Friday, 24 July 2026
Hard News Team

2 เบื้องหลังสุดเทพ!! จับมือปั้นซีรีส์ ‘Thank You Teacher’ เพื่อสะท้อนสังคม ตีแผ่ชีวิตแม่พิมพ์แห่งชาติ ให้กระแทกใจ!!

(8 ก.ค.66) เตรียมล้างตารอดู ซีรีส์น้ำดีสะท้อนสังคมอย่าง Thank You Teacher ที่พร้อมจะมาตีแผ่อาชีพครู ที่คอยปลูกฝังเยาวชนให้ประสบความสำเร็จในชีวิต โดยก่อนหน้านี้ ค่าย ทรู ซีเจ ครีเอชั่นส์ (TRUE CJ Creations) จับมือ TRUEID จัดพิธีบวงสรวงพร้อมเปิดตัวนักแสดงนำของเรื่อง เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโซเชียล เพราะได้ไอดอลชื่อดังอย่าง ‘เฌอปราง อารีย์กุล’ มาแสดงนำพร้อมด้วยทัพนักแสดงคุณภาพมาเล่นอย่างแน่นจอ การันตีด้วยความสนุกกับ 3 เบื้องหลังระดับเทพ ที่พร้อมจะมาปั้นให้ซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนสังคมจนกระแทกใจ 

‘ยู ษรัณยู จิราลักษม์’ (DIRECTOR) ถือว่าเป็นผู้กำกับมากความสามารถของวงการภาพยนตร์ไทย โดยมีผลงานชื่อดังมากมายการันตีคุณภาพ อาทิ  9 วัด,Together วันที่รัก, Last Summer และเรื่อง รักหมดแก้ว 

‘ดร.ฐานชน จันทร์เรือง’ (SCRIPT SUPERVISOR) ผู้อยู่เบื้องหลังวงการละคร ซีรีส์ และภาพยนตร์มากมาย และยังคงเป็น อาจารย์ให้กับมหาวิทยาลัยชื่อดังมากมาย ล่าสุดนั่งแท่น Screenplay Writer ดูแลบทให้กับซีรีส์เรื่อง Thank You Teacher โดยผลงานที่ผ่านมาคือ อินจัน Extraordinary Siamese Story, ละคร มัจจุราช จำแรง และ ซีรีส์สยองขวัญ ยายกะลา ตากะลี การันตีด้วยรางวัล Best Script Writing จาก Asian Television Awards 2021

เรียกได้ว่าซีรีส์ Thank You Teacher ได้รวบรวมทีมงานเบื้องหลังคุณภาพไว้ครบทุกองค์ประกอบ แถมด้วยทัพนักแสดงอย่าง ‘เฌอปราง อารีย์กุล’ และพระเอก ‘เอ็มดี ณัฐพงศ์’ พร้อมด้วย ‘ฮูพ BNK48’ และนักแสดงคุณภาพอีกมากหน้าหลายตา อาทิ เปิ้ล หัทยา วงษ์กระจ่าง, ศิลป์ รุจิรวนิช, กนก กนกพล, ซันนี่ วรรณรัตน์, ปัน ณัฐดนัย ฯลฯ พวกเขาเตรียมมาตีแผ่ชีวิตและการทำงานของแม่พิมพ์แห่งชาติ ที่เป็นมากกว่าแค่คนสอนหนังสือ ผ่านเรื่องราว และอุปสรรค ปัญหาต่างๆ ในรั้วโรงเรียน และยังให้คุณได้มีพลังใจที่จะกล้าคิด กล้าลงมือทำ ในสิ่งที่คุณเชื่อว่าถูก ต้องและดีที่สุด เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้ตัวเอง และสังคม เตรียมปูเสือรอดู ซีรีส์ Thank You Teacher ได้เร็วๆ นี้ ดูฟรีทุกเครือข่ายที่ TrueID ที่เดียว

‘SEED Thailand’ ผนึกกำลัง ‘สำนักงานสลากฯ - สถาบันพระปกเกล้าฯ’ จัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ Seed Project รุ่นที่ 3

(8 ก.ค.66) กลับมาอีกครั้งกับโครงการที่ทุกคนรอคอย Seed Project ปี 3 รอบภาคกลาง 

ด้วยเครือข่ายเยาวชน SEED Thailand วุฒิสภาร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม จัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ Seed Project รุ่นที่ 3 เรื่อง My Future Hometown สร้างผู้นำเยาวชน พาท้องถิ่นสู่สากล โดยโครงการจัดขึ้นในวันที่ 6 - 9 กรกฏาคม 2566 ณ ห้องประชุม โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แจ้งวัฒนะ 

เมื่อวันที่ 7 ก.ค.66 พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ร่วมกับคุณดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ เลขาธิการและกรรมการมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม เป็นผู้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการทั้ง 80 คน 

