Sunday, 9 August 2026
Hard News Team

'สส.ก้าวไกล' ไม่แตะ 'ทักษิณ' ศึกอภิปรายรัฐบาล  อ้าง 'โรม' จัดหนักไปแล้ว กระบวนการยุติธรรมก็มีอยู่

(2 เม.ย.67) ที่รัฐสภา นายปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม.พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ของพรรคก้าวไกล ว่า ทางพรรคก้าวไกลได้มีการเตรียมประเด็นครอบคลุมทุกเนื้อหา ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญชวนติดตาม

เมื่อถามว่าดูเหมือนพรรคประชาธิปัตย์จะเห็นเอนเอียงไปฝั่งรัฐบาลนั้น จะทำให้เสถียรภาพการทำงานของพรรคฝ่ายค้านไม่มั่นคงหรือไม่? นายปิยรัฐ กล่าวว่า “ตนไม่เข้าใจความหมายว่าเอนเอียงไปฝั่งรัฐบาลจะเป็นในเนื้อหาหรืออะไร แต่เรารอรับฟังพร้อมกัน คิดว่าทั้งหมดอาจไม่ถูกใจพี่น้องประชาชน แต่เราต้องการทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุล เพราะการอภิปรายตามมาตรา 152 ไม่ได้ลงมติ คงไม่มีใครยกมือให้ผ่านหรือไม่ผ่าน การซักถามก็อาจจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาล ถ้ารัฐมนตรีตอบได้หรือรับฟังข้อเสนอแนะของ สส.ฝ่ายค้านก็จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล ถ้าบอกว่าเอนเอียงก็จะเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ถ้าถามแล้วประชาชนถูกใจ รัฐมนตรีตอบได้ และนำไปปรับปรุงแก้ไขก็เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน”

เมื่อถามว่าส่วนหัวข้อการอภิปรายที่รัฐบาลติงว่าหัวข้อของพรรคก้าวไกลไม่สร้างสรรค์? นายปิยรัฐ กล่าวว่า “คิดว่าเป็นเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปของพรรคฝ่ายค้านจะสร้างสรรค์หรือไม่สร้างสรรค์หรือไม่อยู่ที่เนื้อหา หัวข้อก็เป็นเหมือนน้ำจิ้มที่เชิญชวนให้ประชาชนติดตาม อาจจะตั้งเป็นประเด็นเพื่อให้สังคมติดตามมากกว่า ส่วนเนื้อหาอยากให้คนติดตามในวันที่ 3-4 เม.ย.นี้ ว่าน่าสนใจเพียงใด”

เมื่อถามว่าเรื่องของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีกระแสมองว่าพรรคก้าวไกลอาจจะทำได้ไม่ดีนั้น? นายปิยรัฐ กล่าวว่า เรื่องนายทักษิณเราไม่ต้องพูดถึงก็ได้ เพราะล่าสุดนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จัดหนักพอสมควร ไม่ต้องอภิปรายมาตรา 152 ก็จัดหนักกันไปแล้ว ถ้าจะมากกว่านั้น ตนคิดว่าคงจะต้องถึงลูกถึงคนกว่านั้น น่าจะเป็นเรื่องรายละเอียด มั่นใจว่ามีทุกเรื่องสาระสำคัญ เรื่องนายทักษิณเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม เรามีหัวข้อนี้อยู่”

เมื่อถามว่าฝ่ายรัฐบาลขอเพิ่มเวลาให้รัฐมนตรีชี้แจง ฝ่ายค้านมองอย่างไรบ้าง? นายปิยรัฐ กล่าวว่า “ตนไม่ทราบมติวิปฝ่ายค้านว่ามีการตกลงอย่างไร จึงขอสงวนคำตอบนี้ไว้ก่อน” 

‘บิ๊กป้อม’ ยิ้มแย้ม!! สมาชิก พปชร. เข้ารดน้ำขอพรอย่างอบอุ่น อวยพร “ขอให้ทุกคนเจริญรุ่งเรือง มีความสุข ร่วมงานกันอย่างเข้มแข็ง”

(2 เม.ย. 67) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรค พร้อมผู้บริหารพรรค นัดพบปะสังสรรค์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกพรรค โดยถือโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย ได้ร่วมกันรดน้ำขอพรจาก พล.อ.ประวิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล 

