Sunday, 9 August 2026
Hard News Team

‘ดร.อานนท์’ เตือน 2 บุตรีของปรีดี อย่าใช้แค่วาทกรรม แนะ!! งัดหลักฐานโต้ หาก ‘2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ’ นำเสนอบิดเบือน

เมื่อวานนี้ (20 มี.ค. 67) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Arnond Sakworawich’ ระบุว่า…

“ผมเข้าใจได้นะครับว่าทายาทของตระกูลพนมยงค์ย่อมไม่พอใจกับภาพยนตร์แอนิเมชัน 2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ และมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงความคิดเห็นปกป้องบรรพบุรุษของตนหรือแม้แต่ฟ้องร้องผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังได้ครับ

“แต่ผมคิดว่าในฐานะของลูกหลานปัญญาชนผู้อภิวัฒน์สยาม ก็ควรแสดงหลักฐานและเอกสารชั้นต้นออกมาต่อสู้กันว่าในภาพยนตร์มีสิ่งใดที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ อะไรที่ทางครอบครัวพนมยงค์คิดว่าไม่เป็นความจริง ก็โต้มาด้วยหลักฐาน

“แต่การประดิษฐ์วาทกรรมลอย ๆ เรียกตนเองเป็นฝ่ายธรรมะ และเรียกทีมผู้สร้างภาพยนตร์ว่าเป็นฝ่ายอธรรม ช่างเป็นสงครามวาทกรรมที่แสนเหยียด ขาดความเคารพในความเห็นต่าง ไม่เป็นประชาธิปไตย คงใช้ชีวิตและเติบโตมาจากภาพยนตร์จีนกำลังภายในมากไปหรือไม่”

ผศ.ดร.อานนท์ ระบุต่อว่า “บรรพบุรุษของท่านทั้งสอง เป็นผู้ประดิษฐ์มนูธรรม เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย ทำไมลูกหลานจึงเป็นได้แค่ผู้ประดิษฐ์วาทกรรม ช่างแตกต่างจากบรรพบุรุษเหลือเกินครับ การกระทำเช่นนี้ของทายาทของครอบครัวพนมยงค์ ทำให้เกียรติยศของอาจารย์ปรีดี พนมยงค์เสียหายมากนะครับ ว่าลูกหลานขาดวุฒิภาวะในการแสดงความคิดเห็นเยี่ยงอารยะและผู้มีการศึกษา

“การเขียนแถลงการณ์โดยไม่แสดงภูมิปัญญาความรู้ มีแต่วาทกรรมเหยียดและอารมณ์คุกรุ่นเต็มไปด้วยความไม่พอใจ หาใช่วิสัยปัญญาชนอย่างท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ไม่

“ท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์เองก็ยอมรับในบั้นปลายชีวิตเมื่อให้สัมภาษณ์กับนักข่าวแอนโทนี่ พอลว่าข้อผิดพลาดประการหนึ่งในชีวิตคือการนำเสนอเค้าโครงเศรษฐกิจด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม

“ไฉนเลยลูกหลานแห่งตระกูลพนมยงค์จะยังคงซ้ำรอยวิธีการที่ผิดพลาดในการนำเสนอความคิดเห็น ซึ่งน่าจะทำได้ดีกว่านี้มากครับ อย่าได้ทำอะไรผิดพลาดเช่นที่ท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ได้เคยทำผิดพลาดด้วยการนำเสนอผิดวิธีอีกเลยครับ”

สำหรับข้อความเห็นจาก สุดา พนมยงค์ และดุษฎี พนมยงค์ 2 บุตรีของนายปรีดี พนมยงค์ ได้ระบุไว้ว่า…

ข้อคิดเห็นบางประการเรื่องที่ฝ่ายอธรรมกำลังปลุกกระแส โดยสร้างและเผยแพร่ ภาพยนตร์ 2475 อยู่ในขณะนี้

1. การโต้ตอบโดยตรง อาจไม่เป็นผลดีต่อสถาบันปรีดีฯ ทำให้เข้าทางฝ่ายตรงข้าม ที่หวังสร้างข้อมูลเท็จบิดเบือนประวัติศาสตร์ ยั่วยุเพื่อให้เกิดกระแสด้านลบต่อฝ่ายธรรมะ

2. สถาบันปรีดีฯ เผยแพร่ความรู้ และข้อเท็จจริงในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อผู้ที่สนใจจะสามารถสืบค้น เข้าถึงได้สะดวกขึ้น

3. เมื่อประมาณสองปีที่แล้ว เคยมีการสร้างสื่อในลักษณะใส่ร้ายและโจมตีการอภิวัฒน์ 2475 แต่ไม่ได้รับความสนใจจากสังคม จึงไม่ประสบความสำเร็จในการปลุกกระแสดังกล่าว

แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น การต่อสู้ระหว่างฝ่ายธรรมะ และฝ่ายอธรรม ยังคงดำเนินต่อไปในสังคมอีกยาวนาน ขอบคุณกรรมการทุกท่าน ที่ได้ช่วยกันพิจารณาวิถีทางรับมือกับกระแสดังกล่าว และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านยืนหยัดอยู่กับความถูกต้องเสมอไป

'คนไทยในสหรัฐฯ' แชร์!! 6 สิ่งสำคัญที่ทำให้เมืองไทย มีดีกว่าอเมริกา 'อาหาร-สาธารณสุข-ขนส่งสาธารณะ-วัฒนธรรม-อากาศ-อินเทอร์เน็ต'

(21 มี.ค.67) จากช่องยูทูบ ‘Jason in USA’ ซึ่งเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา มาเกือบจะ 10 ปี ได้โพสต์คลิปแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว หลังตนรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ ‘ประเทศไทย’ ของเรา ทําไว้ดีกว่า ‘สหรัฐอเมริกา’ เป็นอย่างมาก โดยระบุว่า…

1. เรื่องอาหารการกิน ซึ่งสิ่งนี้ไม่ต้องพูดถึงว่าที่ไทยเราหาอาหารทานได้ค่อนข้างง่าย และมีราคาสบายกระเป๋า แถมอร่อยแล้วก็มีความหลากหลายมาก ๆ 
2. เรื่องระบบสาธารณสุข แน่นอนว่าที่สหรัฐอเมริกามีแพทย์และก็เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าระดับโลก แต่ที่นี่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วแห่งเดียว ที่ไม่มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ผู้คนก็ต้องซื้อประกันสุขภาพเพื่อตัวเอง และการจะพบแพทย์ได้ครั้งนึงก็ต้องใช้เวลารอนานมาก
3. เรื่องระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งส่วนตัวมองว่าระบบขนส่งสาธารณะที่ไทย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหรือรถบัส มีความปลอดภัยและสะอาดมากกว่าที่สหรัฐอเมริกา

4. เรื่องวัฒนธรรม ซึ่งเอาจริง ๆ ไม่มีที่ไหนสู้วัฒนธรรมของไทยเราได้อีกแล้ว เพราะมันเป็นเอกลักษณ์จนเป็นที่ยอมรับในระดับโลก
5. เรื่องสภาพอากาศ เพราะที่สหรัฐอเมริกาอากาศจะแปรปรวนกว่าที่ไทยบ่อยมาก 1 วันพันฤดูของจริง
6. เรื่องอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะเน็ตมือถือ ที่นี่คือค่อนข้างช้ามาก ของไทยเร็วกว่าและดีกว่าสุด

‘BWG-ETC’ 2 หุ้นธุรกิจขยะอุตสาหกรรมน่าจับตามอง หลังปิดดีลหมื่นล้าน ลงทุนโรงไฟฟ้าขยะอุตฯ-ผลิตเชื้อเพลิง

เรียกว่าเป็นหุ้นธุรกิจขยะอุตสาหกรรมคู่หูดูโอ้ ที่น่าจับตาจริง ๆ สำหรับ หุ้นบมจ.เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) และบมจ.เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ (ETC) เพราะล่าสุดได้ประกาศบิ๊กดีล จนกลายเป็น talk of the town ในการผนึกร่วมลงทุนกับ GULF จำนวน 12 โครงการ และโครงการลงทุนโรงงานผลิตเชื้อเพลิง SRF จำนวน 3 โครงการ เพื่อลุยลงทุนโรงไฟฟ้าขยะ-ผลิตเชื้อเพลิง SRF 20,800 ล้านบาท จนถูกยกให้เป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมเบอร์ 1 ของประเทศไปแล้ว 

เรียกว่ามาเหนือเฆมจริง ๆ และแว่ว ๆ ว่าหลังจากนี้จะเข้าสู่โหมดจัดกระบวนทัพการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะตามแผนที่วางไว้ สู่การเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป 

สงสัยว่างานนี้ FC นั่งคำนวณบวกลบคูณหารรายได้ที่จะเข้าทยอยตามสัดส่วนของทั้ง 12 โครงการ     กันแล้ว เพราะหากทุกโปรเจกต์แล้วเสร็จทั้ง BWG และ ETC คงเปิดกระเป๋ารับทรัพย์กับแบบคึกคักกันอย่างแน่นอน 

แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่า ‘ขยะอุตสาหกรรมทองคำที่น่าลงทุน’

'เอกนัฏ' ยัน!! กมธ.งบประมาณฯ พิจารณางบคลังอย่างดีแล้ว  ย้ำ!! งบที่ทุกกรมได้รับแม้จะน้อย แต่จะใช้อย่างมีประสิทธิภาพ 

เมื่อวานนี้ (20 มี.ค.67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ได้ชี้แจงข้อสงสัยของสมาชิกในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ วาระ 2 ในส่วนมาตรา 9 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังว่า กระทรวงการคลังมีภารกิจสำคัญมากโดยเฉพาะการจัดเก็บรายได้ให้ประเทศ ถ้ากระทรวงการคลังไม่สามารถทำงานตามเป้าหมายได้ เราคงไม่ต้องมีงบประมาณมาพิจารณากันในที่ประชุมแห่งนี้

