Sunday, 9 August 2026
Hard News Team

‘รมว.ปุ้ย’ ขีดเส้น!! 10 เม.ย.นี้ ปัญหาขอใบ ร.ง.4 ต้องจบ สั่ง ‘กรอ-สอจ.’ เช็กขั้นตอนรายละเอียดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

(3 เม.ย. 67) แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการออกใบอนุญาต ประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ที่ภาคเอกชนร้องเรียนว่า มีความล่าช้าอย่างมาก เป็นตัวถ่วงการลงทุนว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง อาทิ ปลัดกระทรวง รองปลัด ผู้ตรวจราชการ และอธิบดีทุกกรม ซึ่งบรรยากาศภายในที่ประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด

เนื่องจากการแก้ปัญหาการออกใบอนุญาตขณะนี้ เป็นการแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้า เช่น โยนเรื่องที่ค้างจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กลับไปที่อุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัดบางจังหวัดก็ระบุว่า ก่อนหน้านี้ยื่นเรื่องเข้าไปกว่า 6-7 เดือน แต่กลับโยนเรื่องกลับมาแล้วสั่งให้ตรวจสอบทุกอย่างให้ถูกต้องภายใน 15 วัน

นางสาวพิมพ์ภัทราจึงได้สั่งการให้ กรอ. และอุตสาหกรรมจังหวัด กลับไปทำข้อมูลให้ชัดเจนทั้งหมดว่า แต่ละรายยังติดปัญหาอะไร ติดที่ใคร อย่างไร และต่อไปจะแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นตออย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซาก และเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน

“เรื่องนี้รัฐมนตรีบอกในที่ประชุมว่า ตอนนี้ยังได้รับการร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง จนภาคเอกชนนำเรื่องนี้เข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ช่วยแก้ปัญหา เพราะนายกฯ เดินสายพบนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดึงเข้ามาลงทุนในไทย แต่จะไม่มีผลเลย ถ้ามาติดปัญหาเรื่องการขอใบอนุญาต ร.ง.4

จึงเป็นเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงและเรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าไปพบ เพื่อขอรับทราบข้อเท็จจริง และขอให้ติดตามแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ไม่ให้เสียบรรยากาศของการลงทุน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้พูดกลางที่ประชุมตรง ๆ เลยว่า นักลงทุน มาพูดกับตนว่า ปัญหาการยื่นขอรับใบอนุญาต ร.ง.4 เวลานี้ คือ คุยแล้วไม่จบ เป็นเรื่องที่รับไม่ได้มาก ๆ ต้องเร่งแก้ให้เร็วที่สุด”

อย่างไรก็ตาม อีกประเด็นที่คาดว่าทำให้การอนุมัติใบ ร.ง.4 ล่าช้า คือ เมื่อปลายปี 2565 ได้มีคำสั่งจากผู้บริหารระดับสูงในกรมรายหนึ่ง ออกคำสั่งแนวทางการดำเนินงานในการขอใบอนุญาต ให้กองที่รับผิดชอบดำเนินงานเสนอการขอใบอนุญาต ต้องเสนอเรื่องให้ผู้บริหารระดับสูงรายหนึ่งเห็นชอบ ก่อนที่จะดำเนินการแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มองว่าเป็นกระบวนการซ้ำซ้อน เสียเวลา ต้องรอให้คนคนเดียวตรวจสอบ เหมือนสมัยก่อนที่มีคณะกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาอนุญาตโรงงานฯ ทำให้ล่าช้า ถูกร้องเรียนเชิงลบอย่างหนัก จนต้องยุบออกไป

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัญหาการออกใบอนุญาต ร.ง. 4 ล่าสุด ยังพบปัญหาช่องว่างระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) กรณีที่ สอจ.ต้องตรวจสอบคำขออนุญาตพร้อมข้อมูลที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ระบุไว้ เพื่อส่งให้ กรอ. พิจารณาอนุญาต แต่เจ้าหน้าที่ กรอ. อาจขอข้อมูลหรือคำชี้แจงเพิ่มเติมจากผู้ยื่นคำขออนุญาตอีก ส่วนมากจะขึ้นกับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

ตรงจุดนี้ยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน สร้างความสับสน และเป็นภาระแก่ผู้ประกอบการได้ ต่อไปต้องทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ควรใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนได้ให้ทุกฝ่ายกลับไปเช็กขั้นตอนรายละเอียดทั้งหมด และอะไรที่ยังเป็นปัญหา เพื่อให้ขั้นตอนทุกอย่างเป็นแนวทางเดียวกัน ทำให้ขั้นตอนอนุมัติเร็วขึ้น โดยให้เสนอกลับมาในที่ประชุมวันที่ 10 เมษายนนี้ เพื่อให้การแก้ปัญหาถึงต้นตอ ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากอีก

