Monday, 3 August 2026
Hard News Team

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมดูแลความปลอดภัย การจัดกิจกรรม“วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567” ขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 13  ม.ค. 67 โดยหน่วยงาน
ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพร้อมใจกันจัดงาน เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เข้าร่วมกิจกรรม เป็นการสร้างโอกาสและการเรียนรู้ โดยคาดว่าจะมีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก นั้น
พ.ต.อ.หญิง ฉันฉาย  รัตนพานิช รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์  สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยและคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะปัญหาเด็กหาย เด็กพลัดหลงกับบิดา-มารดา หรือผู้ปกครอง และการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ จึงสั่งการให้ตำรวจ
ทุกหน่วยทั่วประเทศดำเนินการ ดังนี้

• กำหนดแผนและมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในห้วงวันเด็กแห่งชาติ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการจัดกิจกรรมที่มีเด็ก เยาวชน และผู้ร่วมงานจำนวนมาก
• ขอความร่วมมือ และสร้างการรับรู้ให้กับ บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ในการดูแลเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เด็กไปเที่ยวลำพัง และควรจัดทำบัตรที่ระบุชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ติดไว้กับ
ตัวเด็ก
• ประสานขอความร่วมมือจากผู้จัดกิจกรรม ให้ระมัดระวังอันตรายจากอุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมและความปลอดภัยของวัสดุอุปกรณ์ โดยเฉพาะสถานที่จัดงานที่อยู่ใกล้แม่น้ำ
ลำคลอง หรือมีสระน้ำ บ่อน้ำ อยู่บริเวณใกล้เคียง
• การใช้รถโรงเรียนหรือรถยนต์โดยสารรับจ้างเป็นยานพาหนะในการเดินทางพานักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นหมู่คณะ ให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดและให้ใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ สอดส่องดูแลอย่าให้เด็กห้อยโหน รวมทั้งระมัดระวังการขึ้นรถลงรถของเด็ก และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนและขับขี่ยานพาหนะ

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธร
ภาค 1- 9 , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พิจารณา
จัดกิจกรรมวันเด็ก ณ ที่ตั้งของหน่วย โดยร่วมกับ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ 
ของแต่ละสถานีตามความเหมาะสม

ในวันเสาร์ที่ 13 ม.ค.67 เวลา 09.09 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์  สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ อาคารบ้านพักส่วนกลางตำรวจเฉลิมลาภ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมกิจกรรมฯ ซึ่งภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมการแสดงจากบุตรหลานข้าราชการตำรวจ, กิจกรรมสันทนาการต่างๆ เพื่อสร้างความสนุกสนาน และการให้บริการซุ้มอาหารและเครื่องดื่ม 

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน และผู้ปกครอง 
โปรดช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลาน เฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่จะเข้ามาฉวยโอกาสสร้างความเดือดร้อนหากพบเห็นเหตุ บุคคล และวัตถุต้องสงสัย หรือต้องการขอความช่วยเหลือ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง หรือแจ้งมายังสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

‘ไทย’ คว้าอันดับ 63 ‘พาสปอร์ตทรงอิทธิพล’ 2024 อันดับดีขึ้นจากปีก่อน ส่วนอันดับ 1 ครองร่วม 6 ชาติ

(11 ม.ค. 67) ‘ประเทศไทย’ ติดอันดับ 63 ในการจัดอันดับดัชนีพาสปอร์ตของเฮนลี่ย์ (Henley Passport Index) ประจำปี 2567 โดยขยับขึ้นจากอันดับ 64 ในปี 2566 และ 70 ในปี 2565

โดยปัจจุบันพาสปอร์ตของไทยสามารถใช้เดินทางสู่จุดหมายต่าง ๆ โดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ทั้งสิ้น 82 จุดหมายปลายทาง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย ตุรกี อิรัก และบราซิล ซึ่งเพิ่มจาก 79 ประเทศในปีที่แล้ว

