Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

เกิดอะไรขึ้น? ‘เก๋ไก๋ สไลเดอร์’ ลบคลิปคู่ ‘แน็ก ชาลี’ เกลี้ยง พร้อมทิ้งข้อความ “ขอให้โชคดี” ทำชาวเน็ตจับตาความสัมพันธ์

มีเรื่องดรามาอีกจนได้ สำหรับคู่รัก ‘แน็ก ชาลี’ กับ ‘เก๋ไก๋ ณัฐธิชา นามวงษ์’ หรือ ‘เก๋ไก๋ สไลเดอร์’ หลังฝ่ายหญิงไม่มีคลิปและรูปภาพที่เคยถ่ายคู่กันแล้ว ในโลกโซเชียลต่างคาดเดาต่างๆ นานา ว่าเกิดปัญหา ทั้งคู่เลิกกันจริง หรือแค่งอนจึงซ่อนคลิปภาพไว้ไม่ได้ลบออก หรือเพิ่งรับงานละครเป็นครั้งแรก อยากโฟกัสเรื่องงาน

ขณะที่ใน TikTok วิพากษ์วิจารณ์กันจนแฟนคลับว้าวุ่นไปหมด โดยมีคนแคปข้อความที่ ‘เก๋ไก๋’ ได้เข้าไปคอมเมนต์ใน TikTok ของ แฟนหนุ่มไว้ว่า…

“พี่แน็กเป็นคนเก่ง มีความรู้ ความสามารถ ทัศนคติดี ไปงานไหนๆ ก็มีสติในการตอบคำถามมากๆ ขอให้พี่โชคดีอย่างที่อวยพรให้เก๋ไก๋ แล้วขอให้พี่มีความสุขมากๆ ค่ะ”

โดย ‘แน็ก ชาลี’ ก็ได้มาตอบกลับว่า…

“พิมพ์แปลกจัง ใครบอกให้พิมพ์ กับกลับมาเปิดคลิปจัสตินหรอครับ ปิดแล้วไม่ต้องเปิดอีกก็ได้นะ ส่วนผมก็ตอบตามสิ่งที่ผมคิดจริงๆ แค่นั้นเอง ขอบคุณครับ”

ทั้งนี้ยิ่งทำเอาสงสัยกันหนัก ว่าเกิดอะไรขึ้น หลายคนก็บอกให้รอฟังจากปากของ ‘แน็ก’ และ ‘เก๋ไก๋’ ก่อนดีกว่า ล่าสุดเหมือนจะมีการง้อกันหรือเปล่า? เก๋ไก๋โพสต์คลิปหน้าเศร้าคัฟเวอร์ลงสตอรี่ ติ๊กต็อกมีการแชร์คลิปพร้อมข้อความว่า…

“สตอรี่ง้อที่รักมาแล้ว แอดจัดให้พร้อมซับไม่ต้องไปหาแปล #เก๋ไก๋ #เก๋ไก๋สไลเดอร์ #เก๋ไก๋แฟนแน็ก #แน็กชาลี #charliepotjes”

ด้านแฟนๆ ก็เข้ามาแสดงความเห็นหายว้าวุ่นแล้ว เก๋ไก๋มาง้อแน็กแล้ว อาทิ

- “ยัยน้อง ง้อเอง นักเลงพอ พี่ชาใจอ่อนได้แล้วนะ แฟนมาง้อแล้ว”

- “คนพี่ก็มาๆ มาใจอ่อนเร็วๆ แฟนคลับจะได้เลิกตีกัน”

- “หายน้อยใจได้แล้วนะชาลี น้องเก๋ตาช้ำหมดแล้ว รักกัน มีรอยยิ้มให้กันดีกว่า”

ขณะที่ก็มีคอมเมนต์อีกส่วนหนึ่งดรามาถล่ม เก๋ไก๋ ว่าไม่รู้จักโต ดูทรงท่าจะไม่รอด อาทิ

