Monday, 10 August 2026
Hard News Team

‘ลิซ่า BLACKPINK’ อวดโฉมอาร์ตทอย จาก ‘คาซิง ลุง’ เผย!! ตุ๊กตาตัวนี้ไม่ธรรมดา เพราะมีตัวเดียวในโลก

(27 เม.ย. 67) นาทีนี้ไม่ว่าใครก็อยากครอบครองเจ้า ‘Labubu’ (ลาบูบู้) อาร์ตทอยสุดน่ารักที่กำลังครองใจผู้คนมากมายทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ทั้งยังสั่นสะเทือนวงการอาร์ตทอยเข้าไปอีก เมื่อไอดอลสาวอย่าง 'ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล' หรือ ลิซ่า BLACKPINK ก็ยังคลั่งรัก โพสต์ภาพกับเจ้าลาบูบู้ลงในไอจีสตอรี่ แถมห้อยไว้ที่กระเป๋าอีกด้วย

ล่าสุดทางด้าน ‘Kashing Lung’ (คาซิง ลุง) ศิลปินผู้ออกแบบลาบูบู้ ก็ได้มอบของขวัญสุดพิเศษให้ลิซ่า ที่มีตัวเดียวในโลก ซึ่งเป็นตุ๊กตาสีน้ำตาลที่ชื่อ ‘Zimomo’ (ซิโมโม่) เป็นหนึ่งในตัวละครในจักรวาล The Monsters เช่นเดียวกับลาบูบู้

พร้อมจรดชื่อ 'ลิซ่า' บริเวณหูของตุ๊กตาให้เองกับมือ เพื่อเป็นการขอบคุณ หลังเธอทำให้เกิดกระแสฟีเวอร์ ยอดขายถล่มทลาย

โดยทางด้าน ลิซ่า ก็ได้โพสต์ภาพตุ๊กตาตัวนี้ และแท็กไปที่ไอจีของ คาซิง ลุง และ Popmart อีกด้วย

จีน เผยภารกิจ ‘ฉางเอ๋อ-7’ จับมือ 6 ประเทศ ร่วมพัฒนา สำรวจวิจัย โครงสร้างของดวงจันทร์

(27 เม.ย. 67) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า องค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีนประกาศว่าภารกิจสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ-7 (Chang’e-7) ของจีนจะบรรทุกเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ 6 รายการ ซึ่งพัฒนาโดย 6 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ 1 แห่ง ได้แก่ อียิปต์ บาห์เรน อิตาลี รัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ ไทย และสมาคมหอสังเกตการณ์ดวงจันทร์นานาชาติ

รายงานระบุว่าภารกิจฉางเอ๋อ-7 มีกำหนดเดินทางสู่อวกาศช่วงปี 2026 โดยเป้าหมายคือการสำรวจสภาพแวดล้อมพื้นผิวดวงจันทร์ น้ำ น้ำแข็ง และองค์ประกอบที่ระเหยง่ายของดินบนขั้วใต้ของดวงจันทร์ รวมถึงทำการวิจัยภูมิศาสตร์ องค์ประกอบ และโครงสร้างของดวงจันทร์

ยานลงจอดฉางเอ๋อ-7 จะบรรทุกตัวสะท้อนแสงแบบเลเซอร์ที่พัฒนาโดยอิตาลีสำหรับทำการวัดแบบแม่นยำสูงบนพื้นผิวดวงจันทร์และการบริการระบุตำแหน่งของยานโคจร รวมถึงบรรทุกเครื่องมือวัดฝุ่นและสนามไฟฟ้าบนดวงจันทร์ที่พัฒนาโดยรัสเซียสำหรับตรวจสอบสภาพแวดล้อมพลาสมาบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยฝุ่น

ขณะเดียวกันยานลงจอดฉางเอ๋อ-7 ยังจะบรรทุกกล้องโทรทรรศน์บนดวงจันทร์ที่พัฒนาโดยสมาคมฯ สำหรับการสังเกตการณ์ดาราจักร โลก และท้องฟ้าทั้งหมด

ด้านยานโคจรจะบรรทุกกล้องไฮเปอร์สเปคตรัมที่พัฒนาโดยอียิปต์และบาห์เรนสำหรับจำแนกวัตถุบนพื้นผิวและสภาพแวดล้อมของดวงจันทร์ รวมถึงบรรทุกเครื่องสเปกโตรมิเตอร์แบบสองช่องสัญญาณสำหรับการวัดรังสีโลกที่พัฒนาโดยสวิตเซอร์แลนด์และจีนสำหรับเฝ้าติดตามปริมาณรังสีที่เข้าและออกจากระบบภูมิอากาศของโลกจากมุมมองดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

