Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

‘EA’ คว้ารางวัลใหญ่ ‘Corporate Excellence Award’ จาก ‘APEA 2023’ ตอกย้ำ ‘ผู้นำนวัตกรรมพลังงานสะอาด’

EA ผู้นำนวัตกรรมพลังงานสะอาด คว้ารางวัลใหญ่ ‘Corporate Excellence’ Category-Energy ในเวทีระดับสากล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) แห่งปี 2023 เชิดชูเกียรติกลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ ในฐานะองค์กรที่เป็นเลิศด้านการบริหารงานและสร้างการเติบโตทางธุรกิจด้วยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง จัดโดย Enterprise Asia Enterprise Asia ซึ่งได้คัดเลือกองค์กรที่มีผลงานดีเด่นในการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนทั่วภูมิภาคเอเชีย

นายวสุ กลมเกลี้ยง Executive Vice President บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า EA มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับการรับผิดชอบสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยรางวัล Corporate Excellence Award APEA 2023 เป็นอีกหนึ่งรางวัล สะท้อนถึงการที่บริษัทฯ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารจัดการองค์กรที่ดีเลิศ มีพัฒนาองค์กรการเติบโตที่มั่นคงแข็งแกร่งและยั่งยืน การันตีความสำเร็จของกลุ่ม EA จากการขับเคลื่อนองค์กรด้วยการนำเทคโนโลยีพัฒนานวัตกรรมด้วยฝีมือคนไทยในด้านพลังงานสะอาด สู่เวทีระดับสากล

โดยความสำเร็จที่เกิดขึ้น มีรากฐานจากกลยุทธ์การบริหารธุรกิจแบบ ‘Green Produt’ เพื่อประโยชน์ต่อสังคมที่ยั่งยืน โดยครอบคลุมในทุกมิติด้านพลังงานสะอาด ทั้งธุรกิจพลังงานทดแทน ที่มีการวิจัยและพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตปาล์มน้ำมันสู่ผลิตภัณฑ์ Biodiesel, Glycerin, Green Diesel และ Bio-PCM ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานจากลม (Wind) และแสงอาทิตย์ (Solar) กำลังการผลิต 664 เมกะวัตต์ (MW) ธุรกิจผลิตแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจที่จะยกระดับนวัตกรรมฝีมือถือคนไทยสู่ระดับนานาชาติ 

โดย EA มุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจร โดยมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) กำลังผลิตเริ่มต้น 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ที่มีกำลังการผลิตขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ต่อยอดสู่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ครบวงจรกำลังผลิตสูงสุดที่ 9,000 คันต่อปี อีกทั้งธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้า EA Anywhere มีสถานีชาร์จไฟฟ้าให้บริการทั่วประเทศกว่า 500 สถานี หรือกว่า 2,500 หัวชาร์จ ทั้งยังมีอาคารจอดรถ ‘รามาธิบดี-พลังงานบริสุทธิ์’ อาคารต้นแบบด้านการจัดการพลังงานสำหรับการชาร์จแห่งแรก ที่มีหัวชาร์จมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

นอกจากนี้ EA ยังเดินหน้าพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งหัวรถจักรไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (EV on Train) ซึ่งสามารถเพิ่มตู้แบตเตอรี่แยก (Power Car)  เพิ่มระยะทางการวิ่งรวมแบตเตอรี่ขนาด 4.1 MWh วิ่งได้ระยะกว่า 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จ พร้อมมีการพัฒนาสถานีชาร์จขนาดใหญ่แห่งแรกของโลก 

“EA พร้อมจะขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม สร้าง Champion Product : Commercial EV ยกระดับขนส่งสาธารณะให้มีความสะดวก สบายและทันสมัย ทั้ง รถ-เรือ-ราง ที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ และด้วยกลยุทธ์บริหารธุรกิจ EA Ecosystem จะเป็นกุญแจสำคัญให้อุตสาหกรรมใหม่ New S-Curve ได้เติบโตพร้อมกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานสะอาด สร้างโอกาสพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมให้ประเทศ ด้วยผลงานนวัตกรรมฝีมือคนไทยที่ภาคภูมิใจ” นายวสุกล่าวทิ้งท้าย