- “แค่ทะเลาะก็ลบคลิปเลย บางทีความคิดเก๋ดูเด็กไปนะ หรือต้องการเลิกจริงๆ”

- “ดูทรงแล้วไม่น่าจะรอด เก๋ดูเด็กน้อยไป”

- “เก๋ดูไม่โต ติดเด็ก เวลาพูดก็พูดไปเรื่อยๆ เหมือนคลิปนึงเก๋พูดจนเพื่อนต้องห้าม เพราะติดพูดๆ ไปเรื่อย ทฤษฎีนั่นนี้ จนลืมว่าตัวเองต้องโตนะ แยกแยะให้ออก”

- “ตอนใหม่ๆ ก็ง้อได้หรอกถ้าทำบ่อยๆ ทะเลาะกันทีซ่อนคลิปที ทำให้คนอื่นรู้ว่าทะเลาะกันนานๆ ไปผู้ชายจะเบื่อ ทำตัวเป็นเด็กไป ทะเลาะกันคุยกันเคลียร์กันสองคนก็พอ”

ด้านแฟนๆ อีกส่วนหนึ่งก็ปรามดรามา อาทิ

- “เราว่า ชาวเน็ตไม่ควรไปตัดสินแทนชีวิตคู่เขาอะ อย่าไปสร้างปมให้ใครอีก ให้ 2 คนเรียนรู้กันไป ทำอย่างกับพวกเธอไม่เคยทะเลาะกับผัว กว่าจะลงตัวมันใช้เวลา”

- “ทุกคนบอกแน็กชัดเจน แล้วเก๋ไม่ชัดเจนตรงไหน แถมเป็นฝ่ายลงคลิปเปิดตัวก่อนด้วยซ้ำ แน็กกับเก๋ยังต้องปรับตัวกันอีกเยอะ ปรับไม่ได้ก็ต่างคนต่างไป ไม่ผิดนะ”

- “อย่าทะเลาะกันบ่อยนะ แฟนคลับใจไม่ดี”

‘ไรเดอร์หัวร้อน’ ลูกค้าไม่รับสาย-ปล่อยให้รอนาน แต่พอเห็นเจ้าตัวออกมารับอาหาร รู้สึกผิดทันที!!

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 66 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อเว็บไซต์ต่างประเทศรายงานว่า โลกออนไลน์ได้การแชร์คลิปสุดพีค หลังจากไรเดอร์หนุ่มชาวมาเลเซียโพสต์คลิปไปส่งอาหารให้ลูกค้า แต่ด้วยความที่ลูกค้าไม่ยอมรับสาย และต้องยืนรอนานท่ามกลางอากาศร้อน ทำให้เขาทั้งโมโหและหงุดหงิดอย่างมาก ก่อนเห็นลูกค้าออกมารับอาหาร ถึงกับรู้สึกผิดเลยทีเดียว

โดยผู้โพสต์เล่าว่า ในวันดังกล่าวเขาส่งอาหารไปยังที่อยู่ที่ระบุ แต่ไม่มีใครรับสาย เขาต้องยืนรอหน้าประตูรั้วบ้าน ท่ามกลางอากาศร้อน ๆ และมีแดดจัด ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจและโกรธ จนกระทั่งมีเสียงในบ้านบอกให้เดินเข้าไปภายในบริเวณบ้าน และเมื่อประตูบ้านเปิดจึงทำให้เขาเห็นว่าลูกค้าที่เขาต้องมาส่งอาหารให้นั้น เป็น ‘ชายพิการนั่งรถเข็น’ ความโกรธของเขาก็กลายเป็นความรู้สึกผิดทันที

ทั้งนี้ แม้ว่าคำสั่งดังกล่าวจะระบุว่า ‘เป็นคำสั่งสำหรับคนพิการ’ แต่เขาไม่ทันได้สังเกตเห็น เขายังบอกด้วยว่า “คุณลุงดูมีความสุขเมื่อได้รับอาหาร เพราะมีคนสั่งอาหารให้เขา” ซึ่งท้ายที่สุดเขาก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว ถึงปล่อยโฮออกมาเลยทีเดียว

'อดีตทูตนริศโรจน์' เผย!! ความเปรี้ยง 'ตัวเงินตัวทอง' ไทย Soft Power สร้างชื่อ จนกองถ่ายสารคดีหลายชาติมาขอถ่ายทำ

(29 ก.ย.66) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj ว่า...

