Saturday, 1 August 2026
Hard News Team

‘อีลอน มัสก์’ ชี้!! ’จีน‘ มีคนเก่ง-ขยันมากกว่าสหรัฐฯ

เมื่อวานนี้ (24 พ.ย.66) เพจ 'ลึกชัดกับผิงผิง' ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘อีลอน มัสก์’ ขณะกล่าวให้สัมภาษณ์นายเล็กซ์ ฟริดแมน (Lex Fridman) พิธีกรรายการพอดแคสต์ชื่อดังว่า จำนวนคนฉลาดและคนขยันของจีนมีมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วก็มากกว่าสหรัฐฯ ด้วย และประทับใจมากต่อโครงสร้างพื้นฐาน ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของจีน...

’อีลอน มัสก์‘ นับเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จยอดเยี่ยมของโลกและเป็นคนปากหวาน แต่คำชมจีนดังกล่าวคงมาจากประสบการณ์การพัฒนากิจการในจีนของเขาเอง

‘มวยไทย’ ยกทัพเยือน ‘ฮ่องกง’ หนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลก พร้อมโชว์ลีลาเด็ดในงานดวลหมัด ‘อีสต์ เอเชียน มวยไทย แชมเปียนชิป’

(24 พ.ย. 66) การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF), คณะกรรมการกีฬามวย, สมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย และสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) ร่วมกันจัดโครงการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ศิลปะมวยไทยสู่ต่างประเทศ พร้อมกับจัดการแข่งขันรายการ ‘อีสต์ เอเชียน มวยไทย แชมเปียนชิป 2023’ โดยมีนักมวยไทยจาก 9 ชาติ จากภูมิภาคเอเชียตะวันออก ร่วมขึ้นสังเวียนชิงชัย ที่ควีน อลิซาเบธ สเตเดียม เขตปกครองพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 23-26 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยให้เผยแพร่ไปสู่ระดับนานาชาติ และกำหนดมาตรฐานมวยไทย ‘One Standard Muaythai’ (OSM) นำโดย ดร.ปัญญา หาญลำยวง คณะกรรมการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รวมทั้ง ดร.เช้า วาทโยธา ครูมวยไทยนานาชาติชื่อดัง และ ‘กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี’ อนึ่ง คัฒมารศรี ยอดนักมวยไทยชื่อดัง และคณะ ร่วมเปิดคลินิกสอนทักษะมวยไทยให้กับผู้เข้ารับการอบรมทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ซึ่งได้รับการตอบรับจากชมรม และสมาคมกีฬามวยไทยแห่งฮ่องกง ส่งนักกีฬามวยไทยเข้าร่วมอย่างคึกคัก

โครงการเผยแพร่ศิลปะมวยไทยสู่ต่างประเทศ จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์กีฬามวยไทย ซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย ส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้นในฮ่องกง โดยจะเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมมวยไทยสู่นานาชาติอย่างครบวงจร และสามารถต่อยอดสินค้ามวยไทยสู่ต่างประเทศได้อย่างแพร่หลาย ทั้งในรูปแบบสินค้า และบริการด้านมวยไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม อันเป็นอัตลักษณ์ของความเป็นไทยสู่ฮ่องกง ส่งเสริมความนิยมไทย และความเป็นไทยให้เป็นที่รู้จักทุกภูมิภาคของโลก โดยสามารถต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยว การค้าการลงทุนในประเทศไทย และอาหารไทย

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการกีฬา และนันทนาการบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมพัฒนากีฬา พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างชื่อเสียง และเกียรติภูมิของประเทศ รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา การท่องเที่ยวเชิงกีฬาเพื่อสร้างคุณค่า และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย

ดังนั้น สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทยที่มีบทบาทหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรมกีฬามวยอาชีพในการส่งเสริม และเผยแพร่กีฬามวยไทยอาชีพให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ รวมทั้งการส่งเสริมอุตสาหกรรมมวยไทยทั้งในรูปแบบสินค้า และบริการเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยธุรกิจอุตสาหกรรมมวยไทย สร้างรายได้ให้บุคลากรมวยไทย จึงจัดโครงการเผยแพร่ศิลปะมวยไทยในประเทศฮ่องกง ขึ้นเพื่อนำกีฬามวยไทยไปเผยแพร่ และยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง แบ่งออกเป็น กิจกรรมในช่วงเช้าเป็นการจัดเวิร์กชอปเปิดคลินิกสอนทักษะมวยไทยให้กับผู้เข้ารับการอบรมทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ โดย ดร.เช้า วาทโยธา ครูมวยไทยนานาชาติชื่อดัง และ ‘กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี’ อนึ่ง คัฒมารศรี นักมวยไทยชื่อดัง ร่วมติวเข้มทักษะแม่ไม้มวยไทยให้กับผู้เข้ารับการอบรม จากนั้นในช่วงเย็นเป็นพิธีเปิดการแข่งขัน ‘อีสต์ เอเชียน มวยไทย แชมเปียนชิป 2023’ อย่างเป็นทางการ โดยมี ‘สเตฟาน ฟ็อกซ์’ เลขาธิการสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) พร้อมด้วย ปุย ควาน เกย์ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมกีฬามวยไทยแห่งฮ่องกง, ซิน ลัม ยุก ประธานสมาคมกีฬามวยไทยแห่งฮ่องกง, ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวกับกีฬาของฮ่องกง และนักกีฬามวยไทย 9 จากชาติที่เข้าร่วมชิงชัย ประกอบด้วย บังกลาเทศ, อินเดีย, เกาหลีใต้, มองโกเลีย, มาเก๊า, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, จีน และฮ่องกง เจ้าภาพ เข้าร่วมในพิธีเปิด

พิธีเปิดการแข่งขันได้มีการแสดงศิลปะแม้ไม้มวยไทยโบราณ จากคณะลานนาไฟท์ติ้งมวยไทย นำโดย ‘ครูดิน’ นายวิทวัส ค้าสม นำคณะนักมวยไทยไปโชว์อัตลักษณ์มวยไทยที่เป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทย รวมทั้งการแสดงคีตะมวยไทย จากทีมมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเพชรบูรณ์ ทีมชนะเลิศจากการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2566 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานสุดตื่นตาตื่นใจ

สำหรับ ฮ่องกง ถือเป็นหนึ่งในมหาอำนาจมวยไทยของเอเชีย และเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) ได้จัดการแข่งขันรายการ ‘อีสต์ เอเชียน มวยไทย แชมเปียนชิป 2023’ ที่ควีน อลิซาเบธ สเตเดียม ซึ่งถือเป็นการแข่งขันมวยไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในมวยไทยสมัยใหม่ และยิ่งใหญ่ที่สุดที่จัดขึ้น ณ ฮ่องกง หลังจากรอคอยมา 3 ปี โดยจะเป็นการช่วยส่งเสริมมวยไทยให้ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออก รวมถึงการต่อสู้ และองค์ประกอบดั้งเดิม และการไหว้ครูมวยไทย

