Saturday, 8 August 2026
Hard News Team

‘รมว.ปุ้ย’ มอบนโยบาย ‘รื้อ ลด ปลด สร้าง’ ขับเคลื่อน SMEs ไทย ฟาก ‘SME D Bank’ ขานรับ ชู ‘เติมทุนคู่พัฒนา’ วงเงินกู้สูงสุด 50 ลบ.

(11 มี.ค. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการคลัง ว่า ได้มอบนโยบายการทำงานแก่คณะกรรมการ และคณะผู้บริหาร SME D Bank ให้เดินหน้าสนับสนุนเอสเอ็มอีกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับ Thailand Vision ที่ตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใน 8 ด้าน ได้แก่ การท่องเที่ยว การแพทย์-สุขภาพ อาหาร การบิน การขนส่ง ยานยนต์อนาคต ดิจิทัล และการเงิน โดยให้บริการด้านการพัฒนาควบคู่กับการให้สินเชื่อ พร้อมเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากเครือข่ายพันธมิตรภายในและภายนอกกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ขอให้ SME D Bank นำแนวทาง ‘รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง’ มายกระดับขั้นตอนการทำงาน หมายถึง รื้อ ลด และปลด สิ่งที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี พร้อมกับสร้างสิ่งใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอี เช่น การพัฒนาศูนย์ One Stop Service สำหรับให้บริการกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุกกระบวนการ และมุ่งสู่การเป็น Digital Banking โดยสมบูรณ์ 

นอกจากนี้ ธนาคารจะต้องใช้ประโยชน์จากข้อมูล Data Warehouse และระบบ Core Banking System (CBS) ที่ธนาคารพัฒนาขึ้น เพื่อนำไปวิเคราะห์ วิจัย และประมวลผลให้ได้ข้อมูลเชิงลึก (SME Insight) สำหรับกำหนดเป็นนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอีต่อไป

นอกจากนั้น SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ จะต้องวางภาพลักษณ์องค์กรเป็น Professional Banking มีวัฒนธรรมการทำงานที่โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นมืออาชีพ

“ดิฉันมั่นใจในศักยภาพของ SME D Bank และยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของ SME D Bank ในทุกมิติ เพื่อให้ SME D Bank เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล สามารถช่วยเหลือและเพิ่มศักยภาพแก่เอสเอ็มอีไทย ซึ่งจะสร้างประโยชน์ ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ ประชาชนมีรายได้ คุณภาพชีวิตดีขึ้น ส่งต่อประโยชน์ไปยังทุกภาคส่วน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทำให้ประเทศไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าว

นายเดชา จาตุธนานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank พร้อมขานรับดำเนินการตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านกระบวนการ ‘เติมทุนคู่พัฒนา’ ช่วยเอสเอ็มอีเติบโตอย่างเข้มแข็ง โดยด้าน ‘การเงิน’ จัดเตรียมผลิตภัณฑ์สินเชื่อครอบคลุมทุกกลุ่มเอสเอ็มอี วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท 

นอกจากนั้น ยังเป็นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนนานพิเศษสูงสุด 15 ปี และปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 24 เดือน ช่วยลดภาระทางการเงิน อีกทั้ง ใช้กลไกบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สนับสนุนกลุ่มที่ไม่มีหลักประกันให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ ขณะเดียวกัน พิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง 

ทั้งนี้ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา SME D Bank ดูแลช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง สามารถพาเข้าถึงแหล่งเงินทุนกว่า 231,250 ล้านบาท ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 1 ล้านล้านบาท และช่วยรักษาการจ้างงานได้กว่า 752,345 ราย ควบคู่กับช่วยพัฒนาเสริมศักยภาพเอสเอ็มอีกว่า 75,000 ราย อีกทั้ง ช่วยเหลือผ่านมาตรการปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน (ฟ้า-ส้ม) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กว่า 83,520 ราย วงเงินรวมกว่า 145,240 ล้านบาท

ส่วนด้าน ‘การพัฒนา’ ยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอี ผ่านโครงการ SME D Coach ที่เชื่อมโยงการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 50 แห่งมาไว้ในจุดเดียว เน้นเติมความรู้ใน 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.การตลาด 2.มาตรฐาน พัฒนาผลิตภัณฑ์ 3.เทคโนโลยีและนวัตกรรม 4.การเงิน เขียนแผนธุรกิจ บัญชี ภาษี 5.การผลิต และ 6.บ่มเพาะเตรียมพร้อมเข้าสู่แหล่งทุน 

