Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

‘นักแสดงซีรีส์ดังชาวเกาหลีใต้’ ผู้รับบทเป็น ‘คนไทย-ครูสอนมวยไทย’ สร้างความประทับใจด้วยรอยสัก “ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙” บนหน้าผาก

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 67 ซีรีส์เกาหลีเรื่อง ‘A Shop for Killers’ หรือ ‘มรดกร้านนักฆ่า’ ที่กำลังเป็นไวรัลดังและกำลังฉายอยู่บนแพลตฟอร์ม Disney+ Hotstar ในขณะนี้ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสาวคนหนึ่งที่ถูกเลี้ยงดูโดยคุณอามาตั้งแต่เล็ก หลังต้องสูญเสียพ่อและแม่ไป แต่เมื่อคุณอาของเธอจากไป กลายเป็นว่าเธอต้องรับมือกับมือสังหารมากมายที่พยายามตามฆ่าเธอ

ซึ่งความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้ นอกจากจะมีเนื้อเรื่องสุดเข้มข้นแล้ว ยังมีตัวละครตัวหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ‘พสิน’ ตัวละครคนไทยและครูสอนมวยไทย ที่รับบทโดยนักแสดงชาวเกาหลีใต้ชื่อ ‘คิมมิน’

โดยตัวละคร ‘พสิน’ นั้น ถึงแม้นักแสดงจะไม่ใช่คนไทย แต่เขาก็ใส่ความเป็นไทยให้กับตัวละคร ด้วยรอยสัก “ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙” ไว้บนหน้าผากของพสินด้วย ซึ่งซีนหนึ่งที่ได้เห็นรอยสักบนหน้าผากของพสินชัดๆ ก็เล่นเอาคนไทยถึงกับประทับใจในความใส่ใจรายละเอียดของตัวละครพสินกันอย่างมากเลยทีเดียว

กรมเจ้าท่า จัดกิจกรรม 'คมนาคมส่งยิ้ม เจ้าท่าสร้างสุข มอบหาดทรายสวยสู่ประชาชน' @ ชายหาดจอมเทียน มอบเป็นของขวัญรับปีใหม่ 2567

(26 ม.ค.67) ที่บริเวณชายหาดจอมเทียน พัทยา ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม จัดกิจกรรม "คมนาคมส่งยิ้ม เจ้าท่าสร้างสุข มอบหาดทรายสวยสู่ประชาชน" @ ชายหาดจอมเทียน เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 ให้ประชาชน ตามนโยบาย “คมนาคมเพื่อความอุดมสุขของประชาชน” ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนโยบาย “ราชรถยิ้ม” ของ ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีนายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย นายสรพันธ์ คุณากรวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการกระทรวงคมนาคม, นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่าด้านปลอดภัย นายภัควัต ขันธหิรัญ นายอำเภอสัตหีบ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, นางสาวระพีพรรณ รัตนเหลี่ยม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาจอมเทียน และผู้บริหารหน่วยราชการในพื้นที่ เข้าร่วม 

นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้เล็งเห็นถึงความสำเร็จ จากการฟื้นฟูเสริมทรายชายหาดพัทยา ต่อเนื่องมาจนถึงชายหาดจอมเทียนแห่งนี้ ส่งผลให้เกิดคุณค่าด้านจิตใจและเพิ่มมูลค่าด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นการฟื้นฟู อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ส่งเสริมการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ให้กลับมาคึกคัก พร้อมสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ จึงได้ผลักดันให้กรมเจ้าท่าจัดทำแผนการพัฒนาชายฝั่งทะเลด้านการเสริมชายหาด Beach Nourishment เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ฟื้นฟู อนุรักษ์พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ โดยทำการเสริมทรายในพื้นที่ชายหาดจอมเทียน ซึ่งเป็นโครงการที่ 2 ต่อจากชายหาดพัทยา เพื่อฟื้นฟู อนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน สร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว และการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถสร้างมาตรการควบคุมผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด เป็นไปตามมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของสังคมโดยทั่วไป

