Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

‘เจ้าของร้านหมูกระทะ’ ช้ำใจ ถูก ‘คนพิการ’ เอาเปรียบ หลังเปิดให้กินฟรี  ซ้ำ!! ทำภาษามือนินทาพนักงานโง่ ตัดพ้อ!! มีความคิดอยากเลิกทำ

(15 ม.ค.67) ‘บูม หมูกระทะ’ อินฟลูเอนเซอร์ผู้โด่งดังจากการเก็บสุนัขมาเลี้ยง ก่อนจะทำธุรกิจร้านหมูกระทะชื่อ ‘เทยกะทะ’ และเปิดให้คนท้อง คนพิการ เด็ก และคนสูงอายุ กินฟรี

ล่าสุด ‘บูม’ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขอความเห็นใจว่า "อย่าเอาความใจดีของบูมมาเอาเปรียบบูมเลย ที่บูมให้คนท้อง พิการ เด็ก คนแก่ ทานฟรี เพราะอยากให้กำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มาทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยมันทำให้บูมมีความคิดอยากจะเลิกให้ทานฟรี

มีคนพิการ หูหนวก เป็นใบ้ นัดกันมา 10 คน แล้วนั่งกระจายโต๊ะ 10 โต๊ะ ไม่นั่งด้วยกันแล้วบอกว่ามาคนเดียว เผื่อจะได้คนละชุดเป็น 10 ชุด พอพนักงานเสิร์ฟ 10 ชุดแล้ว เขาจึงมานั่งร่วมโต๊ะกันและบอกพนักงานว่า 5 ชุดกินที่ร้าน อีก 5 ชุดจะห่อกลับบ้าน แล้วคุยภาษามือว่า พนักงานร้านบูมโง่พวกเขาฉลาด

อีกเคสพิการหูหนวกเป็นใบ้ พนักงานที่ร้านจะแจ้งทุกครั้งว่า ถ้าจะดื่มแอลกอฮอล์ และกุ้งเผา ส้มตำ ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพราะค่าหมูกระทะน้ำดื่มคือฟรี เขาก็เขียนกระดาษให้พนักงานว่าไปดูถูกเขา ว่าเขาจะไม่มีตังค์จ่ายหรอ แล้วก็สั่งจนเต็มโต๊ะทั้งกุ้งเผาทั้งเบียร์ แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ทำเนียน หนีออกจากโต๊ะทีละคนแล้วก็ไม่จ่ายตังค์เลย

บูมคิดหลายครั้งมากว่าจะไม่ให้ทานฟรีแล้ว แต่ก็เห็นใจคนที่เขาไม่มีโอกาสได้ทานจริง ๆ ถ้าเป็นทุกคนยังอยากให้ทานฟรีอยู่ไหมคะ?"

‘อัสสัมชัญ’ แจง ปม นร.ลาไปแข่งสนุกเกอร์ แต่ให้ติด 0 พลศึกษา พบ!! กรอกข้อมูลพลาด ล่าสุดเตรียมนัดหมายแก้ไขคะแนนแล้ว

(15 ม.ค. 67) จากกรณีนายสมฤกษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา หรือ ‘ปูเป้ ฟุตบอล 108’ ผู้สื่อข่าวกีฬารุ่นใหญ่ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ด.ช.ลมหนาว อิศรางกูร ณ อยุธยา ลูกชาย เป็นตัวแทนไปแข่งกีฬาสนุกเกอร์เยาวชนแห่งชาติ รอบคัดเลือก ก่อนคว้ามา 2 เหรียญทอง สร้างชื่อให้กับโรงเรียนอัสสัมชัญ แต่กลับติด 0 ในวิชาพลศึกษาและสุขศึกษาในการสอบกลางภาค

ล่าสุดที่โรงเรียนอัสสัมชัญ นายสมฤกษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา พร้อมภรรยา ผู้ปกครองน้องลมหนาว เข้าพบ ภารดา ดร.อาวุธ ศิลาเกษ ผอ.รร.อัสสัมชัญ เพื่อพูดคุยและทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนชี้แจง

นายสมฤกษ์ เผยว่า ลูกชายมีวิชาเรียนทั้งหมด 15 วิชา ช่วงสอบกลางภาคได้เข้าสอบไปแล้ว 13 วิชา แต่ยังเหลือวิชาพลศึกษากับสุขศึกษาที่ยังไม่ได้สอบ เพราะลูกต้องไปแข่งกีฬา และทำหนังสือขอตัวไปแข่งขัน ส่งไปขออนุญาตกับโรงเรียนอย่างชัดเจนแล้ว ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้รับผลการสอบและทราบว่าผลการสอบติด 0 น้องลมหนาวกับครอบครัวก็รู้สึกงง วันนี้จึงมาพบกับผู้อำนวยการโรงเรียนและได้รับการชี้แจงที่ชัดเจนแล้ว จึงไม่ติดใจอะไรอีก

มาสเตอร์โสภณ สกุลเรือง หัวหน้างานประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน ชี้แจงว่า โรงเรียนขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงหารือกับผู้ปกครองกระทั่งได้ข้อสรุปว่า คะแนนที่ผู้ปกครองได้รับ เป็นคะแนนสอบกลางภาค ไม่ใช่เกรด และโรงเรียนพบข้อผิดพลาดของระบบการลงคะแนนผ่านคอมพิวเตอร์ว่า แท้จริงแล้วการลงข้อมูลในคอมพิวเตอร์ดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องระบุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น แต่สามารถระบุสาเหตุอื่นได้ เช่น ยังไม่ได้สอบหรือเหตุผลอื่นๆ

