Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

ศาลฯ เห็นชอบเเผนฟื้นฟูกิจการ 'ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์' เริ่มจ่ายคืนเงินผู้โดยสาร-เจ้าหนี้ช่วงโควิด พร้อมเพิ่มฝูงบินในปี 71

(1 ก.ย. 66) รายงานจากสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ซึ่งได้รับการแก้ไขตามมติที่ประชุมเจ้าหนี้เป็นที่เรียบร้อยเเล้ว เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา

ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เตรียมนำเครื่องเข้าประจำการฝูงบิน ขยายเส้นทางใหม่ เพิ่มกระเเสเงินสดและรายได้ ควบคู่การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ จะสามารถเริ่มทยอยจ่ายหนี้เเละคืนเงินตามคิวให้กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากความจำเป็นในการยกเลิกเที่ยวบินช่วงโควิดได้ ตามแผนที่วางไว้

นายธรรศพลฐ์ เเบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวว่า การที่ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้รับความเห็นชอบด้วยแผนการฟื้นฟูกิจการ ในฐานะตัวแทนของผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ขอขอบคุณการสนับสนุนจากเจ้าหนี้ทุก ๆ ราย และคำสั่งของศาลล้มละลายกลางในครั้งนี้

ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญอีกก้าวหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ดำเนินการมาในทิศทางที่ถูกต้อง พร้อมแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการที่ดี เป็นประโยชน์ทั้งต่อเจ้าหนี้และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยเฉพาะการสร้างความมั่นใจในการให้บริการ พร้อมสำหรับการแข่งขันและเติบโตอย่างแข็งแกร่งยั่งยืน

“หลังสถานการณ์โควิด ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้กลับมาให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง โดยรักษาจุดแข็งในการเป็นผู้นำสายการบินราคาประหยัด ให้บริการเส้นทางระยะไกลในตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยตั้งเป้าหมายในการเพิ่มปริมาณที่นั่ง (Capacity) ให้ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิดภายในสิ้นปี 2567 พร้อมทั้งเร่งการเติบโตในตลาดออสเตรเลียเเละจีน โดยยังเเสวงหาโอกาสในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ อาทิ ตลาดอินเดียและตะวันออกกลาง ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีแน่นอน” นายธรรศพลฐ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เเผนฟื้นฟูกิจการได้รับความเห็นชอบจากศาล สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้วางกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโต คือ

การเพิ่มฝูงบินสร้างรายได้ ในปัจจุบัน ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ มีฝูงบินประจำการ 6 ลำ และจะเดินหน้าเพิ่มจำนวนเครื่องบินตามเเผนฟื้นฟูกิจการ อย่างน้อย 3-5 ลำ ภายในปี 2567 และ รวมเป็น 17 ลำ ภายในปี 2571 ซึ่งจะทำให้ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์มีฝูงบินขนาดใหญ่พร้อมขยายเส้นทางและสร้างเครือข่ายการบินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ณ ฐานการบินหลักที่สนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจคาร์โก้

การลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยการเจรจาปรับโครงสร้างสัญญาเช่าเครื่องบิน เเละสัญญาบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้เหมาะสม

การบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ จะทยอยชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ทั้งหลาย ซึ่งรวมไปถึงการคืนเงินให้กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินช่วงโควิด-19 โดยจะทยอยคืนเงินให้ตามคิวได้ต่อเนื่อง สอดคล้องกับเเผนธุรกิจที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารที่ประสงค์จะเปลี่ยนการรับข้อเสนอจากรับเงินคืน (Refund) เป็นรับมูลค่าบัตรโดยสารสะสม (Travel Voucher) สามารถทำได้ทันที โดยใช้วงเงินเดินทางกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ (รหัสเที่ยวบิน XJ) สู่เส้นทางหลากหลาย ทั้งประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย เเละจีน โดยผู้โดยสารสามารถอีเมล์มาเพื่อยื่นความจำนงในการรับบัตรโดยสารสะสมได้ที่ [email protected]