ขณะที่อันดับ 1 ในปีนี้เป็นการครองอันดับร่วมกันถึง 6 ประเทศด้วยกันคือ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 4 ประเทศ ได้แก่ ‘ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน’ ซึ่งครองอันดับหนึ่งร่วมกับ ‘ญี่ปุ่น’ และ ‘สิงคโปร์’ ขึ้นแท่นพาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

พลเมืองของประเทศเหล่านี้สามารถเดินทางไปยังจุดหมายต่างๆ โดยไม่ต้องขอวีซ่าได้มากถึง 194 แห่งจาก 227 แห่งทั่วโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่นและสิงคโปร์นั้น ครองอันดับ 1 ในดัชนีดังกล่าวมา 5 ปีแล้ว

ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวจัดอันดับหนังสือเดินทางทั่วโลก โดยประเมินตามจำนวนจุดหมายปลายทางที่ผู้ถือหนังสือเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า

ทางด้านเจ้าของสมญานามเสือเอเชียอย่าง ‘เกาหลีใต้’ ตามมาเป็นอันดับ 2 ร่วมกับ ‘ฟินแลนด์’ และ ‘สวีเดน’ ซึ่งสามารถเดินทางไปยังจุดหมายต่างๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า 193 แห่ง

ส่วนอีก 4 ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปอย่าง ออสเตรีย เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ครองอันดับ 3 โดยสามารถเดินทางไปยังจุดหมายต่างๆ ได้ 192 แห่ง

ขณะที่อันดับที่เหลือใน 10 อันดับแรกส่วนใหญ่ตกเป็นของประเทศในแถบยุโรป โดยพาสปอร์ตของ ‘สหราชอาณาจักร’ ไต่ขึ้นสองอันดับมาอยู่ที่อันดับ 4 ซึ่งสามารถเดินทางไปยังจุดหมายต่างๆ โดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ 191 แห่ง เทียบกับเพียง 188 แห่งในปีที่แล้ว

ผู้ถือหนังสือเดินทางของ ‘ออสเตรเลีย’ และ ’นิวซีแลนด์’ ต่างไต่ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 6 ซึ่งสามารถเดินทางไปยังจุดหมายต่างๆ โดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ 189 แห่ง ส่วนหนังสือเดินทางของ ‘สหรัฐ’ ยังรั้งอันดับ 7 โดยสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ได้ 188 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า

ทั้งนี้ นับมาเป็นเวลาถึงหนึ่งทศวรรษแล้วนับตั้งแต่ที่สหราชอาณาจักรและสหรัฐร่วมกันครองอันดับ 1 ในดัชนีดังกล่าวเมื่อปี 2557

สำหรับ 10 ชาติในกลุ่มประเทศ ‘อาเซียน’ นั้น นำโดยสิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ไทย และอินโดนีเซีย 

'ฮัท' สุวิชยา วินิจฉัยธรรม คว้าแชมป์ Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers รับสิทธิ์เข้าดวลวงสวิงกับนักกอล์ฟหญิงระดับโลก ศึก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024

ณ สยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลส์ พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers ระหว่างวันที่ 10-11 กุมภาพันธ์ 2567 ผลปรากฏว่า “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม คว้าตำแหน่งผู้ชนะพร้อมรับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านดอลลาร์ฯ ระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์ 2567 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา  โดยการแข่งขันในครั้งนี้ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม นักกอล์ฟสมัครเล่นวัย 17 ปี จาก จ.ขอนแก่น เป็นผู้นำร่วมหลังจบรอบแรก ทำเพิ่มรอบสองอีก 3 อันเดอร์พาร์ คว้าแชมป์ที่สกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ เฉือนอันดับ 2 “ปาแปง” อลิศา อินทร์ประสิทธิ์ แค่สโตรคเดียว

