Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

โรงพยาบาลตำรวจจัดงานวันเด็ก จัดเต็ม มอบของขวัญ ขนม ผลไม้ และของรางวัลจำนวนมากให้เด็กๆ

วันนี้ (11 มกราคม 2567) โรงพยาบาลตำรวจจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 หลากหลายกิจกรรม ณ ห้องตรวจโรคกุมารเวชกรรม อาคารเฉลิมพระเกียรติมหาราชินี 60 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ โดย พ.ต.อ.โสภณ พรกุลวิไล หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลตำรวจ ผู้เชี่ยวชาญอนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม ให้การต้อนรับ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และ ร.ต.ท.หญิง สายพิณ สมพงษ์ ภริยา ประธานเปิดงาน ที่แต่งกายชุดในเจ้าชายและเจ้าหญิง โดยมี พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ทีมงานโฆษก และเจ้าหน้าที่จากทีมศูนย์ประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร พร้อมทีมแพทย์ พยาบาลในทุกสาขาของหน่วยกุมารเวชกรรม โรง พยาบาลตำรวจ ร่วมกิจกรรมด้วย

ปีนี้ทุกคนแต่งตัวเป็นการ์ตูน ฮีโร่ และการ์ตูนน่ารักๆ ที่เด็กชื่นชอบ ขณะที่ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 9 สาขา ได้แก่กุมารแพทย์ ทารกแรกเกิด โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต โรคติดเชื้อ โรคเลือด โรคภูมิแพ้ โรคต่อมไร้ท่อ พัฒนาการและพฤติกรรม ขึ้นแสดงเพลง Baby Shark บนเวทีร่วมกับเด็กๆ สร้างสีสัน ความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงานทุกคนโดยนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมภริยา มอบรางวัลให้เด็กๆ ที่ขึ้นแสดงบนเวที และแจกไอศกรีมให้กับเด็กทุกคนด้วย พร้อมนำขนม ไอศกรีม มอบให้กับเด็กและผู้ปกครองที่พักรักษาตัวที่หอผู้ป่วยเด็กด้วย

ขณะที่หน่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลตำรวจ จัดหลากหลายกิจกรรม อาทิ แจกของรางวัล เล่นเกม จับฉลาก และกิจกรรมสันทนาการ ที่ให้ความสนุกสนานกับเด็กและผู้ปกครอง บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ทุกคนมีรอยยิ้มแห่งความสุขกับการจัดงานวันเด็กปีนี้ นอกจากความสนุกสนานแล้ว ยังมีกิจกรรมที่ให้ความรู้ อาทิ ซุ้มโภชนาการ ให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารที่เหมาะสมกับวัยของเด็กๆ , ซุ้มทันตกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพฟันการแปรงฟันอย่างถูกวิธี , ซุ้มนมแม่ ให้ความรู้เรื่องการให้นมบุตรในแต่ละช่วงวัย ให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับการให้นมบุตร , ซุ้มประเมินพัฒนาการ ให้ความรู้เรื่องพัฒนาการเด็กในแต่ละวัยอย่างเหมาะสมหากเด็กมีพัฒนาการปกติ จะฝึกให้เด็กอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ หากผิดปกติ อาจจะต้องพบแพทย์

เพื่อแนะนำขั้นตอนการเสริมสร้างพัฒนาการให้กับผู้ปกครอง ซึ่งมีการแนะนำผ่านกล้อง ระบบ LINE OFFICIAL ที่บ้าน ใช้เวลาเพียง 1 เดือนแล้วให้เด็กกลับมาทดสอบใหม่อีกครั้งจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ อีกทั้งสอนการช่วยชีวิตเบื้องต้นกรณีอาหารติดคอเด็ก รวมไปถึงสนทนาให้ความรู้ในหัวข้อ "กุมารแพทย์ไขปัญหา" และมีการเล่านิทานเกร็ดความรู้ โดยนักศึกษาพยาบาลด้วย

'เพจดัง' ชี้!! วิกฤติผิดนัดชำระหุ้นกู้ภาคก่อสร้าง-อสังหาฯ เริ่มส่อเค้า ปล่อยให้แบงก์มีกำไรสะสมไว้ดีแล้ว ช่วยรับแรงกระแทกก่อนชั้นนึง

(11 ม.ค.67) เพจ 'สานต่อเจตนารมณ์ อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

วิกฤติผิดนัดชำระหุ้นกู้ภาคก่อสร้าง-อสังหาที่เริ่มส่อเค้า ต้องไม่ให้กระทบไปถึงแบงก์

ให้แบงก์มีกำไรไว้ดีแล้ว อย่างน้อยได้มีกำไรสะสมไว้รับแรงกระแทกก่อนชั้นนึง

ถ้าสถาบันการเงินยืนอยู่ได้ วงจะจำกัดอยู่ที่ผู้ถือหุ้นกู้ของแต่ละบริษัท 

ให้ถือซะว่าการลงทุนมีความเสี่ยง

สถาบันการเงินไทยรอบนี้ระวังตัว ไม่ปล่อยกู้ความเสี่ยงสูงก็ดีแล้ว 

ปี 40 ที่เละเพราะสถาบันการเงิน ปล่อยกู้เพลิน พอวิกฤติมาเลยไปกันหมด 

สถานะการเงินภาครัฐไทยรอบนี้ไม่ได้มีปัญหา หนี้ไม่ได้สูง อยู่แค่ 60% กว่า ๆ 

เงินสำรองระหว่างประเทศมีเยอะอันดับต้น ๆ ของโลก ไม่มีปัญหาถูกโจมตีค่าเงินจนสำรองหมดเหมือนปี 40

