Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

ตร. แนะนำ 3 สิ่งที่ต้องทำ เมื่อถูกปลอมบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ “แจ้งความ รีพอร์ต บอกเพื่อน”

วันนี้ (29 พฤศจิกายน 2566) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงบนสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ซึ่งคนร้ายมักจะใช้บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ปลอมเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอแนะนำ 3 สิ่งที่ต้องทำ เมื่อรู้ตัวว่าถูกปลอมบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ นั่นคือ “แจ้งความ รีพอร์ต บอกเพื่อน” โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.“แจ้งความ” เมื่อรู้ตัวว่าถูกปลอมบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ จะต้องรีบดำเนินการรวบรวมหลักฐานเบื้องต้น เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อเป็นหลักฐานในการยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นผู้ใช้งานบัญชีดังกล่าว โดยข้อมูลสำคัญที่ต้องใช้ประกอบการแจ้งความคือ ชื่อบัญชีปลอม ภาพบันทึกหน้าจอ และ URL ของบัญชีปลอม

2.“รีพอร์ต” ให้ทำการรายงาน (Report) บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ปลอมดังกล่าว ไปยังผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ดำเนินการตรวจสอบและปิดกั้นการเข้าถึงบัญชีปลอม เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายนำบัญชีปลอมดังกล่าวไปหลอกลวง สร้างความเสียหายกับผู้อื่น

3.“บอกเพื่อน” ให้รีบแจ้งเพื่อน ๆ ในสื่อสังคมออนไลน์และทุกช่องทางให้รู้ว่า ท่านถูกปลอมบัญชี และยืนยันว่าท่านไม่ได้เป็นผู้ใช้งานบัญชีปลอมดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อนของท่าน ตกเป็นเหยื่อของคนร้าย อีกทั้งการบอกให้เพื่อนช่วยรีพอร์ตบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ปลอม จะช่วยให้ผู้ให้บริการปิดกั้นการเข้าถึงบัญชีปลอมดังกล่าวรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ซึ่งหากพี่น้องประชาชน ทำตาม 3 สิ่งที่ต้องทำ ที่ได้กล่าวมาข้างตน ก็จะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกปลอมบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ ช่วยให้สามารถปิดกั้นบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ปลอมได้อย่างรวดเร็ว ลดโอกาสที่คนร้ายจะสามารถนำบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ปลอมไปหลอกผู้อื่น หรือบุคคลใกล้ตัว

สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงทางสื่อสังคมออนไลน์ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

มูลนิธิบุณยะจินดา เพื่อข้าราชการตำรวจและครอบครัวมอบทุนสนับสนุนข้าราชการตำรวจดีเด่นต้นแบบและพลเมืองดี ทุนสงเคราะห์ข้าราชการตำรวจที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่  และทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2566

วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2566 เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล  ผบ.ตร. พร้อมด้วย คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา ประธานกรรมการมูลนิธิบุณยะจินดาเพื่อข้าราชการตำรวจและครอบครัว เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยรางวัลและประกาศเกียรติยศแก่ข้าราชการตำรวจและพลเมืองดีผู้มีผลงานดีเด่นเป็นต้นแบบและมอบทุนสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือครอบครัวข้าราชการตำรวจผู้ที่เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2566 ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำหรับในปี 2566  มีข้าราชการตำรวจและพลเมืองดีเข้ารับรางวัลประเภทต่างๆ จำนวน 6 กลุ่ม รวมทั้งสิ้น 25 นาย เป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 450,000 บาท ดังนี้

รางวัลประเภท กลุ่มสัญญาบัตร ถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมเงินทุนสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ พ.ต.ท.สมชาย หัดขะเจ รอง ผกก.สส. บก.สส.จชต.ภ.9
รางวัลประเภท กลุ่มชั้นประทวน ถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมเงินทุนสนับสนุนจำนวน 40,000 บาท จำนวน 3 รางวัล ได้แก่
 1. จ.ส.ต.รณชัย  ภักดี  ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว.นราธิวาส ภ.9
 2. ด.ต.วีรชัย   คำแก้ว  ผบ.หมู่ กก.ตชด.32 (ทำหน้าที่ครูใหญ่ รร.ตชด. เจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 4) บช.ตชด.
 3. ด.ต.อารยะ  ป้อมค่าย ผบ.หมู่ งานปฏิบัติการจราจรฯ 2 (โครงการพระราชดำริ) กก.6 บก.จร. บช.น.
 / รางวัลประเภท...

-2- รางวัลประเภท ประกาศเกียรติบัตร พร้อมเงินทุนสนับสนุน จำนวน 10,000 บาท 
ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจ จำนวน 16 รางวัล ได้แก่
ด้านป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมดีเด่น
 1. พ.ต.อ.พันษา  อมราพิทักษ์  ผกก.สน.ทองหล่อ บก.น.5 บช.น.
 2. พ.ต.อ.อาทิตย์  ฉัตรชัยรัตนเวช ผกก.สภ.จัตุรัส ภ.จว.ชัยภูมิ ภ.3
 3. พ.ต.อ.จตุรงค์  กลิ่นศรีสุข  ผกก.สภ.แวง ภ.จว.สกลนคร ภ.4
 4. พ.ต.ท.บัณฑิต  หัตถพิถีพันธุ์  รอง ผกก.ป.สภ.ตะกั่วป่า ภ.จว.พังงา ภ.8
 5. พ.ต.ท.โสภาส  ถนนทิพย์  สวป.สภ.เมืองสมุทรสาคร ภ.7
ด้านป้องกันและปราบปรามยาเสพติดดีเด่น
 6. พ.ต.ท.วีรศักดิ์  รัตนประยูร  สว.กก.2 บก.ปส.3 บช.ปส. ด้านสอบสวนดีเด่น
 7. พ.ต.ท.อุทิศ  สุดใจ   รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ท่าเรือ บก.น.5 บช.น.
 8. พ.ต.ท.หญิง กนกลักษณ์ บวรสุคนธชาติ สว.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนฯ บก.ปส.2 บช.ปส.
 9. พ.ต.ต.กิตติศักดิ์  แก้วมี  สว.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.ยะลา ภ.9 ด้านสืบสวนดีเด่น
 10. พ.ต.อ.ธราดล  เหมพัฒน์  ผกก.สภ.ทับคล้อ ภ.จว.พิจิตร ภ.6
 11. พ.ต.อ.ลิขิต  กล้วยดำรง  ผกก.1 บก.ปส.4 บช.ปส.
 12. พ.ต.ท.พูนสุข  เตชะประเสริฐพร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1
 13. พ.ต.ต.ภาณุวิทย์  เพชรแทน สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.2
 14. พ.ต.ต.ณัฐพล  เสียมไหม  สว.กก.4 บก.สอท.3 บช.สอท. ด้านจราจรดีเด่น
 15. พ.ต.ต.สิทธิชัย  ประดับ  สว.จร.สภ.หาดใหญ่ ภ.จว.สงขลา ภ.9 ด้านอำนวยการดีเด่น
 16. พ.ต.อ.อภิรัตน์  เปี่ยมพูล  ผกก.1 บก.สอ.บช.ตชด. /รางวัลประเภท...