‘มิว นิษฐา’ แจ้งข่าวดีกำลังตั้งท้องลูกคนที่ 2 พร้อมโชว์ภาพน่ารัก ‘น้องมาริน’ เดินจุ๊บท้อง

(31 ส.ค. 66) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวดีที่ทำให้หลายคนอดอมยิ้มและดีใจตาม สำหรับสาว ‘มิว นิษฐา คูหาเปรมกิจ’ ที่ล่าสุดเจ้าตัวออกมาประกาศข่าวดีว่ากำลังตั้งท้องลูกคนที่ 2 แล้ว

โดย ‘มิว นิษฐา’ ได้โพสต์คลิปลูกสาว ‘น้องมาริน’ เดินไปจุ๊บท้องน้อย ๆ พร้อมแคปชันอิโมจิภาพครอบครัวพ่อแม่ลูกแล้วเครื่องหมายบวกเด็กน้อยเพิ่มอีกคน

งานนี้ก็มีเหล่าบรรดาเพื่อน ๆ ในวงการบันเทิงและแฟนคลับแห่เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่ลูกสองกันเป็นจำนวนมาก

‘Country Garden’ ยักษ์อสังหาจีนส่อวิกฤต หลังครึ่งปีขาดทุน 2.3 แสนลบ. อาจผิดนัดชำระหนี้

Country Garden Holdings Co. เตือน อาจผิดนัดชำระหนี้ และอยู่ในธุรกิจต่อไปยาก เพราะครึ่งปีแรกของปี 2566 ขาดทุน เกือบ 7 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.31 แสนล้านบาท) หวั่นเสียหายหนักกว่า China Evergrande Group 

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานวันนี้ (31 ส.ค.) Country Garden Holdings Co. ออกมาเตือนว่า อาจผิดนัดชำระหนี้ และกล่าวถึงความกังวลในความสามารถของการอยู่ในธุรกิจต่อไป หลังจากรายงานการขาดทุนมากเป็นประวัติการณ์ที่เกือบ 7 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.31 แสนล้านบาท) ในครึ่งปีแรกของปี 2566

โดย ผู้บริหารของ Country Garden กล่าวว่า หากผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทยังคงตกต่ำลง กลุ่มบริษัทอาจไม่สามารถชำระมูลหนี้ทั้งหมดได้ “ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้” ตามเอกสารที่ยื่นเมื่อวันพุธ 

พร้อมเสริมว่า “ความไม่แน่นอนที่มีนัยสำคัญ” หรือ Material Uncertainties ที่อาจก่อให้เกิด “การตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถของกลุ่มในการดำเนินธุรกิจต่อไปในอนาคต”

ด้านบทวิเคราะห์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่า คำเตือนดังกล่าวเน้นย้ำว่า วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง 

โดย Country Garden ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ หากประเมินตามยอดขาย ทว่ากลับประสบปัญหาหนี้สินที่อาจเลวร้ายกว่าคู่แข่งอย่าง China Evergrande Group เนื่องจากมีโครงการอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 4 เท่า

'หนุ่ม กรรชัย' ลุยฟ้องอาจารย์ชื่อดัง อ้างถูกแซะ-แขวนประจาน ด้าน ‘อ.อ๊อด’ ออกโรงโต้ สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร

เมื่อวานนี้ 30 ส.ค. 66 หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘หนุ่ม กรรชัย’ โดยระบุว่า…

สวัสดีครับ ผม กรรชัยเองครับ

ตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้วจนเกือบตุลาคมในปีนี้ เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีเต็มที่ผมต้องทนให้บุคคลท่านหนึ่งซึ่งเป็นถึงอาจารย์ ด่าทอวิพากษ์วิจารณ์ แซะ แขวนประจานผมมาโดยตลอด และตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยพูด ไม่เคยตอบโต้อะไรเลย เพราะผมถือว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องของวุฒิภาวะที่ควรจะมี สุดท้ายผมจึงต้องพึ่งกระบวนการทางกฎหมายในการพิสูจน์ว่าตัวผมไม่ได้เป็นอย่างที่เค้าพูด โดยการนำเรื่องฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ว่า ผมได้ถูกหมิ่นประมาทว่าเป็นมาเฟีย เป็นผู้ชักจูงสังคมไปในทางที่ผิด เป็นคนไม่ดีสร้างเรื่องในสังคมให้เละเทะ

