Monday, 10 August 2026
Hard News Team

‘ก.แรงงาน’ แย้ม!! จ่อขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 ทุกประเภทธุรกิจ คาด!! 1 ต.ค.67 สามารถประกาศภาพรวมทั้งประเทศได้

(25 เม.ย. 67) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยืนยันถึงการประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ว่า…

จากการประชุมของคณะกรรมการไตรภาคี เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการไตรภาคี ได้หารือกับคณะกรรมการว่า ในปีนี้จะมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจากการหารือมีนโยบายทําตามนโยบายของรัฐบาล คือจะมีการขึ้นค่าแรงที่ 400 บาท โดยในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการอีกครั้งหนึ่ง และคาดว่าจะประกาศในวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งตนเองไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงคณะกรรมการไตรภาคี เพราะเป็นคณะกรรมการที่เป็นอิสระในการพิจารณา

“ถามว่าเราประกาศเลยได้ไหมในวันที่ 1 พฤษภาคม เราสามารถประกาศให้รับรู้ได้ว่า เราจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป หลังจากนำร่องไปแล้ว ตรงนี้ถือเป็นนโยบายรัฐบาลที่ต้องทําตาม จากการหารือไม่น่าจะมีอะไรที่ขัดข้อง เพราะว่าส่วนหนึ่งในเรื่องค่าใช้จ่าย หรือสิ่งของที่เป็นอุปโภค บริโภค ก็มีการขึ้นไปล่วงหน้าแล้ว หลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อย ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะมีการประกาศค่าแรงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เรามีการนําร่องในวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา วันที่ 1 ตุลาคม เราสามารถประกาศได้ในภาพรวมทั้งประเทศ 400 บาทในทุกประเภทธุรกิจ” นายพิพัฒน์ กล่าว

‘จีน’ เตือน!! ‘สหภาพยุโรป’ ไม่ควรเลือกปฏิบัติกับ บ.ต่างชาติ หลังผู้ประกอบการจีนในยุโรป โดนบุกรุกสำนักงาน-ยึดอุปกรณ์

(25 เม.ย.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ของจีนกระตุ้นเตือนสหภาพยุโรป (EU) สร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง ยุติธรรม เที่ยงตรง และไม่เลือกปฏิบัติ สำหรับบริษัทต่างชาติในยุโรป

โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ เรียกร้องฝ่ายยุโรปหยุดและแก้ไขการกระทำที่ไม่ถูกต้อง หลังจากฝ่ายยุโรปบุกรุกเข้าสำนักงานของกลุ่มผู้ประกอบการจีนในยุโรปและยึดอุปกรณ์เมื่อวันอังคาร (23 เม.ย.) ที่ผ่านมา

ซึ่งจีนเป็นกังวลและคัดค้านการดำเนินการของสหภาพยุโรปอย่างจริงจัง เนื่องจากละเมิดขั้นตอนอันชอบธรรมตามกฎหมาย ขัดขวางการแข่งขันตามปกติ บั่นทอนความเชื่อมั่นของบริษัทต่างชาติทั้งหมดที่ดำเนินงานในยุโรปอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ จีนจะเฝ้าติดตามการดำเนินการของฝ่ายยุโรปในอนาคตอย่างใกล้ชิด และดำเนินทุกมาตรการอันจำเป็นต่อการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมตามกฎหมายของบริษัทจีน

‘รร.ดัง’ ถูกติง!! เหตุชุดนักเรียนห้อง EP พิเศษกว่าเพื่อน ชาวเน็ตแนะ ควรพิจารณาอีกรอบ หวั่นเกิดการแบ่งแยก

(25 เม.ย. 67) สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการศึกษามีสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ปกครองต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายเรื่องการเรียนของบุตรหลาน ไม่ว่าจะเป็นค่าชุดนักเรียน ชุดลูกเสือ ชุดพละ ค่าอุปกรณ์การเรียน หรือค่าหนังสือเรียน