ภาพตอนน้องตัวเงินตัวทองกำลังข้ามถนน เหมือนหน้าปกแผ่นเสียงของ The Beatles เลย ตอนนี้น้องเค้าเป็นบุคคลากรทางด้าน Soft Power ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศอย่างแท้จริง มีกองถ่ายสารคดีจากหลายประเทศติดต่อขออนุญาตถ่ายทำเกี่ยวกับน้องๆ หลายประเทศแล้ว

ร้านคาเฟ่แมว เงิบ!! เจอลูกค้านัดช่างมาทำเล็บ อ้างร้านให้ทำ ด้านร้านสุดเสียใจ ลูกค้าท่านอื่นต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้

(29 ก.ย. 66) เพจร้านคาเฟ่แมว 'a daily' ซึ่งเป็นร้านคาเฟ่ที่ขายทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และมีน้องแมวในร้าน ออกมาโพสต์ประสบการณ์เมื่อเจอลูกค้าที่มีพฤติกรรมสุดจะทน ระบุว่า...

เปิดร้านมา 7 ปี พึ่งเคยเจอเคสนี้ค่ะ ไม่รู้ร้านอื่นเคยเจอเหมือนเรามั้ย 

ก่อนอื่นทางร้าน a daily ต้องขออภัยคุณลูกค้าที่ใช้บริการ ในช่วงเวลา 14.30น. - 19.30น. ของวันนี้เป็นอย่างสูง ที่อาจทำให้ไม่สบายใจ และรู้สึกถูกรบกวนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทางร้านรู้สึกผิดและต้องขออภัยอีกครั้งที่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดในเวลานาน โดยไม่ได้จัดการในทันที

เหตุการณ์ คือ วันนี้มีลูกค้าเข้ามาสั่งอาหาร เครื่องดื่ม ขนมทานตามปกติ ผ่านไปสักครู่ก็เริ่มวางข้าวของ ขยายโต๊ะ เสียบอุปกรณ์ ทำเล็บกันอย่างจริงจัง โดยตอนที่เจ้าของร้านมาถึง อย่างแรกค่ะรู้สึกงง ตกใจ รีบหันไปถามพนักงานของเราว่าเค้าได้แจ้ง หรือขออนุญาตเรารึยัง และตำหนิพนักงานก่อนอันดับแรก คำตอบที่ได้จากน้องพนักงาน คือ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการตามปกติในตอนแรก แต่ไม่ทราบว่าจะมาใช้พื้นที่ทำเล็บแบบนี้ 

จนตอนท้ายที่สุดของเหตุการณ์ ได้คุยกับช่างที่ทำเล็บ ก็ได้ทราบว่าลูกค้าเป็นคนนัดมาทำที่นี้ โดยทางช่างได้สอบถาม และย้ำกับลูกค้าแล้วว่าสามารถมาทำที่ร้านนี้ได้จริง ๆ หราค่ะ ลูกค้าก็เป็นคนยืนยันเองว่าได้ ทั้งที่จริงแล้วทางร้านไม่ทราบอะไรเลย ซึ่งช่างก็ได้ขอโทษกับทางร้าน

ในมุมของทางร้านนะคะ เรารู้สึกไม่โอเคมาก ๆ เพราะเราเป็นคาเฟ่ที่ขายอาหาร ขนม เครื่องดื่ม 

