Friday, 24 July 2026
Hard News Team

🔍เปิด 5 สถานที่สำคัญ ที่ ‘กรมศิลปากร’ ประกาศรายชื่อ ฉบับที่ 2 ขึ้นบัญชีให้เป็น ‘โบราณสถาน’ ในเขตกรุงเทพมหานคร จะมีที่ไหนบ้าง? และแต่ละที่มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ไปดูกันเลย!!

🔍เปิด 5 สถานที่สำคัญ ที่ ‘กรมศิลปากร’ ประกาศรายชื่อ ฉบับที่ 2 ขึ้นบัญชีให้เป็น ‘โบราณสถาน’ ในเขตกรุงเทพมหานคร จะมีที่ไหนบ้าง? และแต่ละที่มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ไปดูกันเลย!!

 

'48 สาขา-ตัวแทน ปชป.อีสาน' หนุน 'อภิสิทธิ์' นั่งหัวหน้าพรรค มั่น!! คุณสมบัติพร้อม สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทั้งประเทศได้

48 สาขา และตัวแทนอีสาน ออกแถลงการณ์หนุน 'อภิสิทธิ์' เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมสร้างเอกภาพจากบุคลากรทุกรุ่น หวังเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน

เมื่อวานนี้ (4 ก.ค.66) ที่จังหวัดขอนแก่น ภายหลังการประชุมหารือร่วมกันของสาขาและตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ทั้ง 48 แห่งได้แสดงจุดยืนเพื่อสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นหัวหน้าฯ 

ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ จะมีการประชุมเพื่อเลือกหัวหน้า และคณะกรรมการบริหาร พรรคชุดใหม่ ในวันที่ 9 ก.ค. 2566 แทนชุดเดิม ซึ่งได้หมดวาระลงนั้น

พวกเราในฐานะสาขาและตัวแทนพรรคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ได้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดและประมวลความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากสมาชิกในระดับต่างๆ ซึ่งมี ข้อสรุปที่สอดคล้องกันว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมืองที่มีบทบาทอย่างสําคัญ ต่อการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ประชาชนจะสามารถยึดเหนี่ยวได้ ดังนั้นการเลือกกรรมการบริหารพรรค โดยเฉพาะตําแหน่งหัวหน้าพรรค ที่ต้องทําหน้าที่นำพาองค์กรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งประเทศ จึงมีความสําคัญ และจําเป็นที่จะต้องได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และ มีหลักคิดที่จะสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติ และประชาชนได้ 

พวกเราจึงมีมติร่วมกันเพื่อนําเสนอต่อพรรคและเพื่อนสมาชิกทั่วประเทศดังนี้...

1. พวกเราขอสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค และอดีตนายกรัฐมนตรีให้ทําหน้าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนําพาองค์กรที่ได้ชื่อว่าเป็นสถาบันทางการเมืองแหง่นี้ ให้เกิดศรัทธา และความเชื่อมั่นที่ประชาชนสามารถยึดเหนี่ยวเพื่อรักษาระบอบการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต่อไป

2. พวกเราเห็นว่าบุคลากรทุกองค์ประกอบของพรรค ต่างมีคุณค่าตามสถานภาพและความรับผิดชอบจึงอยากเห็นความสามัคคีและความเป็นเอกภาพเพื่อร่วมกันพัฒนาองค์กร แห่งนี้ให้เป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้

3. พวกเราขอสนับสนุนท้ังอุดมการณ์ และประสบการณ์ของบุคลากรรุ่นเก่า และผสม ผสานกับบุคลากรรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาสืบทอดเจตนารมณ์ และอุดมการณ์ เพื่อความยั่งยืนของ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถือเป็นสถาบันทางการเมืองของประเทศต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อแสดงจุดยืนของ สาขาพรรค ตัวแทนพรรค และพี่น้องประชาชน ท้ังที่เป็น และไม่ไ่ด้เป็นสมาชิกพรรคจากพื้นที่ภาคตตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) และขอเชิญชวนพี่น้องชาวประชาธิปัตย์ทุกท่านทั่วประเทศร่วมสืบทอดเจตนารมณ์ร่วมกัน

