Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

‘รศ.ดร.เจษฎ์’ เปิดขั้นตอน ‘ทักษิณ’ ขอพระราชทานอภัยโทษ ภายใต้กรอบที่มิควรให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

(1 ก.ย. 66) รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการขอพระราชทานอภัยโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอยู่ขณะนี้ ผ่านรายการ ‘คุยข่าว ถึงเครื่อง’ ประจำวันที่ 1 ก.ย. 66 เผยแพร่ผ่านช่องทางรับชมในเครือ THE STATES TIMES, คุยถึงแก่น, เปรี้ยง, NAVY AM RADIO/ MAYA Channel ช่อง 44 และ FM101 โดยมี นายปรเมษฐ์ ภู่โต สื่อมวลชนอาวุโส พิธีกร ผู้ประกาศข่าวรายการคุยถึงแก่น เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยสาระสำคัญจาก รศ.ดร.เจษฎ์ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า…

เกี่ยวกับประเด็นการขอพระราชทานอภัยโทษของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ขณะนี้นั้น ก็สืบเนื่องมาจาก ตัวนายทักษิณ หลังเดินทางมาถึงประเทศไทย และได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของกรมราชทัณฑ์แบบยังไม่ทันข้ามคืน ก็ถูกส่งตัวไปรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลตำรวจ และทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษแล้ว ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า มีสิทธิ์ขอตั้งแต่วันแรกตามกระบวนการกฎหมาย

>> แต่คำถาม คือ แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ? 
เพราะโดยปกติแล้ว ‘การพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป’ ทางกรมราชทัณฑ์ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะถูกกระจายไปตามส่วนงานต่างๆ ของกรมราชทัณฑ์ โดยรายละเอียดต่างๆ จะมีการพิจารณาภายใต้เกณฑ์ที่กำหนดโดยกรมราชทัณฑ์ ซึ่งจะมีระเบียบว่าด้วยระยะเวลาในการต้องโทษ และระเบียบว่าด้วยระยะเวลาในการชดใช้ หรือชำระตามโทษนั้นแล้ว

สมมตินายทักษิณ ได้รับโทษไปแล้ว 3-4 ปี ตามระเบียบขั้นต่อมา ก็จะไปอยู่ที่ ระเบียบชั้นนักโทษ ซึ่งในแต่ละชั้นจะมีการได้รับการขอพระราชทานอภัยโทษที่แตกต่างกันออกไป โดยมี กรมราชทัณฑ์ เป็นผู้รับผิดชอบในกรอบกว้าง ซึ่งท้ายที่สุด กรมราชทัณฑ์ ก็จะนำส่งเรื่องขึ้นมาให้ทางคณะรัฐมนตรีจะทำการพิจารณาตัดสิน จากนั้นจึงส่งต่อไปตามขั้นตอนกระบวนการ

เพียงแต่… ในกรณีที่ไม่ได้เป็นไปตามระบบ หรือมีกลไกอื่น อาทิ ‘การพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย’ ในส่วนนี้ ผู้รับผิดชอบในการเสนอ จะเป็น ‘ครอบครัว ญาติ หรือ ตัวของผู้ที่ต้องโทษ’ นั่นเอง โดยจะเสนอผ่านกระบวนการของกรมราชทัณฑ์ เช่น หากต้องจำขังอยู่ที่ไหน ก็ต้องจำขังอยู่ที่นั่น หรือหากไม่ได้ต้องจำขังในเรือนจำ แต่หากต้องจำขังในสถานที่อื่น ก็ต้องยื่นเรื่องผ่านไปยังผู้ที่เป็นผู้บังคับบัญชาของเรือนจำที่จะต้องจำขัง

ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของคุณทักษิณ ที่เดิมทีต้องถูกจำขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แต่ตอนนี้คุณทักษิณอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ดังนั้น จึงต้องส่งเรื่องผ่านไปยังทางผู้บังคับบัญชาของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จากนั้น ผู้บังคับบัญชาจะทำการส่งเรื่องต่อไปตามขั้นตอน จนในที่สุด เรื่องก็จะถูกส่งไปถึงมือรองนายกฯ ที่เป็นผู้ดูแลฝ่ายกฎหมาย และถึงมือของรัฐบาล จนฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งหลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพิจารณาหรือทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยเป็นประการใด ก็ขึ้นอยู่กับพระองค์ท่าน