ทั้งนี้ SME D Bank ยังดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล แก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบให้แก่ประชาชนและเอสเอ็มอี โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กลุ่มรหัส 21 (วงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 10 ล้านบาท และเป็น NPL ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2566) ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น พักชำระหนี้เงินต้น 1 ปี อีกทั้ง ระหว่างพักชำระเงินต้นจะได้ลดดอกเบี้ย 1% ต่อปี 

นอกจากนั้น ยกดอกเบี้ยผิดนัดให้ทั้งหมด และหากปิดบัญชี ลดดอกเบี้ยค้างให้ 100% เป็นต้น สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2568 ณ สาขา SME D Bank ที่ใช้บริการสินเชื่อ

สำหรับปีนี้ (2567) SME D Bank ยังเดินหน้ากระบวนการ ‘เติมทุนคู่พัฒนา’ พร้อมยกระดับนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาให้บริการเอสเอ็มอีได้คลอบคลุม และกว้างขวางยิ่งขึ้น ได้แก่ ระบบ Core Banking System (CBS) ที่สามารถให้บริการทางการเงินได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และแพลตฟอร์ม DX (Development Excellent) ระบบพัฒนาผู้ประกอบการอัจฉริยะ สร้างสังคมของการเรียนรู้ e-Learning ศึกษาได้ด้วยตัวเอง 24 ชม. ช่วยเติมศักยภาพให้เอสเอ็มอีสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

‘รัฐบาลเกาหลีใต้’ เตรียมระงับใบประกอบวิชาชีพ ‘หมอฝึกหัด’ 5 พันคน  หลัง ‘ลาออก-นัดหยุดงาน’ ประท้วงนโยบายเพิ่มโควตารับนักศึกษาแพทย์

(11 มี.ค.67) รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศว่า ได้เริ่มกระบวนการที่จะระงับใบประกอบวิชาชีพของแพทย์ฝึกหัดเกาหลีใต้ ที่เข้าร่วมขบวนการประท้วงรัฐบาลด้วยการยื่นใบลาออก และนัดหยุดงาน เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกนโยบายเพิ่มโควตาการรับนักศึกษาแพทย์ในปีนี้ และปฏิรูประบบการฝึกอบรมแพทย์ครั้งใหญ่ จนสร้างความปั่นป่วนในระบบการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลทั่วประเทศ 

จุน บยอง-วัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทางการเกาหลีใต้ได้ส่งจดหมายแจ้งเตือนไปยังกลุ่มแพทย์ฝึกหัดชุดแรกจำนวน 4,944 คนตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่พวกเขาเหล่านั้นต้องส่งเอกสารตอบกลับเรื่องมาตรการลงโทษนี้ให้ทันภายในวันที่ 25 มีนาคม 2567 นี้ มิฉะนั้นใบประกอบวิชาชีพของพวกเขาจะถูกระงับ

การประท้วงของกลุ่มแพทย์ฝึกหัดของเกาหลีใต้ เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อบรรดาแพทย์ฝึกหัดในโรงพยาบาลนัดกันยื่นใบลาออก หรือพากันวอล์กเอาต์ออกจากที่ทำงาน จนทำให้บุคลากรการแพทย์ในโรงพยาบาลหลายแห่งขาดแคลนอย่างกะทันหัน จนไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้ทัน บางโรงพยาบาลต้องเลื่อนกำหนดผ่าตัด หรือส่งตัวคนไข้ไปยังโรงพยาบาลอื่น 

แม้ว่ารัฐบาลเกาหลีใต้จะออกมาตำหนิให้กลุ่มแพทย์ฝึกหัดอย่างรุนแรงว่าขาดจิตสำนึกที่ทิ้งคนไข้ และขู่ว่าจะดำเนินคดี และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกลุ่มแกนนำในการประท้วงครั้งนี้ 

แต่การลาออกของแพทย์ฝึกหัดยังคงมีอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดเมื่อวันศุกร์ (8 มี.ค. 67) พบว่ามีแพทย์ฝึกหัดในเกาหลีใต้จำนวน 11,994 คนจาก 100 วิทยาลัยแพทย์ทั่วประเทศยื่นจดหมายลาออกเพื่อประท้วงรัฐบาล คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 93% ของจำนวนแพทย์ฝึกหัดทั้งหมดในเกาหลีใต้

