Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

กองทัพเรือ จัดกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและเพิ่มทักษะการปฐมพยาบาลฟื้นคืนชีพพื้นฐาน ในพื้นที่สัตหีบ และการตรวจสุขภาพเชิงรุก ในพื้นที่กรุงเทพ เพื่อส่งเสริมให้กำลังพลมีสุขภาพที่ดี พร้อมปฏิบัติงานขับเคลื่อนกองทัพเรือ ได้อย่างมีพลัง

พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการปฏิบัติงานและการพัฒนาคุณภาพชีวิตกำลังพลกองทัพเรือ ตรวจเยี่ยมและร่วมกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและเพิ่มทักษะการปฐมพยาบาลฟื้นคืนชีพพื้นฐาน ณ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีหน่วยงานของกองทัพเรือในพื้นที่ อ.สัตหีบ จำนวน 6 หน่วย เข้าร่วม ประกอบด้วย หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน , ฐานทัพเรือสัตหีบ , ศูนย์ส่งกำลังบำรุง กรมพลาธิการทหารเรือ , กรมสรรพาวุธทหารเรือ , โรงเรียนชุมพลทหารเรือ และศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม นำกำลังพลเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 600 นาย ซึ่งมีกิจกรรมย่อย จำนวน 7 กิจกรรม ประกอบด้วย 

- การตรวจวัดและประเมินสภาพร่างกาย
- การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
- การอบรมความรู้เรื่องการออกกำลังกายและลดน้ำหนัก
- การให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารที่ควรบริโภค
 - การสาธิตและการฝึกการช่วยฟื้นชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) 
- การให้ความรู้เรื่้องการป้องกันและปฐมพยาบาลเบื้องต้นโรคลมร้อน (Heat Stroke) 
 - การเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ

วันเดียวกันนี้ พล.ร.ท.สุเทพ  ปุจฉาการ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานย่อยพัฒนาสุขภาพ ตรวจเยี่ยมกิจกรรมการตรวจสุขภาพเชิงรุก ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร

โดยทั้ง 2 พื้นที่ ได้รับการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ในการร่วมจัดกิจกรรมและให้ความรู้จากกรมแพทย์ทหารเรือ ซึ่งกองทัพเรือได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมลักษณะนี้ในพื้นที่พื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ ทั่วประเทศต่อไป

จากทั้ง 2 กิจกรรมซึ่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ รวมถึงทักษะการปฐมพยาบาลช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน ซึ่งการมีสุขภาพที่ดี ส่งผลถึงความพร้อมขององค์บุคคล ถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบของความพร้อมรบที่สำคัญยิ่ง เปรียบเสมือนการสร้างเหล็กในคนที่สำคัญกว่าเหล็กในเรือ นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานในภาพรวมของกองทัพเรือ และเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชากับกำลังพล อีกด้วย

ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ผู้บัญชาการทหารเรือ ด้านกำลังพลในการส่งเสริมสุขภาพให้กำลังพลของกองทัพเรือ มีร่างกายแข็งแรง พร้อมปฏิบัติงานขับเคลื่อนกองทัพเรือ ได้อย่างมีพลังด้วยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

‘ดีโอ EXO’ เปิดไอจีส่วนตัว หลังเดบิวต์มา 11 ปี แถมยอดผู้ติดตามพุ่ง!! 1.7 ล้านคน ภายในไม่กี่วัน

(12 ก.ค. 66) เอลี่มีเฮ!! ‘โดคยองซู’ หรือ ‘ดีโอ EXO’ เปิดบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัวแล้ว หลังเดบิวต์มา 11 ปี ต้อนรับการคัมแบคใหม่สำหรับอลบั้ม EXIST ที่มีเพลงไตเติ้ลชื่อว่า ‘Cream Soda’

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา โดคยองซู หรือ ดีโอ EXO (D.O.) ประกาศกลางไลฟ์สดว่าเขานั้นได้เปิดบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัวแล้ว ต้อนรับการคัมแบ็คใหม่ของวง EXO อย่างเพลง Cream Soda ที่ได้ปล่อยออกมา ทันทีที่มีประกาศบัญชีอินสตาแกรมของ 'ดีโอ' มียอดผู้ติดตามถึงวันที 12 กรกฎาคม 2566 พุ่งไปถึง 1.7 ล้านคน โดยที่โพสต์แรกของ 'ดีโอ' นั้น เป็นการโปรโมทเพลงคัมแบคใหม่ของวง EXO ในอัลบั้มเต็มอย่าง EXIST โดยในไลฟ์สดเมื่อสมาชิกถามเกี่ยวกับยอดผู้ติดตามที่พุ่งสูงขึ้น D.O. จึงตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “ขอบคุณครับ”

