Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

‘BVLGARI’ เกือบโดนแบน หลังเอ่ย ‘ไต้หวัน’ แยกออกมาจากประเทศจีน  ล่าสุดรีบออกมาขอโทษ พร้อมแจงเหตุ ‘พนง.กรอกข้อมูลผิด’

เมื่อวานนี้ (11 ก.ค. 66) งานนี้แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับเจ้าดังของโลกอย่าง ‘BVLGARI’ ส่อจุดกระแสโดนแบนจากชาวจีนอีกหนึ่ง ด้วยเหตุที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความอ่อนไหว จีน-ไต้หวัน

วันนี้กลายเป็นกระแสเดือดอย่างหนักในโลกออนไลน์จีน เมื่อมีข่าวนำเสนอว่า ในหน้าร้านค้าออนไลน์ของ ‘BVLGARI’ ได้มีการบอกสาขาของช็อป ‘BVLGARI’ ในประเทศต่างๆ อาทิเช่น ประเทศไทย เวียดนาม ญี่ปุ่น อินเดีย สิงคโปร์

และที่จุดประเด็นความไม่พอใจคือ ทางหน้าเพจร้านค้าออนไลน์ ได้เขียนว่ามีสาขาที่ เขตปกครองพิเศษประเทศจีนมาเก๊า (中国澳门特别行政区) และ เขตปกครองพิเศษประเทศจีนฮ่องกง (中国香港特别行政区)

แต่เมื่อไล่มาถึง ‘ไต้หวัน’ กลับเขียนสั้นๆว่า ‘ไต้หวัน’ (台湾) ไม่มีการใส่คำว่าประเทศจีนไต้หวัน ซึ่งนี่เองทำให้คนจีนจำนวนมากต่างไม่พอใจ เรียกว่าเดือดเลยทีเดียว ที่ทาง ‘BVLGARI’ จงใจจะแยกไต้หวันออกมาเป็นประเทศ ประเทศหนึ่ง

กระแสความไม่พอใจหนักถึงขนาดที่ว่าชาวโซเชียลจีนต่างเรียกร้องให้ทางแบรนด์ออกมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น หากไม่อย่างนั้นพวกตน จะขอแบนออกไปจากประเทศจีน ความคิดเห็นส่วนใหญ่ต่างพูดว่า ไม่อยากทำมาค้าขายที่จีนแล้วใช่ไหม รอดูได้เลย จบไม่สวยแน่ ๆ งานนี้ และมีอีกหลายเสียงออกมาร่วมประกาศจุดยืน ประเทศจีนมีเพียง 1 เดียว และออกมาขับไล่ ‘BVLGARI’ ออกจากประเทศจีน

ล่าสุด ‘BVLGARI’ ออกมาขอโทษแล้วค่ะ โดยกล่าวว่า ทางแบรนด์ได้ให้ความเคารพต่อหลักอธิปไตยและบูรณภาพของประเทศจีน และต้องขอโทษเป็นอย่างยิ่งต่อความผิดพลาด ที่ฝ่ายดูแลร้านค้าออนไลน์ลงข้อมูลระบุประเทศผิด และได้รีบดำเนินการติดต่อผู้เกี่ยวข้องให้แก้ไขแล้ว

‘น้องขลุ่ย’ เด็ก 6 ขวบ ทำพิธีบูชาพระพิฆเนศคล่องแคล่ว พ่อแม่ เผย ลูกเรียนรู้-แกะบทสวดด้วยตัวเองผ่านยูทูบ

‘น้องขลุ่ย’ เด็กน้อยมหัศจรรย์ วัยเพียง 6 ขวบ สามารถท่องคาถาบูชา พร้อมทำพิธีอัญเชิญองค์พระพิฆเนศขึ้นบูชา ได้อย่างถูกต้องอย่างเหลือเชื่อ พ่อแม่เผยไม่เคยสอน ที่บ้านไม่มีใครถนัดด้านนี้ น้องเรียนรู้ด้วยตนเองศึกษาและจดจำผ่านยูทูป พร้อมทั้งมีความเชื่อได้ลูกชายจากการขอองค์พระพิฆเนศที่วัดแขก 