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสายการบินไทยแอร์เอเชีย (รหัสเที่ยวบิน FD) และ บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) เนื่องจากเป็นคนละบริษัท คนละสายการบิน ที่มีการบริหารงานแยกจากกันชัดเจน และมีเส้นทางบินที่ไม่ทับซ้อนกัน

เจ้าของร้าน ‘ปังชา’ ยกมือไหว้กลางรายการโหนกระแส ขอขมาเจ้าของร้านทั้ง 3 ยืนยันไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร

จากกระแสข่าวจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (Trademark) ของ ร้านลูกไก่ทอง เจ้าของตำรับ ปังชา ไม่เลือนหายไปจากหน้าสื่อง่าย ๆ โดยเฉพาะเมื่อเกิดกรณีผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่า 1 ราย ได้รับโนติสจากทนายความ ขอให้ยุติการกระทำอันเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้า พร้อมเรียกค่าเสียหายหลักแสน รวมถึงหลักร้อยล้านบาท ตลอดจนให้ขอโทษหน้าสื่อด้วยนั้น

(1 ก.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายการโหนกระแส ได้สัมภาษณ์ประเด็น 'ปังชา' ที่ชากันทั่วหน้าหลังโดนฟ้องกันระนาว และล่าสุดร้านดังกลับลำให้ใช้ได้ พร้อมเชิญเจ้าของร้านปังเย็น 3 ร้าน ที่ถูกร้านปังเย็นชื่อดังยื่นโนติส โดยมีช่วงหนึ่งที่ คุณแก้ม เจ้าของร้านลูกไก่ทอง เข้ามาในรายการด้วย

โดยคุณแก้ม ได้ยกมือไหว้ขอโทษเจ้าของร้านทั้ง 3 ร้าน ที่ไปยื่นโนติส ว่า "ด้วยบารมีขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พ่อขุนเม็งราย ด้วยบารมีของหลวงปู่ทวด พี่ขออโหสิกรรม ขอโทษในสิ่งที่พี่ทำ โดยพี่เอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พี่นับถือและไหว้มาตลอด พี่ไม่ได้เฟค”

"พ่อขุนเม็งราย วัดห้วงปลากั้ง พระโพธิสัตว์ พระแม่กวนอิม ถ้าท่านฟังอยู่ ลูกขออภัย ขอขมากับน้อง ๆ ที่นี่ หากความผิดพลาดที่พี่ทำ ด้วยความตั้งใจในการสร้างแบรนด์ เพื่อประเทศไทย ไม่ใช่เพื่อตัวเองคนด้วย แล้วทำให้น้อง ๆ มีความทุกข์ ทำให้พี่มีความทุกข์ พี่ขอรับผิดเพียงคนเดียว”

"สิ่งที่ทำทั้งหมด ไม่ได้ต้องการทำร้ายคนรวย หรือคนจน พี่ทำงานมาด้วยเงิน 8 พัน พี่อยากสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน พี่ให้คุณค่ากับการออกแบบเครื่องหมายการค้า พี่เชื่อมั่นในแบรนด์ที่มาจากภูมิปัญญาที่คนไทยหลาย ๆ คนมองข้าม"

‘จอย ชวนชื่น’ สูญเสียคุณแม่ผู้เป็นที่รักอย่างไม่มีวันหวนกลับ แจ้งพิธีศพจัดที่วัดที่มีเจดีย์ ‘พ่อดม’ คนบันเทิง ร่วมส่งกำลังใจ

(1 ก.ย. 66) ข่าวเศร้าของครอบครัวนักแสดงตลกชื่อดัง ‘จอย ชวนชื่น’ หลังสูญเสีย ‘คุณแม่เยื่อ ทรงแสง’ ผู้เป็นที่รัก โดยเธอได้ออกมาโพสต์ภาพแม่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเขียนข้อความอาลัยบอกว่า…

“คนดีของลูก ไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์แล้ว ความเจ็บปวดหายไป เหลือแต่รอยยิ้มไว้ให้ลูก รักแม่ #เยื่อทรงแสง จากไปไม่มีวันหวนกลับ กำหนดการคร่าวๆ นะคะ

