Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

ฤาทางออก 'การคลังไทย' จะไปรอดได้ในสังคมผู้สูงอายุ หากให้สวัสดิการ เฉพาะกับคนที่เสียภาษีให้รัฐเท่านั้น?

(17 ส.ค.66) จากเฟซบุ๊ก 'Chalermporn Tantikarnjanarkul' โดยคุณเฉลิมพร ตันติกาญจนากุล ได้โพสต์แสดงความเห็นถึงแนวทางที่จะทำให้การคลังไทยไปรอดในสังคมผู้สูงอายุ ไว้ว่า...

ความจริงที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือ ถ้าอยากให้ฐานะการคลังของไทยไปรอดในสังคมผู้สูงอายุ ทางที่ดีที่สุด ยุติธรรมที่สุด ไม่ใช่หาเงินมาทำสวัสดิการถ้วนหน้า หรือเลือกช่วยเฉพาะคนลำบากยากเข็ญ เพื่อลดรายจ่ายลงให้ได้มากที่สุดแบบที่พยายามทำ

แต่เป็นการให้สวัสดิการ เฉพาะกับคนที่เสียภาษีให้รัฐเท่านั้น จ่ายมาเกินกี่ปี ถึงได้สิทธิก็ว่าไป

ใครจ่ายก็ได้ ใครไม่จ่ายก็อด ก็ตรงไปตรงมา

แต่ไม่มีใครกล้าบอกแบบนี้ เพราะจะกลายเป็นคนใจร้าย ไร้น้ำใจ 

ปัญหาคือถ้านับในปัจจุบัน คนที่ไม่เคยเข้าระบบภาษีเงินได้เลยน่าจะมีอยู่มาก และอาจมีจำนวนไม่น้อยที่อยู่ไม่ได้ หากไม่พึ่งสวัสดิการ หากทำแบบนี้ อาจจะเป็นการปล่อยคนเป็นล้าน ๆ คนให้จมน้ำโดยไม่เหลียวแล

ถ้าทำเลยไม่ได้ เราอาจใช้การประกาศล่วงหน้า เช่น ในอีก 10 ปีข้างหน้า ใครที่ไม่เคยเสียภาษี ไม่มีสิทธิได้รับสวัสดิการใด ๆ แล้วนะ ระหว่างนี้ ก็อุดรูรั่วทางภาษี เอาคนมาเข้าระบบให้หมด ให้ฐานรายได้กว้างขึ้น จะได้มีเงินมากพอไปช่วยคนที่จนมาก เอาตัวไม่รอดจริง ๆ

แต่แน่นอน ก็จะมีคำถามตามมาว่า ถ้าเข้าระบบภาษีแต่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี เลยไม่ต้องเสียเลย ฉันอยู่กลุ่มไหน?

และคำถามคลาสสิกตลอดกาลอย่าง

ถึงไม่เคยเสียภาษีเงินได้แต่ฉันก็เสียภาษีมูลค่าเพิ่มนะเฟ้ยยยย ใครบอกฉันไม่เสียภาษี!

ผมว่าเราเลิกเพ้อฝันแล้วอยู่กับความจริง แล้วเริ่มทำทุกอย่างให้มันถูกร่องถูกรอยเสียตั้งแต่วันนี้ ยอมรับก่อนว่ายังไง ฐานภาษีตอนนี้ ก็แบกทุกคนไม่ไหวแน่ ๆ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่เข้ามาช่วยกันแบก

‘นิวยอร์ก’ สั่งแบน ‘ติ๊กต๊อก’ บนอุปกรณ์ของรัฐฯ อ้าง ห่วงความปลอดภัยต่อเครือข่ายของเมือง

(17 ส.ค. 66) นครนิวยอร์กสั่งห้ามการใช้งาน ‘ติ๊กต๊อก’ แอปพลิเคชันดังของจีนบนอุปกรณ์ของรัฐบาล โดยอ้างข้อห่วงกังวลด้านความปลอดภัย ทำให้นิวยอร์กกลายเป็นเมืองล่าสุดในสหรัฐฯ ที่มีคำสั่งห้ามดังกล่าว หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีหลายรัฐในสหรัฐฯ ที่มีคำสั่งห้ามดังกล่าวไปก่อนหน้านี้

‘ติ๊กต๊อก’ เป็นแอปที่มีการใช้งานในหมู่ชาวอเมริกันมากกว่า 150 ล้านคน เป็นของบริษัทไบท์แดนซ์ ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีของจีน ต้องเผชิญกับข้อเรียกร้องและแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐที่ต้องการให้มีการสั่งห้ามการใช้งานทั่วประเทศ เนื่องจากกังวลต่ออิทธิพลของจีนที่อาจเกิดขึ้นตามมา

‘อีริค อดัมส์’ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ระบุในแถลงการณ์ว่า ติ๊กต๊อกเป็นภัยคุกคามด้านความปลอดภัยต่อเครือข่ายทางเทคนิคของเมือง แม้ว่าติ๊กต๊อกจะยืนยันว่า ไม่ได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งานในสหรัฐฯ กับรัฐบาลจีน และยังมีการกำหนดมาตรการสำคัญเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งานติ๊กต๊อกอีกด้วย

ภายใต้คำสั่งล่าสุดนี้ หน่วยงานในนครนิวยอร์กจะต้องลบแอปติ๊กต๊อกออกภายใน 30 นาที และพนักงานจะไม่สามารถเข้าถึงแอปและเว็บไซต์บนอุปกรณ์และเครือข่ายใดๆ ของเมืองได้อีกต่อไป