โครงการเสริมทรายชายหาดจอมเทียน ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงคมนาคม จำนวน 521,924,392.40 บาท (ห้าร้อยยี่สิบเอ็ดล้านเก้าแสนสองหมื่นสี่พันสามร้อยเก้าสิบสองบาทสี่สิบสตางค์) โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 สำหรับแหล่งทรายที่ใช้เสริมชายหาดจอมเทียน นำมาจากบริเวณทิศตะวันตกของเกาะรางเกวียน ซึ่งอยู่ห่างจากชายหาดจอมเทียนออกไปประมาณ 15 กิโลเมตร และเป็นแหล่งเดียวกับที่ใช้เสริมทรายชายหาดพัทยา ใช้ทรายรวมทั้งสิ้นประมาณ 640,000 ลูกบาศก์เมตร ภายหลังจากการฟื้นฟูชายหาดจอมเทียนเสร็จสิ้น ชายหาดจะมีขนาดกว้างเฉลี่ยประมาณ 50 เมตร ความยาว 3,575 เมตร ซึ่งจะสามารถสร้างประโยชน์ในพื้นที่ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยการพลิกฟื้นคืนความงดงามของชายหาดจอมเทียนให้กลับมาสวยงาม และใช้เป็นพื้นที่สันทนาการได้มากขึ้น
***(สัมภาษณ์ :- ทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม)

สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บาน เนื่องในวันทหารผ่านศึก 27 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2567

สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บานวันทหารผ่านศึก ด้วยวันที่ระลึกทหารผ่านศึกจะเวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จะจัดจำหน่ายดอกไม้ที่ระลึกวันทหารผ่านศึก (ดอกป๊อปปี้) เพื่อหารายได้สมทบทุนสงเคราะห์ครอบครัวทหาร ตำรวจ พลเรือนและอาสาสมัคร ที่อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ ดังเช่นที่เคยปฏิบัติมาเป็นประจำทุกปี นั้น ในปีนี้มูลนิธิได้จัดให้มี “สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บานวันทหารผ่านศึก”โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2567

ทั้งนี้เพื่อให้การประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างกว้างขวางและทั่วถึง อันจะเป็นผลดีแก่การจำหน่ายดอกป๊อปปี้ จึงขอเชิญสื่อมวลชนทุกแขนง ช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบอย่างแพร่หลาย ใคร่ขอความกรุณาและการสนับสนุนจากท่านช่วยพูดประชาสัมพันธ์เขอเชิญชวนทุกท่าน สั่งซื้อดอกป๊อปปี้และ ผลิตภัณฑ์ได้ที่ มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนี 02-2453303, 092-7502642 ID Line : @poppythailandหรือเชิญซื้อผลิตภัณฑ์ทางลิงค์นี้ได้เลย https://shop.line.me/@poppythailand ช่องทางการชำระเงิน ธนาคารกสิกรไทย สาขาสนามเป้า ชื่อบัญชีมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก เลขที่บัญชี 029-2-30712-8 หรือสแกนบริจาค

27 มกราคม ของทุกปี วันรำลึกเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สากล ‘กองทัพแดง’ ปลดปล่อยเชลยศึกจากค่ายนาซี

เหตุการณ์ฮอโลคอสต์ ถือเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดของชาวยุโรป นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดจากความเกลียดชังในใจมนุษย์จนนำไปสู่การทำลายล้าง และเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่กระตุ้นให้เรารู้จักยอมรับในความแตกต่างของผู้อื่น

คำว่า ‘ฮอโลคอสต์’ ในความหมายของนักประวัติศาสตร์มักใช้อ้างถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในยุโรปราว 6 ล้านคน โดยพรรคนาซีเยอรมันช่วงปี 1941-1945 ซึ่งเหตุการณ์นี้นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่สุดของโลก เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่โหดร้ายที่สุด มีการวางแผนสังหารหมู่อย่างเป็นระบบโดยการสนับสนุนของรัฐบาล และมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ทั้งนี้ วันที่ 27 มกราคมของทุกปี จึงถูกกำหนดให้เป็นวันรำลึกเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สากล หรือ International Holocaust Remembrance Day เป็นวันที่องค์การสหประชาชาติกำหนดให้มีขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่กองทัพแดงของสหภาพโซเวียตปลดปล่อยเชลยศึกนาซีในค่าย Auschwitz-Birkenau ค่ายกักกันและค่ายมรณะของนาซีที่ใหญ่ที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1945