ด้วยจิตคารวะ
สาขา และ ตัวแทนจังหวัดภาคอีสาน ทั้ง 48 แห่ง ที่ประสานงานเบื้องต้น (ตามรายชื่อที่ปรากฏในแถลงการณ์) 

'ตะวันตก' กรี๊ด!! จีนเบรกส่งออก 2 แร่หายาก ตอบโต้มาตรการคุมส่งออก 'ชิปชั้นสูง' ของสหรัฐฯ

สงครามชิงเจ้าแห่งอุตสาหกรรมผลิตชิป ยังคงเดือดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทางการจีนออกกฎหมายใหม่ จำกัดการส่งออกแร่หายาก Gallium และ Germanium หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญในการผลิตชิป เพื่อใช้ในอุปกรณ์สื่อสารล้ำสมัย แผงโซลาร์เซลล์ อุปกรณ์เรดาร์ อุปกรณ์ไฟเบอร์ออพติค เลนส์กล้องอินฟาเรด ที่ช่วยส่งผ่านข้อมูลได้เร็วขึ้น โดยกฎหมายนี้เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั้งในสหรัฐฯ และ ยุโรป

ทางการจีนระบุว่า จำเป็นต้องจำกัดการส่งออกแร่หายากทั้ง 2 ชนิด เพื่อความมั่นคงของชาติ โดยบริษัทผู้ส่งออกต้องได้รับ Licence จากกระทรวงพาณิชย์จีนเท่านั้น จึงสามารถส่งออกได้ และต้องแจ้งรายละเอียดของผู้ซื้อปลายทาง รวมถึงระบุวัตถุประสงค์ที่นำแร่ไปใช้ เพื่อพิจารณาอนุมัติการส่งออกด้วย ซึ่งกฎหมายนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป 

เชื่อว่ากฎหมายจำกัดการส่งออกแร่ Gallium และ Germanium เป็นการตอบโต้มาตราการควบคุมการส่งออก ชิปชั้นสูง สำหรับใช้ในอุปกรณ์เทคโนโลยีล้ำสมัย และ เทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่นำมาใช้กับจีนมาก่อน 

โดยรัฐบาลสหรัฐฯ เคยออกกฎหมายในลักษณะเดียวกันในช่วงเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว (2022) ว่า บริษัทใดที่ส่งออกชิปชั้นสูง ระบบซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ไฮเทคไปจีนต้องได้รับ Licence จากรัฐบาลเสียก่อน ไม่ว่าอุปกรณ์ หรือชิปนั้น จะผลิตจากใน หรือ นอกสหรัฐก็ตาม ซึ่งนอกจากสหรัฐแล้ว ยังมีเนเธอร์แลนด์ และ ญี่ปุ่น กระโดดมาเข้าร่วมกับสหรัฐ แบนการส่งออกชิปไปจีนกับเขาเหมือนกัน 
.
'ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย' จีนเลยยกระดับการโต้กลับบ้าง ด้วยการระงับการส่งออก 2 แร่หายากไปต่างประเทศ หรือจะพูดให้ตรงก็คือ ห้ามส่งไปประเทศที่ผลิตชิปเป็นหลัก และ คว่ำบาตรจีนนั่นแล

ซึ่งแร่หายากทั้ง 2 ชนิดนี้ อยู่ในหมวด 'โลหะรอง' ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการถลุงโลหะพื้นฐาน อาทิ สังกะสี และ อลูมิเนียม และผลิตออกมาได้น้อยมาก และนิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิปประมวลผลความเร็วสูง เลนส์กล้องส่องทางไกล และอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ 

และในแต่ละปี สหรัฐอเมริกามีการนำเข้าแร่ Gallium และ Germanium ราวๆ 225 ล้านเหรียญ (ประมาณ 7.84 พันล้านบาท) ส่วนใหญ่นำไปใช้ในการผลิตเทคโนโลยีด้านกลยุทธ์ หรือพูดง่ายๆคือ อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับอาวุธทางทหารนั่นแล ดังนั้นการตัดกำลังการส่งออกแร่หายากของจีนอาจไม่ส่งผล กระทบต่อตลาดผู้บริโภคเท่าไหร่นัก ยกเว้น บริษัทผลิตขีปนาวุธ และเครื่องบินรบชั้นนำของสหรัฐอย่าง Lockheed Martin 

