Sunday, 9 August 2026
Hard News Team

เชียงใหม่-ป.ป.ช. และคณะกรรมการจากองค์กรที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามตรวจสอบ สังเกตการณ์ การรับนักเรียน

วันที่ 19 มีนาคม 2567 โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ โดย นายพิพัฒน์ สายสอน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการโรงเรียน ตัวแทนคณะครู ให้การต้อนรับ นายนิรันดร ศรีภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเชียงใหม่  และคณะเจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่ ติดตาม ตรวจสอบ สังเกตการณ์ดำเนินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2567 สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ และรายงานการดำเนินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2567 ให้คณะกรรมการได้รับทราบ  ณ ห้องสารสนเทศ อาคารวัฒนา โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ

โดยมี ดร.ปริศนา วรรณารักษ์ รองผู้อำนวยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ปฏิบัติหน้าที่รองประธานคณะกรรมการรับนักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา นางสุภาภรณ์ อินทมา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะกรรมการรับนักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ได้แก่ ผู้แทนผู้อำนวยการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นายระวี คงภาษี ผอ.รร.สันป่าตองวิทยาคม นายพิพัฒน์ สายสอน ผอ.รร.วัฒโนทัยพายัพ และนางสาวสุปราณี ปัญญานะ ผอ.รร.สันกำแพง ผู้แทนหน่วยการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่

ได้แก่ นายสุทธิภัทร์พงศ์ สมคำ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ นางสาวฤทัยรัตน์ แสนปวน องค์การบริหารส่วนตำบลดอนแก้ว นายบุญรัตน์ สว่างแจ้ง สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ และฝ่ายเลขานุการ กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ร่วมลงพื้นที่ติดตาม สังเกตการณ์ และรายงานข้อมูลการดำเนินการของคณะกรรมการรับนักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัด สพม.เชียงใหม่ ได้รับการติดตาม จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

และเพื่อให้ดำเนินการรับนักเรียนของสถานศึกษาเป็นไปความเรียบร้อย ตามประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2567 และประกาศแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2567 รวมถึงมาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ เพื่อให้โอกาสในการเข้าเรียนเป็นไปด้วยความเสมอภาค และยุติธรรม 

พัฒนชัย/เชียงใหม่

ลำปาง-นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนและตรวจเยี่ยมพื้นที่โครงการบริเวณริมแม่น้ำวัง (สะพานดำ)

วันที่ 19 มีนาคม 2567 เวลา 14.00 น.นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ  ลงพื้นที่จังหวัดลำปางเพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่โครงการบริเวณริมแม่น้ำวัง (สะพานดำ)โดยมีนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย นายกิตติกร โล่ห์สุนทร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง(นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) นายธนาธร โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง เขต 2​ นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายชนาธิป เสมแย้ม นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าฯลำปาง พล.ต.พรชัย นพรัตน์ ผบ.มทบ.32 น.ส.ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายก อบจ.ลำปาง นายธนารัฐ สายเทพ นอภ.เมืองลำปาง หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวลำปางร่วมให้การต้อนรับกว่า 1,000 คน โดยนายกรัฐมนตรี ได้เดินทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเอง  

นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังบรรยายสรุปทิศทางการพัฒนาจังหวัดลำปาง จากนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง รับฟังข้อเสนอเรื่องการพัฒนาจังหวัดลำปาง ซึ่งเกินศักยภาพของจังหวัด โดยรับฟังสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ จากนั้นนายกิตติกร โล่ห์สุนทร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง , นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายก อบจ.ลำปาง รายงานข้อมูลโครงการ 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมอาคารป้องกันตลิ่งพัง เลียบแม่น้ำวัง เชื่อมระหว่างตำบลปงแสนทอง - ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปาง 2.โครงการปรับปรุงถนนสายทางดอนไชย-กิ่วฝิ่น ทางหลวงท้องถิ่น สายทาง ลป.ถ.1-0040 บ้านดอนไชย-ป่าเหมี้ยง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เขตติดก่อบ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ และรับฟังรายงานข้อมูลโครงการปรับปรุงและขยายความยาวทางวิ่งท่าอากาศยานลำปาง โดย นายพิษณุ พิจิตร รักษาราชการแทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานลำปาง ภายหลังรับฟังบรรยายสรุปข้อมูล นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่โครงการบริเวณริมแม่น้ำวัง