ทั้งนี้ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม ซึ่งเป็นนักกีฬาในโครงการทีมชาติไทย ของสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ทำได้สำเร็จ เพราะนักกอล์ฟที่เก่ง ๆ มีเยอะมาก ทำให้รู้สึกกดดันเหมือนกัน แต่พยายามไม่คิดมาก และสามารถควบคุมตนเองได้ดี ปัจจัยสำคัญก็คือ การฝึกซ้อมที่ต่อเนื่องมาตลอด โดยการควบคุมของคุณพ่อซึ่งก็เป็นแคดดี้ให้ด้วย สำหรับแผนการเตรียมตัวก่อนการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024” นั้น “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม กล่าวว่า จะพยายามมาออกรอบที่ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส ให้มากขึ้นเพื่อทำความคุ้นเคยกับสนาม เพื่อที่จะได้ทำผลงานให้ดีที่สุดในการแข่งขันร่วมกับนักกอล์ฟระดับโลก ซึ่งหากเป็นไปได้ อยากจะร่วมก๊วนกับ ลิเดีย โค มากที่สุด เพราะเป็นไอดอลในการเล่นกอล์ฟของตนเอง และอยากจะขอแรงใจจากแฟนกอล์ฟทั่วประเทศช่วยติดตามเชียร์ด้วยค่ะ

ด้านนางสาวมนวรา เพชรพลากร ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม ที่สามารถคว้าแชมป์ Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้มีนักกอล์ฟไทยที่มีฝีมือจำนวนมาก และการแข่งขันก็เข้มข้น และสูสีมาก ฮอนด้า รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนในการสนับสนุนนักกอล์ฟไทยไปสู่ระดับเวิร์ลคลาส และอยากให้แฟนกีฬากอล์ฟติดตามชมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ในวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์ 2567 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี และร่วมส่งแรงใจให้นักกอล์ฟไทยด้วย ซึ่งการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Road to Honda LPGA Thailand ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยเปิดรับนักกอล์ฟสตรีชาวไทยในระดับอาชีพและสมัครเล่น ร่วมแข่งขันในวันที่ 10 -11 มกราคม 2567 ณ สยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลส์ พัทยา จ.ชลบุรี โดยครั้งนี้มีนักกอล์ฟเข้าร่วมชิงชัยมากถึง 83 คน โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมกอล์ฟในประเทศไทย รวมถึงการมอบโอกาสให้นักกอล์ฟไทยได้สัมผัสประสบการณ์ในเกมการแข่งขันระดับสากลกับเหล่าโปรกอล์ฟสตรีระดับโลก 

สำหรับการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024” จะเป็นการแข่งขันกอล์ฟสตรีที่เข้มข้นและเร้าใจที่สุดในประเทศไทย โดย ลิเลีย วู นักกอล์ฟสาวอเมริกันวัย 26 ปี มือ 1 ของโลก และเจ้าของตำแหน่งแชมป์ “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023” ยืนยันการกลับมาป้องกันแชมป์ ในขณะที่นักกอล์ฟสาวระดับโลกของไทยก็พร้อมที่จะชิงชัยเพื่อคว้าถ้วยแชมป์ให้แฟน ๆ กอล์ฟชาวไทยได้ชื่นชมเช่นเดียวกัน นำโดย จีน-อาฒยา ฐิติกุล, แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ, เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, พราว-ชเนตตี วรรณแสน, โม-โมรียา จุฑานุกาล และ เม-เอรียา จุฑานุกาล แชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021 เป็นต้น ส่วนการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมแล้วทางเว็บไซต์ www.hondalpgathailand.com โดยสามารถติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ของงาน รวมถึงทางโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม https://www.instagram.com/hondalpgathailand

ตำรวจปากช่อง ขนมาสคอต พี่ช้างเขาใหญ่ รถไอศกรีม ลุยฝุ่นตลบ บุกโรงเรียนชายขอบ มอบของขวัญ ผบ.ตร. ส่งความสุขวันเด็ก

