Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

‘นายกฯ’ เดินสำรวจ ‘สินค้าไทย’ ในซูเปอร์มาร์เก็ต นครซูริก พบ!! ได้รับความนิยมสูง จ่อเล็งขยายตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 67 เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นครซูริก สมาพันธรัฐสวิส ภายหลังหารือเตรียมการประชุม World Economic Forum ประจําปี 2567 กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายจิตติพัฒน์ ทองประเสริฐ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น เดินตรวจตลาดสินค้าไทยในนครซูริก เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส ข้าว น้ำมะพร้าว ที่จำหน่ายใน Coop City Supermarket นครซูริก สมาพันธรัฐสวิส

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการพูดคุยกับเอกอัครราชทูตไทย รู้สึกปลื้มใจที่สินค้าไทยสามารถส่งออกขายได้ทั่วโลก และพบว่าสินค้าไทยเป็นที่ชื่นชอบของคนที่นี่ โดยรัฐบาลจะพยายามขยายตลาดสินค้าไทย โดยจัดหาสินค้าไทยส่งออกมายังสมาพันธรัฐสวิสเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากสินค้าประเภทดังข้างต้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการ SME ของไทย

16 มกราคม 'วันครู' รำลึกบริบทแห่งอาชีพแสนพิเศษ แม้เลิกเป็นนักเรียน ก็ยังขอเคารพและเรียก 'ครู' ตลอดไป

(16 ม.ค.67) วันครู มีขึ้นครั้งแรกในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2500 จากการที่ราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ.2488 ประกาศพระราชบัญญัติครูขึ้น ซึ่งได้ให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการโดยเรียกว่า ‘คุรุสภา’ ซึ่งให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครู ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ให้ความเห็นในเรื่องนโยบายการศึกษาและวิชาการศึกษาทั่วไป เพื่อที่ทางกระทรวงศึกษาธิการจะสามารถจัดสวัสดิการให้แก่ครูให้ได้รับความช่วยเหลือตามสมควร พร้อมเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครูอีกด้วย

มาในปี พ.ศ.2499 ที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมครูในฐานะประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ว่าตนมีความเห็นว่าควรมีสักวันหนึ่งที่ลูกศิษย์จะได้แสดงความเคารพสักการะต่อครูในฐานะผู้มีพระคุณ เป็นที่มาให้เกิดการพิจารณาและมีมติเห็นควร ให้มี ‘วันครู’ ขึ้น นำไปสู่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2499 ให้วันที่ 16 มกราคม ของทุกปีเป็น ‘วันครู’ โดยเลือกวันที่ได้มีประกาศพระราชบัญญัติครู ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2488 หลังจากนั้นกระทรวงศึกษาธิการก็ได้มีการสั่งการให้นักเรียนและครูหยุดในวันดังกล่าว 

งานวันครูจึงได้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรีฑาสถานแห่งชาติ ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2500 เป็นวันที่ศิษย์ทั้งหลายได้มาร่วมระลึกนึกถึงคุณครูที่สะสมสั่งสอนตัวเองและเป็นแม่พิมพ์ในการใช้ความรู้ประกอบสัมมาชีพเรื่อยมานั่นเอง

ในปีนี้วันครูเวียนมาครบอีก 1 ครั้ง ก็ต้องขอบคุณครูที่มอบความรู้และประสบการณ์ให้กับเรา ทำให้เราก้าวผ่านความยากลำบากในบางเรื่องมาได้ ขอบคุณครูทุกท่าน เชื่อว่า ครู คืออาชีพพิเศษ เพราะต่อให้ครูไม่ได้เป็นครูแล้วนักเรียนก็ยังเคารพและเรียนครูว่า ‘ครู’ ตลอดไป 

‘สหรัฐฯ’ ยั่วยุ ‘จีน’ ประเด็นไต้หวันล้ำเส้นแดง หวังหยุดการเติบใหญ่ของจีน

(16 ม.ค.67) รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจจีน จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยไทม์ไลน์ท่าทีของสองมหาอำนาจ ‘สหรัฐฯ’ และ ‘จีน’ ภายหลังการเลือกตั้ง ปธน.ไต้หวันเสร็จสิ้น ผ่านเฟซบุ๊ก ‘Aksornsri Phanishsarn’ ระบุเนื้อหา ดังนี้...