หัวใจคือ อย่าให้ปัญหาผิดนัดชำระหุ้นกู้ของภาคอสังหาฯ ลามไปถึงสถาบันการเงิน 

สถานะการเงินภาครัฐและสำรองเงินตราระหว่างประเทศไม่ได้มีปัญหาอะไร

‘CEO โบอิ้ง’ รับผิด!! ปมผนังหน้าต่างเครื่องบินหลุดกลางอากาศ ชี้!! เกิดจาก ‘นอตหลวม’ สัญญาจะไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอยอีก

เมื่อวานนี้ (10 ม.ค.67) เดฟ คาลฮูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทโบอิ้ง กล่าวยอมรับว่ากรณี เครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 9 ของ สายการบิน อะแลสกา แอร์ไลน์ ที่ผนังหน้าต่างหลุดออกมาทั้งชิ้นระหว่างบินอยู่กลางอากาศนั้น เป็นความผิดพลาดของโบอิ้ง และได้กล่าวย้ำระหว่างการประชุมกับพนักงานของตนเองว่าบริษัทจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก 

ถ้อยแถลงของซีอีโอโบอิ้งนับเป็นการยอมรับความผิดพลาดของบริษัทต่อที่สาธารณะ ‘เป็นครั้งแรก’ นับตั้งแต่เกิดเหตุชิ้นส่วนหน้าต่างที่ถูกติดตั้งแทนประตูฉุกเฉินหลุดออกมาทั้งหมดระหว่างบินจากเมืองพอร์ตแลนด์ ในรัฐออริกอน ไปยังเมืองออนแทรีโอ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ม.ค.67 ที่ผ่านมา

ขณะที่สแตน ดีล ผู้บริหารระดับสูงของโบอิ้งได้กล่าวระหว่างการประชุมทาวน์ฮอลล์ของบริษัทด้วยว่า โบอิ้งยอมรับว่าเหตุการณ์ถือเป็นความผิดพลาดร้ายแรง และได้ดำเนินการรื้อกระบวนการตรวจสอบ และการควบคุมคุณภาพการผลิตเครื่องบินในบริษัทแล้ว 

คาลฮูน กล่าวต่อหน้าพนักงานในการประชุมทาวน์ฮอลล์ที่โรงงานผลิตโบอิ้ง 737 แม็กซ์ ในวอชิงตัน ว่า รู้สึกสั่นไปถึงกระดูกเมื่อได้ยินข่าวเหตุการณ์ ซึ่งทำให้นึกถึงวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ของโบอิ้งเมื่อเกือบ 5 ปีก่อน หลังจากที่เกิดเหตุเครื่องบินรุ่น 737 แม็กซ์ ประสบเหตุตกถึง 2 ลำ ภายในเวลาห่างกันไม่ถึง 6 เดือน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันมากถึงเกือบ 500 คน และทำให้บริษัทเผชิญวิกฤติครั้งเลวร้ายที่สุด

"อันดับแรกที่เราจะต้องทำเพื่อรับมือกับเหตุการณ์นี้ก็คือ ยอมรับความผิดพลาดของเรา เราจะดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความโปร่งใสอย่างเต็มที่ 100% ในทุก ๆ ขั้นตอนของกระบวนการ" คาลฮูน กล่าวและย้ำว่า โบอิ้งจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (เอฟเอเอ) และคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐ (เอ็นทีเอสบี) 

ทั้งนี้ ผลตรวจสอบบ่งชี้ 'นอตหลวม'

โดยปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินของอะแลสกา แอร์ไลน์นั้น เกิดขึ้นกับแผ่นประตู Door plug ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นประตูและหน้าต่าง แต่ไม่ใช่ประตูที่เปิด-ปิดได้ โดยถูกนำมาแทนที่ประตูทางออก เพื่อให้เครื่องบินสามารถเพิ่มที่นั่งบริเวณดังกล่าวรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น

สายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์ ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบจากช่างเทคนิคที่เข้าตรวจสอบเครื่องบินรุ่น 737 MAX 9 ของบริษัทซึ่งถูกสั่งระงับการให้บริการทั้งหมดชั่วคราว พบว่า เครื่องบินรุ่นดังกล่าวบางลำมีปัญหาเรื่อง ‘ฮาร์ดแวร์หลวม’ ซึ่งสายการบินยังไม่ยืนยันถึงสาเหตุที่แผ่นประตูหลุดขณะบิน แต่ระบุเพียงว่าชิ้นส่วนที่หลุดนั้นถูกยึดด้วย นอตหลัก 4 ตัว และนอตรองอีก 12 ตัว  

ขณะนี้บริษัทกำลังรอเอกสารสุดท้ายที่จะจัดส่งมาจากทางโบอิ้ง และทางสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (เอฟเอเอ) ก่อนจะสามารถเริ่มการตรวจสอบทางเทคนิคอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้านแหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า สายการบิน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ซึ่งได้ระงับเครื่องบินรุ่นดังกล่าวชั่วคราวเช่นกัน ตรวจพบเครื่องบินที่มีปัญหานอตหลวมแล้ว 10 ลำ และตัวเลขอาจสูงขึ้นกว่านี้