เนื่องจากมาตรา 179 ของรัฐธรรมนูญก็ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ” โดยการใช้พระราชอำนาจในลักษณะนี้ เป็นการใช้พระราชอำนาจผ่านกลไก อันต้องมีผู้ทูลเกล้าฯ และผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ดังนั้น ผู้ทูลเกล้าฯ จึงเป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเป็นผู้ต้องโทษนั้นเอง

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวอีกด้วยว่า กรณี ‘การพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย’ จะมีรายละเอียดไม่มากเท่ากับ ‘การพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป’ ที่ต้องมีระบบและกระบวนตามขั้นตอนแบบแผนของกรมราชทัณฑ์ เพียงแต่ การพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย ผู้ที่เป็นผู้นำเรื่องทูลเกล้าฯ ต้องมีความระมัดระวังมากกว่า เนื่องจากไม่มีระบบที่พิจารณารายละเอียดต่างๆ เชิงลึกอย่างชัดเจน

“อันที่จริงแล้วประเทศที่มีองค์อธิปัตย์ เช่น พระมหากษัตริย์, พระราชินี, สมเด็จพระจักรพรรดิ ทรงเป็นประมุข หรือประเทศที่มีประมุขของรัฐในลักษณะอื่น เช่น ประธานาธิบดี ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทยนั้น จะยึด ‘รัฐประศาสโนบาย’ นั้น หรือจะไม่อภัยโทษให้แก่นักโทษบางประการ เช่น ค้ายาเสพติด, ค้าอาวุธเถื่อน, ค้ามนุษย์ หรือกระทำการเป็นภัยต่อมนุษยชาติ และการทุจริต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นกรณีการพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย เท่าที่ไปสืบค้นดู ก็ยังไม่เคยมีการพระราชทานให้แก่นักโทษคดีทุจริตมาก่อนแต่อย่างใด 

นั่นหมายความว่า หากกรณีของคุณทักษิณ ซึ่งถือเป็นกรณีแรกในการยื่นขอการพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย ภายใต้กลไกที่อาจจะไม่ได้มีความเข้มงวดในพิจารณารายละเอียดมากนัก แล้วได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ก็อาจจะต้องมีคนจำนวนหนึ่งออกมาติติงว่ากล่าวอย่างแน่นอน หรือหากไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ก็ต้องมีคนอีกจำนวนหนึ่ง ออกมาติติงว่ากล่าวเช่นกัน

ฉะนั้น เรื่องนี้มีโอกาสระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทสูงมาก จนอาจจะเข้าข่ายเรื่องมิบังควรเลยก็เป็นได้ เพราะเป็นเรื่องที่ควรจะรู้อยู่แล้วว่าอาจก็ให้เกิดปัญหา จนอาจมีกรณี ‘ทะลุฟ้า’ ได้ แต่ยังกระทำ ดังนั้น นี่จึงเป็นเรื่องที่ทางคุณทักษิณ ต้องระมัดระวังให้ดี

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายของวันที่ 1 ก.ย. 66 ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า มีคำสั่งโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณอภัยโทษลดโทษให้ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ให้เหลือโทษจำคุก 1 ปี ภายใต้เหตุผลเพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคมและประชาชน สืบไป 

ตรงนี้ก็คงต้องตามดูกันต่อไปว่า จะมีแรงกระเพื่อมใดจากสังคมดังที่ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวไว้หรือไม่? และทักษิณ ชินวัตร จะดำเนินสถานภาพภายใต้กรอบความพึงพอใจของประชาชนที่คลางแคลงได้แค่ไหน คงต้องให้เวลาเป็นตัวตัดสิน...