'วีระศักดิ์' ส่งมอบหนังสือรับรอง 'GBAC STAR' สู่ 6 สุดยอดผู้บริหารไทย หลังได้รับการรับรองมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากลจากสหรัฐฯ

(26 ม.ค.67) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกล่าวเปิดและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง 'มาตรฐานสุขอนามัยในกระแสการท่องเที่ยวของสากล' ที่อาคารศูนย์การประชุมบางแสนเฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุขร่วมให้การต้อนรับ

สำหรับงานดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. และประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. กล่าวแนะนำโครงการและนางสาวนวลสมร อุณหะประทีป หัวหน้าโครงการ รายงานผลการดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากลจบแล้ว

หลังจากนั้น นายวีระศักดิ์ ก็ได้ขึ้นทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือรับรอง การเป็นผู้ได้รับการรับรองมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากล หรือ GBAC STAR ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา ให้กับผู้บริหารของไทย 6 แห่งที่ได้รับการรับรองในปีนี้ ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต, ศูนย์การประชุมบางแสนเฮอริเทจ ชลบุรี, บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซนทรัลเวิลด์, บ้านปารค์นายเลิศ, บริษัทนิกรมารีน ภูเก็ต และ บริษัทสุโข เวลเนสแอนด์ สปา จำกัด โดยเมื่อรวมกับที่ได้รับไปรุ่นแรกในปีก่อนหน้าอีก 4 แห่ง คือ ไทเกอร์มวยไทย, ป่าตองเบย์วิว, เกาะยาวใหญ่วิลเลจ และ อ่าวนางปรินซ์วิลล์ รีสอร์ตแอนด์ สปา ก็ทำให้ไทยมีสถานที่ที่ได้รับตรามาตรฐานนี้รวมแล้ว 10 แห่ง

อนึ่ง มาตรฐาน GBAC STAR ได้ถูกใช้ในสถานประกอบการมาตรฐานนับพันแห่งทั่วโลก เช่น สนามบิน JFK, สนามบินลากัวเดียร์, สนามบินนวอค์, ท่าเรือนิวยอร์ก, ท่าเรือนิวเจอร์ซีย์, ศูนย์ประชุมนานาชาติออราเคิลและสนามกีฬาที่แอตแลนตา จอร์เจีย ซึ่งเป็นเมืองเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน เป็นต้น ขณะนี้มีกิจการต่างๆ รอรับการประเมินให้ผ่านการรับรองมาตรฐาน GBAC STAR อีกหลายพันแห่งทั่วโลก

สำหรับการขอรับรองตรามาตรฐาน GBAC STAR ของไทย เป็นการร่วมมือผ่านงานวิจัยที่นักวิจัยและวิชาการจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยงบประมาณจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ทำงานร่วมกับแต่ละสถานที่เพื่อใช้ประโยชน์จากฐานเดิมที่สถานประกอบการหลายๆ แห่งในไทยเคยพัฒนาระบบมาตรฐานสุขอนามัยผ่านระบบ SHA และ SHA+ ที่ดำเนินการโดยททท.และกระทรวงสาธารณสุขมาก่อนในช่วงรับมือโรคระบาด โควิด19  

ดังนั้น ด้วยการดำเนินการเพิ่มการบันทึกเอกสารและขั้นตอนรายละเอียดอีกเพียงไม่มาก ผู้ประกอบการก็เข้าเกณฑ์ที่จะผ่านการประเมินของ GBAC STAR ที่ตลาดสหรัฐฯ, แคนาดา, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่ให้ความเชื่อถือต่อมาตรฐานนี้อย่างยิ่งได้แล้ว 

อีกทั้งผู้ประกอบการต่างพึงพอใจที่นอกจากจะมีตรารับรองที่ตลาดไว้วางใจแล้ว ยังได้มาตรฐานที่สร้างความปลอดภัยให้พนักงานหน้างานของตนเอง มีแผนรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน มีแผนประเมินความเสี่ยงที่อาจมาถึง และมีการเปลี่ยนแปลงที่กระตุ้นให้ Supply Chains และนิเวศของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยตื่นตัว และเท่ากับช่วยยกระดับมาตรฐานของการเดินทางและท่องเที่ยวไทยไปด้วย