ทั้งนี้ การลงคะแนนดังกล่าวมีระยะเวลาที่กำหนดไว้ ทำให้ครูต้องรีบกรอกข้อมูล จึงอาจเกิดข้อบกพร่องขึ้นได้ ก่อนมอบหมายให้ครูประจำชั้น ดูแลนักเรียนเป็นรายบุคคลไม่เพียงแต่ให้ครูประจำวิชาคอยดูแลเท่านั้น แต่ขณะนี้โรงเรียนยังไม่ได้พูดคุยกับครูประจำวิชาดังกล่าว เนื่องจากมีภารกิจส่งนักเรียนไปแข่งขันวอลเลย์บอลที่ต่างจังหวัด และหลังจากนี้จะนัดหมายน้องลมหนาวเข้ามาแก้ไขคะแนนต่อ

มาสเตอร์โสภณ กล่าวอีกว่า โรงเรียนมีแนวทางการส่งเสริมนักเรียนในด้านกีฬา ดนตรีและอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นในระดับใด จะมีคะแนนให้เพิ่มเติมตามเกณฑ์ของโรงเรียนที่สนับสนุนนักเรียนที่สร้างชื่อเสียงในด้านต่างๆ

‘Microsoft’ ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก แซงหน้า!! ‘Apple’ หลังได้รับแรงหนุนจากเอไอ

(15 ม.ค. 67) เพจเฟซบุ๊ก Business Tomorrow โพสต์ข้อความระบุว่า…

‘Microsoft’ แซงหน้า ‘Apple’ สู่บริษัทที่มีมูลค่าบริษัทมากที่สุดในโลกถือเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่ากิจการบริษัทตามราคาหุ้น (Market Cap.) สูงที่สุดในโลก แซงแอปเปิล (Apple) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังปิดการซื้อขายในตลาดหุ้นคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา จากที่แซงได้ชั่วคราวเมื่อวันก่อน

ซึ่งมูลค่ากิจการของไมโครซอฟท์อยู่ที่ 2.89 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่แอปเปิลอยู่ที่ 2.87 ล้านล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้แอปเปิลจึงมีโอกาสกลับมาแซงได้เช่นกัน ที่ผ่านมาไมโครซอฟท์มีมูลค่ากิจการสูงกว่าแอปเปิลช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทั้งในปี 2018 และปี 2021

โดยปัจจัยบวกที่ทำให้มูลค่ากิจการไมโครซอฟท์เพิ่มสูงขึ้นคือ AI โดยเฉพาะจากการลงทุนใน OpenAI และการประกาศผลักดันฟีเจอร์ด้าน AI ต่าง ๆ ออกมาโดยตลอด ทำให้ไมโครซอฟท์ได้รับความเชื่อมั่นสูงว่าจะได้โอกาสจากการเติบโตของ AI ที่เป็นธีมสำคัญทางเทคโนโลยีในปีนี้ ขณะที่แอปเปิลนั้นมีข่าวที่ส่งผลกระทบหลายอย่าง ตั้งแต่ Apple Watch อาจถูกสั่งห้ามขายในอเมริกา, บทวิเคราะห์ของธนาคาร Barclays ที่ปรับลดมูลค่าของแอปเปิลลง, ข่าวอุปกรณ์ถูกสั่งแบนจากหน่วยงานของรัฐบาลจีน และอื่น ๆ

‘ปตท.สผ.’ ชวนเยาวชนร่วมอนุรักษ์ ‘ทะเลไทย’ ผ่านโครงการ ‘PTTEP Teenergy ปีที่ 9’ 

(15 ม.ค.67) สุศมา ปิตากุลดิลก รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนและบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ปตท.สผ. กล่าวว่า นอกจากภารกิจหลักของ ปตท.สผ. ในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการร่วมดูแล รักษาและปกป้องท้องทะเลไทย

โดยผสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนชุมชนในการทำโครงการเพื่อสังคมผ่านกลยุทธ์ ‘ทะเลเพื่อชีวิต’ (Ocean for Life)

โครงการ PTTEP Teenergy ถือเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสังคมของ ปตท.สผ. ที่จะมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เยาวชนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

“ทั้งนั้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย และสร้างโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจให้กับชุมชนรอบชายฝั่ง ปตท.สผ. จึงจัดการประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิดทะเลเพื่อชีวิต (Ocean for Life) ด้วยการเชิญชวนนิสิต นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับ ปวส. ถึงระดับปริญญาตรีมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

ซึ่งเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ นอกจากจะได้รับความรู้และประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียน รวมถึงยังเป็นการปลูกฝังการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลผ่านการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับทะเลไทย และสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนและสังคมต่อไป”

สำหรับผลงานจากการประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลก่อนหน้านี้ ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์จริงในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดย ‘อัครพันธ์ ทวีศักดิ์’ หรือ ‘น้องไอซ์’ บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ตัวแทนทีม Green Grove รองชนะเลิศอันดับ 1 หัวข้อ ‘Preserve’ ในการประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลครั้งที่ 1 ปี 2564 จากผลงาน IMPOT ชุดปลูกโกงกางอัจฉริยะเพื่อฟื้นฟูป่าชายเลนอย่างมีระบบ

‘อัครพันธ์’ เล่าถึงไอเดียเล็ก ๆ ใน Proposal ที่ตอนนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อต่อยอดทำให้ทุกคนได้เห็นคุณค่า และเข้าใจในเรื่องการปลูกป่าชายเลนมากยิ่งขึ้น ว่าตัดสินใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในโครงการ โดยได้แนวคิดมาจากถุงเพาะกล้าไม้พลาสติก ที่ส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้หลังจากปลูกป่าชายเลนเสร็จแล้ว

จึงเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียที่อยากจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ ด้วยการให้คนที่ปลูกป่าชายเลนเห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากร ที่ทุกคนสามารถช่วยทำให้เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ เพียงเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาผลิตเป็นกระถางสำหรับบรรจุต้นไม้พร้อมปลูก เพื่อนำไปใช้แทนถุงพลาสติกแบบเดิม

ขณะที่ ‘อพินญา คงคาเพชร’ หรือ ‘น้องตาล’ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ตัวแทนทีม Scraber ผู้ชนะเลิศ หัวข้อ Provide ในการประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลครั้งที่ 1 ปี 2564 จากผลงาน The Automatic Warning of Crab Molting Detection by Application

เล่าด้วยความภาคภูมิใจถึงจุดเริ่มต้นที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ชุมชน และเพิ่มมูลค่าให้กับสัตว์น้ำในเชิงเศรษฐกิจว่าความคิดแรกเริ่มคือต้องการช่วยเหลือธุรกิจของครอบครัวเพื่อนซึ่งทำฟาร์มปูนิ่มเท่านั้น

“แต่เมื่อส่งผลงานเข้าประกวด และได้รับรางวัลชนะเลิศ ทำให้ได้รับโอกาสที่ดีจาก ปตท.สผ. ในการต่อยอดผลงาน เนื่องจากปูนิ่มเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำเศรษฐกิจของชุมชนในจังหวัดสตูล สำหรับ Application ระบบการแจ้งเตือนการตรวจจับการลอกคราบปูที่คิดค้นขึ้นนั้น สามารถนำไปช่วยเหลือในการดูและจับการลอกคราบของปูด้วยตาเปล่าในช่วงกลางคืน

ซึ่งเครื่องมือนี้จะช่วยชุมชนประหยัดเวลา กำลังคน และสามารถบริหารจัดการฟาร์มได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งในอนาคตยังสามารถต่อยอดนำไปใช้กับปูชนิดอื่น ๆ เพื่อขยายตลาดและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในท้องถิ่นได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย”

สำหรับ ‘กวินธิดา ปิ่นทอง’ หรือ ‘น้องฟอร์แทรน’ นิสิตจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตัวแทนทีม Sea the Future ผู้ชนะเลิศหัวข้อ Provide ในการประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลครั้งที่ 2 ปี 2565 จากผลงาน Fisherman’s Friend Application เชื่อมโยงเครือข่ายชาวประมงชายฝั่ง ให้มุมมองในฐานะที่ตนเองเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ PTTEP Teenergy และได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก

“อยากจะเชิญชวนทุกคนส่งผลงานเข้ามาประกวดกันเยอะ ๆ ถึงแม้จะไม่ได้รับรางวัล แต่มั่นใจได้เลยว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดี ได้รับความรู้ คำแนะนำ จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมากมาย ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดไอเดีย เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลได้ หรือหากเป็นทีมที่ได้รับรางวัลในการต่อยอดแบบพวกเรา ก็เป็นโอกาสที่ผลงานจะได้รับการพัฒนา และนำมาใช้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล หรืออาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่นำไปช่วยชุมชนของเราได้อีกด้วย”

กล่าวกันว่า การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกคน เพื่อช่วยกันดูแลให้ทรัพยากรทางทะเลได้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

ดังนั้น ผู้สนใจสามารถสมัครและส่งผลงานเข้าร่วมประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ครั้งที่ 3 ภายใต้โครงการ ‘PTTEP Teenergy ปีที่ 9’ ได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 มกราคม 2567 หรือที่ https://www.eventsonlinecenter.com/pttep_teenergy/ รวมถึงสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และติดตามข่าวสารที่ www.facebook.com/pttepcsr 

‘Fight Club แม่กลอง’ เตรียมจัดเวทีชกมวยข้างถนน 27 ม.ค.นี้ จุดพีก!! จับคู่กรณีทะเลาะวิวาทมาชกกันในเกมกีฬา หวังหย่าศึก

(15 ม.ค. 67) นายประพันธ์ พลอยสุวรรณ โปรโมเตอร์มวยนอกสังเวียน หรือมวยข้างถนน สมาคม Fight Club แม่กลอง ชาวจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า สมาคม Fight Club แม่กลอง เป็นสาขาที่ 2 ใน 6 สาขาของสมาคม Fight Club Thailand ที่ก่อตั้งมาแล้วกว่า 10 ปี ประกอบด้วย แม่กลอง สมุทรสงคราม ปทุมธานี พระประแดง North Side เชียงราย และลพบุรี

โดย Fight Club แม่กลองได้จัดให้มีการชกมวยข้างถนน หรือมวยนอกสังเวียนมาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 27 ม.ค.นี้ ณ เวทีมวยชั่วคราวใต้สะพานสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (สะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง) เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม สาเหตุที่จัดใต้สะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองเพราะได้บรรยากาศสังเวียนมวยข้างถนน ขณะนี้มีคู่ชกแล้วจำนวน 21 คู่ 1 ในนั้นเป็นวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ทะเลาะวิวาทกันเรื่องแย่งผู้โดยสาร ส่วนที่เหลือเป็นการชกกันระหว่างคนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดอื่นๆ 

นายประพันธ์ เผยว่า วัตถุประสงค์การจัดชกมวยนอกสังเวียน เพื่อสร้างสังเวียนให้คู่กรณีที่ทะเลาะวิวาทกันโดยเฉพาะวัยรุ่นที่มีปัญหากันจะได้ไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหากันเอง จึงจัดให้มาต่อสู้กันในกติกาเกมกีฬาแทน โดยชกกันมือเปล่าใช้ใจใช้แรงใช้สมองปราศจากอาวุธใดๆ ลดปัญหาทะเลาะวิวาทยกพวกตีกันที่อาจมีการใช้อาวุธทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจนเป็นคดีความ

นอกจากจะสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวแล้ว ยังอาจทำให้ประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องถูกลูกหลงดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีให้ผู้ที่สนใจ ชื่นชอบ หรือมุ่งหวังจะเข้าสู่เส้นทางชกมวยเป็นอาชีพได้กล้าแสดงออก และได้ฝึกฝนหาประสบการณ์อีกด้วย             

ส่วนกติกาการชกมวยนอกสังเวียน หรือมวยข้างถนนนั้น เป็นการชกกันยกเดียวใช้เวลา 3 นาที ห้ามใช้ศอก ห้ามทุบท้ายทอย ห้ามชกข้างหลัง และเมื่อคู่ต่อสู้ล้มห้ามซ้ำ ผู้ชกต้องสมัครใจ มีใบรับรองแพทย์ อายุ 18 ปีขึ้นไป หากต่ำกว่า 18  ปีต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครอง น้ำหนักต้องใกล้เคียงกันบวกลบไม่เกิน 3 กิโลกรัม ทั้งคู่สามารถจะตกลงกันเองได้ว่าจะเลือกชกกันแบบกติกามวยไทยหรือมวยสากล ใช้นวมมาตรฐาน 10 ออนซ์ หรือนวม MMA ต้องใส่ฟันยาง และในการชกจะมีการเซฟความปลอดภัยทั้งนักชกและผู้ชมโดยมีการตรวจค้นอาวุธทุกคนที่เข้าร่วมงาน มีแพทย์สนาม มีรถพยาบาล รถกู้ชีพคอยแสตนด์บาย และเนื่องจากเวทีเป็นพื้นยางปูกับพื้นดินไม่มีเชือกสังเวียน นอกจากจะมีกรรมการห้ามบนเวที 1 คนแล้ว ทั้ง 4 มุม ยังมีกรรมการ Safety Man อีกมุมละ 1 คน รวมเป็น 5 คน คอยดูแลความปลอดภัยช่วยเซฟนักมวยหากมีการเสียหลักล้มป้องกันศีรษะกระแทกพื้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม นักชกทั้งหมดไม่มีค่าตัว มีใบสมัครเหมือนมวยอาชีพ ชกเสร็จมีเหรียญกล้าหาญมอบให้ทุกคน และเนื่องจากไม่ได้ชกกันเพื่อเอาผลแพ้ชนะแต่เป็นการชกกันเพื่อชนะใจตัวเอง และหากเป็นคู่วิวาทเน้นการเคลียร์ใจด้วยกติกากีฬาที่ถูกต้องไม่ใช้กำลังแบบวิถีนักเลง เมื่อชกกันจบแล้วเรื่องวิวาทต้องจบด้วย ไม่มีการแก้แค้นกันต่อ นอกจากนี้ ผู้ที่จะขึ้นชกต้องบอกด้วยว่าเคยผ่านสังเวียนชกมวยมาก่อนหรือไม่เพื่อจะได้จับคู่ชกที่สมน้ำสมเนื้อไม่ได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งกันและกันมาก

จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจชมการชกมวยนอกสังเวียน หรือมวยข้างถนนทั้ง 21 คู่ ฟรี ณ เวทีมวยชั่วคราวใต้สะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าสะพานยาว เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม วันที่ 27 ม.ค. เริ่มตั้งเวลา 19.00 น.เป็นต้นไป หรือหากท่านใดต้องการจะชกมวยนอกสังเวียน ยังสมัครได้ที่แฟนเพจสมาคม Fight Club Thailand ทุกวัน

‘แบงก์ชาติ’ แจง!! เหตุยังไม่ลดดอกเบี้ยแม้เงินเฟ้อลง ชี้!! ดอกเบี้ยไทยยังต่ำ เมื่อเทียบกับทั่วโลก

(15 ม.ค. 67) นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงินและเลขาคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) กล่าวถึงแนวทางการดำเนินนโยบายทางการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่าเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมแล้ว ไม่สามารถปรับดอกเบี้ยนโยบายตามกระแสข่าวได้ เพราะต้องให้ความสำคัญกับ 3 ด้านหลักคือ 1.) เศรษฐกิจขยายตัวอย่างยั่งยืน 2.) ควบคุมเงินเฟ้อยั่งยืน และ 3.) เสถียรภาพเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังให้ความเห็นต่อประเด็นที่ว่าดอกเบี้ยนโยบายการเงินสูงไปหรือไม่นั้น นายปิติยืนยันว่าทางกนง. ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ปัญหาเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ไม่อาจใช้นโยบายการเงินมาแก้ไขโดยง่าย การลดดอกเบี้ยมีต้นทุนและเสี่ยง ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะไม่เพียงแค่เรื่องคุมเงินเฟ้อ แต่จะมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีก

"นโยบายดอกเบี้ยต้องดูหลายปัจจัยรอบด้าน เพื่อดูให้ออกว่าอะไรเป็นแก่น อะไรเป็นกระแส ต้องมองไประยะปานกลาง เพราะใช้เวลาส่งผ่านช่วงหนึ่ง เหมือนส่งบอลให้เพื่อนว่าจะวิ่งไปทางไหน"

