Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

‘รมว.พิมพ์ภัทรา’ สั่ง สมอ. คุมเข้มมาตรฐาน ‘คาร์ซีท’ ย้ำ!! เด็กเล็กต้องได้รับการดูแล ขณะโดยสารในรถยนต์

(1 ธ.ค. 66) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีการควบคุม ‘คาร์ซีท’ หรือ ‘ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก’ เป็นสินค้าควบคุม เมื่อปี 2565 เพื่อให้เด็กเล็กที่ใช้คาร์ซีทได้รับความปลอดภัยในการโดยสารรถยนต์ โดยควบคุมคาร์ซีทที่ติดตั้งด้วยระบบเข็มขัดนิรภัยก่อน เพราะคาร์ซีทประเภทนี้สามารถใช้กับรถยนต์รุ่นเก่าได้ จะได้ไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน 

และจากการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ควบคุมคาร์ซีทที่ติดตั้งระบบ ISOFIX เพิ่มด้วย เนื่องจากรถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้งานในปัจจุบัน จะมีตัวใช้ยึดกับคาร์ซีทที่เรียกว่า ISOFIX กันมากขึ้น ตนจึงสั่งการให้ สมอ. เร่งรัดดำเนินการประกาศบังคับใช้มาตรฐานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อควบคุมคาร์ซีททุกแบบทุกประเภทให้มีความปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กในการโดยสารรถยนต์ 

นายวันชัย พนมชัย รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ‘คาร์ซีท’ หรือที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่ สมอ. ประกาศเป็นสินค้าควบคุมมี 2 ประเภท คือ 

1) คาร์ซีทที่ติดตั้งด้วยระบบเข็มขัดนิรภัย 

2) คาร์ซีทที่ติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX ซึ่งจะบังคับใช้เร็ว ๆ นี้ 

มาตรฐานคาร์ซีทแบบติดตั้งด้วยระบบเข็มขัดนิรภัย จะมีข้อกำหนดที่สำคัญ คือ แบ่งน้ำหนักของเด็กเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 

1) น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม 
2) น้ำหนักไม่เกิน 13 กิโลกรัม 
3) น้ำหนัก 9-18 กิโลกรัม 
4) น้ำหนัก 15-25 กิโลกรัม 
และ 5) น้ำหนัก 22-36 กิโลกรัม 

โดยคาร์ซีทที่ได้มาตรฐานจะต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยด้วยการจำลองสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุ โดยการชนด้านหน้าด้วยความเร็ว 50 กม./ชม. การชนด้านหลังด้วยความเร็ว 30 กม./ชม. โดยติดเซ็นเซอร์ไว้ที่หุ่นเด็กจำลอง เพื่ออ่านค่าความรุนแรงจากการกระแทก และจะรายงานผลออกมาเป็นความเสียหายหรืออาการบาดเจ็บตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ต้องไม่เกินเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนดไว้ สำหรับคาร์ซีทแบบติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX จะแบ่งขนาดคาร์ซีทตามส่วนสูงของเด็ก และเพิ่มการทดสอบการชนด้านข้าง ที่ความเร็ว 24 กม./ชม. ด้วย ซึ่งทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าคาร์ซีทที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นแบบ ISOFIX หรือแบบเข็มขัดนิรภัย ก็จะช่วยคุ้มครองลูกหลานของท่านให้ได้รับความปลอดภัยในการเดินทาง โดย สมอ. จะเร่งดำเนินการบังคับใช้ให้ได้ภายในปลายปี 2567 ตามข้อสั่งการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

'ทนายแจม-ก้าวไกล' รีวิว 'รถไฟฟ้าสายสีชมพู' ไม่ใจดีกับเราเลย ที่จับสูงเกิน ทำแขนตึง คนตัวเล็กก็จับเสาไม่ได้ เพราะโบกี้คนแน่น

โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี เปิดให้ใช้บริการ ระยะทางรวม 34.5 กิโลเมตร โดยมีสถานีรับส่งผู้โดยสาร 30 สถานี มีจุดเชื่อมต่อไปโครงข่ายอื่น 4 จุด ทำให้เชื่อมต่อได้หลายเส้นทาง

ล่าสุด ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ได้รีวิวการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู ถึงปัญหาที่พบในการใช้บริการบางจุด และอยากให้มีการปรับปรุง โดยมีผู้ใช้บริการรายอื่น ๆ ร่วมสะท้อนปัญหาด้วย

