Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

‘เพื่อไทย’ เร่งหาสาเหตุ ‘ทางยกระดับลาดกระบังถล่ม’ เยียวยาผู้เสียหาย ควบคุมการก่อสร้างทุกพื้นที่ทันที

(12 ก.ค.66) ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเหตุการณ์โครงการก่อสร้างทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบังทรุดตัวจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บว่า พรรคเพื่อไทยขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับความเสียหายทุกท่าน 

ทั้งนี้ ตัวแทนของพรรคเพื่อไทยนำโดย ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขตลาดกระบัง และ ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตลาดกระบัง ได้เข้าประสานงานช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายทันทีที่รับทราบสถานการณ์ และขอแสดงความขอบคุณต่อหน่วยงานของกรุงเทพมหานครที่เข้าดำเนินการต่อสถานการณ์ดังกล่าวด้วยความรวดเร็ว

พรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการที่เร่งด่วนในการดำเนินการต่อไป ดังนี้...

1. เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบสาเหตุของสถานการณ์ดังกล่าวอย่างโปร่งใส และนำเสนอความคืบหน้าในการตรวจสอบให้สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง 

2. เร่งกำชับการกำกับดูแลการก่อสร้างในทุกพื้นที่ และตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เดินทางผ่านพื้นที่ก่อสร้างต่าง ๆ และประชาชนโดยรอบ ได้มีความสบายใจในการดำเนินกิจกรรมตามปกติ 

3. เร่งรัดมาตรการเยียวยาแก่ผู้เสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

‘ปิยบุตร’ เปรียบเปรย!! ผู้กำกับบท จับหนังม้วนเก่ามาฉายซ้ำ หลัง กกต.ไร้มาตรฐานในเรื่องระยะเวลาในการพิจารณา ‘พิธา’

(12 ก.ค.66) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า…

[หนังม้วนเก่ากำลังกลับมาฉายซ้ำ]

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผมได้แถลงข่าว ชี้ให้เห็นว่า เกิดกรณีไม่มีมาตรฐานในเรื่องระยะเวลาในการพิจารณาของ กกต. 

กรณีลักษณะต้องห้ามของ ดอน ปรมัตถ์วินัย กกต.ใช้เวลา พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญ 386 วัน ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาพิจารณารับคำร้อง 70 วัน และไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

กรณีลักษณะต้องห้ามของ 4 รัฐมนตรีสมัยรัฐบาล คสช. กกต.ใช้เวลาพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญ 355 วัน ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาพิจารณารับคำร้อง 75 วัน และไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว 

แต่กรณีของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กกต.ใช้เวลาพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญ 51 วัน ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาพิจารณารับคำร้อง 7 วัน และสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว 

กรณีของธนาธรกลายเป็นสถิติที่ กกต. พิจารณาเรื่องเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามและศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องได้รวดเร็วที่สุดราวกับนั่งรถไฟความเร็วสูง 

มาวันนี้ 4 ปีผ่านไป 

ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศใช้อำนาจของตนร่วมกันแสดงเจตจำนงสนับสนุนให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี คะแนนเสียงถล่มทลาย คะแนนเสียงมากกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ 

แต่พิธา ก็ยังถูก ‘นิติสงคราม’ กระทำซ้ำ และทำลายสถิติการพิจารณาคำร้องของ กกต. อย่างรวดเร็ว 

หากพิจารณานับจากวันที่เรืองไกร ยื่นคำร้องต่อ กกต.ซ้ำอีกครั้งในวันที่ 20 มิถุนายน ก็เท่ากับว่า กกต.ใช้เวลาพิจารณา 32 วันเท่านั้น!!!

พวกเขา บรรดาผู้กำกับภาพยนตร์ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเอาหนังม้วนเดิมกลับมาเล่นใหม่ หนังม้วนนี้เล่นกันมาเกือบ 20 ปี แล้ว 

เราจะให้มันจบแบบเดิม อย่างนั้นหรือ???

‘แบมแบม’ ประกาศเวิล์ดทัวร์ครั้งแรกในชีวิต ปักหมุดแสดงในไทย 28 ตุลาคมนี้

ศิลปินหนุ่ม ‘แบมแบม กันต์พิมุกต์’ หรือ ‘แบมแบม GOT7’ ประกาศคอนเสิร์ตเวิล์ดทัวร์เดี่ยวครั้งแรกในชีวิต ‘อากาเซไทย’ กรี๊ดรอเลย

ทำเซอร์ไพรส์ ‘อากาเซ’ ทั่วโลก (อากาเซ่ : ชื่อแฟนคลับศิลปินวง GOT7) สำหรับศิลปินเกาหลีชื่อดังสายเลือดไทย ‘แบมแบม - กันต์พิมุกต์ ภูวกุล’ หรือ ‘แบมแบม GOT7’ ที่ประกาศเวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกแล้ว หลังแฟน ๆ เฝ้ารอกันมานาน

โดย ‘แบมแบม’ ได้แจ้งข่าวดีด้วยการโพสต์โปสเตอร์แรกลงโซเชียลส่วนตัว ทำเอาเหล่า ‘อากาเซ’ หวีดกันสนั่นไทม์ ดัน #BamBam_TOUR_AREA52 พุ่งติดเทรนด์ทวิตเตอร์อย่างรวดเร็ว

ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ ทางค่าย ABYSS Company ต้นสังกัด รวมไปถึง ‘แบมแบม’ ร่วมจับมือกับ ‘ไอมี่กรุ๊ป’ (iMe Group) ผู้จัดงานมืออาชีพ เปิดเซอร์ไพรส์ประกาศข่าวดีกับงาน ‘2023-2024 BamBam THE 1ST WORLD TOUR [AREA 52]’ ศิลปินหนุ่มคอนเฟิร์มจัดเต็มทุกพื้นที่ เพราะเขามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ดังนั้นความสนุก และความพิเศษที่เตรียมมาให้กับแฟน ๆ อย่างคุ้มค่า