ปัจจุบัน มีเครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 9 ที่ถูกสั่งห้ามบินชั่วคราวทั้งหมด 171 ลำ

ชื่นชม!! พนักงานล่ามจีนไหวพริบดี ช่วยผู้โดยสาร 'แม่ลูกชาวจีน' ขึ้นเครื่องทัน 'ค้นหาหนังสือเดินทางเด็กจนเจอ-ประสานสายการบินว่าทั้งสองกำลังไป'

ไม่นานมานี้ เพจ 'ล่ามสนามบินสุวรรณภูมิ' ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีผู้โดยสารชาวจีนท่านหนึ่งเกิดปัญหาค้นหาหนังสือเดินทางของลูกตนเองไม่เจอ แต่สุดท้ายได้พนักงานล่ามจีนของทางสนามบินสุวรรณภูมิเข้าช่วยเหลือ จนทั้งสองแม่ลูกได้เดินทางไปขึ้นเครื่องอย่างราบรื่น ว่า...

ผู้โดยสารชาวจีน กำลังเดินทางกลับประเทศ เมื่อไปถึง Boarding Gate พบว่าหนังสือเดินทางของลูกหาย พยายามค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จึงมาขอความช่วยเหลือพนักงานล่ามจีนตรงจุดเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ห้องโถงขาออก เพื่อช่วยตามหาหนังสือเดินทางของลูก

พนักงานล่ามจีนถามข้อมูลต่าง ๆ และช่วยโทรติดต่อทุกจุดที่ผู้โดยสารไป โทรไปเช็กที่ศูนย์ติดตามสัมภาระสูญหายของสนามบินก็แล้ว ร้านค้าใน Duty Free และ ตม. ทุกทีให้คำตอบเดียวกันว่า "ไม่พบ" 

คุณแม่มีภาวะเครียดและเหนื่อยล้าสะสม เพราะเดินทางกับเด็กแค่ 2 คน จึงเริ่มขึ้นเสียงดังใส่เด็ก น้องก็เริ่มร้องไห้ เหตุการณ์ดูตึงเครียดขึ้น เพราะใกล้เวลา Boarding Gate จะปิด พนักงานล่ามโทรไปแจ้งรายละเอียดเบื้องต้นกับสายการบินที่แม่ลูกใช้บริการ 

สุดท้ายคุณแม่เทของออกกระเป๋าทุกใบ ก็ยังไม่พบ แต่พนักงานล่ามสังเกตว่ายังมีอีกใบยังไม่รื้อค้น ก็คือใบสีเหลืองที่เด็กสะพายอยู่ และเมื่อเปิดออกก็พบหนังสือเดินทางของเด็กทันที คุณแม่รีบวิ่งไปที่ Boarding Gate พนักงานล่ามจีนโทรไปแจ้งสายการบินว่า ผู้โดยสารกำลังไป สุดท้ายทั้ง 2 คนได้เดินทางกลับจีน 

'ดร.อานนท์' ซัด!! 'สส.ก้าวไกล' วิจารณ์ผังเมือง กทม.แบบรู้ไม่จริง คิดจะอวดภูมิทำผังเมืองใหม่ แต่เป้ามุ่งแซะลามสถาบันเบื้องสูง

(11 ม.ค.67) จากกรณีที่ สส.แบงค์-ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เขตจตุจักร บางเขน หลักสี่ กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล กล่าวถึงคณะกรรมการผังเมือง และคนร่างผังเมืองว่า มีประชาชนหลายล้านคนในกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบจากผังเมืองของท่าน ไม่ว่าจะแง่บวกหรือลบ และพวกเขาควรมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ผังเมืองที่ท่านร่างชัดเจน

สำหรับผมในฐานะประชาชนกรุงเทพฯ คนหนึ่ง เป้าหมายสำคัญอย่างหนึ่งของผังเมืองที่ผมต้องการเห็น คือต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และต้องไม่กดทับสิทธิประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง โดยไม่มีมาตรการรองรับ แต่ผังเมืองที่บังคับใช้อยู่ สำหรับผมมันเอื้อประโยชน์อย่างชัดเจน

ด้วยความรู้ของผู้ร่างผังเมือง ท่านต้องทราบดีครับว่าอนาคตของเมืองจะโตไปในทิศทางไหน คุณภาพชีวิตของประชาชนในแต่ละพื้นที่อยู่บนปลายปากกาของท่าน ท่านจะทำให้คนบางคนได้รับประโยชน์มากขึ้น หรือเสียประโยชน์ ก็อยู่ที่ผังที่ท่านร่าง นี่คืออำนาจที่มหาศาล และมีมูลค่ามาก เพราะงั้นท่านมีหน้าที่ต้องระมัดระวัง และรักษาผลประโยชน์ให้คนทุกกลุ่ม แต่สิ่งที่ผมผิดหวังคือ ท่านไม่เคยสื่อสารให้ประชาชนทราบเลย ตรงไหนจะเจริญมากหรือเจริญน้อย

