Monday, 10 August 2026
Hard News Team

‘จีน’ เปิดตัวโมเดล ‘AI แปลงข้อความเป็นวิดีโอ’ เผยความล้ำหน้า สามารถเข้าใจภาษาจีน-ผลิตเนื้อหาได้ 

(28 เม.ย. 67) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า การประชุมจงกวนชุน (ZGC Forum) ปี 2024 ได้มีการเปิดตัววิดู (Vidu) โมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่แปลงข้อความเป็นวิดีโอที่สามารถสร้างสรรค์คลิปวิดีโอความละเอียดสูง 1080p ความยาว 16 วินาที ภายในคลิกเดียว เมื่อวันเสาร์ (27 เม.ย.) ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่าวิดูพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยชิงหัว และเซิงซู่ เทคโนโลยี (ShengShu Technology) บริษัทปัญญาประดิษฐ์ของจีน ถือเป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่แปลงข้อความเป็นวิดีโอตัวแรกของจีนที่มีระยะเวลายาวขึ้น ความตรงกันยอดเยี่ยม และสมรรถนะเชิงพลวัต

จูจวิน รองผู้อำนวยการสถาบันปัญญาประดิษฐ์แห่งมหาวิทยาลัยชิงหัว กล่าวว่าวิดูในฐานะโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ที่พัฒนาในจีน สามารถทำความเข้าใจและผลิตเนื้อหาภาษาจีน เช่น แพนด้ายักษ์และมังกรจีน

ด้านเซิงซู่ เทคโนโลยี เผยว่ามีการนำเสนอสถาปัตยกรรมหลักของวิดูตั้งแต่ปี 2022

‘ก้าวไกล’ ข้องใจ ทำไมเอาคนทิ้งพรรคอย่าง ‘สมศักดิ์’ เสียบแทน ‘หมอชลน่าน’ ชี้!! ทำหน้าที่นำทัพ อย่างเหน็ดเหนื่อย ทั้ง ‘ช่วงเลือกตั้ง-ช่วงเป็นฝ่ายค้าน’

(28 เม.ย. 67) นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม.และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) เศรษฐา 1/1ว่า ไม่ต่างจากเดิมมากนัก มีรัฐมนตรีว่าการเพียง 2 คนที่เปลี่ยนเข้ามา หากดูลึกๆ คนที่เป็นเลือดแท้พรรคเพื่อไทย ต่อสู้ฟันฝ่าในช่วงที่พรรคเพื่อไทยขาลงค่อนข้างจะไม่ประสบความสำเร็จตามหวังเท่าไหร่ ตนคิดว่าต้องไปดูว่าสาเหตุที่พรรคเพื่อไทยปรับเปลี่ยนเป็นแบบนี้ มีจุดประสงค์เพื่ออะไร

“คนวิพากษ์วิจารณ์กันเยอะ ว่าช่วงหาเสียงเลือกตั้ง หรือแม้กระทั่งช่วงจัดตั้งรัฐบาล คนที่เปลืองตัวที่สุด คนที่คิดว่าน่าจะต้องอยู่ตลอดรอดฝั่ง อย่างนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ที่เป็นหมอ และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตรงสายที่สุด น่าจะอยู่ได้นานกว่านี้ น่าจะมีผลงานอะไรได้มากกว่านี้ กับกลายเป็นรัฐมนตรีว่าการคนแรกๆที่ถูกปรับออกในส่วนของพรรคเพื่อไทย น่าตั้งข้อสังเกตว่าเพราะเหตุใดที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจอย่างนั้น ตัดสินใจให้อดีตหัวหน้าพรรคที่นำทัพช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา ช่วงการเป็นฝ่ายค้านตลอด 4 ปี ช่วงที่ผ่านมาเกิดวิกฤตหลายอย่าง แต่วันนี้ตัดสินใจสับเปลี่ยนให้คนที่ทอดทิ้งพรรคเพื่อไทยไป แล้วกลับเข้ามาใหม่ในวันที่พรรคเพื่อไทยเจริญรุ่งเรือง สมดังหวัง ตามที่ต้องการทุกอย่าง ไม่ว่าจะอยากเป็นรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดก็แล้วแต่”