อย่างแรก การทำเล็บไม่เหมาะจะมาทำในคาเฟ่ ด้วยเรื่องของความสะอาด เศษเล็บ กลิ่นเคมี และพื้นที่ 

อย่างที่สอง หากลูกค้าอยากทำเล็บควรใช้พื้นที่ส่วนตัว หรือไปร้านทำเล็บจะเหมาะกว่า

อย่างที่สาม การมาอุดหนุนทางร้านทางเรายินดีและขอบคุณ แต่ควรแยกความต้องการของลูกค้าเองให้เหมาะ

ตั้งแต่วันนี้ ทางร้าน a daily ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่แบบนี้นะคะ และเราจะปรับปรุงบริการให้ดียิ่งขึ้นค่ะ

‘RedLife’ ได้รับเลือกเข้าประกวดในหมวด ‘Asian Future’ พร้อมฉายรอบเวิลด์พรีเมียร์ในเทศกาลหนังนานาชาติโตเกียว

นับเป็นข่าวดีของวงการภาพยนตร์ไทยที่ไปสร้างชื่อบนเวทีรางวัลระดับโลกอีกครั้ง เมื่อภาพยนตร์เรื่อง ‘RedLife เรดไลฟ์’ ผลงานดราม่า-ทริลเลอร์ โดยผู้กำกับ ลักญ เอกลักญ กรรณศรณ์ จากสตูดิโอ BrandThink Cinema ได้รับเลือกเข้าประกวดในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียวครั้งที่ 36 #TIFF (Tokyo International Film Festival 2023) ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม - 11 พฤศจิกายนนี้

โดยล่าสุด ได้ประกาศรายชื่อภาพยนตร์จากทั่วโลกที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมประกวดในสายต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นข่าวดีของวงการภาพยนตร์ไทยอีกครั้ง เมื่อภาพยนตร์เรื่อง ‘RedLife เรดไลฟ์’ ได้รับเลือกเข้าประกวดในสาย ‘Asian Future’ ซึ่งเป็นสายประกวดของผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่จากเอเชีย นับเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเลือกให้เข้าประกวดในสายนี้นับตั้งแต่ปี 2560 

ไม่เพียงเท่านี้ RedLife ยังได้รับเกียรติให้จัดฉายรอบเวิลด์พรีเมียร์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียวครั้งนี้ เป็นรอบแรกของโลกอีกด้วย

‘RedLife เรดไลฟ์’ บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครวัยรุ่นไร้ทางเลือกที่จะมาตั้งคำถามกับคนดูว่าคุณอยากเป็นคนที่ ‘ถูกรัก’ หรือ ‘ถูกทิ้ง’ นอกจากนี้ ยังได้เห็นการปรากฏตัวของทีมนักแสดงรุ่นใหม่ฝีมือแรงครบทีม นำโดย แบงค์ ธิติ, ซิดนีย์ สุพิชชา, จ๋อมแจ๋ม กานต์พิชชา, บิ๊ก ดีเจอร์ราร์ด และฝ้าย สุพิชชา ร่วมดัวยนักแสดงฝีมือประจักษ์อย่าง มานพ มีจำรัส และกรองทอง รัชตะวรรณ

ชวนคนไทยร่วมส่งกำลังใจให้หนังรักฟีลแบดเรื่องนี้บนเวทีเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียวครั้งที่ 36 (Tokyo International Film Festival 2023) และพิสูจน์อีกรสชาติของภาพยนตร์รักที่จะอยู่ในความทรงจำ ‘RedLife เรดไลฟ์’ กำหนดเข้าฉายในไทย 2 พฤศจิกายน 2566

‘หนุ่มนักรังสีฯ’ อวดผมทรงใหม่ ไถเป็นรูปใบหน้า ‘น้องเทนนิส’ เป็นของขวัญหลังคว้าชัยให้ไทย ในศึกเอเชียนเกมส์ครั้งสุดท้าย