จัดงานที่วัดโพธิ์บัลลังก์ (วัดที่มีเจดีย์พ่อดม) รดน้ำศพพรุ่งนี้ช่วงเย็น วันเผาวันพุธค่ะ”

ต่อมาเธอยังได้ออกมาแจ้งกำหนดงานทำบุญศพของแม่ไว้ด้วยว่า…

“กำหนดการ แม่เยื่อ ทรงแสง
พิธีรดน้ำ วันศุกร์ที่ 1 กันยายนนี้ เวลา 16.00 น.
ณ วัดโพธิ์บัลลังก์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
อภิธรรม 5 คืน
ฌาปนกิจ วันพุธที่ 6 กันยายน เวลา 16.00 น.
กราบขอบพระคุณ (ขออนุญาตแจ้งญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ทางช่องทางนี้นะคะ) รักและอาลัยจากลูก #จอยชวนชื่น”

'ชัชชาติ' เล็งกระจายอำนาจบริหารจัดการจราจรให้ท้องถิ่น รวมศูนย์ 'ถนน-ทางเท้า-ต่อใบขับขี่-บังคับใช้กฎหมาย'

(1 ก.ย.66) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ นายเลอพงศ์ ลิ้มรัตน์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการภารกิจก่อสร้างและบำรุงรักษาถนนและสะพาน สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สปถ.) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ว่า...

วันนี้เป็นหารือร่วมกับคณะทำงานเพื่อกำหนดแนวทางการถ่ายโอนภารกิจวิศวกรรมจราจรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการกระจายอำนาจ โดยเฉพาะประเด็นของเรื่องการจราจร จริงๆ แล้วสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจ มีแผนปฏิบัติการมา 2 แผนแล้ว หลายเรื่องก็ได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น เรื่อง ตำรวจดับเพลิง ซึ่งก็ทำให้เรามีอำนาจในการบริการประชาชนที่มากขึ้น แต่เรื่องการจราจรยังมีหลายประเด็นซึ่งเป็นข้อที่ยังไม่ ปฏิบัติอยู่ ตัวอย่างเช่น ในถนน 1 เส้น กทม.ก็ดูบนฟุตปาธ ทางเท้า แต่บนถนนก็เป็นเรื่องของตำรวจจราจร การต่อใบอนุญาตใบขับขี่ก็เป็นของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งหากต้องมีการแก้ปัญหา บางครั้งอาจจะมีข้อที่ต้องประสานงานกันค่อนข้างเยอะ 

หากเป็นไปได้การกระจายอำนาจมาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดูแล ก็จะทำให้การบริหารจัดการและการจราจร อาจจะสะดวกมากขึ้น วันนี้เป็นการอัปเดต เรื่องข้อมูลต่าง ๆ และพิจารณาถึงความพร้อมของกทม. ด้วย จริง ๆ แล้ว การกระจายอำนาจ หัวใจสำคัญอันหนึ่ง นอกเหนือจากแผนแล้ว คือความพร้อมของฝ่ายรับ ถ้าฝ่ายรับไม่พร้อมก็จะทำให้การดำเนินการ ลำบากที่จะสร้างความไว้วางใจในการถ่ายโอนอำนาจมา รวมทั้งเป็นการอัปเดตกันว่า เราทำงานมาปีกว่า ๆ การจราจรเป็นเรื่องใหญ่ที่เราเองก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเด็ดขาด เพราะมีหลายหน่วยงานร่วมดูแล รวมทั้งสรุปแผน 2 ที่เขียนไว้ว่ามีตรงไหนที่อาจจะอัปเดตใหม่ เพื่อจะได้นำไปใส่ในแผน 3 ขณะเดียวกันก็ต้องดูความพร้อมของตัวเอง ถ้าให้เราดูเรื่องการจราจร เรื่อง การควบคุมสัญญาณไฟ เราพร้อมไหม นำเทคโนโลยีมาช่วยอย่างไร หรือให้ดูเรื่องการจดทะเบียนรถ การจัดเรื่องที่จอดรถจะพร้อมหรือไม่

"การกระจายอำนาจถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เป็นหัวใจของของระบอบประชาธิปไตย ที่จะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมากขึ้นในส่วนที่ตัวเองพร้อม หากการเชื่อมโยงข้อมูลเป็นเนื้อเดียวกัน การบังคับใช้กฎหมาย และการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ก็น่าจะสะดวกขึ้น" ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

การประชุมวันนี้ รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องนพรัตน์ ชั้น 5 ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า)

‘เศรษฐา’ ชี้!! โครงการพักหนี้เกษตรกรเริ่ม ต.ค.66 ได้ทันที เล็งขยายกรอบดูแลหนี้สินข้าราชการ-ผู้ประสบวิกฤตโควิด

(1 ก.ย. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าถึงการลดค่าไฟว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ตนได้โทรไปหาว่าที่ รมว.พลังงาน วันนี้ก็จะหารือกันอีกครั้ง โดยนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานนโยบายพรรคเพื่อไทยและว่าที่เลขาธิการนายกฯ จะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ ขอให้รออีกนิด เข้าใจว่าอยากรู้ว่าจำนวนเงินเท่าไหร่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการการพูดคุย ถึงเรื่องงบประมาณ อย่างไรก็ตามวานนี้ ( 31 ส.ค.) ทางประธานสภาอุตสาหกรรม ก็ได้แสดงความกังวลเรื่องลดค่าใช้จ่ายผู้
ประกอบกาาร ทั้งค่าไฟค่าพลังงาน แน่นอนว่าเราให้ความสำคัญสูงสุด และชี้แจงแล้วว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด 

เมื่อถามถึงเรื่องความคืบหน้าการพักหนี้เกษตรกร หลังจากที่ได้คุยกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นนโยบายเร่งด่วนของพรรคเพื่อไทย แต่เราต้องดูรายละเอียดว่าจะใช้จำนวนเงินเท่าไหร่ และจะเป็นการพักทั้งต้นและดอก หลักการเพื่อให้เกษตรกรมีเวลาไปฟื้นฟู ไปทำมาหากิน ไม่ใช่ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลังเรื่องหนี้สิน ซึ่งเบื้องต้นประมาณเดือน ต.ค.สามารถทำได้ โดยตอนนี้ได้ให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารธกส. ไปดูเรื่องการอนุมัติ และประสานกับกระทรวงการคลังด้วย 

ทั้งนี้ เราจะไม่ดูเรื่องหนี้สินแค่เกษตรกร แต่เราจะดูแลเรื่องหนี้สินของประชาชน รวมถึงตำรวจ และหนี้สินในช่วงที่ประสบกับภัยพิบัติโควิด เราจะดูแลให้ครบทุกภาคส่วน ซึ่งการพักหนี้ชั่วคราวเป็นแค่การแบ่งเบาความทุกข์ ฟื้นฟูจิตใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใด การเพิ่มรายได้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้น นโยบายของพรรคเพื่อไทยได้มีการคุยกันถึงการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำ 

เมื่อถามว่าสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ออกมาตั้งคำถามว่าการฟรีวีซ่าที่นายกฯ พูดหมายถึงอะไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องขอประทานโทษด้วยที่ตนพูดไม่ชัดเจน การฟรีวีซ่าไม่ได้หมายถึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่วีซ่าฟรีหมายถึงไม่ต้องขอวีซ่า หากไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศก็จะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า โดยจะเป็นการยกเว้นขอวีซ่าชั่วคราวในช่วงที่เป็นไฮซีซัน ซึ่งไม่ใช่แค่กระทรวงการต่างประเทศที่ดูแลเรื่องนี้ แต่ตนได้ดูเรื่องของความมั่นคง และได้มีการคุยกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงการท่าอากาศยานด้วย ซึ่งเราต้องดูทั้งหมดในการที่จะเข้ามาในประเทศ นอกจากนี้ยังมีการคุยกันหลายเรื่อง และมีการเห็นชอบในหลักการ ทั้งนี้ ได้มีการพูดคุยกับว่าที่ รมว.มหาดไทยด้วย ซึ่งท่านก็บอกว่าเห็นด้วยที่จะช่วยกันผลักดันนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม หวังว่าจะสามารถทำได้ภายใน 1 ต.ค. นี้