นอกจากนี้ ผลพลอยได้ที่เกิดจากกิจกรรมคือ นักวิจัยไทยจากโครงการนี้ ซึ่งมีทั้ง มอ.ภูเก็ต และ นิด้า ได้กลายเป็นผู้มีความชำนาญในการออกแบบติดตามและประเมินมาตรฐานตามระบบของ สมาคม ISSA Worldwide Cleaning Industry Association USA และได้รับการรับรองให้เป็นบุคลากรเชี่ยวชาญในการประเมินอิสระให้ GBAC STAR ในระดับภูมิภาคด้วย

‘ฮ่องกง’ เดินหน้าส่งเสริม ‘เศรษฐกิจงานอีเวนต์ขนาดใหญ่’ หวังดึงดูดใจผู้มาเยือน พร้อมเปลี่ยนชื่อเสียงสู่ความเจริญ

(26 ม.ค. 67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ‘จอห์น ลี’ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน แสดงความหวังจะส่งเสริม ‘เศรษฐกิจงานอีเวนต์ขนาดใหญ่’ (mega-event economy) เพื่อดึงดูดผู้คนมาเยือนฮ่องกงเพิ่มขึ้น และแปรเปลี่ยนชื่อเสียงเป็นความเจริญรุ่งเรือง

โดย จอห์น ลี กล่าวระหว่างการถาม-ตอบ ณ การประชุมสภานิติบัญญัติ (LegCo) ของฮ่องกงว่าตั้งแต่มีการกลับมาเดินทางตามปกติอย่างเต็มรูปแบบเมื่อต้นปีก่อน ฮ่องกงได้เป็นเจ้าภาพจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่หลายงาน ครอบคลุมการประชุมระหว่างประเทศ นิทรรศการศิลปะ การแข่งขันกีฬา และกิจกรรมเพื่อความบันเทิง

ซึ่งการจัดงานอีเวนต์เหล่านี้เพิ่มความน่าดึงดูดใจและโอกาสทางธุรกิจของฮ่องกง ส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในภาคธุรกิจการท่องเที่ยว การโรงแรม อาหาร และการค้าปลีก โดยผู้มาเยือนทุก 1.5 ล้านคน มีส่วนส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจท้องถิ่นราว 0.1 จุด

รัฐบาลฮ่องกงตั้งเป้าหมายขยาย ‘ส่วนแบ่ง’ เพื่อรับรองว่าทุกคนจะได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในมิติต่างๆ ดีขึ้น โดยมีการวางแผนฟื้นฟูเขตวานจื่อ (Wan Chai) บูรณะอาคารบางส่วนของรัฐบาลเป็นสถานที่จัดนิทรรศการ ขยายศูนย์ประชุมและนิทรรศการเอเชียเวิลด์-เอ็กซ์โป ซึ่งทั้งหมดจะเพิ่มความจุสถานที่ของฮ่องกงราวร้อยละ 40

‘ช้างศึก’ ฟาดแรงค์กิ้งฟีฟ่าพุ่งท็อป 100 โลก ในรอบ 14 ปี แซงหน้า!! ‘เวียดนาม’ ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ของอาเซียนอีกครั้ง

(26 ม.ค.67) ความเคลื่อนไหวทัพ ‘ช้างศึก’ ทีมชาติไทย หลังระเบิดฟอร์มสุดยอด ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้าย ในศึกเอเชียนคัพ 2023 เข้ามาดวลกับ ทีมชาติ อุซเบกิสถาน ที่สนาม อัล ยานูบ สเตเดี้ยม ในวันอังคารที่ 30 ม.ค.นี้ เริ่มฟาดแข้งในเวลา 18.30 น. เป็นต้นไป PPTV ถ่ายทอดสด 

โดยทัพ ‘ช้างศึก’ ที่ลงเล่นนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มเสมอกับซาอุดีอาระเบีย ทีมอันดับ 56 ของโลก 0-0 ทำให้สร้างผลงานสุดยอดด้วยการเก็บถึง 5 คะแนน จาก 3 นัด รั้งรองแชมป์ของกลุ่ม เอฟ พร้อมกับ สร้างประวัติศาสตร์ไม่เสียประตูในรอบแบ่งกลุ่มแม้แต่ลูกเดียว และในครั้งนี้ก็นับเป็นเพียง 2 ชาติร่วมกับ กาตาร์ เจ้าภาพที่ทำสถิติดังกล่าวได้