เมื่อบรรดาแพทย์ฝึกหัดไม่ยอมถอย รัฐบาลเกาหลีใต้จึงต้องยกระดับการกดดันด้วยการส่งจดหมายแจ้งเตือนการระงับใบประกอบวิชาชีพชั่วคราวชุดแรกกว่า 5,000 ฉบับ เพื่อกระตุ้นเตือนให้เหล่าแพทย์ฝึกหัดที่ลางาน รีบกลับมาทำงานก่อนผลการพิจารณาตัดสินโทษจะแล้วเสร็จ อีกทั้งยังขู่ที่จะดำเนินคดีกลุ่มแพทย์ฝึกหัดแกนนำรุ่นพี่ ที่แสดงพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม หรือขัดขวางรุ่นน้องไม่ให้กลับเข้ามาทำงานอีกด้วย 

พร้อมทั้งย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มจำนวนแพทย์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล หรือแพทย์เฉพาะทาง เช่น ด้านกุมารเวชศาสตร์และศัลยกรรมระบบประสาท เพื่อรองรับสังคมประชากรสูงวัยของเกาหลีใต้ในอนาคต ดังนั้นรัฐบาลเกาหลีใต้ยังไม่ยอมถอยเรื่องการเพิ่มโควตารับนักศึกษาแพทย์อีก 60% ในปีการศึกษาหน้า

แต่ทั้งนี้ โช คยูฮง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ทางรัฐบาลยังเปิดกว้างสำหรับการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อแก้ปัญหา ที่จะนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงสวัสดิภาพการทำงาน และพร้อมจะใช้มาตรการผ่อนปรนหากแพทย์ฝึกหัดที่ประสงค์จะกลับมาทำงานก่อนที่ขั้นตอนการระงับใบอนุญาตจะเสร็จสิ้น ในระหว่างนี้ รัฐบาลสั่งระดมแพทย์ทหารเข้ามาช่วยเสริมในโรงพยายาลพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการนัดหยุดงานของกลุ่มแพทย์ฝึกหัดไปก่อน 

ซึ่งในเกาหลีใต้ มีกฎหมายระบุข้อห้ามในการนัดหยุดงานของทีมแพทย์ไว้อย่างชัดเจน แต่เมื่อมีการนัดหยุดงานของกลุ่มแพทย์ฝึกหัดเกิดขึ้น ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงต้องส่งเรื่องให้ตำรวจเข้ามาสอบสวนหาตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการนัดหยุดงาน ที่จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายและอาจรุนแรงถึงการเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพถาวรได้ 

ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มแพทย์กับนโยบายรัฐ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกาหลีใต้อย่างกว้างขวาง โดยกลุ่มบุคลากรการแพทย์เคยแย้งว่าการเริ่มเพิ่มจำนวนแพทย์ โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของการให้บริการด้านสาธารณสุข แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้แย้งว่า กลุ่มแพทย์ที่คัดค้านเพียงต้องการรักษาสถานะทางสังคม และ มาตรฐานค่าตอบแทนในวิชาชีพของตนเท่านั้น เพราะหากมีจำนวนแพทย์เพิ่มมากขึ้นในตลาดแรงงาน ย่อมส่งผลต่อการเรียกร้องในการเพิ่มสวัสดิการ และค่าตอบแทนของแพทย์ในอนาคตได้ 

‘กสิกรไทย-อินโนพาวเวอร์’ เตรียมเปิดแพลตฟอร์ม REC  หนุนรายย่อยสร้างรายได้จากการใช้ ‘โซลาร์รูฟท็อป’

‘ธนาคารกสิกรไทย’ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจก ร่วมกับ ‘อินโนพาวเวอร์’ ผู้บุกเบิกนวัตกรรมด้านพลังงาน เปิดตัวแพลตฟอร์มสนับสนุนการขึ้นทะเบียนและขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate : REC) สำหรับองค์กรและประชาชนรายย่อยครั้งแรกในประเทศไทย เตรียมเปิดแพลตฟอร์มให้บริการในไตรมาส 2 ปี 67 ช่วยให้ลูกค้ารายย่อยที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสามารถขอและขายใบรับรอง REC ได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้กับผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย และส่งเสริมให้เกิดการผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืนในประเทศ

(11 มี.ค. 67) ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารมุ่งมั่นสนับสนุนภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้ออกผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสนับสนุนหลากหลายรูปแบบภายใต้แนวคิด Go Green Together 

โดยความร่วมมือกับ บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ในครั้งนี้ จะเป็นการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดระบบนิเวศสีเขียวที่ยั่งยืน (Green Ecosystem) ผ่านการผลิตและการใช้พลังงานสะอาดในภาคประชาชน ถือเป็นครั้งแรกที่ประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปจะมีช่องทางการให้บริการที่ง่ายและสะดวกในการขึ้นทะเบียน REC และทำการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียนผ่านบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด จากที่ผ่านมาจะเป็นการขึ้นทะเบียนให้กับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟแล้ว ยังได้ประโยชน์จากการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียนอีกด้วย 

โดยคาดว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยจุดกระแสให้ประชาชนทั่วไปหันมาผลิตและใช้พลังงานสะอาดผ่านการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ให้สำเร็จ

ทั้งนี้ ธนาคารได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลในการพัฒนาบริการต่าง ๆ ให้กับโครงการฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาใน 3 ด้าน ได้แก่ 

1.) ให้บริการยืนยันตัวตนและนำส่งข้อมูลประกอบการขึ้นทะเบียน REC
2.) ออกแบบ UX/UI และพัฒนาระบบเทคโนโลยีสาระสนเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟสมัครใช้บริการขึ้นทะเบียน REC 
3.) ให้บริการ Cash Management ซึ่งเป็นการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่เชื่อมต่อระหว่างธนาคาร อินโนพาวเวอร์ และลูกค้าที่ขาย REC ให้มีรูปแบบการชำระเงินที่เหมาะสม ปลอดภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รายย่อย และสร้างประสบการณ์ที่ดีในการรับ-จ่ายเงิน

นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “อินโนพาวเวอร์ เป็นผู้ให้บริการจัดหาและซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate : REC) ครบวงจรอันดับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ให้บริการกับองค์กรขนาดใหญ่ แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทฯ ร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยเข้าไปช่วยรวบรวมกำลังการผลิตไฟฟ้าระดับรายบุคคลและองค์กรรายย่อยที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีขนาดกำลังการผลิตไม่ถึง 500 กิโลวัตต์ โดยผู้ผลิตเหล่านี้มีเป็นจำนวนมากและตลาดโซลาร์รูฟท็อปมีอัตราการเติบโตสูงถึงปีละ 26% บริษัทฯ จึงได้ร่วมมือกับธนาคารพัฒนา REC Aggregator Platform ผ่านการรวบรวมและจัดเตรียมข้อมูลการขึ้นทะเบียน REC เพื่อช่วยผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยสามารถยื่นขอใบรับรอง REC ได้สะดวกขึ้น และอำนวยความสะดวกในการนำ REC ที่ออกและได้รับการรับรองไปจำหน่ายแก่ผู้รับซื้อ 

โดยนอกจากจะช่วยให้ผู้ผลิตรายย่อยสามารถขาย REC เป็นรายได้อีกช่องทางหนึ่งแล้ว แพลตฟอร์มนี้ยังช่วยกระตุ้นให้การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในตลาดเติบโตยิ่งขึ้น และยังช่วยให้องค์กรและประเทศบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) อย่างเป็นรูปธรรม

ใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate : REC) คือใบรับรองสำหรับการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่สามารถซื้อขายได้ เพื่อยืนยันที่แหล่งผลิตว่ามาจากพลังงานธรรมชาติ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์, น้ำ และลม เป็นต้น การซื้อขายใบรับรองมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น โดย REC สามารถนำไปใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้ในกิจกรรมที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้า (Scope 2: Indirect Emission) 

‘อดีตผู้ว่าอัศวิน-สส.รทสช.’ เตรียมลงพื้นที่คลองโอ่งอ่าง ถามหา “ชัชชาติ...สิ่งดีๆ คลองโอ่งอ่าง...หายไปไหน?”