ซึ่งเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ก็มีกระแสเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง โดยเสนอให้ปรับลดชุดนักเรียน ชุดลูกเสือ

อย่างไรก็ตาม กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ทันที หลังจากที่เพจ ‘โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์’ โพสต์ข้อความระบุเกี่ยวกับเครื่องแบบและเครื่องแต่งกายนักเรียนประจำปีการศึกษา 2567 ดังนี้

- ห้องเรียนทั่วไป
- ห้องเรียนส่งเสริมความสามารถพิเศษวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์(Gifted)
- ห้องเรียน English Program (EP)

หลังจากโพสต์ไปไม่นาน มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะชุดนักเรียนห้อง EP ที่กลายเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเหตุใดโรงเรียนถึงมีชุดสำหรับห้องเรียน EP ขึ้นมาแบบนี้ จะเป็นการสร้างภาระให้ผู้ปกครองหรือไม่ เพราะต้องเสียเงินซื้อชุดนักเรียนเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงทรงผมที่โรงเรียนยังมีกฎระเบียบที่ชัดเจน ในขณะที่โรงเรียนอื่น ๆ เริ่มผ่อนคลาย ให้เสรีทรงผมกันบ้างแล้ว และหลายคนตั้งคำถามว่าการกระทำแบบนี้ เป็นการสร้างความเท่าเทียมกันหรือไม่

ซึ่งข้อความของชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น มีดังนี้...

- มีห้องเรียน EP คือทางเลือกที่ดี แต่ความเหลื่อมล้ำก็ยังมีอยู่ ชุดควรเป็นไปในทางเดียวกันนะคะ เปลี่ยนแค่ตัวอักษรชื่อที่ปัก ก็เพียงพอแล้ว และเน้นหลักสูตรสื่อการเรียนการสอนที่น่าสนใจแทน ความแตกต่างที่ชุดมันดูแบ่งแยก ทั้ง ๆ ที่มีการรณรงค์เรื่องนี้กันหนักมาก ต้องการสร้างความแตกต่างพอเข้าใจ แต่แบบที่ทำอยู่มันทำให้เกิดการเปรียบเทียบเอาเสียมากกว่านะคะ อยากฝากให้คณะคุณครูพิจารณาอีกครั้ง จากใจศิษย์เก่า ที่อยากให้ รร.ดูดีขึ้นนะคะ

-  เสรีทรงผมได้แล้วครับ กระทรวงเขาบอกเสรีทรงผมนานแล้ว 5555
- หนึ่งเดียวไปไหน? การตั้งห้องเรียนพิเศษนี้ที่การแต่งกายมีความไม่เสมอภาคกันรวมถึงค่าเทอมก็น่าจะเหลื่อมล้ำกัน อยากทราบว่าได้รับตัวอย่างหรืออิทธิพลจากกระทรวงหรือสถานศึกษาใดหรือครับ (อยากให้ทางโรงเรียนมองและให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ ไม่ใช่ตอบกลับแต่กลุ่มคนที่สนใจในโปรแกรมนั้น จากศิษย์เก่า บ.ส.ที่อยากฟังเหตุผลของทางโรงเรียนครับ)

- ความเท่าเทียมจะเกิดกี่โมง ถ้าชุดนักเรียนยังแบ่งแยกอยู่แบบนี้
- ไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกแบบนี้เลยค่ะ จากใจศิษย์เก่าค่ะ
- ชุดเด็ก EP น่ารักดี ไม่เถียง แต่ความเท่าเทียมจะเกิดกี่โมง ถ้าชุดนักเรียนยังแบ่งแยกอยู่แบบนี้
- โอ้ว มีห้องเรียน EP แล้ว ชุดก็เปลี่ยน

‘มธ.’ แจง!! ประเด็นช็อกสังคม ‘นศ.หญิง’ ทำร้าย ‘นศ.ชาย’ สาหัส ชี้ เตรียมประสานฝ่ายวินัยฯ เพื่อดำเนินการสืบข้อเท็จจริงแล้ว