-3- รางวัลประเภท ประกาศเกียรติคุณพลเมืองดี พร้อมเงินทุนสนับสนุน จำนวน 10,000 บาท จำนวน 2 รางวัล ได้แก่
1. นายสมยศ เก็มกาแมน และ นายอามีน เก็มกาแมน
เมื่อวันที่ 23 ต.ค.2566 นายสมยศ เก็มกาแมน และนายอามีน เก็มกาแมน 
สองพ่อลูกไรเดอร์พลเมืองดีขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพบเหตุการณ์ บริเวณหน้าห้างแห่งหนึ่ง
ริมถนนบางนา-ตราด ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัด สมุทรปราการ ได้ยินเสียงร้อง
ขอความช่วยเหลือจากหญิงชาวเมียนมา อายุ 46 ปี ว่ามีคนร้าย (นายนที วงดนตรี อายุ 40 ปี) กระชากสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง จึงได้ขี่ รถจักรยานยนต์ไล่กวดคนร้าย จนรถคนร้ายเสียหลักพุ่งชนแท่งแบร์ริเออร์ ก่อนจะวิ่งข้ามถนน จะไปขึ้นรถแท็กซี่ แต่ถูกรถกระบะชนซ้ำ แต่ไม่หยุด 
ลุกวิ่งข้ามถนน ลุกขึ้นวิ่งหนีอีกรอบ 2 พ่อลูกไรเดอร์จึงวิ่งตามไปช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัว เหตุเกิดพื้นที่ สภ.บางแก้ว ภ.จว.สมุทรปราการ

2. นายณรินทร์ธร รัตน์วงศ์ไพศาล
เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2566 เวลาประมาณ 15.48 น. นายหวังหวา (ผู้ต้องหา) อายุ 63 ปี 
ได้เข้ามาขอซื้อแหวนทองคำน้ำหนัก 1 บาท จำนวน 1 วง ณ ร้านทองชัยสุวรรณ ปากซอยจอมทอง 14 น.ส.ธิยรัตน์ อริยเมธฐานนท์ (ผู้เสียหาย) ได้หยิบขึ้นมาให้ดูแล้ว นายหวังหวาได้ชักอาวุธปืนปลอมออกมาขู่ ทำให้ น.ส.ธิยรัตน์ฯ ตกใจกลัว และได้วิ่งเข้าไปหลบหลังร้าน จากนั้นนายหวังหวาฯ ได้หยิบรีโมทของทางร้านกดเปิดประตูร้านทองชัยสุวรรณ แล้ววิ่งหลบหนีไปภายในซอยจอมทอง 14 
แต่นายณรินทร์ธรฯ เห็นเหตุการณ์จึงได้วิ่งติดตามจับกุม นายหวังหวาฯ ได้บริเวณสุดซอยจอมทอง 14 แขวง บางค้อ เขตจอมทอง กทม. น.ส. ธิยรัตน์ฯ และนายณรินทร์ธรฯ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่
สายตรวจ สน.บางขุนเทียน มารับตัวนายหวังหวา เหตุเกิดพื้นที่ สน.บางขุนเทียนกรุงเทพมหานคร
รางวัลประเภท ประกาศเกียรติยศสดุดีวีรกรรม พร้อมทุนสนับสนุน จำนวน 25,000 บาท จำนวน 2 รางวัล ได้แก่
1. ด.ต.ตุแวเลาะ ลอมะ ดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ยะรัง จว.ปัตตานี ในพื้นที่ 3 จชต. ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2541 - วันที่ 28 ส.ค.2566 รวมกว่า 25 ปี 
ทายาท  นางตูแวเราะฮานี ลอมะ (ภรรยา)
2. ส.ต.ท.บุญกีนี ดือเร๊ะ ดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ยะรัง จว.ปัตตานี ในพื้นที่ 3 จชต. ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562 - วันที่ 28 ส.ค.2566 รวมกว่า 4 ปี
ทายาท นายอิลีหยัด  ดือเร๊ะ (บิดา)