เมื่อผมพูดว่าผังเมืองเอื้อนายทุน หลายท่านออกมาโวยวาย รับไม่ได้กับคำพูดนี้ แต่ในทางกลับกัน การให้ผังแดงของท่านไม่ว่าจะทางทฤษฎีหรือปฏิบัติ ใครก็รู้ครับว่า เป็นเครื่องมือในการเพิ่มมูลค่าที่ดินของเจ้าของที่แปลงนั้น ๆ เอื้อประโยชน์ให้ผู้ได้รับผังสีแดงทันที แต่ท่านพูดเหมือนว่าการให้ผังแดงเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เป็นการเอื้อกลุ่มทุน

ท่านไม่เรียกร้องมาตรการว่า คนได้ผังแดง หรือผัง FAR สูง ไม่เรียกร้องเรื่อง ‘การเก็บภาษีลาภลอย (windfall tax)’ จากการได้ FAR สูงกว่าคนอื่น หรือเรียกร้องให้มีมาตรการต้องทำอะไรเพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งต่างประเทศเขาเก็บภาษีตัวนี้กันเป็นเรื่องปกติ แต่ในไทยไม่มีมาตรการเหล่านี้ ผู้ร่างผังเมืองทราบดีว่าครับว่า กลไกเหล่านี้ ใช้ลดการเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนได้ แต่ที่แปลกคือ คณะกรรมการผังเมือง และคนร่างผังเมืองที่มีผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงาน หลากหลายมิติ ไม่เรียกร้องเรื่องนี้เลย

อีกด้านหนึ่ง การยัดผังสีเขียว และเขียวลาย ซึ่งรอนสิทธิการพัฒนาพื้นที่ของคนตะวันตก และตะวันออกเป็นล้านคน ต้องเป็นพื้นที่รับน้ำ พื้นที่เกษตรห้ามพัฒนาท่านกลับไม่ออกมาเรียกร้อง ‘เงินชดเชย เงินเยียวยา หรือการยกเว้นภาษีที่ดินให้คนผังเขียว’ และท่านได้บอกประชาชนไหมครับว่า ผงที่ท่านวางมือคือต้องการให้ตะวันออกและตะวันตก เจริญช้ากว่าใจกลางเมือง เพราะผังที่ท่านวางจะกดการเจริญเติบโต ไม่เกิดการลงทุนในบริเวณดังกล่าว ทำให้คนเหล่านี้ต้องเข้าไปทำงานในเมืองแทน หลายคนหวังว่าความเจริญจะขยายมาถึงพวกเขา จะได้มีงานทำใกล้บ้าน จะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่มันช้ามากเพราะผังเมืองแทบไม่สนับสนุนให้ความเจริญไปถึงพวกเขา

ซึ่งผมไม่เห็นว่าท่านจะสื่อสารผลกระทบนี้ให้กับพวกเขา และไม่เรียกร้องสิทธิให้พวกเขาเลย ท่านนิ่งเฉยเสียด้วยซ้ำ ไม่ Action ไม่โวยวายเหมือนที่ท่านโวยวายเรื่องผังเอื้อนายทุน นี่คือสิ่งที่ผมผิดหวังมาก ๆ

ผมย้ำท่านนะครับ ในฐานะผู้ที่อยู่เบื้องหลังผังเมือง ซึ่งเป็น ‘สารตั้งต้น’ ของปัญหาเพิ่มมูลค่าที่ดินของนายทุนที่ดินไข่แดง ท่านได้พยายามลดการเอื้อประโยชน์เหล่านี้หรือไม่ ท่านคงโยนว่าเป็นเรื่องของหน่วยงานอื่นในการไปออกมาตรการ แต่ผมต้องย้ำท่านอีกครั้งนะครับว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของท่านโดยตรงที่ต้องรักษาผลประโยชน์จากผังสีที่ท่านระบายด้วยมือท่านเอง และท่านควรต้องเรียกร้อง และป้องกันอย่างเต็มความสามารถ เพราะ ‘ไม่มีใครเข้าใจผังเมืองที่ท่านร่างและอนุมัติได้ดีเท่าตัวท่านเอง’

ปล. ผมคิดว่าเราไม่ควรไปว่า อ.ชัชชาติ เกี่ยวกับตัวร่างนะครับ เพราะว่าท่านไม่ได้เป็นคนร่าง และไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการผังเมือง แต่ในฐานะที่ท่านเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เก่า ผมหวังว่าท่านจะช่วยออกมาตรการ ลดการเอื้อนายทุน และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบครับ ส่วนถ้าจะวิจารณ์เรื่องการประชาสัมพันธ์ และกระบวนการรับฟังความเห็นของกทม. อันนี้เข้าใจได้ครับ ผมก็ไม่ happy ครับ

ต่อมาทางด้าน ‘เบญจมินทร์ ปันสน สส.พรรคก้าวไกล’ ว่าด้วยเรื่องประวัติศาสตร์ ‘ผังเมืองเอื้อกลุ่มทุน’

“ทำไมชนชั้นนำสยาม (สนง.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ขุนนาง และคณบดี) มีที่ดินมากมาย ใจกลางเมือง กรณีศึกษา: ตึกแถวในย่าน เจริญกรุง”

ล่าสุดทางด้าน ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า อันนี้ผมว่าวิจารณ์แบบรู้ไม่จริง กรุงเทพฯ ในอดีตไม่ได้มีการวางผังเมืองแต่อย่างใด กรุงเทพฯ เติบโตแบบไร้การวางแผน ไร้ทิศทางมาก แล้วที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในปัจจุบันนั้นได้มามากในสมัยรัชกาลที่ห้า ก่อนที่จะมีการวางผังเมืองเสียอีก สมัยนั้นกรุงเทพฯ ยังเป็นเวนิสตะวันออกไม่ค่อยมีถนนเสียด้วยซ้ำ

