Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

‘พีระพันธุ์’ เผยข่าวดี ไทยชนะ ‘คดีโฮปเวลล์’ สิ้นสุดมหากาพย์ เอกชนเรียกค่าเสียหายหลายหมื่นล้าน

(18 ก.ย. 66) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก แจ้งข่าวว่า ไทยชนะคดี ‘โฮปเวลล์’ แล้ว

เมื่อเวลาประมาณ 14.20 น. ที่ผ่านมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก แจ้งข่าวว่า ‘ไทยชนะคดีโฮปเวลล์’ ซึ่งเป็นมหากาพย์อภิมหาโครงการด้านคมนาคมขนาดใหญ่ ที่ถูกเอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหาย

โดยนายพีระพันธุ์โพสต์เฟซบุ๊กสั้น ๆ มีเนื้อหาว่า “ไทยชนะคดีโฮปเวลล์ ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในการยกเลิกสัญญาจากกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นค่าใช้จ่ายจากการเข้ามาลงทุนเป็นเงิน 56,000 ล้านบาท”

สำหรับกรณีการฟ้องร้อง โครงการโฮปเวลล์ มาจาก บริษัทโฮปเวลล์ เห็นว่าการที่ รฟท. เข้ามาใช้ประโยชน์จากโครงการก่อสร้างเดิม ถือเป็นการยึดหรือเวนคืนระบบหรือพื้นที่สัมปทาน จึงเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ เรียกค่าเสียหายจากการยกเลิกสัญญาจาก กระทรวงคมนาคม และ รฟท. เป็นเงิน 59,000 ล้านบาท

‘จุลพันธ์’ เตรียมเรียกหน่วยงานฯ ถกแผน ‘พักหนี้เกษตรกร-SME’ ขีดเส้น 14 วัน ต้องได้ข้อสรุปกรอบแนวทาง-วิธีการทำงานทั้งหมด

(18 ก.ย.66) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง เปิดเผยว่า ในต้นสัปดาห์นี้คณะทำงานในโครงการพักหนี้ทั้งในส่วนของเกษตรกร และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับกรอบแนวทาง และวิธีการทำงานทั้งหมด ให้ได้ข้อสรุป เพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติ สำหรับเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 14 วัน หรือไม่เกินสิ้นเดือน ก.ย. 2566

ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีลูกหนี้เกษตรกรทั้งสิ้นกว่า 4.2 ล้านบัญชี ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ราว 3 ล้านกว่าบัญชี ก็ต้องมาพิจารณาหลักเกณฑ์ และรายละเอียดว่าจะช่วยเหลืออย่างไร โดยคงไม่ได้ช่วยทั้งหมด เพราะในส่วนนี้เชื่อว่าจะมีรายใหญ่รวมอยู่ด้วย ส่วนว่ามาตรการจะครอบคลุมแค่ไหน หรือจะมีการกำหนดเพดานการช่วยเหลืออย่างไร ขอไปพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง แต่ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะได้รับคำสั่งจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.การคลังมาแล้ว

“คงต้องดูกรอบวงเงินที่มีความเหมาะสม และต้องดูภาระของงบประมาณที่จะรับได้อีกส่วนหนึ่งด้วย เพราะตอนนี้กระบวนการงบประมาณปี 2567 ที่ล่าช้านั้น ได้มีการกำหนดกรอบปฏิทินใหม่มาแล้ว โดยในส่วนนี้ก็ต้องไปดูภาระงบประมาณในแต่ละส่วน แต่ละโครงการ ต้องดูกรอบใหญ่ว่างประมาณมีภาระด้านอื่น ๆ อย่างไร ดังนั้นหลักของแนวทางการให้ความช่วยเหลือในโครงการพักหนี้ก็จะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและสอดคล้องกับงบประมาณด้วย” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า ยืนยันว่าการดำเนินการจะไม่ช้าไปกว่าเดือน มี.ค. 2567 อย่างแน่นอน โดยนายกรัฐมนตรีตั้งธงมาแล้วว่าจะเริ่มในวันที่ 1 ก.พ. 2567 กระทรวงการคลังก็จะต้องทำให้สำเร็จ โดยอาจจะต้องมีการทดสอบระบบก่อนวันเริ่มดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ส่วนร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ คงไม่มีการให้ลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด เบื้องต้นอาจจะใช้ข้อมูลร้านค้าเดิมที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาเป็นพื้นฐาน แต่อาจจะต้องให้มีการยืนยันตัวต้นเพิ่มเติมบ้างเท่านั้น