‘บิ๊กตู่’ เปรียบประเทศไทยเป็นรถไฟ ต้องเดินไปข้างหน้า หัวขบวนต้องดี ไม่งั้นล้มทั้งขบวน

(17 ส.ค. 66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางตรวจราชการ จ.สระบุรี เข้าตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ ณ พื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ฯ สถานีรถไฟหินลับ ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี 

ทั้งนี้ระหว่างรับฟังบรรยายสรุปนายกฯ กล่าวว่า ให้ผู้มีรายได้น้อยได้เข้าใจว่ารัฐบาลได้ทำอะไรให้เขาต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจนี่คืออนาคตประเทศ ซึ่งหลายๆอย่างทำมาได้ดีแล้ว ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหน้าทำอะไรได้มากกว่า ซึ่งรัฐบาลวางยุทธศาสตร์ไว้แล้ว ต้องขอบคุณกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทยและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งมีหลายเรื่องเดินตามยุทธศาสตร์ชาติไม่ใช่ไปห้ามใครทำอะไรอยากจะทำอะไรก็ทำไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ 6 ข้อ ก็สามารถทำได้หมด เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า และทั้งหมดตอบคำถามได้ก็จบ ไม่ได้ไปห้ามให้ทำอะไร ยุทธศาสตร์ชาติสามารถปรับได้ตลอดเวลา ถ้าไม่มียุทธศาสตร์ชาติก็จะเดินสะเปะสะปะไป ซึ่งก็แล้วแต่แล้วกัน หลายคนก็บอกว่ามีไว้ทำไม ขอให้อ่านดูก่อน ทุกเรื่องถ้าไปจับเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่เข้าใจกัน ต้องอ่านกฎหมายก็ต้องอ่านให้หมด

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ขึ้นขบวนรถไฟหมายเลข 3 บชส.1221 จัดเฉพาะระยะทาง 300 เมตร ไปยังบริเวณอุโมงค์ผาเสด็จ โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้นั่งมาหลายปีแล้ว ซึ่งเราชอบขนมอาหารที่ขาย ข้างทางรถไฟเช่น ข้าวเหนียวเนื้อ

ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกภูมิใจหรือไม่กับผลงานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องภูมิใจไปด้วยกัน ไม่ใช่จะว่ากันไปกันมามันก็จะไม่เสร็จ เมื่อถามว่าถือเป็นรถไฟขบวนสุดท้ายของรัฐบาลนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อะไรสุดท้ายมีตั้งหลายขบวน รถไฟมันไม่มีวันสิ้นสุดอยู่แล้ว ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าไม่มีวันสิ้นสุดอยู่แล้ว ถ้าทุกคนช่วยกันทำมันก็ไปข้างหน้าได้ มันถึงเกิดได้ไงฉะนั้นรถไฟยังมีหัวขบวน ถ้าหัวขบวนดีก็ไปได้ตลอด ถ้าหัวขบวนไม่ดีก็ล้มทั้งขบวน มันไปไม่ได้เข้าใจหรือเปล่า เข้าใจไหม

เมื่อถามว่าจะฝากไปถึงรัฐบาลใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ไปเกี่ยวกับเขาหรอก ก็เรื่องของเขาสิ เราทำไว้ให้หมดแล้ว

เมื่อถามว่าวันนี้ถือว่าอากาศดีแล้วใช่หรือไม่ เพราะบนท้องฟ้าพระอาทิตย์กำลังทรงกลด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เหรอ โชคดีของพวกเธอ ขอให้ประเทศชาติโชคดีด้วยก็แล้วกัน

เมื่อถามว่าถือว่าโครงการรถไฟนี้เป็นไปตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าก็ใช่ ในเร็ว ๆ นี้ก็จะเสร็จอีกหลายช่วง มันก็ไม่ง่ายนักการก่อสร้างอะไรแต่ละอย่าง ซึ่งจากเดิมวิ่ง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เวลานี้วิ่งได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตรงนี้เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้สรุปให้ฟัง การเดินทางจะเร็วขึ้น และจะไปเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงด้วย ที่จังหวัดหนองคายคู่ขนานกันไปจะทำให้คอขวดจุดนี้หายไป เพราะก่อนหน้านี้ตรงนี้เป็นพื้นที่คอขวดที่เดินทางขึ้นเขาไม่ได้ การเดินทางช้า ขอให้ลงรายละเอียดจะได้เข้าใจกัน การที่เราพูดเยอะเพราะอยากให้ได้รับรู้รายละเอียด ถ้าจับตรงนั้นตรงนี้ของคนนั้นคนนี้มาพูดมันก็ตีกันอยู่อย่างนี้ สื่อก็ต้องช่วยกันหาเหตุผลว่ามันใช่หรือไม่ใช่ มันเป็นอย่างไรข้อเท็จจริงก็จะไม่ทะเลาะกันเข้าใจหรือไม่ สิ่งนี้ใครได้ประโยชน์ นายกฯ ได้หรือ ตรงนี้นายกฯ ไม่ได้ แต่คนที่ได้คือประชาชนรัฐบาลก็ต้องทำแบบนั้น ใช้งบประมาณให้เกิดความสมดุลพูดง่าย ๆ

เมื่อถามว่าเป็นการฝากไปยังรัฐบาลใหม่ด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ต้องฝากก็ส่งต่อไปบางอันอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและบางอันเป็นโครงการอยู่แล้วก็หวังว่าเขาจะทำต่อ

