Thursday, 30 July 2026
Hard News Team

‘บิ๊กต่อ’ ผุด ‘Quick Win’ มุ่งสร้าง ‘Police’s Home เราดูแลคุณ’ หนุนพัฒนางานตำรวจทุกมิติ ส่งเสริมตำรวจไทยใส่ใจดูแลประชาชน

(6 ต.ค. 66) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า ตามที่เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ประชุมมอบแนวทางการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพให้กับทุกหน่วยทั่วประเทศ โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรปราบปรามอาชญากรรมและบังคับใช้กฎหมาย ในระดับมาตรฐานสากล ที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” พร้อมกับกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการบริหารงานให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล 10 ข้อ และแนวทางเน้นหนัก 4 เรื่อง ที่ต้องทำทันที ประกอบด้วย การแก้ไขปัญหายาเสพติด การดูแลนักท่องเที่ยว การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจข้าราชการตำรวจ

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดแผนปฏิบัติการเร่งรัด หรือ ‘Quick Win 5 ด้าน’ ทำสิ่งที่สามารถทำได้รวดเร็ว สร้างผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ให้เห็นผลชัดเจนมากที่สุด ภายใต้แนวคิด Police’s Home ประกอบด้วย ด้านบุคลากร ระบบ สวัสดิการ ความสามัคคีความเป็นธรรมและช่องทางการสื่อสารในองค์กร และการสร้างภาพลักษณ์ตำรวจที่ดีให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา อาทิ

‘การคืนเวลาให้ตำรวจ’ แก้ไขคำสั่ง ตร.ที่ 419/2556 เพื่อลดภาระของพนักงานสอบสวน และลดเอกสารแบบฟอร์มที่ไม่มีความจำเป็น ให้สำเร็จภายใน 1 เดือน, ลดเวลาการประชุมให้ตำรวจมีเวลาไปดูแลประชาชน, การลดความซ้ำซ้อนของการรายงานเหตุกว่า 20 หน่วย ให้เหลือการรายงานเพียงครั้งเดียว

‘คืนตำรวจให้ประชาชน’ ยกเลิกการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการและให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิม ให้ความสำคัญกับสถานีตำรวจ การสั่งช่วยราชการต้องมีความจำเป็นและเกิดประโยชน์ต่อทางราชการ

‘สวัสดิการตำรวจ’ ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับข้าราชการตำรวจจบใหม่และข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย ให้ผู้กำกับการหรือหัวหน้าสถานีตำรวจ ตรวจสอบผู้หมดสิทธิพักอาศัยในอาคารบ้านพักอิสระ และยังไม่ย้ายออก และให้รายงานภายใน 30 วัน พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าการติดตามเร่งรัดให้ย้ายออก รายงานความคืบหน้าต่อเนื่องทุกเดือน

‘ความเป็นธรรม ความสามัคคี และสร้างช่องทางการสื่อสารในองค์กร’ สร้างระบบการสื่อสาร 2 Ways Communication ทั้งแบบ Online และ Offline ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งอาจได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียน แจ้งเบาะแส ข้อคิดเห็น ผ่านแอพพลิเคชันแทนใจ โดยจะมีทีมงานของ ผบ.ตร. รับเรื่องตรวจสอบดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง โดยเป็นความลับ นอกจากนี้ ยังได้เปิดให้ส่งข้อมูลทาง ตู้ ปณ.191 รองเมือง 10330 สำหรับผู้ที่ไม่ประสงค์เปิดเผยตัวตน

‘การสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นศรัทธาแก่ประชาชน’ สานต่อโครงการ ‘ทำดี มีรางวัล’ ของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ อดีต ผบ.ตร. สร้าง Police Hero ต้นกล้าแห่งความดี ให้กับองค์กร

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้สามารถดำเนินการได้ทันที เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยตลอดปีงบประมาณ พ.ศ.2567 นี้ จะมี Quick Win ลักษณะนี้เป็นระยะ แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่จะเป็นหนึ่งในการเดินทางอันยิ่งใหญ่สู่เป้าหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“ท้ายที่สุด ผมขอให้ความเชื่อมั่นว่า จะบริหารราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นที่ตั้ง จะมุ่งมั่นตั้งใจ ทุ่มเทในการดำเนินนโยบาย เพื่อให้สามารถดูแลความสงบเรียบร้อย บังคับใช้กฎหมาย อำนวยความยุติธรรม และช่วยเหลือการพัฒนาประเทศ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและสังคม”