นายเศรษฐา กล่าวว่า การเดินทางมาตรวจราชการและเยี่ยมชาวลำปางในวันนี้ จะได้รับทราบโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมอาคารป้องกันตลิ่งพัง เลียบแม่น้ำวัง เพื่อปรับภูมิทัศน์ตามความเหมาะสม หลังจากรับฟังแล้วขออนุญาตสั่งการลงไป โครงการฯที่เสนอมาในครั้งนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการ ข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ได้พิจารณาสั่งการลงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงผลสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเป็นหลักและใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ขยะมูลฝอย ให้ลำปางเป็นเมืองน่าอยู่ และพร้อมยกระดับจากเมืองรองเป็นเมืองหลักเพราะเรามีครบหมดแล้วขนบธรรมเนียม ประเพณีอาหารอร่อย ขอฝากพี่น้องชาวลำปางทุกคนด้วย

ส่อง 'คนรวย' ใน 8 ประเทศ เริ่มเฟดตัวไปโกยทรัพย์ใน 'ต่างแดน'

รายงานจาก Ranking Royals เผยว่า ในปี 2023 จีนเป็นประเทศที่มีการย้ายออกสุทธิ (ส่วนต่างของการย้ายออกและย้ายเข้า) ของเศรษฐีระดับ HNWI (High Net Worth Individual) หรือบุคคลมั่งคั่งสูงที่มีการลงทุนมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐจำนวน 13,500 ราย ตามมาด้วยอินเดียที่มีการย้ายออกสุทธิ 6,500 ราย และสหราชอาณาจักร มีการย้ายออกสุทธิ 3,200 ราย

สำหรับเหตุผลดังกล่าว เริ่มตั้งแต่ จีน จะพบว่า...

การใช้นโยบาย 'เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน' (common prosperity) ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ของจีน กำลังบั่นทอนความมั่งคั่งของเหล่าเศรษฐีลง เป็นปัจจัยขับดันให้ผู้ลงทุนในจีนแห่ออกไปประเทศที่เป็นมิตรต่อการลงทุนมากกว่า เช่น สิงคโปร์ หรือมีการวางแผนสำรองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ข้อจำกัดเรื่องโควิด-19 ที่ยืดเยื้อก็เป็นเหตุผลเพิ่มเติมที่คนเหล่าคนร่ำรวยจะเลือกออกไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ 

ส่วน อินเดีย แม้ว่าการย้ายออกสุทธิปี 2023 จะอยู่อันดับที่ 2 แต่ถือว่าจำนวนน้อยกว่าปีที่แล้ว ซึ่งมีการย้ายออกสุทธิ 7,500 ราย โดยเหตุผลของการย้ายออกจากอินเดียมาจาก 'กฎหมายภาษีต้องห้าม' ประกอบกับกฎที่ซับซ้อนและซับซ้อนเกี่ยวกับการโอนเงินขาออกที่เปิดให้ตีความผิดและใช้ในทางที่ผิด เป็นเพียงประเด็นเล็กน้อยที่กระตุ้นให้เกิดกระแสการโยกย้ายการลงทุนจากอินเดียด้าน การอพยพย้ายถิ่นฐานของเหล่า HNWI ในสหราชอาณาจักร เหตุผลสำคัญ คือ Brexit และการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อยกเลิกสถานะผู้เสียภาษีที่ไม่มีภูมิลำเนาในสหราชอาณาจักร โดยสถิติชี้ชัดว่าการลงทุนขาเข้าในสหราชอาณาจักรลดลงนับตั้งแต่ถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป ขณะที่เยอรมนีและฝรั่งเศสได้รับประโยชน์ไปแทน

กระบี่-พุทธศาสนิกชนส่งเสด็จแน่นสนามบินกระบี่ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุสู่กรุงเดลี ชาวบ้านโบกธงไทย-อินเดีย 2 ข้างทาง