-4- เมื่อวันที่ 28 ส.ค.66 เวลาประมาณ 22.50 น. กำลังชุดปฏิบัติการร่วม ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อยเวร 20 สภ.ยะรัง กับเจ้าหน้าที่ อส.อ.ยะรัง จำนวน 1 ชป. ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะรัง 6 นาย (1.ด.ต.ตุแวเลาะ ลอมะ 2.ส.ต.ท.บุญนี ดือเระ 3.ส.ต.ท.อิสมาแอ็น จิตหลัง 
4.ส.ต.ท.ศราวุฒิ สูสัน 5.ส.ต.ต.ธนทัต โชคมาก 6.ส.ต.ต.ธวัช เส็นฤทธิ์) และ อส.อำเภอยะรัง 2 นาย (1.นายชาญวิทย์ ดอเล็าะ 2.นายณรงค์ หระแก้ว) ออกปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนด้วยรถยนต์สายตรวจของ สภ.ยะรัง 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นของตำรวจ 1 คัน และอส.ยะรัง 1 คัน โดยทำการ ลาดตระเวนจาก สภ.ยะรัง มาตามถนนสาย 4061 (ยะรัง – มายอ) หมู่ 3 ต.ยะรัง 
อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนมาถึง บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลยะรัง ได้มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดบริเวณริมถนนข้างทาง พร้อมทั้งใช้อาวุธปืนยิงถล่ม
ใส่กำลังเจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง หลังยิงปะทะกันพักใหญ่ กลุ่มคนร้ายจึงได้ล่าถอยหลบหนีไป ภายหลังเกิดเหตุทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 5 นาย เสียชีวิต 2 นาย (ด.ต.ตุแวเลาะ 

ลอมะ และส.ต.ท.บุญกีนี ดือเระ) และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน เสียชีวิต 2 นาย
ทั้งนี้ มูลนิธิบุณยะจินดาเพื่อข้าราชการตำรวจและครอบครัวได้ให้มีการมอบทุนสงเคราะห์แก่ข้าราชการตำรวจผู้ได้รับบาดเจ็บจาการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัวผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อทางราชการและสังคม  จำนวน 164 นาย พร้อมทุนสงเคราะห์ จำนวนกว่า 646,000 บาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- กรณีการเสียชีวิต  จำนวน  10   รายรายละ 20,000 บาท
- กรณีการบาดเจ็บสาหัส จำนวน  46   รายรายละ   5,000 บาท
- กรณีการบาดเจ็บ  จำนวน  108   รายรายละ   2,000 บาท
และได้จัดให้มีการมอบทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจ รวมมูลค่ากว่า 1,034,000 บาท โดยแบ่งเป็นทุนการศคึกษาแบบต่อเนื่อง ระดับปริญญาโทต่างประเทศ โดยมอบทุนให้นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นละ 1 คนๆละ 1,000,000 บาท โดยแบ่งจ่ายเป็น 2 ปี

ปีการศึกษาละ 500,000 บาท สำหรับในปี 2566 มอบให้กับ ร.ต.ต.ณัฐกานต์ ศรีสุกใส
เกรดเฉลี่ย 3.92 นรต.รุ่นที่ 76 และทุนการศึกษาแบบครั้งเดียวไม่ต่อเนื่อง ซึ่งมอบให้แก่บุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจที่ศึกษาในระดับตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี โดยแบ่งเป็น
- ระดับปริญญาโท  จำนวน          1   ทุน       ทุนละ   500,000 บาท
- ระดับปริญญาตรี  จำนวน        10   ทุน       ทุนละ     10,000 บาท

 / - ระดับมัธยมศึกษา...

-5-

- ระดับมัธยมศึกษา  จำนวน    52   ทุน    ทุนละ   5,000 บาท
- ระดับประถมศึกษา  จำนวน   58   ทุน    ทุนละ   3,000 บาท
 มูลนิธิบุณยะจินดาเพื่อข้าราชการตำรวจและครอบครัว ได้มีการดำเนินกิจกรรม
เพื่อสนองคุณความดีและตอบแทนคุณประโยชน์แก่ข้าราชการตำรวจผู้เสียสละ และเป็นแบบอย่าง
ที่ดีแก่สังคมเป็นประจำในทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา เพื่อสืบสานเจตนารมณ์
ของ พล.ต.อ.พจน์  บุณยะจินดา อดีตประธานมูลนิธิ ที่มีความประสงค์ที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือ อำนวยประโยชน์เพื่อสังคมและส่วนรวมตลอดไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวสาร

‘14 เด็กไทย’ ร่วมแข่งคณิตศาสตร์ ‘2023 WMTC’ ที่เกาหลีใต้ คว้าเหรียญรางวัลประเภทบุคคล ‘3 ทอง 6 เงิน 5 ทองแดง’

(29 พ.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะนักเรียน 14 คน ที่เดินทางไปแข่งขันในรายการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ 2023 WMTC-World  Mathematics Team Championship ณ ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 พฤศจิกายน 66 ได้เดินทางกลับมาถึงยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว พร้อมผู้ฝึกสอนและผู้ปกครอง ท่ามกลางความยินดีจากผู้โดยสารที่มาใช้บริการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยรอบ

นายภูมิเทพ คลังอุไร ประธานโครงการ Thai Talent Training และ Coach ของทีมประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ตัวแทนเด็กไทยสร้างผลงานได้อย่างดีเยี่ยมเป็นที่น่ายินดียิ่ง โดยสามารถคว้ารางวัลแชมเปี้ยนจากการแข่งขันประเภทบุคคล ของรุ่น Junior และยังสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภททีม จากผู้เข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 20 ประเทศ ที่มาจากทุกทวีปทั่วโลก

อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน, สหรัฐอเมริกา, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, ญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เวียดนาม, ฮ่องกง, ออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย, อิหร่าน, คาซัคสถาน, อียิปต์, พม่า,ได้หวัน, บัลกาเรีย, อุซเบกิสถาน, กัมพูชา และ ไทย 2023

WMTC เป็นรายการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติ ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสมาคมจีนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน กับสมาคมเพื่อเฟ้นหาทีมสุดยอดระดับโลก สหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนจากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก พร้อมปลูกฝังจิตวิญญาณการทำงานเป็นทีม รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักคณิตศาสตร์จากทั่วโลก เพื่อช่วยกันพัฒนาการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ให้มีความก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป

โดยมี Prof. Quan K. Lam from University of California (USA) เป็นประธานคณะกรรมการ WMTC
2023 WMTC เป็นการแข่งขันคณิตศาสตร์นานาชาติประเภททีม แต่ละทีมประกอบด้วยสมาชิก 6 คน ซึ่งมีการแข่งขันใน 3 รูปแบบ ได้แก่ Individual Round, Relay Round และ Team Round แบ่งการจัดการแข่งขันออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่ Junior Level (ประถมศึกษาตอนปลาย), Intermediate Level (มัธยมศึกษาตอนต้น) และ Advanced Level (มัธยมศึกษาตอนปลาย)

สำหรับผลงานของตัวแทนประเทศไทย จากการแข่งขัน 2023 WMTC ซึ่งประเทศไทยได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมทั้ง 3 รุ่นนั้น มีดังนี้

1. Junior Level
• ได้รับรางวัลแชมเปี้ยน ประเภทบุคคล จากผลงานของ เด็กหญิงเพชรพริมา เศรษฐปิยานนท์ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ได้รับเงินรางวัล 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ

• ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภททีม จากผลงานของ

-เด็กหญิงเพชรพริมา เศรษฐปิยานนท์ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย
-เด็กชายดรณ์ นิสภาธร บ้านเรียนนิสภาธร
-เด็กชายวิชสิทธิ์ วิรัชศิลป์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
-เด็กชายอัฑฒ์ฐวิชณ์ ทองบัวศิริไล โรงเรียนอนุบาลสุธีธร
-เด็กชายศุภกร สิริธนกุล โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
-เด็กชายณทัช วรเศรษฐการกิจ Singapore International School Thonburi

• ได้รับรางวัลเหรียญทอง ประเภทบุคคล จากผลงานของ

-เด็กหญิงเพชรพริมา เศรษฐปิยานนท์ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย
-เด็กชายดรณ์ นิสภาธร บ้านเรียนนิสภาธร
-เด็กชายวิชสิทธิ์ วิรัชศิลป์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

• ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ประเภทบุคคล จากผลงานของ

-เด็กชายอัฑฒ์ฐวิชณ์ ทองบัวศิริไล โรงเรียนอนุบาลสุธีธร
-เด็กชายศุภกร สิริธนกุล โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

• รางวัลเหรียญทองแดง ประเภทบุคคล จากผลงานของ

-เด็กชายณทัช วรเศรษฐการกิจ Singapore International School Thonburi

2. Intermediate Level
• ได้รับรางวัลเหรียญเงินประเภทบุคคล จากผลงานของ

-เด็กชายกรณ์ สิริธนกุล โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
-เด็กชายปุณณวิช อรุณศิริวัฒนา โรงเรียนแสงทองวิทยา

• ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงประเภทบุคคล จากผลงานของ

-นายนรภัทร กมลรัตนกุล St. Stephen’s International school
-เด็กชายสุภาษิต ธรรมเภตรารักษ์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

3.Advanced Level• ได้รับรางวัลเหรียญเงินประเภทบุคคล จากผลงานของ

-นายสร้างสรรค์ ประสิทธิ์นฤทธิ์ Newton Sixth Form
-นายศุภเกียรติ มนัสศิริวิทยา Newton Sixth Form

• ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงประเภทบุคคล จากผลงานของ

-นายณัฐพัชร์ ฉันทโรจน์ศิริ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
-นายภูวเดช ประยุรธเนศ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ศาล รธน. ลงมติเอกฉันท์ ‘พรบ.คอมฯ’ ไม่ขัด รธน. ส่งผล ‘ไอซ์ รักชนก’ ต้องต่อสู้คดี 112 ในศาลอาญา

(29 พ.ย.66) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาในคดีที่ศาลอาญา ส่งคำโต้แย้งของ น.ส.รักชนก ศรีนอก จำเลย ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 683/2565 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212 ว่าพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 และมาตรา 34 หรือไม่

ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่า คำโต้แย้งของจำเลยและเอกสารประกอบปรากฏว่า น.ส.รักชนก แสดงเหตุผลประกอบคำโต้แย้งเฉพาะพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) (2) และ (3) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 34 วรรคหนึ่ง และคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง กำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) (2) และ (3) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 และมาตรา 34 วรรคหนึ่ง หรือไม่

โดยศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) (2) และ (3) ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 และมาตรา 34 วรรคหนึ่ง 

สำหรับคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 683/2565 เป็นคดีที่ น.ส.รักชนก ซึ่งขณะนั้นเป็นสมาชิกกลุ่มคลับเฮ้าส์เพื่อประชาธิปไตย ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จากกรณีโพสต์ข้อความวิจารณ์รัฐบาล ประเด็นการจัดซื้อจัดหาวัคซีนโควิด-19 และกรณีรีทวีตภาพถ่ายในการชุมนุม 16 ตุลาไปแยกปทุมวัน ปี 2563 ซึ่งมีข้อความที่ถูกกล่าวหาว่าต่อต้านสถาบัน

โดยความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

‘ญี่ปุ่น’ เริ่มทดลองขาย ‘ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน’ ที่ร้านขายยาแล้ว ชี้!! ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศ ที่อนุญาตใช้โดยไร้ใบสั่งแพทย์

เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ญี่ปุ่นได้เริ่มทดลองจำหน่าย ‘ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน’ (morning-after pills) ที่ร้านขายยาแล้ว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการอนุญาตใช้ยาคุมฉุกเฉินได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์

กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นรายงานว่า ขณะนี้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินซึ่งสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้ในระดับหนึ่ง หากรับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกัน มีจำหน่ายที่ร้านขายยา 145 แห่งทั่วญี่ปุ่น ราคาประมาณ 7,000-9,000 เยน (ประมาณ 1,640-2,110 บาท)