สำหรับแนวทางกำหนดกรอบดอกเบี้ยนโยบายโดยคำนึงถึงการสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างยั่งยืนนั้น นายปิติขยายความว่า แม้ในปี 2566 เศรษฐกิจฟื้นตัวแล้วในหลายมิติ แต่ยังไม่ทั่วถึงเท่าที่ควรและไม่สมดุล เพราะขาดแรงส่งจากภาคส่งออกและการผลิต แต่เป็นการขยายตัวที่เน้นหนักที่ด้านท่องเที่ยวและบริการเป็นหลัก ทั้งนี้ยังมีบางจุดที่ยังไม่เป็นไปตามคาด เช่น การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและปริมาณนักท่องเที่ยวจีน เช่นเดียวกับที่ภาคการผลิตและภาคการส่งออกไม่ฟื้นตัวเร็ซอย่างที่เคยประเมินไว้ เพราะอุปสงค์โลกยังเน้นฟื้นตัวที่ภาคบริการเป็นหลัก ยังไม่มีความต้องการซื้อสินค้าจากทั่วโลก

ด้วยปัจจัยเชิงโครงสร้างเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัว จนส่งผลให้การส่งออกของไทยขยายตัวต่ำกว่าคู่แข่งมาก และดัชนีความซับซ้อนของสินค้าส่งออกของไทยเพิ่มเพียงเล็กน้อย ขณะที่หลายประเทศปรับเพิ่มสูงขึ้นกว่า สะท้อนว่าไทยกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และไทยเองก็มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวน้อยลง เพราะขาดการพัฒนาเชิงโครงสร้างพื้นฐานเมื่อเทียบกับอินโดนีเซียและเวียดนาม

แต่มองว่าปี 2567 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอย่างครบครันและสมดุลมากขึ้น จะมีทิศทางการส่งออกดีขึ้น จากปัจจัยที่วัฏจักรอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกกลับมา แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างยังทำให้ประโยชน์ที่ควรได้รับไม่มีมากเท่าที่ควร กนง.จึงให้ความสำคัญและยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในการประเมินภาพเศรษฐกิจในอนาคต

"เหตุผลที่เศรษฐกิจขยายตัวชะลอ เพราะปัจจัยทางโครงสร้าง และปัจจัยนอกประเทศที่เหนือการควบคุม เลยยังไม่สามารถปรับอัตราดอกเบี้ยลงได้"

สำหรับในมิติของเงินเฟ้อนั้น มองว่าการที่อัตราเงินเฟ้อปรับลดลงเป็นข่าวดี เพราะช่วยจำกัดค่าครองชีพของประชาชนไม่ให้สูงขึ้น และปัญหาเงินเฟ้อของไทยได้คลี่คลายไปพอสมควรแล้ว นอกจากนี้เงินเฟ้อที่ต่ำมาจากมาตรการรัฐ แต่จริง ๆ แล้วราคาสินค้าไม่ได้ลดลงเป็นวงกว้าง ทั้งนี้แม้ว่าเงินเฟ้อไทยปรับลดลงเร็ว จึงไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายแก่ผู้บริโภค อย่างไรก็ตามเงินเฟ้อคาดการณ์ยังอยู่ระดับ 2% และการลดลงของเฟ้อสะท้อนเรื่องอุปทานหรือการผลิตที่คลี่คลายลง โดยมองว่าเงินเฟ้อจะติดลบไปอีกถึงเดือนกุมภาพันธ์ แล้วจะค่อยเพิ่มขึ้นจึงคาดว่าปลายปีก็จะอยู่ 1-2% ตามระดับเป้าหมาย 

"ด้วยเงินเฟ้อที่ติดลบในช่วงนี้ก็ไม่ได้สะท้อนว่าเป็นเงินฝืดหรืออุปสงค์ที่ลดลงจริง จึงยังไม่ใช่เหตุผลที่ต้องลดดอกเบี้ยนโยบายลงทันที เพราะต้องดูให้รอบด้านไม่ใช่แค่เรื่องอัตราเงินเฟ้อ"

ส่วนมิติของการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยเพื่อดูแลเสถียรภาพทางการเงินนั้น นายปิติกล่าวว่า ระดับหนี้ที่สูงเป็นจุดเปราะบางสาคัญของเศรษฐกิจไทย โดยตัวเลขหนี้ต่อ GDP ลดลง แต่ยังอยู่ในระดับสูง นั่นคือหนี้ครัวเรือนต่อ GDP อยู่ที่ 90.9% และหนี้ภาคธุรกิจต่อ GDP อยู่ที่ 87.4% เช่นเดียวกับที่สัดส่วนของหนี้ครัวเรือนไทยที่มีสินทรัพย์รองรับมีน้อยหรืออยู่ที่เพียง 34% เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่เกินกว่า 50% ซึ่งการกำหนดอัตราดอกเบี้ยต้องสอดรับกับศักยภาพพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจและการขยายตัวทางธุรกิจที่แท้จริง 

อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยไทยยังต่ำเมื่อเทียบกับทั่วโลก แล้วเป็นไปในแนวทางที่กนง.ต้องการให้อยู่ในภาวะสมดุล เป็นกลาง และไม่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ ให้มีเม็ดเงินเพียงพอไปหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจได้ แม้ค่าเงินบาทยังผันผวนแต่ยังอยู่ในระดับที่รับได้ 

ด้านนางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ยืนยันว่าการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะปัจจุบันยังส่งผ่านไปยังอัตราดอกเบี้ย MRR เพื่อดูแลลูกหนี้รายย่อย รวมถึงมีการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้เปราะบางอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ได้เปรียบเทียบการส่งผ่านจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปยังอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ว่า ของไทยอยู่ที่ 69% สำหรับดอกเบี้ย MLR อยู่ที่ 64% สำหรับ MOR และ ที่ 49%  สำหรับ MRR ซึ่งโดยเฉลี่ยยังต่ำกว่าหลายประเทศ แม้อาจสูงกว่าเมื่อเทียบกับบางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย

ส่วนประเด็นที่ผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ค่อนข้างสูงเป็นจุดที่เหมาะสมหรือไม่นั้น ทางแบงก์ชาติมองว่า เรื่องส่งต่างอัตราดอกเบี้ยเป็นกลไกตลาด ที่การส่งผ่านดอกเบี้ยนโยบายไปเงินฝากน้อยเกินไป โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ยังไม่ค่อยตึงตัว ทั้งนี้หน้าที่ของแบงก์ชาติต้องดูแลเรื่องความมั่นคงของธนาคารพาณิชย์ และดูแลเรื่องให้บริการอย่างเป็นธรรมกับผู้บริโภคด้วย นอกจากนี้ยังดูเรื่องต้นทุนการดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์อยู่แล้ว เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรม 

มหากาพย์โกงในตลาดหุ้น อดีต - ปัจจุบัน ผู้บริหารหอบเงินเสวยสุข - ทิ้งนักลงทุนน้ำตาตก

‘การลงทุน’ ให้เงินงอกเงยนั้น เป็นสิ่งที่คนทั่วไปต่างคาดหวัง ขณะที่ ‘ตลาดหุ้น’ คือ แหล่งลงทุนที่คนส่วนใหญ่เลือก แต่ทว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะได้กำไรเสมอไป เพราะมีความเสี่ยงหลาย ๆ อย่างที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ และหากเป็นการขาดทุนจากภาวะปกติของการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เรานำเงินเข้าไปลงทุนก็คงไม่น่าเจ็บใจนัก แต่ถ้าเกิดจากการทุจริตของผู้บริหารจนทำให้บริษัทขาดทุนล้มละลาย แบบนี้เป็นเรื่องยากที่นักลงทุนจะทำใจได้

ที่ผ่านมา มีกรณีที่ผู้บริหารบริษัทในตลาดหลักทรัพย์กระทำการทุจริต จนทำให้เกิดความเสียหาย ส่งผลให้นักลงทุนสูญเสียเงินมาแล้วหลายกรณี บางกรณีผู้บริหารโกง พร้อมหอบเงินหนีคดีไปเสวยสุขในต่างประเทศหลายราย 

สำหรับหายนะครั้งล่าสุดที่สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนอย่างมาก เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมานี่เอง นั่นก็คือ ใน บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ซึ่งเป็นมหากาพย์การโกงที่สร้างความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พบว่า คดีทุจริตในบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น มีการโกงเงินไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากข้อมูลทางการสืบสวนสอบสวน ชี้ว่า ‘นายชนินทร์ เย็นสุดใจ’ อดีตประธาน STARK หนึ่งในผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ โยกเงินไปอยู่ที่อังกฤษอีกประมาณ 8,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ กรณีอดีตผู้บริหาร STARK ที่เผ่นหนีออกนอกประเทศ ไม่ใช่ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนรายแรกที่หอบเงินหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ 

ย้อนไปเมื่อปี 2551 นายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ อดีตประธานกรรมการบริษัท เอส อี ซี ออร์โต้เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ SECC ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถหรูรายใหญ่ ได้ทุจริตยักยอกทรัพย์ทำให้บริษัทได้รับความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งหนีคดีหอบเงินนับร้อยล้านเผ่นออกต่างประเทศ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถตามตัวกลับมารับโทษได้

นอกจากนี้ ยังมีกรณีสุดอื้อฉาวของวงการตลาดหุ้นไทย เมื่อนายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ หนีคดีหุ้นบริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PICNIC ซึ่งโยงใยในการยักยอกทรัพย์บริษัท เวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) จำกัด นักลงทุนที่เจ๊งกันระนาว รวมถึงบรรดา สส. และนักการเมืองที่ได้รับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน ต่างน้ำตาตกไปตาม ๆ กัน เพราะก่อนที่หุ้นเพิ่มทุน PICNIC จะเข้าทำการซื้อขาย เริ่มมีข่าวลือร้าย ๆ ออกมา ทำให้ราคาหุ้นรูดชนิดกู่ไม่กลับ และสุดท้ายนายสุริยา ได้เผ่นหนีคดี จนป่านนี้ยังไม่รู้อยู่แห่งหนใด

อีกหนึ่งกรณีการโกงที่สร้างความเจ็บปวดที่หลายคนยังจำได้ดี เพราะสร้างความเสียหายในวงกว้างนั่นก็คือ บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กพีเรียนซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ CAWOW เจ้าของแคลิฟอร์เนียฟิตเนส ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงลูกค้าที่จ่ายเงินค่าสมาชิกไปล่วงหน้าอีกมากมาย 

สำหรับ บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าวฯ ก่อตั้งโดยนายเอริค มาร์ค เลอวีน ชาวสหรัฐฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปลายปี 2548 ในราคาหุ้นละ 6 บาท และสามารถแสดงผลประกอบการที่มีกำไรได้เพียงปีเดียวคือ ปี 2549 ก่อนจะขาดทุนต่อเนื่อง จนกระทั่งถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสั่งฟื้นฟูกิจการ และพักการซื้อขายในปี 2554 จากนั้นได้ทยอยปิดสาขาลงจนหมด และสุดท้ายนายเอริค ก็หอบเงินที่โกงจากสมาชิกและปล้นจากนักลงทุนในตลาดหุ้น หนีเข้ากลีบเมฆ กลับไปเสวยสุขในบ้านเกิดตัวเอง และจนถึงปัจจุบันกฎหมายไทยยังไม่สามารถจัดการกับฝรั่งจอมโกงรายนี้ได้

นี่เป็นเพียงบางส่วนของมหากาพย์การโกงในตลาดหุ้นไทย ซึ่งเกิดจากตัวผู้บริหารที่ทำการทุจริตบริษัทตัวเอง เป็นการปล้นนักลงทุนผ่านตลาดหุ้นแล้วก็หอบเงินหนีไปเสวยสุข ซึ่งเชื่อว่าจะยังมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน ตราบใดที่ผู้บริหารไร้ซึ่งธรรมาภิบาลและยังมีความโลภครอบงำ