สรุปผลการแข่งขันรายการ ‘อีสต์ เอเชี่ยน มวยไทย แชมเปียนชิป 2023’ รอบแรก ดังนี้

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 45 กก.หญิง ‘นามูอูนา อาร์เดเนบายาร์’ (มองโกเลีย) ชนะอาร์เอสซียก 2 ‘ทิเคสชวารี ซาฮู’ (อินเดีย)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 48 กก.หญิง ‘เพียว ลิง อึน’ (ฮ่องกง) ชนะคะแนน ‘อูรานกู โอดอนทูยา’ (มองโกเลีย)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 51 กก.หญิง ‘ยูริกะ จิมโป’ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนน ‘หลิว ซินเหอ’ (ไต้หวัน)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 54 กก.ชาย ‘จางฮุน ออน’ (เกาหลีใต้) ชนะคะแนน ‘ฝ่าน กวงเจ้อ’ (จีน) และ ‘บาตดอร์จ ซูมิยาซูเรน’ (มองโกเลีย) ชนะคะแนน ‘ฟาฮัด อนัคคายี่’ (อินเดีย)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 57 กก.ชาย ‘หลี่ หยูหง’ (ไต้หวัน) ชนะคะแนน ‘ดีพานคาร์ โบรา’ (อินเดีย)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กก.ชาย ‘บาตโบลด์ กานซูร์คห์’ (มองโกเลีย) ชนะคะแนน ‘บิดยาชานดรา ซิงห์ ไลชาห์ม’ และ ‘กวน เว่ยเฮ’ (มาเก๊า) ชนะอาร์เอสซียก 1 ‘เฉิน เบาจอง’ (ไต้หวัน)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 63.5 กก.ชาย ‘อาเชม ทอนดอนบา ซิงห์’ (อินเดีย) ชนะอาร์เอสซียก 1 ‘ซู่ ยองจู’ (ไต้หวัน)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 67 กก.ชาย ‘ชุง เป่ยรง’ (ฮ่องกง) ชนะอาร์เอสซียก 1 ‘หวง เจิ้งฉี’ (จีน), ‘อี ซังมิน’ (เกาหลีใต้) ชนะคะแนน ‘โมรัมบ้า ซาโกลเซ็ม’ (อินเดีย) ‘หวง เหาหยวน’ (มาเก๊า) ชนะคะแนน ‘บาต-อิตเกลต์ ชิจีร์บาตาร์’ (มองโกเลีย)

รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 70 กก.ชาย ‘ลี่ จวนเซียน’ (ฮ่องกง) ชนะอาร์เอสซียก 2 ‘เป่ง เวิ่นเบา’ (ไต้หวัน)

'หมอปลาย' ผ่าดวงประเทศปี 67 อาการหนัก แนะไหว้สายพระ ละสายผี พร้อมส่องชะตา 'พิธา' ชี้!! ควรหางานอื่นทำ เชื่อ!! งานการเมืองฟุบยาว

(24 พ.ย. 66) รายการ ‘คนดังนั่งเคลียร์’ ออกอากาศเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 66 ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ได้เชิญ ‘หมอปลาย พรายกระซิบ’ มาร่วมพูดคุยทิศทางดวงประเทศในปีหน้า จะดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ พร้อมขอเปิดดวงธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะสามารถกลับมาเปรี้ยงดังในแวดวงการเมืองอีกครั้งได้หรือไม่

>> ใกล้สิ้นปีนี้จะมีภาคไหนของประเทศไหม เราต้องเฝ้าระวัง?

ถ้าสิ้นปีนี้ยังไม่เจอค่ะ แต่จะมีเรื่องของแผ่นดินไหวที่มาเพิ่มอีก แต่น่าจะเป็นขอบทางเหนือมากกว่าที่จะแรงขึ้นจากครั้งที่ผ่านมา หนักกว่าเดิมค่ะ แต่ถ้าถามว่ามันจะรอยแยก แตก น้ำทะลักไหม ไม่ใช่ค่ะ อาจจะเป็นรอยร้าวที่ซ่อมได้ แก้ไขได้ อยากจะบอกว่าพี่น้องคนไทยต้องระวังขนาดนั้นไหม ไม่น่ากลัวขนาดนั้นค่ะ แต่อยากให้ระวังเรื่องของการท่องเที่ยว ไฟ และคนที่อยู่รวมกันมากๆ แล้วเกิดอุบัติเหตุจากไฟค่ะ

>> ปีหน้ามีโรคอะไรที่จะต้องระวังไหมคะ?

เกี่ยวกับสัตว์ปีกต้องระวังค่ะ

>>คุณพิธาจะได้กลับเข้าสภาไหมคะ?

ไม่ค่ะ น่าจะอดระยะยาวค่ะ

>>น่าจะไปหางานอื่นทำเหรอคะ?

ใช่ค่ะ น่าจะต้องไปโชว์ความหล่อ และความเก่งที่อื่นดีกว่า ทำธุรกิจดีกว่า

>>ดวงคุณธนาธรเป็นอย่างไรคะ?

ดวงดีขึ้นอย่างชัดเจน ระหว่างเพื่อน 2 คน ก็น่าจะคุยกัน แล้วน่าจะมีอะไรที่ไม่เข้าใจกันหลายอย่าง แต่คุณธนาธร เราจะเห็นท่านกลับมา มากกว่าเดิม และน่าจะมีบทบาททางการเมืองมากขึ้น

>>ปีหน้า 2567 ท่านยมมีอะไรจะมาตักเตือนเราไหมคะ?