ทรภ.1 ส่งหมู่เรือปฏิบัติราชการชายแดน ไทย-กัมพูชา เพื่อรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

นาวาเอก ศรยุทธ พุ่มสุวรรณ์ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 (ทรภ.1 ) ในฐานะผู้บังคับหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน เป็นประธานในพิธี ส่งหมู่เรือไปปฏิบัติราชการในหมวดเรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 เพื่อรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล บริเวณพื้นที่ชายแดนทางทะเลไทย - กัมพูชา ประกอบด้วย เรือหลวงกันตัง เรือต.82 เรือต.261 และ เรือต.263

พร้อมให้โอวาทและมอบกระเช้า เพื่อให้กำลังพลมีขวัญและกำลังใจที่ดี ในการเดินทางไปปฏิบัติราชการชายแดนในครั้งนี้ ณ ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 

“แล้วพบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ” ทัพเรือภาคที่ 1 ปลดประจำการทหาร ผลัดที่ 1/64

ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จัดพิธีปลดประจำการทหาร ผลัด 1/64 ซึ่งประจำการ ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 รวม 16 นาย โดยมี พลเรือตรี อนุพงษ์ ทะประสพ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งได้ให้โอวาทและแนวทางในการปฏิบัติตนภายหลังจากการปลดประจำการเป็นทหารกองหนุน นอกจากนั้นได้มอบของที่ระลึก และพลทหารทุกนายได้กล่าวคำปฏิญาณตน เพื่อเป็นคนดีของสังคมต่อไป

ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ ขอขอบคุณ และแสดงความยินดีกับน้องๆ พลทหารทุกนาย ซึ่งเปรียบเสมือนน้องคนเล็ก ที่มุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ ในการรับใช้ชาติและประชาชนจนครบวาระในวันนี้ นับว่าเป็นความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ของลูกผู้ชาย ซึ่งหลังจากนี้ จะเป็นการสร้างอนาคตของตัวเราเอง ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตต่อไป

ฉากทัศน์ 13 กรกฎา ตอกย้ำ 'พิธา' ไม่ผ่านด่าน 376 เสียง รัฐบาลหน้าไม่มี 'ก้าวไกล' แต่มี 'รวมไทยสร้างชาติ'

สถานการณ์การเมืองเขม็งเกรียวถึงจุดเลี้ยวโค้งสำคัญ...การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย ซึ่งนาทีนี้แน่นอนแล้วว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 เหตุเพราะนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศวางเมืองทางการเมือง ด้วยการลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และได้ร่ำลาผ่านเพจของพรรคเรียบร้อยไปแล้ว...

บางคนบอกว่าตราบใดที่ยังเป็นเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อย่าเพิ่งตัดชื่อบิ๊กตู่ออกไป แต่ 'เล็ก เลียบด่วน' ขอบอกว่าอย่าไปคิดมากขนาดนั้น ปวดหัวเปล่าๆ

'ลุงตู่' แกบอกเป็นนัยแล้วว่า...ท้องฟ้าแจ่มใส...ไม่ใช่หรือ?

เอาเป็นว่า...เรามาสรุปเหตุบ้านการเมือง และการเลือกนายกรัฐมนตรีกันดีกว่า...

>> อันเนื่องจากการประกาศวางมือการเมืองของบิ๊กตู่ โดยลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ  ไม่เพียงทำให้ตัวเลือกนายกรัฐมนตรีชัดเจนขึ้นเท่านั้น ยังทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียงเป็นตัวแปรในการจัดสูตรรัฐบาลที่ไม่มีพรรคก้าวไกลได้ง่ายขึ้น เพราะอย่างน้อยพรรคนี้ 'ไม่มีลุง' แล้ว  หากแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้บทบาทและรับข้อเสนอของพรรค 36 เสียงพรรคนี้ได้ ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น...