เมื่อวานนี้ (11 มกราคม 2567) เวลา 10.00 น. ที่โรงเรียนบ้านหนองอีเหลอ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พ.ต.อ.วีระพล ระเบียบโพธิ์ ผกก.สภ.ปากช่อง นำตำรวจจิตอาสา , สมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่ , ชมรมฮักเขาใหญ่ ลุยถนนเป็นหลุมเป็นบ่อฝุ่นตลบ ไปเลี้ยงไอศกรีม พร้อมมอบของขวัญให้กับเด็กนักเรียน จำนวน 2 โรงเรียน เนื่องในสัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 คือ โรงเรียนบ้านหนองอีเหลอ และโรงเรียนบ้านหนองตอ ต.จันทึก โดยมีไฮไลต์สําคัญคือ มาสคอตพี่ช้าง เขาใหญ่ มาสร้างหัวเราะให้เด็กๆ และแจกของขวัญ ท่ามกลางความดีใจของเด็กๆ ที่ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ใจดีมอบของมาให้ เพราะโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ธุรกันดาร ผู้ปกครอง และครอบครัวเด็กนักเรียนมีฐานะยากจน ส่วนมากจะมีอาชีพเกษตรกรทำไร่มัน และไร่อ้อย รวมถึงรับจ้างทั่วไป รายได้ครอบครัวจะน้อย

สำหรับกิจกรรมจิตอาสาวันเด็กออนทัวร์ 2024 ผบ.ตร.ได้สนับสนุนของขวัญ อาหาร ขนม ไปร่วมสนับสนุนจัดเลี้ยงในงานวันเด็กใน 10 โรงเรียนของเขาใหญ่ และปากช่อง รวมถึง 4 โรงเรียนในอำเภอวังน้ำเขียว โดยมีนักเรียนกว่า 1,500 คน จะได้รับของขวัญดังกล่าว

12 มกราคม 2566 เปิดฉากดีลยักษ์ 'เอสโซ่ - บางจาก' ปิดฉากตำนาน 'ปั๊มเสือ' 129 ปีในไทย

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนแรงในวงการพลังงาน หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2566 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2566 ได้มีมติเอกฉันท์อนุมัติการเข้าทำธุรกรรมและเห็นชอบให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จาก ExxonMobil Asia Holdings Pte. Ltd. 

โดยบางจากฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับ ExxonMobil เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2566 และคาดว่าจะสามารถดำเนินการซื้อขายและชำระเงินค่าหุ้นแก่ผู้ขายได้ภายในครึ่งหลังของปี 2566 โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขบังคับก่อนที่กำหนด และเตรียมพร้อมทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมด (tender offer) ของเอสโซ่ หลังจากการทำธุรกรรมกับ ExxonMobil เสร็จสิ้น

ซึ่งการเข้าซื้อกิจการ ESSO ประเทศไทย โดยมีสัดส่วน 65.99% โดยคิดเป็นมูลค่าเบื้องต้นราว 20,000 ล้านบาท โดยราคากิจการที่ซื้อจะเป็นราคาที่ตั้งต้นด้วย 55,000 ล้านบาท ก่อนปรับปรุงรายการทางการเงินต่าง ๆ อีกราว 25,000 ล้านบาท ทำให้เหลือเป็นราคากิจการเบื้องต้นราว 30,000 ล้านบาท และการลงทุนครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญสู่ความมั่นคงทางพลังงานที่มากขึ้นของบางจากฯ และประเทศไทย เป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่เพิ่มความยั่งยืนและเพิ่มการเข้าถึงพลังงานได้ง่ายขึ้น

สำหรับการลงทุนครั้งนี้มีสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องคือโรงกลั่นน้ำมันกำลังการกลั่น 174,000 บาร์เรลต่อวัน เครือข่ายคลังน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศกว่า 700 แห่ง ก่อให้เกิดการประหยัดเชิงขนาดและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนของบริษัท โดยจะทำให้บางจากฯ มีกำลังการกลั่นน้ำมันรวม 294,000 บาร์เรลต่อวัน 