ข้อความระบุว่า “รีวิว นั่ง #สายสีชมพู ครั้งแรก จากศูนย์ราชการฯ ไปต่อวัดพระศรีฯ ‘ตึงแขน’ มาก ที่จับอยู่สูงเกินไปนะคะ น้องนมเย็นไม่ใจดีกับเราเลย” พร้อมได้ระบุต่อว่า “ที่ไม่สามารถจับเสาได้ เพราะโบกี้คนแน่น ทำให้ผู้โดยสารที่ตัวเล็กไม่สามารถจับได้”

นอกจากนี้ผู้โดยสารรายอื่น ยังได้ร่วมสะท้อนปัญหา เช่น

-เห็นด้วยเลยค่ะ เราสูง 170 ยืนจากสถานีวัดพระศรีถึงสถานีคู้บอนคือเมื่อยมาก เราเองก็ว่ามันสูงเกิน ที่จับก็น้อยเกินถ้าเทียบกับพื้นที่ยืน บางทีช่วงคนเยอะไม่มีที่จับหน้าจะคว่ำเพราะมันกระตุกแรง
ที่จับเขาไม่ได้ใส่สายตรงกลางให้มันห้อยลงมา รบกวนรถไฟฟ้ามาใส่สายกันด้วยนะคะ ไม่ได้มีแต่ผู้ใหญ่ที่ตัวเล็กต้องใช้ น้อง ๆ เด็กนักเรียนก็ต้องใช้ค่ะ

ช่วยป้าอ้อด้วยฮะ สูงเหลือเกิน ข้อข่งข้อเข่างิ คนแน่นมากกกก จะจับที่จับก็เสมิฟฮะ / เตี้ย 55

เนื่องจากไม่มีพนักงานขับ ตอนจอดจึงลงเพื่อเปิดทางให้ด้านในลงสะดวกแต่ประตูปิดทั้งที่มีคนกำลังลงเลยขึ้นกลับไปไม่ได้ ต้องรออีกสองเที่ยวเพราะแน่นขึ้นไม่ได้ น้องนมเย็นไม่น่ารักเท่าไหร่

'เอสซีจี เซรามิกส์' คว้ารางวัลความเป็นเลิศด้วยนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและ ESG เวที Thailand Corporate Excellence Awards 2023

(1 ธ.ค. 66) นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนบริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) รับมอบ 2 รางวัลดีเด่น สาขาความเป็นเลิศด้านสินค้า-การบริการ Thailand Corporate Excellence Awards 2023 จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเชิดชูองค์กรองค์กรต้นแบบที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการในสาขาต่าง ๆ โดยมีนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก อะ ลักซ์ซูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล

เอสซีจี เซรามิกส์ ผู้นำอุตสาหกรรมกระเบื้องปูพื้น กระเบื้องบุผนัง และวัสดุตกแต่งพื้นผิว ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลายและครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกระดับ ภายใต้ 3 แบรนด์หลัก คือ แบรนด์คอตโต้ (COTTO) โสสุโก้ (SOSUCO) และ คัมพานา (CAMPANA) ดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิต การตลาดและการจัดจำหน่าย รวมถึงส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคและทั่วโลก เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในธุรกิจเซรามิกและตอบสนองลูกค้าเป้าหมาย ในฐานะ ‘Decor Surfaces Leader’ ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงในราคายุติธรรม 

ขณะเดียวกันก็บรรลุเป้าหมายทางการเงินของบริษัทและการเติบโตอย่างยั่งยืนจนได้รับการยอมรับจากรางวัลการันตีทั้งในประเทศและภูมิภาค โดยล่าสุด เอสซีจี เซรามิกส์ สามารถคว้ารางวัลดีเด่น Thailand Corporate Excellence Awards 2023 ในสาขาความเป็นเลิศด้านสินค้า-การบริการ สำหรับกลุ่มสินค้า Health & Clean Collection นวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีผ่านกระบวนการผลิตและการให้บริการที่มุ่งสู่ ESG PLUS อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กระเบื้อง COTTO HYGIENIC ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียตลอดอายุการใช้งาน กระเบื้อง COTTO AIR ION ดักจับฝุ่น PM2.5 ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศภายในอาคารโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า กระเบื้องกันลื่น (Anti Slip) COTTO R11 เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุจากการลื่นโดยเฉพาะในพื้นที่เปียก