ซึ่งจากผลงานของทัพ ‘ช้างศึก’ ในรายการนี้ก็ทำให้ทีมเก็บคะแนนแรงค์กิ้งฟีฟ่าได้ทั้งหมด 30.69 คะแนน ทำให้คะแนนจากเดิมที่มี 1198.86 เพิ่มเป็น 1206.58 คะแนน อันดับโลกขยับจาก 113 ไปอยู่ที่ 100 ของโลก เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี อย่างไม่เป็นทางการแน่นอนแล้ว  หลังครั้งสุดท้ายที่ไทยอันดับท็อป 100 โลก คือการอยู่อันดับ 98 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2010  พร้อมกันนี้ก็จะแซงหน้า เวียดนาม กลับขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนอีกครั้งด้วย

สำหรับสถิติการดวลกันของ ‘ไทย’ กับ ‘อุซเบกิสถาน’ ทีมอันดับ 68 ของโลก นั้นปรากฏว่าเคยดวลกันมา 10 ครั้ง เป็นไทย ที่ทำได้ดีกว่าเอาชนะไปได้ 6 ครั้ง อุซเบกิสถาน ชนะไป 4 ครั้ง ซึ่งผลงานครั้งสุดท้ายที่ดวลกันเกิดขึ้นในปี 2023 ในเกม เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก อุซเบกิสถาน เอาชนะไปได้ 2-0

‘ก.พลังงาน’ จ่อใช้ ‘กองทุนน้ำมันฯ’ กดราคาเบนซินต่อ หลังมาตรการปรับลดภาษีจะสิ้นสุดลงวันที่ 31 ม.ค.นี้

(26 ม.ค. 67) นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันกลุ่มเบนซิน ประกอบกับกระทรวงพลังงานได้มีมาตรการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินทุกประเภท ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันลดลงตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. 2566 เป็นต้นมา โดยมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ม.ค. 2567 ที่กำลังจะถึงนี้  

ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ประชุมเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าว ทั้งการบริหารจัดการเรื่องราคาโดยคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และการบริหารจัดการเรื่องปริมาณการจัดหาและการจำหน่ายโดยกรมธุรกิจพลังงาน และสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ มั่นใจแม้สิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว ยังสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

“มาตรการช่วยกลุ่มเบนซินที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ม.ค.นี้ เป็นไปตามมติ ครม.ที่กระทรวงพลังงานเสนอในการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ใช้น้ำมันเบนซินในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงพลังงานขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยหลังจากสิ้นสุดมาตรการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.นี้ กระทรวงพลังงานจะใช้กลไกของกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาบริหารจัดการเรื่องราคาน้ำมัน เพื่อไม่ให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันตรวจสอบให้มีน้ำมันพร้อมจำหน่ายเต็มที่” นายประเสริฐ กล่าว

‘รมว.ปุ้ย’ พร้อมดัน ‘ไทย’ สู่ฮับ ‘รถยนต์ EV’ และศูนย์กลางจัดการแบตฯ อย่างเป็นระบบ

รมว.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้คำมั่นการเดินหน้าอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ว่า “ขอให้คลายความกังวล ว่าประเทศไทยไม่ใช่แค่ดึงดูดนักลงทุนเข้ามา ไม่ใช่แค่ต้องการรายได้จากการลงทุนเท่านั้น แต่เรากำลังทำให้ประเทศนี้เป็นฮับของการผลิตรถยนต์ EV ต่อไปจะเป็นศูนย์กลางจัดการขยะของเสียเหล่านี้ด้วย เพราะเราทำการจัดการอย่างเป็นระบบ”

แนวร่วมเพจดัง บี้!! สภาฯ สอบ ‘สส.จิรัฏฐ์’ ‘ปมหนีทหาร’ ‘เจ้าตัว’ บอกปัด!! อ้างก็แค่กระบวนการดิสเครดิต