นอกจากนั้นยานโคจรยังจะบรรทุกชุดเซ็นเซอร์ตรวจจับสำหรับการเฝ้าติดตามสภาพอวกาศทั่วโลก เพื่อแจ้งเตือนการรบกวนทางแม่เหล็กและการแผ่รังสีจากพายุสุริยะด้วย

‘ก้อง ห้วยไร่’ ประกาศขออัดฉีด ฟุตซอลไทยนัดชิง 2 แสน ย้ำ!! นักเตะสมควรได้รับ เพราะสร้างความสุข ให้คนไทย

(27 เม.ย. 67) ‘ก้อง ห้วยไร่’ ประกาศอัดฉีดฟุตซอลไทยนัดชิง 2 แสนบาท พร้อมชวนแฟนคลับร่วมสมทบทุนมอบมาลัยนักฟุตซอล

หลังจาก ‘โต๊ะเล็กช้างศึก’ ทีมชาติไทย เอาชนะทาจิกิสถาน โดยการดวลจุดโทษ ผ่านเข้ารอบชิงในศึกฟุตซอลเอเชียน คัพ 2024 เมื่อวานนี้ โดยหนึ่งในกองเชียร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘ก้อง ห้วยไร่’ นักร้องชื่อดัง ที่ร่วมเชียร์ฟุตซอลทีมชาติไทยเกาะติดขอบสนาม

ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า 

“นัดชิงชนะเลิศ แชมป์ พี่ให้ 200,000 พี่ ๆ ท่านอื่น สนใจอยากเปย์ ให้กับผู้สร้างความสุข ของคนไทยเราลุยเลยนะครับ พวกเขาสมควรได้รับ”

เปิดประวัติ-วิสัยทัศน์ ‘รศ.ดร.พิภพ อุดร’ หนึ่งในแคนดิเดตท้าชิงเก้าอี้อธิการบดี ‘มธ.’

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 67 คณะกรรมการสรรหาอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กำหนดให้มีการเสนอชื่อเพื่อหยั่งเสียงผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนใหม่ แทน 'รศ.เกศินี วิฑูรชาติ' อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนปัจจุบันที่จะดำรงตำแหน่งครบวาระในวันที่ 24 พ.ค. 67 โดยกำหนดให้มีการเสนอชื่อเพื่อหยั่งเสียงผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนใหม่ จำนวน 51 ส่วนงาน

ต่อมาวันที่ 19 เม.ย. 67 คณะกรรมการสรรหาฯ กำหนดให้ผู้ตอบรับการทาบทามหรือผู้สมัครเข้ารับการสรรหาได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการดำเนินงานและแถลงแนวทางการบริหารต่อคณะกรรมการสรรหาฯ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย นักศึกษา และศิษย์เก่าของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ารับฟังการแถลงด้วย

สำหรับหนึ่งในรายชื่อผู้ที่ได้รับเสนอ คือรศ.ดร.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ โดยมีประวัติดังนี้

>>คุณวุฒิการศึกษา
-ปี 2542 บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต (Ph.D.) สาขาการตลาด จาก Kenan-Flagler Business School, University of North Carolina at Chapel Hill, USA
-ปี 2535 บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (M.B.A.) สาขาการตลาด จาก School of Business and Public Administration, George Washington University, USA
-ปี 2532 บัญชีบัณฑิต (B.Acc.) จาก คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

>>การทำงาน/การดำรงตำแหน่งทางด้านบริหาร
-คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-ประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรควบ 5 ปี ตรี-โท
-รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์

>>ประสบการณ์อื่น ๆ
-คณะกรรมการตรวจสอบ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-อนุกรรมการสภามหาวิทยาลัยด้านกฎหมาย/ระเบียบ/ข้อบังคับ
-ประธานคณะกรรมการวิชาการประจำคณะฯ
-กรรมการสภาอาจารย์
-กรรมการสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

>>ประวัติการฝึกอบรมที่สำคัญ    
- หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 14
- หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 23
- Directors Certification Program (DCP) รุ่นที่ 270
- Directors Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 155
- Advanced Audit Committee Program (AACP) รุ่นที่ 36