>> สถานการณ์การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค.ซึ่งผลจากประชุมวิปฝ่ายต่างๆ ทำให้ทราบว่าจะลงคะแนนโหวตกันจริงๆ ก็ประมาณ 5 โมงเย็น  โดยก่อนหน้านั้นจะเป็นการอภิปรายถกเถียงกันในประเด็นต่างๆ รวมถึงการแสดงวิสัยทัศน์แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะมีเพียงผู้เดียวคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

>> ทั้งนี้การอภิปรายที่จะถกเถียงกันให้วุ่นวายแน่นอนก็คือ กฎกติกามารยาทในการโหวต ตั้งแต่การลงมติที่ฝ่ายหนึ่งต้องการให้โหวตแยกทีละสภานัยว่าเพื่อจะเอา 312 เสียงไปเกทับ 250 เสียงของส.ว. อีกฝ่ายบอกต้องคละเคล้ากันไปตามลำดับอักษรรายชื่อ จนไปถึงความพยายามของฝ่ายพรรคก้าวไกลที่คงขอสงวนสิทธิ์ในการเสนอชื่อนายพิธาเป็นครั้งที่สองหรือครั้งที่สามหากครั้งแรกไม่ผ่าน  376 เสียง ในขณะที่ฝ่ายสมาชิกวุฒิสภาหลายคนโดยเฉพาะนายเสรี สุวรรณภานนท์ ได้เงื้อข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 ไว้คัดง้างแล้ว..

เอ้า!! ดูข้อบังคับข้อที่ 41 ประดับความรู้ไว้นิด

“ญัตติใดตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันขึ้นมาเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน เว้นแต่ญัตติที่ยังมิได้มีการลงมติหรือญัตติที่ประธานรัฐสภาจะอนุญาต ในเมื่อพิจารณาเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป”

ครับ...แค่เรื่องนี้ก็คงเถียงกันลั่นรัฐสภา...แต่ทั้งหลายทั้งปวงไม่มีอะไรน่าสนใจว่าในที่สุดจะมีเสียงโหวตสนับสนุนเกินจาก 311 เสียงของ 8 พรรคไปกี่เสียง มีเสียง ส.ว.สนับสนุนกี่เสียงกันแน่ เพราะข้อมูลของ 'เล็ก เลียบด่วน' มากสุดยังนิ่งอยู่ที่ 15 เสียงบวกลบ...สรุปคือพิธาสอบไม่ผ่าน...ดูอาการของแกนนำพรรคก้าวไกลก็พอจะรู้...ดูออก

>> พูดไปทำไม...สถานการณ์ตอนนี้วงในการเมืองนั้นข้ามช็อตออกแบบสูตรรัฐบาลพรรคเพื่อไทยกันแล้ว...โจทย์ของพรรคเพื่อไทยตอนนี้คือ ถ้าพรรคก้าวไกลยึดคาถาเพื่อไทยไปไหนก้าวไกลไปด้วยขึ้นมาจะสลัดได้อย่างไร...เพราะทั้งพรรครัฐบาลขั้วเดิมและ ส.ว.ส่วนใหญ่นั้น นอกจากไม่โหวตให้พิธาแล้ว  ยังไม่เอาพรรคก้าวไกลด้วย...

มีการพูดกันถึงขั้นที่ว่า...สมมุติช็อตต่อๆ ไปพรรคเพื่อไทยเสนอ 'เศรษฐา ทวีสิน' เป็นนายกฯ แต่ส่วนผสมรัฐบาลมีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ด้วย คะแนนเศรษฐาก็จะไม่ผ่าน 376 เสียง...สุดท้ายอาจเลี่ยงไม่พ้นที่จะเปลี่ยนเป็น 'อุ๊งอิ๊ง' หรือ 'อนุทิน' หรือ 'ลุงป้อม' เป็นนายกฯ ของรัฐบาลที่ไม่มีพรรคก้าวไกล...

แต่มี รวมไทยสร้างชาติ !!