การยั่วยุจีน 🇨🇳 ในประเด็น #ไต้หวัน ตั้งใจ #ล้ำเส้นแดง ของจีน จนเกิดสงคราม คือ แผนสหรัฐฯ ที่คิดว่า เป็นหนทางเดียวที่จะใช้หยุดการเติบใหญ่ของจีน #อ่านเกมเมกา 🇺🇸 #ยั่วมังกรให้พ่นไฟ 🇨🇳
(https://www.facebook.com/1037140385/posts/10228816992263094/?)

หลังเลือกตั้งไต้หวันแค่วันเดียว!! สหรัฐฯ ส่งผู้แทนไปไต้หวัน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจะทำให้จีนไม่พอใจ 🇺🇸 #อ่านเกมเมกา

คณะผู้แทนอย่างไม่เป็นทางการของสหรัฐฯ เดินทางเข้าพบทั้งสองผู้นำของไต้หวันหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งครั้งสำคัญเมื่อ 13 ม.ค. 2567 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่พอใจของรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่

คณะผู้แทนอย่างไม่เป็นทางการของสหรัฐฯ ได้แก่ สตีเฟน แฮดลีย์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ และ เจมส์ สไตน์เบิร์ก อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เดินทางถึงไต้หวันเมื่อวันที่ 14 ม.ค. หลังจากไล่ชิงเต๋อชนะเลือกตั้งแค่ 1 วัน และ เตรียมนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีคนที่ 8 ของไต้หวันนับตั้งแต่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 1947 (https://www.facebook.com/photo.php?fbid=711912137734799&set=a.586524703606877&type=3)

ทางการจีนประณามสหรัฐฯ รวมถึงรัฐบาลนานาชาติที่แสดงความยินดีต่อไล่ชิงเต๋อและพรรค DPP ที่ชนะการเลือกตั้งไต้หวัน และเรียกร้องให้ทุกประเทศสนับสนุนหลักการจีนเดียว และเน้นย้ำว่า “ไม่ว่าผล #การเลือกตั้งท้องถิ่นในไต้หวัน จะเป็นอย่างไร ข้อเท็จจริงที่ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนจะไม่เปลี่ยนแปลง” (อ้างอิง: https://www.aljazeera.com/news/2024/1/15/taiwans-tsai-and-lai-welcome-us-support-as-beijing-fumes-over-election
https://www.reuters.com/world/asia-pacific/former-us-officials-visit-taiwan-post-election-talks-2024-01-14/
)

'สส.ก้าวไกล นนทบุรี' แถลงเสียใจเหตุรุมทำร้าย ชี้!! ผู้ก่อเหตุไม่ใช่ผู้ช่วย พร้อมให้สอบความกระจ่างทั้งในระดับพรรคและตามกฎหมายต่อไป

เมื่อวานนี้ (15 ม.ค. 67) นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร หรือทนายเอ๊ะ สส.นนทบุรี เขต 3 พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีคนสนิท ซึ่งเป็นประธานชุมชน พร้อมพวกรุมทำร้าย นายกิตติภัทร หรือ เบน อายุ 44 ปี ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของ นางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สส.นนทบุรี เขต 2 พรรคก้าวไกล ได้รับบาดเจ็บสาหัส กะโหลกศีรษะร้าว หน้าตาแตก บวมปูดตามร่างกาย มีรอยฟกช้ำหลายแห่ง เหตุเกิดเวลาประมาณ 23.30 น. วันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า เรียน พี่น้องประชาชนที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากกรณีการทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และขอประณามต่อการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ

ผมขอใช้แถลงการณ์ฉบับนี้ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่ปรากฏต่อสื่อมวลชนต่างๆ ดังนี้

สถานที่เกิดเหตุเป็นงานเลี้ยงภายในชุมชนที่จัดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมวันเด็กแล้ว ทางชุมชนได้จัดกิจกรรมเลี้ยงวันปีใหม่เป็นรูปแบบโต๊ะจีนหลายสิบโต๊ะ มีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานจำนวนมาก

ช่วงดึกผมได้เดินทักทายพูดคุยกับประชาชนที่มาร่วมงานตามโต๊ะต่างๆ จนถึงโต๊ะของนายกิตติภัทร (เบน) ผู้ได้รับบาดเจ็บ (ขณะนั้นคุณเบนไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะ) ผมได้นั่งลงคุยกับประชาชนที่นั่งอยู่ในโต๊ะนั้น ซึ่งนั่งอยู่ทางด้านขวามือของผม

จากนั้นประมาณ 2-3 นาทีถัดมา คุณเบนได้เข้ามานั่งเก้าอี้ด้านซ้ายมือของผม เมื่อผมหันหน้ากลับไปมองเห็นนายปริญญา (ตู่) ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังได้เข้าไปพูดคุยอะไรบางอย่างกับคุณเบนแต่ผมไม่ได้ยินเนื่องจากมีดนตรีเล่นอยู่บนเวที

ต่อมาผมเห็นตู่ตบศีรษะและตบหน้าคุณเบนไป 1 ครั้ง หลังจากนั้นมีคนมาดึงแยกตัวตู่ออกไป ผมจึงได้เดินไปยกมือไหว้ขอโทษคุณเบนกับเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นน้องในทีมงานมาขอให้ผมขึ้นรถและขับรถพาผมกลับบ้าน ซึ่งผมก็คิดว่าเรื่องราวคงจบแค่นั้น

เช้าวันรุ่งขึ้นผมก็ได้เดินทางไปเลือกตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดนนทบุรี และช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ผมก็ได้เดินทางไปกับคณะกรรมาธิการ เพื่อลงพื้นที่ จ.ตาก จนถึงในขณะนี้ ผมได้ทราบเรื่องจากทีมงานที่โทรมาแจ้ง จึงได้เร่งจัดทำคำแถลงการณ์นี้ขึ้น

ทั้งนี้ ตู่เป็นประธานชุมชนในพื้นที่ ต.บางกรวย เพิ่งเข้ามาร่วมทำงานพื้นที่ กับผู้ช่วย สส.ของผมได้ประมาณ 2-3 เดือน โดยตู่ไม่ได้มีตำแหน่งผู้ช่วย สส.หรือผู้ติดตามแต่อย่างใด

ท้ายนี้ การใช้ความรุนแรงไม่ใช้หนทางที่ถูกต้อง และขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ ผมยินดีเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้ให้กระจ่างทั้งในระดับพรรคและตามกฎหมายต่อไป

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวให้กำลังใจทีมปฎิบัติการพิเศษที่กว่า40คนเข้าร่วมแข่งขันในรายการ UAE SWAT Challenge

วันจันทร์ ที่15 มกราคม 2567 เวลา12.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวให้กำลังใจ เหล่าสุดยอดปฎิบัติการพิเศษ ซึ่งนำทีมโดย พ.ต.อ.รังสรรค์ เนตรเกื้อกิจ รอง ผบก.สอ.บช.ตชด., พ.ต.ท.อธิวัฒน์ ลาสุทธิ ผกก.3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ.บช.ตชด.,พ.ต.อ.อาทิตย์ วงษ์จันนา ผกก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. พร้อมทีมครูผู้ฝึกสอนและทีมปฎิบัติการพิเศษที่กว่า40คน ที่จะเดินทางเข้าร่วมแข่งขันในรายการ UAE SWAT Challenge ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3-7 กุมภาพันธ์นี้