“ตนได้ย้ำกับผู้บริหารกระทรวงตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาให้ทำการปรับลดขั้นตอนการอนุญาตให้รวดเร็ว เน้นการบริการแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว เพราะท่านนายกรัฐมนตรีได้ชักชวนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรม ต้องรับไม้ต่อในเรื่องการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน โดยเฉพาะการออกใบอนุญาตต่าง ๆ ได้สั่งการให้เร่งเคลียร์คำขออนุญาตที่ค้างอยู่ในระบบให้หมดภายใน 30 วัน และให้ผู้ตรวจราชการทุกท่าน ตรวจสอบคำขออนุญาตในทุกจังหวัดว่ายังหลงเหลืออยู่จำนวนเท่าใด ติดขัดในขั้นตอนไหน ให้รีบแก้ไขเพื่อให้สามารถออกใบอนุญาตโรงงานได้โดยเร็ว

เรื่องนี้ตนไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนและผู้ประกอบการทุกคน แต่ก่อนตนเคยมาขอใบอนุญาตที่ กรอ. เคยประสบปัญหาความล่าช้ามาก่อน เข้าใจความรู้สึกดี และต้องไม่ให้เกิดในยุคของตน”

‘PTT Station’ เตรียมพร้อมรับเทศกาลสงกรานต์ จะไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมัน 12-17 เม.ย. ยาว 6 วัน

(3 เม.ย. 67) พีทีที สเตชั่น จะไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดระหว่างวันที่ 12-17 เม.ย. 67 รวม 6 วัน และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงก็จะปรับราคาน้ำมันลงตาม อีกทั้งเตรียมความพร้อมให้ พีทีที สเตชั่น ทุกแห่งให้มีน้ำมันเพียงพอในช่วงเทศกาล และเป็นจุดแวะพักระหว่างเดินทาง พร้อมมอบโปรโมชั่นมากมายสำหรับผู้เดินทาง ที่ใช้บริการที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น

ด้าน นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า OR ได้เตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง  รองรับการเดินทางท่องเที่ยว และการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชน โดยจะไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันเป็นเวลา 6 วัน ระหว่างวันที่ 12-17 เมษายน 2567 ถึงแม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนและอำนวยความสะดวกผู้บริโภค แต่หากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง OR ก็จะปรับราคาน้ำมันลง ตลอดจนได้สำรองน้ำมันทั้งที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และคลังน้ำมันของ OR ทั่วประเทศให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ และยังได้จัดให้ พีทีที สเตชั่น เป็นจุดแวะพักที่จะช่วยเติมเต็มความสุขให้ทั้งผู้คน สังคม และชุมชน โดยได้จัดเตรียม ‘จุดช่วยเหลือเพื่อนเดินทาง’ ซึ่งมีทั้งอุปกรณ์ปฐมพยาบาล และอุปกรณ์ช่วยเหลือรถเบื้องต้นเพื่อช่วยเหลือผู้เดินทางได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ OR ยังได้จัดกิจกรรมในช่วงสงกรานต์ 2567 เพื่อเติมเต็มความสุขให้ผู้บริโภค ด้วยโปรโมชั่นพิเศษมากมายสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และร้านค้าต่าง ๆ ในเครือ OR  ดังนี้

- สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น มอบโปรโมชั่นพิเศษ ‘เติมเต็มความห่วงใย แจกประกันภัย ฟรี! สงกรานต์’ เติมน้ำมันทุกชนิดตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป รับคูปอง QR Code ท้ายใบเสร็จ เพื่อ Scan ลงทะเบียนรับสิทธิ์ประกันอุบัติเหตุฟรี ความคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท เป็นระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์ (จำกัด 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์) ตั้งแต่วันที่ 11 - 18 เมษายน 2567 นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่น ‘เติมน้ำมัน รับฟรี! น้ำดื่ม ขนาด 600 มล.’ เมื่อเติมน้ำมันเกรดมาตรฐาน XTRA SAVE ทุกชนิด ครบ 500 บาท/ใบเสร็จ และคุ้มยิ่งกว่าเมื่อเติมครบ 900 บาท/ใบเสร็จ รับไปเลย 2 ขวดตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 - 30 เมษายน 2567 และโปรสุดคุ้ม ‘เติมสุข วันศุกร์’ เมื่อเติมน้ำมันเกรดมาตรฐาน XTRA SAVE ทุกชนิดครบ 800 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ  รับคูปองส่วนลดน้ำมัน 20 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดน้ำมันครั้งถัดไป ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2567 - 26 เมษายน 2567 ณ พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศที่ร่วมรายการ 