ปีหน้าเป็นปีที่ยังมีเรื่องของคนที่มีสี มีบ่าแข็ง ยังขึ้นมามีอิทธิพลอยู่ เราอาจจะไม่ได้เห็นเบื้องหน้า แต่จะได้เห็นเบื้องหลัง เพราะฉะนั้นในเรื่องของการบริหารจัดการปากท้องของพวกเรา อาจจะมีปัญหาพอสมควร คือมันเป็นช่วงที่เขาก็ทำหน้าที่ของเขา และเราก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง อีกอย่างนึงต้องระวังเรื่อง อากาศ และดินมีปัญหา ทำให้ของที่ปลูกจากดินแพงขึ้น หรือทานยาก จะอันตรายค่ะ

>>อาหารการกินปีหน้าไม่ดี?

ใช้คำว่า ลำบากค่ะ ต้องใช้อาหารจำพวกแช่แข็งค่อนข้างเยอะ ใครที่ทำเรื่องเกษตรกรต้องระวังให้ดี

>>สรุปเลยแล้วกันปี 2566 กับ 2567 ปีไหนแย่กว่ากัน?

ปีหน้าค่ะ

>>มีวิธีทางแก้ไหม?

เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ อยากให้ไหว้สายพระกันเยอะ ๆ สายขาวเลย หรือสายเทพเท่านั้น ไม่เทพหลอกลวง ห้ามเน้นของที่เป็นผี แล้วรอดูว่าช่วงกุมภาพันธ์ มีนาคม มีการเปลี่ยนแปลงที่ช่วงข้างบนสลับกัน มีปัจจัยช่วงนั้นค่ะ ขอให้ท่านคุ้มครองประเทศเรา คุ้มครองเรา และกันคนที่คิดไม่ดีกับเราในช่วงนั้น

‘ปานปรีย์’ ยัน!! ปรับขึ้นเงินเดือน ‘ข้าราชการ’ แน่นอน เตรียมชง ครม.พิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม 28 พ.ย.นี้

(24 พ.ย. 66) นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ กล่าวถึงการประชุมพิจารณา เรื่องการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการ เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า การประชุมดังกล่าวได้พิจารณารายละเอียดครั้งสุดท้าย ว่าอะไรที่ทำได้ในเวลานี้ อะไรที่ยังทำไม่ได้ และอะไรที่จะทำต่อไปในอนาคต แต่จะปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการแน่นอน ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ตนขอนำเสนอเรื่องนี้เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ก่อน เพราะ ครม.มอบหมายให้ตนกำกับดูแล

เมื่อถามว่า จะขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการระดับใดบ้าง และขึ้นเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์ นายปานปรีย์ กล่าวว่า ขอให้รอดูรายละเอียดหลังจาก ครม.ให้ความเห็นชอบ

‘สาวจีน’ ผู้ปลุกกระแส ‘มวยไทย’ ในจีน เดินทางถึงไทยแล้ว ปั่นจักรยานกว่า 35 วัน เพื่อมาเจอ ‘บัวขาว’ ถึงค่ายมวยบัญชาเมฆ

เดินทางสุดทรหดถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ หลี่ เจินเซียง สาวจีนผู้คลั่งไคล้ศิลปะการต่อสู้ ซึ่งเป็นผู้ปลุกกระแส ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ให้กับมวยไทย จนติดชาร์ตอันดับที่ 3 ของ ‘เว่ยป๋อ’ สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังของจีน ล่าสุดได้เดินทางมาหา ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ร.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดนักมวยชื่อดังชาวไทย ถึงค่ายที่ จ.เชียงใหม่

‘หลี่ เจินเซียง’ สาวจีนผู้ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้ แสดงความุ่งมั่นตั้งใจเดินทางด้วยรถจักรยานคู่ใจของเธอ จากเมืองเหมียนหยาง ประเทศจีน เพื่อมาหา ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ฮีโร่ในดวงใจของเธอ

ล่าสุด (24 พ.ย. 66) หลี่ เจินเซียง ได้เดินทางมาถึงค่ายมวยบัญชาเมฆ ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเธอได้ใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมด 35 วัน กับระยะทางรวมทั้งสิ้น 2,409 กม.

