Friday, 24 July 2026
Hard News Team

ชวนส่อง!! 8 เรื่องน่ารู้ของ 'น้องเก๊กฮวย' โมโนเรลสีเหลือง เชื่อม 4 สาย สะดวกทั่วกรุง

🔍 ชวนส่อง!! 8 เรื่องน่ารู้ของ 'น้องเก๊กฮวย' โมโนเรลสีเหลือง ที่เพิ่งเปิดให้บริการไม่นานมานี้ ซึ่งน้องเก๊กฮวยสามารถเชื่อมต่อสถานีได้ทั้งหมด 4 สาย ตอบโจทย์คนทุกวัย สะดวกทั่วกรุง!!

เปิด 7 สัญญาณเตือน ที่ทำให้ลูกคุณเปลี่ยนไป หลัง ‘เพื่อน-โรงเรียนใหม่’ เปลี่ยนเขาเป็น ‘เหยื่อ’

(4 ก.ค. 66) หลังจากที่ทุกสถานศึกษาได้เปิดเรียนมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง เด็กๆ หลายคนอาจจะกำลังปรับตัวการกับการเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่ หรือเจอเพื่อนใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่อาจจะมีการไม่เข้าใจ ทะเลาะ หรือกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่บางครั้งก็อาจรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) มีวิธีแนะนำสำหรับพ่อแม่หรือผู้ปกครอง ควรสังเกตอาการของลูกหลาน หากมีพฤติกรรมเหล่านี้ ควรสอบถามและดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีความเป็นไปได้ว่าบุตรหลานของท่านจะถูกทำร้ายที่โรงเรียน

1.) บาดแผลตามร่างกาย
รอยแผลที่เกิดจากการถูกทำร้ายบางครั้งอาจจะเป็นรอยช้ำนิดหน่อย แต่เป็นรอยฟกช้ำที่ดูผิดปรกติ เช่น รอยถูกหยิก หรือหูที่บวมแดง รอบบวมตามแขน ขา เป็นต้น

2.) พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
อาจมีพฤติกรรมที่ผิดแปลกจากเดิม ตกใจง่าย มีปัญหาการเข้ากับเพื่อน หรือไม่ยอมไปโรงเรียน หรือแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมที่ควบคุมไม่ได้ เช่น การนอนสะดุ้งจากฝันร้าย หรือกลับไปฉี่รดที่นอนอีกครั้ง

3.) ความเงียบไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป
เด็กหลายคนที่ถูกทำร้ายเลือกที่จะเงียบมากกว่าโวยวาย เพราะเด็กกลัวว่าเขาจะถูกทำร้ายมากขึ้น หรือแม้แต่กลัวว่าจะเข้ากับสังคมที่โรงเรียนไม่ได้ เด็กบางคนเลือกที่จะเงียบ เมื่อลูกเกิดเงียบจนผิดปกติ คุยน้อยลงจนน่าแปลกใจ หรือถามคำตอบคำแทนที่จะร่าเริง ให้คิดว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นได้

4.) อารมณ์รุนแรง
การถูกทำร้ายร่างกายนั้นส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก ๆ และยังอาจจะทำให้เด็กเกิดพฤติกรรมอื่น ๆ เช่น เหม่อลอย ขี้ลืม สมาธิสั้น โกรธโมโหง่าย ฉุนเฉียวง่าย ที่อาจจะเกิดจากความคับข้องใจที่ต้องการระบาย บางคนแสดงออกด้วยความก้าวร้าว ต่อต้าน

5.) เริ่มมีการใช้ความรุนแรง
เห็นว่าการใช้ความรุนแรงอย่างการทำร้ายร่างกายทำให้เกิดผลดีได้ เช่น การที่เห็นเพื่อนโดนครูตีแล้วหยุดดื้อ หรือการที่เพื่อนโดนครูหยิกแล้วหยุดคุยกัน ทำให้เด็กแปรผลของพฤติกรรมทางลบนั้นเป็นเรื่องบวก ทำให้เกิดการเลียนแบบโดยใช้ความรุนแรง เพราะเขามองว่าความรุนแรงยุติปัญหาได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก ๆ