‘แคทรีโอนา เกรย์’ มิสยูนิเวิร์ส 2018 เที่ยวชมวัดพระแก้ว แฟนๆ นางงามปลื้มใจ!! ชม ออร่า ‘สวยสมมง’ เหมือนเดิม

เป็นมิสยูนิเวิร์สที่คว้าตำแหน่งนางงามจักรวาล บนเวทีรอบไฟนอลในประเทศไทย สำหรับ ‘แคทรีโอนา เกรย์’ สาวงามจากฟิลิปปินส์ มิสยูนิเวิร์ส 2018

ซึ่งปีนั้น ‘แคทรีโอนา’ และผู้เข้าประกวดท่านอื่น ๆ ได้มาเก็บตัวทำกิจกรรมที่ประเทศไทย และได้เยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ อาทิ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม รวมถึงทะเลกระบี่ และแม้ว่าจะผ่านไปหลายปี ก็ยังคงเดินทางมาทำกิจกรรมที่ประเทศไทยหลายต่อหลายครั้ง

ล่าสุด แคทรีโอนา ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าได้เดินทางไปชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วอีกครั้ง โดยมีข้อความว่า

“ย้อนรำลึกถึงความรู้สึกที่ได้กลับเข้ามาที่พระบรมมหาราชวังอีกครั้ง นี่เป็นครั้งหนึ่งในไม่กี่ทริปที่ได้มาตอนทำกิจกรรมมิสยูนิเวิร์ส ที่พวกเราทั้ง 95 คนอยู่ด้วยกัน ปีนี้ครบรอบ 5 ปีแล้วที่ฉันอยู่ที่นี่ ฉันซาบซึ้งใจมาก การเดินทางครั้งนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตฉัน และประเทศไทยจะอยู่ในใจเสมอ”

โดยมีเหล่าแฟนคลับชาวไทย เข้าไปคอมเมนต์แสดงความยินดีจำนวนมาก

‘บิ๊กจ๊อด’ ปิดฉากเก้าอี้ ผบ.ทร. ไม่ทิ้งภาระไว้เบื้องหลัง เซ็นอนุมัติเครื่องยนต์จีน เพื่อติดตั้งในเรือดำน้ำแล้ว

(1 ก.ย.66) พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้กล่าวในงานพบปะสานสัมพันธ์สื่อมวลชน ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในปลายเดือนกันยายนนี้ โดยระบุว่า สื่อเป็นกลางในการนำเสนอเรื่องที่ดี และเรื่องที่เคลือบแคลงโดยไม่ได้บิดเบือนให้ประชาชนได้รับทราบ เราเปิดเผยทุกเรื่อง ไม่ปิดบัง ทร.พยายามเผยแพร่ข้อมูลทางโฆษกกองทัพเรือ ซึ่งตนยืนยันว่าได้ว่าจัดทำข้อมูลในเอกสารข่าวตามความจริงทุกประการ และโฆษกฯ ก็ตอบคำถามได้ทุกประเด็น ช่วงปีที่ผ่านมามีหลายเรื่อง ซึ่งตั้งแต่ตนรับหน้าที่ก็ให้สัมภาษณ์สื่อว่าในรอบปีที่เข้ามารับตำแหน่งจะทำอะไรบ้างเป็นข้อ ๆ ถ้าย้อนกลับไป ณ วันนั้น ตนได้ทำตามที่พูดไว้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรือดำน้ำ เรื่องของการจัดหาเรือฟริเกต การรับมอบ รล.ช้าง ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบก การปรับปรุงการประเมินยุทธศาสตร์กองทัพเรือเพื่อมองไปในอนาคต ถือว่าในรอบปีตนได้ทำตามสัมภาษณ์ตั้งแต่ต้นทุกอย่างแล้ว ไม่มีอะไรที่ติดค้างที่จะต้องฝากให้ ผบ.ทร.และทีมบริหารรุ่นใหม่ดำเนินการต่อไป เพียงแต่สานต่อการดำเนินการ หรือจะคิดใหม่ทำใหม่ก็แล้วแต่ผู้บริหารที่จะเข้ามา 