เมื่อถามถึงเรื่องการพัฒนากีฬาในประเทศ รัฐบาลจะเดินหน้าอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อยู่ในการกำกับการดูแลของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ได้มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาหลายท่านเพื่อมาพบปะพูดคุยกัน การกีฬาแห่งประเทศไทย ยังมีเรื่องของกองทุนพัฒนากีฬา เข้าใจว่าอีกไม่กี่เดือนจะเข้าสู่ช่วงเอเชียนเกมส์แล้ว หลายสมาคมยังไม่ได้รับเงินอุดหนุนค้างกันมาเป็นหลายล้าน ตรงนี้ก็ฝากผู้ที่ดูแลด้านกองทุนพัฒนากีฬาด้วย ว่าหากสามารถจ่ายเงินออกมาได้ก็เป็นขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬา ที่จะไปแข่งขันในเอเชียนเกมส์ที่ใกล้เข้ามา เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับประเทศชาติ ซึ่งเท่าที่ฟังมาก็มีหลายสมาคมที่เดือดร้อน เมื่อถามว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ถูกตัดงบ 150 ล้านบาทจะกระทบการจัดงานโมโตจีพีหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตรงนี้น่าเป็นห่วง แต่ต้องมาดูก่อนว่า 150 ล้านบาทที่ตัดไป เอาไปทำอะไร มีทางไหนหรือไม่ที่จะคงไว้ซึ่งกิจกรรมต่างๆ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี จัดงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2566 (แห่งที่ 3) แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ ณ คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 1 กันยายน 2566 เวลา 13.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย นางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ และนายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ จัดพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2566 ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จำนวน 2,000 ชุด สิ่งของที่แจกประกอบด้วย  ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  ปลากระป๋อง  น้ำปลา น้ำมันพืช  และขนม บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ พร้อมมอบค่าพาหนะ คนละ 100 บาท โดยมี นายนิติ วิวัฒน์วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายศิลปชัย พันธุ์สุริยานนท์ รองผู้อำนวยการ ด้านพัฒนาองค์กร คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว  คณะพุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา คณะเครือสหพัฒน์  บริษัท แปซิฟิคพาร์ค ศรีราชา จำกัด และโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา ร่วมในพิธี ณ บริเวณคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาศรีราชา จังหวัดชลบุรี

นอกจากนี้ ในวันอังคารที่ 12 กันยายน 2566 มูลนิธิฯ กำหนดแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคครั้งยิ่งใหญ่ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ เป็นลำดับต่อไป

ประเพณีทิ้งกระจาด เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานไม่ต่ำกว่า 80 ปี และคาดว่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรก ที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ในช่วงประเพณี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้มีผู้มีจิตศรัทธา และผู้ใจบุญจะนำเครื่องเซ่นไหว้ อาทิ ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่น ๆ มากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อทำบุญสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิฯ จะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ รวม 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร นครราชสีมา ชลบุรี และ กรุงเทพฯ พร้อมนำมอบองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้พัฒนาการแจกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้ ให้เข้ากับการใช้งานในแต่ละยุคแต่ละสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุในการบรรจุสิ่งของที่มูลนิธิฯ ได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นถุงผ้าเพื่อลดการใช้พลาสติก และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับ คิดเป็นมูลค่าการจัดงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2566 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 14,462,250 บาท (สิบสี่ล้านสี่แสนหกหมื่นสองพันสองร้อยห้าสิบบาทถ้วน)

ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กร สาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

'จีน' จ่อให้บริการ 'แท็กซี่บินได้' ที่แรกของโลก หลัง 'อี้หาง' ผ่านมาตรฐานการบินแดนมังกรแล้ว

แม้แท็กซี่บินได้ (Air Taxi) จะกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อของการพัฒนาไปสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์ แต่ก็มีหลายบริษัทจากทั่วโลกที่กำลังเร่งก้าวไปสู่การให้บริการจริง 