6.) ขาดความมั่นใจ
ถ้าอยู่ ๆ ลูกเคยทำอะไรได้ แต่กลับไม่กล้าทำ คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องเอะใจสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียนหรือไม่ อาจจะต้องใช้วิธีให้กำลังใจก่อนจะค่อย ๆ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมกับให้คำแนะนำ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ และให้แนวคิดที่ถูกต้อง

7.) การกินและการนอนที่เปลี่ยนไป
เด็กที่ถูกทำร้ายอาจจะส่งผลต่อพฤติกรรมหลายอย่าง เด็กอาจจะเศร้าจนกินได้ไม่มากเท่าเดิม หรือนอนฝันร้าย นอนสะดุ้ง ปัสสาวะรดที่นอน เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเอะใจว่าอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีที่โรงเรียนอย่างแน่นอน

การตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในวัยเด็กนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ หลายคนอาจคิดว่าโตขึ้นเด็กคงลืมได้ แต่แท้จริงแล้วความรุนแรงนั้นจะแฝงอยู่จนเมื่อเด็กเหล่านี้โตขึ้น พวกเขาจะเลือกใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหา เพราะเรียนรู้ในวัยเด็กว่า ความรุนแรงนั้นยุติปัญหาได้จริง ดังนั้นจึงขอให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรสังเกตอาการของลูก ๆ หลาย ในเบื้องต้น เพื่อป้องกันเด็กถูกทำร้าย และป้องกันตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในโรงเรียน

‘Meta’ เปิดตัวแอปฯ ‘Threads’ ท้าชน ‘ทวิตเตอร์’ ชูใช้บริการฟรี - ไม่จำกัดจำนวนการดูโพสต์

(4 ก.ค. 66) ‘เมตา’ บริษัทแม่ของเฟซบุ๊กเตรียมเปิดตัวแอพลิเคชันใหม่ ‘เทรดส์’ (Threads) เพื่อแข่งขันกับทวิตเตอร์ พร้อมสำหรับการสั่งซื้อล่วงหน้าบนแอปเปิล แอปสโตร์ และจะเชื่อมโยงกับอินสตาแกรม ภาพที่มีการบันทึกจากหน้าจอ แสดงให้เห็นแดชบอร์ดที่มีลักษณะคล้ายกับทวิตเตอร์ โดยจะเปิดตัวในวันที่ 6 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ 

โดยอีลอน มัสก์ ได้ทวีตข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ‘เทรดส์’ ว่า "ขอบคุณพระเจ้า พวกเขาก็ยังดูมีสติ" ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการล้อเลียนมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเมตา ขณะเดียวกันทวิตเตอร์ เปิดเผยว่า ผู้ใช้งานจำเป็นต้องมีการยืนยันตัวตนก่อนจึงจะสามารถใช้งานทวีตเด็ค (TweetDeck) ได้ โดยจะเริ่มบังคับใช้มาตรการใหม่ใน 30 วัน

‘เทรดส์’ จะเป็นแอพฯ ที่ให้บริการฟรี และจะไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนโพสต์ที่ผู้ใช้สามารถดูได้ ซึ่งคำอธิบายเกี่ยวกับ ‘เทรดส์’ ระบุว่า "เทรดส์เป็นที่ที่ชุมชนมารวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับทุกสิ่งตั้งแต่หัวข้อที่คุณสนใจในวันนี้ ไปจนถึงสิ่งที่จะเป็นเทรนด์ในวันพรุ่งนี้" 

โดย ‘เทรดส์’ จะสามารถซ่อนข้อมูลในโทรศัพท์ของผู้ใช้ รวมถึงข้อมูลตำแหน่ง การซื้อ และประวัติการท่องเว็บอีกด้วย

ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ‘เทรดส์’ อาจเป็นภัยคุกคามใหญ่ของทวิตเตอร์ที่ต้องเผชิญเลยก็เป็นได้ เพราะไม่ว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก จะพัฒนาฟีเจอร์ใหม่อะไรมาก็จะพบว่าประสบความสำเร็จเสมอ ‘เทรดส์’ จะเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มอินสตาแกรม ดังนั้นจึงเชื่อมโยงกับบัญชีหลายร้อยล้านบัญชีของผู้ใช้งานทั่วโลก มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก มองว่า ‘เทรดส์’ จะสามารถดึงผู้ใช้ที่ไม่สนใจทวิตเตอร์เพื่อสร้างทางเลือกให้ผู้ใช้งานได้

เทียบจุดยืน ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ก่อน-หลังรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร

🔍เทียบจุดยืน ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ก่อน-หลังรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่ามกลางข้อกังขาเรื่องการแบ่งแยกดินแดน

'พิธา' ฝ่าฝน!! สวมกอดกองเชียร์ 'ด้อมส้ม' ประกาศเปิดห้องรับรองสภาฯ รับประชาชน

(4 ก.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเสร็จสิ้น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนบริเวณห้องแถลงข่าว ก่อนจะเดินออกมาหน้าอาคารรัฐสภา พร้อมด้วยแกนนำคนสำคัญ อาทิ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.กทม., น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ส.ส.ปทุมธานี และมุ่งหน้าไปยังป้อมรักษาการณ์หน้าอาคารรัฐสภา ฝั่งถนนทหาร ซึ่งเป็นจุดรวมตัวของกลุ่มมวลชน ที่เดินทางมาให้กำลังใจพรรคก้าวไกลตั้งแต่ช่วงเช้า 

โดยพิธา และคณะ ได้เดินเข้าไปนั่งร่วมวงกับประชาชน ก่อนจะมีการพูดคุย พร้อมแจกลายเซ็น และกล่าวขอบคุณที่เดินทางมาให้กำลังใจในวันนี้ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา

โดยช่วงหนึ่ง นายพิธา กล่าวว่า เมื่อเราได้เก้าอี้สำคัญในฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้ง 3 ตำแหน่ง หนึ่งในนั้นคือ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ว่าที่รองประธานสภาฯ คนที่ 1 สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือ ทำให้สภาแห่งนี้เป็นของประชาชน โดยประชาชนจะไม่ต้องยืนตากฝนแบบนี้ เพราะสามารถเข้าไปนั่งในห้องรับรองได้ โดยจะทำพื้นที่ให้เหมือนกับรัฐสภาสากล ที่มีไว้ต้อนรับประชาชน เพราะเป็นสถานที่ทำงานของสภาผู้แทนราษฎร และราษฎร์เป็นผู้เลือกให้เข้ามาทำงาน รวมถึงเป็นงบประมาณที่ได้จากภาษีของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นภารกิจเรื่องแรก ๆ ที่ต้องทำ ส่วนตัวเชื่อว่า ประธานรัฐสภาของฝ่ายประชาธิปไตย และรองประธานทั้งสองคน จะช่วยบริหารจัดการดูแล ขณะเดียวกันก็จะดูแลความปลอดภัยของระบบรัฐสภาให้ดีขึ้น คิดว่าน่าจะเป็นวาระแรก ๆ เพราะอีกหน่อยจะไม่มี 3 ป.แบบเดิม แต่จะมี 3 ป.แบบใหม่ คือ ประสิทธิภาพ โปร่งใส และประชาชน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระบบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ กลุ่มมวลชนได้ต้อนรับนายพิธา และคณะ ด้วยการนำพัดมาพัดให้ และระหว่างที่มีการสนทนา กลุ่มมวลชนหลายคนต่างพร้อมใจตะโกนคำว่าย้ำว่า "นายกฯ" และร้องเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา" เพื่อให้กำลังใจพิธาและคณะด้วย นอกจากนี้ นายพิธา ยังเข้าไปสวมกอดมวลชนอีกด้วย