ส่วนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้จ่ายในโครงการ โดยเฉพาะการกำหนดรัศมีการใช้จ่ายไม่เกิน 4 กิโลเมตรตามทะเบียนบ้านนั้น ยอมรับว่าที่ผ่านมามีข้อเสนอแนะเข้ามาเยอะว่าเรื่องนี้อาจเป็นข้อจำกัด ซึ่งรัฐบาลเองอาจจะมีการผ่อนปรนหรือเปลี่ยนแปลงเรื่องรัศมีในการใช้จ่าย โดยอาจจะปรับมาเป็นให้ใช้ได้ภายในอำเภอตามทะเบียนบ้าน เพื่อทำให้กระบวนการใช้เงินของประชาชนผ่านดิจิทัลวอลเล็ตราบรื่นที่สุด

“ยอมรับว่าข้อเสนอที่ให้ปรับมาเป็นใช้จ่ายจากรัศมี 4 กิโลเมตรมาเป็นใช้จ่ายได้ภายในอำเภอตามทะเบียนบ้านนั้น เป็นข้อเสนอที่เป็นไปได้มากที่สุด แต่สุดท้ายจะเป็นอย่างไรอยากให้รอฟังดี ๆ อีกครั้ง โดยรัฐบาลยังคงยึดเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนเป็นหลัก ดังนั้นหากจะปรับโดยการปลดล็อกการใช้จ่ายจนอิสระ หรือฟรีไปเลยคงไม่มีทาง เพราะอย่างไรก็ตามคนก็ต้องกลับภูมิลำเนากันอยู่แล้ว ส่วนข้อกำหนดในการซื้อสินค้ายังต้องรอสรุปอีกนิด เพราะมีเรื่องที่ต้องพิจารณาค่อนข้างมาก เช่น กรณีที่เป็นบริการของรัฐ ควรจะให้ใช้ได้หรือไม่ เพราะเงินอาจจะไม่หมุนเข้าระบบเศรษฐกิจตามที่ควรจะเป็น เช่น การจ่ายค่าไฟฟ้า แต่ที่กำหนดชัดเจนแน่นอนแล้ว คือ ไม่สามารถใช้ซื้อสินค้าประเภทอบายมุข และการชำระหนี้สินได้อย่างแน่นอน” นายจุลพันธ์ กล่าว

สำหรับแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องกู้อย่างแน่นอน รัฐบาลมีกลไกในการดำเนินการได้ ส่วนรายละเอียดทั้งหมดอยากให้รอดู ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ ส่วนที่มีข้อเสนอว่าให้นำแอปพลิเคชันเป๋าตังเข้ามาใช้นั้น มองว่า แอปพลิเคชันเป๋าตังก็คือเป็นสินทรัพย์ของรัฐบาลอยู่แล้ว หากท้ายที่สุดแล้วสรุปว่าจะนำแอปฯ เป๋าตังไปใส่ในบล็อกเชนของโครงการ ก็มองงว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ หากทำจริงก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ในมุมมองของรัฐบาลเห็นว่าหากอะไรที่พัฒนาแล้วทำให้ดีขึ้นก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะเชื่อว่าโครงการจะเป็นประโยชน์กับการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมาก โดยเพียงแค่รัฐบาลส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าโครงการ ก็เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้ว ร้านค้ามีการวางแผนการสั่งซื้อสินค้า วัตถุดิบเพื่อมารอจำหน่าย เรียกว่าเกิดการหมุนเวียนในระบบทันทีตั้งแต่โครงการยังไม่เริ่ม และเรายังมองว่า การใช้จ่ายในโครงการจะได้รับความนิยม ประชาชนจะใช้จ่ายหมด 10,000 บาทภายในไม่เกิน 1-2 สัปดาห์แน่นอน

อย่างไรก็ดี ข้อกังวลเกี่ยวกับการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในโครงการ เช่น การใช้จ่ายแบบผิดวัตถุประสงค์ โดยการฮั้วกับร้านค้าเพื่อนำเป็นเงินสดออกมานั้น ยอมรับว่าอาจเกิดขึ้นได้ แต่กระทรวงการคลังจะพยายามหาทางป้องกันให้มากที่สุด โดยมองว่าระบบการดำเนินงานผ่านบล็อกเชนจะสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะและหาทางแก้ไขต่อไป

‘อี้’ จี้สำนึก ‘หมออ๋อง’ ผลาญภาษีพาพวกบินหรู   สงสัย!! หรือจะเป็นเทคนิค ‘ก้าวไกล’ ขับพ้นพรรค  

(18 ก.ย. 66) ดร​.แทนคุณ​ จิตต์​อิสระ​ รักษา​การ​ประธาน​คณะกรรมการ​ส่งเสริม​สิทธิ​มนุษยชน​และ​ความ​เสมอภาค​ระหว่าง​เพศ​พรรค​ประชา​ธ​ิ​ปัตย์ ​กล่าว​ถึง​กรณี​นาย​ปดิพัทธ์​ สันติ​ภาดา​ รอง​ประ​ธา​นสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้เดินทางไปดูงานที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยมี สส.พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทยและคณะรวม 12 คนติดตามไปด้วย ในช่วงระหว่างวันที่ 21-25 ก.ย.66 โดยศึกษาดูงานด้านระบบสารสนเทศการประชุมของรัฐสภาแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์, การบริหารจัดการแรงงานของคนไทยในสาธารณรัฐสิงคโปร์ และการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดย นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้อนุมัติการเดินทางเมื่อวันที่ 12 ก.ย.66 และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติงบประมาณเป็นเงินจำนวน 1,379,250 บาท