รายงานระบุว่าผู้หญิงอายุ 16 ปีขึ้นไปที่ยินดีให้ความร่วมมือในการทดลองนี้สามารถซื้อยาดังกล่าวได้ โดยผู้หญิงอายุ 16-17 ปี ต้องได้รับอนุญาตจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองก่อน

ร้านขายยาที่ได้รับเลือกให้จำหน่ายยาเพื่อการศึกษาข้างต้น ต้องผ่านเกณฑ์เงื่อนไขบางประการ อาทิ มีเภสัชกรที่ผ่านการอบรมและสามารถจ่ายยาตอนกลางคืน วันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมถึงมีห้องให้คำปรึกษาส่วนตัว

ทั้งนี้ ผู้ซื้อยาจะได้รับการร้องขอให้ตอบแบบสอบถามที่จะถูกนำมาใช้ในการศึกษา

ก่อนการทดลองดังกล่าว ผู้หญิงในญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงเหยื่อจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ต้องไปคลินิกหรือโรงพยาบาลเพื่อรับใบสั่งยาก่อนรับยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน

‘มาดามเดียร์’ เปิดตัวชิง ‘หัวหน้าพรรคปชป.’  กาง 3 แนวทางกู้ศรัทธาฟื้นความเชื่อมั่น

(29 พ.ย. 66) ที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม.พรรคประชาธิปัตย์ นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างมายังพรรค ถือฤกษ์เวลา 09.29 น. นำพวงมาลัยไหว้สักการะพระแม่ธรณีมวยผม ก่อนแถลงเปิดตัวลงสมัครลงชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

โดย น.ส.วทันยา กล่าวว่า มาแถลงเพื่ออยากบอกถึงตั้งใจของตัวเองผ่านไปพี่ ๆ สื่อมวลชนผ่านไปยังสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน ประชาชนที่ยังคงรักในพรรคประชาธิปัตย์ และประชาชนทั่วไปว่า ตนตั้งใจขอเสนอตัวเองเป็นหนึ่งทางเลือกในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ ซึ่งการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตนยังเชื่อมั่นและเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นได้ชัดว่า พรรคประชาธิปัตย์มี ความเป็นประชาธิปไตย เสรีภาพ และการเป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของอย่างแท้จริง เราจะเริ่มต้นด้วยการทำการเมืองใหม่ที่ซื่อตรงและจริงใจ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ ให้กลับมาได้รับความไว้วางใจ ให้กลับมาเป็นความหวัง เพื่อยืนยันในพลังประชาธิปไตย และเพื่อเสนออนาคตให้กับทุกคนในวันข้างหน้า

เมื่อถามถึงคะแนนเสียงสนับสนุนและทีมงานนั้น น.ส.วทันยา กล่าวอีกว่า วันนี้ก่อนที่ตนจะมาแถลงข่าว ตนได้มีโอกาสไปกราบเรียนผู้ใหญ่ภายในพรรค และได้พูดคุยกับสมาชิกพรรคบางคน แต่วันนี้ตนยังไม่ได้มีข้อสรุปในเรื่องของทีมงาน เพราะจุดเริ่มต้นวันนี้เป็นการเสนอตัวของตนเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับสมาชิกพรรค ซึ่งตนเชื่อว่าการจะฟื้นฟูพรรคนั้นจะต้องเลือกคนจากความสามารถเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เลือกเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือระบบอุปถัมภ์ เพราะตนต้องการให้ก้าวข้ามในเรื่องของเพศ และวัย และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ตนอยากนำพรรคประชาธิปัตย์ไปข้างหน้า ด้วยการที่เราจะให้ความเป็นธรรมกับทุกคน และเชื่อมั่นว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนจะเปิดโอกาสพิจารณาให้กับบุคลากรที่เหมาะสม ทั้งนี้ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ตนก็พร้อมน้อมรับ

ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคนั้น น.ส.วทันยา ระบุว่า ตนยังไม่ได้มีในใจ แต่คิดว่าต้องเป็นคนที่มีความเหมาะสม โดยต้องเริ่มต้นจากบุคลากรภายในพรรคก่อน ซึ่งตนพร้อมที่จะทำงานกับทุกคน ทุกฝ่ายในพรรค ไม่ได้เลือกตัวบุคคล โดยวันนี้ตนขอเสนอตัวเองก่อน แล้วจะค่อยไปพูดคุยในเรื่องทีมงานต่อไป รวมถึงคนที่จะมาเป็นเลขาธิการพรรคนั้นอาจจะมีในใจตนฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับบุคคลคนนั้นว่าพร้อมที่จะมาทำงานกับตนด้วยหรือไม่

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าเลขาธิการพรรคจะเป็นนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช นั้น น.ส.วทันยา บอกว่า ตนต้องให้เกียรติกับนายชัยชนะ ว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไรในการเข้ามาทำงานกับตนในฐานะเลขาธิการพรรค และเรื่องนี้ขอให้นายชัยชนะเป็นคนตอบคำถามนี้เอง ซึ่งที่ผ่านมาตนได้มีโอกาสพูดคุยกับนายชัยชนะ เพียงว่าตนตัดสินใจลงสมัครหัวหน้าพรรค เพราะตนคิดว่าวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ถ้าวันนี้ตนยังไม่กล้าตัดสินใจลงมาสู้ก็ไม่ต้องพูดถึงการเมืองในอนาคต ทั้งการเมืองท้องถิ่น และระดับชาติ

น.ส.วทันยา ยังกล่าวต่ออีกว่า ก่อนหน้านี้ตนได้กราบเรียนผู้ใหญ่ภายในพรรค ทั้ง นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน โดยผู้ใหญ่ทุกคนได้อวยพรและให้คำแนะนำว่าทำให้ดีที่สุด ซึ่งที่ตนไปกราบเรียนก็ด้วยความตั้งใจ และเป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่มีการเจรจาใด ๆ รวมถึง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ตนก็ได้กราบเรียนเป็นคนแรก ว่าตนตัดสินใจลงสมัคร อยากให้นายเฉลิมชัย ช่วยสนับสนุน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ตนพร้อมน้อมรับ