โดยการแข่งขันในปีนี้ ประเทศไทยเราได้ส่งผู้เข้าร่วมแข่งขันไปเข้าร่วมทั้งประเภทชายและหญิง รวมทั้งสิ้น 3 ทีม โดยเป็นการรวมตัวกันของสุดยอดหัวกะทิ อย่าง คอมมานโด,อรินทร์ทราช 26,นเรศวน 261,หน่วยปฏิบัติพิเศษภาค 1-9 ฯลฯ และถือว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ได้จัดส่งทีมปฎิบัติการพิเศษหญิงเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งการเดินทางไปในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการได้แลกเปลี่ยนความรู้ ทางการใช้อาวุธ และยุทธวิธี โดยทีมต่างๆ จะต้องพบกับความท้าทาย ทั้งบททดสอบความชํานาญในด้านต่างๆ ที่จะต้องใช้ทั้งพลังกาย พลังใจ สมาธิ และการวางแผนที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความจําเป็นต่อการปฏิบัติงานของ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ

ในปีนี้มีทีมที่เข้าร่วมจากทั่วโลกมากกว่า 70 ทีมจาก 77 ประเทศ โดยในปีที่ผ่านมาไทยเราได้สร้างผลงานจากทีมหน่วยปฏิบัติการพิเศษในรายการนี้ไว้อยู่ที่อันดับ 5 ของโลก

ด้าน ผบ.ตร.ย้ำถึงการเดินทางไปเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ว่า อยากให้ทุกคนเอาชนะใจตัวเอง และเก็บประสบการณ์ที่เกิดขึ้น กลับมาต่อยอดส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป

กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนรับมอบนโยบายการขับเคลื่อนทิศทางการบริหาร กระทรวงยุติธรรม ปี พ.ศ.2567

วันที่ 15 ถึงวันทึ่ 16 มกราคม 2567 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดี-รับสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้เกียรติ "มอบนโยบายการขับเคลื่อนทิศทางการบริหาร กระทรวงยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567" ภายใต้โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ "การมอบนโยบายและแนวทางการ ปฏิบัติราชการ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567" โดยมี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนพร้อมคณะรองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ผู้เข้าร่วมโครงการนี้ จำนวน 144 คน ให้การต้อนรับพร้อมร่วมรับฟังนโยบายโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบนโยบาย และแนวทางในสังกัดกรมพินิจฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบนโยบาย และแนวทางในการปฏิบัติราชการของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

สามารถนำไปถ่ายทอดให้กับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมไปในทิศทางเดียวกัน และมีนางนลินนา ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ฝ่ายปฏิบัติการและนายโกมล พรมเพ็ง รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ฝ่ายบริหาร ร่วมกล่าวถึงแนวทาง

"การขับเคลื่อนการบริหารราชการกรมพินิจฯ อย่างมีประสิทธิภาพ"ตามลำดับ โดยในช่วงเช้า (เวลา 09.00 - 11.00 น.) ได้รับเกียรติจาก ดร.เอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มทรัพยากรบุคคล บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมบรรยายในหัวข้อ "บริหารงานให้ได้ผลบริหารคนให้ได้งาน" 

‘รมว.ปุ้ย’ เชิญ ‘สถาบันมาตรฐานซาอุฯ’ เยือนไทย รับรองมาตรฐาน ‘ฮาลาลไทย’ หวังต่อยอดสู่ตลาดโลก

เมื่อวานนี้ (15 ม.ค.67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการเข้าพบคณะผู้บริหารองค์กรมาตรฐาน มาตรวิทยา และคุณภาพ แห่งซาอุดีอาระเบีย (The Saudi Standards Metrology and Quality Organization : SASO) เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 ณ กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ด้านการมาตรฐาน ส่งเสริมการค้าการลงทุนและอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างไทยและซาอุดิอาระเบีย พร้อมเชิญผู้บริหาร SASO เยือนไทย เพื่อทำแผนงานความร่วมมือและลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) 

“ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้หารือกับนายซาอูด บิน ราชิด อัล อัสการ์ รองผู้อำนวยการองค์กรมาตรฐาน มาตรวิทยา และคุณภาพแห่งซาอุดิอาระเบีย หรือ SASO ในระหว่างงาน Future Mineral Forum 2024 ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติคิงอับดุลลาซิส กรุงริยาด โดยทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันที่จะยกระดับความสัมพันธ์ด้านการมาตรฐาน การยอมรับผลการตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ระหว่างกัน เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบียให้เพิ่มขึ้น 