อีกทั้งมีปาฐกถาเรื่องพลังเยาวชนต่อทิศทางการพัฒนาประเทศไทย โดย คุณนพพล ชูกลิ่น ประธานบริหารโดยในวันนี้ยังมีวิทยากรมากประสบการณ์มาบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย ประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์และความเป็นไทย สู่การสร้างพลัง Soft Power จากท้องถิ่น โดย นายพิชิต วีรังคบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การสร้างนักข่าวท้องถิ่น Local Reporter โดยนางสาวขวัญธรรมภรณ์ ทิพยโกศัย ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ PPTV อีกทั้งมีการสร้างเสริมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากพี่ๆ ทีม SEED Thailand

‘โบว์ ณัฏฐา’ เผย นักวิชาการที่พยายามช่วย ‘พิธา’ ลั่น!! ระวังพูดไปพูดมาจะกลายเป็นผิดจริง

"นักวิชาการบางคนที่พยายามช่วยคุณพิธา พอพยายามบิดหลักการมากเกินไป พูดไปพูดมากลายเป็นการยืนยันว่าตามกฎหมายแล้วเขาผิดจริง แต่ 'ไม่ควรเอาผิด' เพราะประชาชนเลือกมา พร้อมเรียกร้องให้สื่อหยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว"

โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.66

‘วันเดอร์เฟรม’ เกิดอุบัติเหตุ ‘ข้อเท้าแตก’ ขณะถ่าย MV ที่จีน แม้เจ็บหนักแต่ยังยิ้มได้!! ล่าสุดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

(8 ก.ค. 66) ด่วน!! นักร้องสาว วันเดอร์เฟรม เกิดอุบัติเหตุข้อเท้าแตก ต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ขณะถ่ายทำ MV เพลงใหม่ ซึ่งเป็นผลงานโกอินเตอร์ที่ได้ KnowKnow ศิลปินแร็ปเปอร์ชื่อดังของจีนมาร่วมฟีทเจอริ่ง

โดยในช่วงซีนสุดท้ายของการถ่ายทำ ‘วันเดอร์เฟรม’ ที่กำลังแดนซ์แบบเต็มเหนี่ยว เกิดพลาดท่าลื่นล้มจนเป็นเหตุให้กระดูกบริเวณข้อเท้าแตก แม้ว่าจะเจ็บหนักแต่ ‘วันเดอร์เฟรม’ ยังคงยิ้มและชูสองนิ้วให้แฟนๆ หายห่วง 

'รองต่อ' ชื่นชมตำรวจขอนแก่น ใช้ยุทธวิธีสยบหนุ่มคลั่งขับรถชนทั่วเมือง

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชื่นชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ที่ใช้หลักยุทธวิธีในการเข้าระงับเหตุและติดตามจับกุมคนขับรถที่มึนเมายาเสพติดและขับชนรถของประชาชนทั่วไปได้รับความเสียหาย เป็นการสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันนี้ 8 กรกฎาคม 2566 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลงานป้องกันปราบปราม ได้เรียกประชุมสรุปเหตุการณ์ กรณีชายคลุ้มคลั่งขับรถเฉี่ยวชนรถยนต์ของประชาชนและเจ้าหน้าที่ จำนวน 6 คัน ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่ จ.ขอนแก่น และต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้นั้น

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 เกิดเหตุชายคลุ้มคลั่งขับรถเฉี่ยวชนรถยนต์และทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในตัวเมืองขอนแก่น จากนั้นได้ขับหลบหนีและไปเฉี่ยวชนรถของประชาชนรายอื่นๆ ซึ่งสัญจรผ่านไปมาเสียหาย โดยทันทีที่ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับรายงานได้บูรณาการกำลังทุกฝ่ายทั้ง ฝ่ายป้องกันปราบปราม สืบสวน และ จราจร ออกติดตามและสกัดจับรถคันดังกล่าว ไม่ให้สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเพิ่มมากขึ้น

โดยผู้ก่อเหตุได้ขับหลบหนีไปตามถนนศรีจันทร์-หน้าเมือง-หลังเมือง-รอบเมือง-รื่นรมย์ และ ประชาสโมสร เมื่อมาถึงวงเวียนศาลหลักเมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดก้าวสกัดจับที่วางกำลังไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อุปกรณ์ Stop Stick ซึ่งเป็นอุปกรณ์หยุดรถกรณีฉุกเฉินขวางรถผู้ก่อเหตุไว้ เมื่อรถผู้ก่อเหตุขับเหยียบผ่านไปทำให้ยางรถรั่ว แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมหยุดรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แบ่งกำลังไล่ติดตามและวางกำลังในเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี จนผู้ก่อเหตุขับรถเข้าไปในซอยสุภะภีระ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถยนต์กระบะมาจอดขวางไว้ ผู้ก่อเหตุได้ขับรถพุ่งชนรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความเสียหายจนไม่สามารถขับไปต่อได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าควบคุมตัวผู้ขับขี่ไว้ได้ โดยอยู่ในอาการมึนเมายาเสพติด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถผู้อื่นได้รับความเสียหาย , ขับขี่รถประมาทหวาดเสียว , ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย , ขับขี่รถชนแล้วหลบหนี และ ขับขี่รถโดยมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย” นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ ได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องทุกนาย และสั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 4 ถอดบทเรียนเพื่อนำมาเป็นกรณีศึกษา พร้อมทั้งฝากความห่วงใยไปยังพื้นที่อื่นๆ ซึ่งมีโอกาสจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ได้ ให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุสม่ำเสมอ รวมทั้งตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา

“ขอชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนายที่ยึดหลักยุทธวิธีในการปฏิบัติหน้าที่ มีการนำอุปกรณ์ Stop Stick มาใช้ เพื่อลดความรุนแรงและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นทั้งต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ผู้ก่อเหตุ และตัวเจ้าหน้าที่เอง แสดงให้เห็นถึงความพร้อม ความใส่ใจ ความร่วมมือ และความมีมาตรฐาน สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีได้ ขอฝากไปยังข้าราชการตำรวจทุกหน่วยให้หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ ฝึกฝนและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุต่างๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับพี่น้องประชาชนได้”

สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้อนุมัติงบประมาณให้แก่ศูนย์บริหารงานป้องกันปราบปราม โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้กำกับดูแล เพื่ออบรมเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากทุกหน่วยทั่วประเทศ อาทิเช่น 

• โครงการฝึกอบรมการบริหารเหตุการณ์ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 
• โครงการฝึกอบรมการระงับเหตุของผู้ปฏิบัติงานสายงานป้องกันปราบปราม 
• โครงการฝึกทักษะยิงปืนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสายงานป้องกันปราบปราม สืบสวน และจราจร ในสถานีตำรวจ
• โครงการฝึกอบรมการสร้างพื้นที่ข่าวออนไลน์  เป็นต้น

ส่องแนวรบ 'ส.ว.' ผวาทุนใหญ่ยิงกระสุนล็อบบี้ ส่วนสูตรรัฐบาลเสียงข้างน้อยแผ่ว 'ลุงตู่' ไม่เล่นด้วย

ลุ้นกันระทึกว่าวันที่ 13 ก.ค. ที่จะถึงนี้ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ จะม้วนเดียวจบหรือม้วนเดียวจอด ถ้าคะแนนโหวตแตะ 376 เสียงทุกอย่างก็จบ แต่ถ้าไม่ถึงก็ต้องจอด จอดแล้วทำอย่างไรต่อ ท่านประธานรัฐสภา วันมูหะหมัดนอร์ มะทา พูดชัดว่าก็จะนัดประชุมใหม่ในวันพุธที่ 19 ก.ค. เปิดโอกาสให้เสนอชื่อ 'พิธา' ลุ้นโหวตรอบสองอีกครั้ง ถ้ารอบสองไม่ผ่านจะทำอย่างไร ท่านวันนอร์บอกต้องดูหน้างานกันอีกที แต่ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯจากพรรคเพื่อไทยบอกว่าอาจนัดประชุมต่อในวันที่ 20 ก.ค.ต่อไปเลย

ครับ ท่านสาธุชนในชั้นนี้ เอาเป็นว่าให้รับรู้แค่ว่าถ้าวันที่ 13 ก.ค.พิธาสอบไม่ผ่านก็ต้องไปลุ้นกันอีกทีวันที่ 19 ก.ค. ทั้งนี้ทั้งนั้นที่ว่ามานี้หมายถึงว่าพิธาไม่มีคู่แข่งนะครับ แต่ถ้ามีคู่แข่งอาจจะชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรืออนุทิน ชาญวีรกูล แล้วบังเอิญคู่แข่งได้คะแนนถึง 376 เสียง ก็จบข่าว

หันมาสำรวจตรวจสอบคะแนนกันอีกครั้ง ก่อนจะถึงวันที่ 13 ก.ค. ตอนนี้ 8 พรรคที่หนุนคุณพิธายังผนึกแน่น 312 เสียง ขาดอีก 64 เสียง ซึ่งทั้งคุณไหม ศิริกัญญา ตันสกุล และคุณต๋อม ชัยธวัช ตุลาธน คนโตแห่งพรรคก้าวไกลยืนยันว่าดูจากฐานข้อมูลแล้วคะแนนสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. มีพอเพียง มั่นใจว่าจะผ่านโหวตตั้งแต่รอบแรก แต่กระนั้นก็ยังจะเดินหน้าหาคะแนนเพิ่มต่อไป