จากนั้นขบวนรถไฟได้เคลื่อนตัวออก ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่าขบวนรถไฟนี้ยังมีเสี่ยหนูนั่งอยู่ด้วย ขณะที่ นายอนุทิน นั่งอยู่ด้านหลังนายกฯ ถึงกับหัวเราะเสียงดังชอบใจ 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะต่อขบวนกันไปแบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม 

เมื่อถามย้ำว่าจะฝากนายอนุทินไปสานงานต่อในรัฐบาลหน้าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฝากทุกคนนั่นล่ะ ฝากเสี่ยหนูก็ฝาก 

เมื่อถามว่าฝากไปถึงรัฐบาลหน้าด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไปถามนายกฯ ใหม่เขานู้น จังหวะนี้ทำให้นายอนุทินถึงกับหัวเราะ ก่อนที่นายอนุทินจะพูดกระเซ้านักข่าวพร้อมโบกมือกล่าวว่า “ลาก่อน”

‘เจมส์’ ปล่อยผ่านคนวิจารณ์รูปร่างแฟนสาว ‘โฟกัส’ เผยข่าวดี!! หวานใจเร่งฟิตหุ่น เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว

ถูกชาวเน็ตบูลลี่เรื่องรูปร่างอย่างหนัก สำหรับ ‘โฟกัส จิระกุล’ หวานใจหนุ่ม ‘เจมส์ BOY หรือ ‘กิจเกษม แมคแฟดเดน’ ที่แม้ปัจจุบันจะอวบมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 66 หนุ่มเจมส์ เดินทางมาทำงานเป็นพิธีกรในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง ‘Blue Beetle’ ที่ SF World Cinema เซนทรัลเวิลด์ จึงได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่แฟนสาวถูกบูลลี่จากชาวเน็ตอย่างหนักถึงเรื่องรูปร่างที่อวบขึ้น พร้อมทั้งเผยเรื่องเซอร์ไพรส์ ว่ามีแพลนให้โฟกัสลดหุ่น เพื่อเตรียมสู่ขอฝ่ายหญิงและทำพิธีหมั้นหมายต่อไป

โฟกัส โดนบูลลี่เรื่องรูปร่าง?
เจมส์ : “ใช่ครับ โดนมาตลอดเรื่อยๆ อยู่แล้ว บ่างคนใช้โซเชี่ยลเป็นที่ระบาย เราก็รู้ว่าเจตนามาแบบไหน ไม่ได้ซีเรียสครับ ผมเป็นแฟนเขาผมแฮปปี้ เขาแฮปปี้ผมแฮปปี้ครับ”

เบื่อไหม ทำไมไม่หยุดกันสักที?
เจมส์ : “เหมือนเป็นสิ่งที่เราต้องเจอเรื่อยๆ ถามว่าเบื่อไหม เบื่อครับ มีนชอบไม่ได้เนอะ แต่อยู่ที่เราจะจัดการกับความรู้สึกยังไง แต่ผมแฮปปี้กับการที่น้องเขากิน พาน้องเที่ยว ที่ส่วนหนึ่งเขาเป็นแบบนี้ได้ก็ต้องโทษผมด้วย ผมเป็นคนที่เอาใจสุดๆ สปอยสุดๆ ก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของครับผม โทษใครไม่ได้”

นอยด์มั้ย?
เจมส์ : “ไม่ครับ โฟกัสเป็นคนไม่นอยด์ มีผมนี่แหละเป็นคนนอยด์แทน บางทีไลฟ์อยู่มีคนทักมาทักแบบน่าโดนด่ามาก ผมก็ด่าเลย จบๆไป ครับ เรามาพบปะผู้คนในโซเชี่ยลเราก็อยากเจอแต่ด้านดีๆ อารมณ์ดีๆ แต่บางทีไม่ได้จริงๆ ก็ต้องจัดสักหน่อย”

มีข้อความที่ทนไม่ได้เลยเยอะไหม?
เจมส์ : “เยอะครับ บางทีมามาดจีบก็มีนะครับ ผมก็นั่งอยู่ข่างๆ เนี่ย ผมก็ทนไม่ไหว ยังดูไม่ออกกันอีกเหรอว่าใครเป็นใคร แต่เราก็ต้องจัดระเบียบให้เป็นครับ”

ดูแลอารมณ์ยังไง มีคนมาจีบกลางไลฟ์?
เจมส์ : “บางมีก็หลุดบ้างครับ ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก บางทีผมก็ด่าบ้าง ด่าเลยครับ เหมือนกันเนอะ ก็มีน็อตหลุดบางครั้ง แต่ก็ตัดอารมณ์ตัวเอง เน้นพูดคุย เอาฮาใส่ครับ ขำๆ ไป”

โฟกัสจัดการยังไง ถ้ายังมีคอมเมนต์มาเรื่อยๆ ?
เจมส์ : “โฟกัสเขาเก่งนะครับ เขาเป็นคนที่อยู่เป็น เขาดูแลตัวเองเป็น เขาไม่ปล่อยให้เสียงแบบนี้มาทำร้ายเขา เขาแฮปปี้ได้ผมก็แฮปปี้ครับ”

มีจะดำเนินการใดๆ ไหม?
เจมส์ : “ไม่ครับ ยกเว้นบางอันที่เกินไป ก็มีดำเนินคดีบ้าง ถ้ามันต้องขนาดนั้นก็ทำครับ แต่เราจัดระเบียบได้ ไม่มีปัญหา ผมกับโฟกัสแฮปปี้ครับ”