มีรายงานว่า พล.ร.อ.เชิงชาย ได้ลงนามเห็นชอบเครื่องยนต์ CHD 620 ที่ผลิตจากบริษัทของจีน เพื่อติดตั้งในเรือดำน้ำ S26T เรียบร้อยแล้วหลังจากคณะทำงานในการเจรจาเรื่องดังกล่าวได้พูดคุยกับ บริษัท CSOC หลายรอบ โดย ทร.ส่งทีมคณะทำงานด้านเทคนิคไปร่วมประเมินประสิทธิภาพ ก่อนสรุปให้กับประธานคณะกรรมการโครงการเรือดำน้ำ ที่มี พล.ร.อ.ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสนาธิการทหารเรือ เป็นประธาน และได้รับข้อเสนอในการเพิ่มการรับประกันจาก 10 ปี เป็น 20 ปี การส่งกำลังบำรุง อะไหล่ และระบบอาวุธในเรือเพิ่มเติม โดยไม่รับข้อเสนอในการซื้อเรือดำน้ำมือสองในราคาถูก เพราะต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมในการซ่อมบำรุง และต้องมีภาระในด้านอื่นที่ต้องปรับสภาพพร้อมใช้งานจริง ในระหว่างนี้เครื่องยนต์ดังกล่าวอยู่ระหว่างติดตั้งในเรือดำน้ำของปากีสถานที่ติดตั้งในเรือดำน้ำรุ่นดังกล่าวนำร่องเพื่อเตรียมทดสอบการใช้งานจริงนำร่องไปแล้ว 

สำหรับความคืบหน้าในการกู้เรือหลวงสุโขทัย พล.ร.อ.เชิงชาย ได้อนุมัติให้ พล.ร.อ.อะดุง พันธ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เตรียมทีโออาร์ เชิญชวนบริษัทที่จะเข้าทำการกู้เรือ และคาดว่าจะลงนามได้ภายในสองสัปดาห์นี้ โดยสำนักงบประมาณอนุมัติงบกลางให้ 90 ล้านบาท และกองทัพเรือได้จัดหางบประมาณในส่วนของกองทัพเรือ 110 ล้าน โดยจะใช้ระยะเวลาในการกู้เรือประมาณ 3 เดือน หลังจากที่มีการประเมินความคุ้มค่าจากเครื่องอุปกรณ์ อาวุธต่างๆ และจะเป็นวัตถุพยานประกอบกับคำให้การเหตุอับปางของเรือ ก่อนคณะกรรมการสรุปฯ ผลเพื่อดำเนินการต่อไป 

มีรายงานด้วยว่า หลังจาก พล.ร.อ.อะดุง พันธ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ซึ่งจะมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ทร.คนใหม่เข้ามารับตำแหน่ง ได้เตรียมแนวทางในการทำงานในช่วง 1 ปี เพื่อเรียกความเชื่อถือ ศรัทธา และความไว้วางใจต่อ ทร.ในสายตาประชาชนให้กลับมา หลังจากที่ ทร.ประสบปัญหาหลายเรื่องจนกระทบต่อภาพลักษณ์ของกองทัพ ทั้งที่เคยเป็นที่พึ่งของประชาชนในหลายโอกาส ไล่ตั้งแต่ เรือหลวงสุโขทัย เหตุอาวุธกระสุนหายในคลังแสง กำลังพลนอกแถวที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม โครงการจัดหาอาวุธที่เป็นปัญหาในอดีต

“จะเป็นปีที่ ทร.จะเริ่มดีขึ้นในทุกๆ ด้าน หลังจากที่ปัญหาทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย เมื่อรื้อมาดูเนื้อในแล้วจะเห็นว่าท ทร.มีระเบียบ หลักการปฏิบัติ ที่เป็นลายลักษณ์อักษรกำกับไว้ในเอกสารหมดแล้ว แต่เมื่อนำไปปฏิบัติทุกวันก็ไม่เป็นเหมือนที่กำหนดไว้ เหมือนเครื่องยนต์ที่หลวม ก็ต้องมีการขันน็อตให้เข้าที่เข้าทาง เพื่อให้การทำงานเดินหน้า อย่างเช่นกรณีคลังอาวุธที่กำลังพลนำออกไปขายข้างนอก ทั้งที่มีการวางระบบตรวจสอบไว้แล้ว อีกทั้งต้องหาแนวทางในการสื่อสารให้สังคมเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของทหาร การเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพตามความเหมาะสม ทั้งโครงการเรือดำน้ำ ที่ถูกโจมตีช่วงเวลาที่ผ่านมาว่าปัญหาเกิดจากอะไร และได้แก้ไขอย่างไร เป็นต้น” แหล่งข่าวอ้างคำพูด พล.ร.อ.อะดุง ว่าที่ ผบ.ทร.