พอล ทริโอโล นักวิเคราะห์จากสถาบันด้านยุทธศาสตร์ และการต่างประเทศของสหรัฐมองว่า ยิ่งจีนพยายามที่จะตัดห่วงโซ่อุปทานในกระบวนการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีกับทั้งสหรัฐ EU และเอเชีย ที่จะเริ่มพึ่งพาจีนน้อยลงเท่านั้น 

ดังนั้น แบนได้ แบนไป ใช่ว่าจีนจะเป็นผู้ผลิตแร่หายากเจ้าเดียวในโลกเสียเมื่อไหร่ 

ซึ่งจะว่าไปก็ถูกต้อง เพราะจีนไม่ใช่ประเทศเดียวที่สามารถผลิต Gallium และ Germanium ได้ แค่ในตอนนี้ 94% ของแร่ Gallium และ 83% ของ แร่ Germanium ในตลาดโลกตอนนี้ มาจากจีนเท่านั้นเอง ด้วยปริมาณการผลิตที่มากขนาดนี้ทำให้แร่หายากทั้ง 2 ชนิดที่ผลิตจากจีน มีราคาถูกที่สุดในท้องตลาด 

ส่วนประเทศอื่น ที่สามารถผลิต Gallium และ Germanium ในปริมาณที่ส่งออกได้ และมีราคาพอรับได้ ก็คือ รัสเซีย และ ยูเครน ซึ่งตอนนี้ไม่ว่าง เพราะกำลังรบกันอยู่ 

สงครามเซมิคอนดัคเตอร์เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น มีอะไรให้ตกใจอีกเยอะต่อจากนี้

‘วันนอร์’ ชี้ แก้ ม.112 ต้องเป็นไปตามขั้นตอน-กฎหมาย 

เมื่อวานนี้ (4 ก.ค.66) ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ตอบคำถามถึงประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เป็นประเด็นจับตา ว่า ประเด็นแก้ไขมาตรา 112 ไม่อยู่ในข้อตกลงของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะสนับสนุน แต่พรรคก้าวไกล ฐานะพรรคการเมืองในสภาฯ อยากเสนอเข้ามาต้องเป็นไปตามขั้นตอน ต้องว่าไปตามกฎหมาย และบทบาท ทั้งนี้กฎหมายต่าง ๆ นั้น ทุกพรรคมีสิทธิเสนอรวมถึงประชาชนด้วย เพราะสภาฯ ยุคนี้ต้องโปร่งใส เพื่อประชาชน ทั้งนี้ส่วนตัวยินดีให้ทุกฝ่าย รวมถึงสื่อมวลชนตรวจสอบการทำงานของสภาฯ ได้

'ส.ว.สมชาย' เผยความในใจ หลังเพลงสรรเสริญพระบารมี กึกก้องรัฐสภา ลั่น!! ขอเป็นปรากฏการณ์ใหม่แด่คนไทยผู้จงรักกล้าลุกขึ้นยืนร้องเพลงนี้