มีคุยกันไหม ชวนกันไปฟิตให้ดู?
เจมส์ : “มีๆ นี่ๆ มีข่าวดีครับ โฟกัสเองเขาก็อยากจะเริ่มดูแลตัวเองครับ เป็นเพราะสัญญาณหลายๆ อย่าง ก็รอดูครับ ผมก็รอดูเหมือนกัน”

มีข้อเสนอข้อแลกเปลี่ยนกัน?
เจมส์ : “มีแน่นอนครับ ผมมีมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมามีปฏิกิริยาครับ ข้อเสนอดีๆ ผมมั่นใจเป็นเรื่องดีแน่นอน ถ้ารักกันดีแน่นอน (กิโลละหมื่น?) ผมกล้าพูดเลยว่าเขาเริ่มเอาจริงแล้ว ถ้าน้องทำได้พี่จะให้รางวัลใหญ่ที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้จะให้ได้เลย เต็มที่ครับ เป็นกำลังใจให้น้องเขาเรื่อยๆ ครับ”

เริ่มเร็วๆ นี้ใช่ไหม?
เจมส์ : “อีกไม่กี่วันครับ รออีก 3 วันจะเริ่มกระบวนการแล้ว เดี๋ยวรอดูโฟกัสจะสวยครับ”

อะไรที่ทำให้ทั้งสองคนไม่ริดลบไปตามคอมเมนต์?
เจมส์ : “เพราะว่าเราไม่ได้ยึดติดแง่ลบมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งส่วนเสี้ยวเล็กๆ จริงๆ ทุกอย่างมันดี เราแฮปปี้ ด้านดีๆ มีอีกเยอะ แต่แค่เราไม่ได้พูดถึงมัน เราอย่าไปสนใจกับเรื่องเล็กๆ มีบางทีมันสะกิดใจเรา เหมือนเส้นผมบังภูเขาครับ อย่าไปยึดครับ”

ที่บอกว่ารางวัลใหญ่ที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะให้ได้ หมายถึงจะขอแต่งงานใช่ไหม?
เจมส์ : “อู้ย รอดูครับ ใจพยายามอยู่ (ให้สวยเพื่องานสำคัญ?)ใช่ ต้องสวยเพื่องานสำคัญครับ”

ตั้งเป้าไว้ว่าเมื่อไหร่?
เจมส์ : “ไม่ได้รีบ แต่เร่งหน่อยแล้วกัน ก็พยายามครับ ผมเองก็มีแผนอะไรของผู้ชายเนอะ มีระยะเวลาอยู่เราก็อยากเต็มที่ในส่วนของเรา และเชื่อว่าน้องก็เต็มที่เหมือนกัน แต่น้องเพิ่งเริ่มครับ พร้อมเมื่อไหร่พี่ก็พร้อมเมื่อนั้น”

พูดได้เลยว่าเตรียมแต่งงานแล้ว?
เจมส์ : “คิดว่าครับ แต่อย่าเพิ่งถึงแต่งเลย เอาพิธีเล็กก่อนครับ พี่ธีหมั่นก่อนเนอะ เอาหมั่นให้รอดก่อน (ปีนี้เลยมั้ย?) พยายามให้เป็นปีนี้ครับ สู้อยู่ครับ ฝากเป็นกำให้น้องด้วยครับ ถ้าน้องก็ออกมาสวยปังก็เดี๋ยวรอเจอน้องครับ ผมก็เป็นแฟนที่ดีทำงานในแบบของผม และคอยซัพพอร์ตน้องไปเรื่อยๆ ครับ”

‘ดร.เอ้’ ย้อนคลิป เคยเตือนเรื่องความปลอดภัยการก่อสร้าง ปมแผ่นเหล็กสะพานหล่นทับคนงานดับ บริเวณแยกลำสาลี

(17 ส.ค. 66) จากกรณี แผ่นเหล็กร่วงใส่คนงาน ที่บริเวณสะพานข้ามแยกลำสาลี ตัดเสรีไทย โดยเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย เมื่อเวลา 01.50 น. ของวันที่ 17 ส.ค. 66

ล่าสุด นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้แชร์ข่าวดังกล่าว และให้ความเห็นว่า…

“ขนลุก!!! ผมเคยบอกไปแล้วว่า สะพานของ กทม. ข้ามแยกบางกะปิ การก่อสร้างอันตรายมาก ระวังของร่วงลงมาทับคน วันนี้มีคนตายจนได้ ไม่น่าเกิดเลยครับ ผมเสียใจมากจริงๆ”

ทั้งนี้ ยังได้โพสต์คลิปวิดีโอที่ได้โพสต์เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่พาไปดูการก่อสร้างสะพานที่หน้าตลาดบางกะปิ ว่าคอนกรีตร่อนลงมา และสามารถตกใส่หัวคนได้เลย ขณะที่ที่กันของ และบอกว่า เซฟตี้ไม่เคยมาก่อนเลย หล่นใส่ใครถึงตายได้

ทั้งยังได้โพสต์ข้อความว่า “ผมเคยเตือนเมื่อเดือนเมษายน งานก่อสร้างสะพานข้ามแยกบางกะปิ หวาดเสียว ไม่ใส่ใจคน ไม่ได้มาตรฐาน วันนี้คนตายจนได้ นี่คือเรื่องใหญ่ในสังคมไทย เราไม่ควรเพิกเฉย อันตรายใกล้ตัวกว่าที่ท่านคิด อาจเกิดกับใครก็ได้ #สะพานบางกะปิ #แผ่นเหล็กหล่น #องค์กรเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ”