สำหรับ 'เล็ก เลียบด่วน' แอบส่องกล้องมองดูทิศทางลมของ ส.ว. แล้วต้องบอกเหมือนเดิมว่า ไม่พอครับ ไม่พอเพียงเพียงพอที่จะให้คุณพิธาถึงฝั่งฝัน นับไปนับมาตอนนี้อยู่ที่ 15 เสียงบวกลบ แต่กระนั้นก็ต้องกระซิบเบาๆ กับท่านผู้อ่านท่านผู้ฟังทุกท่านว่า คีย์แมนฝ่าย ส.ว. ที่คัดค้านคุณพิธาเพราะติดใจในหลายเรื่องนั้น พวกเขาแอบหวั่นใจลึกๆ กับปฏิบัติการล็อบบี้ ส.ว. ของกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่งที่เดินหน้าควักอาวุธลับหลายปึกต่อคน เพื่อให้ยกมือหนุนนายกฯ จากก้าวไกลหรือเพื่อไทย นัยว่าเพื่อสกัดกั้นพรรคสีน้ำเงินแห่งรถไฟฟ้าสายสีส้ม คีย์แมน ส.ว. กลุ่มนี้ฟันธงว่าถ้าพิธาพลิกล็อกเข้าป้าย ก็คงเพราะด้วยเหตุนี้แล

โดยภาพรวม ‘เล็ก เลียบด่วน’ มองข้ามช็อตว่าเมื่อพิธาจอดไม่ต้องแจววันไหน พรรคเพื่อไทยก็ต้องสลัดทิ้งก้าวไกลเพื่อเดินหน้าประเทศไทย เพราะขณะนี้นอกจาก ส.ว. ผูกเงื่อนตายไม่เอาพิธาแล้ว ยังชูธงโต้กระแสทวนอีกว่า รัฐบาลใหม่ของใครก็ตามต้องไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ด้วย ดังนั้นพรรคเพื่อไทยโดยต้องเจรจาต่อรองกับพรรคลุงป้อม พรรคอนุทิน ถ้าเกิด 'บิ๊กป้อม' ยื่นคำขาดขอเป็นนายกฯ แต่เพื่อไทยไม่ยอม งานช้างก็จะเกิดขึ้น การเมืองไทยก็คงดูไม่จืด

ทั้งนี้ทั้งนั้นสำหรับการเมืองสูตรรัฐบาลอนาคอนดาที่หมายถึงกลุ่มขั้วอำนาจเดิมที่เป็น ครม. รักษาการในปัจจุบันซึ่งมีเสียงรวมกัน 180 กว่าเสียง จะเดินแผนตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยชิงตำแหน่งนายกฯ โดยอาศัยเสียง ส.ว. 200 กว่าเสียง ตัดหน้ากลุ่ม 8 พรรคแล้วค่อยดูดเสียงจากพรรคเพื่อไทยภายหลังนั้นต้องบอกว่าโอกาสเกิดขึ้นยากมาก เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติโดยประกาศิตจาก ‘บิ๊กตู่’ บอกว่าไม่เห็นด้วย เพราะหวั่นจะเข้าทางปืนอีกฝ่ายและเกิดความวุ่นวาย   

ดังนั้นไม่แปลกที่หากใครเข้าไปดูเพจพรรค รทสช. วันนี้ จะเห็นแบนเนอร์ประกาศจุดยืนไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยเด็ดขาด ซึ่งนับเป็นสปิริตที่น่าชื่นชมของบิ๊กตู่โดยแท้ทรู และเพราะจุดยืนนี้ของพรรคลุงตู่ทำให้ปฏิบัติการขาเชียร์ลุงป้อมที่จะให้เดินสูตรรัฐบาลอนาคอนดาเกือบปิดประตู ต้องไปคิดสูตรอื่น

ครับ!! สุดท้ายก็ขออนุญาตจบกันห้วนๆ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ว่า การจัดตั้งรัฐบาลยังเดินหน้าไปด้วยความยุ่งยากและอาจมีความวุ่นวาย ทั้งๆ ที่ไม่ว่าหมุนไปสูตรไหน นายกฯ ก็หนีไม่พ้นคนใดคนหนึ่งใน 4 คน อุ๊งอิ๊ง เศรษฐา อนุทิน และบิ๊กป้อม ถ้าผิดจากนี้ก็ตัวใครก็ตัวใครล่ะกันค่อยมาว่ากันอีกที

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เรียกประชุมเตรียมความพร้อมจัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์จากเมียวดี

วันนี้ (7 ก.ค.66) เวลา 15.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง (ศพดส.ตร.) เป็นประธานในการประชุมหารือเรื่องการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเฉพาะกิจไตรภาคี เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ในพื้นที่จังหวัดเมียวดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ณ ห้องประชุมตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหลายหน่วยงานเช่น คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

สืบเนื่องจากผลการประชุมหารือไตรภาคีว่าด้วยการค้ามนุษย์ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย กระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 24 มี.ค.66 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเฉพาะกิจไตรภาคีฯ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสามประเทศ ในการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งถูกหลอกไปในพื้นที่จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา โดยให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวที่ชายแดนไทย-เมียนมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจดังกล่าวขึ้น โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ดังกล่าว โดยเตรียมการในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานที่ ตม.จว.ตาก 

วันนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือในการกำหนดแนวทางการจัดกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ภายในศูนย์ประสานงาน รวมทั้งอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมไปถึงแนวทางการปฏิบัติในการประสานงานช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ที่จะทำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดภายใต้ทรัพยากรที่มี นอกจากนี้ยังมีการติดตามความคืบหน้าผลการปฏิบัติของหน่วยงานต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์สืบเนื่องจากการประชุมไตรภาคีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เมื่อกำหนดแนวทางในการปฏิบัติและการจัดตั้งศูนย์แล้ว จะได้นำผลการประชุมเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาดำเนินการโดยเร็ว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการประชุมไตรภาคีร่วมกันของทั้งสามประเทศ เพื่อประสานความร่วมมือกันในการช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ ซึ่งมีความเห็นตรงกันว่า ในห้วงเวลาที่ผ่านมา พบการหลอกลวงผู้เสียหายไปทำงานที่จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ดังนั้นจึงมีแนวทางในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานดังกล่าวขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานความช่วยเหลือผู้เสียหายให้สามารถเดินทางกลับมาตุภูมิของตนเองได้อย่างปลอดภัย โดยหลังจากวันนี้ จะได้มีสรุปแนวทางการจัดศูนย์ประสานงาน เพื่อนำเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อเร่งรัดการจัดตั้งศูนย์ให้สามารถเริ่มการปฏิบัติให้ได้โดยเร็ว

'หม่อมปลื้ม' แฉ!! นักวิชาการฝ่ายซ้าย ล้างสมองนักศึกษาจนคลั่งเสรีภาพ

(8 ก.ค. 66)  หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ ‘คุณปลื้ม’ พิธีกร และผู้ดำเนินรายการข่าว ได้เผยแพร่บทความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า...

นักวิชาการฝ่ายซ้ายล้างสมองนักศึกษาไปซ้ายสุดโต่งจนล้นเกิน คลั่งสิทธิเสรีภาพอย่างไม่รอบด้าน คิดทุกอย่างในมิติของการถูกกดขี่จึงต้องปลุกตนเองให้ลุกขึ้นสู้ตลอดเวลา ทำอย่างนี้ในสถาบันการศึกษาชั้นนำ ทั้งในสหรัฐฯ เเคนาดา ยุโรป เเละในประเทศไทยของเรา

อุดมการณ์ทางสังคม จริยธรรม การเมือง เศรษฐกิจ อุดมการณ์ต่างๆ เปรียบเสมือนน้ำในตู้ปลา คุณและผมคือปลาในตู้ปลา คุณจะมีอุดมการณ์อะไรมันขึ้นอยู่กับว่า ใครเป็นผู้เทน้ำนั้นเข้าไปในตู้ปลา เราคิดว่า เราได้เลือกว่าเราจะมีอุดมการณ์ชุดใด ในความเป็นจริง ไม่เป็นเช่นนั้น เเท้ที่จริงเเล้วมันอยู่ที่ว่า คุณถูกบ่มเพาะจากใคร ที่ไหน อย่างไร เเละเมื่อไรต่างหาก

บางคนได้อุดมการณ์หลักมาจากพ่อแม่ บางคนได้มาจากช่วงวัยเรียน ช่วงมัธยม ช่วงที่ถูกสั่งสอนโดยครูตั้งเเต่สมัยวัยหนุ่มสาว หรือบางครั้งก็จากการคบเพื่อนเเละพวกพ้องในสมัยวัยเรียน คบคนอย่างไรที่มีอิทธิพลต่อเราก็อาจได้การหล่อหลอมเช่นนั้นมา ประสบการณ์เป็นส่วนหนึ่งในการในสร้างอุดมกาณ์ด้วยเช่นกัน บางคนไม่ได้ใกล้ชิดกับใครในสมัยเรียนตอนเด็กแต่เมื่อเริ่มเรียนในระดับมหาวิทยาลัยก็เริ่มสนใจ ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่มันสมองเริ่มเปิดกว้างเพื่อให้เกิดการซึมซับมากที่สุด

ดังนั้น คนที่มีโอกาสไปแนวซ้ายมากที่สุด อาจจะเป็นคนซึ่งอยู่ในตู้ปลาที่ขาดการเติมเต็มจากมุมมองด้านอื่นจากผู้ปกครองเเละจากโรงเรียนในสมัยวัยเด็ก เสร็จเเล้วในช่วงที่สมองเปิดรับข้อมูลเเละชุดความคิดในวัยที่เรียนระดับอุดมศึกษา เมื่อเข้าเรียนในสถาบันระดับอุดมศึกษาไม่ว่าในประเทศใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับชั้นนำในทุกทุกประเทศ นั่นนะเเหละตัวดี