สำหรับเวิล์ดทัวร์ครั้งนี้ จะจัดขึ้นในหลายเมืองเริ่มที่ประเทศเกาหลี จากนั้นต่อด้วย มะนิลา, มาเก๊า , กัวลาลัมเปอร์ ต่อด้วยบ้านเกิดของ ‘แบมแบม’ ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ในวันที่ 28 ตุลาคม 2566 ณ ธันเดอร์โดม สเตเดี่ยม (Thunderdome Stadium)

งานนี้ ‘แบมแบม’ แอบกระซิบมาว่า มีเซอร์ไพรส์ ซ้อนเซอร์ไพรส์ และเซอร์ไพรส์ ที่ไม่ว่าคุณจะอากาเซ่ที่ปักโพลูก โพแฟน หรือโพอื่นๆ ก็ต้องร้องกรี๊ดและคาดไม่ถึงแน่นอน และขอกระซิบให้ทุกคนรีมาร์ค ‘AREA 52’ เอาไว้เลย รอลุ้นว่าจะเกี่ยวข้องกับอะไร? หรือมีความพิเศษยังไง? ต้องรอไปหาคำตอบด้วยตัวเอง

รอติดตามรายละเอียด และความเคลื่อนไหวอื่นๆ รวมถึงรายละเอียดการขายบัตรเพิ่มเติมได้ที่ Facebook @imethailand, IG และ Twitter @ime_th

'ทรู' ดำเนินคดีขบวนการเฟกนิวส์  ใส่ร้ายบริษัทตัดสัญญาณมือถือ 'พิธา'

ทรูดำเนินคดีขบวนการเฟกนิวส์ กรณีใส่ร้ายทรูตัดสัญญาณมือถือนักการเมือง พร้อมชวนย้ายค่ายไปคู่แข่ง ปั้นข้อมูลเท็จหวังดึงการเมืองให้เข้าใจผิด

(12 ก.ค. 66) จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ Fake News ในเพจกลุ่มพรรคก้าวไกล – Move Forward Party ว่า... “คุณพิธา ถูกตัด สัญญาณโทรศัพท์จากทรู Fc คุณพิธาเปลี่ยนเป็น เอไอเอสหรือยัง” ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า หมายเลขดังกล่าว ยังสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตามปกติ และทรูขอยืนยันว่าไม่มีการตัดสัญญาณตามที่ถูกใส่ร้ายแต่อย่างใด โดยทีมงานของทรูได้ติดต่อแจ้งข้อเท็จจริงต่างๆ โดยตรงกับแอดมินเพจกลุ่มพรรคก้าวไกล – Move Forward Party แล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีช่วยลบโพสต์ดังกล่าวด้วยความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ การสร้างสังคมออนไลน์ที่สะอาดปราศจากการโกหกบนอินเตอร์เน็ต เป็นแนวทางในการสร้างสังคมที่ดี ซึ่งการดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดและสืบสวนต่อถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จะเป็นกรณีตัวอย่างให้สังคมหลีกเลี่ยงการใช้เฟคนิวส์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 (1) โดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอม ซึ่งในกรณีนี้โพสต์ดังกล่าวไม่เป็นความจริง ซึ่งเข้าข่าย Fake News เราจึงได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ได้โพสต์ข้อความสร้างความเสียหายให้แก่บริษัท โดยไม่มีมูลความจริง ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา

สำหรับสาเหตุที่จำเป็นต้องแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากข้อความที่มีการโพสต์เป็นลักษณะการโฆษณาต่อบุคคลอื่นที่ได้พบหรือได้อ่านข้อความดังกล่าว อันเป็นเหตุต่อเนื่องให้มีการแสดงความคิดเห็นที่เป็นการใส่ความต่อบริษัท โดยเผยแพร่ต่อสาธารณะ ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือโซเชียลมีเดียในเพจกลุ่มก้าวไกล ปลุกปั่นให้เชื่อว่าบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยความสุจริตเป็นผู้ฝักใฝ่ทางด้านการเมือง และได้ดำเนินการกลั่นแกล้งทางการเมือง อันทำให้บริษัทได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติยศเป็นการดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังและกระทบต่อธุรกิจของบริษัท บริษัทจึงจำเป็นต้องดำเนินคดีถึงที่สุด เพื่อป้องกันมิให้เกิดการกระทำที่เข้าข่าย Fake News เช่นนี้ เกิดขึ้นอีกในอนาคต

‘หนุ่มญี่ปุ่น’ ตั้งใจบินมาไทย ซื้อ ‘กระบอกตั๋วรถเมล์’ ชาวเน็ตแห่แซว ยกเป็น ‘ของฝากใหม่จากเมืองไทย’

กลายเป็นไวรัลสนั่นทวิตเตอร์ เมื่อหนุ่มชาวญี่ปุ่นตั้งใจบินมาประเทศไทย และปักหมุดไปย่านเทเวศร์ เพื่อซื้อ ‘กระบอกตั๋ว’ อุปกรณ์คู่กายกระเป๋ารถเมล์

จุดเริ่มต้นของเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อ หนุ่มชาวญี่ปุ่นทวีตข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ @Kouhei50 ว่าตั้งใจบินมาที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย เพื่อซื้อ ‘กระบอกตั๋วรถเมล์’ โดยเฉพาะ ซึ่งเจ้าตัวได้ทวีตเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลเป็นไทยคร่าว ๆ ได้ว่า