(26 ม.ค. 67) ที่รัฐสภา แนวร่วมเพจ ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ นำโดย นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์, นายนิยม นพรัตน์ หรือ เค สามถุยส์ และนายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร หรือ อ.ทัน ยื่นเรื่องร้องเรียนถึงประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องขอให้ตรวจสอบ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล กรณีไม่ได้รับการตรวจเลือก คัดเลือกทหาร หรือหนีทหาร หรือไม่ โดยมีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นผู้รับหนังสือ

นายทันกวินท์ กล่าวว่า ตนมาในนามของประชาชน โดยขอให้ภาครัฐตรวจสอบนายจิรัฏฐ์ โดยกรณีนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคก้าวไกล โดยตนได้ร้องว่า นายจิรัฏฐ์ได้มีการหนีทหาร จริงหรือไม่ เพราะตามคำให้การของนายจิรัฏฐ์มีความขัดแย้งกัน และเป็น สส.ต้องมีความแม่นยำในข้อกฎหมาย ซึ่งในข้อกฎหมายกำหนดไว้ว่าหากไม่เข้าไปทำการตรวจเลือกทหารต้องได้รับโทษจำคุก และเมื่อได้รับโทษจำคุกแล้ว จะต้องเข้ารับราชการทหารเลย ดังนั้น สิ่งที่นายจิรัฏฐ์ให้ข้อเท็จจริงว่าเมื่อไม่ได้เข้าไปรับการตรวจเลือกแล้วสามารถเสียค่าปรับ และเข้าไปจับฉลากได้ ถือว่าเป็นการพูดเรื่องข้อกฎหมายอันเป็นเท็จ นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา นายจิรัฏฐ์ได้นำตัว สด.43 ที่มีชื่อของนายจิรัฏฐ์ โดยกำหนดข้อความว่าสามารถจับใบดำ ใบแดงได้ ทั้งที่ตามข้อกฎหมายระบุว่าเมื่อคุณได้รับคำพิพากษาของศาลและได้รับโทษจำคุกแล้ว จะไม่มีการจับใบดำ ใบแดง นี่ถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งตนกำลังประสานกับทางกองทัพเพื่อดำเนินคดีอาญากับนายจิรัฏฐ์ต่อไป

ขณะที่นายแทนคุณ กล่าวว่า เรื่องนี้หากเป็นข้าราชการก็เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มาตรา 157 หรือไม่ และเมื่อเป็น สส.กระบวนการจริยธรรมคือถอดถอน และถ้ามีความผิดจริง ในการโกหก ปลอมแปลงเอกสาร หลอกลวงประชาชน เราก็จะส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อยื่นถอดถอน และยื่นคดีอาญา อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เราทำหน้าที่เปิดโปง สส.ของพรรคก้าวไกลหลายคน จึงเป็นเหตุผลหรือไม่ที่พรรคก้าวไกลพยายามโจมตีกองทัพ เพราะตัวเองมีบาดแผลหลายอย่าง

ด้าน นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ตนจะนำเอกสารร้องเรียนนี้ไปให้เข้าหน้าที่ได้ตรวจสอบความถูกต้องต่างๆ ตามกระบวนการ แต่อย่างไรก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ว่าสิ่งที่เขาร้องเรียนมานี้เป็นความจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ได้ออกมาอธิบายกล่าวชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ตนต้องนำเอกสารตัวจริงไปยื่นอยู่แล้ว ส่วนการตรวจสอบว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ ถ้าอยากจะรู้ขนาดนั้น ก็เป็นหน้าที่ของราชการ เป็นเอกสารตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นเราเป็นเด็กที่เพิ่งเรียนจบ แล้วก็ไม่ได้ไปรายงานตัว ตนจำได้ว่าวันนั้นติดเรียน หรือติดธุระอะไรสักอย่าง ก็เลยไปในวันรุ่งขึ้น