ที่พระคลังข้างที่ได้ที่ดินมาเยอะก็เพราะรับจำนองที่ดิน ไม่ได้ไปกว้านซื้อเองเสียหน่อย แต่แน่นอนว่านายทุนพ่อค้าจะซื้อที่ก็ต้องเก็งกำไรหาทำเลดีไว้อยู่แล้ว แต่พอจะใช้เงินก็เอามาจำนองพระคลังข้างที่แล้วต่อมาใช้หนี้ไม่ไหวเลยหลุดจำนอง พระคลังข้างที่เลยได้ที่ดินแปลงงาม ๆ ในปัจจุบันมามาก

เรื่องนี้จะเอาไปโยงกับการผังเมือง แล้วจะลากไปลามปามสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ไม่สมเหตุสมผล แสดงว่าไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์เสียก่อนเลย อยากให้ สส.ก้าวไกล คนนี้ไปศึกษาประวัติศาสตร์เสียก่อนว่า

หนึ่ง ที่ดินของพระคลังข้างที่และของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ได้นำไปพระราชทานให้คนยากจนในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรที่ยากจนมากมายมาตั้งสมัยรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 10 ได้สืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการพระราชทานที่ดินให้หน่วยราชการ สถานศึกษา รวมมูลค่านับแสนล้านบาท

สอง ที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์จำนวนมากเก็บค่าเช่าถูกมาก และให้คนจนเช่าอยู่ในราคาที่ถูกแสนถูก และทำมานานแล้ว

สาม รศ.ดร. มรว. อคิน รพีพัฒน์ นักวิชาการด้านมานุษยวิทยาชาวไทย ได้ทำงานถวายที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ศึกษาและดำเนินการช่วยเหลือคนจนและช่วยเหลือคนจนให้มีที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 9 จน อาจารย์อคินก็กราบบังคมทูลลาถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว แต่งานของอาจารย์อคินก็ยังมีการดำเนินการต่อมา

เรื่องช่วยเหลือคนยากจน คนด้อยโอกาสให้มีอาชีพและมีที่ทำกินนั้น ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานด้านนี้มาอย่างหนักตลอดพระชนม์ชีพ ทรงปรารถนาให้เกษตรกรมีที่ทำกิน ไม่ขายที่นา และในหลวงรัชกาลที่ 10 ก็ทรงสืบสานสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำมาโดยตลอด ตัดกลับมาที่พรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้าบ้าง

หนึ่ง ครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ ครอบครองที่ดินไว้มากมายในบริเวณสมุทรปราการและกรุงเทพฯ ได้เคยจัดสรรที่ดินเพื่อคนยากจนหรือเกษตรกรมาก่อนบ้างหรือไม่

สอง นายธนาธร นางสมพร นางชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ครอบครองที่ดินป่าสงวนที่ราชบุรี จนโดนกรมที่ดินเพิกถอนกว่าพันไร่ ทำไมก่อนหน้านั้นไม่นำมาจัดสรรให้เกษตรกรที่ยากจนได้มีที่ทำกิน แล้วตอนนี้คดีดังกล่าวไปถึงไหนแล้ว

สาม น้องชายนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พยายามจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์กว่า 20 ล้านบาทเพื่อให้ได้เช่าที่ดินแปลงงาม 12 ไร่ของสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ บนถนนเพลินจิต อันนี้ทำเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ หรือทำเพื่อคนยากไร้ยากจนที่ไม่มีที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัย คดีดำเนินการไปถึงไหนแล้ว

ตกลงไปแก้ปัญหาที่ดินที่ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจครอบครองมากมายและยังไม่ได้จัดสรรที่ดินให้คนยากจนได้อยู่อาศัยหรือทำกินเสียก่อน จะดีกว่าไหม

‘หมอยง’ ชี้!! 'JN.1' เข้าสู่สายพันธุ์หลักโควิด19 ในไทย เหมือนหวัดทั่วไป ‘ติดง่าย-แต่ไม่รุนแรง’ คลายตัวช่วงเดือน 2-3

(11 ม.ค. 67) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘โควิด 19 สายพันธุ์ JN.1 เป็นสายพันธุ์ที่พบมากแล้วในขณะนี้’ ระบุว่า...

ในที่สุด การคาดการณ์ว่าสายพันธุ์ JN.1 ที่ระบาดและติดต่อได้ง่าย ก็เข้ามาเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทย

จากการศึกษาของศูนย์ไวรัส ถอดรหัสพันธุกรรม ในเดือนธันวาคม 14 ตัวอย่าง (ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่รอวิเคราะห์) ด้วยงบประมาณที่จำกัด พบว่าสายพันธุ์เด่นที่พบมากที่สุด เป็นสายพันธุ์ JN.1 แล้ว หลังปีใหม่นี้สายพันธุ์ JN.1 จะเป็นสายพันธุ์หลัก หรือเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นสายพันธุ์ติดต่อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์เดิมที่ผ่านมา