“ในที่สุดก็ได้แล้ว!! ฉันมากรุงเทพก็เพื่อซื้อสิ่งนี้ ราคา 650 บาท (ประมาณ 2,600 เยน) แพงกว่าที่คิดไว้ แต่คิดซะว่าซื้อเป็นของฝากให้ตัวเอง นี่คือกระบอกเก็บค่าโดยสารที่พนักงานรถเมล์ถือไว้”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวแพร่ออกไป ต่างมีคนให้ความสนใจจำนวนมากจนกลายเป็นภาพไวรัล ด้านชาวเน็ตในญี่ปุ่นต่างรู้สึกสนใจกับกระบอกตั๋วรถเมล์และอยากจะได้มันมาบ้าง เจ้าของทวิตเตอร์จึงได้ปักหมุดไปว่าสามารถมาซื้อได้ที่ย่านเทเวศร์

งานนี้เรียกว่าได้เปิดตัว ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ น้องใหม่ของไทยขึ้นมาแล้ว ไม่แน่ว่าต่อไป ‘กระบอกตั๋วรถเมล์’ อาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งของฝากขึ้นชื่อ ที่หากใครมาเที่ยวไทย ต้องซื้อกลับไปก็เป็นได้ เหมือน กางเกงช้าง, ยมดมยาหม่อง และน้ำมันสมุนไพรต่างๆ

‘ดร.เอ้’ ชี้!! ต้องเร่งหาเหตุสะพานลาดกระบังถล่มด่วน แนะ!! ชะลอโครงการไว้ ก่อนเกิดเหตุสลดอีกในอนาคต

(12 ก.ค. 66) จากรายการ Meet THE STATES TIMES ประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 เผยแพร่ทาง THE STATES TIMES ได้มีการพูดถึงประเด็นเหตุการณ์สะพานข้ามแยกลาดกระบังถล่ม โดยเชิญ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ‘ดร.เอ้’ อดีตนายกสภาวิศวกรรม, อดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย มาร่วมพูดคุย มีสาระสำคัญ ดังนี้…

จากเหตุการณ์โครงการสะพานข้ามแยกลาดกระบังถล่ม เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ ที่ 10 ก.ค.66 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายนั้น ทาง THE STATES TIME ได้สัมภาษณ์ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ‘ดร.เอ้’ อดีตนายกสภาวิศวกรรม, อดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ผ่านรายการ MEET THE STATES TIME ข่าวคุยเพลิน ถึงสาเหตุที่ทำให้ ดร.เอ้ ต้องโพสต์เตือนผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับความน่าห่วงของโครงการดังกล่าว เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ระบุว่า…

“ด้วยความที่ผมเป็นวิศวกรและประสบการณ์เกี่ยวกับการวิบัติโครงสร้าง อีกทั้งยังมีฐานะเป็นนายกสภาวิศวกรรม, นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และเคยได้เข้าไปช่วยเหลือเรื่องวิบัติโครงสร้างมามากมาย รวมถึงเป็นประชาชนที่ต้องขับรถผ่านถนนเส้นทางนี้อยู่เป็นประจำนั้น ในวันที่ 9 สิงหาคม 2565 เป็นวันที่ผมได้มองเห็นโครงสร้างของไซด์งานนี้อยู่ในระหว่างหล่อเสาตอหม้อ ซึ่งปกติการหล่อเสาสูงๆ แบบนี้ จะต้องต่อนั่งร้านขึ้นไป แต่เมื่อผมมองไปเห็นนั่งร้านของคนงานแล้วยังคงไม่เป็นไปตามมาตรฐานก็ห่วง

“เท่านั้นยังไม่พอ ขั้นตอนการหล่อเสาตอม่อที่เห็นไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น และจากประสบการณ์ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา จะเป็นว่าคนงานก่อสร้างจะเสียชีวิตจากนั่งร้านพังระหว่างเทคอนกรีตเป็นจำนวนมาก ไม่เพียงเท่านั้นผมยังเห็นในส่วนของเครื่องจักรต่างๆ ไม่ค่อยเรียบร้อย แหงนหน้าขึ้นไปมองเห็นตัวเครนที่ล้ำเข้ามาในพื้นที่ถนนที่มีการจราจรแออัด นั่นจึงทำให้ผมตัดสินใจเขียนเตือนผ่านเฟซบุ๊กในฐานะประชาชนและวิศวกรอาวุโส  แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

“จนเมื่อวันที่ 10 ก.ค.66 ช่วงเที่ยงก่อนเกิดเหตุนิดเดียว ผมยังชี้ให้เพื่อนของผมดูเลยว่า มันน่ากลัวนะ เพราะสัญชาตญาณวิศวกรบอกตนว่า ไซด์งานแบบนี้ดูไม่เรียบร้อย ไม่ปลอดภัย อันตราย พอตกตอนเย็นเกิดเหตุโครงสร้างได้พังถล่มลงมาตนรู้สึกเสียใจมาก ตนมองว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้น เนื่องจากประเทศไทยทำโครงการแบบนี้มามากมาย ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ของวิศวกรไทยหรือผู้รับผิดชอบ มันควรมีความปลอดภัย 100% ด้วยซ้ำไป เพราะเป็นสิ่งที่เราทำกันมาอยู่ตลอด”

เมื่อถามถึงสาเหตุที่โครงสร้างสะพานถล่มครั้งนี้เกิดจากอะไร? ดร.เอ้ กล่าวว่า “ไม่สามารถตอบได้ ไม่มีใครจะรู้จริงว่าเกิดจากสาเหตุใด จนกว่าจะได้พิสูจน์ตามหลักวิศวกรรม แต่วิศวกรที่มีประสบการณ์จะต้องตั้งคำถามเพื่อไปแสวงหาคำตอบข้อเท็จจริง ดังนั้นตนจึงขอตั้งคำถาม 3 ข้อ เพื่อที่จะช่วยคนรับผิดชอบ…

