Monday, 8 June 2026
Hard News Team

ครองอำนาจด้วยเงา!! ปกครองด้วยทุน ผูกขาด!! ด้วยเครือญาติ ไม่ได้ปกครองเพื่อชาติ!! แต่เพื่อราชวงศ์ อำนาจของตนเอง

‘ฮุนเซนโมเดล’ คือแบบแผนการเมืองที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทุกโอกาสเพื่อสร้างอำนาจและรักษาเก้าอี้ให้นานที่สุด จุดเริ่มต้นของ Hun Sen (ฮุน เซน) มาจากการเป็นนายทหารเขมรแดง แต่เมื่อเห็นว่าระบอบนั้นไม่อาจนำไปสู่ความมั่นคงของตนเอง เขาก็เลือกตีจากไปพึ่งเวียดนาม และใช้เวียดนามเป็นบันไดกลับเข้าสู่อำนาจในกัมพูชา กลยุทธ์นี้คือการเปลี่ยนข้างเพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่เพราะยึดมั่นในอุดมการณ์ใด ๆ หากแต่เพื่อเปิดทางสู่การเป็นผู้กำหนดเกมการเมืองในอนาคต

เมื่อได้อำนาจกลับคืนมา ฮุน เซน ใช้วิธีสร้างเกราะป้องกันให้ตนเองโดยการดึงผู้นำที่อ่อนแอหรือสถาบันที่มีภาพลักษณ์ชอบธรรมมาไว้ข้างตัว ภายนอกดูเหมือนว่าเขาเป็นผู้สนับสนุนและจงรักภักดี แต่แท้จริงแล้วเขาคือผู้ควบคุมเกมอยู่เบื้องหลัง พร้อมค่อย ๆ ดูดซับทั้งกองทัพ กลไกรัฐ และเศรษฐกิจเข้ามาอยู่ภายใต้อำนาจของตน วิธีนี้ทำให้เขาสามารถอยู่ในอำนาจยาวนานโดยไม่ต้องเผชิญแรงต่อต้านโดยตรง เพราะภาพลักษณ์ถูกบังด้วย ‘เจ้านาย’ หรือ ‘สถาบัน’ ที่อยู่เบื้องหน้า

ในระยะยาว ฮุนเซนโมเดลไม่ได้หยุดเพียงแค่การรวบอำนาจ แต่ยังขยายไปสู่การสร้าง ‘ราชวงศ์ธุรกิจ–การเมือง’ ที่สืบทอดต่อกันได้ในครอบครัว เครือญาติของเขาควบคุมทั้งการเมือง กองทัพ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ตั้งแต่สื่อพลังงาน ธุรกิจคาสิโน ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ระดับชาติ สิ่งนี้ทำให้โมเดลของฮุน เซน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเมือง หากแต่เป็นระบบที่รวมการเมือง เศรษฐกิจ และครอบครัวเข้าด้วยกัน เพื่อให้การครองอำนาจดำเนินต่อไปอย่างมั่นคงและยาวนาน

สมุทรปราการ-อบจ.สมุทรปราการ จัดแถลงข่าวพร้อมสนับสนุนสืบสานงานประเพณีรับบัว

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี  ดร.พัฒนพงศ์ จงรักดี นายกเทศมนตรีตำบลบางพลี พ.ต.ท.เถลิงเกียรติ มณีอินทร์ รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม สภ.บางพลี นายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรปราการ และนางสาวชูศรี สัตยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางพลี ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2568  

ประเพณี 1 เดียวในโลก แห่งเดียวในประเทศไทย ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งประเพณีรับบัว 1 เดียวในโลก เป็นประเพณีอันเก่าแก่ที่ร่วมสืบทอดกันมาอย่างยาวนานสมัยโบราณ ของชาวอำเภอบางพลี ที่แสดงออกถึงความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ต่อคนต่างถิ่นที่มาอาศัยอยู่ในอำเภอบางพลี 

นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความผู้พันกับสายน้ำ ที่มีมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และได้รับการประกาศเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ โดย กระทรวงวัฒนธรรม ประเพณีรับบัว จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งปีนี้ตรงกับจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2568 จะมีการอัญเชิญองค์หลวงพ่อโตองค์จำลอง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวบางพลี ลงเรือแห่ไปตามลำคลองสำโรง เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณสองฝั่งคลอง และที่มาร่วมพิธีได้ร่วมสักการะบูชา 