‘หนุ่มฟลอริดา’ สุดทึ่ง!! ‘เรือซิ่งไทยแลนด์’ เร็ว แรง ถึงใจ!! ลงทุนบินลัดฟ้ามาสั่งทำ เล็งนำกลับประเทศไปแข่งกับ ‘เจ็ตโบต’

(1 ธ.ค. 66) ‘พาร์กเกอร์ มิตเชลล์’ ทันตแพทย์หนุ่มชาวสหรัฐอเมริกา ได้เปิดช่องยูทูบ ‘Teeth & Turbos’ ซึ่งเป็นช่องทำคอนเทนต์เกี่ยวกับช่องปากและเครื่องยนต์ต่าง ๆ ซึ่งล่าสุดเขาได้โพสต์วิดีโอเกี่ยวกับ ‘เรือซิ่ง’ หรือ ‘เรือหางยาวไทย’

โดยเขาได้ศึกษาข้อมูลและเข้าไปอยู่ในกลุ่มสั่งทำเรือซิ่ง เพื่อเดินหน้าโปรเจกต์การนำเรือซิ่งลำนี้กลับไปแข่งขันกับเจ็ตโบตที่ฟลอริดา ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนต่างชาติที่ทำธุรกิจในเมืองไทย เขาจึงสามารถติดต่อสั่งทำเรือซิ่ง 1 ลำได้สำเร็จ

หลังจากอดทนรอมาหลายเดือน ในที่สุดเขาก็ได้เดินทางมายังจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อไปรับเรือซิ่งที่สั่งทำไว้ บอกเลยว่าครั้งแรกที่เห็นผลงาน เขาตื่นเต้นและประทับใจกับเรือลำนี้มาก พร้อมกับตั้งชื่อเรือว่า ‘เจ้าหางจระเข้’

จากนั้นเขาได้ลองนำเรือซิ่งไปขับ เรียกได้ว่า ‘ซิ่ง เร็ว แรง’ ทำเอาติดใจอ้าปากค้างตลอดทาง ซึ่งตอนนี้เขากำลังหาช่องทางการนำเรือซิ่งลำนี้ กลับไปยังฟลอริดาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะเรือที่มีการปรับแต่งเยอะขนาดนี้ อาจมีปัญหาทางกฎหมายตามมาได้

OR คิกออฟ!! จำหน่ายน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ที่ ‘พีทีที สเตชั่น’ 226 แห่ง ค่ากำมะถันต่ำกว่า 10 PPM ลดการปล่อยไอเสียและฝุ่นขนาดเล็ก

(1 ธ.ค. 66) นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ ‘OR’ เปิดเผยว่า OR ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และในฐานะผู้บริหารแบรนด์สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ซึ่งเป็นผู้นำการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง OR จึงพร้อมสนองนโยบายภาครัฐในการช่วยลดปัญหาดังกล่าว

โดยปรับสูตรน้ำมันดีเซลทุกชนิด น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และน้ำมันเบนซิน พร้อมจ่ายให้สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งสิ้น 226 สถานี ด้วยน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 โดยปรับลดปริมาณกำมะถันให้มีปริมาณกำมะถันต่ำกว่า 10 ppm (หรือต่ำกว่า 10 ส่วนในล้านส่วน) เพื่อจำหน่ายให้ผู้บริโภคตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 ก่อนการประกาศใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาตรฐานยูโร 5 ที่กระทรวงพลังงานได้กำหนดไว้เป็นวันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นเวลา 1 เดือน รวมทั้งจำหน่ายน้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 5 นี้ให้กับกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรม หน่วยงานราชการ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซไฮโดรคาร์บอนและออกไซด์ของไนโตรเจน ลดการเกิดฝุ่น PM 2.5 และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบรายชื่อสถานีบริการ พีทีที สเตชั่นที่มีน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ได้ที่เว็บไซต์ www.pttor.com

นอกจากนี้ OR ยังจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเกรดพรีเมียม ‘ซูเปอร์ พาวเวอร์’ (Super Power) น้ำมันเกรดพรีเมียมสูตรที่ดีที่สุดจาก พีทีที สเตชั่น ซึ่งมีทั้งกลุ่มน้ำมันเบนซินและดีเซล เพิ่มสาร Super Booster สูตรพิเศษจากบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก

โดยน้ำมัน ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล บี7 เป็นน้ำมันที่มีความบริสุทธิ์สูง มีกำมะถันต่ำกว่า 10 ppm รับรองด้วยมาตรฐานยูโร 5 และมีค่าซีเทนสูง ช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ เครื่องยนต์สะอาดและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีจำหน่ายใน พีทีที สเตชั่น กว่า 1,400 แห่งทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1365 Contact Center

‘ต้อม ยุทธเลิศ’ ตอก ‘เพชร ก้าวไกล’ ประเทศไทยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการด่า

จากกรณีที่นายยุทธเลิศ สิปปภาค หรือ ต้อม ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ก่อนหน้านี้ได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว โดยมีข้อความระบุ ถึง นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือ เพชร สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคก้าวไกล คู่กรณีคดีหมิ่นประมาท ว่าวันนี้ ผมมาถึงศาล ทุกคนก็มาถึงกันหมดแล้ว ทนายของเพชร ลองมาต่อรองกับผมเป็นครั้งสุดท้าย ว่าจะให้จบแบบคดีรักชนกได้มั้ย แต่ผมบอกทนายไปว่า กรณี รักชนก ตัวผมยังไม่ยอมจบแค่นั้นนะ และยังยืนยันคำเดิมว่าคดีของเพชร ผมไม่ต้องการคำขอโทษ ผมต้องการเงินค่าทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง คือ 5 ล้านเท่านั้น เมื่อตกลงกันไม่ได้ เรากลับเข้าไปในศาล แต่สุดท้ายเพชร ขอเปลี่ยนคำให้การเป็นยอมรับสารภาพผิด และทำการวาง ‘เงินบรรเทาผลร้าย’ ให้ผมเป็นจำนวน 5 หมื่นก่อนเบื้องต้น เพื่อประกันการมาฟังคำตัดสินของศาลในวันที่ 1 ธันวาคมนี้

ล่าสุดวันนี้ (1 ธ.ค. 66) ต้อม ยุทธเลิศ เปิดเผยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า ศาลได้สั่งจำคุกเพชร กรุณพล เป็นเวลา 6 เดือน ฐานหมิ่นประมาทตนเอง โดยต้อม ยุทธเลิศ ระบุด้วยว่า ศาลพิพากษาวันนี้ครับ ถือเป็นข่าวดีของผม แน่นอนนี่คือข่าวร้ายของพวก สส.ปากดีทั้งหลาย พวกมึงจำใส่กะลาหัวไว้ ประเทศไทยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการด่าครับ อิโดก! ส่วนค่าเสียหายที่ได้ติดปลายนวมมา ผมจะพา FC ไปเลี้ยงที่ร้านเยี่ยมใต้ของคุณเต้นเค้าครับ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ศาลได้สั่งจำคุก เพชร กรุณพล 6 เดือน แต่โทษรอลงอาญา 2 ปี พร้อมสั่งจ่ายค่าเสียหายให้ต้อม ยุทธเลิศอีก 150,000 บาท

‘วิกรม กรมดิษฐ์’ เจ้าของ ‘อมตะ คอร์ปอเรชัน’ ติดทำเนียบ ‘มหาเศรษฐีใจบุญ ปี 2023’

เมื่อวานนี้ (29 พ.ย. 66) ฟอร์บส์ เอเซีย ได้เปิดเผยทำเนียบมหาเศรษฐีใจบุญปี 2023 ของเอเชีย แปซิฟิก โดยมีรายชื่อทั้งหมด 15 คน ที่บริจาคให้กับการกุศล โดยมีรายชื่อ เช่น แอนดรูว์ ฟอร์เรสต์ นักธุรกิจชาวออสเตรเลีย, ทาเคมิตสึ ทากิซากิ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น, เหอ เสี่ยงเจี้ยน นักธุรกิจชาวจีน ผู้ก่อตั้งบริษัทเหม่ยตี้ (Midea) ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนรายใหญ่ของจีน, โล ตั๊ก กวง เศรษฐีชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานผู้อำนวยการของ Bayan Resources บริษัทเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย เป็นต้น

ขณะที่ประเทศไทย ‘วิกรม กรมดิษฐ์’ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่มุ่งเน้นพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม เป็นมหาเศรษฐีไทยคนเดียวที่ถูกจัดให้ติดทำเนียบมหาเศรษฐีใจบุญ ปี 2023