(25 เม.ย.67) เป็นประเด็นช็อกสังคมกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ หลังเพจดัง อีซ้อขยี้ข่าว ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของนักศึกษาสาวในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยบอกว่า มีนักศึกษาสาวปี 3 ทำร้ายร่างกายแฟนหนุ่มซึ่งเป็น รุ่นน้องปี 1 ด้วยการใช้มีดปาดคอภายในหอพัก อาการสาหัส แถมคนก่อเหตุยังลอยหน้าลอยตาเข้าเรียนตามปกติได้อีก แปลกใจที่เรื่องเงียบ

ล่าสุด วันนี้ 25 เม.ย.67 มีรายงานว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงเรื่องดังกล่าว ระบุว่า แถลงการณ์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง เหตุการณ์นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำร้ายร่างกายเพื่อนนักศึกษา 

จากเหตุการณ์นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย เพื่อนนักศึกษาภายในหอพักนอกมหาวิทยาลัยฯ ที่เป็นข่าวทาง Social Media ในช่วงที่ผ่านมา

ทางฝ่ายวิชาการและกิจการนักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินการเข้าดูแลนักศึกษาผู้ประสบเหตุวันเกิดเหตุดังกล่าว และดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าวในเบื้องต้นแล้ว

ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการติดตามความคืบหน้าของเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดกับทั้ง 2 ฝ่าย คือ นักศึกษาคู่กรณี และนักศึกษาผู้เสียหาย

รวมถึงประสานงานผู้ปกครองของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เตรียมดำเนินการประสานงานฝ่ายวินัยนักศึกษาเพื่อดำเนินการสืบข้อเท็จจริง

และสอบสวนให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยวินัยนักศึกษา และดำเนินการตามวินัยนักศึกษาต่อไป

‘รมว.ปุ้ย’ สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้อง จี้!! สถานประกอบการ แยกสารเคมีอันตราย หลังโกดังย่านพระราม 2 สารเคมีติดไฟเองได้ เพราะความร้อนเป็นเหตุ

(25 เม.ย.67) จากเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลในโกดังเก็บสารเคมี จนเกิดกลุ่มควันสีขาวที่โรงงาน ย่านพระราม 2 ในช่วงเวลาประมาณ 02.10 ของวันที่ 25 เมษายน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้ตรวจสอบถึงสาเหตุ และได้รายงานให้ทราบว่า สถานที่เกิดเหตุคือ อาคารเก็บสารเคมีของบริษัท เพรสซิเดนท์เคมีภัณฑ์ จำกัด ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ส่วนกลุ่มควันสีขาวเกิดจากสารเคมี 2 ถังในอาคารหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงทำการขนย้ายสารเคมีในกลุ่มเดียวกันออกมาด้านนอกอาคาร และใช้น้ำในการควบคุมควันที่เกิดขึ้น และเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการเปิดบรรจุภัณฑ์เมื่อสารเคมีกระทบอากาศทำให้เกิดไฟลุกไหม้ภายในถัง จึงเร่งควบคุมเพลิงเพื่อไม่ให้สารเคมีแพร่กระจาย โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า จากการตรวจสอบชนิดของสารเคมีพบในที่เกิดเหตุ คือสารไทโอยูเรียไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสารเคมีที่ไม่เข้าข่ายวัตถุอันตรายตาม พรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ 2535  เป็นสารเคมีตามประเภทที่มีความเสี่ยงต่อการลุกไหม้ได้เอง (self-heating) และความร้อนเกิดจากตัวสารทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศที่อุณหภูมิรอบตัว สามารถลุกติดไฟได้เมื่อมีความร้อนสะสมต่อเนื่องภายในถึงอุณหภูมิที่สามารถลุกติดไฟได้ด้วยตนเอง (auto-ignition temperature) ทั้งนี้ จากการสันนิษฐานสาเหตุเบื้องต้นเกิดจากการสะสมความร้อนภายในบรรจุภัณฑ์ของสารไทโอยูเรียไดออกไซด์ ทำให้ภายในบรรจุภัณฑ์มีอุณหภูมิสูงจนทำให้มีกลุ่มควันเกิดขึ้น