'รัสเซีย' ขู่!! พร้อมใช้อาวุธแบบเดียวกันโต้ตอบ หลังสหรัฐฯ จัดหา 'ระเบิดพวง' ป้อนให้ยูเครน

(12 ก.ค. 66) สหรัฐฯ แถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะจัดหากระสุนคลัสเตอร์ให้แก่ยูเครน อาวุธระเบิดที่ปกติแล้วจะปลดปล่อยลูกระเบิดขนาดเล็กจำนวนมากกระจัดกระจายเป็นบริเวณกว้าง

คลัสเตอร์บอมบ์ถูกห้ามโดยประเทศต่าง ๆ มากกว่า 100 ชาติทั่วโลก สืบเนื่องจากมันเสี่ยงก่ออันตรายแก่พลเรือน ปกติแล้วมันปลดปล่อยระเบิดขนาดเล็กกว่าที่สามารถเข่นฆ่าชีวิตโดยไม่เลือกหน้าในพื้นที่หนึ่งเป็นบริเวณกว้าง ส่วนกระสุนลูกที่ไม่ระเบิดนั้นก็เสี่ยงก่ออันตรายเป็นเวลานานหลายทศวรรษ หลังความขัดแย้งสิ้นสุดลง

สื่อมวลชนรัสเซียอ้างคำกล่าวของ ชอยกู ระบุว่ารัสเซียมีกระสุนคลัสเตอร์ในครอบครองเช่นกัน แต่จนถึงตอนนี้ยังคงอดทนอดกลั้นจากการใช้มันในปฏิบัติการพิเศษด้านการทหาร

อย่างไรก็ตาม รายงานของรอยเตอร์ระบุว่า สหรัฐฯ เคยกล่าวหารัสเซียใช้กระสุนคลัสเตอร์ในยูเครน และบอกว่าระเบิดลูกปรายของมอสโกมีอัตราการด้านสูงสุดถึง 40% ส่งผลให้สมรภูมิรบเต็มไปด้วยลูกระเบิดขนาดเล็กที่ไม่ทำงาน ขณะที่วอชิงตัน กล่าวอ้างว่าระเบิดคลัสเตอร์ของพวกเขาที่กำลังส่งมอบแก่ยูเครนนั้น มีอัตราการกระสุนด้านไม่เกิน 2.35%

ชอยกู ระบุในวันอังคาร (11 ก.ค.) ว่า "ในกรณีที่สหรัฐฯ จัดหากระสุนคลัสเตอร์ให้ยูเครน ทางกองกำลังรัสเซียจะถูกบีบให้ใช้อาวุธแบบเดียวกันกับกองกำลังยูเครนเป็นการตอบโต้" เขากล่าว "พวกเขาควรจำไว้ว่า รัสเซียก็มีกระสุนคลัสเตอร์ในประจำการเช่นกัน และในทุก ๆ วาระ พวกมันมีประสิทธิภาพเหนือกว่าของอเมริกาเป็นอย่างมาก"

รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียบอกว่ากองทัพมอสโกกำลังใช้มาตรการต่างๆ เพื่อปกป้องกำลังพลของพวกเขาจากอาวุธดังกล่าว

กลุ่มสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอตช์ อ้างว่าทั้งมอสโกและเคียฟต่างก็เคยใช้กระสุนคลัสเตอร์ระหว่างความขัดแย้งในยูเครนที่ลากยาวมาเกือบ 17 เดือนแล้ว
.
รัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ ต่างไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดลูกปราย (Convention on Cluster Munitions) ซึ่งห้ามใช้ จัดเก็บ ผลิตและขนย้ายกระสุนคลัสเตอร์โดยสิ้นเชิง และมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2010

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อ้างว่าจำเป็นต้องอนุมัติคำขอของทางเคียฟ สำหรับกระสุนคลัสเตอร์ หลังจากเริ่มชัดเจนแล้วว่า ยูเครน ซึ่งเวลานี้กำลังปฏิบัติการโจมตีตอบโต้รัสเซีย กำลังขาดแคลนกระสุนปืนใหญ่ทั่วไป และกำลังผลิตคงไม่เพียงพอต่อความต้องการของยูเครน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นแม้ว่าบรรดาพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ อย่างสหราชอาณาจักร แคนาดา และเยอรมนี แสดงจุดยืนคัดค้านการใช้กระสุนคลัสเตอร์

ในด้านสถานการณ์การสู้รบ ชอยกู แสดงความคิดเห็นว่า รัสเซียกำลังลดศักยภาพการโจมตีตอบโต้ของยูเครนลงอย่างมาก และกองกำลังรัสเซียสามารถรุกคืบในภาคสนามระหว่างปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ของตนเองเช่นกัน ในทิศทางเมืองลีมัน ในแคว้นโดเนตส์ก ทางภาคตะวันออกของยูเครน