และเครือข่ายสถานีบริการกว่า 2,100 แห่ง ซึ่งการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าว เป็นการเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 65.99% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ เอสโซ่ จาก ExxonMobil โดยมีมูลค่ากิจการ 55,500 ล้านบาท และมีกลไกการปรับราคาซื้อขายหุ้นตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายหุ้น

ดังนั้นเมื่อ บางจาก ได้รวมกับ เอสโซ่ แล้ว จะทำให้ บางจาก มีความยิ่งใหญ่เพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว โดยหากมองจากจำนวนสาขาบริการน้ำมันหากรวมกันจะอยู่ที่กว่า 2,100 สาขา ทั้งนี้หากนำไปเทียบกับสถานีบริการน้ำมันของผู้ประกอบการราย อาทิ เช่น โออาร์ (OR) มีสถานบริการน้ำมันอยู่ที่ 2,473 สาขา และ พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) มีสถานีบริการน้ำมัน 2,212 สาขา 

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นการปิดตำนาน ‘ปั๊มพี่เสือ’ อย่างเป็นทางการ หลังเปิดให้บริการมาทั้งสิ้น 129 ปีในประเทศไทย และหลงเหลือไว้แต่เพียงความทรงจำให้นึกถึง...

‘ปูติน’ กร้าว!! ‘รัสเซีย’ สามารถพึ่งพาตนเองได้ทุกแง่มุม ย้ำ!! พร้อมก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งและมั่นใจ

(11 ม.ค. 67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันพุธ (10 ม.ค.) ที่ผ่านมา วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่ารัสเซียได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นประเทศที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในทุกแง่มุม

ทำเนียบเครมลินของรัสเซีย อ้างอิงคำกล่าวของปูตินระหว่างการพบปะกับผู้อยู่อาศัยในเมืองอะนาดีร์ ในเขตปกครองตนเองชูคอตคาของรัสเซีย โดยระบุว่าแนวคิดหลักที่รัสเซียพิสูจน์ต่อตนเองและคนทั้งโลก คือการที่รัสเซียเป็นประเทศที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในทุกแง่มุม

ปูตินระบุว่ากลุ่มประเทศชั้นนำของยุโรปกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยชี้ว่าขณะที่เศรษฐกิจของรัสเซียกำลังเติบโต แต่เศรษฐกิจของยุโรปกลับกำลังประสบกับสภาวะถดถอย ซึ่งทำให้การพึ่งพารัสเซียของยุโรปแข็งแกร่งกว่าการพึ่งพายุโรปของรัสเซีย

ทั้งนี้ ปูตินระบุว่ารัสเซียยังคงเป็นประเทศที่แข็งแกร่งและก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ และสิ่งนี้เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของปีที่ผ่านมา

เปิดโปรไฟล์ ‘นนกุล’ อนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ จบเอกภาพยนตร์ ผลงานเด่นๆ เยอะ รางวัลเพียบ!!

(11 ม.ค. 67) จากกรณีนักแสดงมากความสามารถ ‘นนกุล-ชานน สันตินธรกุล’ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ไปนั้น

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ‘วัยรุ่นเพื่อไทย Pheuthai Fc’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสิ่งที่หลายคนสงสัยว่า ‘นนกุล-ชานน สันตินธรกุล’ มีอะไรดี? ทำไมถึงได้มาเป็นอนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ พร้อมแนบประวัติการศึกษาที่ระบุว่าเจ้าตัวสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และสำเร็จการศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการผลิตภาพยนตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