สายพันธุ์ JN.1 พบครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา เป็นลูกของสายพันธุ์ BA.2.86 (Pilora ชื่อของดาวเคราะห์น้อย) เป็นสายพันธุ์ที่ติดต่อได้ง่ายและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ไว้แล้วว่าสายพันธุ์นี้จะเข้ามาแทนที่สายพันธุ์อื่นทั้งหมด

เป็นตามคาดหมาย สายพันธุ์นี้เข้ามาสู่ประเทศไทย เริ่มเด่นชัดในเดือนธันวาคมและแน่นอนหลังปีใหม่นี้ ก็น่าจะเป็นสายพันธุ์ JN.1 สายพันธุ์ใหม่ขณะนี้ยังไม่มีชื่อเล่น

ผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ JN.1 อาการไม่รุนแรง บางคนเพียงเป็นหวัด เจ็บคอเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป ติดต่อได้ง่าย เป็นแล้วก็สามารถเป็นอีก จึงทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังปีใหม่นี้ และคาดว่าผู้ป่วยจะเริ่มลดลงหลังเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ โดยจะลดลงอย่างมากในเดือนมีนาคม แล้วจะสงบลง จนไปถึงฤดูกาลใหม่ในเดือนมิถุนายนปีนี้

ขณะนี้ทางศูนย์ ได้ติดตามสายพันธุ์อยู่ตลอด เนื่องจากมีงบประมาณที่จำกัด จึงทำจำนวนได้ไม่มาก เพื่อเฝ้าระวังแนวโน้มสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ดังแสดงในรูป จะเห็นว่าสายพันธุ์เด่นในเดือนพฤศจิกายน เป็น HK3 แล้วเปลี่ยนเป็น JN.1 ในเดือนธันวาคม และในเดือนนี้สายพันธุ์ส่วนใหญ่จะเป็น JN.1 เพราะแพร่กระจายได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น

ความรุนแรงของโรคไม่ได้เปลี่ยนแปลง สิ่งที่สำคัญที่ต้องศึกษาขณะนี้คือ ระบบภูมิต้านทานเดิมที่มีอยู่มีผลอย่างไร กับการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ใหม่ โดยจะนำสายพันธุ์ใหม่ มาเพราะเชื้อขยายจำนวน แล้วทดสอบกับปฏิกิริยาภูมิต้านทาน ในคนไทย ที่ได้รับวัคซีนชนิดต่างๆ และการติดเชื้อที่ผ่านมา

'ซาอุฯ' ขุดพบเหมืองทองคำใหม่ ยาวนับ 100 กิโลเมตร คุณภาพเกรดพรีเมี่ยม ตีมูลค่าเกือบ 1,800 ล้านล้านบาท

อู้ฟู่ทั้งน้ำมันดิบและทองคำ หลัง 'ซาอุฯ' ขุดเจอเหมืองทองคำใหม่ยาวนับ 100 กิโลเมตรในประเทศ ตีมูลค่าเกือบ 1,800 ล้านล้านบาท คาดเป็นศูนย์กลางทองคำใหม่ในตะวันออกกลาง หนุนดึงดูดต่างชาติมาลงทุนทางตรงในอุตสาหกรรมเหมืองของซาอุฯ

(11 ม.ค.67) BTimes รายงานว่า ทาง 'ซาอุดี อาระเบียน ไมน์นิ่ง' ซึ่งเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมขุดเหมืองแร่และโลหะธรรมชาติในประเทศซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า ได้ขุดค้นพบเหมืองแร่ทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ในภูมิภาคมักกะห์ในประเทศซาอุดีอาระเบีย 

โดยจุดที่ขุดค้นเจอทองคำมีลักษณะเป็นเหมืองทองคำแนวนาวทอดตัวเป็นระยะความยาว 100 กิโลเมตรทางตอนใต้ของเหมืองทองคำมาน ซูราห์-มาสซาราห์ ในเมืองมาอาเดน 

เจ้าหน้าที่สำรวจและขุดเจาะ เปิดเผยว่า ตัวอย่างแร่ทองคำที่สุ่มเก็บจาก 2 จุดในแนวเหมืองทองคำ ซึ่งอยู่ลึกลงไปถึง 400 เมตร และอยู่ติดกับมันซูราห์ มัสซาราห์ ตรวจพบว่า เป็นแหล่งสะสมทองคำคุณภาพระดับสูง วัดได้ 10.4 กรัมต่อตัน และ 20.6 กรัมต่อตัน ทำให้มูลค่ายิ่งมากขึ้น ที่สำคัญ ขั้นตอนการสกัดแร่ทองคำจะง่ายขึ้นกว่าปกติ 

(ภูมิภาคมันซูราห์ มัสซาราห์ ในประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นแหล่งที่มีทองคำมากเกือบ 7 ล้านออนซ์นับถึงสิ้นปี 2023 และมีกำลังการผลิตทองคำถึงปีละ 250,000 ออนซ์)

การขุดค้นพบในครั้งนี้ ทำให้เหมืองทองคำในบริเวณดังกล่าวมีทองคำสะสมรวมมากกว่า 200 ตัน ตีมูลค่ามากถึง 50 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 1,750 ล้านล้านบาท 