- ศูนย์บริการยานยนต์ ฟิต ออโต้ จัดโปรโมชั่นพิเศษ ‘FITต่อรถ ดีต่อคุณ’ มอบสิทธิพิเศษมากมาย เช่น บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง PTT Lubricants ฟรีไส้กรองและค่าแรง เปลี่ยนยางครบ 4 เส้น ฟรี โปรแกรมดูแลยาง FIT Care มูลค่า 4,000 บาท รวมทั้ง ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน เมื่อมียอดซื้อผลิตภัณฑ์หรือใช้บริการขั้นต่ำ 5,000 บาท ที่ FIT Auto ทุกสาขา (เฉพาะธนาคารที่ร่วมรายการ) และโปรโมชั่นอื่น ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 - 30 มิถุนายน 2567

- สถานีชาร์จ EV Station PluZ เตรียมจุดให้บริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในและนอก พีทีที สเตชั่น กว่า 830 แห่ง ครอบคลุมเส้นทางถนนสายหลัก 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมมอบโปรโมชันสุดพิเศษ เมื่อเข้าใช้บริการที่ EV Station PluZ และมียอดการใช้งานสะสมครบ 800 บาท 150 ท่านแรกจะได้รับคูปองส่วนลดค่าชาร์จ 100 บาท พร้อมพลัซความสะดวก ด้วยแอปพลิเคชัน ‘EV Station PluZ โดยการจองล่วงหน้า ชาร์จ จ่าย สะดวก’ โดยสามารถจองเพื่อเข้าชาร์จ เริ่ม-หยุดการชาร์จ ชำระเงิน และการตรวจสอบประวัติการใช้งาน ได้ด้วยแอปเดียว พร้อมด้วย Call Center โทร. 02-061-9519 บริการช่วยเหลือตลอด 24 ชม.

- คาเฟ่ อเมซอน จัดโปรโมชั่นพิเศษรับเทศกาลสงกรานต์ ‘Fruit of Summer Combo Set’ เมื่อซื้อเครื่องดื่ม 1 แก้ว (เมนูใดก็ได้) คู่กับเบเกอรี่ที่ร่วมรายการ ได้แก่ ชีสเค้กมะม่วง มาการองมะขาม เค้กโรลลำไย หรือพายสับปะรด จำนวน 1 กล่อง ภายในใบเสร็จเดียวกัน รับทันทีส่วนลด 10 บาท ตั้งแต่วันที่ 10 - 25 เมษายน 2567

‘จีน’ ยินดีช่วยเหลือ ‘ไต้หวัน’ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว พร้อมเห็นใจเพื่อนร่วมชาติที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้

(3 เม.ย.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จูเฟิ่งเหลียน โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันแห่งคณะรัฐมนตรีจีน เปิดเผยว่าแผ่นดินใหญ่กำลังติดตามเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 7.3 ตามมาตราแมกนิจูด และสถานการณ์ภัยพิบัติในไต้หวันอย่างใกล้ชิด และยินดีจัดสรรความช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติ

จูเฟิ่งเหลียน กล่าวว่า แผ่นดินใหญ่มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวในไต้หวันเป็นอย่างมาก และขอแสดงความเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมชาติชาวไต้หวันที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้อย่างจริงใจ

อนึ่ง ศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวแห่งประเทศจีนรายงานการเกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 7.3 ตามมาตราแมกนิจูด บริเวณน่านน้ำใกล้กับเมืองฮวาเหลียนบนเกาะไต้หวัน ตอน 07.58 น. ของวันพุธ (3 เม.ย.) ตามเวลาปักกิ่ง ซึ่งเกิดอาฟเตอร์ช็อกหรือแผ่นดินไหวตามอีกหลายครั้งด้วย

‘รัดเกล้า’ เผย ‘โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1’ แล้วเสร็จ ‘การเคหะฯ’ เตรียมส่งมอบให้ผู้อยู่อาศัย เดือนพ.ค.นี้ ย้ายของเข้าอยู่ได้

(3 เม.ย. 67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เตรียมส่งมอบโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1 ให้กับผู้อยู่อาศัยโครงการเคหะชุมชนดินแดง 1 อาคารแฟลตที่ 23-32 ซึ่งได้มีการจับสลากเลือกห้องพักอาศัยไปแล้วเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2567 