ทั้งนี้ รศ.ดร.พิภพ อุดร ได้เปิดเผยแนวคิด Thammasat Next หรือ Thammasat for Better Life..Better Society แนวทางสร้างสรรค์ ชีวิตทำงาน เพื่อประชาคม ผ่านเฟซบุ๊ก ‘Pipop Udorn’ โดยมี 4 หัวข้อหลัก คือ
1. ระบบงาน ‘ยืดหยุ่น’ และ ‘สมาร์ท’
-เลิกใช้ไม้บรรทัดเดียววัดทุกหน่วยงาน
-Work From Anywhere
-ใช้ AI ช่วยลดปริมาณงาน และเพิ่มคุณภาพงาน

2. เส้นทางอาชีพเลือกได้
-เลือกเติบโตได้ตามสถานบริการ หรือ วิชาชีพ
-สร้างทักษะรองรับอาชีพที่ 2
เรียนต่อ ป.โท ฟรี ในแพลตฟอร์ม ‘TUXSA’

3. คุณภาพชีวิตดีขึ้น
-สวัสดิการยืดหยุ่นทั้งวงเงิน และวงเวลา
-ดูแลตั้งแต่แรกเข้าถึงหลังเกษียณ
-สวัสดิการบุคลากร ชัดเจน และ เท่าเทียม

4. คุณภาพชีวิตดีขึ้นอีก
-จัดสิทธิพิเศษและส่วนลดค่ารักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
-เพิ่มจำนวนหอพักบุคลากร
-โรงอาหาร คือ สวัสดิการ ร้านค้าไม่เสียค่าเช่า ปรับราคาให้ถูกลงและเพิ่มคุณภาพ

นอกจากนี้ รศ.ดร.พิภพ อุดร ได้แสดงถึงวิสัยทัศน์และทิศทางและแนวโน้มในการพัฒนามหาวิทยาลัยในอนาคต ผ่านเวทีดีเบต ‘เวทีสุดท้าย โค้งสุดท้าย’ 

รศ.ดร.พิภพ กล่าวว่า มีความตั้งใจอยากจะนำพามหาวิทยาลัยให้ก้าวไกลไปในเวทีโลก ปรับเปลี่ยนหลายรูปแบบเพื่อที่จะทำให้มหาวิทยาลัยตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสังคม ของโลก เพราะว่าโลกในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย

ปัจจุบันเราอยู่ในโลกที่เรียกว่า ‘ความรู้อายุสั้น’ แต่ ‘คนอายุยาว’ มหาวิทยาลัย เดินในรูปแบบเดิมไม่ได้ ถนนทุกสายไม่มุ่งสู่มหาวิทยาลัยอีกต่อไป

จึงมีหลายเรื่องที่ต้องปรับเปลี่ยน เพื่อที่จะทำให้ยังมีความหมายในสังคม จึงอยากอาสาพามหาวิทยาลัยไปเวทีโลก สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยและก็ยืนหยัดในจิตวิญญาณความเป็นธรรมศาสตร์ เดินหน้าสร้างความสุขให้กับบุคลากรให้กับนักศึกษาในทุก ๆ กลุ่ม

รศ.ดร.พิภพ กล่าวต่อว่า ต้องการให้มหาวิทยาลัยกลายเป็น Platform ในการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้นอกห้องเรียน นอกมหาวิทยาลัย การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การเรียนรู้จาก Partner ต่าง ๆ และคอยทำหน้าที่เป็นแกนกลาง ในการระดมทรัพยากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก มาเพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้กับประเทศ เราจะตอบโจทย์ ของการที่จะทำให้ คนมีอายุยืนยาวอย่างมีความสุข สุขภาพดีและแข็งแรงขึ้นด้วย

“โลกที่ ความรู้อายุสั้น คนอายุยาว ความรู้ที่ได้เรียนจากมหาวิทยาลัย ไม่เพียงพอให้ทำงานไปได้จนเกษียณ ทำอย่างไร จะเปิดให้คนกลับมาเติมเต็มความรู้ และทักษะที่ขาดหายได้ง่าย ๆ และตอบโจทย์การเรียนรู้ในทุก ๆ Generation อันนี้คือหัวใจ โดยปลูกฝังจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ในการคิดในการทำ เพื่ออะไร เพื่อประโยชน์ที่ใหญ่กว่าตัวเองเสมอ และนี่คือจุดสำคัญของมธ."