ทั้งนี้ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ภายหลังการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ มูลค่าการค้าของไทยกับซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 23 ใกล้แตะมูลค่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น จึงเสนอให้พัฒนาความร่วมมือในเชิงเทคนิคระหว่างกัน โดยได้เชิญผู้บริหารจาก SASO มาเยือนไทยเพื่อขับเคลื่อนในเชิงรุกกับ สมอ. โดยเริ่มต้นจากการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อเป็นหมุดหมายแรกแห่งความร่วมมือ 

นอกจากนี้ ยังได้ขอให้ SASO สนับสนุนการให้การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทย โดยสินค้าฮาลาลของไทย แม้ว่าจะเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ แต่ปัญหาอุปสรรคหนึ่งในด้านการค้าคือ การยอมรับผลการตรวจสอบรับรองและเครื่องหมายรับรอง โดยมูลค่าการส่งออกอาหารฮาลาลของไทยไปยังซาอุดีอาระเบีย นับว่ายังมีมูลค่าน้อยและมีส่วนแบ่งตลาดเพียงไม่ถึงร้อยละ 1 ของมูลค่าการนำเข้าของซาอุดีอาระเบีย จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะขยายตลาดได้อีกมาก หากมีการยกระดับความร่วมมือด้านการมาตรฐานระหว่างกัน ทั้งนี้ การผลักดันอาหารและผลิตภัณฑ์ฮาลาลเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรมและรัฐบาล ซาอุดีอาระเบียนับเป็นตลาดฮาลาลที่ใหญ่ จึงเริ่มต้นก่อน และมีแผนที่จะขยายความร่วมมือไปถึงพหุภูมิภาคอื่นด้วย” รมต.พิมพ์ภัทราฯ กล่าว

ด้าน นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ.ขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและรัฐบาล ได้เตรียมความพร้อมด้านการตรวจสอบรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมฮาลาล ทั้งในด้านกระบวนการตรวจรับรองมาตรฐานฮาลาลของประเทศไทย และกลุ่มประเทศคู่ค้าที่สำคัญ รวมทั้งโอกาสในการเพิ่มการส่งออกอาหารฮาลาลของไทย โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านการมาตรฐาน อาทิ หน่วยตรวจรับรองที่มีความพร้อมในการตรวจรับรองมาตรฐานฮาลาลตามกระบวนการที่ประเทศคู่ค้ากำหนด ผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฮาลาลที่เชี่ยวชาญตามกระบวนการตรวจสอบตามระบบ ISO/IEC 17020 และบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมอาหารที่มีทักษะในการพัฒนาสถานประกอบการให้มีมาตรฐานฮาลาลตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า ตลอดจนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อให้สามารถขยายตลาดส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลไปยังกลุ่มประเทศคู่ค้าใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ความร่วมมือดังกล่าว นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะยกระดับงานด้านการมาตรฐานฮาลาลของทั้ง 2 ประเทศ ให้เกิดการยอมรับผลการตรวจสอบรับรองสินค้าฮาลาล เพื่อผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดมุสลิมโลก เลขาธิการ สมอ. กล่าว

เชียงใหม่-สร้างประสบการณ์"Koala's March Adventure in Chiang Mai Zoo : ชวนผจญภัยครั้งใหม่ไปกับมาร์ชคุงและผองเพื่อน " 

ลอตเต้ โคอะลา มาร์ช ร่วมกับ สวนสัตว์เชียงใหม่ จัดกิจกรรม“Koala’s March Adventure in Chiangmai Zoo: ชวนผจญภัยครั้งใหม่ไปกับมาร์ชคุงและผองเพื่อน กิจกรรมสันทนาการ เพื่อมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้กับเด็กเชียงใหม่ พร้อมร่วมสนับสนุนสวนสัตว์เชียงใหม่ ด้วยการนำเงินมอบให้กับทางสวนสัตว์ เพื่อเป็นค่าบำรุง ค่าอาหาร และเลี้ยงดูโคอาลา

