Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

'อนุทิน' เผยความในใจ 'นายกฯ' มอบหมายดูแล 'สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ' รับช่วงแรก 'อยากเป็นลม' แต่พอได้สัมผัสรู้สึก 'ตรงใจ-ภูมิใจ' ในภารกิจ

(2 ธ.ค.66) จากช่องติ๊กต็อก ‘สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI)’ ได้โพสต์คลิป นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เล่าความรู้สึกหลังนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ดูแล ‘สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ’ ว่าตนนั้นรู้สึกอย่างไร โดยระบุว่า…

“ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการมอบหมายให้กํากับดูแลสถาบันอันหนึ่ง ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี เพื่อทําหน้าที่แทนท่าน นั่นก็คือ 'สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ' ตอนที่ท่านมอบสถาบันนี้มาให้ผม ผมรู้สึกอยากจะเป็นลมตาย…จึงได้มีการบอกไปว่า ขอโทษนะครับ…ผมเป็นรองนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคลําดับที่ 2 ในรัฐบาล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกฯ มอบให้ดูสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ…เพราะผมเป็นคนที่ต้องรู้อะไรก่อนถึงจะสนับสนุน ดังนั้น พูดง่าย ๆ ‘สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ’ เป็นอีกทางเลือกสําหรับคนไทย คนที่ไม่มีโอกาสเรียน ไม่จบปริญญา แต่มีทักษะมีความสามารถพิเศษที่ไม่สามารถเอาใบดิฟโพลม่ามาได้ แต่สถาบันนี้คือคนที่จะทําสิ่งนี้ โดยสถาบันนี้จะรับรองใบประกาศนียบัตรที่เปรียบเสมือนใบดิฟโพลม่า ที่จะทําให้คนที่มีทักษะหรือความสามารถนําใบนี้ไปประกอบอาชีพหรือขึ้นทะเบียนได้ 

ดังนั้น สิ่งนี้มันก็ตรงกับความตั้งใจของตัวผมอยู่แล้ว… วันนั้นที่ไปผมมีความสุขมาก ถือเป็นวันที่ดีที่สุดวันหนึ่งในความเป็นรัฐมนตรีของผมในรัฐบาลชุดนี้ คือได้ไปเยี่ยมที่ ‘สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ’...”

‘คนไทยในอิสราเอล’ อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด สะเก็ดระเบิดลอยว่อน หลัง 'อิสราเอล-ฮามาส' เลิกพักรบ แนะ!! เข้าที่กำบัง อย่ามัวถ่ายคลิป

(2 ธ.ค.66) จากช่องติ๊กต็อก @dobung ซึ่งเป็นคนไทยในอิสราเอล ได้โพสต์คลิปอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดที่อิสราเอล ในวันที่ 1 ธันวาคม โดยระบุว่า…

“ได้มีการพักรบมาประมาณอาทิตย์นึงแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 26 ที่มีการปล่อยตัวประกัน และวันนี้วันที่ 1 ธันวาคม ก็เลิกพักรบแล้ว และพอเลิกพักรบแล้วก็จัดกันเลย…ยิงมาตู้ม เลยทำให้ฝั่งอิสราเอลมีการยิงสกัดไว้ แต่ทีนี้พอมีการยิงสกัดไว้มันก็จะแตกตู้ม ส่วนแตกตรงไหน แตกบนหัวผมเลยครับ…เลยเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่ามันยังไม่จบ…สงครามยังคงดําเนินต่อไป เพียงแค่พักรบมาพบรักกันชั่วคราวเฉย ๆ 

และเวลาที่มันมีบั้งไฟยิงมา แล้วมีการยิงสกัดเราต้องหลบ ไม่ถ่ายคลิป แต่สถานการณ์นี้เจอกับตัว มีสะเก็ดร่วงลงมาจากฟ้า ลงมาข้างหน้าที่ยืนอยู่ และมันก็ไม่ได้ร่วงทันที แต่จะร่วงหลังจากสกัดประมาณสัก 3 นาที มันเป็นชิ้นส่วนเหมือนโลหะ และที่พบกับตัวนั้นเป็นเพียงแค่สะเก็ดลูกเล็ก ส่วนลูกใหญ่ไม่ต้องพูดถึง ถ้ามันจิ้มไปบนหัวคิดว่าไม่น่ารอด เพราะฉะนั้นควรหลบอย่าไปหาทำแบบถ่ายคลิปอยู่ที่โล่งแจ้ง…” 