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบงบประมาณที่กระทรวงการคลังได้รับกับกระทรวงอื่นถือว่าน้อยมากจำนวน 1.1 หมื่นกว่าล้าน ส่วนหนึ่งเป็นงบที่ตั้งโดยกรมธนารักษ์สำหรับจ่ายค่าเช่าตามมติครม.เกือบ 4 พันล้าน งบที่กรรมาธิการฯ ปรับลดเหลือเพียง 7 พันกว่าล้านเท่านั้น มีทั้งหมด 10 หน่วยงาน เฉลี่ยได้ว่าแต่ละหน่วยงานมีงบประมาณใช้น้อยมาก แต่มีภารกิจสำคัญ ต้องจัดเก็บรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ตนได้ฟังคำชี้แจงของผู้บริหารกระทรวงการคลัง นอกจากเห็นใจแล้ว ตนการันตีกับทุกคนได้ว่า มั่นใจเข้าใจภารกิจในการทำงานของแต่ละกรมเป็นอย่างดี มีความมั่นใจว่าเป้าหมายในการจัดเก็บที่ตั้งไว้ และการปราบปรามการกระทำผิดสามารถลุล่วงได้อย่างดีแน่นอน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในการพิจารณากรรมาธิการฯ อาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานมาช่วยกันกลั่นกรองงบประมาณที่เป็นส่วนเกินให้สามารถใช้ได้ทันในปี 2567 โดยหน่วยงานยืนยันไม่กระทบกับภารกิจและเป้าหมายของทุกหน่วยงาน เช่น กรมสรรพสามิตที่ทำภารกิจร่วมกับจเรตำรวจแห่งชาติได้ปรับลดอากาศยานไร้คนขับที่เติมน้ำมันออกไป ส่วนโดรนที่เหลืออยู่ใช้ระบบไฟฟ้า หน่วยงานยืนยันยังมีความสำคัญต่อภารกิจจึงต้องคงไว้ในงบส่วนนี้

นายเอกนัฏ กล่าวว่า งบของกรมศุลกากรได้มีการปรับลดด่านที่ไม่สามารถทำได้ในปี 2567 รวมถึงกรมธนารักษ์ตั้งงบประมาณมากว่า 4 พันล้าน ก็เป็นงบจ่ายค่าเช่าแทนหน่วยงานราชการทั้งหมดที่มีการเช่าพื้นที่ในศูนย์ราชการ มีการปรับลดงบซื้อเครื่องปั๊มลมสำหรับผลิตเหรียญกษาปณ์ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร.ก็ปรับลดค่าจ้างที่ปรึกษาที่ไม่สามารถดำเนินการได้ทันไปในปี 2567 ออกไปทุกคนช่วยกันเต็มที่ แต่ตนยืนยันว่างบประมาณที่เหลืออยู่มีความจำเป็นมากกับการต้องลงทุนกับระบบของกระทรวงการคลัง งบส่วนมากเป็นการบำรุงรักษาระบบไอที เครื่องคอมพิวเตอร์ งบส่วนมากถูกจัดสรรไปซื้อคอมพิวเตอร์แทนเครื่องเก่า สำหรับกรมสรรพากรและกรมสรรพสามิต ตนขำอยู่ในใจแต่หัวเราะไม่ออก เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ปกติแล้ว 7-8 ปี เปลี่ยนครั้งหนึ่ง แต่สำหรับ 2 กรมนี้ใช้งานเกิน 10 ปีจนเป็นตู้ปลา จนลือกันว่าเป็นเป็นพิพิธภัณฑ์

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ขอบเขตอำนาจของกรรมาธิการฯมีข้อจำกัด เช่น เรื่องการชำระค่าเช่า 3,976 ล้านของกรมธนารักษ์เป็นไปตามมติครม. ในส่วนของการบริหารจัดการมีประสิทธิภาพคุ้มค่าหรือไม่ อยู่นอกอำนาจของกรรมธิการฯ พิจารณา ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติงานโครงการดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพหรือมีปัญหาสามารถไปยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการฯ สามัญคณะอื่นๆตรวจสอบ เพื่อให้ทบทวนได้ กรณีของสแตมป์ในกรมสรรพสามิต งบประมาณปี 2567 ล่าช้า มีการจัดสรรงบประมาณให้ใช้พรางก่อนแล้ว 134 ล้านบาทเต็มจำนวน ถ้าจะไปปรับลดจะมีปัญหา แต่ว่าข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกสามารถส่งไปยังกรมสรรพสามิตได้ ถ้ามีเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะช่วยทำให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากขึ้น การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นทางผู้บริหารไม่ขัดข้องที่จะดำเนินการ