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า 'อี้หาง' (eHang) บริษัทผู้พัฒนาแท็กซี่บินได้จากประเทศจีน อาจจะเป็นผู้บริการรายแรกของโลกที่ทำได้สำเร็จ หลังผ่านการทดสอบตามมาตรฐานการบินของหน่วยงานจีนแล้ว

สำหรับแท็กซี่บินได้ (Air Taxi) ของอี้หาง (eHang) ซึ่งมีชื่อว่า อีเอช 218 (EH218) นั้น เป็นอากาศยานขึ้นลงแนวดิ่งพลังงานไฟฟ้า (eVTOL) แบบ 8 ใบพัด (Octocopter) ที่มีความกว้าง 5.6 เมตร สูง 1.9 เมตร ทำระยะการบินอยู่ที่ 30 กิโลเมตร รองรับผู้โดยสาร 2 คน โดยรับน้ำหนักรวมกับสัมภาระได้ไม่เกิน 220 กิโลกรัม ด้วยความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้แหล่งพลังงานจากแบตเตอรี่แบบชาร์จได้

โดย EH128 จะทำการบินด้วยระบบไร้คนขับแบบคลาวด์ (Unmanned Aircraft Cloud System) ที่จัดการการควบคุมและการจราจรทางอากาศบนระบบคอมพิวเตอร์คลาวด์ผ่านเครือข่าย 5G พร้อมทั้งมีการเฝ้าสังเกตการณ์และควบคุมจากระยะไกลในกรณีที่จำเป็น

ทั้งนี้ อี้หาง เป็นหนึ่งในบริษัทที่พร้อมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะโรงผลิตแท็กซี่บินได้ ได้เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2021 และระบบการบินแบบไร้คนขับก็ได้รับใบอนุญาตจากองค์การบริหารการบินพลเรือนของจีน (Civil Aviation Administration of China: CAAC) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังทดสอบการบินอย่างเต็มรูปแบบในจีนกว่า 10,000 รอบ ในเส้นทางที่ครอบคลุมมากกว่า 20 เมืองใหญ่ทั่วจีน

แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยระยะเวลาแผนงานอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ากระบวนการอนุญาตของ CAAC ที่รวดเร็วกว่าฝั่งสหรัฐอเมริกาอย่างเอฟเอเอ (FAA: Federal Aviation Administration) หรือฝั่งยุโรป (EASA) อาจจะทำให้อี้หางเปิดตัวเชิงพาณิชย์ได้เป็นรายแรกของโลก แซงหน้าโจบี้ เอวิเอชัน (Joby Aviation) ตัวเก็งจากฝั่งสหรัฐอเมริกาที่จะเปิดตัวในปี 2024 นี้

‘บอย-เฟย์’ ปล่อยภาพหวาน โปรโมตเครื่องประดับ แฟนๆ คอมเมนต์แซว “นึกว่าประกาศขอแต่งงาน”

ทำเอาแฟนๆ ฮือฮากันทั้งไอจี หลังพระเอกหนุ่ม ‘บอย ปกรณ์’ โพสต์เซ็ตภาพถ่ายแบบคู่แฟนสาว ‘เฟย์ พรปวีณ์’ ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว และหากสังเกตดี ๆ เป็นแฟชั่นเซ็ตคู่รักของแบรนด์เครื่องประดับ tiffanyandco ร่วมกับนิตยสาร voguethailand โดยพระเอกหนุ่มใช้เพียงอีโมจิน่ารัก ๆ เป็นแคปชันประกอบภาพหวานเท่านั้น

งานนี้เกือบทำเพื่อนพ้องในวงการ และแฟน ๆ ร่วมเฮแสดงความยินดีด้วยซะแล้ว เพราะเซ็ตภาพดังกล่าวคล้ายถ่ายพรีเวดดิ้ง เหมือนให้แหวนขอแต่งงานกันแล้ว แต่พอดูภาพชัด ๆ อ่านแคปชันอย่างถี่ถ้วน เป็นเพียงแฟชันโปรโมตสินค้าไม่ใช่ข่าวดีอย่างที่หลายคนคิด ต่างพากันคอมเมนต์สนั่น