'ดร.นิว' ถาม!! 'ธนาธร' 1 ธันวาบอกลาเครื่องแบบ แต่ผ่านมา 3 ปี ลูกๆ คุณบอกลาเครื่องแบบหรือยัง

(2 ธ.ค.66) ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า "ครบรอบ 3 ปีแล้วนะครับ วันนี้คุณธนาธรให้ลูกๆ ของตัวเองใส่ชุดปกติไปโรงเรียนแล้วหรือยัง? ลูกๆ ของคุณธนาธรบอกลาเครื่องแบบที่เป็นวัฒนธรรมแห่งการกดขี่แล้วหรือยัง? อย่าบอกนะว่าคุณธนาธรเก่งแต่ยุลูกชาวบ้าน? ลูกตัวเองเป็นเทวดาหรืออย่างไร? ทำไมเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม? ไหนว่าคนเท่ากัน?"

ทั้งนี้เมื่อ 1 ธ.ค.2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า "ชื่นชมในความกล้าหาญของนักเรียนที่ใส่ชุดปกติไปโรงเรียน

ทุกคนในวันนี้ วัฒนธรรมแห่งการกดขี่กำลังถูกทำลายในทุกที่ช่วยกันห้ามไม่ให้มีใครถูกดำเนินคดี/ถูกไล่ออก หรือถูกลงโทษ เพียงเพราะยืนหยัดต่อสู้ระบอบอำนาจนิยม #1ธันวาบอกลาเครื่องแบบ"

'ดร.หิมาลัย' จัดโครงการอุปสมบทหมู่ ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 5 ปี 2566 ณ ประเทศอินเดีย - เนปาล

'ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ' คณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ประธานจัดโครงการฯ นำคณะเข้าพิธีบรรพชาและพิธีอุปสมบทหมู่ ณ วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.66 ที่ วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย บริษัทรักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ 'มูลนิธิพระราหู' นำคณะผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 43 ท่าน เข้าพิธีบรรพชา ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และเข้าพิธีอุปสมบทหมู่ ณ พระอุโบสถ วัดไทยพุทธคยา ตามโครงการอุปสมบทหมู่ ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 5 ปี 2566 ณ ประเทศอินเดีย - เนปาล ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.– 13 ธ.ค.66 

โดยมี ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ คณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค )/ประธานที่ปรึกษา 'มูลนิธิพระราหู'/ประธานจัดโครงการอุปสมบทหมู่ และประธานพระนวกะโพธิ รุ่นที่ 1 ให้เกียรติมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย คุณพจน์ บุญดวงประเสริฐ คุณไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียร กรรมการบริหาร บริษัท อสทม.จำกัด (มหาชน) คุณนรินทร สุขเกษม หัวหน้ากลุ่มขายเส้นทางเอเชียใต้และประเทศตะวันออกกลาง รวมทั้ง คณะญาติโยมและคณะศิษยานุศิษย์ ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีฯ

ทั้งนี้ พระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ วีรยุทธ วีรยุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าธรรมทูต สายประเทศอินเดียเนปาล เมตตาเป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูอุดมโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพระรามอโยธยาราชธานี หัวหน้ากองงานกิจการพิเศษ พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล เมตตาร่วมพิธีฯ

หลังจากนั้น ในระหว่างวันที่ 1-13 ธ.ค.66 คณะพระนวกะโพธิ และคณะแม่ชี ที่ร่วมโครงการอุปสมบทหมู่ฯ รุ่นที่ 5 พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ จะร่วมเดินทางไปปฏิบัติธรรม เพื่อตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ณ ประเทศอินเดีย - เนปาล เป็นลำดับต่อไป