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในส่วนของกรมบัญชีกลาง กรรมาธิการฯพิจารณาในส่วนของงบประมาณเท่านั้น งบส่วนใหญ่ที่ให้กรมบัญชีกลางมีความสำคัญกับการพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างให้ทันสมัย ระบบบล็อกเชนที่ถูกพัฒนาขึ้นมาและใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ช่วยทำให้การจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใส ทำให้ได้รับการยอมรับจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจากองค์กรระหว่างประเทศ เราก็อยากจะสนับสนุนให้ทำมากกว่านี้ แต่ในส่วนการพิจารณาเงื่อนไข หลักเกณฑ์ต่างๆ ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกรรมาธิการฯ แต่ก็มีข้อสังเกตไปถึงหน่วยงานหลายเรื่อง เช่น การจัดซื้อจัดจ้างของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่กรรมาธิการฯ มีความกังวลมากว่า จะไม่สามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในปี 2567 ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ เพราะมีความล่าช้าจากเรื่องร้องเรียน หรือ กระบวนการประมูลมีปัญหา ทั้งเรื่องคุณภาพ การฟันราคา การทิ้งงาน สิ่งเหล่านี้เป็นข้อสังเกตที่เราส่งให้หน่วยงานทั้งหมด

“ทั้งหมดเป็นข้อสังเกตที่เราควรตั้งไว้ แล้วเก็บไว้ใช้เป็นประโยชน์ในการพิจารณางบประมาณในปีถัดไป ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่มีงบผูกพันโดยมติครม. โครงการที่มีงบผูกพันมาอย่างต่อเนื่องในปีก่อนๆ หรือข้อสังเกตที่สำคัญเป็นการเฉพาะสำหรับปีงบประมาณปี 2567 ที่มีการใช้งบปี 2566 ไปพลางก่อน ส่วนไหนที่เราปรับลดได้โดยไม่กระทบกับภารกิจสำคัญของหน่วยงานเราใช้วิธีการทำความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเข้ามายืนยันหมด ส่วนไหนที่ซ้ำซ้อนหรือบางส่วนก็เลื่อนออกไปเพื่อตั้งงบประมาณดำเนินการในปี 2568 -2569 อย่างไรก็ตามขอยืนยันต่อเพื่อนสมาชิกว่ากรรมาธิการฯได้พิจารณางบประมาณในส่วนของกระทรวงการคลังอย่างดีแล้วจึงขอยืนตามมติของกรรมาธิการฯ” นายเอกนัฏ กล่าว

'รมว.ปุ้ย' ชวนยล!! เสน่ห์แห่ง 'ผ้ายกเมืองนคร' ผลิตภัณฑ์ผ้านครศรีฯ ที่ลือชื่อมาแต่ครั้งโบราณ

เมื่อวานนี้ (20 มี.ค.67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง 'ผ้ายกเมืองนคร' ผ้าดีจากเมืองคอนที่สร้างชื่อกระฉ่อนในวงการผ้าไทย ว่า...

"มีคนถามปุ้ยมาค่ะ 'ผ้ายกเมืองนคร' ทำอย่างไรให้ขึ้นชื่อลือชากระฉ่อนในวงการผ้าไทย นี่เลยค่ะ ปุ้ยใช้ผ้ายกเมืองนครจากนครศรีธรรมราช บ้านเราค่ะ 

"ต้องเล่าความเป็นมาก่อนนะคะ ผ้ายกเมือง เป็นผ้าจากฝีมือการทอผ้าของชาวเมืองนครศรีธรรมราช มีชื่อนามปรากฏในประวัติศาสตร์เรื่องราวต่างๆ มานับร้อยปี เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ 'ผ้ายกเมืองนคร' 

"สมัยก่อนชาวเมืองนครศรีธรรมราชนิยมนุ่งผ้าโจงกระเบน รวมถึงข้าราชการกรมเมือง ข้าราชการศาลและราษฎรทั่วไปนุ่งกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะเจ้านายฝ่ายหญิงของเมืองนครฯ แต่โบราณ จะนุ่งผ้ายกจีบเวลาออกรับแขกบ้านแขกเมือง หรือไปทำการงานพิธีบุญต่างๆ และมีผ้ายกสำคัญที่ชื่อ 'ผ้ายกขาวเชิงทอง' ใช้นุ่งในพิธีการถือพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองนครศรีธรรมราช  

"ผู้ที่เข้าพิธีถือน้ำจะต้องนุ่งผ้ายกขาวเชิงทองเรียกว่าหรือเรียกอีกชื่อว่า 'ผ้าสัมมะรส' และยังมีผ้ายกทองซึ่งมีด้ายทำจากทองคำ จะใช้สำหรับเฉพาะเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในรั้วในวังหรือเจ้าพระยาเท่านั้น ซึ่งมีบันทึกตรงกันหลายแหล่งว่าเจ้าพระยานครได้ส่งผ้ายกเข้ามาถวายเจ้านายในเมืองหลวง ส่วนผ้ายกธรรมดาก็ใช้กันโดยทั่วไป