‘ปตท.’ คว้ารางวัล ‘ประชาบดี’ ประจำปี 2566 เชิดชูเกียรติช่วยเหลือสังคมด้วยใจอาสา

เมื่อไม่นานมานี้ นายนิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่เลขานุการบริษัทและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เป็นผู้แทน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เข้ารับโล่และเข็มรางวัลประชาบดี ประเภทบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ ประจำปี 2566 จากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประธานในพิธีมอบรางวัล ‘ประชาบดี’ ประจำปี 2565 และประจำปี 2566 ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำประโยชน์ดีเด่นที่มุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในสภาวะยากลำบากและทำงานด้านสังคมด้วยใจจิตอาสา ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

‘หนิง ไอลีน’ ขอโทษ หลังทัวร์ลง ปมโพสต์ถึงเหตุกราดยิง ล่าสุดโดนต้นสังกัดลงดาบ สั่งระงับงานทั้งหมดแล้ว

(6 ต.ค. 66) กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าเลยทีเดียว หลังจากที่ศิลปินอินดี้ร้อยล้านวิว ‘หนิง ไอลีน’ ออกมาแสดงความคิดเห็นกรณีเด็ก 14 กราดยิงที่สยามพารากอน ซึ่งทำให้มีคนเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 5 ราย โดยเจ้าตัวได้ทวิตข้อความว่า…

“โลกนี้โสมม ประชากรล้นโลก สมควรแล้ว” และ “เป็นเราจะไม่ยิงแค่นี้หรอก #กราดยิงพารากอน”

ล่าสุดต้นสังกัดอย่าง ‘ไทดอล มิวสิค’ ก็ประกาศระงับงานหนิง ไอลีนทั้งหมดทันที พร้อมเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าไม่สนับสนุนพฤติกรรมและการกระทำดังกล่าวของศิลปิน ซึ่งล่าสุด หนิง ไอลีน ก็ได้ออกมาโพสต์ขอโทษแล้ว

“หนิงต้องขอโทษทุกคนกับสิ่งที่หนิงได้ทำลงไป ทั้งหมดเกิดจากความผิดของหนิงเอง หนิงขอโทษทางค่าย และแฟนคลับหนิงเอง ทุกๆ คนที่เห็นโพสต์ของหนิง หนิงขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง และได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ หนิงรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความผิดทั้งหมดหนิงขอรับไว้คนเดียวค่ะ”

นอกจากนี้ ‘หนิง ไอลีน’ ยังเคยตกเป็นกระแสดรามา หลังจากที่ ‘ชาล็อต ออสติน’ มาเล่นเอ็มวีให้ แต่กลับให้สัมภาษณ์เรื่องฉากจูบกับชาล็อต ที่ระบุว่า “ตอนถ่ายจริงๆ เต็มปาก” ทำให้ถูกมองว่าฉวยโอกาส และไม่ให้เกียรติชาล็อต จนเกิดแฮชแท็ก #แบนหนิงไอลีน และเจ้าตัวก็ออกมายกมือไหว้ขอโทษ บอกจะนำมาเป็นบทเรียน ไม่ทำแบบนี้อีก

‘รมว.ยุติธรรม’ เผย นำตัวมือกราดยิงส่ง ‘สถาบันกัลยาณ์ฯ’ หลังจิตแพทย์ลงความเห็นต้องประเมิน-รักษาอาการทางจิต

(6 ต.ค.66) ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการรับตัว ด.ช.วัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุกราดยิงที่ห้างสยามพารากอน ซึ่งขณะนี้อยู่ในความควบคุมดูแลของกรมพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่า สถานพินิจฯ ได้มีกระบวนการรับตัว มีแพทย์ที่ตรวจและประเมินสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็ก ซึ่งรับทราบว่าเด็กชายไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ระหว่างนี้จึงคงยังอยู่ในการดูแลของสถานพินิจฯ