ทั้งนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นเป็นกันเอง โดยสมาชิกและผู้บริหารพรรคทุกคนต่างร่วมใจกันสวมเสื้อลายดอก สีสันสดใส มาร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ให้พรสมาชิกทุกคน พบกับความเจริญรุ่งเรือง มีความสุข อยู่ร่วมงานกันอย่างเข้มแข็งเพื่อนำพาพรรคพลังประชารัฐไปสู่การเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เพื่อจะได้ดูแลปากท้อง ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับประชาชน เพื่อให้พรรคเป็นสถาบันการเมืองได้อย่างแท้จริง ภายใต้แนวทางการเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมทันสมัย ที่พร้อมเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนทำงานเพื่อประชาชน และประเทศชาติ ให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน

พล.อ.ประวิตร ยังได้ย้ำให้สมาชิกพรรค ทุกคนเข้าร่วมประชุมสภาฯ ในการเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ในวันที่ 3 - 4 เม.ย.นี้ อย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมทำงานและนำเสนอแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างสร้างสรรค์ และเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นต่อไป

‘รมว.ท่องเที่ยว’ ยัน!! ไม่มีสัญญาณถูกปรับออกครม. พร้อมขอบคุณทุกคนที่ช่วยกัน จนได้รับคำชมจากนายกฯ

(2 เม.ย.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่ตลอดเวลา แต่การจัดงาน Thailand Tourism 2025 ของกระทรวงก็ได้รับคำชมจากนายกรัฐมนตรี ว่า “นายกรัฐมนตรีเห็นความตั้งใจที่เราทำกันมา ไม่ใช่เฉพาะตนเอง 10 คะแนน ที่นายกฯ ให้ ก็ต้องให้กับทีมงานและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้วย”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงกระแสการปรับครม. มีการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่? น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า “ตนไม่ทราบ เพิ่งจะทราบจากนักข่าว”

เมื่อถามว่านายกฯ ได้ให้กำลังใจรัฐมนตรีที่มีกระแสข่าวว่าจะถูกปรับออก รวมถึงรัฐมนตรีได้มีการพูดคุยกันเองหรือไม่? น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า “จริง ๆ ก็ไม่เชิงให้กำลังใจ เพราะท่านผลักดันเรื่องการท่องเที่ยวมาก เพื่อออกนโยบายดี ๆ ผลักดันให้ไปถึงเป้าที่ตั้งไว้”

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเปิดเผยขบวนการทัวร์จีน ที่เข้ามาฉกฉวย โอกาสและล้ำราคาทัวร์ลง? รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมการท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำให้ทำงานอย่างเต็มที่ และหากใครมีเบาะแสและต้องการที่จะชี้เป้า ทางกระทรวงก็ยินดีที่จะเข้าไปดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมาอธิบดีกรมท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ทำงานกันอย่างแข็งขัน ทั้งในส่วนของมัคคุเทศก์และราคาทัวร์ต่าง ๆ โดยไม่ได้รอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อน สำหรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องราคาค่าทัวร์ต่างๆ ในขณะนี้ทางกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งไปดูในรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร

เปิดยอดพีคไฟฟ้าปี 2567 รอบ 3 ทะลุ 33,340 เมกะวัตต์ คาดอากาศร้อนระอุ ดันสถิติใช้ไฟรอบ 4 พุ่งเป็นประวัติการณ์

ประเทศไทยร้อนจัด หลังก้าวเข้าสู่เดือน เม.ย. 2567 ประชาชนใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงสุดรอบที่ 3 ของปี 2567 เกิดพีคไฟฟ้าขึ้นเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2567 ช่วงกลางคืนเวลา 21.00 น. ยอดใช้ไฟฟ้าแตะ 33,340 เมกะวัตต์ จ่อทุบสถิติพีคไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เกิดในปี 2566 ที่ 34,827 เมกะวัตต์ ตามคาดการณ์ของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ชี้พีคไฟฟ้าปี 2567 อาจทะลุ 35,000 เมกะวัตต์ได้หากไม่มีฝนมาช่วยคลายร้อน