(12 ก.ค. 66) จากกรณีที่ผู้ใช้ติ๊กต๊อกได้นำเสนอคลิป ของหนูน้อยวัย 6 ขวบ ที่กำลังทำพิธีบทอารตีไฟ ถวายองค์พระพิฆเนศ และเชิญองค์พระพิฆเนศ เพื่อให้บูชาที่บ้าน และระบุเนื้อหาว่า น่าทึ่งมา ๆ น้อง ขลุ่ย อายุ 6 ขวบ ร.ร.สาธิต ทม.ราชบุรี ทำพิธีสวดพระพิฆเนศได้ ล่าสุด มีผู้ชมคลิปนี้ 1.5 ล้านครั้ง สร้างความน่าทึ่ง และมีคนชื่นชมในความสามารถ พร้อมทั้ง สาธุ รับพร กันจำนวนมาก

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังตรวจสอบพบอีกว่า ยังมีอีกหลายคลิปที่มีผู้ใช้ติ๊กต๊อกได้บันทึกคลิปไว้ อาทิ “หนุ่มน้อยวัย 5 ขวบผู้ศรัทธาในท่านพ่อพระพิฆเนศ” เป็นคลิปที่น้องขลุ่ย กำลังสวดบูชาและทำพิธีอาบน้ำด้วยน้ำสดให้กับองค์พระพิฆเนศ ทำได้ถูกต้องและตรงตามตำรา และยังมีคลิปที่น้องขลุ่ย ได้ร่วมทำพิธีกับ อ.เชียง ปัณณวิชญ์ นักแก้ดวงคนดัง ที่มาภาพนิมิตสุดแม่นยำ ผู้ศรัทธาในองค์พระพิฆเนศ ชื่อดังด้วย
.
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังบ้านของน้องขลุ่ย ซึ่งอยู่ใน ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวอยู่ภายในชุมชน พบนายพัสกร พิเศษประสานกุล อายุ 35 ปี ผู้เป็นพ่อ มีอาชีพเป็นนักดนตรี และนางนวพร พิเศษประสานกุล อายุ 40 ปี ผู้เป็นแม่ มีอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน

นอกจากนี้ยังพบกับ ‘น้องขลุ่ย’ ด.ช.ปัณณธร พิเศษประสานกุล อายุ 6 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ป.1 โรงเรียนสาธิตเทศบาลเมืองราชบุรี สถานศึกษารางวัลพระราชทาน โดยน้องขลุ่ย ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าไปยังห้องบูชาองค์พระพิฆเนศ ซึ่งอดีตเคยเป็นห้องสำหรับเก็บของเล่นและสิ่งของต่างๆ ซึ่งน้องขลุ่ยได้จัดเตรียมพิธีบูชาองค์พระพิฆเนศให้ผู้สื่อข่าวได้ชมความสามารถ

การทำพิธีที่น้องขลุ่ยเตรียมประกอบด้วย การสวดองค์พระพิฆเนศ โอม ศรี คะเนศา ยะนะมะฮา การเป่าสังข์ การสวดถวายไฟ หรือการทำ อารตี การถวายเครื่องสังเวย และการสวด สรรเสริญพระพิฆเนศ ส่วนหิ้งบูชา น้องขลุ่ย เป็นผู้อัญเชิญตั้ง และจัดทั้งหมดไว้อย่างสวยงาม

จากการสอบถามน้องขลุ่ย เล่าว่า ตนมีความสามารถในการสวดบูชาองค์พระพิฆเนศ ตั้งแต่อายุได้ 5 ขวบ โดยเริ่มจากที่ คุณพ่อได้พาตนไปเที่ยวที่วัด และพ่อได้พาไปไหว้พระพิฆเนศ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าคือองค์พระพิฆเนศ ซึ่งตนเองมองว่าสวยดี ก็เลยถามคุณพ่อว่า องค์ที่พามาไหว้นี้คือองค์อะไร