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567  ณ บริเวณจุดแสดงโคอาลา สวนสัตว์เชียงใหม่ นางพิไลลักษณ์ บุญมา กรรมการ บริษัท ไทยลอตเต้ จำกัด หรือลอตเต้ โคอะลา มาร์ช และนายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด “Koala’s March Adventure in Chiangmai Zoo: ชวนผจญภัยครั้งใหม่ไปกับมาร์ชคุงและผองเพื่อน” เพื่อแสดงถึงความร่วมมือในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ โดยภายในงาน นางสาวพลอย ชิดจันทร์ และครอบครัวได้ให้เกียรติร่วมงาน ในครั้งนี้ด้วย พร้อมทั้งร่วมสนุกตามบูธกิจกรรม ทั้ง 4 กิจกรรม ณ จุดแสดงโคอาลา รวมถึงกิจกรรมในโซนมินิซู

ทั้งนี้ทางลอตเต้ โคอะลามาร์ช ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและต้องการผลักดันภาพลักษณ์ของโคอาล่า ให้เป็นที่น่าจดจำของทุกคนที่เข้ามาในสวนสัตว์ และยังได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโซนโคอาลา ทั้งโมเดล
โคอะลา มาร์ช และป้ายต่าง ๆ ให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ทางลอตเต้ โคอะลา มาร์ช ยังได้จัดกิจกรรมสันทนาการ เพื่อมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้กับเด็ก ๆ ถึง 4 กิจกรรม ได้แก่ โคอะลาอาร์ตติส, ทายศัพท์กับพี่มาร์ชคุง, โคอะลามาร์ช(เตอร์)เชฟ และ โคอะลาจอมพลัง พร้อมของรางวัลอีกมากมาย โดยกิจกรรมทั้งหมด ถูกจัดขึ้น ณ จุดแสดงโคอาล่า ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม - 29 กุมภาพันธ์ 2567 อีกทั้งในพิธีทางลอตเต้ โคอะลา มาร์ช ได้ร่วมสนับสนุน และมอบเงินให้กับทางสวนสัตว์ เพื่อเป็นค่าบำรุงสถานที่ ค่าอาหาร และเลี้ยงดูโคอาลา

"ทางลอตเต้ โคอะลามาร์ช ทำกิจกรรมภายใต้ 3 วัตถุประสงค์หลัก ดังนี้ สร้างประสบการณ์ระหว่างแบรนด์ โคอะลามาร์ช และสวนสัตว์เชียงใหม่ ผ่านการจัดกิจกรรมของ โคอะลามาร์ช เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค และใกล้ชิดมากขึ้นสร้างภาพลักษณ์ของโคอาล่าให้เป็นที่จดจำของทุกคน เมื่อเข้ามาในสวนสัตว์ปรับภาพลักษณ์สถานที่โซนโคอาล่า ทั้งป้ายต่างๆ และปรับปรุงโมเดลโคอะลามาร์ชใหม่ ให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางเรานั้นเริ่มการปรับปรุงตั้งแต่ช่วง กลาง ถึงปลายปีที่ผ่านมาและได้รับความร่วมมือจากส่วนสัตว์เชียงใหม่เป็นอย่างดีกิจกรรมทั้งหมดจัดขึ้นที่โซนโคอาล่าและโซนมินิซู โดยในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ รวมถึงทุกคนสามารถลุ้นรับของรางวัลพิเศษจากโคอะลา มาร์ชอีกมากมาย 

นอกจากนี้ ทางบริษัทไทยลอตเต้ ยังสนับสนุนโครงการทัศนศึกษา ให้เด็กๆจากโรงเรียนต่างๆในเชียงใหม่ทั้งหมด 10 โรงเรียน มาทัศนศึกษาและเล่นกิจกรรมโคอะลา มาร์ช ที่สวนสัตว์เชียงใหม่  อีกหนึ่งสิ่งที่ทาง ลอตเต้ โคอะลามาร์ช ตั้งใจมาในวันนี้ ก็คือการร่วมสนับสนุนสวนสัตว์เชียงใหม่ ด้วยการนำเงินมอบให้กับทางสวนสัตว์ เพื่อเป็นค่าบำรุง ค่าอาหาร และเลี้ยงดูโคอาลา"  กรรมการ บริษัท ไทยลอตเต้ จำกัด กล่าว