และบอกว่าผมเป็นหนึ่งในกลุ่มตัวตึงในการตบทรัพย์ชาวบ้าน ซึ่งทั้งหมดไม่เป็นความจริงเลย และในช่วงเวลาที่ผ่านมาผมได้รับการติดต่อจากคนรอบข้างว่าอาจารย์ท่านนั้นอยากจะขอโทษผม และจะโทรหาผมเพื่อขอโทษด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายก็ไม่โทรมา แถมไม่เกินสองวัน อาจารย์ท่านนั้นกลับลงด่าทอผมอีก และยังได้ส่งเรื่องไปร้องเรียนที่ช่องสามว่าผมเป็นคนไม่มีจรรยาบรรณ และ ได้มีการลงแซะ รวมถึงหมิ่นผมใน Facebook ของตนเองเกือบทุกวัน ซึ่งทำแบบนี้ซ้ำ ๆ อยู่ตลอดมา

....วันนี้ที่ผมมาโพสต์เรื่องนี้เพราะอยากจะแจ้งว่า ตามที่ผมได้พึ่งกระบวนการทางกฎหมายในการฟ้องต่อศาลเพื่อพิทักษ์สิทธิตัวเอง ซึ่งในวันนี้คดีที่ผมฟ้องมีมูลนะครับ และศาลท่านได้รับไว้ในชั้นพิจารณาเรียบร้อยครับ ซึ่งทางเค้าเองก็มีสิทธิ์ที่จะต่อสู้คดีต่อไปนะครับ และผมอยากฝากถึงเค้าด้วยว่า นับจากวินาทีนี้ไปอย่าได้แขวะ แซะ หรือแม้กระทั่งวิพากษ์วิจารณ์ผมโดยทางตรงหรือทางอ้อมอีกเด็ดขาด เพราะทั้งหมดจะมีผลทางคดีทันที รวมถึงผมและทีมกฎหมายอาจจะพิจารณาในการฟ้องเพิ่มครับ ขอบคุณครับ

ปล.อยากฝากอีกนิดครับ การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตใจในฐานะที่ผมเป็นคนสาธารณะ กับ การหมิ่นประมาท มันต่างกันนะครับ ควรใช้วุฒิภาวะ และ สามัญสำนึกทางด้านความคิด แยกแยะให้ถูกนะครับ

ต่อมาวันที่ 31 ส.ค. 66 อาจารย์อ๊อด หรือ รศ. ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Weerachai Phutdhawong ระบุว่า..

สวัสดีครับผมอาจารย์อ๊อดนะครับ

ผมอยากให้ศาลประทับรับฟ้องเพื่อจะได้พิสูจน์กันในชั้นศาลและเวลานี้ก็มาถึงแล้ว เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเอาพยานหลักฐานมาพิสูจน์กันในชั้นพิจารณาคดี

ผมไม่เคยคิดจะฟ้องดาราหนุ่มคนนี้เลย ตั้งแต่ต้น ผมพยายามตั้งรับ ซึ่งเขาฟ้องมาสองคดี และแจ้งความอีกห้าคดี 

ผมจะพิสูจน์ให้ศาลรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไรและเมื่อขั้นตอนของดาราหนุ่มคนนี้เสร็จสิ้น ก็จะเป็นตาของผม บ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเบิกความเท็จ แกล้งให้คนอื่นได้รับโทษ ฟ้องเท็จก็ว่ากันไปนะครับ 

ใครอยากรู้ว่าต้นตอของเรื่องนี้เกิดจากอะไรให้ไปดูข่าวเที่ยงช่องสามวันที่ 19 มกราคม 2566 และต้นเรื่อง 25 ต.ค. 2565