คุณพ่อบอกว่าคือองค์พระพิฆเนศ ส่วนการที่ตนเองสวดบูชาองค์พระพิฆเนศเป็นนั้น ตนได้ดูมาจากในยูทูบและแกะบท ด้วยการฟังไปเรื่อย ๆ หลาย ๆ รอบ จากนั้นได้สวดตามจนเป็นและไม่มีใครสอน สำหรับพิธีกรรมต่าง ๆ ทั้งการบูชา การเชิญองค์พระพิฆเนศ การสวดสรรเสริญ แม้กระทั่งการบูชาไฟ ก็ดูขั้นตอนมาจากยูทูปทั้งนั้น

การบูชาครั้งแรก ตนได้นำรูปขององค์พระพิฆเนศ จากในปฏิทินที่วาดโดย ภูผา จิตกรวันเด็กที่มีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อหลายปีก่อน โดยนำรูปมาตั้งไว้ที่หน้าโต๊ะ ในขณะที่คุณแม่กำลังอาบน้ำอยู่ ซึ่งตนก็นั่งสวดอยู่คนเดียวไม่มีใครรู้ว่าตนกำลังสวดไหว้พระพิฆเนศ เนื่องจากเห็นองค์พระพิฆเนศภายในรูปสวย จึงนำมาตั้งและรองสวดดู และเป็นมาจนถึงทุกวันนี้

ด้าน นายพัสกรและนางนวพร พ่อแม่ เล่าถึงที่มาที่ไปถึงความสามารถของน้องขลุ่ย ว่าตนทั้ง 2 คนแต่งงานกันมาหลายปี ตอนนั้นคุณแม่ อายุได้ 32 ปี อยากมีบูตรแต่ก็ไม่มีบุตรเลย ก็พยายามทุกวิถีทางแล้ว ที่ไหนว่าดีตนก็ไปขอให้มีลูกก็ยังไม่มี ทำกิ๊ฟ ก็ไม่ติด มีเพื่อนแนะนำ ให้ไปขอจากองค์พระพิฆเนศที่วัดแขก แต่โดยปกติตนก็ไหว้บูชาท่านพ่อพระพิฆเนศอยู่แล้วตามสถานที่ต่าง ๆ แต่เราไม่ได้มีบูชาไว้ที่บ้าน

ซึ่งวันที่ตนทั้ง 2 คนเดินทางไปที่วัดแขก ตนได้ขอจากองค์พระพิฆเนศว่า “ลูกทำทุกวิถีทางแล้ว คือลูกอยากได้บุตร วันนี้ลูกมาขอบุตร” ก็ได้กล่าวไว้แบบนี้เลย ซึ่งตนก็ไม่ได้บอกสามีว่า ขอลูกจากองค์พ่อพระพิฆเนศ ประกอบกับวันที่ไปนั้นช่วงค่ำเขามีพิธีอะไรตนก็ไม่ทราบจึงได้ชวนสามีนั่งร่วมพิธีด้วย จนกระทั่งสิ้นเดือน ปรากฏว่า ‘ตั้งครรภ์’ น้องขลุ่ย มีสุขภาพที่ดีและเป็นเด็กแข็งแรง เลี้ยงง่าย

จนน้องขลุ่ย อายุได้ 5 ขวบ มีพี่ที่รู้จักนับถือกันเห็นน้องขลุ่ย ได้ถามว่าไปขอลูกหรือไปบนที่ไหนมาหรือเปล่า ตอนนั้นตนก็นึกไม่ออกว่าเราไปขอมา พี่เขาก็เลยแนะนำว่าถ้าไปขอมาต้องให้กลับไปไหว้และพาน้องขลุ่ยไปไหว้ด้วย ก็เลยได้กลับไปไหว้