ส่วนการใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยในการแสดงออกทางการเมือง รศ.ดร.พิภพ บอกว่า จิตวิญญาณธรรม ศาสตร์ มี 3 เสาหลัก คือ ประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเป็นธรรม ซึ่งจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง มหาวิทยาลัยต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย สำหรับนักศึกษาและบุคลากรทุกกลุ่ม ในการแสดงความคิดเห็นโดยเสรีภาพ ภายใต้กฎหมาย ขอบเขตของรัฐธรรมนูญ และความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็น

ในฐานะอธิการบดีเราจะต้องเจรจากับหน่วยงานความมั่นคง หากมีการมาคุกคามพื้นที่ปลอดภัยในสถาบันการศึกษา เป็นสิ่งที่ไม่ได้และไม่ควรทำ

ร.ศ.ดร.พิภพ ย้ำว่า สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา ต้องเจรจากับตำรวจที่ดูแลเรื่องความมั่นคงโดยรอบมหาวิทยาลัย และวิทยาเขตทั้ง4 ศูนย์ หากไม่ใช่เหตุละเมิด หรือรุนแรงเฉพาะหน้า ที่ต้องเร่งเข้ามาแก้ไข จัดการ ต้องขออนุญาตมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าพื้นที่ ต้องปฏิบัติต่อกันอย่างให้เกียรติ และเป็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการอย่างจริงจัง

โดยต้องการให้เกิดการแลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม อย่างมีสันติภาพ และความสร้างสรรค์ การขัดขวางการแสดงออกไม่ใช่สิ่งที่ดีและมันจะกลายเป็นระเบิดเวลาของสังคมในที่สุด

ร.ศ.ดร.พิภพ ย้ำว่า มหาวิทยาลัยควรเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลอดภัย ที่การันตีเสรีภาพและความปลอดภัยในเรื่องของการแสดงความคิดเห็นทั้งนักศึกษา อาจารย์และบุคลากร หน่วยงานความมั่นคงต้องทำงาน อันนี้เราเข้าใจ แต่ต้องปฏิบัติต่อกันอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน และก่อนเข้าพื้นที่ควรจะต้องมีการขออนุญาตและเจรจากับเราเสมอ โดยที่เราจะจัดบุคลากรของเราร่วมกันปฏิบัติหน้าที่คู่กับฝ่ายมั่นคงและความปลอดภัย

คุณตา CEO แชมพูมะกรูดโฮมเมด เสียชีวิตแล้ว ชาวโซเชียลร่วมไว้อาลัยส่ง ‘คุณตาบาง’ ขึ้นสวรรค์

(27 เม.ย. 67) ผู้ใช้ TikTok ‘kanthikanuch’ หรือ ตานีครัวเตาถ่าน เจ้าของแบรนด์แชมพูมะกรูดโฮมเมด ได้แจ้งข่าวเศร้าว่า ‘คุณตาบาง’ หรือ ‘พ่อใหญ่’ ได้เสียชีวิตแล้ว ในวันที่ 25 เม.ย.67 ที่ผ่านมา

โดยระบุข้อความว่า “วันนี้พ่อใหญ่เก็บกระเป๋าออกเดินทางไปคุมงานสาขาใหญ่กับแม่ใหญ่แล้วค่ะ คงคิดถึงกันมาก ๆ แน่เลย ขอบคุณทุกกำลังใจและความห่วงใยจากลูกหลานออนไลน์ทุก ๆ ท่านนะคะ
ท่านแค่ย้ายจากชีวิตจริงไปอยู่ในความทรงจำ รักสุดหัวใจ”

ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงต้นปี ทางเพจได้ออกมาแจ้งข่าวเศร้า ของการจากไปของ คุณยายน้อย

ทั้งนี้คุณตา เป็นที่รู้จักดังในโซเชียลฯ จากคลิปขณะทำสินค้าแชมพูแฮนด์เมดกับคุณยายน้อย ซึ่งเป็นภรรยา เพื่อส่งให้ลูกค้า ที่มักเผยให้เห็นโมเมนต์น่ารัก ทำบ้าง นอนหลับพักบ้าง แถมติดสติกเกอร์ไม่เหมือนกันสักขวด จนกลายเป็นไวรัลดังในโลกออนไลน์ มีคนแห่ติดตามทั้งคู่

ทำให้คนต่างก็เข้ามาคอมเมนต์ ร่วมไว้อาลัย พร้อมทั้งแชร์คลิปความน่ารักของสองตายายขณะที่อยู่ด้วยกัน