(29 ก.ย. 66) เป็นที่ฮือฮากันทั่วโซเชียล หลังจากที่ คุณไมตรี จิตตินันทน์ นักรังสีการแพทย์ คณะทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เผยภาพโดนใจใครหลายๆ คน อวดผมทรงใหม่ ที่เนรมิตเป็นใบหน้า ‘น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ’ หลังจากที่คว้าชัยชนะ เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2022

โดยเฟซบุ๊ก ‘Mitree Mike Chitinunda’ โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า…

“เอเชียนเกมส์ครั้งสุดท้ายของเทนนิส นักกีฬาที่มีหัวใจนักสู้ คนนี้ตัวจริง”

นักวิจัยไทยสุดยอด!! คิดค้น ‘มาการีน’ จากโอลีโอเจลน้ำมันรำข้าว ปราศจากไขมันทรานส์ มีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำ

โดยปกติแล้ว กรดไขมันอิ่มตัว มักพบได้ในผลิตภัณฑ์อาหารหลายประเภท ได้แก่ มาการีน, เนยขาว, เนย, ชีส, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ และอาหารทอด ซึ่งอาหารเหล่านี้นอกจากจะมีกรดไขมันอิ่มตัวสูงแล้ว ยังอาจพบไขมันทรานส์ (Trans fat) ร่วมด้วย 

ดังนั้น หากมีการบริโภคกรดไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ในปริมาณสูง จะส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ก็ต้องยอมรับว่าในชีวิตประจำวันของทุกคน แทบจะหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เลย

อย่างไรก็ตาม การกินไขมันเพื่อสุขภาพที่ดี ก็สามารถทำได้ ด้วยการเลือกอาหารที่เป็นแหล่งกรดไขมันอย่างเหมาะสมและควบคุมปริมาณที่กินให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและช่วงวัยต่างๆ 

จากข้อมูลของคณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติและองค์การอนามัยโลก (Food Agriculture Organization of the United Nations/World Health Organization; FAO/WHO) พ.ศ. 2552 ได้แนะนำให้บริโภคไขมันในปริมาณไม่เกินร้อยละ 35 ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน และไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 10 ของพลังงานทั้งหมดที่ควรได้รับต่อวัน และบริโภคกรดไขมันทรานส์ให้น้อยกว่าร้อยละ 1 

จากเงื่อนไขดังกล่าว ทางคณะนักวิจัย ม.มหิดล จึงได้คิดค้นผลิตภัณฑ์มาการีนทางเลือกจากโอลีโอเจลน้ำมันรำข้าวที่ปราศจากไขมันทรานส์และมีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำ สำหรับผู้บริโภคทุกเพศวัย โดยใช้เทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับอุตสาหกรรมอาหาร และเหมาะสำหรับนำไปผลิตอาหารแก่ผู้ที่สนใจ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้งานในระดับครัวเรือน ถึงระดับอุตสาหกรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.สุภัทรา ลิลิตชาญ อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า มาการีนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นไขมันแข็งที่อุณหภูมิห้อง นิยมใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อาหารหลายประเภท ซึ่งมาการีนส่วนใหญ่ผลิตมาจากน้ำมันพืชที่เป็นของเหลว จำเป็นต้องนำมาผ่านกระบวนการผลิตเพื่อเปลี่ยนน้ำมันเหลวให้อยู่ในรูปของไขแข็งด้วยกระบวนการต่างๆ ได้แก่ การเติมไฮโดรเจน (Hydrogenation) การแยกส่วน (Fractionation) การทำปฏิกิริยาอินเตอร์เอสเทอริฟิเคชัน (Interesterification) หรือ การผสมน้ำมัน (Blending) ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะทำให้กรดไขมันอิ่มตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้พบว่ากระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partial hydrogenation) จะทำให้เกิดไขมันทรานส์ขึ้นด้วย