‘หนิง ปณิตา’ แจงคู่กรณีไม่มาตามนัด ยัน!! เรียกค่าเสียหายตามเดิม ปมหย่าอดีตสามีต้องขอเวลาคุยก่อน เพราะห่วงความรู้สึกลูกสาว

(4 ก.ค.66) ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ‘หนิง ปณิตา’ ซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายจากบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นข่าวกับสามี ‘จิน จรินทร์’ เดินทางมาที่ศาลซึ่งนัดไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย โดย ‘หนิง’ ได้มาพร้อมกับทนายความส่วนตัวและน้องสาว ‘แนน ชุมพิชา’ แต่ทางคู่กรณีไม่ได้มาด้วยตัวเอง ส่งทนายความส่วนตัวมา แต่ขออนุญาตทางศาลวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ซึ่งศาลไม่อนุญาต โดย ‘หนิง’ ได้เปิดเผยว่า

ยังคงยืนยันคำเดิมเดินหน้าเรียกค่าเสียหาย ส่วนเงื่อนไขไม่ขอลงรายละเอียดแต่มั่นใจในหลักฐานที่มี ซึ่งศาลนัดสืบพยานวันที่ 4 ต.ค. 66 ถ้าไม่มาตามนัดศาล มีสิทธิ์แพ้คดี และหากคู่กรณีขอโทษด้วยความจริงใจที่ไม่มีอะไรแอบแฝงก็อาจจะคุยกันได้

ส่วนดรามาธัญญ่าเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยให้ทั้งคู่นั้น ‘ธัญญ่า’ เป็นแค่คนส่งสารที่อีกฝ่ายฝากมาบอก และที่มีข่าวว่า ‘จิน จรินทร์’ เป็นคนหาทนายให้คู่กรณีนั้นขอไม่พูดถึง แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดที่สุด

สำหรับรูปครอบครัวที่น้องณิรินโพสต์ลงอิสตาแกรมส่วนตัว คือการทำหน้าที่พ่อและแม่ให้ดีที่สุด หลังจากนี้จะทำอะไรจะตัดสินใจช้าๆ เพื่อให้กระทบความรู้สึกของลูกน้อยที่สุด ส่วนเรื่องหย่าอดีตสามีขอเวลาคุยกับลูกก่อนเพราะห่วงความรู้สึกของลูก

‘4 หนุ่ม’ วงแตก!! แก๊สกระป๋องหม้อไฟชาบูระเบิด รู้สึกกลัว!! แต่ในมือยังถือ ‘ถ้วย-ตะเกียบ’ แน่น

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 66 ผู้ใช้ติ๊กต็อกที่ใช้ชื่อว่า ‘a2tuinho100991’ โพสต์คลิปวิดีโอไว้เป็นอุทาหรณ์สายชาบูทั้งหลาย เผยว่า ขณะกำลังนั่งกินชาบูหม้อไฟพร้อมกับเพื่อนรวม 4 คน แต่ความอร่อยต้องมาสะดุด เมื่อที่บริเวณใส่ขวดแก๊สเปิดออก หลังจากนั้นไม่ถึง 3 วินาที เตาระเบิดทันทีทำให้ 3 หนุ่มวิ่งหนี แต่อีก 1 หนุ่มยังอึ้งกับเหตุการณ์และที่มือยังถือถ้วยและตะเกียบไว้แน่น

โดยเจ้าของคลิป ยังระบุข้อความไว้ว่า “มองย้อนกลับไปตอนนี้ยังรู้สึกกลัวอยู่ ระวังกันด้วยนะทุกคน สบายดี”

‘ไอซ์ ปรีชญา’ ลบรูป-อันฟอลแฟนหนุ่มลูกครึ่งเกลี้ยงไอจี ขึ้นจอดำพร้อมโพสต์ภาพถาม “ใบบัวบกแก้ช้ำในไหม?”