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 ที่บริเวณภายในสนามบินนานาชาติ กระบี่ ซึ่งในวันนี้จะมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ กลับสู่ประเทศอินเดีย โดยตามกำหนดการเวลา 10.00 น. จะอัญเชิญออกจากห้องมั่นคง วัดมหาธาตุวชิรมงคล อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ มายังสนามบินนานาชาติ กระบี่

บรรยากาศทั่วไป มีประชาชนนุ่งขาวห่มขาว นั่งรอบริเวณหน้าประตูทางเข้าหมายเลข 7 ภายในอาคารสนามบิน โบกสะบัดธงชาติไทยและธงชาติสาธารณรัฐอินเดีย ขณะที่เส้นทางระหว่างวัดมหาธาตุวชิรมงคลสู่สนามบิน มีชาวบ้านยืนรอขบวนอัญเชิญพร้อมดอกไม้ธูปเทียน บางคนถึงกับน้ำตาใหลด้วยความปิตียินดีที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้มีโอกาสกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ

กระทั่งเวลาราว 10.30 น. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม, นายนาเคศ สิงห์ (H.E. Mr. Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย, นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่, นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ , นางชณิสา หาญภักดีปฏิมา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ ,ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980, นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และบุคคลต่างๆ เดินทางมาถึง

ทั้งนี้ เมื่อพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ มาถึงยังสนามบิน ผู้แทนสาธารณรัฐอินเดียจะอัญเชิญเข้าสู่ห้องรับรอง พระเทพวชิรากร รองเจ้าคณะภาค 17  เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวชิรมงคล ประธานสงฆ์, ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และบุคคลต่างๆ ร่วมถวายพวงมาลัยดอกไม้สดสักการะ พร้อมทหารกองเกียรติยศจากนั้นได้อัญเชิญสู่เครื่องบินกองทัพอากาศ C130 ของอินเดีย  ไปยังกรุงเดลี สาธารณรัฐอินเดียต่อไป...

กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน

ทร. ชี้แจง เหตุปืนเรือหลวงทำงานผิดพลาด ตั้งกรรมการสอบสวนด่วนก่อนย้าย ผบ.เรือ ช่วยราชการกองเรือตรวจอ่าว พร้อมสั่งดูแลทหารบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันนี้ 19 มี.ค.67  ที่สโมสรสัญญาบัตรกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือเอกชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ กองทัพเรือ พร้อมด้วย พลเรือตรีเฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการกองเรือตรวจอ่าว และนาวาเอก ปิยะศักดิ์ นิลนิมิตร รองผู้อำนวยการศูนย์ซ่อมสร้างสรรพาวุธ ร่วมแถลงข่าว กรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวเหตุเพลิงไหม้เรือหลวงชลบุรี จากถูกอาวุธปืนหัวเรือยืงใส่ เรือหลวงคีรีรัฐ ที่เทียบเรืออยู่ด้านหน้าว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.45 น. ของวันที่ 14 มีนาคม 2567 ขณะที่เรือหลวงคีรีรัฐ กำลังจอดเทียบท่าอยู่ที่ บริเวณท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี  ว่า สาเหตุในเบื้องต้น พบว่ามาจากกระสุนปืนขนาด 76 มิลลิเมตร ของเรือหลวงชลบุรี ซึ่งเกิดการขัดข้องและติดค้างอยู่ในตัวปืนขณะทำการฝึกในทะเล เมื่อ 13 มีนาคม 2567 ซึ่ง เรือหลวงชลบุรี ได้ดำเนินการป้องกันอันตรายเบื้องต้น และแล่นเข้าจอดเทียบท่าเรือ และให้เจ้าหน้าที่ช่างปืนมาดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่เกิดเหตุปืนลั่นขณะดำเนินการแก้ไข จนทำให้เรือหลวงคีรีรัฐ ได้รับความเสียหายบริเวณท้ายเรือเล็กน้อย แต่เรือยังคงมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการได้ตามปกติ โดยไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ดังกล่าว 