เพราะองค์กรเหล่านี้ ถ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสาย Liberal Arts ถ้าบังเอิญเรียนรัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ สังคมวิทยา หรือ เรียนประวัติศาสตร์ ก็จะเต็มไปด้วยนักวิชาการทั้งระดับอาวุโสเเละที่เพิ่งบรรจุใหม่ที่ล้วนแล้วเเต่หัวเอียงซ้าย ถึงเเม้ว่าจะไม่ทั้งหมด เชื่อในรัฐสวัสดิการเสมอ เเถมมักจะมีเสริมการสอนเรื่องการย่อยสลายวัฒนธรรมอำนาจนิยม ปั่นวาทกรรมว่าทุกคนโดนกดขี่

เริ่มกระบวนการในการล้างสมองเด็กเข้ามา (บ่อยครั้งทำโดยไม่รู้ตัวเพราะตนเองก็ถูกล้างสมองมาอีกทีจากครูบาอาจารย์ชื่อดังในต่างประเทศเเละในประเทศที่เป็น Leftists อีกรอบหนึ่ง) เมื่อเข้าไปเรียนในระดับอุดมศึกษา ปลาตัวน้อย ๆ โดยเฉพาะที่ไม่เคยรับน้ำก็จะขาดภูมิคุ้มกันจากการหว่านล้อมอุดมการณ์ Keynesian สุดขั้ว Social Democracy สเเกนดิเนเวียนสุดทาง หรือไม่ก็นีโอมาร์กซิสต์ตามสูตรโรงเรียนเเกรมเชี่ยนจนสติเเตก

กลุ่มเดียวที่อาจจะรอดจากการถูกล้างสมองเช่นนี้ในโปรเเกรม Liberal Arts ต่าง ๆ ก็คงจะเป็นนักศึกษาที่สามารถเจียดเวลาไปเรียนวิชาปรัชญาอย่างรอบด้านหรือไม่ก็พวกซึ่งเรียนสายเศรษฐศาสตร์ที่มีโอกาสดีพอที่จะได้ศึกษาจากอาจารย์ที่เน้นหลักการณ์ด้านกลไกตลาดเสรีในเเบบที่ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์สำนักสังคมนิยม ที่วัน ๆ เอาแต่คิดจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ รัฐสวัสดิการ รัฐสวัสดิการ ทำอย่างไรให้ไม่รู้สึกผิดต่อคนยากคนจน ทำจนเศรษฐกิจพัง นักธุรกิจไม่ต้องเหลือเงินกัน เก็บภาษีให้เยอะ อย่างนี้เป็นต้น

ในโลกเเห่งการเเข่งกันออกนโยบายทางการเมืองเเละในโลกเเห่งการเขียนรายงานในมหาวิทยาลัยยุคปัจจุบัน วัน ๆ เอาแต่นั่งคิดเรื่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สร้าง Living Wage ที่เป็นจริง ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการใช้เงินผู้อื่น จะเปลี่ยนประเทศเป็นรัฐสวัสดิการ ทำยังไงให้ไม่รู้สึกผิดต่อคนยากไร้ เอาแต่คิดแบบเนี้ยจนเศรษฐกิจพังไปหมด มีเเต่การสอนให้บิดเบือนกลไกตลาดตลอดเวลาโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อภาคธุรกิจเเละนายจ้างที่เดือดร้อนต้องลดส่วนเเบ่งกำไรไม่รู้จักจบ

นโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ในที่สุดก็จะนำไปสู่การลดการจ้างงานผู้ซึ่งมีทักษะเเรงงานน้อยกว่าผู้อื่นก่อนเพื่อน สังคมเราจึงเต็มไปด้วยบัณฑิตที่ควรจะรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์เเต่ดันคิดเเบบนักสังคมนิยมที่ต้องการตัดต่อพันธุกรรมระบบเศรษฐกิจที่เวิร์คดีอยู่เเล้ว

คนที่มีโอกาสไปซ้ายมากที่สุดคือคนที่อยู่ในตู้ปลาที่เป็นปลา แล้วบังเอิญในสมัยวัยเด็ก ผู้ปกครองไม่ได้เทน้ำเข้ามา หรือไม่ก็เป็นอีกประเภทหนึ่ง ที่พ่อเเม่พี่น้องปู่ย่าตายายอุตส่าห์เทน้ำเข้ามาเเต่ก็ถูกสลัดทิ้ง เป็นคนที่ไม่สามารถซึมซับข้อมูลจากผู้ปกครองได้ เสร็จแล้วพอเรียนช่วงมัธยมก็มัวแต่คิดว่าเรียนยากจัง อ่านหนังสือก็ง่วง จึงโดดเรียนไปเดินตามห้าง ไปเที่ยวเตร่ ในตู้ปลาที่ปลาว่ายน้ำกันอยู่ มันจึงขาดน้ำ