ด่วน!! ‘กกต.’ เชือด ‘พิธา’ ส่งศาล รธน.ฟันพ้น ส.ส. ปมหุ้น ITV พร้อมขอสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ จับตานำเรื่องเข้าพิจารณาบ่ายนี้

12 ก.ค. 66 ที่ประชุมกกต.มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อและแคนดิเนตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกลสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ประกอบมาตรา 101 (6) หรือไม่จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัทไอทีวีจำกัดมหาชนจำนวน 42,000 หุ้น รวมทั้งมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย หลังใช้เวลากว่า 3 วัน รับฟังและพิจารณาผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขอสำนักงาน กกต.แล้วเห็นว่ามีข้อมูลพยานหลักฐานเพียงพอให้เชื่อว่ามีเหตุตามที่มีการยื่นคำร้องจริง โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ได้ลงนามในคำร้องและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานฯนำไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญทันที

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าในส่วนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการนัดประชุมประจำสัปดาห์วันนี้ในช่วงบ่าย เวลา 13.00 น. ซึ่งต้องจับตามองว่าสำนักงาน กกต. จะส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญทันหรือไม่ และหากทันคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีการนำคำร้องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาเลยหรือไม่

ดีใจลูกช้างเกิดใหม่ จัดรับขวัญอย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นเชือกที่ 106 ของสวนนงนุชพัทยา

เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 12 ก.ค.66 ที่สวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วยพระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์จ่อย) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต ร่วมเป็นประธานในพิธีเสริมสิริมงคล คล้องพวงมาลัยรับขวัญลูกช้างสมาชิกใหม่ ที่ตกลูกเป็นเชือกที่ 3  ของปี 2566  และเชือกที่ 106 ของปางช้างสวนนงนุชพัทยา โดยมีการจัดขบวนนางรำรับขวัญช้างน้อย พร้อมนำโขลงช้างกว่า 50 เชือก เข้าร่วมในพิธีต้อนรับสมาชิกใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย พร้อมตั้งชื่อว่า  พลายมะนาว  

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า พลายมะนาว ได้ตกลูกเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 เวลา 23.00 น. ที่เกิดจากแม่ช้าง พังเลม่อน อายุ 9 ปี และพ่อช้างพลายไม้เมือง อายุ 21 ปี ยังเป็นลูกช้างตัวแรกของแม่เลม่อนอีกด้วย โดยได้ตั้งชื่อลูกช้างว่า พลายมะนาว เบื้องต้นลูกช้างและแม่ช้างมีสุขภาพแข็งแรงดี หลังตกลูกทางสวนนงนุชพัทยา ได้จัดทีมสัตวแพทย์และควาญช้างดูแลอย่างดี สำหรับ ปางช้างสวนนงนุชพัทยา ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง จากกรมปศุสัตว์และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นแห่งแรกของประเทศไทย

พิธีรับขวัญช้างที่กำเนิดใหม่ของปางช้างสวนนงนุชพัทยา ถือเป็นประเพณีที่ดีงามที่ต้องจัดขึ้นเมื่อมีช้างคลอดใหม่ทุกเชือก เพื่อเป็นการเรียกให้ขวัญช้างที่อยู่ใกล้ไกลได้มาอยู่กับเนื้อกับตัวช้าง และเพื่อเป็นการเสริมสิริมงคล ให้อายุมั่นขวัญยืนปราศจากโรคภัยทั้งหลายทั้งปวง มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ โดยคนไทยถือว่าช้างถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย มาตั้งแต่สมัยบรรพชน

ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ปฏิบัติภารกิจตรวจเยี่ยมหน่วยกำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่ อ.น้ำยืน

วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 เวลา 0830 พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังป้องกันชายแดน ในพื้นที่ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พลโท สวราชย์ แสงผล ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พันเอก ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมคณะ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว สนามกีฬานานาชาติ อบต.โดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชราชธานี 

หลังจากนั้นเดินทางโดยรถยนต์ไปยังฐานปฏิบัติการอนุพงศ์ สักการะอนุสาวรีย์พระนเรศวรมหาราช มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ วางพวงมาลาอนุสรณ์เกียรติภูมิ พันตรี อนุพงศ์ บุญญประทีป หลังจากนั้นเดินทางไปยัง ฐานจุดตรวจเนิน 500 วางพวงมาลาสักการะ อนุสรณ์เกียรติภูมิ จ่าสิบเอก สมชาย แก้วประดิษฐ์  พร้อมทั้งรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ 