'นายกฯ' ลุยภูเก็ต!! สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ติดตามฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล

‘นายกฯ เศรษฐา’ ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามการฝึกซ้อมแผนบริหารจัดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล-เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ CCTV หาดบางลา สั่งการเชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการทั้งจังหวัด เพิ่มศักยภาพการทำงานให้ครอบคลุม ย้ำสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว

(1 ธ.ค. 66) ที่บริเวณโรงแรม Kudo Hotel and Beach Club ตำบลป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดตามการฝึกซ้อมแผนการบริหารจัดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลสถานการณ์กรณีนักท่องเที่ยวฝ่าฝืนจุดห้ามเล่นน้ำ จมน้ำ เกิดเหตุสภาพอากาศแปรปรวน คลื่นสูง เรือโดยสารโดนกัน มีผู้บาดเจ็บและลอยคอในทะเล โดยมีนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปแผนการบริหารจัดการฯ ซึ่งจากการมีแผนการบริหารช่วยเหลือฯ ทำให้นักท่องเที่ยวประสบภัยทางทะเลเป็นศูนย์

ทั้งนี้ นายกฯ ชื่นชมและขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นจริง แต่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองนักท่องเที่ยว สิ่งที่สำคัญคือการสร้างความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยว ให้รู้สึกว่ามาพักผ่อนแล้วเกิดความปลอดภัยและมีความสบายใจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเพิ่มขึ้น 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวทางทะเล โดยได้กล่าวให้กำลังใจต่อความเสียสละทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว

เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ CCTV หาดบางลา ซึ่งได้ประยุกต์ใช้ระบบ AI เสริมประสิทธิภาพการทำงาน สามารถตรวจสอบบุคคล ตรวจสอบการเดินทางและยานพาหนะ โดยเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหาดบางลา หากพบบุคคลมีหมายจับ หรือรถต้องสงสัย ระบบจะแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปยังจุดหมายเพื่อทำการตรวจค้นจับกุม รวมถึงระบบสามารถสืบค้นหานักท่องเที่ยวที่หลงทางได้อีกด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการทั้งจังหวัด เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

‘ฮ่องกง’ เปิดตัว ‘รถบัส 2 ชั้น’ ขับเคลื่อนด้วยพลังไฮโดรเจนคันแรก พร้อมสถานีเติมเชื้อเพลิง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เตรียมให้บริการปีหน้า

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 66 สำนักข่าวซินหัว, ฮ่องกง ‘ซิตีบัส’ (Citybus) ผู้ให้บริการรถโดยสารประจำทาง ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน รายงานการเริ่มต้นทดลองใช้งานรถบัส 2 ชั้นพลังไฮโดรเจนคันแรก และสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับรถบัสแห่งแรกของเมือง ซึ่งมีกำหนดให้บริการแก่สาธารณะในเดือนมกราคมปีหน้า

‘จอห์น ลี’ ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง กล่าวว่าความคืบหน้านี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการใช้งานยานยนต์พลังงานใหม่ในฮ่องกง โดยยานยนต์พลังไฮโดรเจนสามารถเดินทางในระยะไกลและเติมเชื้อเพลิงได้เร็ว ทำให้ไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพ สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่คาร์บอนต่ำทั่วโลก

ซิตีบัส ระบุว่า การเติมเชื้อเพลิงของรถบัสพลังไฮโดรเจนคันแรกนี้ ใช้เวลาราว 10 นาที และรถบัสรุ่นใหม่ที่ล้ำหน้ากว่านี้จะวิ่งได้ไกลถึง 400 กิโลเมตรต่อการเติมเชื้อเพลิงหนึ่งครั้ง โดยรถบัสพลังไฮโดรเจนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่ารถบัสน้ำมันดีเซล เพราะปล่อยเพียงน้ำขณะใช้งาน ซึ่งซิตีบัสวางแผนทดแทนรถบัสน้ำมันดีเซลทั้งหมดด้วยรถบัสพลังไฮโดรเจน ภายในปี 2045