“ผมได้รับแจ้งว่าเมื่อมีการตรวจประเมินสุขภาพจิตของเด็กชาย ทางทีมจิตแพทย์ที่ตรวจสอบเบื้องต้นมีความเห็นว่า เห็นควรส่งตัวเด็กชายไปเข้ารับการรักษาที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ แต่ผมไม่ได้เห็นรายละเอียดชัดเจน ว่า เด็กชายมีอาการทางจิตอย่างไร เป็นเพียงสรุปรายงานที่ได้รับทราบเท่านั้น” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า แม้เด็กชายจะถูกส่งตัวไปรักษาที่สถาบันกัลยาณ์ฯ ก็ตาม แต่ในทางกฎหมายไม่สามารถเปิดเผยเรื่องอาการสุขภาพของเด็กได้ ขอให้เป็นไปตามความเห็นของแพทย์ อีกทั้งทางกรมพินิจฯ ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่สำหรับเข้าร่วมดูแลเด็ก ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย นอกจากนี้ตนไม่ได้เน้นย้ำกำชับในเรื่องใดเป็นพิเศษแก่กรมพินิจฯ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะมีขั้นตอนการดำเนินการและรายงานให้ตนรับทราบต่อเนื่อง อีกทั้งเรื่องสำคัญอีกประการคือการที่เจ้าหน้าที่ของกรมพินิจฯ จะต้องลงพื้นที่สืบเสาะ สืบสวนค้นหาสาเหตุที่ทำให้เด็กชายก่อเหตุดังกล่าว เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันออกแบบกลไกป้องกันไม่ให้มีเด็กหรือเยาวชนก่อเหตุในลักษณะนี้ซ้ำขึ้นอีก

“หากเด็กชายเข้ารับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางเสร็จสิ้นกระบวนการเป็นที่เรียบร้อย และเมื่อถึงวันนั้น แพทย์พิจารณาส่งกลับมายังสถานพินิจฯ ทางกรมพินิจฯ จะมีโปรแกรมบำบัดฟื้นฟู เพื่อพัฒนาพฤตินิสัยซึ่งจะเป็นในส่วนที่เด็ก ๆ ภายในการดูแลของสถานพินิจฯ ทุกคนจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมการศึกษา การพัฒนาวิชาชีพต่าง ๆ เป็นต้น” รมว.ยุติธรรม กล่าว

‘ญี่ปุ่น’ สร้าง ‘Giraffenap’ ตู้งีบหลับแบบยืนคล้ายยีราฟ ตอบโจทย์วัยทำงาน ‘พักสายตา-ร่างกาย’ จากความเหนื่อยล้า

ออฟฟิศสมัยใหม่ในหลาย ๆ ประเทศเริ่มออกแบบให้มีโซนพักผ่อนสำหรับพนักงาน ไว้ใช้แอบงีบหลับพักสายตาสั้น ๆ บริษัทหัวใสแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นจึงได้เอาไอเดียนี้มาทำเป็น ‘Sleeping Pod’ หรือตู้สำหรับนอนงีบหลับที่ไม่ธรรมดา เพราะว่าออกแบบมาให้ผู้ใช้งานต้อง ‘ยืนหลับ’ คล้ายกับวิธีการยืนหลับของยีราฟ โดยให้ชื่อผลงานนี้ว่า ยีราฟแน็ป (Giraffenap)

สำหรับ Giraffenap เป็นตู้แนวตั้ง ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนอนหลับในท่ายืนได้ ตัวตู้นี้มีขนาดพอ ๆ กับตู้โทรศัพท์สาธารณะขนาดเล็ก โดยความสูงของตู้อยู่ที่ 2.5 เมตร และกว้าง 1.2 เมตร พร้อมกับออกแบบให้ตู้นี้สามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ รวมถึงยังติดตั้งตัวดับเพลิง พัดลมภายใน ไฟแอลอีดี และตะขอที่แขวนเสื้อมาให้ในตู้ด้วย