(2 เม.ย. 67) ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center - ENC) รายงานว่า เมื่อก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนเดือน เม.ย. 2567 ประเทศไทยก็เกิดยอดการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ของปี 2567 ขึ้นทันที โดยเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2567 เวลา 21.00 น. ได้เกิดพีคไฟฟ้าสูงสุดของปี 2567 ขึ้น มียอดการใช้ไฟฟ้าถึง 33,340 เมกะวัตต์ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนสะสมมาหลายวันอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 35-43 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ประชาชนใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าคลายความร้อนมากขึ้น

โดยพีคไฟฟ้าดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เฉพาะปี 2567 ซึ่งในแต่ละครั้งเกิดพีคไฟฟ้าดังนี้…

- ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2567 เวลา 19.24 น. ยอดพีคไฟฟ้าอยู่ที่ 30,989 เมกะวัตต์
- ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2567 เวลา 19.47 น. มียอดพีคไฟฟ้าอยู่ที่ 32,704 เมกะวัตต์
- ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2567 เวลา 21.00 น. ยอดพีคไฟฟ้าอยู่ที่ 33,340 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาพีคไฟฟ้าโดยภาพรวมจะพบว่า ยอดพีคไฟฟ้าในปี 2567 ดังกล่าว เริ่มใกล้เคียงกับยอดพีคไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของไทย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2566 เวลา 21.41 น. ที่มียอดพีคไฟฟ้าสูงสุดที่ 34,827 เมกะวัตต์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืนเช่นเดียวกับพีคไฟฟ้าของปี 2567 เช่นกัน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้คาดการณ์พีคไฟฟ้าช่วงฤดูร้อนของปี 2567 ว่า อาจเกิดยอดพีคไฟฟ้าทำลายสถิติสูงสุดมากกว่า 35,000 เมกะวัตต์ หากมีสภาพอากาศร้อนสะสมยาวนาน และไม่มีฝนมาช่วย ทั้งนี้หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการใช้ไฟฟ้าที่ทำลายสถิติพีคของประเทศในปี 2566 ที่มียอดใช้ไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ประมาณ 34,827 เมกะวัตต์ และจะเป็นยอดพีคไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 15-16% จากพีคปี 2566 ด้ว

นอกจากนี้ ช่วงเวลาการเกิดพีคไฟฟ้าเริ่มไปเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน เนื่องจากช่วงกลางวันมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้นและมาช่วยตัดยอดพีคไฟฟ้าช่วงกลางวันได้ แต่ตอนกลางคืนไม่สามารถผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ทำให้ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงอื่น ๆ เต็มที่ ดังนั้น สนพ.คาดว่าในอีก 1-2 ปีข้างหน้า กระทรวงพลังงานจะต้องบริหารจัดการกับการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับพีคไฟฟ้าใหม่ โดยต้องพิจารณาว่าในช่วงกลางคืนจะมีพลังงานทดแทนชนิดใดที่พึ่งพาได้มาช่วยเสริมระบบ เช่น ไฟฟ้าจากพลังงานลม และไฟฟ้าส่วนเกิน เป็นต้น

สำหรับสถิติยอดใช้ไฟฟ้าในแต่ละเดือน นับตั้งแต่ ม.ค.- เม.ย. 2567 มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ดังนี้…

- เดือน ม.ค. 2567 มียอดพีคไฟฟ้าเกิดขึ้นในวันที่ 11 ม.ค. 2567 เวลา 18.52 น. ยอดใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 29,051 เมกะวัตต์
- เดือน ก.พ. 2567 มียอดพีคไฟฟ้าเกิดขึ้นในวันที่ 22 ก.พ. 2567 เวลา 19.29 น. ยอดใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 30,989 เมกะวัตต์
- เดือน มี.ค. 2567 มียอดพีคไฟฟ้าเกิดขึ้นในวันที่ 7 มี.ค. 2567 เวลา 19.47 น. ยอดใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 32,704 เมกะวัตต์
- เดือน เม.ย. 2567 มียอดพีคไฟฟ้าเกิดขึ้นในวันที่ 1 เม.ย. 2567 เวลา 21.00 น. ยอดใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 33,340 เมกะวัตต์

ส่วนการใช้ไฟฟ้าล่าสุด วันที่ 2 เม.ย. 2567 เวลา 14.22 น. มียอดการใช้ไฟฟ้าแตะ 31,476 เมกะวัตต์ ซึ่งหากสภาพอากาศยังคงร้อนสะสมต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดพีคไฟฟ้าของปี 2567 รอบที่ 4 ขึ้นได้ และอาจทำลายสถิติพีคไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศได้เช่นกัน