กลุ่มนี้เมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในระดับอุดมศึกษา ระดับปริญญาตรี โอ้โห! ก็จะมีโอกาสเจอบรรดานักวิชาการตัวพ่อที่เป็นประเภท Left-wing Liberal Democratic Socialists เทน้ำเข้ามาเต็มเปี่ยมเลย ที่นี้พอจบมา เลยล้นเลย คือเกิน คือล้นเลย มันเเปลว่าล้นวิชาการเกิน ล้นซีกซ้ายอย่างเดียวเเต่ไม่รอบด้าน ขาดประสบการณ์จริงกับเรื่องที่เรียนมา เฉกเช่นเดียวกันกับปฏิกิริยาปลาดิ้นพลิกไปพลิกมาเวลามีคนเทน้ำเข้าไปในตู้ปลานั้น ๆ อย่างเเรงเเรงเร็วเร็ว

กลุ่มนี้ก็จะมีความกระตือรือร้นที่จะชุมนุมต่อต้านทุกอย่างตามที่อุดมการณ์สั่งสมบ่มเพาะมา กลายมาเป็น Activists ที่เพิ่งโดนกดปุ่ม Activated

ผู้ซึ่งผลักดันนโยบายเศรษฐกิจสิ้นคิดเช่นนี้ในที่สุดถ้าได้ก็จะพยายามนำเสนอ Redistribution of Income ในรูปเเบบที่เอาเปรียบเจ้าของเงิน เมื่อปล่อยไปก็จะค่อยๆ คล้อยไปเป็นเสมือนรูปเเบบ French-Scandinavian Style Progressive Taxation ยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในไทยตอนนี้ ยิ่งฐานะรายได้ดีก็จะยิ่งมีการเสนอให้ตัดฐานะรายได้นั้นเเละทำลาย Dominant Market Positioning ของทุกบริษัทชั้นนำให้มันเหี้ยน

เเนวคิดซ้ายทางเศรษฐกิจนี้คือต้องการให้คนรวยกลายเป็นคนจนลง จนไม่มีใครอยากลงทุนเหมือนในเเถบสแกนดิเนเวีย ให้คนที่ไม่ต้องทำงานสามารถมีบ้านอยู่ได้โดยที่วันๆ ไม่ต้องออกไปทำอะไรเลย ให้มี Universal Basic Income อย่างขาดวินัยการเงินการคลัง สิ่งนี้คือความฝันอันเกือบสูงสุดของฝ่ายซ้ายด้านเศรษฐกิจ

บ่อยครั้งในมหาวิทยาลัยอาจารย์จะมีโอกาสเติมเต็มมากๆ เพราะในช่วงเข้าไปศึกษาใหม่ๆ ปรากฎว่าในตู้ปลานั้น เป็นตู้ปลาซึ่งไม่เคยมีใครเคยเติมน้ำเข้าไปได้สำเร็จ หรือบางทีผู้ปกครองหรืออาจารย์แนะแนวและครูประจำชั้นในสมัยมัธยมเคยพยายามเติมน้ำ แต่เป็นพวกประเภทไม่ยอมซึมซับน้ำเลย แต่เมื่อถึงวัยมหาวิทยาลัย ได้บังเอิญพบเจอกับอาจารย์ที่เป็น Socialist-Liberal เทน้ำลงมา…โอ้โหว ล้นเต็มเปี่ยม

อุดมการณ์ที่คุณและผมมีอยู่ มันเป็นอุดมการณ์ที่ผ่านการบ่มเพาะมา คำถามที่คุณต้องถามตนเองคือ คุณเติมเต็มหรือยังเเละที่ผ่านมาใครคือผู้ซึ่งบ่มเพาะคุณเเละผู้นั้นหวังดีต่อคุณเเละสังคมจริงหรือ? หรือเป็นไปได้ไหมว่าผู้ซึ่งบ่มเพาะคุณมาทางด้านการเมืองในสถาบันการศึกษาต่างๆ ล้วนเเล้วเเต่เคยได้รับการเทน้ำมาอีกทีหนึ่งจนล้นเกินจากซ้ายอกหักจากยุคสมัยสงครามเย็นที่ในวันนี้ต้องการเอาคืน เเก้มือ หรือเเก้เเค้นอดีตที่ได้เคยพ่ายเเพ้เเละเจ็บปวดไปเมื่อ 47 ปีที่เเล้ว

‘2 รองโฆษก’ รทสช. โต้ ‘ธนพร’ ชอบพูดไปเรื่อย ปม 'พีระพันธ์ุ' ชิงเก้าอี้นายกฯ ยัน!! ไม่เป็นความจริง

เมื่อวานนี้ (7 ก.ค.66) ‘เก็ต ชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา’ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงประเด็นที่ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ได้ให้สัมภาษณ์ออกสื่อต่างๆ ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ เตรียมส่ง ‘คุณพีระพันธ์ุ’ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง 

“ท่านจะรู้ดีกว่าทีมโฆษกพรรคได้อย่างไร ในเมื่อพวกเราคุยกับท่านหัวหน้าทุกวัน  ท่านหัวหน้าพีระพันธุ์และท่านเลขาเอกนัฏ ยืนยันชัดเจนว่าไม่เคยมีความคิดและไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาอย่างเด็ดขาด