ทั้งนี้ รถบัสพลังไฮโดรเจนคันแรก เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามพัฒนาอุตสาหกรรมการขนส่ง อันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของฮ่องกง

การแถลงนโยบายในปีนี้ของจอห์น ลี ระบุว่า รัฐบาลฮ่องกงจะกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาไฮโดรเจนในฮ่องกงในปีหน้า และเริ่มต้นงานเตรียมการแก้ไขกฎหมายอันจำเป็นต่อการผลิต จัดเก็บ ขนส่ง และใช้งานเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ภายใต้แนวคิดเสนอร่างกฎหมายต่อสภานิติบัญญัติในปี 2025

เปิดงบ 'Soft Power' 5,146 ล้านบาท 11 สาขา ได้งบเท่าไรกันบ้าง?

(1 พ.ย. 66) คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เห็นชอบกรอบงบประมาณ 5,164 ล้านบาท ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทย 11 ด้าน เตรียมปิดถนนราชดำเนิน จัด World Water Festival มหาสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 35,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.66 ที่วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 โดยมีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เป็นประธานการประชุม ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการที่แต่ละโครงการ กิจกรรม และอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์ไทยทั้ง 11 ด้านได้เสนอ รวม 5,164 ล้านบาท ได้แก่ อุตสาหกรรมเฟสติวัล 1,009 ล้านบาท

อุตสาหกรรมท่องเที่ยว 711 ล้านบาท, สาขาอาหาร มี 3 โครงการใหญ่ เช่น 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย, เชฟชุมชน และเชฟชาแนล 1,000 ล้านบาท, สาขาศิลปะไทย จำนวน 5 โครงงาน อาทิ เปิดหอศิลป์บริเวณถนนรัชดาภิเษก จัดตั้งสภาศิลปะแห่งประเทศไทย จัดกองทุนสนับสนุนศิลปะการแสดงร่วมสมัย รวมงบประมาณ 380 ล้านบาท, สาขาออกแบบ ส่งเสริมไทยแลนด์แบรนด์ 310 ล้านบาท, สาขากีฬา เน้นส่งเสริมประสิทธิภาพมวยไทย กิจกรรมมวยไทย ทั้งในและต่างประเทศ 500 ล้านบาท

สาขาดนตรี ส่งเสริมศิลปินไทยสู่ระดับโลก 144 ล้านบาท, สาขาหนังสือ ให้หนังสือไทยออกสู่หนังสือนานาชาติ 69 ล้านบาท, สาขาภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์ การจัดเทศกาลเอกซ์โปรในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมการสร้างภาพยนตร์และซีรีส์ ผลักดันสู่ออสการ์ 545 ล้านบาท

สาขาแฟชั่น พัฒนาหลักสูตรออนไลน์ การเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ และส่งเสริมการแสดงสินค้าในต่างประเทศ 268 ล้านบาท และสาขาเกมพัฒนาหลักสูตร การส่งเสริมผู้ประกอบการ ส่งเสริมกองทุนและสร้างสนามกีฬาอีสปอร์ตแห่งชาติ  374 ล้านบาท

จากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหารือกับสำนักงบประมาณ ซึ่งโครงการบางส่วน อาจมีงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐอยู่แล้ว หรือบางสาขาตั้งงบประมาณน้อยกว่าที่จะต้องใช้ จึงอาจต้องมีการทบทวนให้เสร็จสิ้นภายใน 14 ธันวาคมนี้ ก่อนส่งให้คณะกรรมการฯ ชุดใหญ่พิจารณาอีกครั้งในเดือนมกราคม 2567

‘รมว.ปุ้ย’ ประสานช่วยแก้ปัญหาค่าตั๋วเครื่องบินแพง ปมกระทบเป็นลูกโซ่ ฉุดการค้าการลงทุนเมืองคอน