'รัดเกล้า' เผย!! ครม.เห็นชอบร่างประกาศฯ คนต่างด้าวทำงานในไทย โฟกัส!! กลุ่มกิจการในเรือประมง ขยายเวลายื่นขออนุญาตได้ตลอดปี

(2 เม.ย.67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี / รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ ร่างประกาศ 2 ฉบับ คือ ร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการออกหนังสือคนประจำเรือว่าด้วยการประมง โดย สาระสำคัญ มีการแก้ไขคุณสมบัติคนต่างด้าวที่จะยื่นหนังสือเป็นคนประจำเรือ รวมถึงแก้ไขระยะเวลาในการยื่นขออนุญาตได้ตลอดทั้งปี จากเดิมที่ 2 ช่วง คือ กำหนด 1 เม.ย.- 30 มิ.ย. และ 1 ก.ย.- 30 พ.ย. และร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการอนุญาตให้คนต่างด้าว 4 สัญชาติ ได้แก่ กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม ที่ได้รับอนุญาตทำงานในราชอาณาจักรไทย เป็นกรณีพิเศษ ในกิจการประมง 

ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการแรงงานประมงได้รับการจ้างงานอย่างถูกกฎหมาย โดยให้ยื่นคำขอหนังสือคนประจำเรือเป็นกรณีพิเศษหรือ ได้ตลอดปี และในอนาคตนอกเหนือจาก 4 สัญชาติ สามารถจะมาทำงานดังกล่าวได้ ทั้งนี้กรมประมงได้เปิดรับฟังความคิดเห็นรวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากกฎหมายดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

"นายกฯ สั่งการให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจสอบให้เกิดความเรียบร้อย โดยเรื่องของการแก้ไขปัญหาประมงในระยะยาว มอบหมายให้คณะกรรมการประมงแห่งชาติ ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธานไปศึกษาการแก้ปัญหาต่อไป" รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

‘ชาวต่างชาติ’ ติดใจ!! ‘สายฉีดก้น’ ของไทย พร้อมยกให้เป็นที่หนึ่ง แถมกลับประเทศปุ๊บ รีบติดตั้งทันที ท่ามกลางชาวเน็ตแห่แนะนำวิธีใช้

(2 เม.ย.67) เรียกได้ว่าเป็นที่สุดแห่งนวัตกรรมห้องน้ำ สำหรับ ‘สายฉีดชำระ’ ที่คนไทยนิยมใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งสำหรับชาวไทยแล้วอาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับชาวต่างชาตินั้นอาจจะไม่ใช่ เพราะคุ้นชินกับการใช้ทิชชูมากกว่า

ยกตัวอย่างจากผู้ใช้เรดดิทคนนี้ ที่ได้รีวิวสายฉีดชำระของไทย บอกเลยว่าเขาติดใจมาก ถึงขั้นกลับประเทศปุ๊บ ก็ติดตั้งสายฉีดชำระทันที นอกจากนี้ ยังเอ่ยชมไม่หยุดว่า นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยสัมผัสในไทย

“พอกลับจากเมืองไทย ทิชชูมันก็เหมือนกับกระดาษทรายเลย มาอยู่ที่นี่ ฉันให้ความสำคัญกับการติดตั้งสายฉีด เพราะมันคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันเคยสัมผัสตอนอยู่ไทย ฉันคิดถึงมันจริง ๆ ห้องน้ำ (ไทย) เกือบทุกที่มีสายฉีดนี้ พอเทียบกับที่นี่แล้วมันไม่มีเลย”

เรียกได้ว่ากระทู้เรดดิทครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก ชาวต่างชาติหลายคนต่างเห็นด้วยกับสิ่งนี้ พร้อมยกว่าสายฉีดชำระนั้นดีกว่ากระดาษทิชชูเป็นไหน ๆ

อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตบางส่วนได้แนะว่า การใช้สายฉีดชำระต้องระวังให้ดี เพราะบางครั้งน้ำก็พุ่งแรงเกินไป ยิ่งใช้ในหน้าร้อนแล้วนั้น จากประสบการณ์สุดฟิน อาจกลายเป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดได้เช่นกัน