หลังจากนั้นคณะเดินทางไปยัง สนามกีฬานานาชาติ องค์การบริหารส่วนตำบลโดมประดิษฐ์ ได้มอบจักรยาน ตามโครงการ “Army Bike จักรยาน สานฝัน ปันสุข” มอบกรอบรูปพระบรมฉายาลักษณ์ คุกกี้ และ ถุงยังชีพ เพื่อการศึกษา ให้กับ เด็กนักเรียน จำนวน  2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนตำรวจตะเวนชายเเดนบ้านค้อ เเละ ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตะเวนชายเเดนบ้านหนองบัวพัฒนา พร้อมทั้งได้มอบเงินสนับสนุน โครงการอาหารกลางวันให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเเปดอุ้ม จากนั้นคณะฯ เดินทางโดย เฮลิคอปเตอร์ เพื่อตรวจภูมิประเทศ ทางอากาศ บริเวณพื้นที่รวงผึ้ง ต่อไป  #หน่วยเฉพาะกิจที่1 #กองกำลังสุรนารี

ปุรุศักดิ์ แสนกล้า ข่าว/ภาพ 

'โบว์ ณัฏฐา' ตั้งคำถามถึง 'พิธา' หากยืนยันความจงรักภักดีขนาดนั้น เหตุใดจึงเลือกคนที่โด่งดังจากการด่าเจ้ามาเป็น ส.ส.ของพรรค

(12 ก.ค. 66) คุณโบว์ ณัฏฐา มหัทธนา ผู้ดำเนินรายการ Ringside การเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ยังไม่ได้ดูเรื่องเล่าเช้านี้ และไม่ทราบว่าคุณพิธาได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างไรบ้าง แต่หากมีการยืนยันความจงรักภักดีขนาดนั้นจริง เราคิดว่าพรรคก้าวไกลต้องตอบคำถามสังคมจริง ๆ แล้วค่ะ ว่าทำไมจึงเลือกคนที่โด่งดังมาจากการแสดงความคิดเห็นสาธารณะตามที่ปรากฏในภาพนี้มาเป็น ส.ส.ของพรรคได้ จะอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นคงไม่ได้จริงๆ เพราะไม่ใช่เหตุการณ์เก่าๆและไม่ได้ไปแอบโพสต์ที่ไหน แต่โพสต์ในขณะที่เริ่มมีชื่อเสียงจากการ “ขับเคลื่อนสังคมด้วยการด่า” แล้ว และในพรรคก็ไม่ได้มีแบบนี้คนเดียวด้วย โดนคดีจากการแสดงออกลักษณะนี้ก็หลายคน นับเท่าที่เป็นการแสดงออกต่อสาธารณะ 

ยังไม่ต้องอภิปรายว่าคนเราต้องจงรักภักดีหรือไม่แค่ไหนอย่างไร (ส่วนตัวคิดว่าแค่ไม่ทำร้ายทำลายกันก็ยังดี) แต่ถามว่าสิ่งที่พูดกับการกระทำที่ผ่านมาหลายอย่าง มันย้อนแย้งกันมากเกินไปหรือไม่? กลุ่มเคลื่อนไหวที่มีพฤติกรรมหนักกว่านี้มาก พรรคก้าวไกลเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันมาขนาดไหน ทุกคนก็เห็น 

ร่างเสนอแก้ 112 ของพรรคก้าวไกล ก็มีเนื้อหาที่มีปัญหาและไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ร่างมาแบบแทบไม่เหลือความคุ้มครอง โทษต่ำกว่าหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาด้วยการโฆษณา มีเจตนาดึงสำนักพระราชวังมาเป็นผู้ฟ้อง ด้วยเหตุผลว่าคนที่เดือดร้อนจากการถูกหมิ่นก็ต้องฟ้องเอง เปิดช่องให้เกิดการลดทอนสถานะสถาบันหลักของชาติอย่างชัดเจน แล้วยังผลักดันการนิรโทษกรรมให้การกระทำเหล่านี้ ที่เกิดขึ้นภายใต้การรับรู้และติดตามอย่างใกล้ชิดของพรรคก้าวไกลในช่วงสามปีที่ผ่านมา 

ถ้าเป็นเช่นนั้น เราจะไว้ใจพรรคการเมืองที่ปากอย่างใจอย่างได้อย่างนั้นหรือ?


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top