"หน่วยงานราชการเรียกไปทำอะไร เราก็ทำตามหมด ให้จ่ายค่าปรับก็จ่าย ให้จับใบดำใบแดงก็จับ ให้เอกสารอะไรมาก็ทำตามกระบวนการที่เขาให้ทำทุกอย่าง ไปจ่ายค่าปรับที่ศาลรึเปล่าน่าจะใช่ ผมก็ทำตามเขา นั่งรถกับเขา แล้วเขาก็พากลับมาที่อำเภอ ทุกอย่างก็จบแค่นั้น ยืนยันว่าไม่มีการปลอมเอกสารแน่นอน แต่ที่ออกมาพูดช้า ยอมรับเลยว่าหาเอกสารไม่เจอ สุดท้ายไปรื้อเจอที่บ้านคุณแม่" นายจิรัฏฐ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า ในใบ สด.ที่เอามาแสดงนั้น ไม่มีรอยนิ้วมือ นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า ตนก็ยังสงสัยอยู่ ว่าทำไมถึงไม่มี เขาไม่ได้ให้ปั๊ม แต่ที่เช็กกับหลายคนก็ไม่มี ส่วนจะทำตามกระบวนการถูกต้องหรือไม่นั้น เราเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เข้าไปในหน่วยงานราชการ ก็ทำตามกระบวนการอยู่แล้ว จะมีอำนาจอะไรไปสั่งการ

เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตว่า โดยปกติแล้วหากศาลมีคำสั่งว่าหนีทหาร จะต้องไปเกณฑ์ทหารทันที ไม่ใช่ไปจับใบดำใบแดงแบบนี้ นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม กระบวนการของศาล ซึ่งตนก็ต้องทำตามที่เขาให้ทำ ส่วนรู้สึกแปลกหรือไม่ เอาตรงๆ รู้สึกโชคดี ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ตนคงไม่ต้องไปเกณฑ์ทหารแล้ว เกณฑ์ทหารไม่ได้อะไรอยู่แล้ว ชีวิตเสียหายไป 2 ปี แทบจะเอาชีวิตไปทิ้งเลย ถ้ามันออกมาเป็นอย่างนั้น ตนก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ตนไม่รู้หรอกว่ากระบวนการเป็นยังไง ก็แล้วแต่หน่วยงานราชการ เขาบอกให้ทำก็ทำ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อสงสัยว่าเป็นการเปลี่ยนชื่อ เพื่อหนีทหาร นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า ตนเปลี่ยนตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่ง เปลี่ยนทั้งบ้าน เพราะคุณแม่ไปดูดวงมา เรื่องการเกณฑ์ทหารเป็นเรื่องหลังเรียนจบ ตนเปลี่ยนชื่อก่อนหลายปีมาก ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ในเอกสารราชการจะเปลี่ยนชื่อหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ส่วนที่มีการมาร้องเรียนกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารนั้น ตนได้ทราบว่ารับเรื่องมาแล้ว ซึ่งเมื่อถึงเวลาลงมติ ตนคงไม่ออกความเห็น ให้ กมธ.ฯ คนอื่นพิจารณา ว่าจะนำเรื่องนี้เข้ามาพูดคุยหรือไม่ เพราะ กมธ.ฯ มีหน้าที่ศึกษาพิจารณา แก้ไข สืบสวน ข้อพิพาท ที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการทหาร โดยประชาชนที่มาร้องเรียนจะต้องเป็นผู้เสียหาย ที่มาเรียกร้องความยุติธรรม ความเป็นธรรม แต่เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบ ว่าใครเป็นผู้เสียหาย และเขาได้รับความเดือดร้อนอะไร จากสิ่งที่มันเกิดขึ้น ตนยังไม่เข้าใจเหมือนกัน

"ผมไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้ เพราะการถูกทำลาย เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเรื่องราวที่ผมพูด และสิ่งที่กำลังทำ เป็นเรื่องที่ถูกทางแล้ว เป็นประโยชน์สาธารณะ ไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง ถ้าทำแล้วสำเร็จ ก็เป็นประโยชน์ของคนทั้งประเทศ แต่เรื่องที่เขาทำเพื่ออะไร ใครได้ประโยชน์ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมไม่อยากให้สังคมเปลี่ยนประเด็น จากความผิดปกติในหน่วยงานทหารมาเป็นเรื่องนี้แทน เพราะเป็นการความพยายามในการบิดเบือนกระแสสังคมมากกว่า" นายจิรัฏฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินคดีต่อผู้ร้องเรียนหรือไม่นั้น นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า คงไม่เสียเวลาทำอะไรแบบนั้น มองว่าเป็นกระบวนการดิสเครดิต มั่นใจว่าการพยายามทำลายไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ตนพูดเกี่ยวกับทหารได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top