‘รร.ในชุมพร’ ประกาศยกเลิกระเบียบการแต่งกายนักเรียน หลังโดนดรามาสนั่น เหตุห้ามเด็ก ‘กันคิ้ว-แต่งหน้า-ใส่คอนแทคเลนส์-พกมือถือ’ ถ้าเจอจะยึดไม่คืน

(2 เม.ย.67) จากกรณีโลกโซเชียลมีการวิพากษ์วิจารณ์ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.สวี จ.ชุมพร เผยแพร่กฎระเบียบและเครื่องแบบการแต่งกาย บนเฟซบุ๊กแฟนเพจของโรงเรียน โดยห้ามนักเรียนพกมือถือ-อุปกรณ์แต่งหน้า หากตรวจพบจะถูกยึดและไม่คืนให้ทุกกรณี รวมถึงห้ามกันคิ้ว ห้ามแต่งหน้า ห้ามใส่คอนแทคเลนส์ ซึ่งปรากฏอยู่ในข้อ 11, 12, 14, 15 และ 16 มีรายละเอียดดังนี้

- ข้อ 11 คิ้ว ไม่ถอน ไม่โกน ไม่กัน ไม่เขียนคิ้ว
- ข้อ 12 ใบหน้า ไม่ตกแต่งใบหน้าด้วยเครื่องสำอางทุกชนิด
- ข้อ 14 ห้ามใส่คอนแทคเลนส์ กรณีสายตาสั้นให้ใส่แว่นตา
- ข้อ 15 ห้ามนำอุปกรณ์การใช้โทรศัพท์ทุกชนิดมาโรงเรียน หากตรวจพบทางโรงเรียนจะเก็บอุปกรณ์เหล่านั้นและไม่คืนให้ในทุกกรณี
- ข้อ 16 ห้ามนำอุปกรณ์การแต่งหน้า ทำผม และเครื่องประทินผิวทุกชนิดมาโรงเรียน หากตรวจพบทางโรงเรียนจะเก็บอุปกรณ์เหล่านั้นและไม่คืนให้ในทุกกรณี

หลังจากข้อความนี้ถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเพจของโรงเรียนเป็นจำนวนมาก อาธิ เป็นการละเมิดสิทธินักเรียนหรือไม่ กฎดังกล่าวมีความเข้มงวดจนเกินไป ควรปรับเปลี่ยนกฎให้ทันโลกนั้น 

ล่าสุด เว็บไซต์ของโรงเรียนได้ออกประกาศ ยกเลิกระเบียบการแต่งตัวนักเรียน หลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ กรณีห้ามใส่คอนแทคเลนส์-ห้ามนำโทรศัพท์มือถือทุกชนิดมาโรงเรียน

‘สุริยะ’ มั่นใจ!! ‘รถไฟฟ้าม่วง-แดง’ 20 บาทตลอดสายทำได้ ปลื้ม!! ลดราคาลง คนใช้เพิ่ม 20% กำไรมากกว่าก่อนลด

(2 เม.ย. 67) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยความคืบหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ว่า “ทำได้แน่นอน ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตั๋วร่วม โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม จะกำหนดให้ตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อเป็นเงินอุดหนุนในนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายได้”

นายสุริยะ กล่าวว่า “สำหรับผลประกอบการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดงนั้นมีประชาชนมาโดยสายเพิ่ม 20% คิดว่ามีแนวโน้มผู้ประกอบการจะมีกำไรมากกว่าช่วงที่ไม่ลดราคา”

ส่วนจะมีรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ ลดราคาเป็นเฟสที่ 2 เฟสที่ 3 ต่อไปหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า “ขณะนี้ในส่วนที่กระทรวงคมนาคมทำได้ คือ รถไฟฟ้าสายที่อยู่ในกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม ส่วนสายอื่นที่อยู่นอกเหนือในการดูแลของกระทรวงคมนาคมไม่สามารถลดราคาได้ ต้องไปลดทีเดียวพร้อมกันอีก 1 ปีเศษตามนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย”

‘ศาลอาญา’ อนุมัติหมายจับ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ข้อหาฟอกเงิน หลังออกหมายเรียกแล้ว 3 ครั้ง แต่ไม่ไปรายงานตัว