แบ่งเป็น...ค่าใช้จ่ายในการเดินทางการและระบุงบประมาณอื่นที่เบิกจ่ายสำหรับ สส. 1 คน ๆ อยู่ที่คนละ 114,650 บาท แบ่งเป็น ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ 51,250 บาท, ค่าเบี้ยเลี้ยง 4 วัน ๆ ละ 3,100 บาท รวม 12,400 บาท, ค่าที่พัก (พักเดี่ยว) 4 คืน ๆ ละ 12,500 บาท รวม 50,000 บาท และค่าจัดทำหนังสือเดินทาง 1,000 บาท ส่วนของนายปดิพัทธ์ มียอดค่า​ใช้​จ่ายรวม 494,650 บาท โดยได้สิทธิ์ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าที่พัก เท่ากับ สส.คนอื่น แต่มียอดเพิ่มเติมในส่วนของค่ารับรอง 200,000 บาท ค่ายานพหนะ 150,000 บาท และค่าของที่ระลึก 30,000 บาท อยู่ในรายการของนายปดิพัทธ์

สังคมตั้งคำถามว่าสภาจำเป็นไหมที่จะต้องไปดูงานในช่วงเวลานี้ เป็น​ภารกิจที่คุ้มค่​าภาษี​ประชาชน​หรือไม่ โดย​ถือว่าเป็​นการผลาญงบประมาณแผ่นดินในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นปีงบประมาณ​ (30 กันยายน​) โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็น​การ​ตั้งเรื่องอนุมัติอย่างเร่งรีบไม่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการแผนและงบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร​อยากตั้งคำถามว่า ‘คนจนมีสิทธิ์​ไหมครับ’ กับการที่ผู้แทนพาพรรคพวกตัวเอง บินหรูอยู่​สบาย ด้วยภาษีจากน้ำตาประชาชน​ ที่ทำงานหนักหาเงินด้วยความทุกข์ยาก​แสนสาหัส โดยตนจะคอยติดตามผลลัพธ์​ของการไปดูงานเช่นเดียวกับ​การใช้งบประมาณ​ของรัฐบาล​ด้วย

นอกจากนี้​พี่น้อง​ประชาชน​ตั้งข้อสังเกตไว้หรืออาจจะเพราะ​ต้องเตรียมลาออกเพื่อย้ายไปพรรคอื่นที่ ‘เตี๊ยม’ กันไว้ระหว่าง  2 พรรคคือ ให้ก้าวไกลใช้เทคนิคขับหมออ๋องไปอยู่พรรคเล็กพรรคหนึ่ง เพื่อสามารถดำรงตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรได้และก้าวไกล​สามารถได้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านได้ เป็น​จริงหรือไม่ อาจเข้าข่ายฮั้วกันหรือไม่ต้องติดตามต่อ เชื่อว่างานนี่จบไม่สวยแน่นอน

‘พีระพันธุ์’ เตรียมลดราคาน้ำมันเบนซิน ระบุ!! ให้ทันสิ้นปีเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 

(18 ก.ย. 66) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีจะมีการหารือเรื่องมาตรการการปรับลดราคาน้ำมันเบนซินหรือไม่ ว่า จะมีการหารือเรื่องราคาน้ำมันเบนซิน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหา ซึ่งจะพยายามลดให้ทัน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน แต่จะเน้นไปที่กลุ่มเปราะบางก่อน โดยจะเร่งคุยกับกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (19ก.ย.) จะไปหารือกับกรมศุลกากร

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีปัญหาในเรื่องของน้ำมันและไฟฟ้าต่างกัน ซึ่งไฟฟ้ามีคณะกรรมการต่างๆ คอยกำกับดูแลอยู่ แต่น้ำมันกลับไม่มีการกำกับดูแล อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐ ก็ไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจดูเรื่องต้นทุน

แม้ในภาพใหญ่ก็พบว่าเกิดจากต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่ทราบว่าต้นทุนที่ขึ้นมีอะไรบ้าง และขึ้นจริงหรือไม่ โดยตรงนี้จะต้องหาแนวทางแก้ไขตามอำนาจของหน่วยงานรัฐในการกำกับดูแลต่อไป 

“น้ำมันเป็นสินค้าพิเศษ ประเภทอุปโภคบริโภคธรรมดา เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของคน และเกี่ยวกับต้นทุนสินค้าต่างๆ รวมถึงเป็นเรื่องของความมั่นคง เพราะฉะนั้นน้ำมันเป็นสินค้าพิเศษ ต้องกำหับดูแลที่รอบคอบรัดกุม และต้องได้ข้อมูลที่ถูกตัองมากกว่านี้” นายพีรพันธุ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า การลดราคาน้ำมันเบนซินจะต้องเกิดขึ้นภายในปีนี้ โดยจะพยายามทำให้โครงสร้างมีความถูกต้องมากขึ้น

States TOON EP.143

ไบโพลาร์!!