‘ชัยวุฒิ’ อำลา ก.ดิจิทัลฯ ขอบคุณ ‘ลุงตู่-ลุงป้อม’ ที่ให้โอกาส ลั่น!! ถึงแม้จะเป็นแค่คนธรรมดา ก็ขอทำงานเพื่อบ้านเมืองต่อไป

(1 ก.ย. 66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า…

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนทุกท่าน ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบคุณพรรคพลังประชารัฐ ท่าน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ และท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอย่างสูง ที่ไว้วางใจให้ผมทำงานเพื่อบ้านเมือง ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา และขอบคุณคณะรัฐมนตรีทุกคนที่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกัน เป็นช่วงเวลา 2 ปีที่ผมถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่าที่สุดในชีวิต 

และในฐานะนักการเมือง ซึ่งผมเริ่มงานการเมืองเป็น สส.สิงห์บุรี มาตั้งเเต่อายุ 29 ปี เเน่นอนครับ ผมจะมาถึงวันนี้ไม่ได้ถ้าไม่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน และชาวสิงห์บุรีบ้านของผม ขอขอบคุณที่รักในความเป็นชัยวุฒิ ทำให้ผมมีวันนี้ วันที่ผมได้เรียนรู้ในบทบาทของผู้บริหารบ้านเมือง สิ่งสำคัญ ไม่ง่าย เพราะเราต้องทำจริง ไม่ใช่เเค่พูด และผมคงไม่สามารถ ทำงานได้หากขาดกลไกของการขับเคลื่อน และความร่วมมือจากทุก ๆ คนที่มาทำงานร่วมกัน

ผมขอขอบคุณ ข้าราชการ พนักงาน ผู้บริหาร ทั้งหน่วยงานองค์กรในสังกัดและนอกสังกัดกระทรวงดีอีเอส อันเป็นที่รัก หลายคนเป็นเหมือน เพื่อน พี่ และผู้ใหญ่ ที่คอยแนะนำช่วยเหลือ ผมดีใจที่ได้ร่วมกันทุ่มเททำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมมีความภาคภูมิใจทุกครั้งที่ภารกิจของพวกเราที่ทำร่วมกันประสบความสำเร็จ และนับเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ทำงานร่วมกันกับพวกท่าน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้เราได้ทำงานร่วมกันมาจะอยู่ในความทรงจำของผมเสมอครับ

ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านอีกครั้ง ที่ให้โอกาสผมทำงานรับใช้ ถือเป็นสิ่งล้ำค่าที่ผมได้รับ และผมจะรักษาไว้ตลอดไป ผมขอฝากรัฐมนตรีดีอีเอสท่านใหม่ เข้ามาเเก้ไขปัญหากลโกงและการหลอกลวงบนโลกออนไลน์ ต้องรู้เท่าทัน ความเสียหายประชาชนเกิดขึ้นทุกวัน เป็นสิ่งที่เราต้องทำให้ได้ สิ่งนี้คือความหวัง เป็นกำลังใจให้ครับ 

สำหรับผม ภายหลังจากนี้ ผมขอยืนยันว่าไม่ว่าจะมีตำแหน่ง หรือ เป็นเพียงประชาชนคนธรรมดา ผมก็จะเดินหน้าทำงานเพื่อบ้านเมืองและพี่น้องประชาชนต่อไป

‘เก๋ไก๋’ เซ็นสัญญาช่อง 3 ขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ เตรียมประกบคู่ ‘กองทัพ พีค’ ในละคร ‘ก็รักมันปักใจ’

​ปังสุดๆ สำหรับ ยูทูบเบอร์สาวชื่อดัง ‘เก๋ไก๋ สไลเดอร์’ หรือ เก๋ไก๋ ณัฐธิชา นามวงษ์ ที่ก่อนหน้านี้มีผลงานทั้งซีรีส์ และเป็นนางเอกภาพยนตร์มาแล้ว ที่ล่าสุดจับปากกาเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงสังกัดช่อง 3 เป็นที่เรียบร้อย ขึ้นแท่นเป็นนางเอกป้ายแดงของค่าย ชลลัมพีบราเธอร์ ประกบคู่ครั้งแรกกับพระเอกหนุ่ม กองทัพ พีค ในผลงานละครที่มีชื่อว่า ‘ก็รักมันปักใจ’ โดย เก๋ไก๋ ได้เผยถึงความรู้สึกว่า

“รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก ๆ ค่ะ ปกติทุกคนจะเห็นเราในช่องยูทูบ แต่ตอนนี้เราจะมาอยู่บนทีวีแล้ว ทุกคนอาจจะเคยเห็นเก๋ไก๋ผ่านงานภาพยนตร์ ซีรีส์มาบ้าง จริง ๆ เราก็ไม่คิดว่าเราจะเข้ามาอยู่ที่ช่อง 3 ซึ่งเป็นช่องที่เราดูมาตั้งแต่เด็ก ๆ เราตื่นเต้นมากไม่รู้ว่าการเป็นเด็กช่องเขาต้องทำยังไง เขาต้องเล่นละคร เขาต้องทำอะไรยังไงบ้าง ต้องเรียนแอคติ้งเพิ่มอีกไหม ต้องไปฝึกอะไรเพิ่มบ้าง ซึ่งตอนนี้รู้แล้วว่าเราต้องเตรียมตัวเป็นนักแสดงยังไง ก็เริ่มจากเรียนการแสดงเพิ่มเติมอันดับแรกเลยค่ะ”

และเมื่อถามว่ามีบทบาทตัวละครแนวไหนที่อยากเล่น เธอก็รีบตอบทันทีว่า “ได้หมดเลยค่ะ ปกติเราชอบแนวตลกคอมเมดี้ ก็อยากลองเล่นบทบาทที่เป็นตัวเราดูค่ะ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวกับแฟน ๆ ช่อง 3 ด้วยนะคะ และฝากติดตามผลงานของเก๋ไก๋ในบทบาทนักแสดงช่อง 3 ครั้งแรกด้วยค่ะ”

‘ทนายวิญญัติ’ ขอ ปชช. งดวิจารณ์ก้าวล่วงพระราชอำนาจ กรณี ‘ในหลวง’ พระราชทานอภัยโทษ ‘ทักษิณ’

(1 ก.ย.66) นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ราชกิจจานุเบกษาลงประกาศพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยโทษนาย ทักษิณ ชินวัตร เหลือโทษจำคุกต่อไป อีก 1 ปี ได้ทราบข่าวจากการประกาศราชกิจจานุเบกษา ในวันนี้ทางทนายความยังไม่ได้เดินทางไปเยี่ยมนายทักษิณ แต่ผลที่ประกาศราชกิจจานุเบกษาดังกล่าวถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยเมตตาให้กับนายทักษิณ เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนที่กรมราชทัณฑ์จะต้องนำไปดำเนินการต่อไป

หลังจากนี้ต้องขอร้องประชาชนคนไทยที่ไม่สมควรที่จะวิพากษ์วิจารณ์ หรืออาจมาโต้แย้งคัดค้านใด เพราะอาจจะเป็นก้าวล่วงหรือละเมิดพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ 

ในส่วนคดีที่ยังค้างพิจารณาอยู่ไม่ว่าจะเป็นชั้นสอบสวนหรือชั้นศาล ทางทนายความเราก็จะดำเนินการในฐานะของจำเลยหรือผู้ถูกกล่าวหาตามสิทธิ ของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เรื่องใดในชั้นสอบสวน ก็จะร้องขอความเป็นธรรมเเละขอให้สอบสวนต่อพนักงานอัยการ เนื่องจากต้องให้โอกาสผู้ต้องหาต่อสู้คดีอาญา อย่างเต็มที่  ส่วนคดีที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดีในชั้นศาลหากมีคดีที่ สามารถถอนฟ้องหรือยอมความได้ก็ต้องดำเนินการเพื่อหาข้อยุติตามกฎหมายต่อไป ซึ่งตนจะเดินทางไปเยี่ยมนายทักษิณ อีกต้นสัปดาห์หน้า

‘ซีเค เจิง’ เปรียบ ‘เกษตรกรจีน’ เป็นได้แค่พนักงาน ไม่มีวันได้เป็นเจ้าของกิจการ เพราะไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน

(1 ก.ย. 66) ผู้ใช้งานบัญชีติ๊กต็อกชื่อ ‘ckfastwork’ ของ ซีเค เจิง นักธุรกิจรุ่นใหม่ เผยแพร่คลิปวิดีโอในหัวข้อ ‘ระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจของจีน’ โดยระบุว่า..