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 ราย ส่วนมากเกิดจากการสำลักควันไฟ โดยได้นำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ในทันทีที่เกิดเหตุและเฝ้าระวังอาการของผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด จนปัจจุบันผู้บาดเจ็บทุกนายอยู่ในอาการปลอดภัย สามารถเดินทางกลับบ้านได้แล้ว จำนวน 10 นาย และเฝ้าระวังอีก 4 นาย ทางด้าน พลเรือตรี เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการกองเรือตรวจอ่าว เปิดเผยว่า เรือหลวงชลบุรี ออกปฏิบัติการฝึกซ้อมยิงระเบิดบริเวณหน้า อ่าว ในวันที่ 13 มีนาคม 2567 โดยขณะทำการฝึกพบว่ามีการติดขัดของปืนจำนวนสองครั้ง แต่ก็สามารถซ่อมแซมแก้ไขได้กระทั่งมีปัญหาอีก จึงนำเรือเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมเทียน เพื่อทำการแก้ไข แต่ขณะนั้นได้หันกระบอกปืนตั้งฉาก 45 องศา เพื่อความปลอดภัยต่อมา ได้มีการปรับลดระดับลง 5 องศา เพื่อทำการซ่อมบำรุง แต่เกิดการขัดขัดข้องด้วยปัญหาทางเทคนิค จึงทำให้หัวกระสุนพุ่งไปโดนเรือหลวงคีรีรัฐ ที่บริเวณด้านท้ายเรือ ทำให้เกิดความเสียหาย 4 ห้อง และมีทหารได้รับบาดเจ็บ 14 นาย ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้นใยกรณีดังกล่าว ทาง ผบ.ทร. ได้มอบหมายให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นการเร่งด่วน และรายงานผลให้ทราบภายใน 3 วัน ซึ่งได้รายงานข้อเท็จจริงไปแล้ว       ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าเรือหลวงชลบุรี เป็นเรือหลวงที่มีอายุราชการมานานถึง 10 ปี จึงอาจเกิดข้อขัดข้องขึ้นได้บ้าง  แต่เมื่อมีปัญหาขึ้น ผบ.เรือ ก็จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ 

ปัจจุบันได้ลงนามคำสั่งให้ย้าย ผบ.เรือหลวงชลบุรี มาประจำการที่ กองบัญชาการกองเรือตรวจอ่าวเป็นการชั่วคราว เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และขอยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีกในกรณีนี้ ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญของกองทัพเรือไทย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

20 มีนาคม พ.ศ. 2280 วันคล้ายวันพระราชสมภพ ‘พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช’ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี บูรพมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสยามประเทศ

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระนามเดิม ด้วง หรือ ทองด้วง เป็นบุตรพระอักษรสุนทร (ทองดี) ข้าราชการกรมอาลักษณ์ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เสนาบดีกรมพระคลังในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กับท่านหยก ธิดาเศรษฐีจีน มีพระบรมราชสมภพเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2280 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ 

ต่อมาได้ทรงรับราชการเป็นมหาดเล็กในเจ้าฟ้าอุทุมพร กรมขุนพรพินิต จนพระชนมพรรษาครบ 21 พรรษา ได้ทรงผนวช ณ วัดมหาทลายพรรษาหนึ่ง หลังจากทรงลาผนวชแล้วทรงกลับเข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กหลวงอีกครั้ง ครั้นพระชนมพรรษาได้ 25 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสุริยาศน์อมรินทร์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นหลวงยกกระบัตร ออกไปรับราชการที่เมืองราชบุรี

ต่อมาในปี พ.ศ. 2311 หลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้เสด็จเข้ามารับราชการในกรุงธนบุรี ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระราชวรินทร์ ในกรมพระตำรวจหลวง ได้โดยเสด็จสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไปปราบก๊กต่าง ๆ จนได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาอภัยรณฤทธิ์ จางวางกรมพระตำรวจ ต่อจากนั้นทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้เป็นแม่ทัพไปปราบหัวเมืองต่าง ๆ หลายครั้ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบำเหน็จความชอบให้เป็นพระยายมราช และทรงทำหน้าที่สมุหนายกด้วย 