(1 ธ.ค.66) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากวันที่เริ่มงานอุตสาหกรรมแฟร์ที่นครศรีธรรมราช พบบุคคลสำคัญในสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช, หอการค้านครศรีธรรมราช และอีกหลายภาคส่วน ได้บอกเล่าถึงความคับข้องใจ ไม่สบายใจเรื่องตั๋วค่าโดยสารเครื่องบิน จาก ‘กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช’ หรือ ‘นครศรีธรรมราช - กรุงเทพฯ’ ที่มีราคาสูงในบางช่วงจนถึงขั้นหลายคนที่ต้องการโดยสารจำเป็นต้องขับรถไปจอดแล้วโดยสารเครื่องบินจากท่าอากาศยานจังหวัดใกล้เคียง ที่ทราบว่ามีราคาที่ต่ำกว่าครึ่งต่อครึ่ง หรือบางคนโดยสารมาลงแล้วต่อรถโดยสารหรือให้ญาติขับรถไปรับมาจังหวัดนครศรีธรรมราช 

จากปัญหาดังกล่าวนี้ ทาง ‘รมว.ปุ้ย’ ซึ่งได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในหลาย ๆ ส่วน กังวลว่าจะกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ส่งผลกระทบกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดไม่มากก็น้อย อีกทั้งยังอาจลามเกี่ยวเนื่องไปอีกหลายส่วนเป็นลูกโซ่ กับภาคการค้าการลงทุนที่จะตามมาอีกเป็นขบวน 

“น้ายูร หรือ คุณประยูร เงินพรหม ประธานหอการค้านครศรีธรรมราช ได้เผยกับปุ้ยว่า ได้เดินทางบ่อยเฉพาะค่าตั๋วแต่ละเดือนสาหัสอยู่เหมือนกัน ขณะที่ พี่อุ้ม ศิริกมล แก้วแสงอ่อน นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช ก็ได้เป็นตัวแทนทำหนังสือถึงความไม่สบายใจของหลายภาคส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้ และได้ยื่นหนังสือผ่านปุ้ย ซึ่งในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช ปุ้ยได้รับหนังสือฉบับนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว และจะนำไปประสานงานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง”

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า ปัญหาเหล่านี้จะต้องมีเจ้าภาพหลักในการแก้ปัญหา และตนจะเป็นอีกแรงที่ช่วยเร่งประสานงานให้เร็วที่สุด เพื่อความสะดวกในการเดินทางโดยสายการบินต่าง ๆ ผ่านท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชของพี่น้องประชาชน และไม่เกิดปัญหาลุกลาม ส่งผลกระทบอย่างที่ได้รับข่าวสารตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นต่อไป

‘สิงคโปร์’ เหนียวแน่น!! เมืองที่มีค่าครองชีพสูงสุดในโลก 9 ปีติด เหตุ!! ‘ราคาสินค้าทุกกลุ่ม-ค่าเดินทางในประเทศ’ พุ่งสูงไม่แผ่ว

(1 ธ.ค. 66) การจัดอันดับของ Economist Intelligence Unit (EIU) เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ชี้ว่า วิกฤตค่าครองชีพทั่วโลก นั้นยังห่างไกลจากคำว่า ‘สิ้นสุด’ โดยในปีนี้ ‘สิงคโปร์’ ยังคงครองแชมป์เป็น เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ตลอดช่วง 11 ปีที่ผ่านมา จากการที่ราคาสินค้าพุ่งสูงในทุกประเภท อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางในสิงคโปร์ก็สูงที่สุดในโลก เนื่องจากการควบคุมของรัฐในการจำกัดปริมาณรถยนต์ในสิงคโปร์ และยังเป็นประเทศที่มีราคาเสื้อผ้า สินค้าอุปโภคบริโภค และแอลกอฮอล์ แพงที่สุดในโลกด้วย

ทางด้าน เมืองซูริค จาก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ก้าวกระโดดขึ้นอันดับมาครองแชมป์ร่วมกับสิงคโปร์ในปีนี้ได้ เป็นผลมาจากค่าเงินฟรังก์สวิสที่แข็งค่าขึ้น และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ถีบตัวสูง