โดย ฟอร์บส์ เอเซีย ระบุว่า วิกรม กรมดิษฐ์ ฉลองวันครบรอบอายุ 70 ปีของเขาในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วยการเซ็นพินัยกรรมที่ระบุว่า หลังจากที่เสียชีวิต เขาจะบริจาคทรัพย์สินส่วนตัว 99% ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาทแก่มูลนิธิอมตะ มูลนิธิที่เขาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 โดยรวมไปถึงหุ้นอมตะ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 7.5 พันล้านบาทด้วย

สำหรับ มูลนิธิอมตะ ได้มอบทุนการศึกษาให้นักเรียน ที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย ได้เรียนต่อในระดับมัธยม และมหาวิทยาลัย รวมถึงมอบทุนส่งเสริมด้านศิลปะและวรรณกรรมไทยด้วย ทั้งนี้ นายวิกรม ยังสร้างคฤหาสน์ในชื่อ อมตะคาสเซิล ในเขตนิคมอุตสาหกรรมทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ และให้มูลนิธิใช้สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์และหอจัดแสดงงานศิลปะ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 3 ปีนี้

“แรงบันดาลใจของผมมาจากประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็กที่ยากลำบาก” วิกรม ให้สัมภาษณ์ฟอร์บ ผ่านอีเมล และว่า พวกเราเกิดมาจากศูนย์ (ไม่มีอะไรเลย) และก็จะจากไปกับศูนย์ (ไม่มีอะไรเลย) ฉะนั้นระหว่างนี้เราควรสร้างประโยชน์ และสิ่งที่มีคุณค่าแก่สังคม เพราะมันจะคงอยู่ตลอดไป

ทั้งนี้ วิกรม กรมดิษฐ์ เป็นผู้ถือหุ้น 1 ใน 4 ของอมตะ นิคมอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6,000 เฮกตาร์ในไทยและเวียดนาม

‘อนุทิน’ ส่งข้อความร่วมยินดี ‘บิ๊กตู่’ ได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี เผย ‘อดีตนายกฯ’ ขอบคุณ-ฝากฝังทุกคนช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง

(1 ธ.ค. 66) ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นองคมนตรี ว่า…

“ยินดีกับท่านด้วย เพราะเคยทำงานด้วยกันมาก่อนในฐานะร่วมรัฐบาลเดียวกัน ได้ส่งข้อความไปยินดีกับท่านแล้ว และท่านตอบกลับมาว่า ขอบคุณ และให้ช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อท่าน”

'จ.ชลบุรี' ร่วม 'พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม' แถลงข่าวการจัดงาน 5 ศาสนา ถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.66 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดงานพิธี 5 ศาสนา ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม โดยมีนางศุภาวี บำรุงศักดิ์ วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, เรือตรีปราโมทย์ ทับทิม ปลัดเมืองพัทยา, นางวรากร วิริยะพันธุ์ รองประธานบริหารพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม ร่วมแถลงข่าว 

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สำหรับการจัดงานพิธี 5 ศาสนา เพื่อถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5-9 ธันวาคม 2566 ณ พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา อีกทั้งยังเป็นการมุ่งหวังให้ทุกคนทุกศาสนา สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข 

ด้านนางวรากร วิริยะพันธุ์ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม ได้จัดกิจกรรม 5 ศาสนา มาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งจัดในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิ-เบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อเทิดพระเกียรติ และรำลึกใน พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจ เข้ามามีส่วนร่วมในพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และร่วมในพิธี 5 ศาสนา ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรมได้จัดเตรียมโต๊ะสำหรับวางของใส่บาตร พร้อมกับจัดโรงทานให้บริการสำหรับผู้ที่มาร่วมในพิธี 5 ศาสนาด้วย

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานพิธี 5 ศาสนา โดยในวันที่ 5 ธันวาคม จะเป็นพิธีบรรพชาสามเณร 300 รูป, วันที่ 6 ธันวาคม มีเวทีเสวนา 5 ศาสนา และในวันที่ 9 ธันวาคม พิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ 400 รูป และพิธี 5 ศาสนา โดยเริ่มจากศาสนาพุทธ, ศาสนาคริสต์, ศาสนาอิสลาม, ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top