1. คานร่วงหล่นมาได้อย่างไร เป็นเพราะโครงสร้างตัวเคนที่หิ้วคานไหม ? อุปกรณ์พร้อมหรือไม่ หรือกระบวนการทำงานถูกต้องหรือไม่
2. เหล็กเสริมถูกต้องได้มาตรฐานหรือไม่ คอนกรีตรับกำลังได้หรือไม่ เสาตอหมอถึงหักขาดสะบั้น
3. เสาเข็มสมบูรณ์หรือไม่

“ดังนั้นการวิเคราะห์ ต้องจากล่างขึ้นบนด้วย ไม่ใช่แค่บนลงล่างเท่านั้น ต้องไปหาคำตอบจาก 3 ข้อนี้ ถึงจะได้คำตอบที่แท้จริงแล้วว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากสิ่งใดกันแน่”

เมื่อถามถึงหลักการทางวิศวกรรม ว่าจะต้องทำอย่างไรกับซากและโครงการที่ยังรันอยู่? ดร.เอ้ ตอบว่า “หลังจากนี้เราต้องไปสำรวจตอหม้อที่เหลืออยู่ทั้งหมดว่ามีปัญหาหรือไม่ รวมถึงเสาเข็มใต้ตอหม้อว่ามีปัญหาแค่ไหน แต่ถ้าเกิดว่าตอหม้อที่เหลือมีปัญหาจริง ก็ยังไม่ต้องเป็นกังวลไปครับ เพราะโดยทางเทคนิคสามารถเสริมเสาเข็มใต้ตอหม้อได้ แต่ต้องรู้ก่อนนะ ไม่ใช่ว่าก่อสร้างต่อ เพราะนั่นจะทำให้เราไม่สามารถทราบได้ว่าสะพานแห่งนี้มีจุดอ่อนตรงจุดไหน แล้วถ้าเกิดสะพานได้รับแรงสั่นสะเทือนมากๆ เช่น จากรถสิบล้อ หรือเกิดแผ่นดินไหวขึ้นในกรุงเทพฯ มั่นใจได้ว่าคงมีผลกระทบตามมาอีกแน่นอน ซึ่งผมก็ไม่อยากจะจินตนาการเลยถ้าถึงวันนั้นจะเกิดผลกระทบเสียหายอีกมากน้อยแค่ไหน 

“ดังนั้นสิ่งแรกที่อยากแนะนำ คือ ต้องยุติการก่อสร้างชั่วคราว แล้วไปดูองค์ประกอบต่างๆ ของโครงการอย่างละเอียด โดยทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปดู ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น”

ดร.เอ้ กล่าวเสริมอีกด้วยว่า “สำหรับประเทศไทยผู้ที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้ ก็คือ เจ้าของโครงการที่ต้องเข้ามาดูแล แต่ถ้าในต่างประเทศจะมีหน่วยงานกลางที่เข้ามาดูแลและหาสาเหตุของปัญหานี้ และนี่คือ สิ่งที่ประเทศไทยขาดหรือไม่มี

“ฉะนั้นนั้นถึงเวลาหรือยังที่เราจะมี ‘หน่วยงานกลาง’ ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาดูแล ซึ่งผมอยากจะขอฝากไปยังรัฐบาลชุดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ขอให้เข้ามาผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม เราจึงควรทอดบทเรียนอย่างละเอียดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนอยากจะเห็นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และพร้อมที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ถ้าเกิดรัฐบาลชุดใหม่ต้องการจะทำในเรื่องนี้”

สุดท้ายในฐานะอดีตนายกสภาวิศวกรรม, นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ขอฝากถึงเจ้าของโครงการต่าง ๆ ดังนี้…

1. ต้องคิดถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้งสำคัญที่สุด
2. ยึดมั่นมาตรฐานความปลอดภัย
3. ต้องจริงใจ จริงจัง ในการถอดบทเรียน

‘มดดำ คชาภา’ ตอบชัดความสัมพันธ์ ‘แอฟ ทักษอร-พิธา’ หลังกระแสจิ้นมาแรง ลั่น!! “เขาเป็นเพื่อนและรู้จักกันมานานแล้ว”

(12 ก.ค. 66) เรียกว่าเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เนื้อหอมที่สุดในตอนนี้สำหรับ ‘แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ’ ที่กระแสมาแรงไม่แพ้กันในตอนนี้แถมโดนจับตามองเป็นพิเศษ นั่นก็คือ ‘ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล 

แถมวันก่อน พิธา ได้ไปออกรายการโหนกระแส และโดน ‘หนุ่ม กรรชัย’ ได้ถามขยี้เรื่อง แอฟ ทักษอร จนพิธาเขินเสียอาการไปหลายช็อต และในรายการ 3 แซ่บ หนุ่ม กรรชัย ได้ถามว่าตอนนี้ข่าวลือแรงมากเลย ซึ่ง แอฟ ทักษอร ก็ตอบว่า “อันนั้นก็ข่าวค่ะ” แล้วความสัมพันธ์กับ ‘นนกุล’ แอฟได้ตอบเพิ่มเติมว่า “อันนั้นพระเอกอีกเรื่อง” ทางด้าน หนุ่ม กรรชัย ยังถามต่อว่า โสด 100%ไหมตอนนี้ ซึ่ง แอฟ ก็เลิ่กลั่กตอบโสดเต็ม 100 บ้าง ไม่ 100 บ้าง เป็นอันชัดว่าตอนนี้แอฟโสดไม่เต็ม 100% นั่นเอง ส่วนหนุ่มคนไหนจะได้หัวใจแม่ไปครองเป็นใครนั้นก็คงต้องรอดูกันต่อไปจ้า

ล่าสุด ‘มดดำ คชาภา’ ออกมาเผยชัดความสัมพันธ์ ‘แอฟ ทักษอร-ทิม พิธา’ ซึ่งมีเอี่ยว ‘สงกรานต์ เตชะณรงค์’ อดีตสามีของแอฟ ผ่านรายการแฉว่า “เขาเป็นเพื่อนรู้จักกันกันมานานมากแล้ว เมื่อก่อนทิมกับสงกรานต์เป็นเพื่อนรักกัน ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว”