สงครามยังไม่จบอย่าพึ่งนับศพทหาร 

รัก
อ.อ๊อด

JKN ส่อผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ 443 ล้านบาท เตรียมขอผ่อนผันชำระ หลังครบกำหนด 1 ก.ย.นี้

JKN เผยไม่สามารถหาแหล่งเงินชำระเงินต้นและดอกเบี้ย หุ้นกู้ รุ่น JKN239A มูลค่า 609 ล้านบาท แต่มียอดค้างชำระ 443 ล้านบาท ครบกำหนด 1 ก.ย.นี้ จ่อเปิดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 29 ก.ย.นี้ ขอมติผ่อนผันจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย ป้องกันปัญหาผิดนัดชำระหุ้นกู้รุ่นอื่นๆ ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ

บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ว่า ตามที่หุ้นกู้ของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2/2563 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2566 (หุ้นกู้รุ่น JKN239A) ถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ในวันที่ 1 กันยายน 2566 จำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งสิ้น 609,981,369.6 บาท 

อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่สามารถชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ในวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ดังกล่าวได้โดยบริษัทจะชำระเงินต้นบางส่วนจำนวน 146,618,630.14 บาท และดอกเบี้ยจำนวน 9,981,369.86 บาท รวม156,600,000 บาท ในวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ (1 กันยายน 2566) โดยคงเหลือยอดค้างชำระจำนวน443,400,000 บาท 

จึงไม่เป็นไปตามข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้ สำหรับ หุ้นกู้ของบริษัท เจเคเอ็นโกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2/2563 ครบกำหนดไถ่ ถอนปี 2566 ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนดไถ่ถอน ภายใต้โครงการตราสารหนี้ (Medium Term NoteProgram)  ปี พ.ศ. 2563 วงเงินหุ้นกู้ทั้งสิ้นไม่เกิน 2,500,000,000 บาท ณ ขณะใดขณะหนึ่ง (Revolving Basis) (ซึ่งรวมถึงการเพิ่มวงเงินเสนอขาย (ถ้ามี) ที่ได้มีการเปิดเผยเพิ่มเติมในแบบ 69-Supplement) (ข้อกำหนดสิทธิ)

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวข้างตัน ส่งผลให้บริษัทจะต้องมีการดำเนินการตามที่กำหนดในข้อกำหนดสิทธิก่อน ได้แก่ (1) ผู้ออกหุ้นกู้ได้รับการร้องขอเป็นหนังสือจากผู้ถือหุ้นกู้ไม่ว่ารายเดียวหรือหลายรายที่ถือหุ้นกู้หรือถือหุ้นกู้รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของหุ้นกู้ที่ยังไม่ได้ไถ่ถอนทั้งหมด หรือ (2) มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ให้ถือว่าบริษัทตกเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้และให้หุ้นกู้ถึงกำหนดชำระโดยพลันในการนี้ 

บริษัทได้จัดเตรียมแผนการชำระหนี้ตามหุ้นกู้รุน JKN239A โดยจะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 29 กันยายน 2566 ต่อไป เพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้พิจารณาอนุมัติ (1) แผนการชำระเงินตัน และดอกเบี้ยหุ้นกู้การแก้ไขเปลี่ยนปลงข้อกำหนดสิทธิ รวมถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ (2) การขอผ่อนผันให้การผิดนัดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ถือเป็นเหตุผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิ และ ไม่เรียกชำระหนี้ตามหุ้นกู้โดยพลัน(Call Default) หากได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ บริษัทเชื่อมั่นว่า บริษัทจะสามารถเสนอเงื่อนไขในการชำระเงินตันและดอกเบี้ยตามแผนที่กำหนดไว้ได้

ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจถึงการผิดนัดชำระเงินต้น ดังกล่าว โดยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้พิจารณาสรรหาแหล่งเงินทุนหลากหลายวิธีการ อย่างไรก็ตาม การเจรจากับผู้ร่วมทุนของบริษัทไม่เป็นไปตามที่บริษัทคาดหวัง ในการนี้บริษัทยืนยันและรับรองว่า บริษัทมีความตั้งใจและขอให้ความเชื่อมั่นว่าบริษัทมีเจตนาที่จะชำระคืนเงินดัน และดอกเบี้ยทั้งหมดของหุ้นกู้รุ่น JKN239A รวมถึงหุ้นกู้ใด ๆ ของบริษัททั้งหมด โดยบริษัทจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