น.ส.วทันยา ยังได้แสดงถึงจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้ดีที่สุด โดยไม่ได้คิดจะไปหาผลประโยชน์กับทางรัฐบาล ส่วนการฟื้นฟูพรรคให้กลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้งนั้น ตนมี 3 แนวทาง คือ 

1.อุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งตั้งแต่วันก่อตั้งพรรคได้เขียนไว้ชัดเจน แต่ในช่วง 77 ปีที่ผ่านมาการเดินทางอาจจะทำให้เลือนลางไปบ้าง การฟื้นฟูจึงต้องทำอุดมการณ์ให้ชัดเจน 

2.ทำให้พรรคประชาธิปัตย์สมกับการเป็นพรรคการเมืองที่เป็นของประขาชนอย่างแท้จริง ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด 

และ 3.การดำเนินการทางอุดมการณ์เศรษฐกิจ ที่สนับสนุนเสรีนิยม แต่ก็เชื่อเรื่องการทำงานภาครัฐที่ต้องมีระบบรัฐสวัสดิการ และจะต้องมีการกระจายอำนาจ

‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ เปิดตัว ‘บรรจุภัณฑ์กระดาษ’ ครั้งแรกในไทย ลดใช้พลาสติก 204 กก.ต่อปี หวังเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่รักษ์โลก

(29 พ.ย.66) บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับโลก ด้วยการเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ ขนาด 50 กรัม’ ในรูปแบบบรรจุภัณฑ์กระดาษเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ชูจุดเด่น อร่อย รักษ์โลก เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยมี ‘AjiPanda’ ทำหน้าที่เป็น Brand Ambassador หรือทูตสื่อสารความอร่อยจากธรรมชาติ เพื่อส่งต่อความ กินดีมีสุข และช่วยดูแลโลกไปด้วยพร้อมๆ กัน

นับเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญของ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ ในฐานะผู้นำและเจ้าตลาดเครื่องปรุงรส ที่ได้เพิ่มรูปแบบบรรจุภัณฑ์ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ ขนาด 50 กรัม’ ซึ่งซองผลิตจากกระดาษ FSC เพื่อทดแทนการใช้พลาสติก ทำให้สามารถช่วยลดการใช้พลาสติกได้ 204 กิโลกรัมต่อปี โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารให้ได้ 50% ภายในปี พ.ศ. 2568 รวมถึงลดขยะพลาสติกเป็น 0 ภายในปี พ.ศ. 2573

ด้านกระดาษที่นำมาใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ ขนาด 50 กรัม’ เป็นกระดาษรักษ์โลก ซึ่งได้รับการรับรองจาก FSC หรือ Forest Stewardship Council เพราะมีที่มาจากป่าปลูกเชิงพาณิชย์หรือป่าที่มีการจัดการดูแลอย่างรับผิดชอบ สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้ว่า ‘อายิโนะโมะโต๊ะ ขนาด 50 กรัม’ ทุกซองผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ด้านดีไซน์ของซองกระดาษ มีการออกแบบใหม่ให้มีความสดใส เพื่อทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย โดยใช้ภาพลายเส้นสีแดงของ ‘AjiPanda’ (อายิแพนด้า) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ คือมีความรักในการทำอาหาร สนุกกับการได้กินอาหารที่อร่อย ชอบใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและอยู่เคียงข้างกับทุกคน พร้อมเปิดประสบการณ์ด้วยการท่องเที่ยวและลิ้มลองอาหารใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยได้เดินทางมาแล้วหลายประเทศทั่วโลก ครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่ ‘AjiPanda’ เดินทางมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของอายิโนะโมะโต๊ะในประเทศไทย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ ‘รสชาติอูมามิ’ หรือที่มาของความอร่อยจากผลิตภัณฑ์ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ และการร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ ขนาด 50 กรัม’

ด้านโรงงานที่ใช้ผลิต ‘อายิโนะโมะโต๊ะ ขนาด 50 กรัม’ เป็นต้นแบบโรงงานสีเขียวของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่มีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การดำเนินการเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานหมุนเวียน การจัดการของเสีย และการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งหมดนี้ ช่วยตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) เพื่อสอดรับกับนโยบาย ‘การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมของอายิโนะโมะโต๊ะ’ (ASV) อันเป็นสิ่งที่กลุ่มบริษัทฯ ยึดปฏิบัติเสมอมา ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ในฐานะ ‘ผู้นำไปสู่การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน’ ผ่านการดำเนินการส่งเสริม ‘สุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้คน’ ควบคู่ไปกับการลด ‘ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม’ ในทุกกิจกรรมทางธุรกิจ ด้วยการใช้ศาสตร์แห่งกรดอะมิโน อันเป็นความเชี่ยวชาญหลักของ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ และจะไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทุกคน ‘กินดี มีสุข’ ตลอดไป

เพื่อสร้างความอร่อยและส่งเสริมสุขภาพที่ดี สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) ได้ทางสื่อออนไลน์ภายใต้กลุ่มบริษัทฯ ในทุกช่องทาง สำหรับผลิตภัณฑ์ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ ขนาด 50 กรัม’ ในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ซองกระดาษ สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ร้านค้าชั้นนำ​ทั่วประเทศ

‘ญี่ปุ่น’ ซื้อกล้วยหอมทองเมืองย่าโม 5 พันตัน กว่า 100 ลบ. หลังได้ชิมแล้วติดใจ เพราะ ‘ผลใหญ่ หวาน หอม อร่อย’