ส่วนเรื่องที่น้องสวดบทพระพิฆเนศได้อย่างไรนั้น คือ วันแรกอยู่ดี ๆ น้องขลุ่ยได้มาถามตนว่า “พ่อพระที่หัวเป็นช้างคือพระอะไร” เขาก็ถามตามประสาเด็ก ตนจึงตอบกลับไปว่า “พระพิฆเนศ”

จากนั้นน้องขลุ่ย ก็ใช้โทรศัพท์มือถือเสิร์ชหาข้อมูลด้วยการพูดผ่านไมค์ เพราะตอนนั้นยังพิมพ์ไม่เป็นเพราะยังเล็ก ซึ่งน้องหาข้อมูลด้วยตนเอง และนั่งฟังบทสวด ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จนมีปฏิทินของน้องภูผาส่งมาเป็นรูปพระพิฆเนศ ตอนนั้นตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เท่าที่ทราบจากภรรยาเล่าให้ฟังว่า น้องขลุ่ยนำรูปองค์พระพิฆเนศมาตั้งบนเปียโน จากนั้นสวดบทบูชาองค์พระพิฆเนศ ซึ่งคุณแม่เขาได้ยิน เพราะตอนนั้นกำลังอาบน้ำอยู่ภายในห้องน้ำ และได้ยินเสียงใครมาสวดบทภาษาอินเดียจึงเปิดมาดูและเห็นน้องขลุ่ยกำลังนั่งสวดอยู่ จนแอบดูอยู่พักใหญ่ และคิดว่าลูกสวดได้อย่างไร อายุเพียง 5 ขวบ ไม่มีใครสอน พ่อและแม่ก็สวดไม่ถูก

ต่อมาจึงให้น้องขลุ่ยสวดอีกครั้ง พร้อมทั้งอัดคลิปและส่งให้แม่ของน้องภูผา ว่ารบกวนส่งให้น้องภูผาดูให้หน่อยว่าทำไมน้องถึงท่องได้ และท่องถูกต้องไหม ซึ่งน้องภูผา มีความรู้ลึกถึงองค์พระพิฆเนศ ก็ตอบกลับมาว่า น้องขลุ่ย สวดได้ถูกต้องทุกคำ ทำให้ทุกคนเกิดความอึ้ง และทึ่งในความสามารถของน้องขลุ่ย

หลังจากนั้น น้องขลุ่ยได้มาขอให้พ่อและแม่ ทำห้องพระให้หน่อย เขาอยากมีห้องพระ และน้องขลุ่ยก็ทำพิธีอัญเชิญเอง ตั้งองค์บูชาเอง โดยที่ พ่อและแม่ ไม่ได้ขัดอะไร จะคอยสนับสนุนลูก เนื่องจากคิดว่าเป็นการเรียนรู้และเป็นความชอบของน้องขลุ่ยด้วย ปัจจุบันได้เป็นศิษย์ของอาจารย์เชียง ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมกับพิธีของอาจารย์เชียงหลายครั้ง โดยอาจารย์ท่านได้เมตตา ให้น้องขลุ่ยเป็นผู้ที่เผยแพร่องค์พระพิฆเนศให้คนรุ่นใหม่ต่อ ๆ ไป

นายรพีวิชญ์ จิรมิตรมงคล อายุ 17 ปี ชาวราชบุรี ผู้ที่คว้าอันดับ 1 ของโลก ในการประกวดภาพวาดเทศกาลนกฮูกนานาชาติ กล่าวว่า จากการที่ได้ฟังการสวดของน้องขลุ่ย ตามคลิปในโซเชียล บทสวดตรงตามอักขระในพระคาถาเวท และตนก็ทึ่งในความสาสมารถ ที่น้องขลุ่ยยังเป็นเด็กวัยแค่ 5 ขวบ แต่สามารถสวดคาถาบูชาองค์พระพิฆเนศ นำเสียง ตรงตามเสียงต้นฉบับของอินเดีย ในส่วนตนเคยได้มีโอกาศไปที่ประเทศอินเดียไปร่วมงานจตุรถี องค์พระพิฆเนศ เห็นพราหมณ์ที่อินเดียร์เขาสวดเหมือนกับที่น้องขลุ่ยสวด น้องเขาสวดเหมือนเป็นเด็กแขก