ตำรวจเตรียมกำลังพร้อมดูแลความเรียบร้อยวันโหวตนายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือชุมนุมอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ในพื้นที่ที่จัดเตรียมให้ เพื่อความสงบเรียบร้อย บช.น.ออกประกาศห้ามชุมนุมรอบสภา 50 เมตร 12-15 ก.ค.นี้

วันนี้ (12ก.ค.66 ) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กล่าวว่า “ ตามที่จะมีการประชุมรัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (13 ก.ค.66) ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนบางส่วนมาแสดงออกหรือจัดการชุมนุมนั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ที่ดูแลงานมั่นคง อำนวยการในภาพรวม และ บช.น. ได้ชี้แจงจัดเตรียมแผนการรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร และการบริหารจัดการพื้นที่รัฐสภา โดยใช้การขับเคลื่อนการปฏิบัติผ่าน ศปก.ตร. 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกจราจร และการบริหารจัดการพื้นที่รัฐสภา ร่วมมือกับ กทม. จัดสถานที่รองรับการชุมนุมบริเวณพื้นถนน 1 ช่องจราจร และทางเท้าภายในศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร เกียกกาย (ฝั่งสนามเด็กเล่น) พื้นที่ 710 ตร.ม. รองรับผู้ชุมนุมได้ประมาณ 100 – 200 คน หากเกิดกว่าปริมาณที่จะรับได้ บช.น. จะปรับพื้นที่ตามจำนวนผู้ชุมนุมต่อไป และมีการจัดเตรียมเส้นทางและสภาพการจราจร เตรียมกำลังพลเป็นจำนวนมาก อุปกรณ์ต่างๆ ยานพาหนะ กล้องวงจรปิด ชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อแก้ไขสถานการณ์ ครอบคลุมพื้นที่รัฐสภาและพื้นที่ต่างๆ ในพื้นที่ กทม.

โดย พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้ลงนามคำสั่ง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ 315/2566  เรื่อง ประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกินห้าสิบเมตร รอบรัฐสภา ตามมาตรา 7 วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558  โดยประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบรัฐสภา รายละเอียดกำหนดพื้นที่ห้ามชุมนุมและพื้นที่ชุมนุมรอบรัฐสภา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2566 เวลา 06.00 น. ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2566 เวลา 24.00 น. ซึ่งอาจมีการปิด ปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจร เพื่ออำนวยความสะดวกในการดูแลการชุมนุมฯ 

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือผู้ชุมนุมอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ภายในสถานที่ที่จัดให้มีการชุมนุม หากจะชุมนุมนอกสถานที่ดังกล่าวขอให้ปฏิบัติตามกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ให้ผู้จัดการชุมนุมฯ มีหนังสือแจ้งการชุมนุมต่อหัวหน้าสถานีตำรวจล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และขอให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมปฏิบัติตามหน้าที่และกฎหมาย ไม่ยุยง ส่งเสริม ชักจูงให้กระทำความผิด หรือก่อให้เกิดความเดือนร้อนรำคาญเกินสมควรแก่เหตุ ไม่พกพาอาวุธ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ตลอดจนปฏิบัติตามคำแนะนำ เงื่อนไขหรือคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย  โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบังคับใช้ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558, แผนดูแลการชุมนุมสาธารณะฯ ตามมติคณะรัฐมนตรี (วันที่ 25 สิงหาคม 2558) และแผนชุมนุม 63 (ตร.) รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นแนวทางในการบริหารจัดการฯ 

สำหรับประชาชนทั่วไป ขอประชาสัมพันธ์หลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจรบริเวณถนนสามเสน หน้ารัฐสภาตลอดห้วงเวลาการประชุมสภาฯ ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ของวันที่ 13 ก.ค.เป็นต้นไป

โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า “ ผบ.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ทั้งประชาชนที่สัญจรไปมาและที่มาร่วมชุมนุม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเฝ้าฟัง ติดตามสถานการณ์ และจัดเตรียมแผน รองรับการปฏิบัติต่างๆ แก้ไขปัญสภาพการจราจร ตลอดจนแผนเผชิญเหตุ มอบหมายผู้รับผิดชอบพื้นที่ต่างๆ ไว้ให้ครอบคลุมพื้นที่ กทม. และขับเคลื่อนการปฏิบัติการผ่านระบบ ศปก.ตร. และ ศปก.ทุกระดับ โดยได้เตรียมการรองรับและซักซ้อมการปฏิบัติไว้เรียบร้อยแล้ว จึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยเป็นไปด้วยดี”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เชิญชวนประชาชน “ทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ 40 ข้อ ได้รับ Whoscall Premium ใช้ฟรี 1 ปี และลุ้นรับ iPhone 14 จำนวน 60 เครื่อง ” 

เนื่องจากในรอบสัปดาห์  มีการรับแจ้งความออนไลน์คดีปลอมเสียงเป็นบุคคลอื่นโทรศัพท์หลอกลวงเพื่อยืมเงิน สร้างความเสียหายและความกังวลให้กับพี่น้องประชาชน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. เป็นห่วงพี่น้องประชาชน ที่อาจจะตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง  ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.   หัวหน้าคณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและ พล.ต.ท.ธัชชัย  ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วยคณะทำงาน แถลงข่าวเตือนภัย เมื่อวันที่ 12  ก.ค.2566 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