ไม่นานมานี้ นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

#ความในใจ ส.ว.รวมใจ 
#เพลงสรรเสริญพระบารมี 
#แม้เหลือคนเดียวทั้งโรงเราก็จะยืน 

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2566 พวกเรา ส.ว. ทุกคนตกลงใจกัน โดยขอทำผิดธรรมเนียมเดิม จึงประสานเร่งด่วนยังผู้เกี่ยวข้อง เพื่อทราบว่า สมาชิกจะขอร้องเพลงสรรเสริญ ในงานพระราชพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภาต่อหน้าพระองค์ท่าน เดิมตั้งใจและประสานงานว่า จะขอร้องเพลงในช่วงส่งเสด็จ แต่อย่างไรไม่ทราบ ผิดคิวนัดหมายตั้งแต่ต้น ทันทีที่ดนตรีบรรเลงขึ้นในช่วงรับเสด็จ ใครบางคนขึ้นต้นเสียงเริ่มร้องขึ้น ส.ว. ทุกคนก็เปล่งเสียงร้องตามกันดังขึ้นกึกก้องห้องประชุมต่อหน้าพระพักตร์โดยมิได้นัดหมาย 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คงทรงแปลกพระทัยเล็กน้อยกระมัง ขณะที่สมเด็จพระราชินีฯ ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อยตลอดเวลา เมื่อทรงมีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภาต่อสมาชิกรัฐสภาจบเรียบร้อยแล้ว จึงถึงคิวนัดหมายจริง ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีอีกครั้ง

สมาชิกวุฒิสภา นายกรัฐมนตรีคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต่างร่วมร้องเพลงนี้กันอย่างพร้อมเพรียงกึกก้องจากหัวใจ ยังความปลื้มปิติยิ่งแก่พวกเราเหล่าสมาชิกที่อยู่ให้พระราชพิธี และถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจโดยมีพี่น้องประชาชนคนไทยที่จงรักภักดีได้ร่วมรับฟังและร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีไปพร้อมกัน

วันนี้ปลื้มปิติและอิ่มเอมใจมากครับ ที่ภารกิจเร่งด่วนของพวกเราในฐานะสมาชิกวุฒิสภาและพสกนิกรผู้จงรักภักดี สำเร็จลุล่วงงดงามยิ่ง แม้จะดูผิดธรรมเนียมจากเดิมไปบ้าง เพราะเป็นการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อมดนตรีบรรเลงในงานรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเท่าที่ผมเคยเข้าร่วมพิธีมาอย่างน้อย 3-4 ครั้ง ในระยะเวลา 17 ปีที่ทำหน้าที่สมาชิกสภาแห่งนี้ แต่เชื่อมั่นว่า เสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่เกิดขึ้นวันนี้จะจารึกในหัวใจพวกเราตลอดไป และจะเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่คนไทยผู้จงรักภักดีจะกล้าลุกขึ้นยืนร้องเพลงนี้ร่วมกันให้ดังกึกก้องตลอดไป เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า พวกเราจะทำหน้าที่ปกป้องชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ และประชาชนตลอดไป

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
สมชาย แสวงการ
สมาชิกวุฒิสภา

เกาะติดวงในสถานการณ์เลือกตั้ง 'หัวเรือใหม่ ปชป.' 'เสียงใน-นอกพรรค' ฟันธง!! 'อลงกรณ์' ตัวเต็ง!!

ใกล้วันเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 9 กรกฎาคมเข้ามาทุกที

โดยในวันนั้น ถือเป็นการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9 ในห้วงเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในภาวะถดถอยภายใต้มรสุมทางการเมืองทั้งภายในพรรคและภายนอกพรรค

จากการติดตามและประเมินสถานการณ์ล่าสุดจากทีมข่าว THE STATES TIMES พบว่ามีความเคลื่อนไหวในกลุ่มสาขาพรรค และตัวแทนพรรคจากภาคอีสาน / ภาคเหนือ / ภาคกลาง / ภาคใต้ และกทม. รวมไปถึงอดีตผู้บริหารท้องถิ่น / อดีตผู้สมัคร ส.ส. / อดีต ส.ส. / อดีตผู้บริหารพรรค และอดีตรัฐมนตรีของประชาธิปัตย์จำนวนไม่น้อยที่สนับสนุน 'นายอลงกรณ์ พลบุตร' เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่

มูลเหตุสำคัญเนื่องมาจาก ผู้เกี่ยวข้องมีมติเห็นพ้องว่านายอลงกรณ์ เป็นคนที่ซื่อสัตย์กับพรรค ไม่เคยย้ายพรรค มีอุดมการณ์ มีวิสัยทัศน์ทันสมัย เป็นคนกล้าคิดกล้าทำ มีภาวะผู้นำสูงและทุ่มเททำงานให้พรรคตลอดมา แถมยังมีประสบการณ์เคยเป็นประธานสาขาพรรค เป็นส.ส.ทั้งแบบเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อและเป็นรัฐมนตรี 