คราวนี้เรามาทำความรู้จัก ‘นนกุล-ชานน สันตินธรกุล’ กันให้มากขึ้นกว่าเดิม พร้อมส่องผลงานที่ผ่านมาว่ามีอะไรบ้าง? และเหมาะสมหรือไม่กับตำแหน่งอนุกรรมการ ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ด้านภาพยนตร์

>> ผลงานการแสดง : ภาพยนตร์

ปี 2558 
- คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์
- Love Love You อยากบอกให้รู้ว่ารัก ปี๊ด

ปี 2560 ฉลาดเกมส์โกง 
ปี 2562 มิสเตอร์ดื้อ กันท่าเหรียญทอง
ปี 2565 บุพเพสันนิวาส 2 

>> ผลงานการแสดง : โทรทัศน์

ปี 2558 Hormones 3 The Final Season

ปี 2559
- I SEE YOU พยาบาลพิเศษเคสพิศวง
- Love Song Love Series ตอน เพื่อนสนิท
- บางรักซอย 9/1 

ปี 2560 
- Love Song Love Series to be continued ตอน เพื่อนสนิท
- Project S ตอน Shoot! I Love You

ปี 2562 Bangkok Love Stories 2 ตอน เรื่องที่ขอจากฟ้า
ปี 2564 46 วันฉันจะพังงานวิวาห์

ปี 2565 
- 23:23 สัญญา สัญญาณ
- หอมกลิ่นความรัก
- Wannabe ฝัน กล้า บ้า ดัง, หารักด้วยใจเธอ

ปี 2566 
- remember แค้นนี้ไม่มีลืม
- ร้อยเล่ม เกมออฟฟิศ

>> รางวัลที่ได้รับ

ปี 2560 : 
- รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี สาขา นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
- รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ สาขา นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
- รางวัลภาพยนตร์ไทย ชมรมวิจารณ์บันเทิง สาขา นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
- รางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย สาขา นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

ปี 2561 : 
- ชิกสไตล์อะวอดส์ 2018 (Chic style Awards 2018) สาขา นักแสดงนำชาย
- รางวัลชมรมสร้างสรรค์และพัฒนาเยาวชนแห่งประเทศไทย สาขา เยาวชนต้นแบบ (นักร้อง, นักแสดง)

ปี 2566 : 
- รางวัลกินรีทอง มหาชน ครั้งที่ 8 นักแสดงนำชายซีรีส์ยอดเยี่ยมแห่งปี

นอกจากนี้ ครั้งที่ ‘นนกุล’ ยังได้เป็นตัวแทนจากภาพยนตร์ ‘บุพเพสันนิวาส 2’ ขึ้นไปรับรางวัล ละคร/ภาพยนตร์ สืบทอด สร้างสรรค์ ศิลปวัฒธรรมร่วมสมัย ซึ่งนอกจากจะกล่าวขอบคุณแล้ว ในช่วงท้ายยังได้ฝากข้อความไปถึงรัฐบาลให้สนับสนุนวงการบันเทิงไทย และเชื่อว่าทุกคนต้องการเห็นวงการบันเทิงไทยไปสู่ระดับโลกด้วย เรียกเสียงปรบมือและเสียงเชียร์ล้นหลาม ได้ใจชาวโซเชียล แถมยังยกให้เป็น MVP ของงานอีกด้วย

‘ภูมิธรรม’ โวย! ‘สส. ก้าวไกล’ ใส่ความเท็จ ปมไม่เซ็นรับรอง พ.ร.บ. อากาศสะอาด

‘ภูมิธรรม’ ฉุน!! ‘สส.ก้าวไกล’ พูดจาใส่ร้ายเพื่อไทย ชี้!! เป็นปัญหาจริยธรรม เตือนหัวหน้าพรรคก้าวไกล ดูแลคนของตัวเองอย่างจริงจัง อย่าปากว่า ตาขยิบ 

(11 ม.ค.67) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพผ่าน X ระบุถึงกรณี สส.พรรคก้าวไกล ออกมาตำหนินายกฯ ไม่ยอมเซ็นรับรอง พ.ร.บ.อากาศสะอาดของพรรคก้าวไกลเพราะกลัวจะเป็นผลงานของก้าวไกล โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ เป็นการเล่นการเมืองทุกอย่างว่า...