นักบินมีหนาว!! ‘เกาหลีใต้’ พัฒนาหุ่นยนต์นักบินตัวแรกของโลก ควบคุมเครื่องได้แม่นยำ หวังตีตลาดการบิน ‘ทหาร-พลเรือน’

เมื่อไม่นานนี้ วงการนักบินต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อทีมนักวิจัยจากสถาบันขั้นสูงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ (The Korean Advanced Institute of Science and Technology : KAIST) ได้พัฒนา ‘ไพบ็อต’ (PIBOT) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่มีลักษณะเป็นนักบินตัวแรกของโลก ที่นอกจากจะสามารถควบคุมเครื่องบินในห้องนักบินได้ไม่แพ้มนุษย์ แต่ยังสามารถจดจําแผนภูมิการบิน และกระบวนการรับมือเหตุฉุกเฉินได้ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกด้วย

ที่ผ่านมา มีการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ด้านการบินมาบ้างแล้ว ตั้งแต่ระบบลูกเรือในห้องนักบินอัตโนมัติ (Aircrew Labor In-Cockpit Automation System) ขององค์กรนวัตกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศแห่งอนาคตของสหรัฐฯ หรือ ‘DARPA’ ในปี 2016 ไปจนถึงโรโบไพบ็อต (ROBOpilot) หุ่นยนต์นักบินของห้องปฏิบัติการวิจัยกองทัพอากาศ สหรัฐฯ เช่นกัน ซึ่งเคยทดลองบินเป็นเวลา 2 ชั่วโมงมาแล้วในปี 2019

ความแตกต่างระหว่างหุ่นยนต์นักบินตัวก่อนหน้ากับตัวล่าสุดนี้ คือการที่ PIBOT นั้นเป็นหุ่นยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้เทคโนโลยี AI ในการขับเครื่องบิน ทั้งยังเป็นหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์สำหรับขับเครื่องบินตัวแรกของโลกอีกด้วย

‘เดวิด ฮยอนชุล ชิม’ (David Hyunchul Shim) ผู้นำโครงการ PIBOT กล่าวว่า นวัตกรรมนี้มีประโยชน์เนื่องจากมันไม่จําเป็นต้องดัดแปลงเครื่องบินที่มีอยู่ และสามารถนําไปใช้กับเที่ยวบินอัตโนมัติได้ทันที

นอกจากนี้ นักวิจัยยังกล่าวว่า การผสมผสานปัญญาประดิษฐ์อย่างแชตจีพีที (ChatGPT) ช่วยทําให้ PIBOT มีข้อได้เปรียบที่ชัดเจน เพราะเทคโนโลยีนี้ทำให้ PIBOT จดจําแผนภูมิการนําทางทางอากาศได้ทั่วทุกมุมโลก รวมถึงขั้นตอนการรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้ทั้งหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เหนือความสามารถของนักบินที่เป็นมนุษย์ ด้วยความสามารถเหล่านี้ ทีมงานจึงกล่าวว่า PIBOT อาจจะสามารถขับเครื่องบินได้โดยที่มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด และตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เร็วกว่านักบินที่เป็นมนุษย์

ด้วยรูปลักษณ์ที่คล้ายมนุษย์ PIBOTสามารถควบคุมสวิตช์ต่าง ๆ ในห้องนักบินของเครื่องบินได้อย่างแม่นยํา แม้ในช่วงเวลาที่เครื่องบินตกหลุมอากาศ อีกทั้งกล้องที่ถูกติดตั้งยังช่วย PIBOT ในการวิเคราะห์สถานการณ์ภายในห้องนักบินและสภาพแวดล้อมภายนอกได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดีการทดสอบ ความสามารถในการขับเครื่องบินของ PIBOT ที่ผ่านมาได้รับการทดสอบโดยใช้เครื่องจําลองการบินเท่านั้น ซึ่งนักวิจัยวางแผนที่จะทดสอบศักยภาพของหุ่นยนต์ด้วยเครื่องบินเบาในโลกแห่งความเป็นจริงในไม่ช้า โดยโครงการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2026 ซึ่งนักวิจัยวางแผนที่จะตีตลาด ทั้งการบินทางทหารและการบินพลเรือน