ทั้งนี้ บัวขาว บัญชาเมฆ พร้อมกับคณะ ได้ให้การต้อนรับและเชิญ หลี่ เจิ้นเซียง รับประทานอาหารมื้อแรกที่ไทยด้วยกัน อย่างเป็นกันเอง โดยในช่วงเย็นพร้อมลงฝึกซ้อมมวยไทยทันที จากนั้นในวันรุ่งขึ้นจะร่วมกันทำกิจกรรมเกี่ยวข้าวในท้องนากันอีกด้วย

'นายกฯ เศรษฐา' เตรียมลงพื้นที่สุโขทัย ติดตามโครงการป้องกันอุทกภัย 27 พ.ย.นี้

(24 พ.ย. 66) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เตรียมเดินทางลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ในวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 เพื่อไปตรวจราชการติดตามโครงการป้องกันอุทกภัย จ.สุโขทัย และร่วมพิธีเผาเทียน ชมการแสดง แสง เสียง ร่วมพิธีลอยพระประทีปพระราชทาน และชมการแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดย นางพักตร์พิไล ทวีสิน ภริยานายกรัฐมนตรี, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี, นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ร่วมคณะตรวจราชการ

โดยเวลาประมาณ 16.15 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานสุโขทัย ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานสุโขทัย ออกเดินทางต่อไปยังสำนักงานเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย เวลาประมาณ 17.45 น. นายกรัฐมนตรีจะรับฟังบรรยายสรุปการขอรับความช่วยเหลือโครงการป้องกันอุทกภัย จ.สุโขทัย ณ สำนักงานเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี

จากนั้น เวลาประมาณ 19.45 น.นายกรัฐมนตรีและภริยา ร่วมพิธีเผาเทียน ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ก่อนเดินทางโดยขบวนรถราง ไปร่วมชมการแสดง แสง เสียง ณ วัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จากนั้นเวลา 21.30 น. นายกรัฐมนตรีและภริยาร่วมพิธีลอยพระประทีปพระราชทาน และชมการแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง ณ ตระพังตะกวน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย แล้วเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร โดยนายกรัฐมนตรีและภริยา จะเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลา 00.00 น. 

ภาพ AI ‘พระแม่คงคา’ ตื่นมาพบขยะเกลื่อน หลังคืน ‘วันลอยกระทง’ สะท้อนอีกด้านของเทศกาล หวังกระตุ้นผู้คนตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 66 ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Sujittra Jittreenit’ ซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘AI CREATIVES THAILAND’ ได้โพสต์ภาพสะท้อนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมแคปชันว่า…

“เมื่อแม่คงคาตื่นมายามเช้า” พร้อมติดแฮชแท็ก #วันลอยกระทง #งดลอยกระทง #งดทิ้งขยะลงน้ำ

สำหรับ ‘วันลอยกระทง’ ที่ในปีนี้ตรงกับวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งปีนี้หลายคน มองว่า ควรเกิดการตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง หลังโลกมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น จาก ‘ภาวะโลกเดือด’ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั่วโลก โดยผู้คนได้เริ่มหันมาช่วยกันกระตุ้นการตระหนักรู้ รวมถึงการรณรงค์ ‘งดลอยกระทง’ ไม่ทิ้งเศษขยะ รวมถึงวัสดุต่างๆ ลงในแม่น้ำ คู คลอง เพื่อรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อม

‘วีระศักดิ์’ ยกธุรกิจทั่วโลกเริ่มตื่นตัว ‘สังคม-สิ่งแวดล้อม’ ชูหลัก ‘5 P’ ช่วยภาคธุรกิจปรับประยุกต์ในงาน AFECA