เรียกว่ามีผลงานเป็นรูปธรรม อีกทั้งไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริต สมาชิกพรรคก็เข้าถึงง่าย ไม่ถือตัว มีมนุษย์สัมพันธ์ดี 

ยิ่งไปกว่านั้นที่ถือเป็นประการสำคัญคือ นายอลงกรณ์ไม่สังกัดกลุ่มใดในพรรค แต่สามารถทำงานร่วมกับอดีตหัวหน้าพรรคทั้งนายหัวชวน, บัญญัติ, อภิสิทธิ์ และจุรินทร์ รวมทั้งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค

องค์ประกอบเหล่านี้ จึงทำให้เชื่อว่าจะสามารถประสานกลุ่มต่างๆ สร้างเอกภาพและความสามัคคีในพรรคประชาธิปัตย์ได้มากกว่าทุกคนในพรรค และข่าววงในก็ยังบอกอีก ว่านายอลงกรณ์เป็นคนมีพรรคพวกมากเป็นที่ยอมรับจากคนในวงการต่างๆ และพรรคการเมืองอื่นๆ 

ทั้งนี้เมื่อ THE STATES TIMES ได้สอบถามไปยังแกนนำกลุ่มตัวแทนพรรคว่าจะมีความเคลื่อนไหวใดก่อนการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคบ้างหรือไม่? ก็ได้คำตอบว่า ทาง ปชป.จะมีการนัดประชุมตัวแทนพรรคในแต่ละภาคในวันที่ 8 กรกฎาคม ที่โรงแรมมิราเคิลเพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนนายอลงกรณ์เป็นหัวหน้าพรรค ภายใต้ความเห็นร่วมกันว่า พรรคอยู่ในวิกฤติต้องได้ผู้นำที่มีประสบการณ์และมีภาวะผู้นำสูงจึงจะฟื้นฟูพรรคได้สำเร็จ และเมื่อประชาธิปัตย์กลับมาเข้มแข็งแล้ว จึงจะเปลี่ยนมือให้กับคนรุ่นใหม่ๆ แต่ยังไม่ใช่เวลานี้ 

"วันนี้โจทย์ในพรรคยากและหนักเกินกว่ามือใหม่จะรับมือได้ การคิดแค่เอาคนรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค โดยหวังว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์พรรคได้ทันที คงไม่ใช่ อย่าคิดเลียนแบบพรรคก้าวไกล พรรคเรามีปัญหามากกว่าแค่เปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่มีปัญหาเรื่องจุดยืนเรื่องเอกภาพในพรรค เรื่องการบริหารจัดการและเราอยู่ในจุดต่ำสุด เหมือนอยู่ในมรสุมต้องมีกัปตันที่เก่งกล้าและมีประสบการณ์" กลุ่มตัวแทนพรรคท่านหนึ่งให้ความเห็น

นอกจากนี้จากการติดตามความเห็นของโลกโซเชียลจากกลุ่มคนภายในวงการต่างๆ ทั้งภาครัฐภาคเอกชนภาควิชาการและพรรคการเมืองต่างๆภายนอก ผู้บริหารภาคเอกชนคนหนึ่งบอกว่า...

"นายอลงกรณ์ พลบุตร มีโปรไฟล์ดีมากเป็นคนที่มีจุดยืนประชาธิปไตย มีหลักการ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต มีความคิดก้าวหน้าทันโลกทันเหตุการณ์ มีความเข้าใจด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและการต่างประเทศ มีความสามารถทางการบริหารช่วงที่เป็นรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ ทำงานร่วมกับภาคเอกชนใกล้ชิดและสร้างผลงานใหม่ๆ ไว้มาก ถือเป็นคนที่เปิดกว้างรับฟังความเห็นมีอัธยาศัยที่ดี เป็นที่ยอมรับในภาคเอกชน เหมือนเอาส่วนผสมของ 'คุณชวน-คุณอภิสิทธิ์-คุณจุรินทร์-คุณสุรินทร์ (พิศสุวรรณ)' มาไว้ในคนๆ เดียว ในฐานะเสียงหนึ่งจากภาคเอกชนก็เชียร์ให้คุณอลงกรณ์ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์"

ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า นายอลงกรณ์จะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ได้หรือไม่ วันที่ 9 กรกฎาคมนี้ รู้กัน!!