พล.ต.อ.สมพงษ์  ชิงดวง  ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.กล่าวว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (2-8 ก.ค.2566)  มีสถิติการรับแจ้งความคดีออนไลน์มากที่สุดยังเป็นคดีเดิมๆ  5 อันดับ ได้แก่  อันดับ 1)  คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 2) คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ   3) คดีหลอกลวงให้กู้เงิน  4) คดีหลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ฯ และ 5) คดีข่มขู่ทางทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มองในภาพรวมแล้ว สถิติการรับแจ้งลดลงเพียงเล็กน้อย จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนได้รับทราบ สำหรับคดีออนไลน์ที่คนร้ายนำมาหลอกลวงซ้ำเติมประชาชนในช่วงนี้  คือ ลำดับ 7 การแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน  และจากการตรวจสอบสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ทั้งหมด มีการรับแจ้ง จำนวน 10,425 เคส ความเสียหาย 370 ล้านบาทเศษ โดยคนร้ายใช้วิธีการปลอม Facebook  ไลน์ และโทรศัพท์หลอกลวงเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน แต่ช่วงนี้คนร้ายใช้วิธี“ปลอมเสียง”เป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน  ซึ่งเป็นการพัฒนาวิธีการหลอกลวงของคนร้าย ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนต้องแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ

พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา  กิตติถิระพงษ์  รอง ผบก.ตอท.บช.สอท. กล่าวว่า  ก่อนหน้านี้คนร้ายจะโทรศัพท์หาเหยื่อ แกล้งถามว่า “ทำอะไรอยู่และจำได้หรือไม่ว่าเป็นใคร”  เหยื่อพยายามคิดว่าเสียงเหมือนใคร แล้วบอกชื่อไป  คนร้ายจะสวมรอยเป็นคนนั้นทันที   แล้วบอกว่าเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือ   จากนั้นให้เหยื่อบันทึกชื่อใหม่ไว้  วันต่อมาคนร้ายโทรศัพท์มาอ้างว่ามีเรื่องต้องใช้เงินด่วน  ซื้อของแล้วเงินไม่พอ หรือมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินอื่นๆ  แต่ลืมเอาบัตรเอทีเอ็มมา หรือแอปพลิเคชันธนาคารใช้ไม่ได้  แล้วแจ้งเลขบัญชีม้าเพื่อให้โอนเงินให้ โดยรับปากว่าจะคืนเงินให้ตอนเย็น   สำหรับช่วงนี้คนร้ายใช้โปรแกรม แอปพลิเคชัน หรือเทคนิคใดๆ ปลอมเสียง แล้ว โทรศัพท์หาเหยื่อโดยเรียกชื่อเหยื่อได้อย่างถูกต้อง  และบอกชื่อคนที่ถูกปลอมเสียงให้เหยื่อทราบ  แล้วหลอกให้โอนเงินโดยใช้วิธีการเดียวกันข้างต้น
จุดสังเกตุ 

1.  คนร้ายมีข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์  ชื่อ หน้าที่การงาน ความสัมพันธ์ของคนที่ถูกแอบอ้างและเหยื่อ 
2. ชื่อบัญชีธนาคารที่รับโอนเงิน (บัญชีม้า) ไม่ตรงกับคนที่คนร้ายแอบอ้าง 
วิธีป้องกัน 
1. ให้สอบถามรายละเอียดเชิงลึกระหว่างคนที่ถูกแอบอ้างกับเหยื่อหรือผู้ที่ได้รับโทรศัพท์คนร้าย  
2. ให้ติดต่อกลับทางช่องทางอื่น เช่น ไลน์  facebook  หรือหมายเลขโทรศัพท์เดิม  
3. กรณีให้โอนเงินเข้าบัญชีคนอื่นหรือบัญชีม้า โดยอ้างว่าเป็นบัญชีของเลขา  ร้านค้า  เพื่อน หรืออื่นๆ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นคนร้าย 
4. ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่คนร้ายใช้ด้วยแอปพลิเคชัน Whoscall (เป็นแอปพลิเคชันแจ้งเตือนเบอร์มิจฉาชีพที่โทรเข้ามาได้เบื้องต้น)
ในทางเทคนิคแล้วผู้เชี่ยวชาญแจ้งว่ากรณีคนร้ายปลอมเสียงผู้อื่นนั้นสามารถทำได้ แต่ยังไม่ได้มีการนำเสียงที่คนร้ายใช้ เปรียบเทียบกับเสียงจริงของบุคคลที่ถูกคนร้ายแอบอ้าง  จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าได้มีการนำเทคโนโลยีตามที่ปรากฎเป็นข่าวมาใช้หลอกคนไทยแล้วหรือไม่  แต่จากข้อมูลการใช้  voice.ai มาหลอกลวงนั้น  ส่วนใหญ่จะเป็นการหลอกญาติหรือคนรู้จักที่คอนข้างสนิทกัน  ต้องมีตัวอย่างเสียงคนถูกแอบอ้างและรู้ข้อมูลผู้ถูกแอบอ้างและเหยื่อในระดับหนึ่ง  

พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์  จันทร์ถาวร รอง ผบช.สอท. กล่าวว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์               ผบ.ตร. ตระหนักดีว่า  การควบคุมอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  จำเป็นต้องใช้การปราบปรามควบคู่ไปกับการป้องกันไม่ให้เหตุเกิด   สำหรับวิธีการป้องกันนั้นต้องใช้วิธีสร้างภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้แก่ประชาชนได้รู้เท่าทันกลโกงและวิธีการหลอกลวงของคนร้าย  จึงสั่งการให้จัดทำแบบทดสอบโดยอาศัยแผนประทุษกรรมของคนร้าย  สถิติและประเภทคดี  มาวิเคราะห์และจัดทำแบบทดสอบ  หากประชาชนได้อ่านและทำแบบทดสอบจนครบทั้ง 40 ข้อ แล้วจะทำให้รู้ว่าคนร้ายใช้จุดอ่อนด้านใดของเหยื่อมาหลอกลวง  วิธีการหลอกลวงของคนร้าย  วิธีรับมือคนร้าย  และวิธีป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ  อีกทั้งจะทำให้มีความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ในการป้องกันตนเองและผู้อื่นได้ จะขอให้ พล.ต.ต.ปรัชญา  ประสานสุข รอง ผบช.ภ.2 ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแบบทดสอบให้ทราบ
พล.ต.ต.ปรัชญา  ประสานสุข รอง ผบช.ภ.2 กล่าวว่า แบบทดสอบสำหรับประชาชน  จะมีอยู่ด้วยกัน 40 ข้อ จะเปิดให้ประชาชนเริ่มทำข้อสอบได้ ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 30 กันยายน 2566 โดยสามารถเข้าทำแบบทดสอบได้ใน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1) สแกนคิวอาร์โค้ด 2) เข้าเว็ปไซต์ไซเบอร์วัคซีน และ 3) ทำแบบทดสอบเมื่อครูไซเบอร์ไปให้ความรู้ในพื้นที่ โดยเป็นการเข้าแบบทดสอบผ่าน Google Form สำหรับทำแบบทดสอบ ( หากไม่ชิงรางวัล สามารถทำแบบทดสอบได้เลย ) และจะสามารถดูเฉลยได้เมื่อทำข้อสอบเสร็จ กด "ดูคะแนน" 

กรณีต้องการรับสิทธิเพื่อชิงรางวัลต้องดำเนินการ ดังนี้
1. กดลิงก์ "เข้าเว็บไซต์ไซเบอร์วัคซีน" จาก Google form  หรือ เข้าผ่านเว็บไซต์  
http://www.เตือนภัยออนไลน์.com   และสมัครใช้งานและเข้าสู่ระบบไซเบอร์วัคซีนผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว (เข้าสู่ระบบผ่านไลน์) 
2. ทำการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน  หรือแอปพลิเคชัน THaiD 
3. หน้าแรกของระบบไซเบอร์วัคซีน จะมีปุ่ม "ทดสอบ 40 คำถามสำหรับประชาชน"  ให้กดเพื่อทำแบบทดสอบ
4. เลือกยืนยันความสมัครใจรับการทดสอบ และ กรอกอีเมล  กรณีต้องการทราบผลคะแนนทางอีเมล
กรณีที่ทำข้อสอบครบ 40 ข้อแล้ว  จะได้รับ Whoscall Premium Gift Code ฟรี ซึ่งสามารถใช้บริการ Whoscall Premium Feature ได้ฟรี เป็นระยะเวลา 1 ปี หากทำแบบทดสอบได้คะแนนตั้งแต่ 35 ข้อ หรือคิดเป็น 87.5 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไป จะมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล iPhone 14 และสามารถติดตามการจับรางวัลได้ทางช่องทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com   โดยประชาชนสามารถทำแบบทดสอบได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง  สำหรับประชาชนที่ทำแบบทดสอบไปก่อนหน้านี้  แต่ต้องการได้รับสิทธิลุ้นรางวัล สามารถทำแบบทดสอบใหม่ได้ แต่จะได้รับสิทธิ Whoscall Premium และสิทธิลุ้น iPhone 14 เพียง 1 สิทธิ  เท่านั้น

นาย กชศร ใจแจ่ม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท Gogolook จำกัด กล่าวว่า บริษัท Gogolook จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Whoscall ในประเทศไทยเล็งเห็นถึงปัญหาอาชญากรรมทาง เทคโนโลยีของประเทศ และจำนวนอาชญากรรมที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้น และมูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง บริษัท Gogolook จำกัด จึงได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ คณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันภัย อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (CYBER VACCINATED) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยบริษัท Gogolook จำกัด ได้สนับสนุน คณะทำงานในหลายๆ ด้าน เพื่อให้โครงการนี้ได้รับผลตอบรับที่ดี และสัมฤทธ์ผล โดยเริ่มจาก การสนับสนุน Whoscall Premium Gift Code ให้ผู้ที่เข้าร่วม ทำแบบทดสอบจำนวน 40 ข้อ เพื่อการเข้าใจ ถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 30 กันยายน 2566 โดยผู้ที่ได้เข้าร่วมทำแบบทดสอบ จำนวน 40 ข้อ เมื่อทำแบบทดสอบทั้ง 40 ข้อเสร็จสิ้น จะได้รับ Whoscall Premium Gift Code ฟรี ซึ่งสามารถใช้บริการฟีเจอร์เสริมต่างๆ จาก Whoscall Premium ได้ฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยฟีเจอร์พรีเมียม ของ Whoscall เป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Whoscall เองให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว Whoscall เป็น แอปพลิเคชัน ที่ให้บริการฟรีอยู่แล้ว แต่หากมีการสมัคร Whoscall Premium ก็จะได้รับ ฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกสบายและการป้องกันขั้นสูงสุดได้แก่
● การอัปเดตฐานข้อมูลเบอร์โทรศัพท์มิจฉาชีพ  และฐานข้อมูลของเบอร์โทรศัพท์ในระบบแบบอัตโนมัติ 
ทำให้ผู้ใช้มีฐานข้อมูลล่าสุดอยู่ตลอด
● การ Block Spam Call แบบอัตโนมัติ สามารถบล็อกสายมิจฉาชีพได้ทันที
● Smart SMS Assistant ระบบการช่วยจัดการข้อความที่มีความเสี่ยง สามารถจัดหมวดหมู่ SMS และ 
สแกนลิงก์อันตรายใน SMS
● URL Scanner สามารถนำลิงก์ URL มาตรวจสอบความปลอดภัย
● การใช้บริการ Whoscall โดยปราศจากสื่อโฆษณาต่างๆ
นอกจากประโยชน์ที่ได้กล่าวมาข้างต้น Whoscall ยังคงพัฒนาระบบต่างๆเพิ่มขึ้นโดยตลอด เพื่อให้ผู้ใช้ บริการ Whoscall ได้รับความปลอดภัยเพิ่มขึ้น และลดอัตราความเสี่ยงต่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