"ปัจจุบันผ้ายกเมืองนคร เป็นที่นิยมมากค่ะ เป็นผ้าที่มีความเป็นมายาวนานอยู่ในวัฒนธรรมของชาวนครศรีธรรมราช มีคุณลักษณะพิเศษคือ สามารถนำมาออกแบบตัดเย็บได้อย่างหลากหลาย ทั้งชุดสวมใส่เพื่อความสวยงามทั่วไป ชุดเครื่องแต่งกายที่มีระเบียบแบบแผน หรือพิธีการสำคัญต่างๆ ผ้ายกเมืองนครจะโดดเด่นมากค่ะ หรือจะเป็นชุดสูททางการเช่นที่ปุ้ยจะนิยมนำมาใช้เสมอมาแบบนี้ ทำนองนี้ค่ะ 

"ช่างตัดเย็บ นักออกแบบสามารถออกแบบได้อย่างหลากหลายตามสมัยค่ะ"

'เพจดัง' เตือน!! ชาว กทม.เตรียมจมฝุ่น ไม่จำเป็นอย่าออกนอกบ้าน หลังกัมพูชาเผามหึมาหลายจุด ส่งกลิ่นไหม้กลางดึก จนรับรู้ได้

(21 มี.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เกิดเหตุการณ์ที่ประชาชนเหม็นกลิ่นควัน อีกทั้งบรรยากาศเหมือนควันปกคลุมหลายแห่งนั้น

ต่อมาเพจ Drama-addict โพสต์ข้อความระบุว่า....

“สาเหตุน่าจะมาจาก ลมพัด pm 2.5 มา ตอนนี้ทางกัมพูชามีการเผาแบบมหึมาหลายจุดมาก แล้วลมตอนนี้พัดจากตะวันออกไปตะวันตก น่าจะพัด pm 2.5 จำนวนมากจากกัมพูชา เข้ามาทางภาคตะวันออก แล้วมาทางภาคกลาง”

ต่อมาได้โพสต์ภาพและข้อความเพิ่มเติมว่า “กทม. และปริมณฑล จมฝุ่น ไม่จำเป็น อย่าออกนอกบ้าน คนที่มีโรคประจำตัว ควรอยู่ในบ้าน เปิดเครื่องกรองอากาศ อย่าออกกำลังกายนอกบ้าน พรุ่งนี้ น่าจะจมฝุ่นหนัก เป็นไปได้ก็ WFH กันซักวันสองวัน”

ขณะที่ด้านเพจ 'เพื่อนชัชชาติ' ได้โพสต์ข้อความลงใน (X) โดยระบุว่า...

พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ และผู้บริหารด้านความยั่งยืน กทม. ได้ชี้แจงถึง 3 สาเหตุ #กลิ่นไหม้ ดังนี้...

1. ทิศทางลมวันที่ 20 เป็นทิศตะวันออก (ตามภาพ) ซึ่งต่างจากวันอื่นๆ ช่วงนี้ที่มาจากอ่าวไทย ส่วนจุดเผาในช่วง 24 ชม.ที่ผ่านมาพบที่ปริมณฑลหลายจุด

2. ระยะนี้สภาพอากาศแปรปรวน มีพายุฤดูร้อน ประกอบกับมีความกดอากาศสูงผ่านทางอีสานมาเมื่อวาน ส่งผลให้ความสูงของชั้นบรรยากาศผสม (Mixing Height) ลดต่ำลง ฝุ่นละอองเกิดการสะสมตัวเพิ่มมากขึ้น

3. ความชื้นในบรรยากาศทำให้เกิดฝุ่นละออง PM2.5 ทุติยภูมิ (Secondary PM2.5) เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชนิดที่เกิดจากพวกสารประกอบไนโตรเจนและแอมโมเนียจะเกิดปฏิกิริยาได้ดีในสภาวะที่มีความชื้นสูง

'พีระพันธุ์' ร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด 'ลุงตู่' ดีใจ!! คนไทยจำนวนมากยังคิดถึงท่านไม่เสื่อมคลาย

(21 มี.ค. 67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ข้อความเนื่องในวันคล้ายวันเกิดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านเฟซบุ๊ก ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค - Pirapan Salirathavibhaga’ โดยระบุว่า…

วันนี้ 21 มีนาคม 2567 เป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านองคมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha “ลุงตู่ของพวกเรา”

ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลประทานพรให้ท่านมีความสุข มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง มีพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง เป็นหลักให้ประเทศชาติและประชาชนอย่างยาวนาน 

ผมดีใจที่คนจำนวนมากยังคิดถึงท่านไม่เสื่อมคลาย และมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่คิดถึงท่านเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในวันคล้ายวันเกิดของท่านปีนี้มีผู้คนมากมายเข้ามาอวยพรท่านในโซเชียลมีเดีย และที่ฝากผมไปถึงท่าน มากกว่าช่วงที่ท่านอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเสียอีก 

ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ท่านมีความสุขและจะทำให้ท่านมีพลังทำงานให้ชาติบ้านเมืองรับใช้สนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกยาวนาน  

อยากบอกท่านว่าพวกเราคิดถึงท่านเสมอและขอขอบพระคุณในนานาคุณูปการที่ท่านทำไว้ให้กับชาติบ้านเมืองครับ

‘เมฆ วินัย’ เสียชีวิตอย่างสงบ ในวัย 54 ปี หลังเกิดภาวะความดันตก-ติดเชื้อในกระแสเลือด

(21 มี.ค.67) เป็นข่าวเศร้าของวงการบันเทิงอีกครั้ง เมื่อ ‘เอ๋ อรชัญญาช์’ ภรรยาของอดีตพระเอกร้อยล้าน ‘เมฆ วินัย ไกรบุตร’ ได้ออกมาแจ้งข่าวว่า ‘เมฆ วินัย’ ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเวลา 23.49 น. เมื่อวานนี้ (20 มี.ค.) ด้วยภาวะความดันตก ติดเชื้อในกระแสเลือด และสิ้นใจในเวลาต่อมา

ซึ่ง ‘เมฆ วินัย’ ทุกข์ทรมานจากการป่วยเป็นโรคตุ่มน้ำพองมากว่า 5 ปี อาการขึ้นๆ ลงๆ มาโดยตลอด แต่ก็ได้ ‘เอ๋ อรชัญญาช์’ ภรรยาคู่ชีวิตและครอบครัวที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมกับขายผลิตภัณฑ์ calcy collagen เพื่อนำรายได้มาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาตัว จากนั้นเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาดูเหมือนทุกคนจะเริ่มมีความหวังมากขึ้น เมื่อ ‘หนุ่ม คงกระพัน’ ในฐานะเพื่อนสนิท ได้เริ่มพา ‘เมฆ วินัย’ ไปพบ ‘อ.ไพศาล แสนไชย’ ที่นิมิตรเห็นถึงกรรมเก่าและได้แนะนำให้ ‘เมฆ วินัย’ ไปทำการขออโหสิกรรมจากคนที่เชื้อว่าเคยก่อกรรมมาเมื่ออดีตชาติ เมื่อได้ไปขออโหสิกรรมจนครบทุกคน อาการก็ดูเหมือนจะดีขึ้นมาตามลำดับ แผลเริ่มแห้งขึ้นมาก

แต่แล้วเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ‘เมฆ วินัย’ ต้องเข้าแอดมิทที่โรงพยาบาลด่วน ด้วยอาการเป็นลมในห้องน้ำ 3 วันติด ทางครอบครัวจึงตัดสินใจพาส่งโรงพยาบาลทันที ผลคือร่างกายขาดธาตุเหล็ก ขาดวิตามินแร่ธาตุ และสารอาหารหลายตัว ทำให้ร่างกายรับไม่ไหว บวกกับโรคตุ่มน้ำพองที่มีอยู่เดิมด้วย จนในที่สุดเมื่อเวลา 23.49 น. ของวันที่ 20 มีนาคม ‘เมฆ วินัย’ ก็เสียชีวิตลงอย่างสงบ ด้วยภาวะความดันตก และติดเชื้อในกระแสเลือด สิริอายุ 54 ปี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างชีวิต อย่างยั่งยืน แก่ชาวร้อยเอ็ด มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน มอบจักรยานให้กับโรงเรียนในพื้นที่ชนบท พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

วานนี้ (วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ร่วมในพิธีมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 25 ครัวเรือน พร้อมทั้งมอบรถจักรยานในโครงการ “จักรยานเพื่อน้องสัญจร ครั้งที่ 4” จำนวน 50 คัน กระบอกน้ำ จำนวน 250 ใบ  ให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน รวม 5 แห่ง เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมูลค่าสิ่งของที่มอบในครั้งนี้เป็นเงิน 627,120 บาท (หกแสนสองหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยยี่สิบบาทถ้วน) โดยมี นายนพดล จอมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นางนวลจันทร์ ศรีมงคล ผู้ตรวจราชการ กรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี  รวมทั้ง ประชาชน เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

พร้อมกันนี้ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมหน่วยแพทย์ฯ ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น และบริการตัดผม ฯลฯ โดยมีประชาชนเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน  ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยในกลุ่มเป้าหมายแรกดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ต่อมา ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ซึ่งได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในขณะได้พิจารณาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา อุดรธานี มุกดาหาร หนองบัวลำภู บึงกาฬ ยโสธร ศรีสะเกษ มหาสารคาม ขอนแก่น อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ สกลนคร เลย หนองคาย และ นครพนม ซึ่งปัจจุบันทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ลงพื้นที่มอบไปแล้วรวมทั้งสิ้น 10 จังหวัด 237 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 4,928,485 บาท (สี่ล้านเก้าแสนสองหมื่นแปดพันสี่ร้อยแปดสิบห้าบาทถ้วน)