ในปีต่อมาทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าพระยาจักรี ที่สมุหนายก และได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก รับพระราชทานเครื่องยศอย่างเจ้าต่างกรม ครั้น พ.ศ. 2324 ได้เกิดเหตุจลาจลขึ้นในกรุงธนบุรี สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกต้องยกทัพกลับจากเขมรเพื่อปราบจลาจล และได้ขึ้นปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 ขณะที่มีพระชนมายุได้ 46 พรรษา 

ทั้งนี้ พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีราชธานีเดิมที่อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยามายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา พระองค์โปรดให้สร้างพระราชวังหลวงและโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรมาประดิษฐานยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลังจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฉลองสมโภชพระนครเป็นเวลา 3 วัน ครั้งเสร็จการฉลองพระนครแล้ว พระองค์พระราชทานนามพระนครแห่งใหม่ให้ต้องกับนามพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรว่า ‘กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์’ หรือเรียกอย่างสังเขปว่า ‘กรุงเทพมหานคร’

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว พระองค์ทรงมีพระราชกรณีกิจที่สำคัญยิ่ง คือ การป้องกันราชอาณาจักรให้ปลอดภัยและทรงฟื้นฟูวัฒนธรรมไทยอันเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและอยุธยา การที่ไทยสามารถปกป้องการรุกรานของข้าศึกจนประสบชัยชนะทุกครั้ง แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของพระองค์ในการบัญชาการรบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามกับพม่าใน พ.ศ. 2328 ที่เรียกว่า ’สงครามเก้าทัพ‘ นอกจากนี้พระองค์ยังพบว่ากฎหมายบางฉบับที่ใช้มาตั้งแต่สมัยอยุธยาไม่มีความยุติธรรม จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการตรวจสอบกฎหมายที่มีอยู่ทั้งหมด เสร็จแล้วให้เขียนเป็นฉบับหลวง 3 ฉบับ ประทับตราราชสีห์ คชสีห์ และบัวแก้วไว้ทุกฉบับ เรียกว่า ’กฎหมายตราสามดวง‘ สำหรับใช้เป็นหลักในการปกครองบ้านเมือง

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงรับการยกย่องเป็น 1 ใน 8 สมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในประเทศไทย พระองค์ทรงได้รับพระราชสมัญญานามว่าเป็น มหาราช เพราะทรงได้รับชัยชนะจากสงครามเก้าทัพนั่นเอง

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 กันยายน  พ.ศ. 2352 พระชนมพรรษาได้ 73 พรรษา

‘น้องกัปตัน’ เด็กโคราชสุดเจ๋ง!! สอบเข้าเตรียมอุดมฯ อันดับ 1 ของประเทศ

(19 มี.ค.67) ที่ห้องราชสีห์ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย อ.เมือง จ.นครราชสีมา คณะผู้บริหารโรงเรียน และครู ได้ร่วมแสดงความยินดีกับ เด็กชายธนภัทร วุฒิวรจินดา หรือ น้องกัปตัน อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3/2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ที่สามารถสอบเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษารุ่นที่ 87 โดยทำคะแนนได้สูงสุดเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศ ในสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับครู ผู้ปกครอง และชาวโคราชเป็นอย่างมาก

โดยมีนายสุพล เชื่อมพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย พร้อมคณะผู้บริหารโรงเรียน และครูประจำชั้น ร่วมแสดงความยินดีกับน้องกัปตัน และแม่ของน้องกัปตัน คือนางจุฬาภรณ์ ภัคสิริธนศักดิ์ ซึ่งมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกชายด้วย

สำหรับ เด็กชายธนภัทร วุฒิวรจินดา หรือ น้องกัปตัน เป็นเด็กนักเรียนห้องเรียนพิเศษทางวิทยาศาสตร์ รุ่นที่ 16 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย โดยมีคุณครูกิติมา เจียรสุมัย เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งน้องกัปตัน เป็นลูกชายคนที่ 2 ของครอบครัว มีไอคิว และอีคิวสูงตั้งแต่เรียนอยู่ระดับชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ก่อนที่จะสอบเข้าระดับชั้นมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย และสามารถทำผลการเรียนได้เกรด 4 ทุกรายวิชา ตั้งแต่ระดับชั้น ม.1-ม.3 โดยมีครูที่ปรึกษา ม.1 คือครูทิพย์วรรณ จิรกรวทธิ์, ม.2 ครูอัจรา โทแหล่ง และ ม.3 ครูบุณฑริกา ภัทรจารุ