“ผมไม่สบายใจ การพูดใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยโดยพูดความจริงไม่หมด หรือพูดแค่ครึ่งเดียว เราทำงานให้ประชาชน ไม่ใช่ทำให้พรรคตัวเอง แบบเอาข้อเท็จมาใส่ร้ายพรรคอื่น เพื่อชัยชนะของพรรคตน”

นายภูมิธรรม ฝากถึงหัวหน้าพรรคอีกด้วยว่า “ขอให้ดูแลคนของตนอย่างจริงจังด้วย..นี่เป็นปัญหาจริยธรรมเลยครับ เตือน ‘อย่าปากว่า ตาขยิบ’”

‘ลอรี่ รทสช.’ ไล่ ‘สส.ก้าวไกล’ กลับไปทำการบ้านให้ดีกว่านี้ หลังอธิบายเรื่องผังเมือง แต่กลับพาดพิง ‘สำนักทรัพย์สินฯ’

(11 ม.ค. 67) นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจาก สส.ก้าวไกล ได้อภิปรายในสภาฯ ในวันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เกี่ยวกับเรื่องผังเมือง โดย นายพงศ์พล ระบุว่า “ผังเมือง...อย่าโหนเรื่องเจ้า

ถกเรื่องผังเมืองกรุงเทพฯ อยู่ ๆ ตัวแทนก้าวไกล โพร่งออกมาพาดพิงสำนักทรัพย์สินฯ

ฟังนะครับ…ที่ดินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีจำนวนทั้งสิ้น 41,000 ไร่ ส่วนใหญ่จัดสรรให้ราชการเช่าใน ‘ราคาต่ำ’ เพื่อประโยชน์ของปชช. ถึง 93% มีพื้นที่เชิงพาณิชย์เพียง 7% เท่านั้น

ยิ่งไปกว่านี้ สถาบันกษัตริย์ยังมีการพระราชทานโฉนดที่ดิน เพื่องานราชการ และสร้างโรงเรียนเนือง ๆ อยู่ตลอด

มิใช่ตามที่ต้นทางโจมตีผิด ๆ ว่าเอาที่ดินมาหากินแต่อย่างใด...โปรดจำไว้ใส่กระหม่อม

หากต้องการ ถกเรื่องการพัฒนาผังเมืองกรุงเทพ ฉบับใหม่แบบจริง ๆ จัง ช่วยทำการบ้านมากกว่านี้ เพราะผังเมืองปฏิเสธไม่ได้หรอกมันคือ การถ่วงดุลย์ระหว่าง คุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัย-สิ่งแวดล้อม ให้บาล๊านซ์กับ ความเจริญ (เติบโตจากภาคเอกชน)

ปราศจากทุนเมืองก็ไม่โตครับ เอกชนสร้างตึกทุกที่ไม่มีข้อจำกัด สภาพคนกรุงก็ร่อแร่ครับ...นี่คือความเป็นจริง ถ้าเรายังยืนอยู่บนโลกใบเดียวกัน ไม่มีตรรกะอุดมคติเพ้อฝันนัก

ฉะนั้นต้องเจาะดูเป็นโซนครับ ตรงไหนไม่ยอมให้เอกชนขยายแล้วอย่าง สุขุมวิท-พร้อมพงษ์ ขีดปากกาล้อมไว้ ลงรายละเอียดลึก

เพราะโหนด่าแต่กลุ่มทุน ด่าแต่สำนักทรัพย์สินฯ ให้คนเย้ว ๆ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา เป็นแค่การหาเรื่อง ของพวกไม่ทำการบ้านเท่านั้น