เมื่อไม่นานนี้ ณ ห้องบอลรูม ที่ Bangkok Marriott Hotel The Surawongse ทางสหพันธ์สมาคมการจัดการประชุมและนิทรรศการแห่งเอเชีย ‘Asian Federation of Exhibition & Convention Associations’ หรือ ‘AFECA’ ได้เดินทางเข้ามาจัดการประชุมนานาชาติ ‘ASIA 20 BUSINESS EVENTS FORUM’ ที่ประเทศไทย โดยมีสมาชิกจากประเทศต่างๆ เดินทางมาร่วมงานประมาณ 170 คน

โดยงานนี้ได้เชิญ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อดีตประธานบอร์ด TCEB เป็น Keynote Speaker ของการประชุมในหัวข้อ ‘Business Events & Future Implications’ ซึ่งนายวีระศักดิ์ได้กล่าวถึงความตื่นตัวของธุรกิจต่างๆ ในระดับโลกที่กำลังพยายามตอบสนองต่อประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการตั้งคำถามต่อการจัดการความยั่งยืนที่องค์กรและธุรกิจกำลังดำเนินการ ตลอดจนการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมอย่างตื่นตัว

นายวีระศักดิ์ เสนอให้วงการธุรกิจปรับมุมมองจากการเป็น Business Community ที่มักมีไว้เพิ่มโอกาสธุรกิจระหว่างกัน ให้ยกระดับสู่การเป็น Business for Humanity ด้วยหลักการ 5 P ของสหประชาชาติ คือ ‘People - Planet - Peace - Partnership’ และสุดท้าย คือ ‘Prosperity’ ซึ่งแปลว่า ‘รุ่งเรือง’ ไม่ใช่เรื่องความร่ำรวย

พร้อมทั้งยกตัวอย่าง พระราชบัญญัติคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่ภาคธุรกิจสามารถรับพนักงานผู้พิการให้อยู่ตามภูมิลำเนาบ้าน เพื่อปลูกป่าในนามของบริษัท ทำให้ได้ทั้งเรื่องของ ‘ESG’ (Environment Social Responsibility และ Good Governance) ไปในตัวด้วย

‘จีน’ เผย ‘การค้าดิจิทัล’ โตก้าวกระโดด มูลค่าการค้าปี 2022 แตะ 13.16 ลลบ.

(24 พ.ย. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หวังตงถัง เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ของจีน เปิดเผยว่าการค้าทางดิจิทัลของจีนมีความก้าวหน้าโดดเด่นด้านปริมาณการค้าในปี 2022 พร้อมกับมีการพัฒนาความสามารถทางการแข่งขันในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

หวัง ซึ่งร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมการค้าดิจิทัลโลก ครั้งที่ 2 ในนครหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน กล่าวว่ามูลค่าการค้าทางดิจิทัลของจีนในปี 2022 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 เมื่อเทียบปีต่อปี รวมอยู่ที่ 3.72 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13.16 ล้านล้านบาท) ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์

รายงานว่าด้วยการพัฒนาการค้าทางดิจิทัลของจีนประจำปี 2022 ระบุว่าปริมาณการนำเข้าและส่งออกของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในปี 2022 รวมอยู่ที่ 2.11 ล้านล้านหยวน (ราว 10.55 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.8 เมื่อเทียบปีต่อปี

ส่วนจำนวนผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์มการบริการทางดิจิทัลของจีน ซึ่งมีมูลค่าตลาดกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.54 หมื่นล้านบาท) ได้สูงเกิน 200 ราย เมื่อนับถึงสิ้นปี 2022

หวังเสริมว่าการค้าทางดิจิทัลกำลังเป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนการสร้างชาติการค้าอันแข็งแกร่ง และเครื่องมือใหม่สำหรับการเปิดกว้างเชิงสถาบันในระดับสูงของจีน โดยจีนจะพยายามเสริมสร้างการออกแบบระดับสูง พัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ และจัดระเบียบการค้าทางดิจิทัลตามมาตรฐานสูง

‘รมว.พิมพ์ภัทรา’ ชวนคนไทยสืบสานประเพณีลอยกระทง วอน!! อุดหนุนสินค้ามาตรฐานชุมชน กระตุ้น ศก.ท้องถิ่น

(24 พ.ย. 66) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ร่วมสืบสานประเพณีไทย วอนเลือกใช้กระทงที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ซึ่งนอกจากจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการอุดหนุนสินค้าไทย และกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในระดับชุมชนด้วย