เที่ยวบิน ‘เดลต้า แอร์’ ต้องบินกลับฉุกเฉิน จากเหตุ สไลด์กางออก หลัง ‘เทกออฟ’

(27 เม.ย. 67) เที่ยวบินของสายการบิน เดลต้า แอร์ไลน์ ต้องบินกลับไปนิวยอร์ก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจาก สไลด์ฉุกเฉินด้านขวาได้กางออก หลังจากเครื่องขึ้น

เครื่องบินโบอิ้งลำดังกล่าว มุ่งหน้าไปยังลอสแอนเจลิส ได้บินกลับมาลงจอดอย่างปลอดภัย ที่สนามบินจอห์น เอฟ เคนเนดี เมื่อเวลาประมาณ 8.35 น.

เดลต้า บอกกับอินดิเพนเดนท์ว่า เที่ยวบิน 520 ประกาศเหตุฉุกเฉิน หลังจากลูกเรือสังเกตเห็นสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับทางออกฉุกเฉินทางปีกขวา รวมถึงเสียงที่ไม่คุ้นเคยจากปีกขวา

สายการบินระบุว่า มีผู้โดยสาร 176 คน นักบิน 2 คน และลูกเรือ 5 คน บนเครื่องบินลำนี้ ทั้งนี้ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ ระบุว่า หน่วยงานของรัฐบาลกลางกำลังสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เดลต้า ยืนยันกับ ดิอินดิเพนเดนท์ว่า เครื่องบินโบอิ้ง 767 -300อีอาร์ ได้ถูกถอดออกจากการให้บริการแล้ว

“เนื่องจากไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของลูกค้า และบุคลากรของเรา ลูกเรือของเดลต้า ได้จัดการตามขั้นตอนเพื่อเดินทางกลับไปยังเจเอฟเค ขอบคุณในความเป็นมืออาชีพและความอดทนของลูกค้า ต่อความล่าช้าในการเดินทาง”

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว นับได้ว่าเป็นประเด็นล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินของโบอิ้ง และ การตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทที่เพิ่มขึ้น ขณะนี้ FAA กำลังตรวจสอบปัญหาของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ ยาง แรงดันในห้องโดยสาร และ ปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์

ยลโฉมหน้า 6 รัฐมนตรี ภายใต้ ‘เศรษฐา 2’ จับตา!! ‘พิชัย’ ปลดล็อกดิจิทัลวอลเล็ตฉลุย

อีกไม่กี่ชั่วโมง ไม่กี่เพลารายชื่อการปรับคณะรัฐมนตรีหรือครม.ที่เป็นทางการก็จะออกมา...ใครนั่งตำแหน่งไหน…ใครสลับกับใคร แต่จะว่าไปก็ไม่มีอะไรตื่นเต้นแล้ว...

‘เศรษฐา 2’ รอบนี้ หลุด 4 เข้า 6 รวมจำนวนรัฐมนตรี (รวมนายกฯ) เต็มแม็กตามรธน.ที่มีได้ไม่เกิน 36 คน

สำหรับหลุดจากตำแหน่ง 4 คน..ล้วนแต่น่าเห็นใจ

-นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ดีทียังมีตำแหน่งสส.ไปโชว์ฟอร์มในสภาฯได้ หากอีก 2 เดือนพรรคก้าวไกลโดนยุบ ‘หมออ๋อง’ ประดิพัทธิ์ สันติภาดา ที่เคยเป็นกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลต้องหมดสภาพสส.ไปด้วย ตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ว่าง ก็อาจเป็นช่องทางที่เพื่อไทยจะเยียวยาคุณหมอ...ช่วงนี้ก็กลืนเลือดกันไปก่อน…

-ดร.พวงเพ็ชร์ ชุณละเอียด ‘มาดามแจ๋น’ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ทางพรรคก็คงมีตำแหน่งแห่งที่ให้ขับเคลื่อนงาน…

-ไชยา พรหมมา รมช.เกษตรฯ สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ก็เป็นคนมีแสงในตัวเองอยู่แล้ว ไม่น่าห่วง…

-อนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ สส.ชัยนาท พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นนักการเมืองมีสปิริต พรรครทสช. ก็คงมอบหมายบทบาทที่สำคัญในพรรค

ส่วนรมต.หน้าใหม่ 6 ท่าน ก็ต้องแสดงความยินดีมา ณ โอกาสนี้ ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาว ขอให้เปล่งศักยภาพโชว์ฝีไม้ลายมือกันให้เต็มที่

-พิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษานายกฯ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์และ ฯลฯ ลาออกทุกตำแหน่งมาเป็นรองนายกฯ และรมว.คลัง แม้จะมีภาพลักษณ์ยี่ห้อ ‘ทักษิณ - ยิ่งลักษณ์’ ติดตัวอยู่ แต่มีความเป็นมืออาชีพ และน่าจะมาช่วยถอดสลักระเบิด ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ให้มันเดินหน้าไปได้แบบถูกต้องชัดเจนขึ้น

-ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการรมว.คลัง รอบนี้ทั้งคนชื่อ ‘ภูมิธรรม’ และ ‘หมอมิ้งค์’ ช่วยดันจนเลื่อนชั้นเป็น รมช.คลัง ระวังอย่าไปเหยียบเปลือกกล้วยก็ละกัน…

-จิราพร สินธุไพร ‘สส.น้ำ’ แห่งร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อายุ 36 ขวบ ผ่านเกณฑ์รมต. (อย่างน้อย 35 ปี) เฉียดฉิว ถ้าได้กำกับหน่วยงาน กรมกองที่ถูกที่ถูกทางก็น่าจะไปได้สวย

-พิชิต ชื่นบาน เจ้าของฉายา ‘ทนายถุงขนม’ จะเป็นมือกฎหมายในตำแหน่งรมต.ประจำสำนักนายกฯ ก็น่าจะทำให้งานด้านกฎหมายรัฐบาลลื่นไหลมากขึ้น

-อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.เบนซ์ จากฉะเชิงเทรา อดีตเลขาธิการวิปสมัยรัฐบาลลุงตู่พลังประชารัฐ   เบียดอนันต์ ผลอำนวย จากกลุ่มกำแพงเพชร ด้วยแรงดันพิเศษของ ‘ผู้กอง’ ธรรมนัส พรหมเผ่า…เข้าป้าย รมช.เกษตรฯ ตามโควตาของพรรคที่ว่างอยู่

-สุชาติ ชมกลิ่น สส.บัญชีรายชื่อ พรรครทสช. อดีตรมว.แรงงาน รอบนี้ยอมลดชั้นเป็นรมช.(พาณิชย์)...กระทรวงนี้น่าจะตรงสเปก บวกกับเป็นคนบริหารจัดการเก่ง คาดว่าจะเป็นกำลังสำคัญสร้างผลงานให้พรรค ให้รัฐบาลได้ในเร็ววัน…

พูดไปทำไมมี…ปรับครม.รอบนี้ คนนอกทำเนียบที่ทำหน้าที่ ‘เคาะ’ สุดท้ายจริง ๆ น่าจะเป็น ‘นายใหญ่’ และ ‘เจ๊ใหญ่ เมืองเหนือ’ ก่อนจะถึงมือนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน

เคาะไปเคาะมานายกฯ เศรษฐายอมหดเก้าอี้ เหลือตำแหน่งเดียว หะแรกจะไปควบ รมว.กลาโหม ทำเอาคนชื่อสุทิน คลังแสง ‘ว้าวุ่น’ จนออกอาการถอดใจไปวูบใหญ่ ๆ แต่ ‘นายใหญ่‘ บวกลบคูณหารแล้ว เห็นว่ากึ๋นและวิธีคิดของสุทินเข้าท่าหลายเรื่อง…ก็เลยจัดให้เป็นการสร้าง ’หลักนิยมใหม่‘ คิดใหม่ ทำใหม่ แบบเพื่อไทยซะเลย…คือจากนี้ พลเรือนที่มานั่งเก้าอี้รมว.กลาโหม ไม่จำเป็นต้องเป็นพลเรือนที่มีตำแหน่งเป็นนายกฯ เท่านั้น…ลูกชาวบ้านแต่มีกึ๋น มีความเหมาะสม มีวุฒิภาวะก็เป็นได้…

ต้องยินดีกับ ฯพณฯ คลังแสง มา ณ โอกาสนี้ ...แต่ยังไง ๆ ก็อย่าไปรื้อพ.ร.บ.จัดระเบียบกลาโหม 2551 ให้มันเลอะเทอะเชียวนา...เดี๋ยววุ่น...สิบอกให้!!