ด้านผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่  กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ทางบริษัท ไทยลอตเต้ จำกัด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างประสบการณ์ของเด็ก ๆ ผ่านกิจกรรมสันทนาการมากมาย ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจหลักของทางสวนสัตว์เชียงใหม่ ในด้านการเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก การอนุรักษ์สัตว์ป่า และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีมาตรฐาน และทันสมัยของภาคเหนือ และระดับประเทศ​ นอกจากนี้ทางสวนสัตว์เชียงใหม่ ยังมีนโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์เรื่องการพัฒนาด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมของสวนสัตว์เชียงใหม่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์ป่า และการท่องเที่ยวอย่างมีมาตราฐานเพื่อยกระดับเป็นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่สากลอย่างยั่งยืน

ซึ่งในกิจกรรมที่ทางโคอะลา มาร์ช ได้ตั้งใจสรรสร้างเพื่อเด็ก ๆ ในครั้งนี้ นอกจากกิจกรรมที่จัดขึ้นภายในโซนโคอะลา และโซนมินิซู ทางลอตเต้ยังสนับสนุนโครงการทัศนศึกษาให้เด็ก ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่มาร่วมกิจกรรมร่วมสร้างประสบการณ์ สร้างรอยยิ้ม และศึกษาวงจรชีวิตสัตว์ป่า ปลูกจิตสำนึก รณรงค์การอนุรักษ์สัตว์และสิ่งแวดล้อมเพื่อรักษาไว้ซึ่งความยั่งยืนในอนาคตต่อไป

ขณะที่นางสาวพลอย ชิดจันทร์ ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า วันนี้ได้พาลูกๆมาร่วมกิจกรรมซึ่งเด็กๆก็ชอบมากเพราะมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย ลูกๆชอบโคอะลา มาร์ช กันหมด ทั้งขนมที่มีหลายรสชาติและโมเดลที่เหมาะกับเด็กๆทุกวัย ก็อยากจะให้ทางบริษัท ไทยลอตเต้ จำกัด หรือลอตเต้ โคอะลา มาร์ช มาจัดงานแบบนี้ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ทุกๆปี

นภาพร/เชียงใหม่

ครอบครัวคนรักษ์ข้อครั้งที่ 14 “Innovation Changes Your life เปลี่ยนข้อเปลี่ยนคุณภาพชีวิต  ”

โรงพยาบาลพญาไท3 จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ผู้ป่วยที่ผ่านการผ่าตัดรักษาเปลี่ยนข้อเข่าเทียมกับศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อโรงพยาบาลพญาไท3 ภายใต้ตีมการจัดงาน  “Innovation Changes Your life เปลี่ยนข้อ เปลี่ยนคุณภาพชีวิต  ”  ในวันที่ 14 มกราคม 2567 ณ.โรงแรมริเวอร์ไซด์กรุงเทพ

โดยในปีนี้ได้นำนวัตกรรมด้านการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยด้วยกายภาพบำบัดมาจัดแสดงให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้การก้าวไปอีกขั้นของการดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลพญาไท3 ซึ่งเป็นไปตามที่ท่านนายแพทย์สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท3 ได้กล่าวถึงและให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องการนำ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลพร้อมทั้งสนับสนุนให้บุคลากรคิดค้นนวัตกรรมการรักษาจนส่งผลงานประกวด  นวัตกรรมรองเท้าสเก็ต  smart knee rehab   จากทีมกายภาพบำบัด  จนสามารถคว้าแชมป์จากงานการประกวดนวัตกรรมจากเครือ BDMS  ถือเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งขององค์กร โดยมีทีมแพทย์มากฝีมือจากศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อโรงพยาบาลพญาไท3 นำทีมโดย    ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช  ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อโรงพยาบาลพญาไท3  ให้ความสนับสนุนและเป็นที่ปรึกษาในการรักษาที่ดีเสมอมา 