‘มิกค์ ทองระย้า’ สลัดลุคนักแสดง ลงแปลงปลูกผักออร์แกนิก หลังช่วงนี้อินวิถีธรรมชาติ แย้มแพลนสร้างบ้านที่เขาใหญ่

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 66 กลายเป็นคนหลงรักธรรมชาติขั้นสุดอีกคนหนึ่งแล้ว หลังจากได้ลงมือทำแปลงเกษตรสวนครัว และผักสลัดออร์แกนิก บนเนื้อที่ 4 ไร่ ละแวกเขาใหญ่ แถมยังมีแพลนสร้างบ้านไว้อยู่ในระยะยาวอีกด้วย สำหรับพระเอกหนุ่ม ‘มิกค์ ทองระย้า’ ที่พักหลังมานี้โพสต์รูปปลูกต้นไม้ ปลูกพืชปลูกผักแบบรัวๆ

ล่าสุด มิกค์ ที่เดินทางมาร่วมงานแถลงข่าว ‘เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์’ จัดขึ้นที่ควอเทียร์ เฮลิกซ์ การ์เด้นท์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ จึงได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องหลงรักธรรมชาติ ติดใจวิถีชาวสวน รวมถึงเรื่องข่าวที่ว่า ‘อั้ม พัชราภา’ ได้ค่าต่อสัญญา 20 ล้านบาท ไม่ต้องเล่นละคร ไม่ต้องทำกิจกรรมช่องก็ได้

“วันนี้ผมมาร่วมงาน เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย จัดโดย ภัทรพัฒน์ ก็เพิ่งเริ่มรู้จักได้ไม่นาน คล้ายๆ น้ำมันมะกอก แต่ว่ามีประโยชน์มากกว่า ทนความร้อนได้ดีกว่า ไม่ใช่แค่เอามาเป็นน้ำมันอย่างเดียว แต่เอามาบำรุงผิว มีหลายๆ อย่างด้วย เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ดีมากๆ ได้ช่วยเหลือพี่ๆ บนดอยด้วยที่เขาปลูกต้นเมล็ดคามีเลีย ให้เขามีรายได้ครับ ซื้อเป็นของขวัญของฝากให้กับครอบครัวดีมากๆ เลยครับ” มิกค์ กล่าว

อยากลองเอาไปปลูกที่สวนตัวเองไหม?
มิกค์ : “น่าคิดอยู่เหมือนกันครับ แต่ว่าอาจจะยากเพราะมันต้องอยู่สูง 700 เมตรกว่าจากระดับน้ำทะเล ต้องปลูกบนเขาหรือเปล่า”

ที่ของเราเป็นยังไง ปลูกอะไรบ้าง?
มิกค์ : “ค่อนข้างอยู่บนเนินนะ แต่ไม่รู้ว่าสูงได้เท่ากันไหม ตอนนี้ปลูกหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นสวยงาม ไม้ดอก มีคูนขาว คูนเหลือง คูนชมพู ผมปลูกทุกสีเลย ผมชอบสีๆ ต้นหูกระจง ต้นหางนกยูง (เพาะขายไหม?) ปลูกประดับครับ เอามาเป็นไม้ใหญ่แล้วครับ ได้ร่มเงาด้วย”

พืชผักมีมั้ย?
มิกค์ : “มีครับ เป็นผักออร์แกนิก ผักสวนครัวด้วย มีผักคอส มีกรีนโอ้ค เบบี้คอส ผักสวนครัวไทยก็มี โหระพา กะเพรา พริก ปลูกเยอะ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้เองเท่าไหร่ ปลูกเอาไว้พอถึงเวลาต้องตัดก็ต้องตัด เอากินเองด้วย เอามาแบ่งแจกพี่ๆ ที่สนิทสนม เอามากรุงเทพฯ ปลูกแล้วสวยดีมันเป็นแปลงผัก ต้องแจกครับ ค่อนข้างเยอะพอสมควร แม่ผมก็ชอบกินผักอยู่แล้ว”

มีโอกาสขยายจำหน่ายเลยมั้ย?
มิกค์ : “ตอนนี้ยังไม่ถึงขนาดนั้น แน่รอดูอนาคต ผมชอบนะสนุกดี เวลาหลังจากถ่ายละครมาเหนื่อยๆ ก็เหมือนไปพักผ่อนด้วย มีเริ่มตัดตกแต่งกิ่งมีกุหลาบ ปลูกเองบ้างก็มีครับ (ติดใจชีวิตอยู่สวน?) ใช่ๆ พอเวลาทำงานมาเหนื่อยมากๆ หรือติดต่อกันหลายวัน ก็ค่อนข้างคิดถึง ที่ผ่านมาไม่ได้ไป 2-3 อาทิตย์ ผมก็คิดถึงมาก อยากลมเย็นๆ ชิลชิล ถ้ามีโอกาสก็ไปครับ”