‘ชวน’ รับปริญญา ‘ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์’ ใบที่ 21 สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์มอบเพื่อเชิดชูเกียรติในผลงาน

(31 ส.ค. 66) นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยว่า ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาทัศนศิลป์ ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม พิจารณามอบให้นายชวน หลีกภัย ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด นับเป็นปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ใบที่ 21 ของนายชวน หลีกภัย

สำหรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ใบแรกจนถึงปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้

1.) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2528
2.) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2530
3.) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ พ.ศ. 2536
4.) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2537
5.) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล พ.ศ. 2541

6.) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัย San Marcosสาธารณรัฐเปรู พ.ศ. 2542
7.) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2545
8.) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้า พ.ศ. 2547
9.) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2549
10.) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2552

11.) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2552
12.) ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเซีย พ.ศ. 2555
13.) ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประเภททั่วไป สาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต พ.ศ. 2556
14.) ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2557
15.) นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย พ.ศ. 2559

16.) นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2562
17.) ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารจัดการการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2561
18.) นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แขนงวิชานวัตกรรมการสื่อสารทางการเมืองและการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
19. )ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
20.) ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคม ศาสนา และวัฒนธรรม วิทยาลัยทองสุข
21.) ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาทัศนศิลป์ สถาบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม

'บิ๊กป้อม' เผย เตรียมลาออก สส.พปชร. เร็วๆ นี้ ลั่น!! เป็น หน.พรรคอย่างเดียว ไม่เล่นการเมืองแล้ว

(31 ส.ค.66) ที่สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวก่อนเป็นประธานประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกฯ ว่า "ห้ามถามการเมืองนะ ไม่เล่นการเมืองแล้ว เป็นหัวหน้าพรรคอย่างเดียว ไม่ได้เล่นการเมือง"

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นหัวหน้าพรรคอย่างเดียวแล้วในตำแหน่ง สส. บัญชีรายชื่อจะอย่างไร? พล.อ.ประวิตร กล่าวทันทีว่า "เดี๋ยวก็จะลาออก คนอื่นก็ทำไป" เมื่อถามถึงความชัดเจนว่าจะลาออกเมื่อไหร่ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

เมื่อถามย้ำว่า จะยังทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคอย่างเดียวใช่หรือไม่? พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ใช่ อย่างเดียว"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากพล.อ.ประวิตร ลาออกจากสส. บัญชีรายชื่อ ผู้ที่จะขยับขึ้นมาเป็นสส.แทน คือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค พปชร.ที่มีชื่อเป็น รมช.สาธารณสุข

สำหรับบรรยากาศในวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพล.อ.ประวิตร มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและกล่าวอวยพรสื่อ อย่างอารมณ์ดี "โอเคนะ โชคดีนะทุกคน โชคดีจ๊ะ" จากนั้นเดินทางเข้าห้องรับรอง และเมื่อออกจากห้องได้กวักมือเรียกสื่อผู้สื่อข่าว ให้มาถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวเสริมกับสื่อมวลชนอีกด้วยว่า "ตนยังมีพลังการทำงานในด้านกีฬา ส่วนการเมืองขอให้เป็นหน้าที่คนอื่น ทำมาเยอะแล้ว"

เมื่อถามย้ำว่าทำมาเยอะแล้วและอยากทำต่อหรือไม่? (ก่อนผู้สื่อข่าวจะแซวว่า ทำอยู่ ทำต่อ) พล.อ.ประวิตร จึงถามกลับว่า "ทำอยู่ ทำต่อ หมายความว่าอย่างไร" ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า หมายถึงทำให้ประเทศ พล.อ.ประวิตร จึงกล่าวว่า "ผมทำมาเยอะแล้ว ผมทำให้พรรคบ้าง"

‘รัสเซีย’ บรรจุ ‘ภาษาจีน’ ในหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัย อ้าง!! หวังเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์