***สงวนลิขสิทธิ์ภาพดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปใช้ แต่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ต่อได้ ตามต้นฉบับนี้ โดยไม่ต้องขออนุญาต***

 

 

‘หยก’ นั่งปักหลักถือป้าย “หนูขอเข้าสอบ” หน้าเตรียมพัฒน์ฯ  ถาม!! โรงเรียนไม่ให้เข้าสอบ รมว.ศึกษาฯ รู้เรื่องหรือยัง?

(18 ก.ย. 66) น.ส.ธนลภย์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือหยก เยาวชนอายุ 15 ปี โพสต์รูปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

“วันนี้วันที่ 18 กันยายน 2566 วันแรกของการสอบปลายภาคชั้นมัธยมปลายโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ หนูไปที่โรงเรียนเพื่อจะเข้าสอบ แต่โรงเรียนไม่ให้เข้าสอบ โรงเรียนบอกว่าที่ได้เข้าสอบประมวลกลางภาคเป็นไปเพื่อความสบายใจทุกฝ่าย ซึ่งครูพูดว่าก็เคยได้แจ้งหนูแล้วว่าให้สอบเพื่อจะได้ส่งไปยังที่ ๆ เหมาะสม”

“ในวันนี้ครูบอกว่าไม่ให้สอบ และโรงเรียนประชุมกันมาแล้ว และไม่ให้สอบด้วยเหตุผลว่าหนูไม่ใช่นักเรียนโรงเรียนนี้”

“หนูถามครูว่ารัฐมนตรีกระทรวงฯ รู้หรือไม่ ครูไม่ยอมตอบ บอกว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนั้น”

“หนูยังคงสงสัย สงสัยว่าทำไมไม่ได้สอบประมวลตอนปลายภาค สงสัยในคำตอบที่เขาตอบ รู้สึกว่าย้อนแย้งกันในหลาย ๆ อย่างที่ผ่านมา”

“หนูควรได้สอบวันที่ 18, 20 และ 22 หนูจะมาโรงเรียนทุกวัน หนูจะเรียกร้องว่าโรงเรียนต้องให้หนูสอบ ขอให้หนูได้เข้าสอบเถอะ”

THE STATES TIMES ผนึกกำลัง 'KCS RADIO-MAYA Chanel'  เสิร์ฟข่าวเด่นประเด็นร้อนทั่วไทย 'ฉับไว-เป็นกลาง-ชัดเจน' ดีเดย์ 18 ก.ย.นี้!!

"ไปกับข่าวไปกับเรา" สำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES ผนึกกำลัง KCS RADIO และ MAYA Channel สร้างมิติใหม่ในการเสนอข่าว ครอบคลุมทุกช่องทาง ออนไลน์ วิทยุ ทีวีดาวเทียม ดันรายการข่าว สดใหม่ ทั้งวัน 4 รายการ ตลอดวันจันทร์ถึงอาทิตย์ พร้อมออกอากาศคู่ขนาน ทั่วประเทศไทย

สำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES ชัดเจน เป็นกลาง ร่วมกับ KCS RADIO ผู้บริหารสถานีวิทยุชั้นนำทั่วไทย และ MAYA Chanel ทีวีดาวเทียม ช่องบันเทิงอันดับ 1 จากดาวเทียม PSI ช่อง 44 สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ ผสานสื่อใหม่ (New Media) และสื่อดั้งเดิม (Traditional Media) ขับเคลื่อนพลังแห่งการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือให้กับประชาชนคนไทย ให้มีส่วนร่วมไปกับข่าว (Engagement) ผ่านทั้ง 3 ช่องทาง (Cross Media) โดยออกอากาศพร้อมกัน ทั้งออนไลน์, วิทยุ และทีวีดาวเทียม ภายใต้ความเชื่อมั่นที่จะทำให้คนไทยดูข่าวได้สนุกขึ้น

คุณสิริชล สถิตย์เสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคซีเอส แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เผยถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า แม้ว่าบทบาทของสื่อวิทยุจะเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังพบว่าเป็นสื่อสำคัญที่ประชาชนคนไทยเลือกใช้เพื่อฟังข่าวสารอยู่เสมอ เพราะมีความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งที่ผ่านมา KCS RADIO เอง ก็ได้ปรับตัวโดยใช้แนวคิดในการนำคอนเทนต์ดีๆ เป็นแกนกลาง และผลักดันคอนเทนต์เหล่านี้ ผ่านสื่อวิทยุไปสู่ประชาชน โดยเฉพาะ 'ข่าว' ที่ถือเป็นหนึ่งในคอนเทนต์สำคัญที่ผู้คนสนใจเป็นอย่างมาก