ทั้งนี้การเคหะแห่งชาติได้จัดปฐมนิเทศและเปิดให้ชาวชุมชนดินแดงจับสลากโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1 เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมอาคารแฟลตที่ 23-32 โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาจับสลากเลือกห้องพักอาศัย จำนวน 363 ราย ได้สิทธิครอบครัวขยาย จำนวน 32 หน่วย และผู้ไม่ประสงค์เข้าอยู่อาศัยในอาคาร D1 จำนวน 139 ราย จะได้รับเงินชดเชยรายละ 400,000 บาท ซึ่งการจับสลากเลือกห้องพักอาศัยฯ ถือเป็นกระบวนการที่โปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากมีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ และผู้อยู่อาศัยในชุมชนดินแดงเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1 จัดสร้างเป็นอาคารพักอาศัยสูง 35 ชั้น ขนาด 33 ตารางเมตร จำนวนรวม 612 หน่วย แบ่งออกเป็น ชั้นที่ 3-16 เป็นห้องพักอาศัยสำหรับกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และคนพิการ จำนวน 274 หน่วย ชั้นที่ 16-35 จำนวน 338 หน่วย เป็นห้องพักอาศัยสำหรับกลุ่มผู้อยู่อาศัยทั่วไป มีที่จอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน 498 คัน (คิดเป็น 81.37%) และมีพื้นที่สวนและพื้นที่สีเขียวบริเวณชั้นล่างของอาคาร ชั้นที่ 7 ชั้นที่ 24 และชั้นดาดฟ้า นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่บริการชุมชน และพื้นที่สำนักงานอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเคหะแห่งชาติได้นำเรื่องการออกแบบเพื่อคนทั้งมวลหรืออารยสถาปัตย์ (Universal Design) มาเป็นแนวคิดในการออกแบบเพื่อให้คนทุกเพศ ทุกวัย และทุกสภาพร่างกายสามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม เป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และให้ทุกคนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ (Housing for All)

นางรัดเกล้า ยังกล่าวว่า โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1 มีความคืบหน้าการก่อสร้าง 100% แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจรับงานงวดสุดท้ายโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พร้อมทั้งทีมสถาปนิก และวิศวกรของการเคหะแห่งชาติที่ได้ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องพักอาศัยก่อนส่งมอบให้กับผู้อยู่อาศัย จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการขนย้ายจากอาคารเก่ามาอาคารใหม่ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม 2567 โดยการเคหะแห่งชาติได้สนับสนุนค่าขนย้ายให้รายละ 10,000 บาท ส่วนผู้ไม่ประสงค์เข้าอยู่อาศัยในอาคาร D1 จำนวน 139 ราย จะได้รับเงินชดเชยรายละ 400,000 บาท

‘จตุพร’ เชื่อ!! ‘ก้าวไกล’ ซักฟอกทิ้งทวน ก่อนโดน ‘ยุบพรรค’ ไม่เกินเดือนเมษา

(3 เม.ย.67) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์เมื่อวันที่ 2 เม.ย.67 ระบุถึงสงครามตัวแทนโจมตี กล่าวหาคดีส่วยพนันออนไลน์ได้กระชากฉุดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เละเทะ เสื่อมทรุด และยิ่งสะท้อนภาวะผู้นำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ไร้ศักยภาพโดยสิ้นเชิง จึงถูกบีบให้พ้นนายกฯ ไปตามดีลที่สัญญากันไว้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ถูกศาลอาญาออกหมายจับเมื่อเย็นวันที่ 2 เม.ย. เพราะไม่รายงานตัวตามหมายเรียกถึง 2 ครั้ง กรณีข้อหาฟอกเงินการพนันออนไลน์ แต่เข้าแสดงตัวกับ สน.เตาปูน เรียบร้อยแล้วและได้ประกันตัวในเวลาถัดมาในวันเดียวกัน ดังนั้นแสดงว่าดีลอำนาจส่งสัญญาณเล่นกันหนักและรุนแรงขึ้น