ด้วยการโยนดอกบัวลงไปในเรือที่องค์หลวงพ่อโต ประดิษฐานอยู่เพราะเชื่อกันว่าหากสามารถโยนดอกบัวลงไปในเรือได้แล้ว อธิษฐานสิ่งใดไว้ก็จะประสบความสำเร็จสมหวังทุกประการ

สำหรับกิจกรรมการจัดงานในปีนี้ จะจัดขึ้นบริเวณอำเภอบางพลี ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2568 ซึ่งนอกจากจะมีพิธีโยนบัวในวันที่ 6 ตุลาคมแล้ว ตลอดการจัดงานทั้ง 4 วัน จะได้พบกับ โซนนิทรรศการ ลานวัฒนธรรม วิถีชีวิตชาวบางพลีในอดีต วิถีชีวิตชาวนา ชาวมอญ ลาน Soft Power การแสดง แสง สี เสียง ม่านน้ำ ตระการตา 2 เวทีกิจกรรมทั้งด้านหน้า และด้านหลังอำเภอ ซึ่งจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ มากมาย จากเครือข่ายชุมชน การแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียง ตลอดจนกิจกรรมการประกวด แข่งขัน อาทิ การประกวดหนุ่ม-สาว รับบัว, การแข่งขันมัดข้าวต้ม , แข่งขันบาสโลบ , ประกวดร้องเพลง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการออกร้านสินค้าพื้นเมือง-ชุมชน (OTOP) กว่า 70 ร้านค้า ในบริเวณพื้นที่จัดงานอีกด้วย

สมุทรปราการ-นายกสุนทร ไม่ลืม!! พ่อใหญ่บ้านอัศวเหม จัดพิธีทำบุญครบรอบ 93 ปี นายวัฒนา อัศวเหม

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) ณ ศาลาการเปรียญ วัดสร่างโศก ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปาการ เป็นประธาน นำคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภา อบจ.สมุทรปราการ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล ครบรอบ 93 ปี 'นายวัฒนา อัศวเหม' 

อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตหัวหน้าพรรคราษฎร และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ 10 สมัย 

โดยได้รับความเมตตาจาก พระราชพัฒนากร (สมชาย ฉนฺทสโร) เจ้าอาวาสวัดปริวาสราชสงคราม กรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ 

โดยมี นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายวรพร อัศวเหม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางสุกัญญา อัศวเหม ประธานสภาเทศบาลนครสมุทรปราการ นายสนธเยศ อัศวเหม นายพัชร อัศวเหม นางสาวภาเจยวัฒน์ อัศวเหม เลขานุการนายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย อดีตนายก อบจ.สมุทรปราการ ชนม์ทิดา อัศวเหม ประธาน ทสม.สมุทรปราการ 

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ดร.สัมพันธ์ เตชะเจริญกุล นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ ตลอดจนคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกเทศบาล อบจ. อบต. แขกผู้มีเกียรติ และกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ทางคณะเจ้าภาพ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมกันถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ โดยได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณพระวชิรธรรมวิธาน เจ้าคณะอำเภอบางบ่อ เมตตาประพรมน้ำมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยพิธีดังกล่าว ได้จับแบบเรียบง่ายเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีและเป็นความผูกพันธ์สมัยที่ นายวัฒนา อัศวเหม เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง ได้พัฒนาจังหวัดสมุทรปราการ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองมาอย่างต่อเนื่อง

จังหวัดน่าน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ผนึกกำลังกระทรวงอุตสาหกรรม จัดงาน NAN AGRO INDUSTRY INNOVATION FAIR 2025 ระหว่างวันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

จังหวัดน่าน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมจัดงาน “NAN AGRO INDUSTRY INNOVATION FAIR 2025” ระหว่างวันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ภายใต้ “โครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการด้านการเกษตร ให้มีพื้นที่นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ เชื่อมโยงกับผู้บริโภคโดยตรง และต่อยอดสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับสินค้าเกษตรไทย ผ่านการประยุกต์ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เชื่อมโยงเกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดใหม่ พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจสู่ระดับสากล โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและสินค้านวัตกรรมที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดโลก

ภายในงานมีบูธจัดแสดงสินค้ามากกว่า 30 บูธ ครอบคลุมทั้งผลผลิตเกษตรปลอดสารพิษ ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ และนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการผลิตภัณฑ์ต้นแบบอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปจังหวัดน่าน กิจกรรมส่งเสริมการขายพร้อมลุ้นรางวัล รวมถึงกิจกรรมบันเทิงและการแสดงดนตรีสดตลอดงาน

การนำ “ของดีจังหวัดน่าน” มาสู่ศรีราชาในครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างช่องทางการตลาดและรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของสินค้าเกษตรไทยให้มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ และเป็นแรงบันดาลใจให้เกษตรกรรุ่นใหม่ก้าวสู่การเป็น “Smart Farmer” และ “Smart Industry” ที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ระหว่างวันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ทั่วโลกจับตา!! ‘ปาเลสไตน์’ ยกระดับบทบาทบนเวทีนานาชาติ หลังยื่นใบสมัครขอเข้ากลุ่ม BRICS ร่วมกับ ‘รัสเซีย-จีน’

(26 ก.ย. 68) ปาเลสไตน์ประกาศยื่นสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบของกลุ่ม BRICS แต่ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการจากประเทศสมาชิก ส่งผลให้ปาเลสไตน์จึงยังคงเข้าร่วมการประชุมในฐานะแขกรับเชิญ โดยเอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำรัสเซีย ระบุว่าการเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบยังติดเงื่อนไขบางประการที่ต้องรอเวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสม

สำหรับกลุ่ม BRICS ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดยเริ่มจากบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ต่อมาได้มีการขยายสมาชิกเพิ่ม ได้แก่ อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปี 2024 รวมถึงอินโดนีเซียที่เข้าร่วมอย่างเป็นทางการในปี 2025 ขณะนี้การสมัครของปาเลสไตน์จึงถูกจับตาว่าอาจเป็นอีกก้าวสำคัญต่อการยกระดับบทบาทในเวทีโลก

‘อังกฤษ’ เตรียมบังคับแรงงานต้องมีบัตร (Brit card) ยืนยันตัวตน หวังแก้ปัญหาต่างด้าวผิดกฎหมาย…แต่อาจละเมิดความเป็นส่วนตัว??

(26 ก.ย. 68) รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมผลักดันแผนออกบัตรดิจิทัล (Brit card) สำหรับประชาชนทุกคนที่ทำงานอยู่ในประเทศ โดยนายกฯ เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ ระบุว่ามาตรการนี้จะช่วยตรวจสอบสิทธิในการอยู่อาศัยและทำงานอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งแผนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางการเมือง หลังตัวเลขผู้อพยพข้ามช่องแคบอังกฤษพุ่งสูง และคดีขอลี้ภัยยังคั่งค้างกว่า 75,000 คดี

แม้ผลสำรวจชี้ว่าประชาชนมากกว่าครึ่งเห็นด้วยกับการมีระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล แต่กลุ่มสิทธิเสรีภาพ 8 องค์กรออกแถลงการณ์เตือนว่า บัตรดิจิทัลแบบบังคับอาจยิ่งผลักให้เกิดแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และแทบไม่ช่วยแก้ปัญหาขบวนการค้ามนุษย์หรือการจ้างงานผิดกฎหมาย ขณะที่นักวิจารณ์ด้านสิทธิส่วนบุคคลกังวลเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

ด้านผู้สนับสนุน เช่น ลอร์ด บลังกิต (Baron Blunkett) อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยของพรรคแรงงาน เห็นว่าถึงเวลาที่สหราชอาณาจักรต้องมีบัตรดิจิทัลแบบครอบคลุม โดยจะช่วยป้องกันการแอบอ้างตัวตน ปัญหาการค้ามนุษย์ และการจ้างงานผิดกฎหมาย อีกทั้งยังเปิดโอกาสสู่บริการสาธารณะแบบดิจิทัลที่สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น สอดคล้องกับตัวอย่างประเทศเอสโตเนียที่ใช้ระบบดังกล่าว ซึ่งสำเร็จไปได้ด้วยดี