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ให้น้องขลุ่ย ได้สวดบูชาองค์พระพิฆเนศ ที่บ้านของภูผา โดยน้องขลุ่ยสามารถสวดได้อย่างคล่องแคล่ว

‘ตร.’ คุมตัว ‘โอลาฟ’ มือฆ่าโหดนักธุรกิจเยอรมัน ส่ง สภ.หนองปรือ เร่งสอบสวนเค้นหาเหตุจูงใจ

(12 ก.ค. 66) จากกรณีการหายตัวไปของ นายฮันส์ ปีเตอร์ แรลเตอร์ มัค (MR.HANS PETER RALTER MACK) อายุ 62 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวเยอรมัน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งวันที่ 10 ก.ค. ตำรวจไล่กล้องวงจรปิด พบว่า โตโยต้า รีโว สีดำ จค 7679 ชลบุรี ซึ่งนายโอลาฟ ชาวเยอรมัน และเป็นเพื่อนสนิทของนางเพธา ได้รับช่วงต่อในการบรรทุกตู้แช่แข็งขับวนรอบๆ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เป็นระยะทางกว่า 160 กม. ก่อนจะขับเข้ามาจอดในหมู่บ้านโชคชัย การ์เด้น โฮม 1 ซึ่งห่างจากลานจอดรถชั่วคราวที่รถเบนซ์ของนายฮันส์ถูกนำไปจอดทิ้งไว้

จากนั้นตำรวจจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ จนทราบว่าตู้แช่แข็งถูกนำมาซุกซ่อนไว้ในบ้านทาวน์โฮมชั้นเดียว ภายในหมู่บ้านโชคชัย การ์เด้น โฮม 1 หมู่ 5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรีบนำกำลังเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วยตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เขต 2 ชลบุรี ภายหลังเจ้าหน้าที่เปิดตู้แช่ พบร่างนายฮันส์ถูกฆ่าหั่นเป็น 13 ส่วน บรรจุใส่ถุงดำแล้วนำไปแช่แข็งไว้ จากการตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล เบื้องต้นยืนยันว่าเป็นศพนายฮันส์ ปีเตอร์ นักธุรกิจชาวเยอรมัน ที่หายตัวไป ศพถูกแช่แข็ง ทำให้ศพยังอยู่ในสภาพยังไม่เน่าเปื่อย แต่พบว่าที่ศีรษะมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งหลายครั้งจนเป็นแผลฉกรรจ์ ตำรวจจึงได้ส่งศพให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. มีการขอศาลอาญาออกหมายจับ ผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย 1.) MRS.PETRA CHRISTL GRUNDGREIF (เพตรา) ชาวเยอรมัน 2.) MR.OLAF THORSTEN BRINKMANN (โอลาฟ) ชาวเยอรมัน และ 3.) นายซาฮ์รูค คารีม อุดดิน ชาวปากีสถาน สัญชาติไทย ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ และต่อมา นางเพตรา ถูกจับกุมเป็นรายแรก ก่อนที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกมาเปิดเผยว่า รู้พิกัดของผู้ต้องหาอีก 2 รายแล้ว อยู่ระหว่างปฏิบัติการล่าตัว

ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน ชุด บก.ตม. 3 ไล่ล่าตัวผู้ต้องหา ฆ่าหั่นศพนักธุรกิจชาวเยอรมัน ตรวจสอบวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่า นายโอลาฟจะใช้หลบหนีหลังมีการขโมยรถ จยย.ในการหลบหนี พบว่าหนีออกนอกพื้นที่ จ.ชลบุรีแล้ว มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ จึงติดตามมากระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ในห้องพักหลังร้านอาหาร พื้นที่ สน.ประเวศ ก่อนนำตัวไปทำบันทึกจับกุมที่ สน.ประเวศ ตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ จากนั้นนำตัวไปสอบปากคำที่ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี

โดยเมื่อเวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายโอลาฟ ธรอสเทน บริงก์มันน์ มาที่ สภ หนองปรือ โดยได้ควบคุมตัวเข้าห้องสอบสวนทันที โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายโอลาฟ ธรอสเทน บริงก์มันน์ ว่ามีไรจะพูดหรือไม่?