ขณะที่ในปี 2020 เหมืองทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซียที่มีชื่อว่า 'ซูคอย ลอก' มีทองคำสะสมราว 40 ล้านออนซ์ และเหมืองทองคำในประเทศแอฟริกาใต้ที่มีชื่อว่า 'เซาท์ ดีพ' มีทองคำสะสมราว 32.8 ล้านออนซ์ อย่างไรก็ตาม ในด้านการผลิตทองคำ กลับพบว่าเหมืองทองคำเนวาด้าในสหรัฐอเมริกาเป็นรายใหญ่ที่สุดด้วยกำลังการผลิตสูงถึงปีละ 3.3 ล้านออนซ์ คิดเป็น 3% ของกำลังการผลิตทองคำทั่วโลก 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้เคยประกาศนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคใหม่ โดยหวังที่จะลดน้ำหนักการพึ่งพาส่งออกน้ำมันดิบ ในฐานะเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกมาเป็นเวลานาน ทำให้มองหาช่องทางที่จะผลักดันภาคเศรษฐกิจอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น การท่องเที่ยว การบริการ และการเงิน รวมไปถึงการขุดเหมือง ที่จะดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ซึ่งการค้นพบทองคำในครั้งนี้ อาจช่วยให้ซาอุดีอาระเบีย ลดการนำเข้าโลหะมีค่าได้ 

ทั้งนี้ ในปี 2021 ซาอุดีอาระเบียนำเข้าทองคำมูลค่า 36,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.28 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นสินค้านำเข้ามากเป็นอันดับ 4 รองจากปิโตรเลียมกลั่น อุปกรณ์กระจายเสียง และ ยานพาหนะ

‘กระทรวงดีอี’ พร้อม ‘คกก.ยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ฯ’ จับมือ ‘การีนา’ ปั้น ‘กางเกงแมวโคราช’ เป็นแฟชั่นไอเทมผ่าน ‘เกม Free Fire’ ผลักดันผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยผงาดในดิจิทัลคอนเทนต์ระดับเวทีโลก

วันที่ 10 มกราคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมงานแถลงข่าวความร่วมมือเพื่อส่งเสริม ‘กางเกงแมวโคราช’ เป็นแฟชั่นไอเทมเกมผ่าน ‘เกม Free Fire’ ซึ่งการีนา ขานรับนโยบายส่งเสริมสินค้าวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยผงาดในเวทีโลกผ่านดิจิทัลคอนเทนต์ โดยมีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม , นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ , นายจิรพิสิษฐ์ รุจน์เจริญ ประธาน YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce) หอการค้าจังหวันครราชสีมา พร้อม Sea (ประเทศไทย) และ การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) นำโดยนางสาวมณีรัตน์ นุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) ,  ดร.ศรุด วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) และนายกฤตย์ พัฒนเตซะ
ผู้อำนวยการอาวุโสประจำประเทศไทย บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่การีนา อีสปอร์ต สตูดิโอ กรุงเทพมหานคร 

นายประเสริฐ กล่าวว่าในนามกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และในนามของคนโคราช มีความยินดีอย่างยิ่ง ในการร่วมประชาสัมพันธ์การส่งเสริมกางเกงแมวโคราช ซึ่งเป็น Cultural Product ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายสู่โลกดิจิทัล เชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการต่อยอดและเผยแพร่ Cultural Product สู่เวทีโลก เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย และโดดเด่นทางวัฒนธรรม อันแสดงถึงอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่มีเสน่ห์และเรื่องราวที่น่าสนใจ คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์ในการประยุกต์พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ตามสมัยนิยมและสอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน

นายประเสริฐ กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลมีความพร้อมให้การสนับสนุนและผลักดันเพื่อให้เกิดเป็น Soft Power จึงทำให้วันนี้ศักยภาพของประเทศไทย มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการนำเผยแพร่สู่ระดับสากล และแนวทางการส่งเสริมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คือ สนับสนุนให้เกิดการเผยแพร่ Cultural Product สู่ช่องทางดิจิทัล เพื่อเพิ่มคุณค่า เพิ่มการรับรู้และการเข้าถึงกลุ่มคนที่หลากหลายและรวดเร็ว โดยกระทรวงดีอีพร้อมดูแลด้านความมั่นคงและปลอดภัยของข้อมูล การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสามารถนำไปต่อยอดผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่นๆ ให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป

“ในโลกสมัยใหม่ที่พึ่งพาเทคโนโลยี การผสานร่วมวัฒนธรรม อัตลักษณ์พื้นถิ่น และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเผยแพร่สินด้าวัฒนธรรม (Cultural Products) ผ่านดิจิทัลคอนเทนท์ จะเพิ่มคุณค่าการรับรู้ และสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่นสู่เวทีโลกให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายประเสริฐ กล่าวย้ำ

สำหรับโครงการนี้ การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นธุรกิจดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนต์ภายใด้กลุ่ม Sea (ประเทศ
ไทย) ได้ร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ , กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , กระทรวงวัฒนธรรม , กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นำ ‘กางเกงแมวโคราช’ สินค้าเอสเอ็มอีไทย ที่ต่อยอดมาจากการประกวดออกแบบลายโคราช โมโนแกรม (KORAT MONOGRAM) เข้าสู่โลกดิจิทัลคอนเทนต์ในฐานะแฟชั่นไอเทมใหม่ล่าสุด ภายในเกม Free Fire เกมแบทเทิลรอยัลระดับโลกจากการีนา ที่เข้าถึงผู้เล่นทั่วโลกกว่า 160 ประเทศ โดยจะเปิดตัวกางเกงแมวภายในเกม Free Fire ในประเทศไทย วันที่ 10 มกราคมนี้ และทยอยเปิดตัวในต่างประเทศภายในปี 2567