‘อีลอน’ โคตรรวย!! ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีเบอร์ 1 ครึ่งแรกปี 66 แซงหน้าเจ้าพ่อ META ‘มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก’ กระจุย

(4 ก.ค. 66) ‘Bloomberg Billionaires Index’ จัดอันดับให้นายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเทสลา เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในครึ่งแรกของปี 2566 ด้วยทรัพย์สินสุทธิมูลค่า 9.66 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่นายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเมตา แพลตฟอร์ม รวยเป็นอันดับ 2 ด้วยทรัพย์สินสุทธิ 5.89 หมื่นล้านดอลลาร์

ข้อมูลของ Bloomberg Billionaires Index ซึ่งจัดทำโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่า บุคคลที่ร่ำรวยที่สุด 500 อันดับแรกในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มีทรัพย์สินรวมกันเพิ่มขึ้น 8.52 แสนล้านดอลลาร์ โดยแต่ละบุคคลที่ได้รับการจัดอันดับครั้งนี้ สามารถสร้างมูลค่าทรัพย์สินโดยเฉลี่ย 14 ล้านดอลลาร์/วัน ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสถิติรอบครึ่งปีที่ดีที่สุด นับตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

มูลค่าของทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นเป็นวงกว้าง เนื่องจากนักลงทุนมองข้ามผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง รวมทั้งสงครามที่ยืดเยื้อในยูเครน และวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกับธนาคารระดับภูมิภาค โดยดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้น 16% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ทะยานขึ้น 39% ซึ่งทำสถิติรอบครึ่งปีแรกที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ขณะเดียวกันความมั่งคั่งสุทธิของนายโกตัม อดานี เจ้าของบริษัทอดานี กรุ๊ป ลดลง 6.02 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดในรอบ 6 เดือน นอกจากนี้ นายอดานียังเป็นบุคคลที่ความมั่งคั่งรายวันลดลงมากที่สุด โดยเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ปีนี้ ความมั่งคั่งของนายอดานีลดฮวบลง 2.08 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากฮินเดนเบิร์ก รีเสิร์ช ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนจากสหรัฐออกรายงานกล่าวหาว่า นายอดานีได้ทำการฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์แวดวงธุรกิจโลก แม้ว่านายอดานีได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ตาม

สำหรับนายอีลอน มัสก์นั้น ความมั่งคั่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือน ก.ค. โดยราคาหุ้นเทสลาทะยานขึ้น 6.9% ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กในวันจันทร์ (3 ก.ค.) ซึ่งทำให้ความมั่งคั่งของนายมัสก์เพิ่มขึ้น 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ราคาหุ้นเทสลาได้รับแรงหนุนหลังจากบริษัทเปิดเผยยอดการส่งมอบรถยนต์ในไตรมาส 2 จำนวน 466,140 คัน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส และพุ่งขึ้น 83% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยได้อานิสงส์จากการปรับลดราคาและการลดหย่อนภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ

ผบ.ตร.พร้อม พระธรรมวชิรเมธี ร่วมภาคีเครือข่าย เปิดศูนย์ 'มินิธัญญารักษ์' สถานฟื้นฟูฯ ผู้ติดยาเสพติด ผุดโครงการนำร่องตั้งศูนย์บำบัดฟื้นฟูตามแนวทางแพทย์สมัยใหม่ คืนคนดีสู่สังคม ผู้ประกอบการรับไม้ต่อสร้างอาชีพเพื่อความยั่งยืน