“ดิฉันได้กำชับไปทาง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีกรมโรงงาน และอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัดว่า ให้เร่งแจ้งเตือนสถานประกอบการที่มีการจัดเก็บสารเคมี ให้เพิ่มความระมัดระวัง และตรวจสอบสถานที่จัดเก็บให้เป็นไปตามข้อกำหนด ทั้งโรงงานและสถานที่ครอบครองจัดเก็บวัตถุอันตราย หรือสารเคมี โดยต้องตรวจสอบสารเคมีที่จัดเก็บ เช็ค MSDS เอกสารข้อมูลความปลอดภัย ว่ามีสารเคมีที่มีคุณสมบัติลักษณะเดียวกันนี้ คือเกิดปฏิกิริยา หรือติดไฟเองได้ หากอุณหภูมิการจัดเก็บสูง ต้องแยกออกจากกัน และเช็คสภาวะแวดล้อม จัดเก็บในที่อุณหภูมิที่เหมาะสม เนื่องจากปัจจุบันสภาวะอากาศมีอุณหภูมิสูงต่อเนื่อง” รมว.อุตสาหกรรม กล่าว 

‘น้องภูมิ’ วัย 7 ขวบ ขอลาบวชทดแทนคุณ ‘หนุ่ม กรรชัย’ หลังเคยช่วยเหลือตน-ครอบครัว จนทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

(25 เม.ย. 67) กลายเป็นเรื่องดี ๆ ที่ถูกพูดถึงกันโลกโซเชียล เมื่อ ‘น้องภูมิ’ เด็กชายวัย 7 ขวบ เด็กน้อยที่พิธีกรคนดัง ‘หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย’ เคยให้การช่วยเหลือจากอาการปากแหว่งเพดานโหว่ พร้อมทั้งดูแลในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ตลอดจนได้ให้การช่วยเหลือครอบครัว จนวันนี้ทั้งน้องภูมิและครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้น้องภูมิและครอบครัวเดินหน้าในการต่อสู้ชีวิต และมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยน้องภูมิเคยลั่นวาจาจะบวชให้พี่หนุ่มเพื่อทดแทนบุญคุณ

ล่าสุดเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ ‘อรวรรณ ชาญเชิดศักดิ์’

ซึ่งเป็นคุณแม่ของน้องภูมิ ได้โพสต์เฟซบุ๊กภาพลูกชายถือพานขอขมาลาบวชเณร ต่อหน้ารูปที่เคยถ่ายร่วมเฟรมกับ หนุ่ม กรรชัย พร้อมข้อความบอกว่า “ผมไม่มีโอกาสไปกราบลาบวชขออนุญาตกราบที่นี้นะคับพี่หนุ่ม” และมีป้ายบอกว่า “ขออนุโมทนาลาบวชเณร เพื่อทดแทนพระคุณพี่หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ที่ช่วยผมกับแม่จนได้ชีวิตใหม่ ผมขอบคุณครับ”

(สุรินทร์) รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. ติดตามการปฎิบัติงาน พื้นที่ กอ.รมน.สุรินทร์