ตำรวจภาค 4 รวบ 2 เครือข่ายยาเสพติด ขณะขนยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด

ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ให้ปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน และเพิ่มความเด็ดขาดในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่มีปัญหา และนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รรท.ผบ.ตร. ให้ปฏิบัติการเชิงรุก ปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดในทุกพื้นที่และสืบสวนขยายผลทุกคดี เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดทุกราย พล.ต.ท.สรายุทธ  สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 ได้สั่งการให้ตำรวจภาค 4 เร่งรัดปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ตามนโยบายดังกล่าว

ล่าสุดตำรวจภาค 4 ได้จับกุม 2 เครือข่ายยาเสพติด ขณะกำลังลำเลียงยาเสพติดไปส่งลูกค้า ยึดยาบ้าได้จำนวน 1,042,000 เม็ด                    

คดีแรก เวลา 15.00 น. ของวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติด ได้สืบสวนทราบว่าจะมีเครือข่ายยาเสพติดขนยาเสพติดไปส่งลูกค้าในจังหวัดร้อยเอ็ดจึงติดตามจับกุม พบรถกระบะ 2 คัน ตรงตามข้อมูลที่ได้รับจากการสืบสวน จึงขับรถไล่ติดตาม ซึ่งผู้ขับขี่รถกระบะดังกล่าวพยายามหลบหนี และนำยาเสพติดไปทิ้งข้างทาง แต่ตำรวจชุดจับกุมสามารถติดตามจับกุมได้ทั้งหมด 5 คน  พบรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บว 46xx สกลนคร ใช้เป็นรถนำเพื่อตรวจสอบเส้นทาง มี นายธรรมสรณ์ เป็นผู้ขับขี่ และนายกิตติวัฒน์ โดยสารข้างคนขับ ส่วนรถอีกคันคือ กระบะวีโก้สีดำ หมายเลขทะเบียน ผพ 4xx อุดรธานี เป็นรถที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดมีนายสุรศักดิ์ เป็นผู้ขับขี่ โดยสารมากับนายฉลอง และนายวิโรจน์ สอบถามผู้ต้องหาทั้งหมด รับสารภาพว่าร่วมกันรับจ้างขนยาบ้า โดยมีผู้สั่งการจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ให้ไปรับยาบ้าที่เขต อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ก่อนจะไปส่งให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด และอีกส่วนหนึ่งให้นำไปส่งลูกค้าที่ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี จากนั้นตำรวจคุมตัวทั้ง 5 คน ไปชี้จุดทิ้งกระสอบต้องสงสัย 2 กระสอบ บริเวณป่าละเมาะข้างสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. บริเวณบ้านหนองไฮ หมู่ 6 ต.โพธิ์ทอง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ตรวจสอบภายในพบยาบ้า 350 มัด รวม 700,000 เม็ด จึงควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนิน และขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์ผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดต่อไป 

คดีที่ 2 เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่  26 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านฝาง        ภ.จว.ขอนแก่น ได้ออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบบริเวณถนนหลังวัดป่าศิริธรรม พื้นที่หมู่บ้านหนองบัว หมู่ที่ 8 ต.หนองบัว อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น ระหว่างนั้นมีรถกระบะต้องสงสัยขับผ่านมาจึงได้เรียกให้หยุดรถ เพื่อขอทำการตรวจสอบ พบนายจินดา หรือ เขียว อายุ 41 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เป็นผู้ขับขี่ ตรวจสอบภายในรถพบยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด จากนั้นจึงสอบถามผู้ต้องหา รับว่ายังคงมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ในที่พักอีกจำนวนมาก จึงคุมตัวมาตรวจค้นที่ ห้องเช่าเลขที่ 160 ม.3 บ้านหัวนา ต.จระเข้ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ก็พบยาบ้าอีกจำนวน 340,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 342,000 เม็ด ผู้ต้องหายอมรับว่ายาบ้าเป็นของตนจริง จึงได้จับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินตามกฎหมาย และขยายผลดำเนินคดีกับเครือข่ายทั้งหมดต่อไป

‘วราวุธ’ ส่ง ทีม พม. รุดช่วย ผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ ที่คลองเตย เตือน!! ช่วงนี้อากาศร้อน ระวัง ‘ฮีทสโตรก-เครื่องใช้ไฟฟ้า’

(27 เม.ย. 67) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชนพัฒนาใหม่ (ชุมชนคั่วพริก) เขตคลองเตย เมื่อค่ำวันที่ 26 เม.ย.67ที่ผ่านมา ว่า 