เช่น คิดว่าาาาาา พรีเวดดดด ตกใจเลออ, นิ้วถูกป่าว, แว้บแรกก็กรี๊ดในใจไปแล้ว, มองเป็นภาพพรีเวดดิ้งซะแล้วเรา, โอ้โหเทออออ หวานเจี๊ยบบบ แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย, พรีเวดดิ้งงง, เกือบแสดงความยินดีเก้อแย้ววววว, เห็นอิโมจิแหวนเกือบกรี๊ดละไงเฮีย, คิดว่าประกาศแต่งแล้ว จะกรี๊ดแล้วนะคะ ฯลฯ

ด้าน ‘เฟย์ พรปวีณ์’ ได้โพสต์เซ็ตรูปหวานผ่านอินสตาแกรมของตัวเองเช่นกัน ทั้งยังแอบเห็นเจ้าตัวเข้ามาคอมเมนต์อ้อนใต้โพสต์ของฝ่ายชายด้วยว่า "อยากได้กำไลจังเลยยยย" สำหรับกองเชียร์คงต้องรอลุ้นกันต่อไป ว่าคู่นี้เขาจะพร้อมประกาศข่าวดีจริง ๆ เมื่อไหร่นะ

‘จีน’ เตือน ปชช.รับมือ ‘พายุซาวลา’ คาดถล่ม ‘ฮ่องกง’ บ่ายนี้ ทำรถไฟ-สายการบินวุ่น!! ถูกระงับ-ยกเลิกการเดินทางชั่วคราว

(1 ก.ย. 66) สถานการณ์เส้นทางพายุซาวลาล่าสุด จีนประกาศเตือนภัยไต้ฝุ่นระดับสูงสุด โดย ซูเปอร์ไต้ฝุ่นซาวลาเคลื่อนตัวเข้าใกล้ฮ่องกงและชายฝั่งทางตอนใต้ของแผ่นดินใหญ่ โดยมีหลายเมืองเลื่อนวันเปิดภาคเรียนออกไป เพื่อเป็นการป้องกันล่วงหน้า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฮ่องกง ระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นซาวลา เคลื่อนตัวด้วยความเร็วลมสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลา 18.00 น.ของวันพฤหัสบดี อยู่ห่างประมาณ 370 กิโลเมตร จากตะวันออกเฉียงใต้ของฮ่องกง ศูนย์กลางการเงินของจีน

ไต้ฝุ่นลูกนี้ จะทำให้เกิดฝนตกหนักและกระแสลมแรงในวันศุกร์ (1 ก.ย.) และระบุว่า ระดับภัยคุกคามคาดว่าจะเพิ่มเป็น “ที8” ซึ่งเป็นคำเตือนภัยสูงสุดอันดับ 3 ของฮ่องกง ในช่วงเช้าวันศุกร์

ส่วนจีนแผ่นดินใหญ่ เตือนภัยรุนแรงที่สุดในระบบเตือนภัย 4 ระดับของประเทศ โดยศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ คาดว่าไต้ฝุ่นซาวลาจะพัดขึ้นฝั่งในพื้นที่ชายฝั่งแห่งใดแห่งหนึ่งบริเวณจากเขตฮุ่ยไหลถึงฮ่องกง อย่างเร็วสุดภายในบ่ายวันศุกร์ แต่มีความเป็นไปได้เช่นกันว่า ไต้ฝุ่นอาจมุ่งหน้าสู่ตะวันตก และผ่านน่านน้ำมณฑลกวางตุ้งโดยไม่ขึ้นฝั่ง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การให้บริการรถไฟทั่วมณฑลกวางตุ้ง ถูกระงับชั่วคราว ขณะที่หลายเมืองในมณฑลภาคใต้แห่งนี้ ซึ่งรวมทั้งซัวเถา, ซานเหว่ย, เจียหยาง และเฉาโจว เลื่อนเปิดภาคเรียนเป็นวันจันทร์

‘สายการบินแอร์ไลน์ คาเธ่ แปซิฟิก’ ระบุว่า ได้ยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดทั้งขาเข้าและออกฮ่องกง ระหว่างเวลา 13.00 น.ของวันเสาร์ ถึง 09.00 น.ของวันเสาร์ตามเวลาในไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top