มีคิดไหม 5ปี 10ปี จะไปอยู่ประจำ?
มิกค์ : “มีแพลนไว้อยู่แล้วว่าอยากทำบ้านสร้างไว้ที่นู่น แต่ก็ค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง ไม่ได้วางแผน 100 เปอร์เซ็นต์แต่แรก อยากได้อะไรก็ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ผมว่ามันจะค่อยๆ ขึ้นมาเองนะ พอมีโซนนี้มันก็จะเพิ่มตรงนี้ๆ ขึ้นมา อย่างตอนนี้มีโซนสนามหญ้าไว้กางเต็นท์ชิลชิล เรามีสวนแปลงผักออร์แกนิก มีสวนครัวไทย มีห้องรับรองเล็กๆ มีครัวเล็กๆ แต่ยังไม่มีบ้านเป็นเรื่องเป็นราว แต่มีแพลนว่าอาจจะทำเป็นธุรกิจส่วนตัว ทำเป็นคาเฟ่ในอนาคต ที่ตรงนี้ 4 ไร่ ริมถนนเลย วิวดีครับ”

เวลาไปมีใครไปด้วยมั้ย?
มิกค์ : “ยังไม่มีเลยครับ (หัวเราะ) อยู่ที่โน่นมีคนรู้จักอยู่แล้ว พี่ๆ ที่อยู่ใกล้กัน แต่ถ้าเป็นคนใกล้ชิดยังไม่มี ตอนนี้น่าจะเรื่องเวลาที่พอว่างปุ๊บเราก็ไปเขาใหญ่ ยังไม่ได้โฟกัสมาก”

จากรูปและแคปชั่นก็จะรู้สึกได้ว่าเหงา?
มิกค์ : “(หัวเราะ) ผมว่าคนเริ่มคาดหวัง โพสต์ต่อไปคืออะไร ตอนนี้พี่ๆ แฟนคลับ พอเราลงเขาก็จะมาตอบ หรือมาต่อแคปชั่นของเรา ดีนะ สนุกดีน่ารักดี”

แต่เหงาจริงๆ ใช่ไหม?
มิกค์ : “ไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่มีบ้าง เวลาเหงาๆ ก็ไดเร็กต์ (หาใคร?) เพื่อนๆ (มีใครเข้ามาบ้างไหม?) ก็มีครับ แต่ไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น เป็นเพื่อนๆ กันมากกว่า (ยังไม่คลิกกัน?) อืม ยังไม่ได้โฟกัสเต็มที่เรื่องนี้ด้วยนะ ผมน่าจะโฟกัสที่ต้นไม้มากกว่า (ยังไม่โฟกัสคือยังไม่เปิด ยังไม่พร้อม?) ไม่ถึงกับปิดครับ มีคุยเล่นๆ กันยังได้ เพราะว่าถ้าเราคุยกับใครจริงจังสักคนหนึ่ง คือเราต้องมีเวลาให้เขาค่อนข้างเยอะหน่อย (คนที่คุยอยู่เขาเข้าใจสถานะใช่ไหม?) เขารู้แหละ ผมชัดเจน (หัวเราะ)”

ตอนนี้ยังเป็นหนุ่มโสด?
มิกค์ : “ยังโสดครับ (คนที่จะเข้ามาต้องรักต้นไม้ด้วย?) ต้องแล้วล่ะ เพราะว่าผมเริ่มมาทางนี้มากขึ้นแล้ว ต้องชอบธรรมชาติเหมือนกัน (สายลุยถือจอบถือเสียมปลูกต้นไม้ได้?) เดี๋ยวผมถือให้ก็ได้ ไม่ต้องถือ แค่ยืนสวยๆ ชี้ให้ผมก็พอ ผมปลูกให้”

มุมมองความรักเปลี่ยนแปลงไปไหม?
มิกค์ : “เออ ไม่ได้เปลี่ยนมาก ก็ยังเป็นใครที่คุยกันแล้วเข้าใจ สบายใจที่จะคุยกัน ให้กำลังใจกัน แค่นี้ก็พอแล้ว แต่ตอนนี้โสด 100 เปอร์เซ็นต์ครับ”

ไม่ได้หวงความโสดด้วยใช่ไหม?
มิกค์ : “ไม่หวง คุยได้นะครับ”

สัญญาช่องของเราเป็นยังไงบ้าง?
มิกค์ : “ของผมยังไม่หมดครับ (เห็นข่าวพี่อั้ม พัชราภาไหม?) เนี่ยๆ ผมว่าจะแซวพี่เขาอยู่ว่ามีแบ่งมาให้ผมไหม (หัวเราะ) ล้อเล่นๆ (เราก็เบอร์หนึ่งของช่องเหมือนกันนะ?) เราไม่ขนาดนั้น ในสัญญาจะมีรายละเอียดการทำงานอยู่แล้วครับ แต่ว่าอันนี้ยกให้พี่อั้มเลยครับ (หัวเราะ)”

เนื้อหาข่าว บอกว่าไม่ต้องเล่นละครก็ได้ เป็นแอมบาสซาเดอร์สวยๆ?
มิกค์ : “แค่ยืนเฉยๆ ก็สวยแล้ว พี่อั้มหน่ะ (เรายืนเฉยๆ ก็หล่อเหมือนกัน?) ผมขอทำงานไปด้วยก็ได้ ทำงานไปด้วย เดี๋ยวแฟนๆ ละครจะคิดถึง”

ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นไง?
มิกค์ : “อ๋อ ที่ผ่านมาผมถ่ายอยู่เรื่องเดียว ปีที่ผ่านมาผมถ่ายเรื่องเดียวเพราะว่า ด้วยเวลา และเป็นเรื่องค่อนข้างหนัก เรื่อง แม่โขง เป็นละครบู๊ฟอร์มใหญ่ เข้าป่าตลอด ตอนนี้ผมมีผิวสีแทนไปแล้วนะ ผมต้องบู๊ทุกวัน ก็อัดเรื่องนี้ไปก่อนเต็มๆ คุณภาพจะได้ออกมาดีด้วยครับ แต่ว่าใกล้เสร็จแล้ว ใกล้ได้ดูกันแล้วครับ”