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.66 ที่ผ่านมาที่ห้องประชุมลำตะคอง โรงแรมแคนทารี่ จังหวัดนครราชสีมา นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พร้อมด้วย นายสยาม สิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายฉันทพันธ์ ปัญจมานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว, MRS.PIMJAI MATSUMOTO กรรมการผู้จัดการ บ.พีแอนด์เอฟ เทดโน จำกัด ผู้นำเข้าญี่ปุ่น และนายสมศักดิ์ แสงรัมย์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกล้วยหอมตำบลสุขไพบูลย์ หัวหน้าส่วนราชการ พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา-จ.ขอนแก่น หอการค้าฯ ภาครัฐ ภาคเอกชน พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทอง อ.เสิงสางฯ ร่วมพิธี

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้ทำพิธีเซ็นสัญญาซื้อกล้วยหอมทองระหว่างคณะตัวแทนผู้ซื้อจากประเทศญี่ปุ่นกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกล้วยหอม ต.สุขไพบูลย์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา โดยมีการเซ็นสัญญาซื้อปริมาณ 5,000 ตัน มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เป็นการช่วยขยายช่องทางในการจำหน่ายกล้วยหอมทองให้กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกล้วยหอมตำบลสุขไพบูลย์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จะได้นำผลผลิตกล้วยหอมในพื้นที่ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ

นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า พิธีเซ็นสัญญาในครั้งนี้ เกิดขึ้นตามการผลักดันภายใต้นโยบายกระทรวงพาณิชย์ โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาสให้กับกลุ่มเกษตรกร โดยใช้การทำงานเชิงรุก และบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างพาณิชย์จังหวัด และทูตพาณิชย์ รวมทั้งให้เร่งใช้ประโยขน์จากผลของการเจรจา FTA ที่มีอยู่ มาใช้ในการผลักดันให้มีปริมาณการส่งออกของสินค้าไทยสู่ตลาดโลกได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

โดยประเทศไทยเองก็ได้รับสิทธิประโยชน์จาก กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น JTEPA ซึ่งยกเว้นภาษีให้กล้วยจากประเทศไทยถึง 8,000 ตันอยู่แล้ว และที่ผ่านมาเราเองก็ยังใช้ประโยชน์ได้ไม่ถึงครึ่งของโควต้า จึงเป็นโอกาสอันดีในการเร่งผลักดันเชิงรุกผ่านช่องทางดังกล่าวนี้ จนสามารถสร้างผลลัพธ์เร่งด่วน Quick win ภายใน 100 วัน ด้วยยอดขายได้ถึง 100 ล้านบาทได้สำเร็จ

สำหรับที่มาของการเซ็นสัญญาสั่งซื้อกล้วย จำนวน 5,000 ตัน ของผู้ซื้อชาวญี่ปุ่นในครั้งนี้ นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว กล่าวว่า หลังจากที่ได้จับมือทำงานบูรณาการร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาเพื่อมุ่งขยายตลาดกล้วยไทยในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ตนก็ได้นำผู้เชี่ยวชาญด้านกล้วยชาวญี่ปุ่นลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อพัฒนาเทคนิคการปลูกให้กล้วยในพื้นที่มีคุณภาพ และปริมาณตามความต้องการของตลาดญี่ปุ่นโดยทันที

นอกจากนี้กล้วยหอมของไทยนั้น เป็นพันธุ์กล้วยหอมทอง ซึ่งนอกจากรสชาติอร่อยแล้ว ในปัจจุบันไทยยังเป็นแหล่งผลิตที่ยังคงเหลืออยู่แห่งเดียวในโลก ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดขายในการทำการตลาดได้เป็นอย่างดี และเมื่อได้พาคณะผู้ซื้อชาวญี่ปุ่นไปเยี่ยมชม และลองชิมผลผลิตกล้วยหอมทองนั้น ต่างก็ได้รับความพอใจอย่างมาก จนตกลงทำสัญญาซื้อขายในทันที

นายสมศักดิ์ แสงรัมย์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกล้วยหอมตำบลสุขไพบูลย์ กล่าวว่า ตนในฐานะประธานกลุ่มฯ รู้สึกดีใจและภูมิใจที่กล้วยหอมทองจากอำเภอเสิงสาง ได้ส่งไปขายยังต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่กล้วยหอมในพื้นที่ถูกนำไปขายยังต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ผลผลิตกล้วยหอมของกลุ่มฯ นั้น จำหน่ายเฉพาะภายในประเทศ โดยตนเชื่อมั่นว่ากล้วยหอมจากอำเภอเสิงสางนั้นจะถูกใจคนญี่ปุ่นอย่างแน่นอน เนื่องจากผลผลิตลูกใหญ่ หวาน หอม อร่อย ซึ่งจากการเซ็นสัญญาซื้อกล้วยหอมจากตัวแทนประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

ด้านนายสยาม สิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมานั้นเป็นแหล่งผลิตกล้วยหอมทองใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครราชสีมา โดยมีพื้นที่เพาะปลูกกล้วยหอมทองมากถึง 1,350 ไร่ ให้ปริมาณผลผลิตถึง 8,100 ตันต่อปีและทางจังหวัดนครราชสีมาก็เตรียมส่งเสริมในด้านการขยายพื้นที่การผลิตกล้วยหอมทองในพื้นที่ แต่ขณะนี้ยังคงต้องมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของกล้วยหอมทองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ผู้ซื้อจากประเทศญี่ปุ่นต้องการ

‘เฟท’ อดีต Siamese Kittenz แชร์ประสบการณ์การออดิชั่นเป็นไอดอล ล้มกี่ครั้งไม่เคยท้อ สุดท้ายเอาความฝันมาทำธีสิส หวังเปิดโอกาสให้ผู้อื่น