‘TCMA’ ชู!! ต้นแบบนิเวศนวัตกรรม บรรลุ Net Zero 2050  พร้อมดัน ‘สระบุรี’ ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกในไทย

เมื่อวานนี้ (10 ม.ค.67) ดร.ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยว่า TCMA ได้ดำเนินการร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

ทั้งนี้ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าดำเนินงานของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ที่ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ มุ่งสู่การลดการปล่อยคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap การนำโรดแมปสู่การปฏิบัติการเปลี่ยนผ่าน

อีกทั้งยังได้แลกเปลี่ยนการดำเนินงานภายใต้แนวคิด Climate Partnership Determination นอกจากนี้ TCMA ได้ร่วมกับ Global Cement and Concrete Association (GCCA) องค์กรด้านซีเมนต์และคอนกรีตระดับโลก นำเสนอความก้าวหน้าดำเนินงาน Decarbonization Action และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกในระดับโลก

ดร.ชนะ กล่าวอีกว่า TCMA นำ 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap มาสู่การปฏิบัติการเปลี่ยนผ่าน เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 มีการจัดทำแผนการดำเนินงานที่ลงรายละเอียด และพัฒนานิเวศนวัตกรรมดำเนินงานบูรณาการความร่วมมือเชิงพื้นที่ในจังหวัดสระบุรี ภายใต้ Public-Private-People Partnership (PPP)-Saraburi Sandbox: A Low Carbon City สร้างสระบุรีเป็นต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกในไทย 

PPP-Saraburi Sandbox เป็นการพัฒนารูปแบบความร่วมมือทำงานในเชิงพื้นที่ (Area Base) โดยใช้แนวทาง 3C คือ Communication - Collaboration - Conclusion step-by-step และ 3P คือ Public - Private - People Partnership นำโดยจังหวัดสระบุรี บูรณาการความร่วมมือและร่วมกันกำกับดูแล ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในทุกระดับ ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ทำงานเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ผ่านโครงการต้นแบบที่สอดคล้องกับ Thailand NDC แผนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ครอบคลุมมิติด้านนโยบาย กฎหมาย กฎระเบียบ (Policy/ Law/ Regulation) 

อีกทั้ง ด้านแหล่งทุน (Climate Funding) ด้านเทคโนโลยี (Technology) และด้านการกำกับดูแล (Governance) การดำเนินงานด้วยวิธีนี้ จะทำให้โครงการที่ทำด้านลดก๊าซเรือนกระจกมีความชัดเจนและวัดผลได้

สำหรับโครงการภายใต้ PPP-Saraburi Sandbox จะประกอบด้วย 

- การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Accelerating Energy Transition) เช่น การจัดหาพื้นที่ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ (Solar Floating) และระบบผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน การพัฒนาสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Grid Modernization) และการส่งเสริมปลูกพืชพลังงาน เช่น หญ้าเนเปียร์

- การยกระดับเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Fostering Green Industry & Green Product) ด้วยการศึกษาเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน และส่งเสริมการใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ หรือปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก รวมถึงการพัฒนาปูนซีเมนต์ที่ผลิตจากนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

- การจัดการวัสดุเหลือใช้ (Turning Waste to Value) ด้วยการนำวัสดุเหลือใช้มาเป็นวัตถุดิบทดแทน หรือใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE)

- การทำเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ (Promoting Green Agriculture) ด้วยการปลูกพืชพลังงานตามโมเดล BCG เช่น การทำนาเปียกสลับแห้ง ลดการใช้น้ำ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

- การเพิ่มพื้นที่สีเขียว (Increasing Green Space) สนับสนุนการปลูกป่าชุมชนเพิ่ม 38 แห่งทั่วจังหวัด ช่วยดูดซับคาร์บอน ต่อยอดสู่การซื้อขายคาร์บอนเครดิต และสร้างรายได้ให้ชุมชน

"การนำเสนอดังกล่าวอยู่ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 28 (COP28) ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์" 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top