อย่างไรก็ตาม แผนนี้ยังต้องผ่านกระบวนการแก้ไขกฎหมายและอาจเผชิญแรงต้านจากฝ่ายค้านและภาคประชาสังคม โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า หากเดินหน้าสำเร็จ Brit card จะกลายเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญด้านนโยบายดิจิทัลของรัฐบาล แต่ก็อาจจุดชนวนถกเถียงครั้งใหญ่ระหว่าง “ความมั่นคงแห่งชาติ” กับ “สิทธิเสรีภาพของประชาชน” ในสังคมอังกฤษยุคใหม่

‘เซ็นทรัลพัฒนา’ ปฏิเสธ' แทรกแซงการถือหุ้น 'ดุสิตธานี' ขู่ ดำเนินคดีตามกฎหมายคนบิดเบือนทำสังคมเข้าใจผิด

เซ็นทรัลพัฒนา เดินหน้าขอยืนยันแถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ในการ 'ปฏิเสธข่าวแทรกแซง' และชี้แจงเกี่ยวกับการถือหุ้นบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ อ้างถึงข่าวพาดพิง ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดต่อนโยบายการเข้าลงทุนของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) บริษัทฯ ขอปฏิเสธข้อมูลที่มีการเผยแพร่สู่สาธารณะ และขอชี้แจง ดังนี้

-บริษัทฯ ได้รับโอกาสในการร่วมลงทุน และเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับดุสิตธานีในการพัฒนาโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มาตั้งแต่ปี 2560 โดยในส่วนของเซ็นทรัลพัฒนา ได้ใช้งบลงทุนมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท โครงการดำเนินการพัฒนาด้วยดีมาโดยตลอด ปัจจุบัน โรงแรม อาคารสำนักงาน และศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ได้เปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ในฐานะแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของประเทศ ที่สะท้อนศักยภาพการพัฒนาโครงการระดับโลก โดยโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 46,000 ล้านบาท

-ปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนาถือหุ้นในดุสิตธานีจำนวน 145,238,320 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 17.09 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของดุสิตตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งที่ผ่านมาเซ็นทรัลพัฒนา เคารพในการบริหารงานของผู้ถือหุ้นใหญ่ และสนับสนุนการดำเนินงานด้วยดีมาโดยตลอด

ดังนั้น เมื่อเซ็นทรัลพัฒนา ได้รับการเสนอให้ส่งตัวแทนเพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นแต่งตั้งเป็นกรรมการของดุสิตธานี ทางเซ็นทรัลพัฒนา เล็งเห็นว่าจะสามารถใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของดุสิตธานีให้เติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป การเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งกรรมการเป็นไปตามแนวทางการมีส่วนร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้นซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติตามปกติ ในการดูแลเงินลงทุน โดยไม่มีอำนาจในการควบคุมในดุสิตแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา มีเจตนาอันดีและดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลตามแนวทางของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการกำกับดูแลเรื่องการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) อันเป็นสิ่งที่เซ็นทรัลพัฒนา ให้ความสำคัญ และดำเนินการในแนวทางปฏิบัติเดียวกันกับการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจทุกรายทั้งในและต่างประเทศมาโดยตลอด

-ดุสิตธานี บริหารงานโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ คือบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด เซ็นทรัลพัฒนา ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในการตัดสินใจดำเนินการของ บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด

เซ็นทรัลพัฒนา ยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจมาตลอด 45 ปี และได้รับการรับรองและตรวจสอบอย่างโปร่งใสมาโดยตลอด รวมถึงสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

การกล่าวอ้างใดๆ ที่ไม่เป็นความจริง และก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณะ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

วิกฤตถนนยุบกลางกรุง ‘ดร.เอ้’ แนะ 2 วิธีหยุด!! ก่อนเกิดหายนะ

เมื่อวันที่ (25 ก.ย. 68) ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์  หรือ 'ดร.เอ้' หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุถนนทรุดหน้าอาคารวชิรพยาบาล หลังพบหลุมลึกเชื่อมถึงอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน โดยระบุว่าสถานีรถไฟฟ้าวชิรพยาบาลและอาคารโรงพยาบาลยังคงปลอดภัย เพราะตอกเสาเข็มลึกและมีผนังกั้นดินค้ำอยู่ แต่สิ่งที่น่าห่วงคือการไหลของดินเข้าไปในอุโมงค์ที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว ซึ่งอาจทำให้หลุมขยายตัวกว้างขึ้น โดยเฉพาะหากมีฝนตกลงมาเพิ่มความเสี่ยง