“สงครามตัวแทนของบิ๊กตำรวจใหญ่ระหว่าง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยิ่งทำให้ ตร. พังพาบไม่มีชิ้นดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา สั่งให้ทั้งคู่มาช่วยงานสำนักนายกฯ แล้วก็ตาม แต่การโจมตี กล่าวหากันและกันยังไม่ยุติลง ไม่เพียงเท่านั้น แม้บิ๊กตำรวจทั้ง 2 คน ได้แถลงข่าวกอดเอวคืนดีต่อกันชื่นมื่น แต่ฝ่ายสนับสนุนทั้ง 2 บิ๊กต่างเปิดศึกลามปามหนักไปกันใหญ่ และยากจะจบลงง่าย ๆ ดังนั้นเมื่อนายกฯ เป็นประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จึงสมควรทำอะไรมากกว่านี้ เพราะระบบของ ตร.เละถึงขั้นต้องยกเครื่องขนานใหญ่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจกับตำรวจชั้นผู้น้อย” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้ ตร. ไม่ใช่เรื่องของคน 2 คนทะเลาะกันอีกแล้ว แต่ต้องยกระดับให้เป็นเรื่องการปฏิรูปหรือปฏิวัติการทำงานใน ตร. ล้างกันขนานใหญ่ จัดระบบโครงสร้างขึ้นมาใหม่ให้เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนให้ได้ ดังนั้น ตร. ควรมีการเปลี่ยนการทำงานภายในครั้งใหญ่ เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่เรื่องบุคคล แต่เป็นเพราะระบบทำให้เกิดเรื่องขึ้นมา ขณะที่ ตร.ทรุดพัง เละเทะ รัฐบาลกลับคิดโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ คาสิโนขึ้นมา แล้วจะคาดหวังความคุ้มครองจากตำรวจได้อย่างไร หรือแค่ต้องการให้มีการเปลี่ยนสลับมือเอาคนมาหาผลประโยชน์จากคาสิโนที่จะตั้งขึ้นมาใหม่อีก

นายจตุพร กล่าวว่า รัฐบาลที่ผ่านมาเคยคิดจะตั้งคาสิโนขึ้นมาแล้ว แต่ผู้มีอำนาจในซีกรัฐบาลบางคนขอเรียกหุ้นลม 20% เป็นเรื่องถูกนินทาของทุกแวดวง ดังนั้นในคราวนี้เมื่อตำรวจมีปัญหาการหาประโยชน์จากช่องว่างผิดกฎหมาย แล้วเกิดระบบส่วย ทำให้มีการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่งอย่างไม่มีวันสิ้นสุด เพราะต้องเอาเงินคืนจากธุรกิจผิดกฎหมายเก็บสะสมเพื่อวิ่งเต้นหาตำแหน่งสูงขึ้นไปอีกเป็นทอด ๆ นายกฯ ควรมอบหมายให้ ก.ตร. ประชุมเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตศรัทธาของ ตร.ก่อน เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งต้องการวุฒิภาวะของผู้นำมาแก้ปัญหานำไปสู่การเปลี่ยนเพื่อเกิดศักยภาพการทำงาน ส่วนนายกฯ เอาแต่เรียกมาคุย แต่ปัญหายังไม่จบสิ้น ไม่ได้เกิดประโยชน์ใด ๆ ขึ้นมาเลย

นายจตุพร กล่าวถึงข่าวพรรคเพื่อไทยจะดึงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้าร่วมรัฐบาล ว่า ตั้งแต่มีการโหวตนายเศรษฐา เป็นนายกฯ เมื่อ 22 ส.ค.66 เพื่อไทยไม่เคยมีการพูดเรื่องดึง ปชป. เป็นรัฐบาลเลย แต่เมื่อจะถูกอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ ม.152 กลับมาเป็นข่าวขึ้นมาก่อนวันอภิปราย

อย่างไรก็ตาม ในการอภิปรายทั่วไปวันที่ 3 เม.ย.นี้ พรรคก้าวไกลต้องสร้างให้เป็นนัดแห่งความทรงจำของประชาชน ก่อนถูกยุบพรรค คาดไม่เกิน เม.ย.นี้ ถึงที่สุดแล้ว ร่องรอยสถานการณ์ขณะนี้หากมีการเบี้ยวดีลกันขึ้น จะเป็นปัจจัยบ่งชี้ไปถึงปฏิบัติการในวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งเป็นวันนายทักษิณ ชินวัตร ไปฟังคำสั่งอัยการสูงสุดจะฟ้องศาลในคดี ม.112 หรือไม่ หากถูกฟ้องศาลแล้วไม่ได้ประกันตัวต้องติดคุก ซึ่งจะเป็นอีกสถานการณ์หนึ่งทันที จึงต้องจับตาดู