(11 มี.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ แจ้งกำหนดการ ของอดีตผู้ว่า กทม.พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพคลองโอ่งอ่างในปัจจุบัน หลังมีการแชร์และพูดถึงกันในโซเชียลมีเดียที่ระบุว่าเปลี่ยนไปจากเดิม

โดยกำหนดการดังกล่าว แจ้งว่า สส. เกรียงยศ สุดลาภา สส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง จะลงพื้นที่คลองโอ่งอ่าง ถามหา “ชัชชาติ…สิ่งดีๆ คลองโอ่งอ่าง….หายไปไหน“

สืบเนื่องจาก นายเกรียงยศ สุดลาภา สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้หารือ ในสภาฯ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ถึงกรณีทำไม! กทม.จึงปล่อยทิ้งคลองโอ่งอ่าง ให้กลับสู่สภาพเดิม จนหมดคุณค่าความเป็น Landmark แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร และเมินจัด ‘ถนนคนเดิน’ ทั้งที่สร้างรายได้ให้ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

โดยทั้ง 2 ท่าน จะลงพื้นที่ ในวันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2567 ในเวลา 10.30 น. เดินสำรวจ และรับเรื่องร้องเรียน จากผู้ค้า และ เวลา 11.30 น. จะมีการสอบถามเพิ่มเติม

รู้จัก ‘กมลพรรณ’ จิตอาสาผู้รักและหวงแหนผืนป่า  สู่เจ้าหน้าที่ตัวจริงของอุทยานเขาคิชฌกูฏ

เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก ‘ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช’ โพสต์ข้อความแนะนำ ‘กมลพรรณ วงค์วิจิตร์’ เจ้าหน้าที่ตัวจริงของอุทยานเขาคิชฌกูฏ ผู้มีจิตใจรักและหวงแหนผืนป่า โดยระบุว่า…

พามารู้จัก ‘น้องกมลพรรณ’ อดีตผู้เข้าร่วมโครงการนักเรียน นักศึกษา ช่วยปฏิบัติงานอุทยานแห่งชาติ สู่เจ้าหน้าที่ตัวจริงของอุทยานเขาคิชฌกูฏในปัจจุบัน

นางสาวกมลพรรณ วงค์วิจิตร์ ได้เข้าร่วมโครงการนักเรียน นักศึกษาช่วยปฏิบัติงานอุทยานแห่งชาติ เมื่อปีงบประมาณ 2557 ขณะนั้นศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ หลังจบโครงการฯ น้องเข้าศึกษาต่อจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะศิลปศาสตร์​ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นเข้าทำงานที่ จ.เชียงใหม่ เป็น Operator ของบริษัทเอกชน 5 ปี ก่อนมาทำงานที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ตำแหน่ง พนักงานธุรการ

และเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 67 ได้มีแถลงข่าวตัวโครงการนักเรียน นักศึกษาช่วยปฏิบัติงานอุทยานแห่งชาติ กมลพรรณ วงค์วิจิตร์ ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นและเส้นทางก่อนจะได้เป็นมาเจ้าหน้าที่ของอุทยานเขาคิชฌกูฏว่า…

"โครงการนักเรียน นักศึกษา ช่วยปฏิบัติงานอุทยานแห่งชาติ เป็นโครงการที่ดี นอกจากจะได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แล้วยังสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการทำงานเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย พี่ ๆเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ใจดี ตนรู้สึกอบอุ่นใจ ช่วงนั้นก็ได้ทำงานหลายอย่างเพราะพี่ ๆ อยากให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติไปด้วย ทั้งงานบริการ งานเอกสาร งานปรับปรุงภูมิทัศน์ เรียกได้ว่าช่วยแบ่งเบางานของพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ หลังจบโครงการก็กลับไปศึกษาต่อจนจบ และก็ได้ทำงานในบริษัทเอกชน ก่อนกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดจันทบุรี” 

“ต่อมาอุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฏรับสมัครงาน จึงเข้ามาสมัครงาน พอได้เข้ามาทำงานก็ได้นำประสบการณ์จากที่เคยช่วยงานกับอุทยานฯ ในครั้งนั้นมาปรับใช้ในการทำงาน สิ่งที่แตกต่างจากครั้งนั้นคือได้รับผิดชอบงานเฉพาะทางมากขึ้น แต่ที่นี่ยังอบอุ่นเหมือนเดิมค่ะ" กมลพรรณ กล่าว