ผมขออย่าให้ท่านพูดไปเรื่อย ชี้นำสังคมแทนพรรคฯ และไม่รับผิดชอบคำพูดอะไร”

ทางด้าน ‘พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ’ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของตัวเองเช่นกัน โดยระบุว่า…

“วันนี้ขอเสนอคำว่า ‘นักอวิชาการ’ ในขณะที่หลายพรรคสงวนท่าที รทสช. กล้าออกมาประกาศจุดยืนชัดเรื่องโหวตนายกฯ เคารพ ปชต. - เสียงปชช. ดันมาตรฐานใหม่การเมือง ย่อมเป็นเรื่องดี

ยังมี 'นักอวิชาการ' ที่ไม่ใช้วิชาการความรู้ แต่ใช้วิจารณญาณการเมืองเก่าๆ + อคติลบๆ มาปั่นกระแส ยัดเยียดให้คนเข้าใจผิดว่าเราจะเสนอชื่อหัวหน้าพรรค จัดตั้งรบ. เสียงข้างน้อยแข่ง รวมไทยสร้างชาติของจริง ขอพิสูจน์ด้วยการกระทำ.. วอนหยุดเอาวาทกรรมมาโจมตีเถอะครับ”

‘ตำรวจ ดส.’ บุกทลาย!! ฟิตเนสซาวน่าย่านรัชดา พบแอบเปิดมั่วเซ็กซ์ชายรักชาย ซากถุงยางเกลื่อนพื้น

(8 ก.ค.66) ตำรวจ ดส. นำชายกว่า 36 คน ซักถามหลังจากบุกเข้าตรวจค้นสถานบริการฟิตเนสและอบซาวน่าแห่งหนึ่ง ลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ 5 ชั้น ปลูกติดกันหลายคูหา ถนนรัชดาภิเษก ก่อนถึงแยกมไหสวรรค์ กรุงเทพฯ 

พ.ต.ต.ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา สารวัตร กก.ดส. เผยว่า ได้รับคำสั่งจาก พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผกก.ดส. หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนว่า สถานบริการดังกล่าวแอบเปิดให้บริการลูกค้ากลุ่มชายรักชายเข้ามามีเพศสัมพันธ์ จึงส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปสืบทราบว่ามีการแจกจ่ายถุงยางอนามัยหลังเสียค่าบริการ 200 บาท จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าวช่วงเวลา 22.00 น. พบว่าบริเวณชั้น 1 เป็นเคาน์เตอร์ต้อนรับลูกค้า ชั้น 2 เป็นห้องฟิตเนส ส่วนชั้น 3 ชั้น 4 มีลักษณะถูกแบ่งเป็นห้องเล็กๆ พบบางส่วนอยู่ภายในห้อง มีถุงยางอนามัยที่ผ่านการใช้ตกที่พื้นและในถังขยะ ส่วนชั้น 5 เป็นห้องอบซาวน่า พบมีผู้ใช้บริการจำนวน 31 คน พนักงาน 4 คน และ เจ้าของสถานบริการ 1 คน  

จากการซักถามส่วนใหญ่ยอมรับว่า เข้ามาใช้สถานที่เพื่อหาคู่มีเพศสัมพันธ์จริง จึงลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนปล่อยตัวกลับไป เนื่องจากไม่พบหลักฐานการค้าประเวณี พร้อมตรวจหาสารเสพติด ซึ่งทั้ง 31 คนไม่พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ส่วนพนักงาน 4 คน เจ้าของสถานบริการ พิจารณาข้อกล่าวหาเป็นธุระจัดหาหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิงตามประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี 

นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติคดีพบว่า 1 ในผู้มาใช้บริการมีหมายจับของ สภ.เมืองสมุทรสงคราม ในข้อหาฉ้อโกง จึงประสานให้ สภ.เมืองสมุทรสงครามมารับตัวไปดำเนินคดี 

รายงานข่าวแจ้งว่าฟิตเนสดังกล่าว เปิดให้บริการลูกค้าชายที่มีรสนิยมชอบไม้ป่าเดียวกัน โดยเก็บค่าเข้าใช้บริการคนละ 200 บาท ซึ่งพนักงานประจำเคาน์เตอร์ จะมีกุญแจตู้ล็อกเกอร์เก็บเสื้อผ้า และมีสายรัดข้อมือให้คนละ 1 เส้น โดยเป็นที่รู้กันว่า ลูกค้ารายใดที่มีรสนิยมเป็นฝ่ายรุก ก็จะนำสายรัดข้อมือรัดไว้ที่ข้อมือข้างขวา ส่วนผู้ที่เป็นฝ่ายรับจะนำสายรัดข้อมือรัดไว้ที่ข้อมือข้างซ้าย หากลูกค้าถูกใจกันก็จะเปิดห้องพักเพื่อมีเพศสัมพันธ์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top