เมื่อไม่นานมานี้ หนังสือพิมพ์วอชิงตันเอ็กแซมมิเนอร์ของสหรัฐฯ รายงานว่า อันเดร เฟอร์เซนโก (Andrei Fursenko) ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเครมลินซึ่งเคยดำรงตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีการศึกษาและเทคโนโลยีรัสเซียกล่าวมีใจความว่า

“จะไม่มีความรุนแรงพวกเราจะหว่านล้อมแต่ในเวลาเดียวกันพวกเราจะมุ่งหน้าสู่แนวทางนี้หากว่าพวกเราต้องการที่จะสามารถแข่งขันได้” เขากล่าวในรายงานของสื่อ RIA Novosti ของรัสเซีย

ทั้งนี้ สื่อยูเครนสกายา ปราฟดา (Ukrainska Pravda) ที่รายงานเช่นเดียวกันระบุว่า ได้มีการบรรจุภาษาแมนดารินเข้าสอนในหลักสูตรตามมหาวิทยาลัยภายในรัสเซีย

เฟอร์เซนโก ชี้ว่า หนทางนี้จะช่วยให้บรรดานักศึกษาสามารถเข้าสู่ความเข้าใจทางสาขาวิทยาศาสตร์มากขึ้น โดยชี้ว่า 30% ของงานวิจัยวิทยาศาสตร์โลกนั้นถูกตีพิมพ์เป็นภาษาจีน

วอชิงตันเอ็กแซมมิเนอร์ชี้ว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยรัสเซียชื่อดังอย่างน้อย 1 แห่งออกมาต่อต้านคำสั่งโดยชี้ว่า “แปลกประหลาดและส่งผลร้าย”

ซึ่งเฟอร์เซนโกยืนยันว่า มันมีความสำคัญจากการที่จีนมีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง มองว่า นี่เป็นหนทางที่จะทำให้ 2 ชาติสหายมีความใกล้ชิดผูกพันมากขึ้น

เฟอร์เซนโกกล่าวในการประชุมฟอรัมการศึกษาเยาวชนรัสเซีย

“พวกเราต้องการที่จะอยู่ในเทรนด์วิทยาศาสตร์กันอยู่หรือไม่? มุ่งไปข้างหน้ากันเถิด” เขากล่าว และเสริมต่อว่า “ปัญหาคือแน่นอนที่สุดมันมีความจำเป็นที่ต้องทำให้มั่นใจว่า ภาษารัสเซียยังคงอยู่ท่ามกลางไม่กี่ภาษาของด้านวิทยาศาสตร์”

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญ ดร.เซอร์เก โพโพป (Dr.Sergei Popov) ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อฝรั่งเศส Le Monde เมื่อต้นปีว่า สำหรับการศึกษาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน มีภาษาเดียวเท่านั้นคือภาษาอังกฤษ และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงในอนาคตระยะใกล้

“ราว 100% ของสิ่งที่ผมได้อ่านและ 90% ของสิ่งที่ผมได้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งภาษาจีนที่เป็นคำถามนั้นอาจขึ้นมา แต่พบน้อยกว่าในแวดวงวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี”

สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า บรรดานักศึกษารัสเซียประจำสถาบันการศึกษาฟิสิกส์และเทคโนโลยีแห่งมอสโก MFTI (The Moscow Institute of Physics) ได้ออกมาโต้ว่า ความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์รัสเซียและนักวิทยาศาสตร์จีนไม่ถึงระดับที่จะทำให้การศึกษาภาษาจีนนั้นมีความสำคัญ

ยูเครนสกายา ปราฟดา ชี้ว่า มีการประท้วงเกิดขึ้นในหมู่นักศึกษาเมื่อมีนาคมต้นปี หลังจากทางสถาบันการศึกษาได้สั่งถอดวิชาภาษาต่างประเทศทั้งสเปน เยอรมัน และฝรั่งเศสออกจากหลักสูตร และใส่วิชาภาษาแมนดารินในหลักสูตรสำหรับภาคการศึกษา 2023-24 แทนด้วยเหตุผลด้านค่าใช้จ่าย