Shaun King 'นักเขียน-นักวิเคราะห์' ข่าวชาวสหรัฐฯ เข้าถึงแก่น เปลี่ยนจากศาสนาเก่า รับศาสนาอิสลาม

(11 มี.ค. 67) จากเฟซบุ๊ก 'Syedmubarak Husaini' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

ข่าวดีต้อนรับเดือนรอมฏอน Shaun King นักเขียนและนักวิเคราะห์ข่าวชาวสหรัฐได้เปลี่ยนศาสนาและเข้ารับศาสนาอิสลาม ณ เมืองเท็กซัส เมื่อเช้าวันนี้

หากจำกันได้ Shaun King เป็นหนึ่งในนักวิเคราะห์ที่โด่งดังและมีผู้ติดตามหลายล้านคน และแชร์บทสัมภาษณ์ของผมกับ Sky News ลง IG ท่าน จนมีผู้ชมมากกว่า 20 ล้านวิว และหลังจากสงครามที่เกิดขึ้นกับชาวปาเลสไตน์ ท่านได้เห็นอกเห็นใจชาวปาเลสไตน์และเริ่มศึกษาอิสลามอย่างจริงจัง จนมาวันนี้ท่านและภรรยาของท่านได้เปลี่ยนศาสนาและนับถืออิสลามแล้ว เมื่อเข้ารับอิสลาม IG ของท่านถูกมารศาสนาปิดถาวรตามธรรมเนียม

ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า...

“การสังหารผู้บริสุทธิ์ชาวปาเลสไตน์โดยรัฐเถื่อน การยืนหยัดท่ามกลางลูกระเบิดของชาวปาเลสไตน์ จะทำให้ชาวตะวันตกตื่นตัวว่า อัลกุรอานสอนอะไรที่ทำให้พวกเขามีความมุ่งมั่นเช่นนี้ และจะทำให้พวกเขาศึกษาอัลกุรอานและท้ายที่สุดพวกเขาจะมีศรัทธาต่ออิสลาม”

เชียงใหม่-ชุด“แรด” หนึ่งเดียวในไทย”soft power “ limited edition สวนสัตว์เชียงใหม่

มาแล้วชุด“แรด” หนึ่งเดียวในไทย”soft power “ limited edition สวนสัตว์เชียงใหม่ ใส่ต้อนรับสงกรานต์ นี้ รายได้ส่วนหนึ่งจะนำบริจาคทำบุญเป็นค่าอาหารสัตว์สวนสัตว์เชียงใหม่

นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ ขานรับกิจกรรม“soft power” โดยได้ให้ผลิตเสื้อผ้าชุดลำลอง คลายร้อน เป็นเสื้อเชิ้ตคอฮาวาย กางเกงขาสั้นแบบสุภาพ ใส่สบาย สวยน่ารัก หล่อเท่ห์  ต้อนรับสงกรานต์ โดยเสื้อและกางเกงเนื้อผ้าพื้นสีครีมโอรส พิมพ์ลายด้วยทองกวาวสีแสด ดอกไม้ประจำจังหวัดเชียงใหม่ และพิมพ์ลายตัวกาลิแรดอินเดียที่มีอยู่หนึ่งเดียวประเทศไทย ที่สวนสัตว์เชียงใหม่สกรีนลายและตัดเย็บโดยช่างมืออาชีพติดกระดุมกะลาแท้ 

เบื้องต้นนี้ ผู้ประกอบการได้ผลิตและจำหน่าย จำนวนทั้งสิ้น 800 ชุดๆ ละ 399.-บาทเท่านั้น ได้ทั้งเสื้อและกางเกง ทุกชุดของการสั่งซื้อรายได้ส่วนหนึ่งจะนำบริจาคทำบุญเป็นค่าอาหารสัตว์สวนสัตว์เชียงใหม่ อีกด้วย

ผู้สนใจสามารถเข้าไปได้ที่ Facebook สวนสัตว์เชียงใหม่ และสั่งจองได้ที่ ช่องทาง link https://cmzcollectionbywarinn.page365.net หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ช่องทาง Line :    https://lin.ee/ezu1Guo  สั่งตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 มีนาคม 2567  รับสินค้าได้ภายใน10 เมษายน 2567 ก่อนสงกรานต์ ใส่ปีใหม่เมือง แน่นอน