วันนี้ (4 ก.ค.66) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย  พระธรรมวชิรเมธี เจ้าคณะภาค 1 เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร , พระราชธรรมเมธี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี  เจ้าอาวาสวัดโค้งสนามเป้า, นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย , นายแพทย์ยงยศ  ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข , นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร  รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ,พล.ต.ท. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ณัฐ สิงห์อุดม ผบช.ตชด., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 , พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พร้อมส่วนราชการ ผู้นำชุมชน แขกผู้มีเกียรติร่วมพิธี และเปิดโครงการจัดตั้งสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดระยะยาว “มินิธัญญารักษ์” ณ ศูนย์จันทารักษ์ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 115 ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

การจัดตั้งสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดระยะยาว “มินิธัญญารักษ์” เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ที่กำหนดให้ปัญหายาเสพติด เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไข ซึ่งโครงการนี้สามารถสนับสนุนงานของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทยในด้านการบำบัด ฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติด ที่ผ่านการบำบัดจากสถานพยาบาลยาเสพติด เข้าสู่การฟื้นฟูสมรรถภาพและฟื้นฟูสภาพทางสังคม โดยใช้สถานที่และกำลังพลของ ตชด.และภาคีเครือข่ายร่วมกันในการขับเคลื่อนโครงการภายใต้การดูแลของจังหวัด ซึ่งเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ประกอบการ โรงงานจะเข้ามารับผู้เข้าร่วมโครงการฯ เข้าทำงานให้สามารถมีอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวได้ต่อไป

ซึ่งโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับโครงการชุมชนยั่งยืน และโครงการค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด ผู้มีอาการทางจิตและผู้ป่วยจิตเวช นำเข้าบำบัดรักษาตามประมวลกฎหมายยาเสพติด และ พ.ร.บ.สุขภาพจิตฯ โดยบูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่ ซึ่งดำเนินการทั่วประเทศประสบความสำเร็จ สามารถส่งคืนผู้เสพเป็นคนดีสู่สังคม ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินโครงการชุมชนยั่งยืน 15 หมู่บ้าน/ชุมชน เป้าหมายประชากรที่ต้อง X-RAY 7,913 คน ดำเนินการครบ 100 เปอร์เซ็นต์ พบสารเสพติด 196 คน นำเข้าสู่กระบวนการบำบัดในชุมชนตนเองฯ และค้นหาอีก 749 หมู่บ้าน/ชุมชน พบว่า มีผู้ใช้ ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด และผู้ป่วยจิตเวชที่มีสาเหตุจากการใช้ยาเสพติด รวมกว่า 1,973 คน เพื่อเข้าโครงการฯ ต่อไป

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า “ขอชื่นชมโครงการจัดตั้งสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดระยะยาว “มินิธัญญารักษ์” จ.จันทบุรี ซึ่งเกิดขึ้นจากดำริของ พระธรรมวชิรเมธี เจ้าคณะภาค 1 เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร นำคณะสงฆ์ในพื้นที่ ร่วมกับ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ผู้นำชุมชน ภาคีเครือข่ายร่วมกัน ทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้นมา แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือและให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู  ตามกระบวนการทางการแพทย์แบบใหม่ โดยมุ่งเน้นที่จะฟื้นฟูผู้ป่วยแบบบูรณาการหลายมิติ ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ดังนั้น การลงนามความร่วมมือและเปิด สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดระยะยาว “มินิธัญญารักษ์” ในครั้งนี้ จะเป็นการวางระบบการทำงานแบบบูรณาการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม ทำให้ผู้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ได้ปรับสภาพร่างกาย จิตใจ และมีทัศนคติที่ดี สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ซึ่งจะได้นำโมเดลความสำเร็จนี้ ขยายไปใช้ในพื้นที่อื่นๆต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เกิดความยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาลต่อไป”

‘4MIX’ แท็กทีม ‘แอลลี่’ โชว์เดือด!! บนเวที SAWASDEE DC ยกระดับ T-POP เฉิดฉาย ทำเอาแฟนอินเตอร์ปลื้มปริ่ม!!