และเมื่อมีนาคมต้นปีเช่นเดียวกัน ธนาคารแห่งรัสเซีย (Bank of Russia) กำหนดให้พนักงานของตัวเองต้องเรียนภาษาแมนดาริน โดยอ้างว่าเพื่อการติดต่อทางธุรกิจกับเพื่อนร่วมงานจากจีน

โดยหนังสือพิมพ์มอสโกไทม์สได้รายงานเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ว่า เป็นผลมาจากการเผชิญหน้าอย่างตึงเครียดกับตะวันตกหลังเครมลินเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เครมลินได้หันไปมุ่งสู่เอเชียแทน ความต้องการเรียนภาษาแมนดารินเพิ่มขึ้นจากการที่รัสเซียได้เพิ่มการพึ่งพาทางเศรษฐกิจต่อจีน

หนังสือพิมพ์มอสโกแสดงภาพน่ารักของบรรดาสาว ๆ รัสเซียแต่งกายในชุดจีนโบราณสำหรับพิธีน้ำชาอย่างคึกคัก รวมถึงการศึกษาพู่กันจีน

ในขณะเดียวกัน จำนวนนักศึกษาระดับไฮสกูลรัสเซียได้เลือกภาษาจีนเป็นภาษาต่างประเทศในการสอบไล่ปลายปีเพิ่มขึ้นภายใน 1 ปี มาอยู่ที่ 17,000 คน ถึงแม้ว่าภาษาอังกฤษจะยังคงเป็นภาษาต่างประเทศที่เลือกเป็นอันดับ 1 สำหรับเวลานี้

มีนักเรียนรัสเซียตั้งความหวังจะไปศึกษาต่อในจีนหลังมีความหวังน้อยลงในการเข้าสู่สถาบันการศึกษาโลกตะวันตก และมีอีกบางส่วนมองหาลู่ทางที่จะเดินทางไปทำงานในจีนจากเหตุค่าตอบแทนสูงสำหรับชาวยุโรป

‘ครูบาน้อย’ ละสังขาร สิริอายุ 34 ปี เขียนพินัยกรรมให้ถวายเพลิงค่ำวันนี้

(31 ส.ค. 66) เพจเฟซบุ๊ก คณะศิษย์ครูบาน้อย ญาณวิไชย จังหวัดน่าน แจ้งว่า น้อมกราบถวายความอาลัย ‘ครูบาน้อย’ (พระญาณวิไชย ภิกขุ) วัดถ้ำเชตวัน ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ได้ละสังขารอย่างสงบ ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ในวันพฤหัสบดีที่ 31 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2566 เวลา 00.49 น. ณ วัดถ้ำเชตวัน

ประกอบพิธีถวายเพลิงสรีระสังขารตามเจตนารมณ์ ในพินัยกรรมของครูบา วันพฤหัสบดีที่ 31 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2566 เวลา 20.09 น. ณ วัดถ้ำเชตวัน จังหวัดน่าน

สำหรับประวัติครูบาน้อย หรือ ‘พระญาณวิไชย ภิกขุ’ บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดนาแดง เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2545 ในขณะอายุ 12 ปี โดยมี ‘พระครูวิสุทธิ์นันทวิทย์’ (ครูบาศรีมา กตปุญโญ) เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่ออายุ 20 ปีได้บวชเป็นพระภิกขุ

‘ครูบาน้อย’ เป็นลูกศิษย์ของครูบาบุญชุ่ม ญาณสวโร ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในล้านนา ครูบาน้อยปลีกวิเวก ตัดขาดจากโลกภายนอก เข้าไปปฏิบัติธรรมในพุทธสถานถ้ำเชตวัน ต.สันทะ อ.นาน้อย ประกาศตัดทางโลก 3 ปี เข้าบำเพ็ญกรรมฐานในถ้ำ เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2557 และวันที่ 15 ต.ค.2560 ได้ออกจากถ้ำหลังจากครบระยะเวลาที่กำหนดไว้ เช่นเดียวกับครูบาบุญชุมที่ได้ปฏิบัติมาก่อนหน้านั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top