นภาพร/เชียงใหม่

'ธนาธร' ไม่สะเทือน หาก ‘ก้าวไกล’ ถูกปิดฉาก รอโกยคะแนนเห็นใจ ปิดปาก 'แม้ว' กลับเชียงใหม่

เมื่อไม่นานมานี้ ที่ร้านพริ้มเพลิน จังหวัดปทุมธานี ในการสัมมนาของกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะวิทยากร ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ว่า สส.พรรคก้าวไกล มีวิจารณญาณ โดยตนเองคิดว่านายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล พิจารณาและไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน มีข้อมูลเพียงพอที่จะอภิปรายเพื่อเสนอแนะให้รัฐบาลแก้ไขในด้านต่างๆ

เมื่อถามว่ามั่นใจในพรรคก้าวไกลหรือไม่ ว่าข้อมูลอภิปรายจะแน่นพอในการตรวจสอบรัฐบาล นายธนาธร กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดสภาชุด 2566 มา ตนเองเห็นแต่คุณภาพของ สส. พรรคก้าวไกล เทียบพรรคอนาคตใหม่ ปี 2562 กับก้าวไกล ปี 2566 สส.มีคุณภาพกว่าเยอะมาก อยากเชิญชวนให้ประชาชนติดตามการประชุมสภา เพื่อดูว่า สส. ที่เลือกมาแต่ละคนทำผลงานมากน้อยเท่าไหร่ หากฟังทุกสิ่งที่ สส.ก้าวไกล เสนอต่อรัฐบาล หน่วยงานราชการในด้านต่างๆ ตนเองเชื่อว่าจะเห็นความมุ่งมั่นทำงานที่หนักหน่วง มีคุณภาพ “ดังนั้น ผมไว้เนื้อเชื่อใจ สส.ชุดนี้ครับ”

เมื่อถามว่ามองว่าในการอภิปรายควรมีประเด็นใดบ้าง นายธนาธร กล่าวว่า ตนเองไม่รู้เลยว่าจะอภิปรายอะไรบ้าง แต่เชื่อว่า นายชัยธวัช พิจารณาถี่ถ้วน ไม่ใช่แค่ประเด็นเกมการเมือง แต่เน้นคุณภาพ

เมื่อถามว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเริ่มพิจารณาการยุบพรรคก้าวไกลสัปดาห์นี้ มองเรื่องนี้อย่างไรในฐานะที่พรรคอนาคตใหม่ก็เคยถูกยุบ นายธนาธร ระบุว่า การยุบพรรคไม่ทำให้พรรคก้าวไกลหนักใจ เพราะพรรคก้าวไกลและพรรคอนาคตใหม่ผ่านการยุบพรรคมาแล้ว เชื่อว่าผู้สนับสนุนเข้าใจและพร้อมจะเดินทางต่อ การยุบพรรคจะทำให้คนเห็นอกเห็นใจถึงความไม่เป็นธรรม ความไม่ถูกต้องที่ดำรงอยู่ในประเทศ

เมื่อถามว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ นายธนาธร หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า แล้วแต่ประชาชน แต่คณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล มุ่งมั่นทำงานทุกวันให้ดีที่สุด เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่าพวกเราตั้งใจจริงที่จะเปลี่ยนประเทศให้ประเทศไทยดีกว่านี้ ให้ประชาชนเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี

ส่วนประเด็นเรื่อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับไป จ.เชียงใหม่ มองว่าเป็นสองมาตรฐานหรือไม่ นายธนาธร พูดทันทีว่า “โห ผมไม่มีความเห็นคิดในเรื่องนี้” เคยตอบไปแล้ว การบังคับใช้กฎหมายต้องเสมอภาค มีนักโทษคดีการเมืองเป็นพันคน เข้าใจว่ามีหลายสิบคนที่ยังอยู่ในคุก พวกเขาไม่ใช่เป็นคนที่ลักขโมยหรือฆ่าข่มขืนใคร พวกเขาเป็นนักโทษทางความคิด การพูดคิดอ่านเขียนไม่ควรเป็นอาชญากร

เมื่อถามว่า มีประชาชนไปรอต้อนรับ นายทักษิณ จะเป็นเป้าให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองหรือไม่ นายธนาธร กล่าวสั้นๆ ว่า “ขอให้ไปถามพรรคเพื่อไทยดีกว่า”