(4 ก.ค. 66) เพิ่งจะหวานออกสื่อ หลังควงคู่ออกรายการแชร์เรื่องราวความรักกันไปได้ไม่นาน ล่าสุด ‘ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร’ ทำแฟนคลับอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะเจ้าตัวโพสต์ภาพจอดำ และต่อมาได้โพสต์ภาพผ่าน IG Story ขณะกำลังถือขวดยาแคปซูลสมุนไพรบัวบก พร้อมกับแคปชันว่า…

“แก้ช้ำ (รูปอีโมจิหัวใจสีขาว)” และตั้งคำถามว่า… “แก้ช้ำในไหม?” พร้อมกับคำตอบ “ใช่” หรือ “ไม่” และใส่เพลง ‘ความรักไม่ง่าย’ ประกอบ

เมื่อชาวเน็ตเข้าไปส่องโซเชียลของไอซ์ ปรีชญา ก็พบว่า ไอซ์ได้ลบรูปคู่ที่โพสต์กับแฟนหนุ่มลูกครึ่งอย่าง ‘สเตฟาน อิสเลอร์’ หมดเกลี้ยงอินสตาแกรม พร้อมกับอันฟอลโลว์ฝ่ายชายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่อินสตาแกรมของอีกฝ่ายยังมีรูปคู่และกดติดตามดาราสาวอยู่ตามปกติ

แม่ 'ฟร้อง' ซัด 'เอ้ ชุติมา' เคยบอกจะเลี้ยงดูลูกชาย สุดท้ายขอยืมเงินทีละ 5 หมื่น ช่วง 6 ปี ที่คบกัน

(4 ก.ค.66) เป็นไปอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ หลังเมื่อวานนี้ ‘เอ้ ชุติมา’ พร้อมด้วยอดีตผัวเด็ก ‘ฟร้อง-ศุภกิจ ประสงค์’ และแม่ พากันไปออกรายการโหนกระแส ซัดกันเรื่องที่เอ้ไม่ยอมผ่อนบ้านผ่อนรถ ที่เป็นชื่อผัวเด็ก จนทำให้บ้านรถถูกยึด หลังเลิกกันไป 9 เดือน แถมแม่ฟร้องก็ยังเปรี้ยวสุด ชี้หน้าด่าเอ้ตอแหลกลางรายการ แบบชนิดที่ว่าไม่กลัวถูกฟ้อง พร้อมยอมรับว่าที่ลูกชายเลิกกับเอ้เพราะเอ้หมดตัว ไม่มีเงิน จนเอ้ซัดกลับไม่มีเงินได้ไง งานละครก็มี พรีเซ็นเตอร์ก็มี ก่อนแฉฟร้องกลับ ลูกติดการพนัน แม่เป็นเจ้ามือหวย แถมลูกชายผันตัวไปเป็นเด็กบาร์โฮส ซึ่งฟร้องยอมรับว่าที่ไปทำเพราะจนมุม ไม่มีเงินใช้หนี้ จนถูกโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่น

ทั้งนี้ภายหลังจบรายการ ‘ฟร้อง’ และ ‘แม่วรรณ’ ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนอีกด้วย 

>> หลังจากที่ได้มาเจอหน้าพี่เอ้รู้สึกยังไงบ้าง?
ฟร้อง : ผมยังสงสัยว่าทำไมไม่ยอมคืนรถให้ ตามจริงคือรถตกลงกันว่าพี่เอ้จะเป็นคนผ่อน แต่อยู่ดีๆ มาบอกว่าบ้าน ต้องการหาบ้านใหม่ ต้องการหาคนซื้อ แต่ผมตามเพื่อนพี่เอ้ทุกคนเลย ตามไม่รู้จะตามยังไงแล้ว ผมก็อยากได้รถคืนเพราะพี่เอ้ไม่ยอมผ่อน ค้าง 4 งวด ผมกลัวรถหายก็ไปแจ้งความ ร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอดว่าผมอยากได้รถคืนมา จะได้จบปัญหา (คดีที่โดนตอนนี้?) เรื่องบ้าน แล้วก็เรื่องรถที่กำลังจะโดน (ฟ้องล้มละลาย?) อาจจะมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ต้องไปรึกษาทนาย