ทางด้าน นายโอลาฟ ธรอสเทน บริงก์มันน์ ไม่ได้พูดอะไร ใช้เสื้อปิดหน้าปิดตา ก่อนเดินเข้าทางด้านหลัง สภ.หนองปรือ ทันที พร้อมนำตัวเข้าห้องสอบสวน เพื่อสอบถามอย่างละเอียดถึงมูลเหตุจูงใจ ที่ก่อเหตุในครั้งนี้

‘นพ.เจตน์’ ฉุน!! สื่อประโคมข่าวโหวต ‘พิธา’ นั่งนายกฯ  ลั่น!! ถ้ายังแตะ ม.112 จะไม่ได้ 64 เสียงจากตนและพวก

(12 ก.ค. 66) นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีการเผยแพร่รายชื่อตามโซเชียลมีเดียว่าเป็น 1 ใน 20 สว. โหวตเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

เล่นไม่เลิก

กรณีสื่อทั้งหลายจับชื่อผมไปอยู่ข้างที่จะโหวตให้พิธา ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่ แม้จะปฏิเสธอย่างไร แม้จะโพสต์ FB และพูดจุดยืนชัดเจนผ่าน TV และสื่อไปหลายครั้งแล้ว

ในขณะที่ไม่มีคนของพรรคติดต่อ Lobby มา เข้าใจว่าคงไม่อยากเสียเวลาเปล่า

เชื่อว่าเจตนาเป็นเช่นเดียวกับที่พยายามออกข่าวว่า หาเสียง ส.ว. สนับสนุนได้เพียงพอแล้ว
ทั้งที่รู้กันดีว่า เสียงยังขาดอีกเยอะ ผสมกับการออกปลุกระดมทั่วประเทศของหัวหน้าพรรค

เพื่อสร้างความรู้สึกโกรธแค้นให้ด้อมส้ม

เมื่อผิดหวังในวันที่ 13 ก.ค. ความรู้สึกย่อมรุนแรงขึ้น

แต่ ถ้ายังแตะม.112 อยู่
ไม่ได้ 64 เสียงจากผมและเพื่อน สว. แน่นอนครับ

ชาวเน็ตจวกยับ!! ‘สาว’ สาธิตวิธีทำไอศกรีมไข่แข็งในร้านชาบู เพื่อนเตือนไม่ฟัง เพราะเป็นถังส่วนรวม แถมถ่ายคลิปอวด

เมื่อวานนี้ (11 ก.ค. 66) ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปวิดีโอทำไอศกรีมไข่แข็งในร้านชาบูแห่งหนึ่งใน จ.ตรัง หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไปโลกออนไลน์รุมจวกกันยกใหญ่ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง

โดยในคลิป เป็นคลิปแม่ลูกได้นำไข่สดตอกลงไปในกล่องไอศกรีมที่เป็นหลุมหลังจากมีคนก่อนนี้ตักไปรับประทาน เมื่อตอกไข่ลงไปแล้วก็สาธิตวิธีการทำ โดยละเลงไข่จนเต็มหน้าถังไอศกรีม เพื่อให้ไข่เซตตัว ก่อนที่จะตักออกมากิน

แม้คนที่ไปด้วยกันจะเตือนแล้วเพราะกลัวทางร้านจะต่อว่า แต่กลับไม่สนใจบอกว่าเขาไม่ด่าหรอก แล้วทำต่อไปจนเสร็จ