ส่วนอันดับ 3 นั้นตกเป็นของเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ครองอันดับร่วมกันกับ มหานครนิวยอร์ก ของสหรัฐอเมริกา ขณะที่อันดับ 5 ตกเป็นของฮ่องกง

มาที่อันดับ 6 ได้แก่ เมืองลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา อันดับ 7 กรุงปารีส ฝรั่งเศส อันดับ 8 โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก อันดับ 9 เทลอาวีฟ อิสราเอล และอันดับ 10 ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทาง EIU ประเมินในฝั่งเอเชียจะเริ่มเห็นการปรับขึ้นของราคาสินค้าที่ลดลงเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ในโลก โดยจะเห็นว่า เมืองใหญ่ในจีนและญี่ปุ่นต่างก็ไม่ติดอันดับเมืองค่าครองชีพสูงในปีนี้

ในรายงานของ EIU ยังพบว่า หลายเมืองทั่วโลกต้องเผชิญกับปัญหาราคาสินค้าที่แพงขึ้นเนื่องจากเงินเฟ้อเพิ่มสูง สินค้าและบริการมากกว่า 200 รายการ แพงขึ้น 7.4% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี ตามสกุลเงินท้องถิ่น แม้อัตราราคาสินค้าดังกล่าวต่ำกว่าปีก่อน 0.7% แต่ก็ยังถือว่าสูงกว่าระดับราคาสินค้าในช่วงปี ค.ศ. 2017-2021 (พ.ศ. 2560-2564) อยู่ดี

'สุวัจน์' ลุ้น!! โคราชเจ้าภาพจัดงาน 'พืชสวนโลก 2029' เชื่อ!! ดัน 'ศก.-การท่องเที่ยว' โคราชและภาคอีสานพุ่ง

(1 ธ.ค.66) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี จ.นครราชสีมา เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโลกในปี 2572 ว่า...

"เป็นโอกาสที่ดีที่ประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดงานในระดับโลกอีกครั้ง หลังจากที่เราเคยเป็นเจ้าภาพจัดมาแล้วที่เชียงใหม่ เมื่อปี 2549 ทั้งนี้ จ.นครราชสีมา มีความพร้อมทั้งทางด้านวิชาการ และพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และยังเป็นเมืองเก่าแก่ ที่มีอายุ 555 ปี มีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามมากมาย ขณะเดียวกันในปี 2572 หรือในอีก 6 ปีข้างหน้า รถไฟความเร็วสูง มอเตอร์เวย์ ก็จะเสร็จสมบูรณ์ พร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทาง

"ถ้าโคราชได้รับเลือก ก็จะเป็นโอกาสที่ประชาสัมพันธ์ภาพใหญ่ของประเทศว่าเรามีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี เป็นเมืองทันสมัย ที่มีความพร้อมที่จะจัดงานระดับโลกได้ และจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ และ จ.นครราชสีมา จะเป็นผลดีกับเศรษฐกิจของโคราช และภาคอีสานโดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว" นายสุวัจน์ กล่าว 

ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวถึง กรณี แอนโทเนีย โพซิ้ว รองนางงามจักรวาล จะเดินทางกลับ จ.นครราชสีมา บ้านเกิด วันที่ 11 ธันวาคม ว่า แอนโทเนีย เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและคนโคราช ที่สามารถสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทย ในฐานะที่ได้ครองตำแหน่งระดับโลก ได้โปรโมตทั้งความสวย และความเก่งของสุภาพสตรีไทย ซึ่งกว่าจะได้มาเธอต้องต่อสู้อย่างเข้มแข็งมาก การได้ตำแหน่งของเธอในครั้งนี้ เป็นประโยชน์ต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมาก เพราะเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลเองก็ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว จึงถือว่าแอนโทเนียมาถูกสถานการณ์มาก นอกจากนี้เธอยังมีบทบาทในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ วัฒนธรรม ประเพณี อันดีงามของชาวโคราช ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top