หลายคนโฟกัสที่มูลค่าด้วย ของเราได้ขนาดนี้มั้ย?
มิกค์ : “หูย ไม่ถึงขนาดนั้นครับ อันนี้ต้องยกให้พี่อั้มเขา (ของเราหลักสิบล้านไหม?) อาจจะไม่ได้ระบุเป็นตัวเงินขนาดนั้น อย่างที่บอกในสัญญามันมีเรื่องของการทำงานด้วยครับ ไม่เหมือนกันในแต่ละคนครับ”

‘คุณแม่ไอซ์ ปรีชญา’ เผย!! รู้อยู่แล้วต้องถูกฟ้องคดีไซยาไนด์ สภาพจิตใจลูกสาวยังไม่เต็มร้อย แต่ก็ไม่ได้เครียดเพิ่ม

(17 ส.ค. 66) จากกรณี ‘กรมโรงงานอุตสาหกรรม’ เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อยื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษกับกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องการนำเข้า จำหน่าย ซื้อขายสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ สารเคมีอันตราย รวมถึงผู้ที่นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

สำหรับกลุ่มผู้ที่จะถูกดำเนินคดีแบ่งเป็น ผู้นำเข้า 1 ราย ตัวแทนจำหน่าย 4 ราย และ ผู้นำไปใช้ผิด
วัตถุประสงค์จำนวน 31 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ พบมีรายชื่อของ ‘นางสรารัตน์’ หรือ ‘แอม’ และนางเอกชื่อ
ดัง ‘ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร’

โดยล่าสุด คุณแม่บังอร แม่ของไอซ์ เปิดเผยว่า "ทราบแล้วค่ะว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมแจ้งความดำเนินคดีกับน้องไอซ์ เราไม่ได้กังวลอะไร ทราบอยู่แล้วจะมีการดำเนินคดีเรื่องนี้ แต่ในเรื่องของคดีความทางตำรวจไม่ได้แจ้งข้อหาอะไรเรา ซึ่งเราก็ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ แล้วหลักฐานก็อยู่ที่โรงพัก บิ๊กโจ๊ก (พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล) ก็แถลงแล้วว่าน้องไปพบครั้งนั้นในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา ดังนั้นถ้ากรมโรงงานอุตสาหกรรม จะฟ้องดำเนินคดีที่น้องไอซ์มีสารครอบครอง จึงไม่ได้กังวลใจอะไรให้ทนายความเป็นคนจัดการทั้งหมดอยู่แล้ว

และไอซ์ทราบเรื่องนี้แล้ว เขาก็ไม่ได้กังวลอะไร แต่ถามว่าสภาพจิตใจเป็นอย่างไร ก็ไม่เต็ม 100
เปอร์เซ็นต์หรอกนะคะ เพราะเราก็ไม่สบายใจ ไม่อยากให้มีเรื่องกระทบงานหรืออะไรแบบนี้อีก
เพราะเขาแย่มาพักหนึ่งแล้ว พอมีเรื่องนี้อีก ถ้าว่าเครียดกว่าเดิมไหม ก็ไม่นะคะ ทราบอยู่แล้วจะต้อง
มีเรื่องนี้ขึ้นมา เพียงแค่เมื่อไหร่เท่านี้เอง ตอนนี้รอหมายจากตำรวจที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมไปแจ้ง
ความ ซึ่งยังไม่มีอะไร เท่าที่แม่คุยกับทนาย ทางทนายเขาจะไปพบพนักงานสอบสวน สน. (ศูนย์รับ
แจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ บช.ก.) ที่กรมโรงงานไปแจ้งความต่อไปค่ะ"

‘บิ๊กตู่’ ควงคณะรัฐมนตรีคู่ใจ ลงพื้นที่ จ.สระบุรี เยี่ยมชมโครงการรถไฟทางคู่ ‘มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ’

(17 ส.ค. 66) ที่จังหวัดสระบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงข่ายคมนาคมระบบราง งานอุโมงค์รถไฟผาเสด็จช่วงมาบกะเบา-หินลับ ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ

และตรวจเยี่ยมงานอุโมงค์มวกเหล็ก และลำตะคอง ช่วงอุโมงค์มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา สัญญาที่ 3-2 งานอุโมงค์มวกเหล็ก และลำตะคอง ตามนโยบายรัฐบาลที่ได้วางแผนและเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ผลักดันให้เกิดโครงการรถไฟทางคู่ และโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อรองรับและสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ยกระดับการเดินทางและศักยภาพการให้บริการขนส่งระบบราง เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศและรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบอย่างไร้รอยต่อ ลดต้นทุนการขนส่งระบบโลจิสต์ติก เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทางรถไฟ ลดระยะเวลาในการเดินทางได้อย่างชัดเจน และมีความปลอดภัย

โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ร่วมตรวจเยี่ยมด้วย

โดยจุดแรก นายกรัฐมนตรีและคณะ ตรวจติดตามความก้าวหน้างานอุโมงค์รถไฟผาเสด็จ (อุโมงค์ที่ 1) ช่วงมาบกะเบา-หินลับ ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2559 ซึ่งสัญญาที่ 3 เป็นงานอุโมงค์รถไฟ จำนวน 3 อุโมงค์ ได้แก่