ดังนั้น การตัดสินใจร่วมมือกับ สำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES ก็เพื่อเสริมแกร่งให้กับช่องทางของบริษัทฯ ด้วยการนำจุดแข็งด้านเนื้อข่าวสารของ THE STATES TIMES ที่มีความ 'ชัดเจน เป็นกลาง' มาร่วมส่งต่อผ่านสื่อวิทยุภายใต้เครือข่ายของ KCS ที่มีความครอบคลุมทั่วประเทศ ตลอดทั้งวัน 'จันทร์' ถึง 'อาทิตย์' โดยมั่นใจว่าการร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นมิติใหม่ ที่จะพลิกสื่อวิทยุให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ด้าน Maya Channel ทีวีดาวเทียม ช่องบันเทิงอันดับ 1 ของไทย จากจานดาวเทียม PSI ช่อง 44 เปิดเผยว่า แม้ Maya Channel จะเป็นผู้นำด้านคอนเทนต์บันเทิงที่ได้รับความนิยมจากประชาชนคนไทย แต่ก็ยอมรับว่า 'ข่าว' ถือเป็นอีกคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจไม่แพ้ 'บันเทิง' 

ดังนั้นการได้คอนเทนต์ข่าวเข้ามาเติมเต็มในช่อง Maya Channel จะสร้างความสมบูรณ์ให้ทางช่องเต็มอิ่มไปด้วย 'สาระ' และ 'บันเทิง' ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ Maya Channel ได้มีโอกาสร่วมมือกับ สำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES ซึ่งถือเป็นสำนักข่าวที่มีการเติบโตสูงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าการผสานความร่วมมือกัน ระหว่าง ออนไลน์, วิทยุ และ ทีวีดาวเทียม ในครั้งนี้ จะมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ประชาชนคนไทยได้อย่างแน่นอน

ขณะที่ นายณัฐภูมิ รัฐชยากร Chief Operating Officer สำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES เผยถึงความมั่นใจในการผนึกกำลังกันจาก ทั้ง 3 แพลตฟอร์มสื่อในครั้งนี้ ว่า ถือเป็นการปรับรูปแบบการนำเสนอคอนเทนต์รายการข่าวที่แปลกใหม่และเป็นประโยชน์ โดยเพิ่มความหลากหลายของช่องทางการรับชม รับฟัง ให้ครบทั้งออนไลน์ และออนแอร์ ผ่านคลื่นวิทยุ และช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม พร้อมทั้งปรับเนื้อหารายการข่าวในแต่ละช่วงเวลา ให้เหมาะสม ครอบคลุมตลอดทั้งวัน สดใหม่ ไม่ซ้ำใคร ซึ่งคาดว่าจะสามารถขยายฐานผู้ฟัง และผู้ชม รวมถึงผู้ติดตามในช่องทางต่างๆ ของทุกฝ่ายได้มากขึ้นอีกด้วย

"ต้องยอมรับว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้ เป็นย่างก้าวครั้งสำคัญในการพาคอนเทนต์รายการข่าวของเราไปสู่ฐาน ผู้ชม-ผู้ฟัง ที่กว้างขึ้น และนั่นก็ทำให้เราต้องยิ่งมุ่งมั่นที่จะยกระดับคอนเทนต์ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งทุกท่านจะไม่ผิดหวังที่จะ...ไปกับข่าว ไปกับเรา THE STATES TIMES ชัดเจนเป็นกลาง สด ใหม่ ทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ อยู่กับเรา เข้าถึงทุกข่าว ครบทุกรส ตรงทุกประเด็น" ณัฐภูมิ กล่าวเสริม

สำหรับการร่วมมือระหว่างสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES กับสถานีวิทยุ KCS Radio Station และสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม MAYA Chanel ภายใต้การคัดสรรข่าวสาร สาระความรู้ที่เป็นประโยชน์ ผ่านผู้ดำเนินรายการที่มากประสบการณ์ ทั้งความรู้ และชั้นเชิงในการนำเสนอ เหมาะแก่การติดตามรับชม-รับฟังได้ตลอดทั้งวัน จะเริ่มออนแอร์ตั้งแต่เวลา 07.00 – 23.00 น. ทุกวันจันทร์ ถึง อาทิตย์ ซึ่งมีรายการไฮไลต์เด่นๆ ดังนี้...