ซึ่งความเก่งของน้องกัปตัน สร้างผลงานกวาดรางวัลระดับประเทศมาแล้วมากมาย อาทิ ผ่านการคัดเลือกเป็นผู้แทนระดับประเทศ เข้าร่วมแข่งขันวิทยาศาสตร์ ที่ประเทศอินโดนีเซีย ประจำปี 2566, ได้รับรางวัลเหรียญทอง วิชาคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โครงการประเมินและพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (TEDET) ประจำปี 2566, ได้รับรางวัลชนะเลิศ การทดสอบความรู้และกระบวนการแก้ปัญหาทางเคมี CHEMISTRY ANF EVAUATION TEST ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 การแข่งขันแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ TRI-MATHETICS COMPETITION ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นต้น ที่ล่าสุด น้องกัปตัน จะสอบเรียนต่อได้ที่โรงเรียนกำเนิดวิทย์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สอบผ่านรอบแรกของโครงการ IJSO และสอบเข้าค่ายคณิตศาสตร์โอลิมปิกค่าย 2 ได้สำเร็จ

ทั้งนี้ เด็กชายธนภัทร วุฒิวรจินดา หรือ น้องกัปตัน เปิดเผยว่า ก่อนสอบได้มีการเตรียมอ่านหนังสือมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้เข้มงวดนัก เป็นการจัดสรรเวลาในการอ่านหนังสืออย่างเหมาะสม และมีระเบียบวินัยสม่ำเสมอ เมื่อเครียดก็ออกไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ เพื่อผ่อนคลายตามปกติ โดยมีแม่เป็นคนคอยให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด เมื่อผลสอบออกมาได้อันดับที่ 1 ก็รู้สึกดีใจมาก เพราะไม่คาดคิดว่าจะได้อันดับที่ 1 เลย หลังจากนี้ไปก็จะเลือกโรงเรียนเพื่อเรียนต่อในระดับชั้น ม.4 ซึ่งตนเองก็มีโรงเรียนที่เลือกไว้ในใจแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย ส่วนอาชีพในฝันนั้น ตอนนี้ยังมีอยู่หลายอาชีพ ซึ่งตนเองก็ขอค้นหาตัวเองในช่วงมัธยมปลายอีกที

ส่วนเคล็ดลับในการเรียนหนังสือให้เก่งๆ ตนเองเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องเรียนให้หนักเกินไป พยายามจัดสรรเวลาเรียนกับเวลาพักผ่อนให้เหมาะสม แล้วขอให้มีระเบียบวินัยอย่างสม่ำเสมอ ก็เพียงพอที่จะทำให้เป็นคนเก่งได้แน่นอน

ด้านนางจุฬาภรณ์ ภัคสิริธนศักดิ์ แม่ของน้องกัปตัน กล่าวว่า น้องกัปตันเป็นคนที่มีนิสัยร่าเริง อยู่บ้านก็ไม่ได้กดดันอะไรเขา ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา ทางครอบครัวก็สนับสนุนให้เขาเลือกเรียนได้ตามอิสระ ชื่นชอบอะไรก็สนับสนุนเต็มที่ ตอนสอบเข้าระดับมัธยมศึกษา น้องก็เลือกเองที่จะมาเรียนในโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จนกระทั่งเลือกเรียนชั้น ม.4 ก็เลือกเองตลอด ซึ่งน้องเป็นคนขยันอ่านหนังสือ ถ้าใกล้จะสอบอะไรแล้ว จะมีความมุ่งมั่นอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ ก่อนที่จะสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษา ตนเองก็ไม่คาดคิดว่าจะได้อันดับที่ 1 ของประเทศ ตอนแรกคาดว่าติดหนึ่งในร้อยก็ดีใจแล้ว ส่วนพ่อของน้องยังมั่นใจว่าจะต้องติดอันดับต้นๆ แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้อันดับในเลขตัวเดียว เมื่อทราบผลออกมาว่าได้อันดับ 1 ของประเทศ ก็ทำให้รู้สึกดีใจมาก และรีบเข้าไปสวมกอด เพื่อให้กำลังใจทันที ส่วนอนาคตของน้องกัปตัน ทางครอบครัวไม่เคยกำหนด แล้วแต่น้องจะเลือกเองเลย ครอบครัวพร้อมสนับสนุนทุกอาชีพที่ลูกอยากจะเป็น