อุโมงค์ที่ 1 ตั้งอยู่ระหว่างสถานีมาบกะเบา สถานีผาเสด็จ และสถานีหินลับ จ.สระบุรี มีความยาว 5.85 กิโลเมตร มีความกว้างประมาณ 7.50 เมตร สูง 7.00 เมตร มีลักษณะเป็นอุโมงค์คู่ รางเดี่ยว ซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เป็นการออกแบบที่มีระบบความปลอดภัยค่อนข้างสูง โดยภายในอุโมงค์มีช่องอพยพผู้โดยสารทุก ๆ ระยะ 500 เมตร ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ 98.130

อุโมงค์ที่ 2 ตั้งอยู่ระหว่างสถานีหินลับ และสถานีมวกเหล็กใหม่ จ.สระบุรี มีความยาว 650 เมตร กว้าง 11.00 เมตร สูง 7.30 เมตร มีลักษณะเป็นอุโมงค์เดี่ยว รางคู่ โดยช่องอุโมงค์ที่มีขนาดใหญ่กว่าอุโมงค์อื่น ๆ ทำให้มองเห็นปากอุโมงค์ทั้งสองฝั่งได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ

อุโมงค์ที่ 3 ตั้งอยู่บริเวณเขื่อนลำตะคอง ระหว่างสถานีคลองขนานจิตร อ.ปากช่อง และสถานีคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา มีความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร กว้าง 7.50 เมตร สูง 7.00 เมตร ลักษณะเป็นอุโมงค์คู่ รางเดี่ยว ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยอุโมงค์ทั้ง 3 แห่ง มีศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ ซึ่งในอนาคตได้มีการวางแผนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม เนื่องจากโดยรอบเป็นภูเขาและป่าร่มรื่น

นายกรัฐมนตรี รับฟังรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ จากนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และได้ขึ้นขบวนรถไฟไปยังอุโมงค์ผาเสด็จ ระยะทาง 300 เมตร เพื่อเยี่ยมชมอุโมงค์ผาเสด็จ ก่อนขึ้นขบวนรถไฟกลับไปยังบริเวณพื้นที่โครงการฯ โดยนายกรัฐมนตรีขอบคุณกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยกันดำเนินงานโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ มีความก้าวหน้าเกิดผลสำเร็จเป็นไปแผนที่กำหนดไว้ และเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ได้วางแผนและเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ระบบราง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับการพัฒนาประเทศ ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐบาลได้วางแผนไว้

พร้อมย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ประชาชนได้รับทราบถึงประโยชน์ที่ประชาชนและประเทศจะได้รับจากโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ รวมถึงโครงการอื่น ๆ ที่รัฐบาลได้ดำเนินการไว้สำหรับประชาชนและประเทศชาติ ในการพัฒนาไปสู่อนาคต ส่วนบางโครงการที่อยู่ในระหว่างการศึกษา ก็ขอให้ดำเนินการต่อให้เกิดผลสำเร็จตามแผนและเป้าหมายที่วางไว้ต่อไป

หากโครงการฯ แล้วเสร็จจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการเดินขบวนรถได้อย่างสะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถรองรับขบวนรถเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยกว่า 2 เท่าตัว โดยขบวนรถโดยสาร จะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้เฉลี่ย 100-120 กม./ชม. จากเดิม 50 กม./ชม. และขบวนรถสินค้า จะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้เฉลี่ย 60 กม./ชม. จากเดิม 29 กม./ชม. ลดระยะเวลาการเดินทาง มีความตรงต่อเวลาของขบวนรถ เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาในการรอหลีกขบวนรถ ลดต้นทุนการขนส่งด้านโลจิสติกส์ และประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางมากยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งผู้ใช้รถใช้ถนนกับผู้โดยสารรถไฟ ด้วยการแก้ปัญหาจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับถนนให้เป็นทางต่างระดับทั้งหมด ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาอุบัติเหตุได้อย่างยั่งยืน โดยคาดว่าจะก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จ และเปิดเดินรถในทางคู่ใหม่บางส่วนได้ภายในปี 2567 นี้

‘เสี่ยเฮ้ง’ สั่งตรวจสอบ-ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย กรณีลูกจ้างถูกหัวหน้าไล่ออก หลังขอลาไปงานศพแม่ 

(17 ส.ค. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึง กรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข่าวลูกจ้างสาวรายหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก โดยนำภาพแชตคุยกับหัวหน้าที่ทำงาน กรณีขอลางานเนื่องจากแม่ป่วยหนักและใกล้จะเสียชีวิต แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ลางาน ว่า ผมได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ในเบื้องต้น พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 34 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ได้กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลากิจเพื่อกิจธุระอันจำเป็น เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 3 วันทำงาน เนื่องจากการลากิจธุระอันจำเป็น เป็นสิทธิพื้นฐานที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดสิทธิให้ลูกจ้างทุกประเภทมีสิทธิลากิจได้ แม้จะเป็นลูกจ้างทดลองงาน ลูกจ้างรายวัน และลูกจ้างประเภทอื่น ย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม ผมได้กำชับให้พนักงานตรวจแรงงานเร่งสอบข้อเท็จจริงจากนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยกระทรวงแรงงานจะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน

ด้าน นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ผมได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา (สสค.นครราชสีมา) ซึ่งเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย หากลูกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำงาน สามารถปรึกษา ร้องทุกข์ ร้องเรียน ได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานคร 10 พื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1506 กด 3 หรือ 1546


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top