ดร.เอ้ เสนอวิธีแก้ไขเร่งด่วน 2 ขั้นตอน คือการปิดรูอุโมงค์เพื่อหยุดดินจากการไหลลงไปต่อ และการติดตั้งหมุดตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดินอย่างเป็นระบบ เนื่องจากการดูด้วยตาเปล่าไม่สามารถตรวจสอบความเสี่ยงได้ หากพบความเคลื่อนไหวจะได้รีบอพยพประชาชนและเจ้าหน้าที่ทันที พร้อมย้ำว่าพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นจุดปฏิบัติการ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญควบคุมเครื่องจักรและการทำงานเท่านั้น

สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคืออาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสน เนื่องจากไม่ได้มีเพียงเสาเข็มด้านหน้าที่หลุด แต่ยังพบว่าดินยุบลึกกว่า 20 เมตรใต้ตัวอาคาร เสี่ยงกระทบต่อโครงสร้างทั้งหมด หากตัวยุบลงมาจะกลายเป็นปัญหาใหญ่และอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าวอย่างเด็ดขาด และเร่งติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดที่สามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ เพื่อให้การเฝ้าระวังและแก้ไขสถานการณ์ทำได้อย่างทันท่วงที

จีนเสนอจัดตั้ง ‘พันธมิตรระหว่างประเทศ’ ร่วมปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์

(19 ก.ย. 68) จีนเสนอจัดตั้ง “พันธมิตรระหว่างประเทศ” เพื่อปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและไซเบอร์ ในการประชุมความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะระดับโลก ปี 2025 ที่เมืองเหลียนอวิ๋นกั่ง มณฑลเจียงซู เมื่อวันที่ 18 ก.ย. โดยย้ำว่าปัญหาดังกล่าวเป็นความท้าทายระดับโลกที่ต้องอาศัยกลไกการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีนระบุว่า การรับมือกับอาชญากรรมไซเบอร์จำเป็นต้องเสริมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ และสร้างระบบกำกับดูแลที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมย้ำว่าข้อเสนอนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของจีนในการวางแนวทางใหม่เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันในระดับโลก

ที่ผ่านมา จีนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีฉ้อโกงข้ามชาติแล้วกว่า 68,000 คน ผ่านความร่วมมือกับหลายประเทศ เช่น สเปน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมียนมา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว ไทย และกัมพูชา โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจาก 30 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วม เพื่อหาแนวทางต้านภัยไซเบอร์ร่วมกัน

‘เคนโด้-เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร’ พิธีกร-ผู้ประกาศข่าว คนแรก ๆ ที่กล้าใช้ภาษาอีสานเป็นสื่อหลักในประเทศไทย

‘เคนโด้-เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร’ เป็นคนที่พี่น้องประชาชนรู้จักจากบทบาทพิธีกร ดีเจ และผู้ประกาศข่าวนอกจากนี้ยังเป็นพิธีกรที่กล้าใช้ภาษาอีสานในสื่อหลักอย่างเป็นทางการ เป็นคนแรก ๆ ในประเทศไทย

นอกจากบทบาทพิธีกร ดีเจ และผู้ประกาศข่าวแล้ว ‘เคนโด้’ ยังได้ใช้ชื่อเสียงที่ได้มาในการตอบแทนสังคม ผ่านการเป็นปากเป็นเสียงให้ผู้เสียหายหลายคดี ไม่ว่าจะเป็น เมจิกสกิน, Forex 3D, K4, ฌาปนกิจสงเคราะห์ และอีกหลายปัญหาของประชาชน

ปกป้องสถาบันหลักของชาติ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์

จากวันนี้ ‘เคนโด้’ ได้เลือกที่จะเพิ่มอีก 1 บทบาทคือ การใช้ชีวิตบนเส้นทางการเมือง เพื่อเผยแพร่อุดมการณ์ ‘รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์’ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เขาได้ทั้งช่วยเหลือผู้คน และพัฒนาอีสาน ตามแนวคิดถ้ามีชื่อเสียงแล้วไม่สามารถช่วยคนได้ ก็ไม่ต้องมี