ด้านนายสุพล เชื่อมพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย กล่าวว่า สำหรับโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยนั้น ถือว่าเป็นโรงเรียนมัธยมชายล้วนขนาดใหญ่พิเศษ ประจำจังหวัดนครราชสีมา โดยปีการศึกษา 2567 นี้ มีนักเรียนอยู่ทั้งหมดกว่า 4,100 คน ซึ่งทุกปีจะมีนักเรียนที่ทำผลงานสอบเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับการสอบเข้าเรียนต่อในระดับ ม.4 ก็มีผลคะแนนสอบเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยเฉพาะปีนี้ เด็กชายธนภัทร วุฒิวรจินดา หรือน้องกัปตัน นักเรียนชั้น ม.3/2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ที่สามารถสอบเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษารุ่นที่ 87 โดยทำคะแนนได้สูงสุดเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศ ในสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโรงเรียน ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับครู ผู้ปกครอง และชาวโคราชเป็นอย่างมาก ตนเองในฐานะเป็นผู้บริหารโรงเรียน ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

‘ผู้จัดฟุตบอลฯ’ ในฮ่องกง ประกาศ ‘คืนเงินค่าบัตร’ แก่ผู้ชม หลังเกิดกระแสความไม่พอใจ เพราะไร้เงา ‘เมสซี’ ลงเตะ

(19 มี.ค.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน ประกาศการคืนเงินค่าบัตรเข้าชม หลังจากเกิดกระแสความไม่พอใจอย่างมากเพราะไม่มีการปรากฏตัวของ ‘ลิโอเนล เมสซี’

ทั้งนี้ คำแถลงจากแท็ตเลอร์ เอเชีย (Tatler Asia) ระบุว่า “การคืนเงินร้อยละ 50” แก่ลูกค้าที่ซื้อบัตรเข้าชมผ่านช่องทางทางการ โดยลูกค้าบางส่วนได้จ่ายเงินสูงถึง 4,880 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 2.2 หมื่นบาท) เพื่อเข้าชมการแข่งขันที่จัดขึ้นเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน

คณะผู้จัด เปิดเผยว่า กระบวนการคืนเงินจะใช้เวลา 30 วัน นับจากวันที่ 12 เม.ย. 2024 โดยลูกค้าที่ซื้อบัตรเข้าชมโดยตรงจากแท็ตเลอร์ เอเชีย ลิมิเต็ด ซึ่งรวมถึงบัตรเข้าชมจากผู้สนับสนุนและหุ้นส่วนการจัดงาน จะได้รับการติดต่อเพื่อแจ้งรายละเอียดการคืนเงิน

อนึ่ง เมสซีสร้างความไม่พอใจแก่แฟนคลับในฮ่องกง หลังจากไม่สามารถปรากฏตัวในการแข่งขันที่สโมสรอินเตอร์ ไมอามี เอาชนะสโมสรฮ่องกง ลีก เอ็กซ์ไอ ด้วยคะแนน 4 ต่อ 1 เมื่อวันที่ 4 ก.พ.