ทางคณะผู้วิจัยจึงนำกระบวนการโอลีโอเจลเลชันมาประยุกต์ใช้ในการผลิตมาการีนจากน้ำมันรำข้าว โดยทำน้ำมันให้อยู่ในรูปของโอลีโอเจล (Oleogel) มีลักษณะเป็นของกึ่งแข็ง (Semi-solid) เพื่อให้มีคุณสมบัติในการทดแทนไขแข็ง โดยโอลีโอเจลที่ได้จะเป็นโครงสร้างที่ประกอบขึ้นเองเป็นเครือข่ายเจลต่อเนื่อง สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ตามอุณหภูมิ และมีคุณสมบัติหนืดและยืดหยุ่น 

ที่สำคัญวิธีนี้จะไม่ทำให้องค์ประกอบของกรดไขมันเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ได้เป็นผลิตภัณฑ์ไขแข็งที่มีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำและปราศจากไขมันทรานส์ จึงจัดว่าเป็นเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ที่น่าสนใจและเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถนำไปใช้ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้

รองศาสตราจารย์ ดร.สุภัทรา กล่าวเพิ่มเติมว่า มาการีนจากโอลีโอเจลน้ำมันรำข้าว เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพ เนื่องจากน้ำมันรำข้าวมีสัดส่วนของกรดไขมันที่ดีต่อสุขภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการ ปราศจากไขมันทรานส์ มีปริมาณสัดส่วนของกรดไขมันอิ่มตัวเพียงร้อยละ 24-25 และมีสารสำคัญที่ดีต่อสุขภาพ ได้แก่ Gamma Oryzanol ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (Low density lipoprotein cholesterol; LDL-C) และเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ดี (High density lipoprotein cholesterol; HDL-C) ในร่างกาย เหมาะที่จะนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์อย่างกว้างขวางในรูปอาหารเสริมที่สามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการรวมตัวของเกล็ดเลือด 

อีกทั้งยังมีการศึกษาวิจัยพบว่าช่วยปรับสมดุลของระดับฮอร์โมนในสตรีวัยทอง และ Policosanol ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปรับสมดุลการสร้างคอเลสเตอรอล และเสริมการทำงานของตับในการเผาผลาญไขมัน ส่งผลให้ระดับของคอเลสเตอรอลในเลือดลดลง ช่วยสร้างคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-C) ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงลดการจับตัวของเกล็ดเลือดและลดการทำลายของเยื่อบุผนังหลอดเลือด โดยผลิตภัณฑ์มาการีนจากโอลีโอเจลน้ำมันรำข้าวมีลักษณะเป็นไขแข็งทาปาดได้ดี สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์บราวนี่ คุกกี้ ไอศกรีม ครีมชีส และช็อกโกแลตสเปรด 

ฉะนั้นมาการีนจากโอลีโอเจลน้ำมันรำข้าว จึงเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและนำไปสู่การผลิตเชิงการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป และผู้บริโภคที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง

สำหรับโครงการดังกล่าว ได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ปีงบประมาณ 2560 และ 2562 โดยผลงานวิจัยนี้อยู่ในระดับของเทคโนโลยีที่ ‘พร้อมจะถ่ายทอด’ สู่ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอุตสาหกรรมอาหารที่สนใจนำไปประยุกต์ใช้เพื่อผลิตอาหารต่างๆ รวมทั้งผู้ประกอบการที่สนใจที่จะนำไปประยุกต์ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับอาหารฟังก์ชัน (Functional Food) อาหารทางการแพทย์ (Medical food) และโภชนเภสัชภัณฑ์ (Pharmaceutical) เป็นต้น

‘ผบช.กมค.’ ชี้!! PCT ทำคดี ‘มินนี่’ ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่อยากพูดเยอะ เพราะนายกฯ ตั้ง กก.ตรวจสอบด้วยแล้ว