“โดยส่วนตัว ผมจะไม่มีวันไปลงทุนกับประเทศจีน ผมไม่คิดว่ามันจะเวิร์ก สิ่งที่รักษาประเทศจีนอยู่ถึงทุกวันนี้เป็นเพราะมีประชากรจีนเยอะมาก แต่จีดีพีต่อหัวยังถือว่าต่ำมาก แต่ประชากรเยอะเลยอยู่ได้ง่าย คุณขายน้ำ ก๋วยเตี๋ยว ไม่ต้องขายบ้านอื่น ขายแค่ในบ้านก็รวยแล้ว คนที่รวยที่สุดในประเทศจีนตอนนี้คือใครครับ? คนที่ขายน้ำเปล่า (Zhong Shanshan) แบรนด์น้ำของเขาไม่จำเป็นต้องขายบ้านอื่นเลย ซึ่งเขาเป็นคนที่รวยที่สุด เพราะว่าขายแค่ในบ้านตัวเอง”

ซีเค เจิง ระบุต่อว่า “การลงทุนของผมไม่ชอบอะไรอย่างนั้น ผมชอบทำธุรกิจที่เปลี่ยนโลก ผมไม่ชอบธุรกิจที่อยู่แค่ในบ้าน จีนทำสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยหลายอย่าง ซึ่งผมไม่ชอบมาก การไม่ให้คนอื่นลงทุนต่างประเทศ คุณหาเงินที่จีน แต่คุณเอาเงินหยวนออกจากจีนไม่ได้นะ อย่างมาก 1 ปี ได้ 2 ล้านหยวน คือเขาบังคับให้คุณต้องลงทุนกับประเทศจีน แล้วจะซื้อที่ดินจีนก็ซื้อไม่ได้ด้วย อสังหาฯ จีนจะไปซื้อได้ไง ใครจะไปซื้อที่ดินจีน ซื้อไม่ได้ ครบ 70 ปี คุณก็ต้องคืน”

“เกษตรกรบ้านเขาจะเกิดได้ยังไง เป็นเหมือนระเบิดเวลา เดี๋ยวเกษตกรจีนก็ตาย เพราะเกษตรกรจีนเป็นเหมือนพนักงาน ไม่สามารถเป็นผู้ประกอบการ เพราะยังไงที่ดินก็เป็นของประเทศจีน ไม่ได้เป็นของพลเมืองจีน ถ้าพี่เป็นเกษตรกรจีนที่เก่งมาก พี่อยากอยู่ไหม? ไม่อยากอยู่หรอก จะเป็นพนักงานทั้งชีวิตเหรอ? ไม่มีทาง”

“ผมไม่ชอบประเทศจีนนะ ผมรู้นะว่าหลายคนบอกว่าจีนกำลังมาแรง หรือเรย์ ดาลิโอ เขามีหนังสือเขียนว่าเทรนด์จีนกำลังแซงหน้าสหรัฐฯ เข้าไปทุกที ผมไม่เห็นด้วยหรอกนะ คลิปของผมก็อยู่ในโซเชียลหมด ถ้าวันหนึ่งจีนเหนือกว่าอเมริกาจริง ๆ ค่อยมาหัวเราะใส่ผมแล้วกัน ผมจะไม่ลงทุนในประเทศจีน”

“ผมเป็นคนจีนนะครับ ต้องบอกว่าสำหรับผม ผมค่อนข้างที่จะละอายที่ประเทศจีนทำอย่างนี้ และหลายๆ อย่างที่ผมไม่ชอบมาก” ซีเค เจิง ทิ้งท้าย

‘รัชดา’ ชี้แจงชาวเน็ต หลังคอมเมนต์ดูถูก-หยาบคาย

(1 ก.ย.66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงชาวเน็ต ระบุว่า...

ผ่านสังเวียนคอมเมนต์มามากมาย โดยมากก็จะขำ เล่าสู่กันฟัง

โอย อย่าหยาบคายกับพวกเราเลยนะ เรานำเสนอความจริง อยากให้ ปชช.เข้าใจสิ่งที่ถูกต้อง ไม่เชื่อก็ไม่มีใครว่าอะไร และเราไม่เคยใช้คำพูดไม่สุภาพนะ เพราะมันไม่ใช่รสนิยม…ส่วนเรื่องสามีนั้น ไม่ต้องห่วงเลย มันไม่ใช่ Pain Point ของผู้หญิงหรอกนะ หลายคนยังคิดว่าโชคดีที่ไม่มีด้วยซ้ำจ้า ... Traisuree Taisaranakul / อ้น ทิพานัน ศิริชนะ

