 ล้านบาท, ปี 2560 อยู่ที่ 6,615,482 ล้านบาท, ปี 2561 อยู่ที่ 6,666,266 ล้านบาท, ปี 2562 อยู่ที่ 6,756,943 ล้านบาท, ปี 2563 อยู่ที่ 7,747,644 ล้านบาท และ ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 8,212,110 ล้านบาท

ทว่าในปี 2565 ช่วงเดือนธันวาคม ไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อยู่ที่ 8,491,594.33 ล้านบาท ขณะที่ปี 2566 ในเดือนเมษายน มีทุนสำรองอยู่ 8,604,607.56 ล้านบาท มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ใกล้เคียงกับมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและเป็นรองเพียงสิงคโปร์ในกลุ่มประเทศอาเซียนเท่านั้น 

ในส่วนของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย มีทองคำด้วยมูลค่า 495,966.88 ล้านบาท รวมอยู่ด้วย ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีจำนวนทองคำมากที่สุดในกลุ่มอาเซียน (244 ตัน)

นอกจากนี้ ไทย ยังถือเป็นหนึ่งใน ‘เจ้าหนี้’ ของ IMF หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ โดยได้เงินสบทบหรือให้กู้แก่ IMF เป็นจำนวน 41,508.51 ล้านบาทอีกด้วย

ทั้งนี้ เงินสำรองทางการ คือ เงินตรา/สินทรัพย์ต่างประเทศของเศรษฐกิจไทยที่อยู่บนงบดุลของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อรองรับความเสี่ยงในการทำธุรกรรมของเศรษฐกิจไทย และรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินของประเทศ ให้ค่าเงินบาทยังสามารถรักษาอำนาจในการซื้อของเศรษฐกิจไทย (Global Purchasing Power) ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในไทยและต่างชาติ

ดังนั้น เงินสำรองทางการจึงทำหน้าที่เป็น ‘กันชน’ ให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อไม่ให้ความผันผวนจากภายนอกเข้ามาสร้างผลกระทบต่อธุรกิจไทย ซึ่งอาจจะกระทบกับอำนาจการซื้อของเศรษฐกิจไทยโดยรวมได้  

เงินสำรองทางการ จึงเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่ต่างชาติใช้ประเมินความมั่นคงและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

เมื่อธุรกิจไทยส่งออกสินค้า คนต่างชาติมาท่องเที่ยวมากขึ้น หรือมีการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล ความต้องการที่จะแลกเงินบาทก็จะมีมากขึ้น เงินบาทก็จะแข็งค่าขึ้น

ฉะนั้น เงินสำรองฯ จึงเป็นเครื่องชี้สำคัญที่ต่างชาติใช้ประเมินความมั่นคง และเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินของประเทศ หากเงินสำรองฯ มีน้อยไปก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตค่าเงินเช่นที่เคยเกิดขึ้น แต่ถ้ามีมากไปก็อาจต้องคำนึงถึงภาระจากขนาดงบดุลธนาคารกลางที่ใหญ่ขึ้นทั้งด้านสินทรัพย์และหนี้สินด้วยเช่นกัน

และแน่นอนว่า จากระดับของทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นอีกหนึ่งดัชนีชี้วัด ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจของโลก ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

‘พท.’ คึกคัก!! ‘เศรษฐา’ เข้าพรรคฯ ร่วมลุ้นผลนับคะแนน เผย ขอบคุณ ปชช.ที่ไว้วางใจ พร้อมน้อมรับผลการเลือกตั้ง 

(14 พ.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย เวลา 17.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาถึงพรรคเพื่อไทย พร้อมกับกล่าวว่า วันนี้ขับรถมาที่พรรคเองตั้งใจมาฟังผล ต้องขอบคุณทีมงานที่ร่วมทำงานกันมา และมีหลายกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื่องหลังการทำงานของพรรค ทุกคนช่วยเหลือกันดีมาก