>> จันทร์ - ศุกร์
- พบ 'คู่หู คู่ฮา' ยามเช้า 'ไอยรา อัลราวีย์ บรัศว์ตฤณ' และ 'ดีเจศร' พ.จ.ท.อดิศร จันทรวัฒน์ 2 นักจัดรายการวิทยุที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวข่าวดี พร้อมขยี้เรื่องฮาเรียกรอยยิ้มผู้ฟังเป็นระยะ ผ่านรายการ 'NAVY TIME เรื่องดีๆ ประเทศไทยยามเช้า' ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00 - 08.00 น.

- ต่อเนื่องด้วยรายการข่าวเที่ยงคุณภาพ 'คุยข่าว ถึงเครื่อง' โดยคุณปรเมษฐ์ ภู่โต (พี่ก๊อง) ผู้ดำเนินรายการ สื่อมวลชนข่าวสุดเก๋า พิธีกรโทรทัศน์, วิทยุ และ สื่อออนไลน์ มืออาชีพกว่า 30 ปี ในเวลา 12.00 - 13.00 น. 

- ยามเย็น ได้เวลาของ 'ถลกข่าว ถลกปัญหา' รายการข่าวที่พร้อมสแตนบายทุก 18.00-19.00 น. ของวันจันทร์-ศุกร์ เพื่อไล่ถลกทุกข่าวสารบ้านเมือง รวมถึงปัญหาที่ต้องสะท้อนในสังคม ให้ส่งต่อไปถึงหูของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร บุญนาจเสวี หรือ หยก THE STATES TIMES
.
- ส่วนช่วงค่ำพบกับสื่อมวลชนคุณภาพ คุณวารินทร์ สัจเดว ผู้ประกาศข่าว นักจัดรายการวิทยุ ฝีมือดี ฝีปากเด่น ในรายการ 'Alone Twogether' เวลา 22.00 - 23.00 น. เริ่ม 2 ตุลาคม นี้

>> เสาร์ - อาทิตย์ (ช่วงเช้า)
ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีอีกหลากหลายรายการข่าว และสาระน่ารู้ จากทีมงานคุณภาพของสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES และบุคคลสำคัญอีกมากมาย ที่มาร่วมคัดสรรคอนเทนต์ดีๆ เสิร์ฟให้ผู้ชมช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ ได้อิ่มเอมแบบครบรส ดังนี้...

- ช่วงเช้าวันเสาร์ กับ แขกรับเชิญสุดพิเศษในแวดวงธุรกิจ ที่จะมีร่วมถ่ายทอดเรื่องราวทางธุรกิจและกลยุทธ์การต่อยอดความสำเร็จในอนาคต ผ่านรายการ 'THE TOMORROW' โดยคุณวสันต์ มนต์ประเสริฐ นักจัดรายการวิทยุหนุ่มเสียงนุ่ม ทุกวันเสาร์ เวลา 07.00 - 08.00 น.

- ช่วงเช้าวันอาทิตย์ เวลา 07.00 - 08.00 น. พบกับรายการ 'EASY ECON' โดยได้รับเกียรติจาก คุณพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น มอบปริญญาดุษฏีบัณฑิตให้, อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง นำเรื่องดีๆ ของประเทศไทย ด้านเศรษฐกิจ, การเงิน, การท่องเที่ยว และอีกหลากหลายศาสตร์ดีๆ ที่น่ารู้ มาเล่าสู่คุณผู้ฟังเคียงคู่ไปกับผู้ดำเนินรายการจาก ‘กิจการวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ'

>> เสาร์ - อาทิตย์ (ช่วงเที่ยง)
นอกจากนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ทาง THE STATES TIMES ยังได้จูงมือเหล่าน้องๆ New Generation ที่อยากมาร่วมวงแบ่งปันคอนเทนต์สไตล์คนรุ่นใหม่ มาโชว์ของผ่านรายการใสๆ ที่ดูไปอมยิ้มไป ได้แก่...

- 'จีนเนอเรชัน' ข่าวน่ารู้ที่อยู่ในรั้วกำแพงเมืองจีน แต่ถูก 2 เด็กซน 'น้องเพชร เจษฎา สุขารมย์' และ 'น้องแป้ง ณัฐธยาน์ ผลดี' แอบไปปีนส่อง แล้วเก็บมาเล่า ทุกวันเสาร์ เวลา 12.00 - 13.00 น.