>> สิ่งที่เราต้องการจากพี่เอ้ตอนนี้คืออะไร?
ฟร้อง : ก็แค่อยากให้รับผิดชอบที่เอาไปยังผ่อนค้าง 3-4 งวด จะเอารถมาคืนโดยบอกว่าค้างไม่ได้ นั่นแหละครับ หลังจากนี้ขอไปปรึกษาทนายและคุณพ่อคุณแม่

>> ทนายว่ายังไงบ้าง เพราะเอ้บอกว่าไม่ได้ให้ด้วยความเสน่ห์หา?
ทนาย : ไม่ได้ให้โดยเสน่ห์หา ก็คือจริงๆ ตามสัญญาเขาต้องเป็นคนผ่อนทั้งหมดนะครับ แต่หลังจากไกล่เกลี่ยกันในรายการ (โหนกระแส) ก็อยู่ที่ว่าทางคุณฟร้องจะโอเคไหม เพราะเขาคืนรถมาแล้ว ทีนี้ส่วนต่างกับที่ค้างอยู่ทางคุณฟร้องจะต้องรับผิดชอบ อาจจะต้องหารือว่าเขาจะโอเคหรือเปล่า ถ้าโอเคก็จบเลย ถ้าไม่โอเคก็ต้องไปว่ากันในศาล เพราะว่ามันก็มีสัญญาอยู่ตกลงกันไว้ว่ายังไงก็ต้องว่ากันตาม (กังวลเรื่องสัญญาไหม ไม่มีบัตรประชาชนสำเนา?) ไม่เกี่ยวครับ ก็มีพยานอยู่ในการลงชื่อ มีลายเซ็นต์ชัดเจน

>> ในส่วนที่ฟร้องจะต้องจ่ายส่วนต่างอีกเท่าไหร่ ถ้าอยากจะได้รถมา?
ฟร้อง : ปัญหาหลักคือค้างค่างวดอยู่ ประมาณ 4 งวด ก็งวดละประมาณ 2 หมื่นบาท ที่จะต้องจ่ายที่พี่เอ้ไม่ยอมผ่อน (ยังอยากได้รถไหม?) ผมตกลงกับพี่เอ้ตั้งแต่แรกตอนที่เลิกนะว่าฟร้องไม่เอาหรอกรถน่ะ บ้านไม่เอาหรอกเพราะว่าฟร้องก็มี รถของที่บ้านอยู่ที่กาญจนบุรี ตอนแรกอยากให้พี่เอ้มีรถ มีบ้าน พอเลิกไปพี่เอ้ก็มีทรัพย์สินใช่ไหม ฟร้องก็บอกแม่ว่าพอถึงเลิกกันไปพี่เอ้ก็จะมีทรัพย์สินของตัวเอง มีบ้าน มีรถ แต่พออันนี้มันกลับกันเลย ก็แล้วแต่คนจะเชื่อเพราะว่าผมก็เป็นเด็กซื่อๆ เด็กต่างจังหวัดหลงคารมณ์

>> ขอย้อนกลับไปสาเหตุที่เขาไม่ผ่อนต่อทั้งบ้านและรถ?
ฟร้อง : ไม่ผ่อนต่อ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ
ทนาย : เดี๋ยวไปถามพี่เอ้ดีกว่าครับ