‘จอห์น ซีนา’ ทำถึง!! ‘แก้ผ้า’ ขึ้นเวทีออสการ์ 2024 เพื่อประกาศรางวัลสาขาเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม

(11 มี.ค.67) เป็นที่จับตาดูอยู่ตลอดในการประกาศรางวัลต่างๆ ฝั่งฮอลลีวูดว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรที่ทำให้ตาค้างได้หรือไม่ ล่าสุดกับงานประกาศรางวัลออสการ์ 2024 ก็ทำเอาผู้ชมตะลึงไปตามๆ กันเมื่อผู้ประกาศรางวัลมาในชุดวันเกิด เปลือยทั้งตัว

ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างประกาศผลรางวัลก่อนการถ่ายทอดสด จอห์น ซีนา นักแสดงดังได้ปรากฏตัวบนเวทีที่ทรงเกียรติที่สุดของฮอลลีวูดเพื่อประกาศรางวัลสาขาเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม

ทำเอาพิธีกรอย่าง จิมมี คิมเมล ถึงขั้นย้อนความหลังไปเมื่อปี 1974 ที่เคยมีชายคนหนึ่งวิ่งแก้ผ้าข้ามเวทีออสการ์พร้อมกับชูสองนิ้ว แต่มาวันนี้เมันเกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว

ซึ่ง จอห์น ซีนา ที่ยืนแอบอยู่มุมเวที ได้ตะโกนออกมา “ผมเปลี่ยนใจ ไม่อยากวิ่งเปลือยในที่สาธารณะแล้ว

“มันเป็นงานที่หรูหรามากนะ บอกตรงๆ ตอนนี้คุณควรละอายที่แนะนำไอเดียที่ไร้รสนิยมแบบนี้กับผม เรือนร่างผู้ชายไม่ใช่เรื่องตลก”

งานนี้ จิมมี คิมเมล เลยรีบแย้งบอกว่า “แต่ของผมตลกนะ” พร้อมบอก จอห์น ซีนา ที่เป็นทั้งนักแสดงและนักมวยปล้ำ WWE ด้วยว่า เขาขึ้นต่อสู้แบบร่างนู้ดอยู่แล้วจะอายอะไร ซึ่งทำเอา จอห์น ซีนา รีบสวนทันที “เพื่อน ผมไม่ได้ปล้ำทั้งๆ ที่เปลือย ผมใส่กางเกงสามส่วน” ทำเอาผู้ชมหัวเราะออกมา ซึ่ง จิมมี ได้โต้กลับว่า “กางเกงสามส่วนแย่กว่าเปลือยอีก ออกมาเถอะน่า”

ก่อนที่จะตะลึงเมื่อได้เห็น จอห์น ซีนา ขยับร่างมาบนเวทีพร้อมซองประกาศผลไซส์ยักษ์เพื่อเอาไว้ปิดบังความเป็นชาย ก่อนจะพูดใส่ไมค์ว่า

“เครื่องแต่งกายเป็นสิ่งสำคัญ บางทีน่าจะสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้“

งานนี้ จิมมี คิมเมล ได้จับ จอห์น ซีนา ซ่อนในผ้าม่านก่อนจะประกาศผลรางวัล ผู้ชนะในสาขานี้ได้แก่ ทีมคอสตูมจากเรื่อง ‘Poor Things’

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า จอห์น ซีนา ดูเหมือนจะเปลือยอยู่บนเวที แหล่งข่าวที่มีความรู้บอกกับ CNN ว่าเขา “ถูกแปะกันโป๊บริเวณขาหนีบและร่องก้น ส่วนซองจดหมายก็มีตีนตุ๊กแกแปะไว้ให้เขาอีกทีเพื่อกันโป๊”

'EGCO Group' แต่งตั้ง 'กัมปนาท บำรุงกิจ' ดำรงตำแหน่ง 'รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่'

(11 มี.ค. 67) บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ประกาศแต่งตั้ง นายกัมปนาท บำรุงกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ และทำหน้าที่รักษาการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ รวมทั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อย ได้แก่ กรรมการลงทุน กรรมการกำกับความเสี่ยง และกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป จนกว่าคณะกรรมการบริษัทจะแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่

ทั้งนี้ นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการกำกับความเสี่ยง ซึ่งจะมีผลในวันที่ 14 มีนาคม 2567 แต่ยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการ กรรมการลงทุน และกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนของบริษัท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top