นอกจากนี้ปัญหาของนายเศรษฐา กรณีพูดแต่งตั้ง ผกก. ในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ซึ่งเรื่องยังคาอยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หากถูกชี้มีมูลแล้ว ย่อมเป็นเหตุให้ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ในชั้น ป.ป.ช.ทันที ด้วยปัจจัยรุมเร้าเหล่านี้ในวันครบดีลกลับบ้านยังลุกลามเป็นอุปสรรคสกัดกั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับไทยได้ลำบากยิ่งขึ้น

“เรื่องราวและปัจจัยเหล่านี้จึงสะท้อนว่าไม่มีช่องว่างให้เกิดการปรับ ครม.นำ ปชป.เข้าร่วมรัฐบาลกันอย่างจริงจังเลย ซึ่งเป็นเพียงข่าวปล่อย ดังนั้น ปชป.ต้องทุบรัฐบาลให้เด็ดขาด ถ้าเดินเยอะแยะยิ่งจะซ้ำเติมภาพเสื่อมให้ทรุดหนักไปอีก เพื่อไทยรู้ว่า ปชป.จะเอาจริงจังในการอภิปรายครั้งนี้อยู่แล้ว จึงมีการปล่อยข่าวดึงเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งพรรคที่เต็มไปด้วยความเก๋าอย่าง ปชป.นั้น ต้องรู้อยู่แล้วว่าจะตัดสินใจอย่างไร” นายจตุพร กล่าว 

ชมรมเชียร์และแปรอักษรจุฬาฯ ออกประกาศ!! "ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ งานบอลสานสัมพันธ์จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์"

(3 เม.ย.67) เฟซบุ๊ก CU Cheer Club ของชมรมเชียร์และแปรอักษร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกประกาศว่า งานบอลสานสัมพันธ์จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ 2024 ชมรมฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แม้กระทั่งการแปรอักษรในงาน แถลงการณ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2567 (ก่อนวันงาน) เพราะฉะนั้น สามารถฝากคำติชมได้ที่เพจ องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ผู้จัดงานนี้) 

อนึ่ง ก่อนหน้านี้การจัดงานฟุตบอลสานสัมพันธ์จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ 2024 ซึ่งจัดขึ้นเฉพาะองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) และองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ถูกวิจารณ์หลายเรื่อง ทั้งการนำรถกอล์ฟอัญเชิญพระเกี้ยว และการแปรอักษรโดยใช้จอ LED ระบุข้อความว่า "สวัสดี, ฉันคือจอ LED มีหน้าที่แปรอักษร รับ UV แทนเพื่อนมนุษย์ทุกคน #ไม่ได้บังคับใครขึ้นแปรแกอย่าพึ่งร้อนตัว" ซึ่งมีโลโก้กลุ่มอิสระล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยู่ด้านมุมขวาบนของจอ

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จัดกิจกรรม “ต่อลมหายใจเพื่อนมนุษย์” บริจาคโลหิต เพื่อเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 6 รอบ 72 พรรษา

วันนี้ 3 เม.ย.67 ช่วงเช้าที่ผ่านมา - เวลา 12.00 น. นำโดย พล.ต.ต.พลัฏฐ์  วิเศษสิงห์ รอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผู้บังคับการปราบปรามยาเสพติด 2 ร่วมกับข้าราชการตำรวจ ครอบครัว และลูกจ้างในสังกัดกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จัดกิจกรรมจิตอาสาบริจาคโลหิต เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 6 รอบ 72 พรรษา ที่จะมาถึงนี้ ณ ห้องประชุมห้องพรหมนอก ชั้น 2 บช.ปส. โดยได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ มาให้บริการ ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 

เพื่อนำโลหิตที่ได้ไปช่วยเหลือผู้ป่วย หรือส่งต่อให้กับผู้ที่ต้องการโลหิต ทั่วประเทศได้มีโลหิตใช้ในการผ่าตัดและการรักษาพยาบาลอย่างเพียงพอต่อไป ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้  มีเหล่าข้าราชการตำรวจ ครอบครัว และลูกจ้างในสังกัด เข้าร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 58 คน ได้จำนวนโลหิต 51 ยูนิต จำนวน 22,950 ซีซี ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 4 เดือน เพื่อรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้กับข้าราชการตำรวจ ครอบครัว ได้บำเพ็ญตนให้เป็นผู้มีจิตอาสา รู้จักการเสียสละมีเมตตา ต่อเพื่อนมนุษย์ และปฏิบัติตนเพื่อสาธารณประโยชน์ และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อีกทั้งยังเป็นการสำรองโลหิตให้มีปริมาณเพียงพอ และทันต่อการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศอีกด้วย