วันที่ 25 เมษายน 2567 เวลา 09.30 น. ที่ ห้องประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ ชั้น 4 ศูนย์ราชการจังหวัดสุรินทร์ พันเอก จิตรกร จันทร์สว่าง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ท.) ให้การต้อนรับ พลตรี ถนอม  สบายพร รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และคณะฯ ที่มาติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านพลังงาน ด้านอาหาร และ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ 2567 ของหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ มี พันตำรวจเอก อิทธิพล พงษ์ธร ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ร่วมให้การต้อนรับ ในการนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้จัดเตรียมข้อมูลผลการปฏิบัติงานในห้วง ปี 2566 - 2567 จำนวน 14 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุรินทร์ ศูนย์ป่าไม้สุรินทร์ ธนารักษ์พื้นที่สุรินทร์ ที่ดินจังหวัดสุรินทร์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุรินทร์ ท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์ ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ เกษตรจังหวัดสุรินทร์ พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์  พลังงานจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ สถิติจังหวัดสุรินทร์ และโครงการชลประทานสุรินทร์ เพื่อนำเสนอในที่ประชุม และร่วมตรวจพื้นที่กับคณะฯติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน ณ พื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาสวาย ตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พลตรี ถนอม  สบายพร รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและคณะฯ ได้เน้นย้ำในเรื่องความมั่นคง ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งให้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และชื่นชม คณะทำงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ ที่บูรณาการร่วมกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า ข่าว/ภาพ

‘ปารีณา’ น้ำตาคลอ!! หลังคู่กัดในสภา ยกคณะร่วมงานศพพ่อ เผย ไม่คิดว่าจะมา ขอโทษที่เคยทำไม่ดี-คอยประท้วงตลอด

เมื่อวานนี้ (24 เม.ย.67) ที่บ้านทรงไทยริมน้ำ ต.บางโตนด อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มีพิธีสวดพระอภิธรรม นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่เสียชีวิตอย่างสงบ

โดยคืนที่ผ่านมามีแขกและนักการเมืองเดินทางมาร่วมงาน ในจำนวนนี้รวมถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายวิรัตน์ วรศสิริน, น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่มาฟังสวดพระอภิธรรมด้วย

เมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เดินทางมาถึง น.ส.ปารีณา ได้มารับบริเวณหน้าบ้าน พร้อมพูดทั้งน้ำตาว่า “ขอบคุณท่านมาก ๆ ที่มา ไม่คิดเลยว่า ท่านจะมา ขอโทษที่เคยทำไม่ดี” ก่อน น.ส.นภาพร จะยื่นซองช่วยงานแล้วพูดว่า “ให้กำลังใจนะ สู้ ๆ นะ”

ทำให้ น.ส.ปารีณา ถึงน้ำตาคลอแล้วพูดว่า “ขอโทษนะที่ตอนอยู่ในสภาฯ ประท้วงกันตลอด” ก่อน น.ส.นภาพร ตอบว่า “ไม่เป็นไรเลย เราไม่เคยโกรธ เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่”

ระหว่างรอเวลา น.ส.ปารีณาเล่าเรื่องราวชีวิต หลังไม่ได้เป็น สส. พร้อมทั้งร้องไห้เป็นระยะ ๆ จากนั้น น.ส.ปารีณา และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ร่วมกันกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้นายทวี ไกรคุปต์

‘คุณแม่เกาหลี’ อุ้มลูกวัย 4 เดือน ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกในชีวิต พร้อมแจก ‘ที่อุดหู-ลูกอม-แนบโน๊ตขอโทษ’ หากมีเสียงรบกวน

เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก ‘สุขภาพดี’ ได้โพสต์เรื่องราวของคุณแม่เกาหลีท่านหนึ่ง ที่ทำการแจกชุด ‘ป้องกันเสียงเด็ก’ แก่ผู้โดยสารบนเครื่องบินในเที่ยวเดียวกัน เพราะกลัวลูกน้อยร้องไห้เสียงดังรบกวน โดยระบุว่า…

“ดูเหมือนว่าคุณแม่ชาวเกาหลีรายนี้ก็รู้ดีถึงเหตุผลข้างต้น แต่เธอมีเหตุจำเป็นให้ต้องเดินทางกว่า 10 ชั่วโมง เพื่อไปที่ซานฟรานซิสโกกับลูกน้อยวัย 4 เดือน