>> เป็นไปได้ไหมจะมีการแบ่งจ่ายคนละครึ่ง?
ทนาย : ผมอยากเสนอเขาแต่เขาปฏิเสธ ก็เลยไม่ได้เสนอไปในรายการ
ฟร้อง : ตอนที่เลิกกันคุยอย่างดีเลยนะว่าพี่เอ้จะเป็นคนเอาบ้าน เอารถ จะเป็นคนผ่อนต่อ พอผ่อนเสร็จปุ๊ปหรือปิดทุกอย่างผมยินยอมโอนให้พี่เอ้ จะยอมเปลี่ยนชื่อทุกอย่างเลย แต่คราวนี้คือมันไม่ได้
ทนาย : ในเรื่องนี้เดี๋ยวไปหารือกันอีกทีดีกว่าครับ

>> พอวันนี้ประเด็นเปลี่ยนว่าเลิกกันต่างคนต่างหมดตัว การจากเล่นการพนันออนไลน์ เราจะชี้แจงยังไงบ้าง?
ฟร้อง : เรื่องพนันออนไลน์ที่ผมโดนโกงไป ผมไม่ได้เล่น ผมโดนโกงจริงๆ มีคนทักเฟซบุ๊กมาว่าสนใจร่วมลงทุนไหม แล้วให้ผมไปสมัคร ก็ตามที่เห็นครับผมโดนโกง เหมือนให้ผมโอนไปเรื่อยๆ แต่ถอนไม่ได้  ผมก็แจ้งความจับทุกอย่างแล้ว แต่คืออัยการไม่สั่งฟ้อง (เหตุผลที่ยอมลงทุน?) ผมไม่ได้เล่น ผมโดนโกงจริงๆ ผมลงทุนไป มีปัญหาหลายๆ เรื่อง พี่เอ้ต้องใช้เงินเยอะด้วย เดือนนึงจ่ายเป็นแสนนะ ทั้งบ้าน ทั้งรถ ทั้งบัตรเครดิต

>> เงินที่เอาไปลงทุนใช่เงินที่รีไฟแนนซ์ไหม?
ฟร้อง : ไม่ใช่ครับ เงินที่ลงทุนที่โกงไปนานแล้ว ก่อนที่ผมจะเอารถไปรีไฟแนนซ์ เพราะผมก็ปรึกษาพี่เอ้นะ เขาก็อยู่นะที่ธนาคารมาเซ็นต์สัญญาที่บ้าน ผมก็ปรึกษาพี่เอ้ว่าเอารถไปรีไฟแนนซ์ไหม เอามาหมุนเพราะเดือนนึงจ่ายเป็นแสน ช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด งานก็น้อย พี่เอ้ก็งานน้อย รายได้ก็น้อย ผมกลัวหมุนไม่ทันก็เป็นห่วง เลยบอกพี่เอ้เดี๋ยวมารีไฟแนนซ์กันนะ จะได้มีเงินหมุนจ่ายค่าบ้าน ค่ารถ ค่าโน่นนี่นั่น แต่คือที่เห็นพี่เอ้กลับคำหมดเลย

>> แม่รู้สึกยังไงบ้างที่ลูกชายเราต้องมาเผชิญเหตุการณ์แบบนี้?
แม่ : มันพูดไม่ถูกกับพฤติกรรมที่เขาทำตอนนี้ ที่เขากลับคำพูดทุกอย่าง บ้านเขาจะเอา จะผ่อนเอง ตอนนี้เขากลับละ เขาบอกว่าเขาซื้อเงินสดที่ว่ารถซื้อสด แล้วลูกชายเราเอาไปรีไฟแนนซ์มันไม่ใช่ละ เขากลับคำแล้วมันเสียความรู้สึก

>> เอ้บอกในรายการว่าส่งเสียเลี้ยงดูมา เรื่องเรียน?
แม่ : ใช่ อันนั้นคือข้อตกลงที่เขาไปขอลูกเราที่บ้าน เขาจะเลี้ยงดูเองนะ ไม่ต้องห่วงนะ แล้วก็ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ เขาจะเอาน้องไปทำงาน ได้มีเงินเก็บ แต่ทุกวันนี้ไม่เคยเลย โทรมาบอกว่าจะมีงานแล้วนะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ แล้วลงท้ายยืมเงิน 5 หมื่นได้ไหม ทุกครั้ง 6 ปีมาเนี่ย