โดยนอกจากการสนับสนุน Whoscall Premium Gift Code แก่คณะทำงานแล้ว บริษัท Gogolook จำกัด จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของ CYBER VACCINATED เพื่อให้โครงการดังกล่าว ประสบผลสำเร็จ ตามความตั้งใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถลดจำนวนอาชญากรรม และผลกระทบ จากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้
 
พล.ต.อ.สมพงษ์  ชิงดวง  กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติผนึกกำลังส่วนราชการ เอกชนและภาคีเครื่องข่ายทำพิธีเปิดการรณรงค์  “ผนึกกำลังร่วมใจ ต้านภัยไซเบอร์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน รู้ทันกลโกง” เพื่อประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนให้ประชาชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์  โดยใช้ข้อความที่เป็นสาระสำคัญ เดียวกันคือ “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน รู้ทันกลโกง” อีกทั้งได้มีการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้ทำแบบทดสอบ วัคซีนไซเบอร์จำนวน 40 ข้อ เพื่อรับสิทธิพิเศษ และลุ้นรับรางวัล ดังกล่าวข้างต้น และเชื่อมั่นว่าหากพี่น้องประชาชนได้ทำแบบทดสอบ  วัคซีนไซเบอร์ ทั้ง 40 ข้อ จะทำให้มีภูมิคุ้มกันหรือมีวัคซีนไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน  จึงขอประชาชนสัมพันธ์เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนได้ทดสอบความรู้ ตามแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์(สำหรับประชาชน) ได้ ดังนี้
1. สแกน QR Code หรือตามลิงก์นี้ https://rb.gy/hl5ff 
2. ช่องทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com และ https://pctpr.police.go.th  
3. ช่องทางตามที่ครูไซเบอร์  ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบ
และขอให้ช่วยกันแชร์เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบและทำแบบทดสอบจะได้มีภูมิคุ้มกันภัยกันทุกคน สำหรับภัยออนไลน์ที่คนร้ายแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นหลอกลวงขอยืมเงินนั้นมีหลายรูปแบบ  และคนร้ายได้พัฒนารูปแบบใหม่ๆ ดังนั้นจึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารถึงวิธีการของคนร้าย จุดสังเกต และวิธีป้องกัน จะได้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ และเพื่อให้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ในรูปแบบใหม่  สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้จาก เว็บไซต์ และเพจ เตือนภัยออนไลน์ หมายเลขโทรศัพท์ 081-866-3000 หรือโทรสายด่วน 1441

ทช. ร่วมกับ อส. มอบประกาศนียบัตร ให้กับนักอนุรักษ์ในโครงการ Sea You Strong ทะเลคือหัวใจของไทย อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล

วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) จัดพิธีมอบใบประกาศนียบัตรแก่ทีมว่ายน้ำในการรณรงค์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ซึ่งได้รับเกียรติจากนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อทช.รรท.ออส.) เป็นประธานในพิธีฯ โดยมีคุณสิรณัฐ สก๊อต (คุณทราย) นำทีมนักอนุรักษ์ จัดโครงการ Sea You Strong ทะเลคือหัวใจของไทย อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ที่ว่ายน้ำข้ามทะเลอันดามันเป็นระยะทางกว่า 70 กิโลเมตร ผ่าน 3 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ พังงา และภูเก็ต เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแล รักษา ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นพลังของ "คนรุ่นใหม่" หรือ Soft Power

นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้คนหันมาหวงแหน และรักษ์ทะเลไทยมากขึ้น พร้อมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอันดามันให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้รู้จักความสวยงามของทะเลไทยมากยิ่งขึ้น ในการนี้ได้มีนายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมลำแพน ชั้น 9 กรม ทช. 

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อทช.รรท.ออส.) กล่าวย้ำว่า ตนได้มีแนวคิดในการนำกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผสานการทำงานร่วมกันปกป้องและคุ้มครองทรัพยากรบนบกสู่ทรัพยากรทางทะเลให้เป็นหนึ่งเดียว โดยทั้งสองหน่วยงานพร้อมจะเป็นแรงสนับสนุนให้การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณคุณทรายและทีมงาน ที่ทุ่มเทและเสียสละเวลาในการดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนทั้งในชุมชนและสังคมเมือง ตลอดจนสร้างความเข้าใจต่อสิ่งต่างๆ ที่โลกกำลังเผชิญจากการใช้ทรัพยากรของมนุษย์ และถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเครื่องมือสื่อสมัยใหม่ ผ่านโครงการ Sea You Strong กับภารกิจว่ายน้ำข้ามทะเลฝั่งอันดามัน เริ่มจากกระบี่ พังงา และไปสิ้นสุดที่ภูเก็ต รวมระยะทางราว 70 กิโลเมตร เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม คืนความอุดมสมบูรณ์ให้ท้องทะเลอีกด้วย

นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) กล่าวว่า สำหรับการว่ายน้ำข้ามทะเลในครั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว และมีภารกิจหลักในการส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มอบใบประกาศนียบัตร พร้อมเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ "รักษ์ทะเล ชั้น 2 (เข็มเงิน)" ให้แก่ทีมว่ายน้ำ ทีมพายเรือ และทีมรักษาความปลอดภัยในโครงการ Sea  you strong เพื่อเชิดชูเกียรติคุณงามความดีให้กับนักอนุรักษ์ที่ร่วมโครงการ สำหรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติฯ นี้ มีเจตนารมณ์มอบให้กับผู้ซึ่งมีจิตอาสาดำเนินกิจกรรมทางด้านการสงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ด้วยความเสียสละและอุทิศตนในการปฏิบัติงานเพื่อส่วนรวม และดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้คงความอุดมสมบูรณ์สืบไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top