-  ปิดท้ายวันอาทิตย์ ช่วง 12.00 - 13.00 น. กับ 'Y WORLD' รอบโลกน่ารู้ กับ 'น้องอ้อน' สาวหมวย รวยไลฟ์สไตล์ ที่พร้อม Shine เรื่องเด่นและอินเทรนด์ในโลกที่คน GEN Y พลาดแล้วจะเสียดาย

ทั้งหมดที่กล่าวมา พร้อมเสิร์ฟสู่ 'ผู้ชม-ผู้ฟัง' ทันที 18 กันยายน นี้ ... ร่วม "ไปกับข่าวไปกับเรา" ทางสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES, เครือข่ายวิทยุ KCS RADIO และ ช่องทีวีดาวเทียม MAYA Channel

สมุทรปราการ-ฉลองครบ 60 ปี “ไทยยาซากิ” จัดงานวันครบรอบ  ภายใต้วิสัยทัศน์ “บริษัทจะก้าวเดินไปพร้อมกับโลก และเราจะเป็นในสิ่งที่สังคมต้องการ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผู้บริหาร บริษัทไทยแอโรว์ จำกัด ถนนเทพารักษ์ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดย  Mr. KONDO กรรมการผู้อำนวยการบริษัทไทยแอโรว์ จำกัด พร้อมด้วย นายรังสรรค์ หมัดโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการและผู้จัดการโรงงาน บริษัทไทยแอโรว์ จำกัด ตลอดจนกลุ่มบริษัทเครือไทยยาซากิ จัดกิจกรรมฉลองเนื่องในโอกาสวันครบรอบ 60 ปี “ไทยยาซากิ ภายใต้แนวคิด บริษัทแห่งความมุ่งมั่น เคียงข้างไปกับชุมชนและสังคม

โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายพัฒนชาต ชุมทอง สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย นายวัฒนา เจริญจิตร นายอำเภอบางพลี นายชนินทร์ รื่นเริง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางปลา ตลอดจนผู้นำชุมชน และประชาชนในเขตพื้นที่โดยรอบบริษัทไทยแอโรว์ จำกัด เข้าร่วมภายในงานเป็นจำนวนมาก ภายในงานได้มีการกล่าวคำอวยพรพร้อมทั้งแสดงความยินดีกับทางคณะผู้บริหาร เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 60 ปี และเป็นวันก่อตั้งกลุ่มเครือไทยยาซากิ อีกด้วย

ทั้งนี้ นายรังสรรค์ หมัดโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการและผู้จัดการโรงงาน บริษัทไทยแอโรว์ จำกัด กล่าวว่า การจัดงานครบรอบ 60 ปี ในครั้งนี้  เป็นการจัดขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณทุกภาคส่วนอย่างจริงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชุมชนต่างๆที่อยู่รอบบริษัทไทยแอโรว์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจการในประเทศไทย จนประสบผลสำเร็จ  ซึ่งกว่าที่ ไทยยาซากิ ของเราจะเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงและดำเนินธุรกิจมาจนถึง 60 ปี ได้นั้น

ต้องฝ่าฟันอุปสรรครวมถึงปัญหาต่างๆ มาอย่างมากมาย แต่เราก็สามารถที่จะฝ่าฟันและผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ มาได้ทุกครั้ง ก็เพราะความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และความพยายามที่ไม่ย่อท้อของพนักงานไทยยาซากิทุกคน ภายใต้วิสัยทัศน์ “บริษัทจะก้าวเดินไปพร้อมกับโลก และเราจะเป็นในสิ่งที่สังคมต้องการ " ซึ่งกิจกรรมในปีนี้จัดขึ้นโดยใช้ชื่องาน ไทยยาซากิ 60 ปี แห่งความมุ่งมั่น เคียงข้างไปกับชุมชน และสังคม ซึ่งบริษัทได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติ จากทุกภาคส่วน ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก โดยทางบริษัทได้มีการจัดบอร์ดนิทรรศการ ประวัติเส้นทางความเป็นมาของไทยยาซากิ และตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของทางบริษัท ที่ได้รับการไว้วางใจจากลูกค้าทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ แสดงเป็นนิทรรศการให้แก่ผู้มาร่วมงานได้รับชม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า THAI YAZAKI ของเรา จะได้รับความสนับสนุน จากทุกๆ ท่านเพื่อเป็นกำลังใจในการพัฒนาบริษัทไทยยาซากิต่อไปในอนาคต

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘สส.เกาหลีใต้’ เล็งเสนอกฎหมายห้ามจำหน่าย-บริโภค 'เนื้อสุนัข' ขณะที่ปัจจุบันนี้ยังไม่มีการแบน-กำหนดให้เป็นสิ่งผิดกฎหมายใดๆ

(18 ก.ย. 66) บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเกาหลีใต้ กำลังมีแผนเสนอร่างกฎหมายซึ่งมีเป้าหมายห้ามจำหน่ายและบริโภคเนื้อสุนัข ประเพณีเก่าแก่อายุหลายร้อยปีอันเป็นที่ถกเถียง ซึ่ง ณ เวลานี้ยังไม่มีการแบนหรือกำหนดให้เป็นสิ่งผิดกฎหมายใดๆ