ตนต้องขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องในชุมชนพัฒนาใหม่ที่เกิดเหตุไฟไหม้กับความสูญเสีย และความเสียหายที่เกิดขึ้น ตนได้ให้กองคุ้มครองฯศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกรุงเทพมหานคร กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และกรมกิจการผู้สูงอายุ อพม.เขตคลองเตย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพม. ให้ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจ และดูว่าพี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง ซึ่งทุกหน่วยงาน ทีมงาน อพม.ในคลองเตย และผู้บริหารของกระทรวง พม. จะได้ลงพื้นที่เข้าทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ 

นายวราวุธ กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูร้อนที่พี่น้องประชาชนคงสังเกตได้ว่ามันร้อนมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา จึงขอให้กลุ่มผู้เปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชน คนพิการ และผู้สูงอายุ ระมัดระวังเรื่องสุขภาพให้ดี โดยเฉพาะฮีทสโตรก หมั่นดื่มน้ำบ่อยๆ และขอให้อยู่ในที่ร่ม ดูแลเรื่องระบบไฟฟ้าภายในบ้านเรือน เพราะอุณหภูมิที่สูงมากในขนาดนี้บางครั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เรามีอยู่ไม่ว่าจะเป็น พัดลม ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ อาจจะร้อนจนเกินไปทำให้ระบบไฟฟ้าร้อนมากจนเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นได้อย่างที่เราได้เห็นหลายๆข่าว ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ชุมชนพัฒนาใหม่นั้น ก็ต้องรอดูสาเหตุอีกครั้งว่าเกิดจากเหตุใด ต้องขอฝากความห่วงใยให้กับพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังดูแลสุขภาพตัวเองและครอบครัว ให้มีความปลอดภัยหากมีสิ่งใดที่กระทรวงพม. จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้เราจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ และขอให้แจ้งมาที่ สายด่วน 1300 ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) หรือ HuSECตลอด 24 ชั่วโมง

‘หมอวรงค์’ โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้ ‘คณะก้าวหน้า’ ท้าทาย ‘กกต.’ ย้ำ!! ต้องจัดการให้เด็ดขาด อย่าให้เป็นอันตราย ต่อประเทศชาติ

(27 เม.ย. 67) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า #คณะก้าวหน้ากำลังท้าทายกกต.

ผมคิดว่ากกต. กำลังถูกท้าทาย จากคณะก้าวหน้า หลังจากออกมาเตือนเรื่องการเลือกสว. แม้คนของคณะก้าวหน้า จะอ้างว่า ต้องการรณรงค์ ให้คนมาลงสมัครสว. จะไปผิดตรงไหน

แต่ที่ประหลาด ที่คณะก้าวหน้าแนะนำ เว็บ senate67.com และอ้างว่า ไม่เกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้า โดยอ้างว่าเป็นของภาคประชาชน (ผมคิดว่าประชาชนคงจะเชื่อ ว่าพวกคุณไม่เกี่ยวข้องกับเว็บนี้)

แต่เมื่อเข้าไปดู ใน senate67.com มีการให้แสดงจุดยืนทางการเมือง ซึ่งเป็นนโยบายที่สอดคล้องกับพรรคก้าวไกล และอย่าลืมนะว่า พรรคก้าวไกลเคยใช้คณะก้าวหน้า เป็นผู้ดีเบตในเวทีเลือกตั้งสส.

บอกคณะก้าวหน้าเลยครับ ถ้าคุณรณรงค์ ให้ประชาชนมาลงสมัครสว.นั้นไม่ผิดครับ แต่ถ้าเก็บรายละเอียดจุดยืนทางการเมือง เก็บข้อมูลบุคคลไว้รวมกัน ตรงนี้ต่างหากที่จะนำไปสู่การฮั้วการเลือกสว.ได้(คนคิดไม่ดีมักจะทิ้งร่องรอยไว้เสมอ)

ทำไมเขาถึงต้องการสว.ที่เป็นพวกเขา อย่างน้อยการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่เว้นหมวดพระมหากษัตริย์ รวมทั้งการเห็นชอบ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ

เรื่องแบบนี้ถ้ากกต.จัดการไม่ได้ ปล่อยให้การเลือกสว.ไม่สุจริต มีการฮั้วเกิดขึ้น จะอันตรายต่อประเทศมาก ผมขอย้ำนะครับว่า กกต.ต้องจัดการปัญหานี้ ถ้าปล่อย ต้องถือว่ากกต.มีส่วนทำให้ประเทศชาติเสียหาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top