(2 เม.ย. 67) ที่ศาลอาญารัชดา พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมายื่นคำร้อง ขอออกหมายจับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิด ฐานฟอกเงินและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ตามที่สมคบกัน ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5,9,10 และศาลอาญาพิพากษา ให้ออกหมายจับ พร้อมกับมีผลในทันที โดยหากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็สามารถแสดงหมายจับและจับกุมตัวได้ทันที

รายงานแจ้งว่า ภายหลังมีการยื่นขอออกหมายจับในช่วงเช้าทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เรื่องขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หากมีการยื่นคำร้องขอออกหมายจับ ซึ่งศาลได้รับคำร้องชี้แจงข้อเท็จจริงโดยใช้เวลาอ่านรายละเอียดนานกว่า 5 ชั่วโมง แต่ศาลพิเคราะห์เห็นแล้วว่า พยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน มีเพียงพอที่จะออกหมายจับประกอบกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีท่าทีหลบเลี่ยงหมายเรียกของพนักงานสอบสวนถึง 3 ครั้ง จึงเป็นสาเหตุในการออกหมายจับครั้งนี้

‘หนุ่ม’ แชร์อุทาหรณ์ ‘จอดรถตากแดด’ ไฟลุกพรึ่บ หวิดไหม้ทั้งคัน ชี้จุดฉนวนต้นเพลิง ‘ทิชชู-กล่องไม้จิ้มฟัน’ เตือน!! ถ้ามีในรถรีบเคลียร์ออก

(2 เม.ย. 67) จากกรณีหนุ่มรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปลงบนติ๊กต็อกช่อง @tawan_pick เป็นสภาพรถยนต์ไฟไหม้เบาะคนนั่งข้างหลัง ประกอบกับแดดร้อนจัด ทำให้กล่องพลาสติกไม้จิ้มฟันละลายไปกับเบาะ ซึ่งเป็นเหตุให้ไฟลุกไหม้

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 เม.ย.67 เจ้าของโพสต์ ได้เผยว่า หลังจากจอดรถเอาไว้กลางแดด แต่รถไหม้เกือบทั้งคัน เพียงเพราะว่ามีทิชชูแห้งและไม้จิ้มฟัน โชคดีเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยดับไฟสำเร็จ

โดยเจ้าของโพสต์ กล่าวว่า จอดรถไว้ในซอยบ้าน ซึ่งจอดเอาไว้ตั้งแต่เช้าและก็ขับรถจักรยานยนต์ไปทำงาน ซึ่งบริเวณดังกล่าวจอดไว้มานานมากแล้ว จากนั้นตนเลิกงานตอนเที่ยงตรง แม่ก็โทรมาบอกว่า “ให้รีบกลับบ้านเพราะไฟไหม้”

ตอนนั้นตกใจมาก จึงรีบขับรถกลับบ้านโดยด่วน เมื่อมาถึงก็ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของราษฎร์บูรณะ ได้ดับเพลิงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อเปิดรถเข้าไปดูปรากฏว่า จุดที่เกิดไฟมันคือด้านเบาะหลัง เป็นที่ที่วางกระดาษทิชชูและไม้จิ้มฟันเอาไว้ จึงคิดว่าเกิดจากความร้อน

เนื่องจากเมื่อวานอากาศร้อนมาก ประกอบกับเป็นตอนเที่ยง และแสงมันลงมากระทบกับกระจกรถด้านหลังตรงคนนั่งฝั่งซ้าย มันก็อาจจะทำให้อากาศแห้งแล้วเกิดไฟไหม้ โชคดีที่จอดรถใกล้กับสถานีดับเพลิง พี่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงรีบช่วยกันดับเอาไว้ก่อน ทำให้ไฟไหม้ไม่บานปลาย เชื่อว่าถ้าหากเจ้าหน้าที่ไม่มาเห็น รถคงไม่ทั้งคันไปแล้ว

ตอนนี้จะต้องนำรถไปตรวจสภาพและเปลี่ยนเบาะทั้งหมด ทำความสะอาดรถใหม่ด้วย ซึ่งมูลค่าความเสียหายน่าจะ 20,000 บาท ทั้งนี้ อยากเตือนภัยสำหรับทุกคน ที่จำเป็นต้องจอดรถกลางแดด ให้เคลียร์ของในรถ พวกของแห้งที่เป็นทิชชู ไม้จิ้มฟัน หรืออะไรที่มันไวต่อไฟ ก็ให้หลีกเลี่ยงจะดีที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top