ตลอดระยะเวลา 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

นนทบุรี-จัดงานวัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยา มหาเจษฎาบดินทร์ ปี ๖๗ อย่างยิ่งใหญ่

โชว์เสน่ห์อัตลักษณ์ถิ่น ยลวิถีเอกลักษณ์ไทย ดัน Soft Power ก้าวไกลสู่เมืองเศรษฐกิจดี วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๗ นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานแถลงข่าว การจัดงานวัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยา มหาเจษฎาบดินทร์ ประจำปี ๒๕๖๗ “ย้อนรอยวิถีนนท์ ยลสายชลสองฝั่งเจ้าพระยา น้อมรำลึกมหาเจษฎาบดินทร์” โดยมี นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี นายอุดร ระโหฐาน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี นายชาญยุทธ เศวตสุวรรณ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กทม. ร่วมแถลงข่าวฯ ณ อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก ต.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี

​​​งานวัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยา มหาเจษฎาบดินทร์ จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ที่ทรงมีคุณูปการอย่างอเนกอนันต์ต่อจังหวัดนนทบุรีและประเทศไทย รวมทั้งเพื่อส่งเสริมและผลักดัน Soft Power ภายในจังหวัดนนทบุรี ตามนโยบายของรัฐบาล อาทิ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่น และสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ อีกทั้งเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “นนทบุรี 6 ดี สู่เมืองน่าอยู่” ของผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ในการนำจังหวัดสู่เศรษฐกิจดี โดยในปี 2567 นี้ จัดงานฯ ระหว่างวันที่ ๒๗ มีนาคม – วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๗ ตั้งแต่เวลา ๑๖.๓๐ – ๒๓.๐๐ น. ณ อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก ตำบลบางศรีเมือง และบริเวณท่าน้ำนนท์ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด “ย้อนรอยวิถีนนท์ ยลสายชลสองฝั่งเจ้าพระยา น้อมรำลึกมหาเจษฎาบดินทร์” โดยจังหวัดนนทบุรี บูรณาการร่วมกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายภาคเอกชนและภาคประชาชน จัดกิจกรรมแบ่งออกเป็นสถานีต่าง ๆ ๑๔ สถานี ได้แก่ บริเวณอุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก ประกอบด้วย ​สถานีพหุวัฒนธรรม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี จัดกิจกรรมการสาธิตหมู่บ้านจำลองวิถีชีวิตของชาวจังหวัดนนทบุรีในอดีต ได้แก่ หมู่บ้านคนไทยพื้นถิ่น จีน มุสลิม และรามัญ การออกร้านจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย และสินค้าเด่นจากสภาวัฒนธรรม

​สถานีกาชาดและชมรมแม่บ้านมหาดไทย โดยชมรมแม่บ้านมหาดไทยและเหล่ากาชาดจังหวัดนนทบุรี จัดกิจกรรมรำวงย้อนยุค การเดินแบบผ้าไทยโดยนางแบบกิตติมศักดิ์ การจำหน่ายสลากกาชาดลุ้นรางวัลใหญ่มากมาย
​สถานีเกษตรแฟร์ โดยหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดแสดงนิทรรศการด้านการเกษตร การออกร้านจำหน่ายสินค้าสินค้าเกษตรทั้งสดและแปรรูป การแข่งขันและการประกวดต่างๆ อาทิ การแข่งขันกินกุ้ง การประกวดธิดาเกษตรนนท์ จุดถ่ายภาพและจำลองโมเดลสัตว์ ต้นไม้ และผลไม้เลื่องชื่อของจังหวัด เป็นต้น
​สถานี Street Art @ Nonthaburi โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรี จัดแสดงแสง สี และเสียง ทุ่งแพไฟ ดอกไม้ อุโมงค์ไฟ จุดแสดงภาพ Street Art และกิจกรรมล่องเรือชมทัศนียภาพและวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดลงเรือเริ่มที่ท่าน้ำนนท์ ล่องผ่านประตูน้ำคลองอ้อม วัดราษฎร์ประคองธรรม สิ้นสุดที่ท่าน้ำวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร เริ่มเที่ยวแรกเวลา ๑๖.๓๐ น. เป็นต้นไป จำนวนวันละ ๔ รอบ ​สถานีธนาคารชุมชน โดยสำนักงานคลังจังหวัดนนทบุรี จัดกิจกรรมธนาคารย้อนยุค การให้คำปรึกษา การแก้ปัญหาหนี้สินและปรึกษาด้านการประกันภัย และบริการนวดแผนไทย​สถานีกินลมชมสะพาน @ OTOP Station โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ของดี ของเด่น ของนนทบุรี กว่า ๕๐ ร้านค้า ​สถานีอำเภอชวนชิม โดยที่ว่าการอำเภอเมืองนนทบุรี จัดกิจกรรมออกร้านจำหน่ายอาหารเด่น อาหารอร่อยจาก ๖ อำเภอในจังหวัดนนทบุรี และจุดบริการถ่ายภาพในรูปแบบตู้ถ่ายภาพอัตโนมัติ 