เมื่อถามว่า โพลหลายสำนักออกมาตรงกันว่า เพื่อไทยจะได้เสียง 180-200 เสียง เพื่อไทยจะไม่แลนด์สไลด์ นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่ทราบขอรอฟังผลอย่างเป็นทางการ เมื่อถามว่า หากไม่แลนด์สไลด์จะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ทราบ ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดอะไร และไม่ว่าผลเลือกตั้งออกมาอย่างไรตนก็พร้อมน้อมรับ

ถามย้ำว่า หากได้ไม่ถึง 280 เสียงจะมีโอกาสตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องให้เกียรติกรรมการบริหารพรรคตั้งเป็นขั้นเป็นตอน ตอนนี้ต้องรอผลการนับคะแนนก่อน เวลาประมาณ 20.00 น. อาจเห็นอะไรได้บ้าง และ 22.00 น.จะเห็นผลชัดเจน

เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังมั่นใจว่าจะได้เป็นนายกฯ คนที่ 30 อยู่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า หากประชาชนให้ความไว้วางใจและเราเป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงส่วนมาก ก็จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และคณะกรรมการบริหารตัดสินใจว่าเสนอชื่อตน ก็มีความพร้อม และหากคะแนนไม่เป็นตามที่หวังไว้ ยังจะรับตำแหน่งนายกฯ หรือไม่นั้น ไม่ทราบต้องขอรอดูคะแนนก่อน แต่ถึงอย่างไรตนก็ต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับพรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในช่วงเย็นบรรดาแกนนำพรรคต่างทยอยเดินทางมาร่วมลุ้นคะแนนเสียงที่พรรคเพื่อไทย

ปชช.ประท้วงสนั่นหน่วยเลือกตั้ง ปทุมธานี เขต 3 กาเลยขอบนิดเดียว ถือเป็น ‘บัตรเสีย’ ร้อง!! นับใหม่ทั้งหมด

(14 พ.ค. 66) โลกออนไลน์เดือดสนั่น!! กับไลฟ์การนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งเขต 3 ปทุมธานี ที่บัตรเสีย คือ บัตรที่กากบาทเลยช่องออกไปเพียงนิดเดียว และไม่ได้เกินไปช่องของพรรคอื่น ท้วงขอให้นับใหม่ทั้งหมด

หลังจากที่มีการปิดคูหา-ปิดหีบเลือกตั้ง และเข้าสู่ช่วงการนับคะแนน และมีการไลฟ์สดการนับคะแนนจากหลายหน่วยทั่วไทย ทำเอาประชาชนชาวไทยลุ้นหนัก ว่าคนที่รักพรรคที่ชอบ จะได้เป็นอันดับหนึ่งหรือไม่?

แต่ก็ไม่วายเกิดดราม่าขึ้น หลังจากที่มีผู้ ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่ง ได้ไลฟ์สดการนับคะแนนจาก ปทุมธานี เขต 3 ซึ่งระหว่างการนับคะแนนก็มีประชาชนเริ่มสังเกตว่ามีบัตรเสียเพิ่มมากขึ้น ซึ่งบัตรที่กลายเป็นบัตรเสียนั้น เป็นบัตรที่มีการกากบาทลงคะแนนเลยออกนอกกรอบเพียงนิดเดียว ไม่ได้เข้าช่องของพรรคอื่นแต่ก็ถูกนับเป็นบัตรเสีย

ทำให้มีประชาชนผู้สังเกตการณ์ ทั้งหน้าหน่วยเลือกตั้ง และที่กำลังชมอยู่ในไลฟ์ เริ่มมีการโต้แย้ง และถกเถียงกับเกี่ยวกับการวินิจฉัยของผู้นับคะแนนประจำหน่วย ก่อนที่จะเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งหมด เพราะถ้าหากเทียบกับตัวอย่างการลงคะแนน ที่ทางกกต.เคยออกมาพูดถึงบัตรดี-บัตรเสีย การกาในลักษณะเลยช่องก็ไม่ตรงกับลักษณะบัตรเสีย และอยู่ในตัวอย่างลักษณะบัตรดีเสียด้วยซ้ำ และเมื่อมีผู้ทักท้วง และเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่มากยิ่งขึ้น ล่าสุดทางหน่วย ปทุมธานี เขต 3 ก็โละคะแนนทั้งหมดที่นับเอาไว้ และเริ่มนับใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ใบแรก เป็นที่พอใจแก่ประชาชนที่สังเกตการณ์อยู่หน้าหน่วย และประชาชนที่สังเกตุการณ์จากไลฟ์สดเป็นจำนวนมาก