(29 พ.ย.66) ‘เฟท’ ฐิตา เกษรสมบัติ อดีตสมาชิกวง Siamese Kittenz ได้ออกมาโพสต์คลิปผ่านช่อง TikTok ‘withyourfate’ แชร์ประสบการณ์ในการวิ่งตามความฝันกับอุปสรรคที่ต้องเผชิญ พร้อมเปิดตัว ‘FiNESSE Project’ ซึ่งเป็นโปรเจกต์วงไอดอลระยะสั้นสำหรับใครที่ยังไม่หยุดวิ่งตามความฝันในการเป็นไอดอลเหมือนตน ที่ได้จัดทำขึ้นมาเพื่อเป็น Senior Project คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ตนกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 โดยระบุว่า…

“สวัสดี…เมื่อ 8 ปีที่แล้วเราเคยเป็นไอดอลมาก่อน ถึงใครหลายคนจะไม่รู้จักแต่ก็ไม่เป็นไร…เราเริ่มเป็นไอดอลตอนอายุ 14 แต่ก็จบการศึกษาไปประมาณตอนอายุ 17 จากนั้นก็ได้ไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น แต่เราก็ยังคงชอบการเป็นไอดอลอยู่มาก ๆ เพราะอย่างนั้นถึงอยู่ที่นั่นเราก็ยังเต้นอยู่ตลอด จนกลับไทยเราก็ได้ไปออดิชั่นเพื่อทําตามความฝันอีกครั้ง ทุกอย่างก็เหมือนกำลังจะไปได้ดี แต่สุดท้ายบางสิ่งก็ได้เข้ามาทําร้ายทุกอย่างลง นั่นก็คือโควิด…แต่ถึงอย่างงั้นเราก็ไม่ได้ยอมแพ้กับความฝันของตัวเอง เรายังคงร้องเพลง เต้น คอยพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด แค่ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเราก็ไม่รู้ว่าเราส่งออดิชั่นไปทั้งหมดกี่ครั้งแล้ว แต่จากทั้งหมดที่ส่งไป เราไม่เคยผ่านออดิชั่นเลย…

จนตอนนี้เราเรียนอยู่ปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราก็ยังไม่รู้เลยว่าเรียนจบแล้วจะทํายังไงดี…แถมยังมีธีสิสที่ต้องทําอีก และระหว่างที่เรากําลังกังวลเรื่องอายุที่ใกล้ถึงขีดจํากัดในการออดิชั่นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราก็นึกขึ้นมาได้ว่า…ถ้าเราเอาความฝันของเรา มาทำเป็นธีสิสล่ะ และนี่ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘FiNESSE Project’ ซึ่งเรากําลังตามหาอดีตไอดอลที่เคยยอมแพ้กับความฝันไปเหมือนเรา และคนที่ใฝ่ฝันอยากเป็นไอดอล เพื่อฟอร์มวงไอดอล T-POP ระยะสั้นด้วยคอนเซ็ปต์แบบ ‘FEMININE GROUP’ โดยรับสมัครตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป หรือเรียนม.ปลายขึ้นไป แบบไม่จํากัดเพศ ซึ่งจะเปิดรับสมัครวันนี้ถึง 20 ธันวาคมนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถรายละเอียดดูได้ที่ Facebook หรือ IG ตามชื่อของโปรเจกต์

ทั้งความฝันที่วาดไว้และความฝันที่เคยยอมแพ้ไป มาทําให้เป็นจริงด้วยกันนะ…”

'เพจประวัติศาสตรพลัส' แชร์!! 'ไกด์พม่า' เผยเหตุผลที่อังกฤษขุดคลองให้ในอดีต เพื่อผลประโยชน์และทรัพย์สมบัติชาติที่วันนี้ยังตกค้างในลอนดอน

(29 พ.ย. 66) จากเพจ 'ประวัติศาสตร์พลัส' โพสต์ข้อความถึงเหตุผลที่ในอดีตอังกฤษขุดคลองให้พม่า ระบุว่า...

ไปพม่าคราวนี้ ผมได้สนทนากับไกด์ท้องถิ่นซึ่งเป็นคนพม่า

ไกด์พม่าบอกว่า…อังกฤษขุดคลองให้ ไม่ใช่หวังดี แต่ขุดเพื่อขนไม้สักล่องน้ำไปปากน้ำ แล้วเอาไม้สักขึ้นเรือที่อันดามัน เพื่อเอาไปขาย

ไกด์พม่าบอกว่า…อังกฤษสร้างถนนให้ ไม่ใช่หวังดี แต่เอาไว้ขนสินค้าของพม่า จะได้เอาไปขายได้สะดวก

ไกด์พม่าบอกว่า…ชุดโบราณงามวิจิตรของกษัตริย์และราชินีที่ตกทอดมา มงกุฎ สมบัติในวังต่าง ๆ พระพุทธรูป อังกฤษบอกว่าจะเอาไปดูแลให้ เอาไว้ที่พม่ากลัวคนพม่าจะทำสมบัติเหล่านี้หาย สุดท้ายสมบัติพวกนี้ก็ไปปรากฎอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ลอนดอน พม่าขอคืน อังกฤษก็คืนมาเพียงบางส่วน

ไกด์พม่าบอกว่า ส่วนดีก็มี อังกฤษมาวางรากฐานการศึกษาให้ มาวางผังเมืองให้ แต่ถ้าเลือกได้ เขาขออยู่กันเอง ปกครองกันเอง ทุกอาณาจักรย่อมต้องการอิสระเสรี ไม่ต้องการตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณานิคมหรือ อาณาจักรอื่นที่เข้ามาแล้วเหมือนมาปล้นชาติ แล้วเหลือเนื้อติดกระดูกให้คนในชาติเอาไปแทะกิน

ไกด์พม่าบอกว่า ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอกครับ แต่บางครั้ง…มันก็จำเป็นต้องมี เพราะคนเรามักมองไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองมี 

ฟังแล้วก็ให้รู้สึกขอบคุณบรรพบุรุษของเราเหลือเกิน ที่รักษาชาติไทย จนเป็นชาติไทยอยู่จนทุกวันนี้

ขอบพระคุณจริงๆ 🙏🇹🇭


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top