ตม. ยัน 5 มาตรการสนามบินรับคลื่นท่องเที่ยวสงกรานต์ คาดยอดพุ่งแสนสองต่อวัน

​ตามนโยบายนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ได้ประกาศให้สนามบินไทยเป็น Aviation Hub หรือ ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค และประกาศ free visa ให้กับประเทศต่างๆ เช่น จีน อินเดีย เพื่อมุ่งหวังกระตุ้น
การท่องเที่ยวในไทย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายนนี้

​วันนี้ ( 3 เม.ย.2567) เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผบก.ตม.2 และโฆษก สตม.ได้เปิดเผยว่า พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา รอง ผบช.สตม.ติดตามความพร้อม การเปิด" แผนอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยด้านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ " หรือ "แผนน่านฟ้า/เทศกาล67" ตั้งแต่ 28 มี.ค.- 30 เม.ย.2567 ของ บก.ตม.2 ซึ่งคุมงาน ตม.สนามบิน 5 แห่ง คือ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ โดยในการประชุมครั้งนี้ ได้เชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายการบินต่างๆ ร่วมรับฟังด้วย

​โดยทาง บก.ตม.2 ได้ชี้แจงว่า ได้มีมาตรการหลักตามแผน เพื่อรองรับการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวภายใต้หลักความมั่นคง ทั้งหมด 5 มาตรการ  เพื่อรองรับสถานการณ์ในช่วงเที่ยวบินหนาแน่น ได้แก่
​1. มาตรการด้านกำลังพล ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังพล โดยระดมกำลังพลของ ตม.สนามบิน และ พล.ต.ท.อิทธิพลฯ ได้สั่งสนับสนุนกำลังพลจากด่าน ตม.ต่างๆกว่า 100 นาย มาทำหน้าที่ตรวจ
หนังสือเดินทางเข้าและออกที่สุวรรณภูมิและสนามบินหลักเช่น ภูเก็ต นอกจากนั้น ยังขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในการงดขาดลาพักผ่อน เพื่อช่วยกันเร่งระบายการตรวจผู้โดยสารอย่างเต็มที่
​2. มาตรการการลดขั้นตอน โดยได้รับรายงานว่า ทาง บก.ตม.2 ได้ปรับลดขั้นตอนการปฏิบัติที่ไม่จำเป็น
เช่น การงดสแกนใบหน้า นิ้วมือคนไทย งดสแกนบัตรที่นั่ง งดการประทับตราคนต่างชาติที่ใช้เครื่อง Automatic Channel ขาออก และลดขั้นตอนของ จนท.บางส่วนออกไป ซึ่งสามารถลดเวลาจากการตรวจต่อคน 45 วินาที เหลือคนละ 20 วินาที
​3. มาตรการด้านเทคโนโลยี โดยให้เจ้าหน้าที่วิชาการจากศูนย์เทคโนโลยี สตม. เข้าเวรเพื่อ monitor ระบบ ตม.ไม่ให้เกิดข้อขัดข้อง
​4. มาตรการด้านความมั่นคง โดยมอบหมายงานสืบสวน บก.ตม.2 ประสานงานข่าวกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อป้องกันการแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวของกลุ่มเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะมิจฉาชีพ เช่น แก๊งลักทรัพย์ชาวเวียดนาม โคลัมเบีย ฯลฯ รวมถึงกลุ่มชาติขัดแย้งที่อาจเข้ามาก่อเหตุในช่วงดังกล่าว
​5. มาตรการความร่วมมือกับหน่วยข้างเคียง โดยเฉพาะกลุ่มสายการบิน เพื่อแก้ปัญหาฉุกเฉินกรณีหากเกิดเครื่องบินขัดข้องออกเดินทางไม่ได้ โดยได้มีการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติไว้แล้ว ก่อนหน้านี้ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้โดยสารที่ต้องใช้ช่องทางเร่งด่วน หรือ priority ต่างๆ เช่น ผู้พิการ เด็กเล็ก เป็นต้น

​ซึ่ง พล.ต.ท.อิทธิพลฯ ได้กล่าวกำชับทาง ตม.2 ให้ช่วยกันปฏิบัติตามแผนและมาตรการดังกล่าว
ทั้ง 5 มาตรการโดยเคร่งครัด และให้ ผบก.ตม.2 พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ช่วยกันควบคุมบริหารสถานการณ์โดยใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเที่ยวบินหนาแน่น ซึ่งคาดว่า ในเดือน เมษายน ช่วงสงกรานต์
จะมีผู้โดยสารระหว่างประเทศเข้าออกวันละราว 1.2 แสนคน โดยมีเที่ยวบินสูงสุดต่อชั่วโมงราว 25 เที่ยวบิน
คิดเป็นการสะสมของผู้โดยสารต่อชั่วโมงราว 4,000-5,000 คน ต่อวัน