ศลต.ตร.เผย ทั่วประเทศทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง 38 ราย ฉีกบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศ 26 ราย ส่วนใหญ่คนแก่ ป่วย เมา เร่งตรวจสอบปมซื้อเสียง 

วันนี้ (14 พฤษภาคม 2566) เวลา 17.30 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปก.ตร.) พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติในการเลือกตั้ง โดยสถานการณ์ภาพรวมทั่วระเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษก ศลต.ตร. เปิดเผยภายหลังปิดหีบเลือกตั้งว่า จากการเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งปี 2566 ต่อเนื่องจนตลอดทั้งวันนี้ พบว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงทั้งสิ้น 8 คดีดำเนินคดีไปแล้ว 4 ราย อีก 4 ราย อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งซึ่งกันและกัน 

โฆษก ศลต.ตร. กล่าวว่า วันนี้มีการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 38 ราย เป็นการฉีกบัตรเลือกตั้ง 26 ราย ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง 4 ราย นำบัตรออกจากหน่วยเลือกตั้ง 1 ราย จำหน่ายสุราในเวลาต้องห้าม 7 ราย และพบการทำลายป้ายหาเสียงกว่า 1,000 ป้าย 

กรณีการฉีกบัตรเลือกตั้ง ส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้สูงอายุ บางรายเป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ บางรายเมาสุรา หรือมีอุบัติเหตุหกล้มในคูหาเลือกตั้งจนบัตรฉีกขาด  อีกรายเกิดจากการลงคะแนนผิดจึงฉีกบัตร เพื่อขอบัตรใหม่ ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจต้องทำการสอบสวนถึงสาเหตุที่แท้จริง แต่จากการสอบสวนผู้กระทำผิด ยังไม่พบว่าเป็นการตั้งใจก่อเหตุเพื่อแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง” พล.ต.ท.นิธิธร กล่าว

สำหรับด้านการจราจร พล.ต.ท.นิธิธร กล่าวว่า ช่วงเช้ารถค่อนข้างติดในช่วงเช้า เนื่องจากประชาชนมารอใช้สิทธิตั้งแต่เช้า พบจุดรถติดขัด 6 จุด แต่สามารถเข้าคลี่คลายปัญหาการจราจรได้โดยเร็ว 
ส่วนกรณีที่มีประชาชนร้องเรียนเรื่องการกระทำความผิดเรื่องกฎหมายเลือกตั้งผ่าน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ทางตำรวจได้ติดตามดู จะนำข้อมูลเหล่านี้มาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้ตำรวจท้องที่ทำการสอบสวนสอบสวน ซึ่งขณะนี้ยังถือว่าเป็นข้อมูลด้านเดียวอยู่ และทราบว่ามีเรื่องร้องเรียนตรงเข้ามาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะต้องประสานข้อมูลเพื่อทำการตรวจสอบต่อไป

พล.ต.ท.นิธิธร กล่าวด้วยว่า ศลต.ตร. จะเปิดไปจนถึงวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ ยังมีภารกิจที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น การดูแลการนับคะแนนเสียง การขนหีบบัตร รวมถึงการป้องกันเหตุกระทบกระทั่ง โดยเฉพาะใน 4 จังหวัดที่มีการแข่งขันกันสูง และเคยมีคดียิงกันหลังการนับคะแนน ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และราชบุรี นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอีก 20 จังหวัดทั่วประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top