แต่อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดเหตุการณ์โกงแบบหน้าด้าน ๆ แล้ว สิ่งที่นักลงทุนหรือผู้ที่ได้รับความเสียหายต้องการอย่างยิ่ง คงหนีไม่พ้นการชดใช้ และนำตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย แต่ดูเหมือนว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบกลับไม่สามารถนำตัวคนกระทำผิดมาดำเนินคดีได้เลย 

นอกจากนี้ ตลาดทุนไทยกำลังเผชิญกับอีกหนึ่งปัญหาที่กำลังสร้างผลกระทบอย่างมากในขณะนี้ นั่นก็คือ การผิดนัดชำระหนี้ ‘หุ้นกู้’ จากข้อมูลของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ระบุว่า ชำระหนี้หุ้นกู้ในปี 2566 มีมูลค่ารวมทัั้งหมด 16,363 ล้านบาท ประกอบด้วย

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL ทั้งหมด 7 รุ่น รวม 2,334 ล้านบาท
บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ทั้งหมด 9 รุ่น รวม 9,198 ล้านบาท 
บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO ทั้งหมด 4 รุ่น 409 ล้านบาท
บริษัท เดซติเนชั่น รีสอร์ทส์ จำกัด หรือ DR ทั้งหมด 2 รุ่น 1,210 ล้านบาท
บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ทั้งหมด 7 รุ่น 3,212 ล้านบาท

แน่นอนว่า ในบรรดาบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ในปีที่ผ่านมา ที่ฮือฮามากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น JKN ของแอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดี ที่ลอยหน้าลอยตาท่องคาถาการใช้เงินผิดประเภท (Mismatch Fund) ผ่านสื่อ แต่ฉับพลันก็ขอเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเพื่อใช้เงื่อนกฎหมายสะกดเจ้าหนี้

ทั้ง ๆ ที่นักลงทุนและเจ้าหนี้ทั้งหลายต่างทราบกันดีว่า ลำพัง Mismatch Fund ไม่อาจเข้าเงื่อนไขฟื้นฟูแต่อย่างใด ได้ยินมาว่าเจ้าหนี้กำลังคอยให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข้ามาตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ (Forensic Accounting) เพื่อจะได้ประจักษ์ความจริงว่ามีสิ่งแปลกปลอมอะไรบ้างในงบของ JKN

จากเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นโดมิโน่ที่สร้างผลกระทบต่อระบบตลาดทุนและความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างหนัก หากรัฐบาลและหน่วยงานกำกับไม่เข้ามาดูแลจัดการอย่างจริงจัง สุดท้ายแล้ว จะส่งผลเสียต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต เพราะบริษัทจดทะเบียนจะระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ได้ยากขึ้น

และเพียงเริ่มต้นปีไม่ถึงครึ่งเดือน ก็ยังมีข่าวว่า บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่กำลังมีปัญหาเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ออกมา ให้นักลงทุนและเจ้าหนี้หนาว ๆ ร้อน ๆ ชนิดที่ต้องลุ้นติดตามข่าวกันทุกวัน 

อย่างไรก็ดี ขอเป็นกำลังใจผู้บริหารที่กำลังพบกับปัญหาต่าง ๆ ‘ไม่หนี และ ผ่าฟันอุปสรรค’ ให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

‘Louis Vuitton’ เปิดดีไซน์โรงแรมหรูใจกลางปารีส  ด้านชาวเน็ตไทยแห่แซว "เอ๊ะ!! ดีไซน์มันคุ้นๆ นะ"

(15 ม.ค.67) TravelNews รายงาน เมื่อไม่นานมานี้ ไมเคิล เบิร์ก ซีอีโอแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Louis Vuitton ได้เปิดเผยกับ WomansWearDaily ว่า ตึกสำนักงานใหญ่ของแบรนด์ที่เขต 8 บนถนน Champs Elysees ในกรุงปารีสอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในไม่ช้า โดยจะขยายแบรนด์สู่ธุรกิจโรงแรมหรูเป็นแห่งแรก ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองปารีส และคาดว่าจะสร้างพร้อมเสร็จและเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2026 ที่จะถึงนี้

โรงแรม Louis Vuitton จะถูกรีโนเวทอาคารสไตล์อาร์ตนูโวอันเก่าแก่ที่สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1896 เคยเป็นที่ตั้งของโรงแรม Elysée Palace และเคยเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของธนาคาร HSBC Bank สามารถมองเห็นสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น หอไอเฟล และประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) ที่สวยงามของกรุงปารีสได้อย่างชัดเจน 

และหลังจากนั้นบัญชี X ของ Louis Vuitton ได้ออกมาเปิดเผยดีไซน์โรงแรมหรู Louis Vuitton แห่งแรกของโลก ซึ่งมองแว้ปแรกทำเอาชาวไทยต้องรีบกลับมาดูซ้ำเลยทีเดียว จนชาวเน็ตไทยหลายคนถึงกับต้องออกมาแซวว่าดีไซน์นี้มันคุ้นๆ นะ 

'พลังงาน' เปิดเกมรุก!! จับมือ 5 หน่วยงาน  ส่งเสริมปั๊มฯ ลุย EV Charging Station 

(15 ม.ค.67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยถึงแผนการรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ว่าในปี 2567 กรมธุรกิจพลังงาน มีแผนจัดทำมาตรฐานติดตั้งทางไฟฟ้าและกำหนดกรอบการให้บริการติดตั้ง EV Charging Station รวมถึงการลงนาม MOU ระหว่าง 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมธุรกิจพลังงาน, สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ยังได้เตรียมแผนลดชนิดหัวจ่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ให้เหลือน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเกรดพื้นฐานชนิดเดียว (บี 7) เนื่องจากเป็นน้ำมันที่สามารถใช้กับรถยนต์มาตรฐานยูโร 5 ได้ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 (น้ำมันทางเลือก) เริ่ม 1 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป 

นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาระบบ e-Service เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชน มีการพัฒนาระบบ Stockpile และ e-Fuelcard และปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ e-Safety e-Trade และ e-License และระบบสำรองข้อมูลเพื่อรองรับการดำเนินงานในรูปแบบ e-Service รวมทั้ง มีแผนส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจใหม่ (New Business) ของผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่มุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2566 และแผนการดำเนินงานในปี 2567 โดยภาพรวมได้ดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นมาตรฐานยูโร 5 (กำมะถัน ไม่เกิน 10 ppm) เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป พร้อมทั้งมีการส่งเสริมการติดตั้ง EV Charging Station ภายในสถานีบริการน้ำมันอีกด้วย

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวเสริมว่า "สำหรับการส่งเสริมการติดตั้ง EV Charging Station ภายในสถานีบริการน้ำมันนั้น หนึ่งในยุทธศาสตร์ที่เราจะใช้ คือ การทำให้กระบวนการอนุมัติอนุญาต มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น จากการร่วมปรับกระบวนการของแต่ละหน่วยงานให้มีช่วงเวลาที่สอดคล้องกันรวมถึงปรับข้อกำหนดมาตรฐานไฟฟ้าให้สอดคล้องกันทั้ง กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และ ทั้ง 3 หน่วยงานการไฟฟ้าในประเทศไทย ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง และ PEA หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค"

‘นายกฯ’ เตรียมพร้อม!! ประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม จ่อคุยเอกชนยักษ์ใหญ่ของโลก กระตุ้นลงทุนในไทย

(15 ม.ค. 67) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีกำหนดพบหารือผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก ในห้วงระหว่างการประชุม World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2567 เชื่อมั่นการหารือเหล่านี้จะนำมาซึ่งการค้าและลงทุน สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลให้ไทย ในสาขาการค้าการลงทุนที่สำคัญ ซึ่งบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่จะพบหารือกับนายกรัฐมนตรี

อาทิ DKSH ผู้ให้บริการด้านการขยายตลาด ตั้งแต่การจัดหาแหล่งผลิต การวิจัยและวิเคราะห์ตลาด การตลาด การขาย การกระจายสินค้า โลจิสติกส์ และการบริการหลังการขาย ผลิตภัณฑ์และสินค้ามากมายหลายประเภท โดย DKSH ประเทศไทย เป็นหนึ่งในองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศในด้านยอดขาย และเป็นประเทศที่มีการดำเนินกิจการที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม DKSH

Dubai Port World ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์การขนส่งสินค้า การดำเนินงานท่าเรือ การขนส่งสินค้าทางทะเล และเขตการค้าเสรี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2548 ให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ 70 ล้านตู้ โดยมีเรือนำเข้าประมาณ 70,000 ลำต่อปี ซึ่งเท่ากับประมาณถึง 10% ของปริมาณการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลก และมีพื้นที่ให้บริการในท่าเรือกว่า 82 แห่งในกว่า 40 ประเทศ

Standard Chartered ธนาคารชั้นนำระดับสากลและมีเครือข่ายทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความชำนาญที่ส่งเสริมธุรกิจที่มีศักยภาพให้เติบโต พร้อมเป้าหมายส่งเสริมความยั่งยืน 3 ด้านคือ การเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) การเป็นองค์กรที่รับผิดชอบ (Responsible Company) และการสร้างความเท่าเทียมในชุมชน (Inclusive Communities) สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

Telenor บริษัทโทรคมนาคมชั้นนำระดับโลก มีลูกค้าประมาณ 175 ล้านคนใน 8 ประเทศทั่วภูมิภาคนอร์ดิกและในเอเชีย

Coca Cola หนึ่งในบริษัทเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นเจ้าของหรือมีใบอนุญาตยี่ห้อเครื่องดื่มมากกว่า 200 ยี่ห้อ โดยก่อตั้งในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เพื่อจัดตั้งสำนักงานใหญ่ภูมิภาคในปี พ.ศ. 2553

Nestlé บริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลก มีสินค้าจำหน่ายอยู่ใน 190 ประเทศทั่วโลก โดยมีโรงงานผลิต 344 โรงงานใน 77 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ เนสท์เล่ ในประเทศไทย มีแนวทางที่เน้นการขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค (Good for You) และการขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อโลกของเรา (Good for the Planet) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่เน้นการดูแลสุขภาพของคนไทย และการดูแลสิ่งแวดล้อม

Grab ผู้ให้บริการจัดส่ง การเดินทาง พัสดุ การเงิน การบริหารจัดการธุรกิจและอื่นๆ ผ่าน Application เดียว ช่วยเชื่อมโยงผู้บริโภคจากทุกสาขาอาชีพกับผู้ประกอบการนับล้านใน 500 เมืองและ 8 ประเทศ

Robert Bosch บริษัทเทคโนโลยีด้านการขับเคลื่อนชั้นนำของโลก และเชี่ยวชาญด้าน อุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค เทคโนโลยีพลังงานและอาคาร ดำเนินงานในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมีบริษัทในเครือมากกว่า 468 แห่ง โดยมีการลงทุนในประเทศไทย รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในปี พ.ศ. 2557 บริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ จำนวน 24 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 6.3 พันล้านบาท (165 ล้านยูโร)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top