(29 ก.ย. 66) จากกรณี น.ส.ธันยนันท์ หรือ สุชานันท์ สุจริตชินศรี หรือ ‘มินนี่’ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีเว็บพนันออนไลน์ ได้ออกมาเปิดใจกรณีการถูกเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (PCT ) อย่างน้อย 2 นาย บุกค้นบ้านตอนตีสาม พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือนำไปตรวจสอบก่อนมีภาพหลุดส่วนตัวถ่ายคู่กับนายตำรวจที่ถูกกล่าวหาพัวพันกับบัญชีม้าเว็บพนัน ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.กมค.) ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ PCT กล่าวว่า เรื่องการสอบสวนได้ส่งให้พนักงานสอบสวนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทุกเรื่องควรจะอยู่ในสำนวนได้แล้ว เพราะตนได้ชี้แจงไปเยอะแล้ว ประกอบกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบการปฏิบัติการในวันตรวจค้นด้วยแล้ว ซึ่งจะรอผลการตรวจสอบ

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ PCT เข้าตรวจค้นและจับกุม ‘มินนี่’ ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ

และเมื่อถามต่อว่า ตำรวจที่ชื่อ ‘เจ’ ที่มินนี่อ้างว่ายึดมือถือไปนั้นมีตัวตนจริงหรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้ปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว บอกเพียงว่าทุกอย่างอยู่ในสำนวน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามขั้นตอนของกฎหมาย แล้วขออนุญาตให้สัมภาษณ์เพียงแค่นี้ก่อน

‘LINE’ ควบรวม ‘Yahoo’ เปลี่ยนชื่อเป็น ‘LY Corp.’ เริ่มมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป

LINE Corporation รวมกับ Yahoo Japan Holding เปลี่ยนชื่อเป็น ‘LY Corporation’ พร้อมเปลี่ยนชื่อบัญชีทางการ เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 1 ตุลาคม 2566

สืบเนื่องจากเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัท Z Holding Corp. ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการอินเทอร์เน็ตและการเงิน ผู้เป็นเจ้าของบริษัท ‘LINE Corp.’ และ ‘Yahoo Japan Holding’ ประกาศจะควบรวมทั้ง 2 บริษัทดังกล่าวเข้าด้วยกันให้ได้ ภายในเดือนมีนาคมปี 2024

ล่าสุด LINE ประกาศว่า ทาง LINE Corp. และ Yahoo Japan Holding จะควบรวมเป็นบริษัทเดียวกัน ภายใต้ชื่อใหม่ ‘LY Corporation’ เป็นที่เรียบร้อย โดยเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป

โดยหลักทั่วไป จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อหรือการประกาศของแต่ละบัญชีทางการที่จะมีการเปลี่ยนชื่อผู้ให้บริการ หากจะมีการเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้น บัญชีทางการที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้แจ้งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงเป็นรายบุคคล ซึ่งส่งผลให้บัญชี LINE Official จะเปลี่ยนชื่อผู้ให้บริการ LINE เป็น LY Corporation ดังนี้

-TH-EN translator (@linethen)

-บันเทิง TODAY (@enttoday)

-GIFTSHOP Notice (@linegiftshopnoti)

-LINE STORE (@linestoreth)

-LINE TODAY (@linetodayth)

-LINE TH Help Center (@linehelpth)

-LINE สภาพอากาศ (@lineweather-th)

-LINE MELODY (@linemelodyth)

-MyShop (@linemyshop)

-LINE POD Thailand (@linepodth)

-MyShop Notice (@myshopnotice)

-LINE MELODY Notice (@linemelodynotice)

-Verified Resellers (@verifiedresellers)

-LINE Wallet TH (@linewalletthailand)

หากท่านกำลังใช้บริการบัญชีทางการอื่นที่ให้บริการโดย LINE ในประเทศหรือภูมิภาคที่นอกเหนือไปจากประเทศไทย ชื่อผู้ให้บริการก็จะมีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน

'จักพันธ์-ปชป.' อู้ฟู่ 161 ล้าน ส่วน 'พล.ต.ต.สุรินทร์' รวย 30 ล้าน ด้าน 'สส.หมิว-ก้าวไกล' มีแค่ 5 แสนกว่าบาท และยังเช่าบ้านอยู่

วันนี้ (29 ก.ย.66) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. โดยมีบุคคลที่น่าสนใจ อาทิ นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สินรวม 161,227,934.16 บาท มีหนี้สินรวม 11,446,764.85 บาท แบ่งเป็นบัญชีเงินฝาก 3 บัญชี รวม 1,620,769.16 บาท เลี้ยงไก่ชน 500 ตัว มูลค่า 5 ล้านบาท ที่ดิน 44 แปลงใน จ.ประจวบคีรีขันธ์, นครราชสีมา, ลำปาง มูลค่ารวม 94,769,165 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 11 หลัง มูลค่ารวม 44,750,000 บาท และมีรถยนต์ 29 คัน มูลค่ารวม 14,650,000 บาท เป็นรถโดยสารประจำทาง 26 คัน

ขณะที่ทรัพย์สินอื่น คือ อาวุธปืน 8 กระบอก มูลค่ารวม 438,000 บาท นอกจากนี้ยอดเงินกู้ จากธนาคารกรุงเทพฯ และกสิกรไทย คงเหลือ 11,446,764.85 บาท

ด้าน พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และนางจรีพรคู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 30,334,833.88 บาท มีหนี้สินเป็นของคู่สมรส 19,465.19 บาท ทรัพย์สินที่น่าสนใจของทั้งคู่เป็นเงินฝากรวม 13 บัญชี 5,764,833.88 บาท ที่ดินในจังหวัดสงขลา นราธิวาส รวม 9 แปลง 13,570,000 บาท บ้าน 1 หลังในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 1,200,000 บาท นอกจากนี้ยังมีปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติขนาด 5 มม. อาร์อาร์จี 667 กล็อค มูลค่า 1 แสนบาท

ขณะที่ สส.ใหม่พรรคก้าวไกลอย่าง น.ส.สิริลภัส  กองตระการ แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 573,566 บาท มีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 12,625 บาท เงินฝาก 8 บัญชีรวม 144,566 บาท ยานพาหนะมูลค่า 329,000 บาท สิทธิสัมปทาน 1 แสนบาท ไม่มีรายการทรัพย์สินอื่น

นอกจากนี้แจ้งมีรายได้ต่อปี รวม 1,682,720 บาท เป็นเงินเดือน สส. 1,362,720 บาท เงินค่าจ้างการแสดง 320,000 บาท รายจ่ายต่อปี 1,051,810 บาท เป็นค่าเช่าที่อยู่อาศัย 132,000 บาท ค่าอุปโภคบริโภค 260,000 บาท ค่าเบี้ยประกันภัย 3,779 บาท จ่ายเงินกองทุน สส. 42,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 360,000 บาท ค่าเบี้ยประกัน 13,386 บาท ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ 645 บาท ค่าอุปการะบิดามารดา 240,000 บาท ขณะที่ข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลในรอบปีที่ผ่านมาแจ้งว่ามีเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร 0 บาท

ทั้งนี้ น.ส.สิริลภัส เคยมีข่าวดรามาถูกถ่ายภาพนำอาหารกล่องจากสภาผู้แทนราษฎรกลับบ้าน ซึ่งเป็นอาหารที่แม่บ้านสภาฯ บรรจุกล่องไว้ เนื่องจาก สส.เข้ามาประชุมน้อยทำให้อาหารที่เตรียมไว้เหลือเป็นจำนวนมาก มีการเปิดค่าอาหาร สส.ต่อหัวในวันประชุมสภาอยู่ที่หัวละ 1,000 บาท และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาหาร สส.แพงเกินอีกทั้งเหลือทิ้ง จนต้องมีการเรียกหารือถึงทางออกปัญหาดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top