ถ้ามองจากภายนอก ตู้นอนหลับแบบยืนนี้ อาจจะดูเหมือนตู้เก็บของ ห้องน้ำหรือแม้กระทั่งห้องสำหรับใช้โทรศัพท์ แต่เมื่อเปิดออกมาจะพบว่าภายในได้ออกแบบตัวที่นั่งอย่างประณีต ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทิ้งตัวนอนในท่ายืน แบบไม่ต้องเกร็งร่างกายเพื่อรับน้ำหนักตัวเองแต่อย่างใด โดยภายในตู้ประกอบด้วยแพลตฟอร์มรองรับน้ำหนักส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งโต๊ะรองแขน เก้าอี้รองก้น แท่นรองเข่า รวมถึงพนักเล็ก ๆ ด้านใต้ตู้ สำหรับรองฝ่าเท้า ทำให้เวลานอน เราจะต้องฟุบหน้าไปกับแขนที่วางอยู่บนโต๊ะ ส่วนขาก็จะอยู่ในลักษณะงอเข่า และเอียงตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

โดยบริษัท Koyoju Plywood Corporation จากจังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลิตตู้นอนยีราฟนี้ กล่าวว่าบริษัทกำลังมุ่งที่จะสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถมีที่สำหรับงีบหลับได้อย่างง่ายดาย และมองว่าผลงานนี้ จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยพัฒนาทั้งในแง่ของธุรกิจของบริษัทและสุขภาพของคนทำงานไปพร้อมกัน เนื่องจากบริษัทมองว่าถ้าคนเราได้งีบหลับ ก็จะเหมือนกับได้ฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ไม่ต้องทนกับอาการง่วงนอนในเวลาทำงาน และตื่นมามีแรงเพื่อที่จะลุยงานต่อไปได้ ซึ่งจะเป็นผลดีทั้งกับบริษัทและตัวพนักงานเอง

แต่สำหรับใครที่อยากจะใช้ตู้นี้ มีข้อจำกัดนิดคือจะต้องสูงไม่เกิน 198 เซนติเมตร หรือมีน้ำหนักไม่เกิน 100 กิโลกรัม เพราะถ้าสูงเกินหรือน้ำหนักตัวมากไป ก็อาจจะไม่พอดีกับตู้ได้ ส่วนราคาวางจำหน่ายตู้นอนแบบยืนนี้ อยู่ที่ตู้ละประมาณ 3,000,000 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยที่ 740,000 บาท

‘จตุพร’ เผยสาเหตุ ‘เฉลิม’ ประกาศตัดขาด ‘ทักษิณ’ เกิดจากการดูถูก - เหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นคน

(6 ต.ค. 66) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 5 ต.ค.66 ระบุถึงปัญหาระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เกิดจากการดูถูก หยามเหยียดความเป็นมนุษย์ พร้อมตอบชัดเจนทักษิณพูด หมอ รพ.ตำรวจบอกมา

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ถามได้ยินนายทักษิณ มีปัญหากับ ร.ต.อ.เฉลิม ได้อย่างไร ว่า คนที่ไปเล่าให้ ร.ต.อ.เฉลิมฟังเป็นหมอที่ รพ.ตำรวจ โดยระบุคำพูดนายทักษิณดูถูก ร.ต.อ.เฉลิม ว่า “กวนตีนกวนโอ๊ยกันทั้งพ่อทั้งลูก”

นอกจากนี้นายภูมิธรรม ได้เปรียบเทียบและโยงว่าจะไม่มีปัญหาซ้ำรอยเหมือนกรณีของนายจตุพรด้วย อย่างไรก็ตาม นายจตุพร ไม่ต้องการแสดงความเห็นในปัญหาของทั้ง 2 ฝ่าย โดยอ้างเป็นคนนอก หากทั้งนายทักษิณกับ ร.ต.อ.เฉลิม ดีกันแล้ว ก็จะกลายเป็นพวกหมาหัวเน่าทันที จึงให้เป็นหน้าที่ของพรรคเพื่อไทยไปเคลียร์ปัญหากันเอง

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม ได้แสดงความไม่เห็นด้วยในทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่การตั้งรัฐบาลข้ามขั้วของพรรคเพื่อไทย จึงไม่ไปโหวตเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งแสดงถึงจุดยืนชัดเจน แม้แต่นักประชาธิปไตยหลายคนในพรรคเพื่อไทยยังไม่มีความกล้าเท่ากับ ร.ต.อ.เฉลิม อีกด้วย

“เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ไปโหวตนายกฯ แล้ว หลังจากนั้นจึงเป็นที่มาของคำพูดทักษิณว่า “จะกวนโอ๊ยกวนตีนทั้งพ่อและลูก” ซึ่งภาษาเช่นนี้ ถ้าพูดต่อหน้าอาจไม่เป็นอะไร แต่เมื่อได้ยินการพูดลับหลัง ร.ต.อ.เฉลิม จึงเกิดความรู้สึกจะหันหลังให้พรรคเพื่อไทยและไม่ขอร่วมทางการเมืองกันตลอดชีวิต” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวถึงตัวเองมีปัญหากับนายทักษิณ ว่า แม้ร่วมต่อสู้กันมานาน 29 ปี แต่เมื่อถูกดูถูกกันครั้งเดียวความสัมพันธ์ต้องขาดสะบั้นทันที และจบกันไปเลย ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของมนุษย์อยู่ที่คุณค่าและการให้เกียรติกัน เมื่อแต่ละคนได้ต่อสู้ เอาชีวิตถวายหัว ร่วมเป็นร่วมตายกลับไม่เห็นคุณค่า หนำซ้ำยังมาดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กัน จนเกิดปัญหาฉิบหายกันถึงทุกวันนี้ ส่วนความจริงของปัญหาที่เกิดกับ ร.ต.อ.เฉลิม นั้น ก็เป็นเรื่องลักษณะเดียวกันกับตน ไม่มีอะไรแตกต่างกัน และเป็นบทเรียนซ้ำไปซ้ำมา

“ผมขอบอกนายภูมิธรรมที่ถามว่าได้ยินมาจากไหน ผมก็บอกว่าจากหมอใน รพ.ตำรวจ ซึ่งผมได้ยินมาแบบนี้ ความเป็นจริงจะเป็นอย่างไรนายทักษิณกับ ร.ต.อ.เฉลิม ต้องสื่อความกันเอง ส่วนผมตอบตามความสงสัยของนายภูมิธรรมว่า ได้ยินมาจากหมอ รพ.ตำรวจ” นายจตุพร กล่าว

‘คามิกาวะ โยโกะ’ รมว.กต.ญี่ปุ่นคนใหม่ เตรียมเยือนไทย 12-13 ต.ค.นี้ จ่อหารือด้านความร่วมมือ-แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างประเทศทุกมิติ

(6 ต.ค. 66) ‘กระทรวงการต่างประเทศ’ ประกาศการเยือนไทยของ ‘นางคามิกาวะ โยโกะ’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นว่า นางโยโกะมีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 12-13 ตุลาคมนี้

โดยในโอกาสนี้ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและกรอบพหุภาคี และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศที่อยู่ในความสนใจร่วมกัน

การเยือนครั้งนี้ นับเป็นการเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งแรกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น หลังจากเข้ารับตำแหน่งใหม่

‘ทบ.’ รับ มือกราดยิงพารากอน ใช้สนามยิงปืนของ นรด.ซ้อมยิงจริง ยัน!! ผู้ก่อเหตุไม่ใช่สมาชิก คาดมีคนพาเข้า พร้อมสั่งสอบ จนท.สนามแล้ว

(6 ต.ค. 66) ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก (ทบ.) ได้เผยแพร่เอกสารข่าวกรณีเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงที่สยามพารากอน เมื่อ 3 ต.ค. 66 โดยได้ปรากฏคลิปวิดีโอในสังคมออนไลน์ เป็นภาพของผู้ต้องหา ขณะทำการซ้อมยิงปืนในสนามยิงปืน ที่คาดว่าเป็นสนามยิงปืนในหน่วยทหาร จากการตรวจสอบพบว่า เป็นสนามยิงปืนของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.)