>> ตอนที่ไปขอเขาขอลูกแม่มาดูแลในฐานะอะไร?
แม่ : คล้ายๆ เขาจะคบกัน เป็นแฟนคบกัน แต่เราก็บอกเขาแล้วว่าลูกรับได้ก็โอเค ลูกรักใครเราก็รัก

>> ตอนนี้กระแสอาจจะตีกลับมาที่ครอบครัวเราเหมือนกัน ที่บอกว่าเลิกกันเพราะเขาหมดตัว?
แม่ : ใช่ พี่เอ้เขาไม่มีเงินจริงๆ (แม่ทราบได้ยังไง?) เพราะเรารู้ปัญหา เขายืมเงินเราอยู่ แล้วปัญหาลูกเราก็บอกว่าพี่เอ้ไม่มีงาน เงินหมุนไม่ทัน
ฟร้อง : วันที่เลิกกันก็ออกจากบ้านไปเลย แม่ผมก็พยายามติดต่อโทรหาว่าเพราะอะไร เขาไม่ยอมรับสาย ไม่อะไรเลย ได้แต่คุยกันในแชต มันก็ไม่โอเค พี่เอ้หนีปัญหาของเขาแหละ

แต่ถ้าหลายคนจะมองว่าตอนที่พี่เอ้มีเงินเราก็ยังอยู่กับเขา พอเขาไม่มีเงินแล้วเราไม่อยู่?
ฟร้อง : ผมอยู่บ้านตลอด ผมไม่ได้ทิ้ง แต่คือพี่เอ้ทิ้งผม ผมงงมาก เพราะตอนแรกก็บอกพี่เอ้ว่าสร้างครอบครัวด้วยกันนะ ซื้อบ้าน ซื้อรถ อยู่ด้วยกัน แต่ไปๆ มาๆ มันไม่ใช่ไง ผมก็งงอยู่ดีๆ หนีผมไปกับลูกบุญธรรมเขา

>> เลิกกันมีมือที่สามไหม?
ฟร้อง : ไม่มีครับ บอกตรงๆ มือที่สามไม่มี ปัญหาก่อนเลิกหนึ่งวัน คือผมมีปากเสียงกับพี่เอ้ เรื่องเอาลูกบุญธรรมกับเพื่อนมาที่บ้าน เหมือนพูดว่าผมเอาผู้หญิงที่มหาวิทยาลัยขึ้นรถ แต่ไม่ใช่ ผมก็เลยอธิบายว่าไม่ใช่ ผมก็เลยตัดสินใจบอกพี่เอ้เลยว่าผมไม่ชอบลูกบุญธรรมของเขานะ ผมเลยให้เลือกระหว่างลูกบุญธรรมกับผม ถ้าลูกบุญธรรมอยู่ที่บ้านผมจะไม่อยู่ ก็มีปากเสียงกันครับ (จุดแตกหัก?)  ใช่ครับ (ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเงิน เรื่องเขาหมดตัว?) ครับ

>> กลัวคนมองภาพเราเปลี่ยนไปไหมหลังจากนี้?
ฟร้อง : ก็คงตามสังคมที่มอง ผมก็น้อยใจที่พี่เอ้บอกว่าทำไมถึงทำแบบนี้ น้อยใจทุกอย่าง ผมรักและกู้เงินให้ ยอมเป็นหนี้

>> อยากบอกอะไรเขาไหมหรืออยากไกล่เกลี่ย เราก็เป็นคนเคยรักกัน?
ฟร้อง : เดี๋ยวค่อยพูดครับ เพราะผมพูดไม่ไหวแล้ว

>> ฟ้องมาฟ้องกลับ?
ฟร้อง : คงเป็นแบบนั้นครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top