​สถานีธงฟ้า Blue Flag @ พาณิชย์นนท์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี จัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด สินค้าราคาพิเศษ อาทิ ไข่ไก่ น้ำมันพืชปาล์ม น้ำตาลทราย และข้าวหอมมะลิ เป็นต้น
​สถานีพลังงาน โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดนนทบุรีร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดแสดงนิทรรศการการอนุรักษ์พลังงานอย่างยั่งยืน กิจกรรมตลาดนัดพลังงานเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน จากการแปรรูปโดยเทคโนโลยีพลังงาน และส่งเสริมกิจการสินค้าอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ​สถานีหับเผย by เรือนท่านนท์ โดยเรือนจำจังหวัดนนทบุรี จัดแสดงนิทรรศการและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ​สถานีตลาดย้อนยุค ไทย-รามัญ โดยเทศบาลนครปากเกร็ด จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายรามัญ โดยตกแต่งสถานที่รูปแบบ “บ้านมอญ” การประดับสถานีด้วยอัตลักษณ์ของชาวรามัญ การจำลองวิถีชีวิตผู้คนในสมัยรัชกาลที่ 3 การจำหน่ายอาหารคาว หวาน โดยการใช้เงินพดด้วงแทนเงินสด และการแต่งกายย้อนยุค ​สถานีเยือนตลาดพรหมลิขิต สวมจริตชาวบางศรีเมือง โดยเทศบาลเมืองบางศรีเมือง จัดกิจกรรมจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าชุมชนในเขตเทศบาลฯ จุดถ่ายภาพเช็คอินที่สวยงามตระการตา การประดับตกแต่งด้วยไฟสวยงาม

​สถานีท้องถิ่นชาวบางกรวย โดยเทศบาลเมืองบางกรวย จัดกิจกรรมออกร้านวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านบางกรวย จำหน่ายอาหารไทย อาหารโบราณ ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของชาวสวนบางกรวย การจำหน่ายสินค้า Handmade โดยกลุ่มส่งเสริมอาชีพผู้พิการ และจุดเช็คอิน จุดถายภาพที่เป็นอัตลักษณ์ของเทศบาลเมืองบางกรวย
​สถานีท่าน้ำเมืองนนท์ โดยเทศบาลนครนนทบุรี จัดกิจกรรมบริเวณฝั่งท่าน้ำนนทบุรี โดยจำลองการจัดงานวัด การจำหน่ายอาหารคาว หวาน สินค้าเครื่องแต่งกาย สินค้าอุปโภค บริโภค จุดถ่ายรูป เช็คอิน ตลอดจนการแสดง การประกวด การสาธิตที่น่าสนใจ เช่น หนังกลางแปลง การชกมวยไทย เป็นต้น ​นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการแสดงแสง สี เสียง พระราชประวัติ รัชกาลที่ ๓ การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม  และการแสดงพื้นบ้าน อาทิ โขน ลำตัด การแสดงดนตรีจากนักเรียนในจังหวัดนนทบุรี รวมทั้งการแสดงจากศิลปิน นักร้อง ที่มีชื่อเสียง อาทิ ขุนอินทร์ ระนาดเอกและวงบางสะพาน เอ๊ะ จิรากร และ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ – ๒๓.๐๐ น. ณ บริเวณเวทีกลาง อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ บริเวณพลับพลา โถงจตุรมุข พร้อมชมการประดับไฟสวยงามภายในสวนและริมแม่น้ำเจ้าพระยา และแสงไฟอันงดงามของสะพานมหาเจษฎาบดินทร์ทรานุสรณ์ ตลอด ๗ วัน ๗ คืน ทั้งนี้ ไฮไลท์ภายในงานยังมีกิจกรรมขบวนแห่ชาติพันธุ์ทางบกและขบวนแห่ทางน้ำ ในวันที่ ๒๗ มีนาคม 2567 กิจกรรมการรำเทิดพระเกียรติฯ โดยนางรำกว่า ๔๐๐ คน ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๓ และพิธีเปิดงานฯ ในวันที่ ๓๑ มีนาคม 2567 เวลา ๑๙.๐๐ น. ณ บริเวณเวทีกลาง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมชม ชิม ช้อป แต่งกายชุดไทย ในงานวัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยา มหาเจษฎาบดินทร์ ประจำปี ๒๕๖๗ ณ อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก ตำบลบางศรีเมือง และบริเวณท่าน้ำนนท์ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โดยมีบริการเรือข้ามฟากให้บริการฟรีจากท่าน้ำนนท์มายังท่าน้ำอุทยานกาญจนาภิเษก ตลอดระยะเวลาการจัดงาน รายละเอียดเพิ่มเติม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี www.nonthaburi.m-culture.go.th
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top