ด้าน เมสซี อธิบายภายหลังว่า สาเหตุมาจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อขาหนีบ แต่แฟนคลับชาวฮ่องกงจำนวนมากกลับรู้สึกไม่ประทับใจ หลังจากเขาลงเล่นนาน 30 นาที ระหว่างการแข่งขันนัดกระชับมิตรที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่นในอีกสามวันถัดมา

#กพ67 พุ่งติดเทรนอันดับ 1 บน X หลังเปิดสมัครสอบ ภาค ก. วันแรกจน ‘เว็บล่ม’

(19 มี.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานแจ้งว่า ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ที่ผ่านมา จากกรณีที่ สำนักงานข้าราชการพลเรือน ออกประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่อง รับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปี 2567 โดยรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม - 9 เมษายน 2567 พบว่าเว็บไซต์ https://job 3.ocsc.go.th ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งหน้าเว็บไซต์มีเพียงสีเทาเท่านั้น โดยเว็บไซต์ดังกล่าวทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. เปิดรับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ภาค ก. รูปแบบ Paper & Pencil ประจำปี 2567 จำนวน 380,000 ที่นั่งสอบ 

ล่าสุด ทำให้ #กพ67 พุ่งขึ้นมาติดอันดับ 1 บนโลกโซเชียลอย่าง X (ทวิตเตอร์) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

'นัท นิสามณี' แต่งตัวไม่เหมาะสมในซาอุฯ ไม่ให้เกียรติสถานที่และช่วงเดือนรอมฎอน

(19 มี.ค. 67) ควงแฟนหนุ่มไปเที่ยวที่ประเทศซาอุดีอาระเบียกันแบบหวานฉ่ำเลยทีเดียว สำหรับ นัท-นิสามณี เลิศวรพงศ์ ยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ซึ่งทริปนี้ นัท-นิสามณี จัดเต็มสุดๆ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม โดยมีตากล้องสุดหล่อคือ คุณแฟน ตามถ่ายรูปแบบจึ้งๆ ให้เกือบทุกมุมเลยทีเดียว

โดยทริปนี้เจ้าตัวได้หยิบบิกินีไปใส่แบบฉ่ำๆ พร้อมทั้งใส่บิกินีตัวจิ๋วถ่ายคอนเทนต์ให้หวานใจทาครีมกันแดดให้ พร้อมโพสต์ภาพลงโซเชียล แต่งานนี้กลับมีดรามา เมื่อชาวเน็ตและชาวมุสลิมหลายคนไม่อินด้วยกับคอนเทนต์นี้ ได้เข้ามาคอมเมนต์กันจำนวนมาก

ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าไม่เหมาะที่ใส่บิกินีในช่วงนี้ เพราะเป็นเดือนรอมฎอน และประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมที่เคร่งครัดเรื่องศาสนาเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ นัท-นิสามณี เคยมีกรณีดรามาที่ไม่เหมาะสมคล้ายๆ กัน โดยก่อนหน้านี้เคยปล่อยคลิปทำคอนเทนต์บ้ง สอนชาวต่างชาติพูดคำหยาบแบบผิดๆ และพูดล้อเล่นเชิงเหยียดผู้หญิงไทย ซึ่งเธอได้ไปกินสตรีทฟู้ดของประเทศสิงคโปร์ โดยมีเพื่อนชาวสิงคโปร์เป็นไกด์นำเที่ยว และระหว่างคลิป นัท-นิสามณี ก็ได้ถามเพื่อนชาวสิงค์โปร์ว่ารู้จักภาษาไทยคำไหนบ้าง

ชาวสิงคโปร์คนนั้นก็ได้ตอบว่า รู้จัก สวย, หล่อ, หิวมาก สักพัก นัท-นิสามณี ก็ถามว่า “รู้จักคำว่าเงี่*น ไหม” ซึ่งชาวสิงคโปร์ตอบมาว่าไม่รู้ นัท-นิสามณี จึงได้บอกว่า “ถ้าเจอใครดีที่ดูดี ก็สามารถพูดได้เลยว่า I’m เงี่*น” 

นอกจากเรื่องสอนพูดคำหยาบแบบผิดๆแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องการพูดถึงหญิงไทยอีกด้วย โดย นัท-นิสามณี ได้บอกกับเพื่อนชาวสิงคโปร์ว่า “ถ้าเลือกผู้หญิงไทยเป็นแฟนจะได้เงินน้อย แต่ถ้าเลือกกะเทย เขาจะให้เงินคุณ” และนั่นก็ทำให้ช่วงนั้นชาวเน็ตจำนวนมาก ต่างไม่พอใจในสิ่งที่เธอทำ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top