“กระทงจากวัสดุธรรมชาติที่ผลิตโดยผู้ผลิตชุมชนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน เป็นสินค้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมให้การรับรองว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความประณีต สวยงาม ไม่มีกลิ่นสารเคมี สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ สำหรับบางพื้นที่ที่มีประเพณีการปล่อยโคมลอยในเทศกาลลอยกระทง ก็ขอแนะนำให้ปล่อยโคมลอยที่ได้มาตรฐาน มผช. ด้วย รวมทั้งให้ยึดถือปฏิบัติตามประกาศมาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยของส่วนราชการในพื้นที่อย่างเคร่งครัด ซึ่งจะควบคุมการปล่อยโคมลอยในพื้นที่เฝ้าระวัง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้สนามบิน เพื่อไม่ให้โคมลอยเข้าไปติดในเครื่องบิน หรือลอยเข้าไปตกตามชุมชน รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมห่วงใยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่อยากให้เกิดความเสียหายในเทศกาลแห่งความสุขนี้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมฯ กล่าว

ด้าน นายวันชัย พนมชัย รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาราชการแทน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีผู้ผลิตกระทงเปลือกข้าวโพดที่ได้มาตรฐาน มผช. จำนวน 7 ราย ได้แก่ 

1) กลุ่มแม่บ้านเกาะพิมูลพัฒนา 
2) นางสตรีรัตน์ ชูอินทร์ 
3) กลุ่มกระทงแฟนซีจากเปลือกข้าวโพด 
4) นางเตือนคนึง ราชา 
5) วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตกระทงตำบลลานดอกไม้ตก 
6) กลุ่มกระทงเปลือกข้าวโพดบ้านลานดอกไม้ตกหมู่ที่ 1 
7) นางวิรัตน์ ทวนธง 
และมีผู้ผลิตโคมลอยที่ได้มาตรฐาน มผช. จำนวน 1 ราย ได้แก่ นางชไมพร วงศ์สถาน 

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมกันสนับสนุนสินค้าไทย เพื่อกระจายรายได้ และสร้างความยั่งยืนให้กับสินค้าชุมชน เนื่องจากกระทงจากวัสดุธรรมชาติที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน มผช. เป็นสินค้าที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม มีความประณีต สวยงาม ไม่มีกลิ่นสารเคมี ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และโคมลอยที่ได้มาตรฐาน มผช. ตัวโคมจะใช้วัสดุจากธรรมชาติ ไม่ติดไฟหรือเกิดการลุกไหม้ มีปริมาณเชื้อเพลิงไม่เกิน 55 กรัม ใช้เวลาในการเผาไหม้ไม่เกิน 8 นาที ซึ่งเหมาะสมกับระยะเวลาที่โคมลอยอยู่ในอากาศ และเมื่อตกลงมาสู่พื้นก็ไม่เป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้  มีการยึดตัวโคมด้วยวัสดุที่เป็นเชือกทนไฟ หรือลวดที่มีความยาวไม่เกิน 30 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรหากโคมลอยตกพาดบนสายไฟ อันเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ตามมาได้ 

ทั้งนี้ สามารถเลือกซื้อกระทงและโคมลอยที่ได้มาตรฐาน มผช. ได้ตามรายละเอียดบนเว็บไซต์ สมอ. หรือจะสั่งซื้อทางแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ต่างๆ ก็ได้

ปัจจุบัน สมอ. ได้กำหนดมาตรฐาน มผช. แล้วทั้งสิ้น 1,670 มาตรฐาน มีผู้ผลิตชุมชนได้รับการรับรองรวม 11,071 ราย แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ อาหาร 1,347 ราย เครื่องดื่ม 227 ราย ผ้าและเครื่องแต่งกาย 3,730 ราย สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร 693 ราย และของใช้ ของตกแต่งและของที่ระลึก 5,074 ราย สามารถดูรายชื่อผู้ที่ได้รับการรับรองได้ที่ https://tcps.tisi.go.th/public/certificatestandard.aspx หากผู้ผลิตชุมชนต้องการขอการรับรองมาตรฐาน มผช. สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ นายวันชัยฯ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top