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ก็มีคนวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจากถังไอศกรีมนั้นเป็นถังรวมที่ทุกคนสามารถตักไปรับประทานได้ นอกจากนี้ยังมีคนที่ไม่ชอบรับประทานแบบนี้เช่นกัน ถ้าเป็นถ้วยส่วนตัวจะทำก็ไม่มีใครว่า

ล่าสุดร้านออกมาโพสต์ถึงประเด็นดรามาเช่นกัน โดยระบุว่า “ขออนุญาตชี้แจงถึงคลิปวิดีโอนี้นะคะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากทางร้านของเราเองค่ะ ซึ่งการกระทำดังกล่าว ทางร้านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น และในวันเกิดเหตุน่าจะเป็นช่วงลูกค้าเยอะ พนักงานอาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง ทั้งนี้ทั้งนั้นทางร้านเล็งเห็นความสำคัญเรื่องความสะอาดและการบริการกับลูกค้าทุก ๆ ท่านเสมอ เมื่อพนักงานเช็กตู้ไอศกรีม แล้วเจอคราบสกปรกทางร้านก็รีบเปลี่ยนถังใหม่ทันทีค่ะ ฝากเป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ ปล. ทางร้านเป็นร้านชาบูฮาลาลนะคะ ไม่ใช่ร้านหมูกระทะ”

นอกจากนี้ยังมีคนถามทางร้านว่า จะฟ้องร้องลูกค้าคนดังกล่าวหรือไม่ ทางร้านตอบกลับมาว่า “ทางร้านอยากให้เจ้าของคลิปออกมาโพสต์ชี้แจงข้อเท็จจริงมากกว่าค่ะ” 

‘ท่าน ว.วชิรเมธี’ อาลัยโยมพ่อ ‘อุ้ยติ๊บ บุญถึง’ ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ในวัย 92 ปี

(12 ก.ค. 66) หลังป่วยมาหลายปี ล่าสุดมีรายงานว่าพ่ออุ้ยติ๊บ บุญถึง ซึ่งเป็นโยมพ่อของพระนักพูด-นักเขียนชื่อดัง ‘ว.วชิรเมธี’ หรือ ‘พระเมธีวชิโรดม’ ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบในวัย 92 ปี

สำหรับพิธีศพของพ่ออุ้ยติ๊บ บุญถึง จะจัดขึ้นที่สุญญาตาคาร ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน ตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย ก่อนจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้

อ๋อม - สกาวใจ พูนสวัสดิ์ นักแสดงชื่อดัง อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสต์อินสตาแกรม oomsakaojai

(12 ก.ค. 66) จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศวางมือทางการเมือง

ล่าสุด อ๋อม - สกาวใจ พูนสวัสดิ์ นักแสดงชื่อดัง อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสต์อินสตาแกรม oomsakaojai ระบุว่า ประกาศวางมือแล้วยังไม่พอนะ แต่ต้องสำนึกผิดและขอรับโทษกับการก่อกรรมที่ทำไว้ด้วย และย้ายบ้านซะ เปลืองงบว่ะ จะดีกว่าแค่วางมือ

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดแถลงข่าว “การจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2566”

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์  จัดงานแถลงข่าว “การจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี  2566” โดยมี พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานการแถลงข่าว ในวันอังคารที่ 11 กรกฎาคม 2566  เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น  3  ตึกนวมหาราช  สภาสังคมสงเคราะห์ฯ แยกตึกชัย ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

ในการแถลงข่าว จะชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดของงานวันแม่แห่งชาติ ปี 2566 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 12 สิงหาคม  2566 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดย พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ  และประธานคณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติ กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2566 และผลการคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติ  

ร้อยตำรวจโท ดร. มนัส โนนุช รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานฝ่ายคัดเลือกลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่  กล่าวถึง ผลการคัดเลือกลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่  คุณเพ็ญพักตร์ ศรีทอง  ประธานคณะกรรมการฝ่ายผลิตและจำหน่ายดอกมะลิ งานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2566 กล่าวถึง การจัดทำผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกมะลิวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2566 คุณธิดารักษ์  สัจจพงษ์  ประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานวันแม่แห่งชาติ  ประจำปี 2566 กล่าวถึง การประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี  2566 และกิจกรรมในโอกาสสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ

โดยสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้เชิญแม่ดีเด่นแห่งชาติ และลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ที่ได้รับการคัดเลือก ประจำปี 2566 และปีที่ผ่านมา รวมทั้งพรีเซ็นเตอร์ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์จากดอกมะลิ ประจำปี 2566 มาร่วมเป็นเกียรติในงานด้วย

เจนกิจ นัดไธสง สวทท.68 รายงาน 

‘บิ๊กป้อม’ กร้าว!! ไม่เอาพรรคแก้ ม.112 ย้ำ ส.ส. ในพรรค ออกเสียงโหวตเป็นเอกภาพ

(11 ก.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ในที่ประชุม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเป็นประธาน ใช้เวลาหารือถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ค่อนข้างนาน และได้เปิดให้ ส.ส.แสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย โดยช่วงหนึ่ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “พรรคเราต้องเป็นเอกภาพ เราจะไม่เอาคนที่ไม่เอามาตรา 112 และวันที่ 13 ก.ค.นี้ อาจจะโหวตงดออกเสียง” 

ขณะที่ ส.ส.อาวุโสรายหนึ่งได้แสดงความเห็นว่า มองว่าการงดออกเสียงก็เหมือนกับไม่เห็นชอบแล้ว ขณะนี้กระแสสังคมค่อนข้างแรง ถ้าโหวตไม่เห็นชอบเลยอาจจะมีผลกระทบ ต่อส.ส.ในพื้นที่ 

ด้านร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือได้ แสดงความเห็นว่าส.ว.หลายคนออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะลงมติงดออกเสียง จนพล.อ.ประวิตร ระบุว่า ค่อยว่ากันอีกทีในวันโหวต ทั้งนี้ระหว่างประชุม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ประกาศวางมือทางการเมือง และลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โดยเมื่อนายมิ่งขวัญเห็นข่าว จึงได้แจ้งกับที่ประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์วางมือทางการเมือง แต่ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้พูดอะไร เช่นเดียวกับ ส.ส.ที่ไม่ได้แสดงความเห็นอะไรต่อเรื่องนี้

‘ต๋อง ศิษย์ฉ่อย’ เล่านาทีโดนหลอกจนสูญเงิน 3.2 ล้าน เผย!! ช่วงแรกผวา ‘นอนไม่หลับ-กินข้าวไม่ลง’ รู้สึกเหนื่อย

(11 ก.ค.66) สืบเนื่องจากกรณีข่าวแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นตำรวจหลอกลวง นายวัฒนา ภู่โอบอ้อม หรือ ‘ต๋อง ศิษย์ฉ่อย’ ให้โอนเงินสูญเงินไป 3.2 ล้านบาท

ล่าสุด ‘ต๋อง ศิษย์ฉ่อย’ ได้มาเปิดใจผ่านรายการ ‘คุยแซ่บ Show’ เผยนาทีโดนหลอกสูญเงิน 3.2 ล้าน ท้อใจโอกาสได้เงินคืนไม่ถึง 1%

ต๋อง เผย ชีวิตหลังโดนหลอกรู้สึกเข่าแทบทรุด การใช้ชีวิตหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไป ต้องไปปิดอายัดบัญชีธนาคารทั้งหมด เบอร์โทรศัพท์มือถือก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ผลกระทบที่เกิดขึ้นเยอะมาก และเราก็ต้องประหยัดขึ้น ทำอะไรระวังตัวเองมากขึ้น ยอมรับว่าช่วงเกิดเหตุ 2 สัปดาห์แรกนอนหลับไม่สนิท กินข้าวก็ไม่ลง รู้สึกเหนื่อย และใช้ความคิดค่อนข้างเยอะ บอกเลยว่าไม่โดนด้วยตัวเองไม่มีทางเข้าใจ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top