ครั้งประวัติศาสตร์ TSB เริ่มส่งมอบคาร์บอนเครดิตแก่สวิตเซอร์แลนด์ จากรถเมล์พลังงานสะอาดเจ้าแรกของโลก

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB เปิดเผยว่า จากความพยายามของบริษัทในการพัฒนาขนส่งมวลชนของประเทศไทยให้เป็นรูปแบบพลังงานไฟฟ้า 100% ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ฝุ่นควันดำอันจะส่งผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน ทั้งยังช่วยเก็บคาร์บอนเครดิต ที่เป็นสิทธิจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น ล่าสุด ทางเครือไทยสมายล์กรุ๊ป และหน่วยงานพันธมิตร ได้เริ่มส่งมอบคาร์บอนเครดิตที่บันทึกได้จากโครงการ “Bangkok E-Bus Programme” โครงการซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศโครงการแรกของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้ความตกลงปารีส Article 6.2  การร่วมมือกันระหว่างไทย-สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยกรอบความร่วมมือภาคสมัครใจ ทั้งยังมีการปฏิบัติตรงตามมาตรฐานด้านคุณภาพต่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน โดยมี Klik Foundation เป็นผู้ซื้อ Carbon Credit ที่เกิดขึ้นและนำ Carbon Credit ดังกล่าวไปลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

สำหรับการพัฒนาในปี 2567 นางสาวกุลพรภัสร์ ทิ้งท้ายไว้ว่า ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความภูมิใจของบริษัทกับพนักงานทุกคน ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งนี้ แม้ตนเองเป็นบริษัทเอกชน 100% ก็จะขออาสาช่วยพัฒนาการคมนาคมขนส่งของไทยอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน ทั้งในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ ความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดั่งความตั้งใจที่ว่า "เดินทางด้วยรอยยิ้ม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" โดยภายในปีนี้จะมีการทยอยนำรถเข้ามาเพิ่มเติม จากปัจจุบันมีรถพร้อมให้บริการอยู่จำนวน 2,200 คัน เป็น 3,100 คันตามเป้าหมาย ขณะเดียวกันบริษัทก็จะพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่เข้ามาให้บริการมากขึ้นควบคู่กันไปด้วย

ขอนแก่น-"ปธ.ก.ธ.จ.ขอนแก่น”ติวเข้ม”ลงพื้นที่สอดส่องหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

ก.ธ.จ.ขอนแก่น ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2567 ซึ่งมีวาระที่สำคัญในการวางแผน ในการสอดส่องในปี 67 ซึ่งประกอบไปด้วยแผนงานในปี 66 และแผนงานในปี 67 ที่เรากำหนดในการลงพื้นที่สอดส่องหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมแก่นภูมิ 2 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสุวิทย์วิจิตรโสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขตตรวจราชการที่ 12 ในฐานะประธานกรรมาธิการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2567 โดยมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนที่ปรึกษาฯเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง

นายสุวิทย์ วิจิตรโสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขตตรวจราชการที่ 12 ในฐานะประธานกรรมาธิการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่าในการประชุม ก.ธ.จ.ขอนแก่น วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 1/2567 ซึ่งเรามีวาระที่สำคัญในการวางแผน ในการสอดส่องในปี 67 ซึ่งประกอบไปด้วยแผนงานในปี 66 และแผนงานในปี 67 ที่เรากำหนดในการลงพื้นที่สอดส่องหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ในวันนี้ก็มีการประชุม และได้ให้ความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางหลากหลาย เพื่อให้แผนงานที่ลงพื้นที่สอดส่อง ตรงกันทุกอย่าง เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน อย่างแท้จริง ซึ่งประโยชน์จะตกกับชาวขอนแก่นจริงๆ 

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่านอกจากนั้นเราได้พิจารณาในเรื่อง แผนการใช้จ่ายในเรื่องงบประมาณ ในการใช้จ่ายกิจกรรมต่างๆ ที่เราจะสอดส่องในโครงการ ทางจังหวัดขอนแก่นหรือทาง ก.ธ.จ.จังหวัดขอนแก่น ได้รับจัดสรรงบประมาณ จากรัฐบาลเป็นเงินจำนวน 75,000 บาท และที่เป็นประเด็นสำคัญ คือในเรื่องของการจัดทำรายงานประจำของ ปี ก.ธ.จ.จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเราก็จะมี 2 เวอร์ชั่น เช่นเวอร์ชั่นที่เป็นกระดาษ หรือ Paper จะมีการเผยแพร่ผ่าน เว็บไซต์สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี และอีกเวอร์ชั่นที่ 2 คือการทำคลิป หรือวีดีโอสั้นความยาวไม่เกิน 5 นาที เพื่อประโยชน์ในการไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านระบบออนไลน์ต่างๆได้ ก็ถือว่าเป็นโครงการที่สำคัญ 

"จากการประชุมในครั้งนี้ เราได้มีการพูดคุยหารือ แนวทางในการทำงานร่วมกันต่างๆที่เป็นประโยชน์ กับประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นในหลายๆมิติด้วย เพื่อให้ทิศทางในการทำงานในปี 67 ให้บรรลุเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ” นายสุวิทย์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top