(4 ก.ค. 66) วง 4MIX จากค่าย 411Records (โฟร์ วัน วัน เรคคอร์ด) มีสมาชิก 4 คน ได้แก่ นินจา-จารุกิตต์ คำหงษา, แมกก้า-ณัฐภัทร ดีเลิศตระกูล, โฟล์คซอง-ชนินทร บุญรอด และ จอร์จ-ราเมศวร์ เกียรติสุขอุดม ที่เคยสร้างชื่อเสียงที่เม็กซิโกในฐานะ T-POP มาแล้ว สร้างความฮือฮาอีกครั้งพร้อมแท็กทีม แอลลี่-อชิรญา นิติพน จากค่าย 411MUSIC ไประเบิดความมันส์นำความแซ่บของผลงานเพลงไทยและเอกลักษณ์ไทยไปสร้างความปังบนเวทีงาน SAWASDEE DC เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ กรุงวอชิงตัน โดยงานจัดขึ้นเพื่อรำลึก 190 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-ประเทศไทย 

สำหรับภายในงานมีคนไทยและคนวอชิงตันมาร่วมงานหมื่นกว่าคน ทำให้บรรยากาศคึกคัก แฟนๆ ร้องเต้นไปกับ 4MIX และแอลลี่อย่างเต็มที่ ซึ่งทั้ง 2 ศิลปินได้ขึ้นโชว์ 2 รอบ ทั้งรอบเช้าและรอบเย็น งานนี้สร้างความประทับใจให้ชาววอชิงตันปลื้มปริ่มจน #4MIXxALLYinDC ติดเทรนทวิตเตอร์ นอกจากจะมอบความสุขให้คนที่มาดูล้นหลามแล้ว 4MIX และ แอลลี่ ก็ขนความสุขความประทับใจนี้กลับเมืองไทยเช่นกัน 

รู้จักทางหลวงหมายเลข 418 ถนนสายเศรษฐกิจชายแดนใต้ 'วิวสวย-ปลอดภัย-ไร้ไฟแดง-ร่นระยะเวลากว่าครึ่ง'

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 418 เป็นถนนที่มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 29.448 กิโลเมตร จากบ้านคลองขุด อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ถึงบ้านท่าสาป ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

จุดเด่นของถนนสายนี้คือ ตลอดสองข้างทางยังเป็นที่โล่ง มีทุ่งนา สวนยางพารา และชุมชนสลับเป็นระยะ ไม่มีสัญญาณไฟจราจรแม้แต่จุดเดียว เพราะทุกทางแยกจะสร้างเป็นสะพานยกระดับมากถึง 20 แห่ง และมีจุดกลับที่ปลอดภัย นับเป็นถนนสายมาตรฐานที่สุด ณ วันนี้ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และยังเป็นการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่อีกด้วย

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 418 แตกต่างจากทางหลวงสายอื่นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ เป็นทางหลวงมาตรฐาน 4 ช่องจราจรแห่งแรกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีจุดตัดตลอดเส้นทาง แต่จะใช้วิธีการทางยกระดับที่มีการก่อสร้างสะพานข้ามถนนประมาณ 20 จุด ทำให้ทางหลวงเส้นนี้ไม่มีสี่แยกไฟแดง ผู้ใช้เส้นทางนี้สามารถทำเวลาได้เร็วขึ้น นอกจากนี้สามารถย่นระยะทางจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 409 ได้ถึง 13 กิโลเมตร ซึ่งมีเพียงแค่ 2 ช่องจราจรสวนทาง ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที แต่หากใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 418 จะใช้เวลาเพียงแค่ 25 นาทีเท่านั้น

ถนนสายนี้คือของขวัญชิ้นประวัติศาสตร์ที่เหล่าทหารช่างตั้งใจมอบแด่พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้การสร้างถนนจะเป็นภารกิจปกติของทหารช่าง แต่สำหรับทางหลวงหมายเลข 418 นับเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่ง เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการระดมทหารช่างจากทุกกองทัพภาคทั่วประเทศลงพื้นที่เพื่อเร่งสร้างถนนสายนี้ให้สำเร็จเสร็จสิ้นเสียที ยุติการรอคอยอันยาวนานของผู้คนในสามจังหวัดชายแดนนั้นเอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top