​และจากมาตรการทั้ง 5 มาตรการ ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ 1 มี.ค.พบว่า สามารถเร่งระบายผู้โดยสารที่รอคิวในช่วงเที่ยวบินหนาแน่น โดยจับเวลาจากคนท้ายคิว เดินมาถึงหน้าช่องตรวจ ใช้เวลารอคิวเพียง 15 นาที ก็ได้รับการตรวจจากเจ้าหน้าที่ ตม.แล้ว และมีเสียงชมจากผู้รับการตรวจทั้งคนไทยและต่างชาติว่า ตม.ประเทศไทย เร่งระบายการตรวจหนังสือเดินทางได้ดีกว่าหลายประเทศ ตนจึงขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของ ตม.ว่า มีความพร้อมที่จะเป็นประตูบ้านของประเทศรับนักท่องเที่ยวเข้ามาสร้างรายได้ให้กับบ้านเราในช่วงสงกรานต์อย่างเต็มที่ต่อไป

GGC จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2567 ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM)

เมื่อวานนี้ (2 เม.ย. 67) ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และ นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ได้เข้าร่วมการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2567 ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) 

โดยถ่ายทอดสดจากห้องประชุม The Synergy Hall ชั้น 6  อาคารซี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรับทราบผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในรอบปี 2566 การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล และการอนุมัติเรื่องต่าง ๆ ตามกฎหมาย

‘ดร.เสรี’ เฉลย!! 8 เม.ย.นี้ ‘ร้อนสุด’ ก่อนเล่นสงกรานต์ พร้อมชี้เป้า ‘สุโขทัย’ จะเป็นจังหวัดที่ร้อนที่สุดในประเทศ

(3 เม.ย.67) ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ประธานกรรมการบริหาร Futuretales LAB, MQDC ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานฯ ที่มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เผยผ่านเฟซบุ๊กว่า ระหว่างวันที่ 2-9 เมษายนนี้ อุณหภูมิสูงสุดมากกว่า 40 องศาเซลเซียส ในหลายพื้นที่ และคาดว่า วันที่ 8 เมษายนนี้ จะเป็นวันที่ร้อนที่สุดก่อนสงกรานต์ปีนี้ อุณหภูมิช่วงสงกรานต์จะลดลงมาเล็กน้อย และอาจจะเพิ่มขึ้นหลังสงกรานต์ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป จะเห็นว่าพื้นที่จังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงสุดในปัจจุบัน คือ จ.สุโขทัย และจะเป็นจังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงสุดในอนาคตด้วย (ร้อนสุดขีดทั้งจังหวัด 49.01 องศาเซลเซียส อีก 60 ปีข้างหน้า) จากข้อมูลกรมอุตุฯ ในอดีต จ.สุโขทัย เคยมีอุณหภูมิสูงที่สุด (44.5 องศาเซลเซียส) เป็นลำดับที่ 3 เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2559 และเป็นลำดับที่ 6 (44 องศาเซลเซียส) เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2559

สำหรับจังหวัดที่จะมีอุณหภูมิสูงสุดในอนาคตรองลงมาตามลำดับในภาคกลาง คือ จ.พิจิตร (48.74 องศาเซลเซียส) จ.ชัยนาท (48.48 องศาเซลเซียส) จ.นครสวรรค์ (48.08 องศาเซลเซียส)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ จ.มหาสารคาม (47.85 องศาเซลเซียส) จ.ขอนแก่น (47.58 องศาเซลเซียส) จ.ร้อยเอ็ด (47.56 องศาเซลเซียส) จ.นครราชสีมา (46.19 องศาเซลเซียส)

และในภาคเหนือ คือ จ.ลำปาง (47.19 องศาเซลเซียส) จ.ลำพูน (47.13 องศาเซลเซียส)

ส่วนพื้นที่ กรุงเทพมหานคร จะมีอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 44.90 องศาเซลเซียส ผลกระทบที่จะตามมาคือภัยคุกคามที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับได้ คลื่นความร้อน-ภัยแล้ง-ฝนตกหนัก-น้ำท่วม-น้ำทะเลหนุนสูง ทุกภาคส่วนธุรกิจ สังคมเมือง และชนบทจะได้รับผลกระทบมากน้อย ในช่วงเวลาแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อมโดยไม่ประมาท 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top