ซึ่งสนามยิงปืนแห่งนี้ได้เปิดบริการให้แก่สมาชิกของสนามยิงปืนได้เข้ามาฝึกซ้อม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม กีฬายิงปืน รวมถึงเพื่อฝึกฝนการใช้อาวุธปืนให้กับกำลังพลและบุคคลทั่วไปที่สนใจ โดยระเบียบของสนามยิงปืนแห่งนี้ อนุญาตให้สมาชิกสามารถนำบุคคลอื่นที่สมาชิกรับรองมาใช้บริการที่สนามยิงปืนได้ และต้องปฏิบัติตามกฎของสนามยิงปืนอย่างเคร่งครัด

จากการตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพบว่า ผู้ต้องหาไม่ได้เป็นสมาชิกของสนามยิงปืน จึงสันนิษฐานว่า มีสมาชิกคนอื่นพาเข้ามา รวมถึงเมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง จนถึงวันที่มีข้อมูลบันทึกไว้เป็นเวลา 10 วัน ไม่พบภาพของผู้ต้องหาดังกล่าว

“ปัจจุบันทางหน่วยกำลังตรวจสอบไปยังเจ้าหน้าที่ในสนามยิงปืนทั้งหมด เพื่อรวบรวมข้อมูลการเข้าใช้สนามยิงปืนของผู้ต้องหาดังกล่าว ทั้งนี้ กองทัพบกได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

‘BDMS’ ทุ่ม 300 ล้าน สร้าง ‘ศูนย์มะเร็งภูเก็ต’ ให้บริการรังสีรักษาแห่งแรกในภูเก็ต-อันดามัน

(6 ต.ค. 66) นายแพทย์นรินทร์ บุญจงเจริญ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 6 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพวัฒโนสถ ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ ‘ศูนย์มะเร็งภูเก็ต’ (Phuket Cancer Center) ศูนย์รังสีรักษาแห่งแรกในจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่อันดามัน โดยมี สื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ จ.ภูเก็ต

นายแพทย์นรินทร์ บุญจงเจริญ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 6 บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงจุดเริ่มต้นและที่มาของศูนย์มะเร็งภูเก็ต (Phuket Cancer Center) ว่า ปัจจุบันแม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์มีการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก ประชาชนมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น แต่ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDB) ปี 2564 พบว่า โรคมะเร็งและเนื้องอก คือ สาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยอันดับสูงสุดตลอด 23 ปีที่ผ่านมา

โดยในแต่ละปีอัตราดังกล่าวยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในฐานะที่ BDMS Phuket ซึ่งประกอบด้วย โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ และโรงพยาบาลดีบุก เป็นเครือข่ายสถานพยาบาลที่ดูแลสุขภาพชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงมาอย่างยาวนาน จึงได้มีการติดตามตัวเลขสถิติผู้ป่วยมะเร็งอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด พบว่า สถิติผู้ป่วยมะเร็งภาคใต้ ที่มีภูมิลำเนาในเขตสุขภาพ 11 ประกอบด้วย จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา ระนอง และภูเก็ต ในเพศชายจะเป็น (Top 3) เพศหญิง (Top 3) ซึ่งโรคมะเร็งดังกล่าวจำเป็นต้องใช้การรักษาด้วยการฉายรังสีร่วมด้วยทั้งสิ้น แต่เนื่องจากศูนย์ให้บริการรังสีรักษาตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกเป็นหลัก จึงทำให้คณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ตัดสินใจดำเนินโครงการ ‘ศูนย์มะเร็งภูเก็ต’ (Phuket Cancer Center) ขึ้น เพื่อให้คนภูเก็ตและในพื้นที่อันดามันได้เข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว และมีผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยสนับสนุนยุทธศาสตร์ Medical and Wellness Destination ของจังหวัดภูเก็ตในฐานะที่เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้อีกด้วย”

ศูนย์มะเร็งภูเก็ต (Phuket Cancer Center) จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2566 ณ โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ ภายใต้งบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท ในพื้นที่ 1,030 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้แนวคิดสิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยา (Healing Environment) เพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลาย ประกอบด้วยห้องให้คำปรึกษา โดยแพทย์รังสีรักษาเฉพาะทางใช้เทคโนโลยีการวางแผนการรักษาด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed Tomography Simulator) และให้บริการรังสีรักษาด้วยเครื่องฉายรังสีด้วยการเร่งอานุภาพ (LINAC Accelerator) เครื่องให้รังสีระยะสั้น (High Dose Rate Brachytherapy) และห้องประชุมออนไลน์ ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Teleconference) สำหรับวางแผนการรักษาร่วมกับโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ โดยจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 3 ปี 2567