โดย ‘เคนโด้-เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร’ ได้เลือกที่จะสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ เนื่องจากที่เขาได้พูดคุยกับหลายพรรคการเมือง แต่พรรครวมไทยสร้างชาติ คือพรรคที่มีอุดมการณ์อย่างหนักแน่นในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ รวมถึงตั้งใจในการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และรวมไทยสร้างชาติก็เปิดโอกาสให้เคนโด้ช่วยเหลือประชาชนให้มากขึ้น ตามอุดมการณ์ที่ทำมาหลายปี

เคนโด้กล่าวว่า ผมเหมือนหมาบ้าที่ช่วยประชาชนมา10ปี กัดไม่ปล่อยในหลายคดีดัง โดน อิทธิพลกดทับ การใช้กฎหมายปิดปาก แต่ผมก็สู้จนชนะช่วยประชาชนที่เสียหายกว่า 10,000 ล้านบาท ผมโดดเดี่ยวเพราะทำคนเดียว วันนี้ผมตัดสินใจจะสู้ไปกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะหัวหน้าพรรคท่านพีระพันธุ์ก็ชนแหลกเพื่อประชาชน ผมศรัทธาในตัวท่านและพรรคที่มุ่งช่วยประชาชนจริงๆ

รวมทั้งผลงานที่ปรากฏของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ไม่ว่าจะเป็นการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม การลดค่าไฟ และเสนอกฎหมายปฏิรูปราคาพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมัน

ได้คุยกับพรรคการเมืองหลายพรรคมาแล้ว จนในที่สุดเขาก็ได้ตัดสินใจร่วมเดินหน้าไปกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะเขาได้ทำการศึกษามาอย่างดีแล้วว่าเป็นพรรคที่ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ เพราะฉะนั้นไม่ขายชาติแน่นอน รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติได้ยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง ดังที่เห็นได้จากความไม่พอใจของนายทุนพลังงาน ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ และเป็นพรรคที่เห็นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ดูได้จากการตรึงราคาก๊าชหุงต้ม การลดราคาค่าไฟอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเสนอแก้ไขกฎหมายเรื่องน้ำมันอีกด้วย

“ผมตัดสินใจลงสนามการเมือง อย่างสร้างสรรค์ และมีเป้าหมายช่วยประชาชน กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยเหตุผล พรรคสนับสนุนให้ผมช่วยประชาชนอย่างเต็มที่ และผมศรัทธา ในท่านพีระพันธุ์ ที่ชนแหลกเพื่อประชาชนจริงๆ”

“เมือบ้านเฮา” เอาโอกาสในชีวิตมาไว้ใกล้บ้าน

ด้วยความเป็นคนอีสานเลือดแท้ จากจังหวัดริมน้ำโขง อย่างหนองคาย สิ่งที่เขามองเห็นอย่างต่อเนื่องคือวิถีชีวิตของคนหนองคายที่ต้องดิ้นรนออกไปทำงานต่างถิ่นต่างแดน แม้ต้องจากครอบครัว จากบ้าน เพื่อแสวงหาโอกาสในชีวิตที่ดีกว่า

ดังนั้นสิ่งที่ ‘เคนโด้’ อยากเห็นคือการสร้างชุดนโยบาย “เมือบ้านเฮา” สร้างงาน สร้างอาชีพในแต่ละท้องถิ่นตามจุดแข็งของแต่ละพื้นที่ ให้ทุกคนมีโอกาสใกล้บ้าน ไม่ต้องออกเดินทางไปแสวงหาโอกาสต่างถิ่น ต่างแดน

เช่น จังหวัดหนองคายที่เป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 7 ของโลก หากมีการสนับสนุน ผลักดันให้การท่องเที่ยวเป็นตัวนำในการสร้างงาน สร้างอาชีพ

วันนี้ ‘เคนโด้’พร้อมแล้วที่จะใช้ชื่อเสียงโอกาสทางการเมืองเพื่อตอบแทนสังคม รวมทั้งสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้แก่พี่น้องประชาชนและพัฒนาบ้านเกิดของเฮาอย่างแท้จริง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top