‘นักดนตรีระดับโลก’ บรรเลงเพลง กลาง สน.ทองหล่อ หลังได้รับ ‘ไวโอลิน’ มูลค่า 18 ล้านบาท ที่ลืมไว้บนแท็กซี่คืน

(1 ก.ย. 66) สถานีวิทยุ จส.100 รายงานว่า ได้รับการประสานจาก สน.ทองหล่อ ให้ตามหาแท็กซี่ ที่รับชาวจีน เมื่อคืนวันที่ 29 ส.ค. 66 เวลา 23.10 น.จากร้านอาหารปักกิ่ง ซอยสุขุมวิท 26 ไปลงที่สุขุมวิท 31 เนื่องจาก ‘ชาวจีน’ เป็นนักไวโอลินที่มีชื่อเสียงระดับโลก ลืมกระเป๋ากล่องสีครีม ข้างในมีไวโอลินสีน้ำตาล-เหลือง 1 ตัว

จ.ส.ต.เกรียงไกร กรไธสง ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ให้ข้อมูลว่า คนขับรถแท็กซี่ ชื่อ ‘คุณอุเทน เด่นขุนทด’ เนื่องจาก ผู้โดยสารชาวจีนโอนค่าโดยสารไปให้ ตำรวจ ช่วยตรวจสอบกล้องวงจปิดจุดที่ขึ้นลงแล้ว กล้องมองไม่เห็นทะเบียนรถ และไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ ผู้โดยสารชาวจีน คือ ‘คุณเซว เหว่ย’ (Xuē Wěi) นักไวโอลินชาวจีนที่มีชื่อเสียงระดับโลก

ในที่สุด สถานีวิทยุ จส.100 สามารถติดต่อคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวได้ คือ คุณอุเทน ขับรถแท็กซี่ สีชมพู ทห-2874 กทม.และได้ประสานส่งมอบกล่องไวโอลินให้กับคุณซุน ซึ่งเป็นเพื่อนของคุณเซว เหว่ย เรียบร้อยแล้ว เมื่อคืนนี้ (30 ส.ค.66) ที่สน.ทองหล่อ

ขณะที่ คุณซุน ขอขอบคุณคนไทยมีน้ำใจจริงๆ เนื่องจาก ไวโอลิน มีความพิเศษ เป็นสมบัติที่ล้ำค่า มีคุณค่าทางจิตใจ เหมือนเป็นอาวุธของคุณเซว เหว่ย และอยากได้คืนมาก มีอายุ 200 กว่าปี มูลค่า 18 ล้านบาท เมื่อรู้ว่าลืมไว้บนรถแท็กซี่ คุณเซว เหว่ย มีความกังวลมาก ไม่ได้ทานข้าว และเมื่อรู้ว่า ติดต่อคุณอุเทน คนขับรถได้แล้วและได้รับของคืน รู้สึกดีใจมาก คุณเซว เหว่ย เดินทางไป-กลับ 3 ประเทศเป็นประจำ ไทย-อังกฤษ-จีน ครั้งนี้ก็มาอยู่ไทยนานพอสมควร หลังจากนี้ก็จะเดินทางกลับประเทศจีน

ในส่วนตัวคุณซุน ติดตามฟังสถานีวิทยุ จส.100 มาตลอด เพราะจะได้ทราบข้อมูลข่าวสารการจราจรในช่วงเช้า-เย็น

ขณะที่ คุณอุเทน เล่าว่า เมื่อรู้ว่า ผู้โดยสารลืมของไว้ในรถ ก็ขับรถวนกลับไปรอบหนึ่งแล้ว แต่ไม่ทราบว่าจะติดต่อใคร จึงนำไวโอลินไว้ที่กระโปรงท้ายก่อน และบอกเจ้าของอู่ให้ทราบไว้ จากนั้นก็พักผ่อน เมื่อตื่นขึ้นมาเห็นสายโทรศัพท์ของสถานีวิทยุ จส.100 จึงได้โทรกลับและประสานงานกัน นำไวโอลินส่งมอบคืนให้คุณเซว เหว่ย และได้รับ Gift voucher เป็นสินน้ำใจด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top