"โรคมะเร็งเป็นภาวะเจ็บป่วยที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว เพื่อควบคุมระยะและการแพร่กระจายของโรค แต่ด้วยขั้นตอนการส่งตัวตามระบบเครือข่าย และความหนาแน่นของปริมาณผู้ป่วยที่แตกต่างกันในแต่ละโรงพยาบาลทำให้เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงการรักษาได้โดยเร็ว ซึ่งศูนย์มะเร็งภูเก็ต มีนโยบายดูแลผู้ป่วยทุกสิทธิการรักษา ประกอบด้วย ผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) สิทธิข้าราชการ และสิทธิประกันสังคม ตลอดจนจะเข้าร่วมโครงการ Cancer Anywhere ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อช่วยดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อันดามัน ให้สามารถเข้ารับการรักษาตัว ณ ศูนย์มะเร็งภูเก็ต ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรักษาไกลบ้านอีกต่อไป สำหรับประชาชนคนไทยที่ไม่ถูกคุ้มครองภายใต้สิทธิการรักษาข้างต้น สามารถอุ่นใจได้ เนื่องจากค่าบริการของศูนย์มะเร็งภูเก็ต (Phuket Cancer Center) จะอยู่ในอัตราเทียบเท่าหรือใกล้เคียงโรงพยาบาลภาครัฐ" นายแพทย์นรินทร์ บุญจงเจริญ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 6 บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ศาสตราจารย์พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ กล่าวเพิ่มเติมถึงความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลในการจัดตั้งศูนย์มะเร็งภูเก็ต (Phuket Cancer Center) ว่า ด้วยประสบการณ์การเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านมะเร็งของโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ มีแผนในการขยายการบริการของศูนย์มะเร็งไปจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งศูนย์มะเร็งภูเก็ตเป็นหนึ่งในโครงการดังกล่าว โดยโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ ได้ให้การสนับสนุน ตั้งแต่การฝึกประสบการณ์ด้านการรักษาให้แก่ทีมแพทย์รังสีรักษา พยาบาลรังสีรักษา นักฟิสิกส์ และนักรังสีเทคนิค ไปจนถึงการร่วมออกแบบตัวอาคาร กระบวนการบริการที่คำนึงถึงประสบการณ์ที่ดีของผู้รับบริการ การเลือกเครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ มีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ศูนย์มะเร็งภูเก็ต จะเป็นศูนย์รังสีรักษาที่ทำให้คนภูเก็ต และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถเข้ารับบริการได้อย่างทันท่วงที อันจะช่วยส่งผลให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

‘ยูเครน’ เละ!! หลังเปิดฉากทำสงครามกับ ‘รัสเซีย’ โครงสร้างพื้นฐานเสียหายกว่า 1.51 แสนล้านดอลลาร์ฯ

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 66 สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์-ยูเครน อ้างอิงผลการศึกษาล่าสุดจากสถาบันเคียฟ สคูล ออฟ อีโคนิมิกส์ (Kyiv School of Economics) เผยว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนซึ่งกำลังดำเนินอยู่ได้สร้างความเสียหายทางตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน คิดเป็นมูลค่า 1.51 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.59 ล้านล้านบาท) เมื่อนับถึงสิ้นเดือนกันยายน 2023

การศึกษาพบว่าภาคส่วนที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความขัดแย้งครั้งนี้ โดยมีบ้านส่วนบุคคล อาคารอะพาร์ตเมนต์ และหอพักประมาณ 167,200 หลังถูกทำลายหรือเสียหายจากสงคราม

นับตั้งแต่เริ่มมีการเผชิญหน้า สนามบินและสนามบินพลเรือน 18 แห่ง รวมถึงสะพานและสะพานลอย 344 แห่งในยูเครนได้รับความเสียหาย ขณะกลุ่มสถานประกอบการขนาดใหญ่และขนาดกลางอย่างน้อย 426 แห่งได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top