สื่อมวลชนท้องถิ่นรายงานว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกเสนอโดยพรรคเดโมแครต ปาร์ตี พรรคฝ่ายค้านหลักเมื่อวันพฤหัสบดี (14 ก.ย.) และเรียกเสียงสนับสนุนในทันทีจากพรรคพีเพิล พาวเวอร์ ปาร์ตี พรรครัฐบาล ซึ่งเท่ากับว่าจะมีคะแนนเสียงมากพอสำหรับโหวตผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้

ปาร์ก แด-ชุล ประธานคณะกรรมการด้านนโยบายของพรรครัฐบาล ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ว่า "ประชาชนเกาหลีใต้ราว 10 ล้านครัวเรือน เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องหยุดรับประทานเนื้อสุนัข"

ทั้งนี้ ปาร์ก ยังให้คำจำกัดความร่างกฎหมายฉบับนี้ว่าเป็น ‘ร่างกฎหมายคิม กอนฮี’ อ้างถึงสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของเกาหลีใต้ ซึ่งรณรงค์ยุติกิจวัตรการรับประทานเนื้อสุนัขในประเทศ อย่างไรก็ตาม การตั้งชื่อดังกล่าว เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง แม้กระทั่งจากสมาชิกภายในพรรคเอง ซึ่งกล่าวหา ปาร์ก ว่าประจบประแจงประธานาธิบดีจนเกินงาม

สุภาพสตรีหมายเลข 1 สนับสนุนการแบนซื้อขายและบริโภคเนื้อสุนัขทุกรูปแบบ และเมื่อเดือนที่แล้ว เธอได้เร่งเร้าสมัชชาแห่งชาติให้ผ่านกฎหมายฉบับหนึ่งสำหรับยุติกิจวัตรดังกล่าว และสัญญาว่าจะเดินหน้ารณรงค์และใช้ความพยายามเพื่อนำมาซึ่งจุดจบของการบริโภคเนื้อสุนัขให้ได้

‘มนุษย์และสัตว์ควรอยู่ร่วมกัน’ เธอบอกระหว่างแถงข่าวที่มีกลุ่มประชาคมหนึ่งเป็นเจ้าภาพเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม พร้อมระบุ "กิจกรรมเนื้อสุนัขอย่างถูกกฎหมายควรถึงจุดจบเสียที"

การบริโภคเนื้อสุนัขเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในคาบสมุทรเกาหลีมานานหลายร้อยปี แต่มันได้รับความนิยมลดน้อยลงเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา จำนวนฟาร์มสุนัขทั่วเกาหลีใต้ลดลงกว่าครึ่ง แต่ยังมีสุนัขถูกฆ่าเป็นอาหารราว 700,000 ตัวต่อปี ลดลงจากระดับหลายล้านตัวเมื่อราว 1 ทศวรรษก่อน จากข้อมูลของสมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงสุนัข

ความพยายามที่ผ่านมาของรัฐบาลในการกำหนดให้อุตสากรรมเนื้อสุนัขเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ถูกคัดค้านจากทั้งเจ้าของฟาร์มสุนัขและร้านอาหาร เนื่องจากเกรงว่ามันจะกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเขา

‘BLACKPINK’ ปิดฉากเวิลด์ทัวร์ตลอด 11 เดือนเป็นที่เรียบร้อย แม้คอนเสิร์ตจบลง แต่ทั่วโลกจับตา!! รอค่ายประกาศปมต่อสัญญา

(18 ก.ย. 66) วินาทีแห่งประวัติศาสตร์ ‘ลิซ่า - โรเซ่ - เจนนี่ - จีซู’ 4 สาวแห่งวงเกิร์ลกรุ๊ป  ‘BLACKPINK’ ในฐานะค่าย YG Entertainment กับครั้งสุดท้ายใน ‘BLACKPINK WORLD TOUR BORN PINK FINALE IN SEOUL’ ในวันที่ 17 กันยายน 2023 ณ โกเช็กสกายโดม กรุงโซล ประเทศเกาหลี

คอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ ‘BLACKPINK WORLD TOUR BORN PINK’ หากใครติดตามจะทราบกันดีกว่า ได้ทำการแสดงมากว่าหลายที่ เรียกว่า ทั่วทุกมุมโลก โดยทำการแสดงมากว่า 11 เดือน จำนวน 66 รอบ 34 เมือง กวาดความนิยม และคำชื่นชมจากผู้ชมนับล้านทั่วโลก

ครั้งสุดท้ายที่เมืองโซลนั้น ทั้ง 4 สาว ได้ปล่อยของอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น เพลงฮิตติดชาร์ทที่มีการเรียบเรียงอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด การแสดงราวกับยกโคเชลล่า เวที่ระดับโลกมาวางไว้ และทีมงาน โดยเฉพาะแดนเซอร์ทั้งทีม YGX และทีมระดับโลก รวมไปถึงการรังสรรค์เอฟเฟคท์ และโปรดัคชั่นที่อลังกาลเหนือความคาดหมาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top