โดยเหตุการณ์นี้ถูกโพสต์ผ่านเฟสบุ๊กของนาย Dave Corona เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2019 กล่าวถึงความประทับใจต่อคุณแม่ชาวเกาหลีรายนี้ ที่เลือกแจกชุด ‘ป้องกันเสียงเด็ก’ กว่า 200 ชุดให้กับผู้โดยสารเที่ยวบินเดียวกัน

โดยในถุงที่แจกประกอบไปด้วยที่อุดหู ลูกอมหลายชนิด และข้อความเขียนในนามของเด็กชายระบุว่า ‘สวัสดีครับ ผมชื่อ Junwoo (จุนวู) อายุ 4 เดือน วันนี้ผมกำลังเดินทางไปที่สหรัฐฯ กับคุณแม่และคุณยาย เพื่อไปหาคุณป้าของผม’

‘ผมรู้สึกกังวลและกลัวนิดหน่อย เพราะนี่คือไฟลท์แรกในชีวิตของผม นั่นหมายถึงผมอาจจะร้องไห้หรือส่งเสียงดังเกินไป’

‘คุณแม่ของผมจึงเตรียมถุงเล็ก ๆ นี้ไว้สำหรับคุณ จะมีทั้งลูกอมและที่อุดหู ขอความกรุณาใช้มัน เมื่อผมส่งเสียงดัง ขอให้เดินทางอย่างมีความสุขนะครับ ขอบคุณฮะ’

บอกเลยว่าใครเห็นข้อความนี้เป็นอันต้องโกรธไม่ลงแน่นอน แถมยังยิ้มออกอีกด้วย”

‘ยุทธพล’ เผย!! โครงการย้ายลิงสู่ที่พักพิงใหม่ คืบหน้า 90% ดันสู่ ‘เพชรบุรีโมเดล’ ตัวอย่างแก้ปัญหาลิงล้นเมืองในทุกพื้นที่

(25 เม.ย. 67) ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษาในคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘ยุทธพล อังกินันทน์’ ถึงปัญหาลิงล้นเมือง ระบุว่า…

‘ย้ายลิง’ เขาวัง ‘รอบ 2’ วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2567 เวลา 9 โมงเช้าเป็นต้นไปนะครับ

ตามที่เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้จัดทำกรงพักพิงลิง และย้ายลิงเขาวัง บางส่วนไปปรับพฤติกรรม เพื่อนำเข้าสู่กรงพักพิงลิง ตามโครงการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมือง ไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 แล้วนั้น

โครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการนำร่อง เพื่อที่จะนำไปเป็น ‘เพชรบุรีโมเดล’ ให้กับจังหวัดอื่น ๆ ในการแก้ปัญหาลิงล้นเมืองในทุกพื้นที่ หลังจากที่พวกเราทุกคนได้ทำงานหนัก ลองผิดลองถูก ซึ่งถือว่าโครงการดำเนินไปได้ด้วยดี ความสำเร็จไปแล้วถึง 90% เนื่องจากเป็นโครงการนำร่องจึงอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร 

ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาชน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า จะดำเนินการย้ายลิงรอบสอง ในวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2567 นี้ เพื่อเป็นการดำเนิน โครงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครั้งนี้เราจะดำเนินการวางกรงดักลิงไว้ทั้งหมด 12 จุดรอบเขาวัง ดังนี้

1. โรงเรียนพรหมานุสรณ์
2. วัดเขาวัง
3. ศาลเจ้าข้างร้านของฝากขนมหม้อแกง
4. วัดถ้ำแก้ว
5. วัดพระนอน
6. วัดข่อย
7. เขาวังเมืองใหม่
8.ร้านหมูสมนึก
9. เคเบิลคาร์
10. ทางขึ้นเขาวัง
11. โรงแรมเขาวัง
12. วัดสระบัว

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบนะครับ 
ดร.ยุทธพล อังกินันทน์
ประธานเครือข่ายภาคประชาชน  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top