บรรยากาศภายในงานได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่นในการร่วมกิจกรรประจำบูธ        พร้อมรับฟังการสนทนาในช่วง Dr.talks  ในเรื่องของ นวัตกรรมการรักษา พร้อมรับประทานอาหารล่องเรือหรู ชมบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยาร่วมกันในช่วงค่ำ ถือเป็นอีกกิจกรรมดีๆที่เราจัดกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ป่วยได้ร่วมกิจกรรมที่สร้างสัมพันธ์อันดีในทุกๆปี เราจะไม่หยุดพัฒนา นวัตกรรมการรักษา เพื่อพัฒนาคุณชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น

16 มกราคม พ.ศ. 2447 ‘กระทรวงเกษตราธิการ’ ได้ก่อตั้ง ‘โรงเรียนช่างไหม’ จุดกำเนิด 'มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์' ในยุคปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดสอนหลักสูตรทางด้านการเกษตร ก่อตั้งขึ้นเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ แรกเริ่มเป็น ‘โรงเรียนช่างไหม’ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2447 โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม องค์อธิบดีกรมช่างไหม ในกระทรวงเกษตราธิการ ได้ทรงจัดตั้งโรงเรียนช่างไหมขึ้น ณ ท้องที่ตำบล ทุ่งศาลาแดง กรุงเทพมหานคร ในบริเวณเดียวกันกับสวนหม่อนและสถานีทดลองเลี้ยงไหม 

โดยจัดการศึกษาหลักสูตร 2 ปี สอนเกี่ยวกับวิชาการ เลี้ยงไหมโดยเฉพาะ ต่อมาใน พ.ศ. 2449 ได้ขยายหลักสูตรเป็น 3 ปี โดยเพิ่มวิชาการเพาะปลูกพืชอื่นๆ เข้าในหลักสูตรตลอดจนได้เริ่มสอนวิชาสัตวแพทย์ด้วยและได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียน เป็นโรงเรียนวิชาการเพาะปลูกต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนการเพาะปลูก 

โดยในปี พ.ศ. 2451 กระทรวงเกษตราธิการ ได้รวมโรงเรียนที่อยู่ในสังกัด 3 โรงเรียนคือ โรงเรียนแผนที่ โรงเรียนกรมคลอง และโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก เป็นโรงเรียนเดียวกัน เพื่อผลิตคนเข้ารับราชการในกรมกองต่างๆ ของกระทรวงเกษตราธิการ โดยใช้ชื่อโรงเรียนว่าโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ และย้ายสถานที่ตั้งมารวมกัน ณ พระราชวังสระปทุม พร้อมกับได้ให้เรียบเรียงหลักสูตรใหม่ซึ่งถือได้ว่าเป็นหลักสูตรระดับอุดมศึกษาวิชาการเกษตรศาสตร์ หลักสูตรแรกของประเทศไทย

โดยได้เริ่มดำเนินการสอนหลักสูตรใหม่นี้ในปี พ.ศ. 2452 และในปี พ.ศ. 2456 รัฐบาลได้ยกโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการไปรวมเข้ากับโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ด้วยเหตุที่วัตถุประสงค์ของโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการตรงกับพระราชดำริในการจัดตั้งโรงเรียนข้าราชการพลเรือนซึ่งได้ทรงจัดตั้งขึ้นในกระทรวงธรรมการ งานศึกษาวิชาเกษตรศาสตร์จึงมาสังกัดกระทรวงธรรมการ

ต่อมาได้รับการก่อตั้งอีกครั้งในปี พ.ศ. 2460 ในนามโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนมัธยมวิสามัญเกษตรกรรม และได้รับการยกฐานะเป็น วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถัดจากนั้นมา รัฐบาลได้ปรับปรุงและรวมกิจการของวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เกษตรกลาง บางเขน กับโรงเรียนวนศาสตร์ จังหวัดแพร่ และสถาปนาเป็น ‘มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์’ ในปี พ.ศ. 2486 

ซึ่งในระยะแรกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปิดสอนเฉพาะด้านการเกษตรเท่านั้น แต่ต่อมาได้ขยายสาขาวิชาครอบคลุมทั้งเกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ บริหารธุรกิจ และงานบริการ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีสภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top