นายณัฐชา กล่าวว่า ต้องดูว่าเป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีคนเดียวหรือไม่ หรือองค์ประกอบอื่นที่กำลังบีบคั้นให้นายกรัฐมนตรีต้องปรับแบบนี้ แน่นอนที่สุดว่าจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ว่าวันนี้ รัฐบาลที่ประชาชนก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทน แต่การปรับ ครม. ก็ยังไม่เห็นว่าตอบโจทย์พี่น้องประชาชน ไม่ได้ใช้คนให้ตรงกับงาน แต่เป็นการปรับเพื่อให้ตรงกับโควตาทางการเมืองเหมือนเดิม

เมื่อถามว่าเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ตำแหน่งรัฐมนตรียุคพรรคเพื่อไทยว่าเป็นสมบัติผลัดกันชมหรือไม่ นายณัฐชา กล่าวว่า ถือว่าพรรคเพื่อไทยรักษาคาแรกเตอร์ เพราะในอดีตก็พูดกันว่า 6 เดือนเปลี่ยน ก็ไม่แตกต่างกัน และเป็นสไตล์การบริหารของพรรคเพื่อไทย แต่แน่นอนว่าจะบริหารอย่างไร ต้องสอดคล้องกับงาน ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากว่ารัฐมนตรีที่ไม่ตรงกับงานกลับได้อยู่ต่อ แต่รัฐมนตรีที่ถูกมองว่าตั้งตรงกับตำแหน่งหน้าที่กลับถูกปรับออกอันดับต้นๆ

เมื่อถามว่านายแพทย์ชลน่านควรนั่งรัฐมนตรีฯต่อหรือไม่ นายณัฐชา กล่าวว่า หากมองแบบใจเป็นกลาง คนเป็นหมอควรได้ดูกระทรวงสาธารณสุขที่สุด

“คนที่วิกฤตและลำบากที่สุดในตลอดช่วงเลือกตั้ง รวมไปถึงช่วงเป็นผู้นำฝ่ายค้านตลอด 4 ปี ก็น่าจะเป็นอดีตผู้นำฝ่ายค้าน หรือแม้กระทั่งช่วงเวลาจัดตั้งรัฐบาลหลังจากพ่ายแพ้ คนที่เหนื่อยที่สุด หนีไม่พ้นหัวหน้าพรรคในขณะนั้น ที่ต้องแบกรับทุกสถานการณ์ทุกอย่างเป็นต้นทุนส่วนตัวที่ต้องแบกรับ แต่เมื่อถึงเวลาจะตั้งรัฐบาลได้แล้ว สิ่งแรกที่เขาดำเนินการคือปรับท่านออก ก็ถือว่าน่ากังวลใจอย่างยิ่ง”

ถามว่าเห็นใจนายแพทย์ชลน่านใช่หรือไม่ นายณัฐชา กล่าวว่า ก็ต้องตอบตรงๆ ด้วยความที่เป็นเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำงานพรรคฝ่ายค้านด้วยกันมาตลอด 4 ปี ก็เห็นความตั้งใจ แต่วันนี้พอเป็นรัฐมนตรีว่าการที่ถูกปรับออกคนแรก แบบไม่มีเพื่อนเลย มันก็น่าเห็นใจอยู่ ว่าไหนๆจะปรับ ครม.แล้ว อย่าให้อดีตหัวหน้าพรรคได้ถูกกระทำขนาดนั้น ควรมีเพื่อนที่ถูกปรับออกบ้าง อย่างน้อยจะได้อ้างได้ว่าเป็นการปรับเพื่อผลัดเปลี่ยน หากไม่นับนายกรัฐมนตรีจะถือเป็นรัฐมนตรีว่าการคนเดียวที่ถูกปรับออก

นาวิกโยธิน-อเมริกา บุกพัทยาคืนแรก ยังไม่คึกคักคาดพรุ่งนี้แน่นพัทยา

จากกรณี เมื่อคืนวันที่ 26 เมย 67 นาวิกโยธินอเมริกัน กว่า 6,000 นายจากกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 9  ( CSG – 9 ) เรือธง USS Theodore Roosevelt (CVN 71 ) และกองบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน (CVW ) ที่ 11 รวม 6,000 กว่านาย จะจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือแหลมฉบังเพื่อพักผ่อนประจำปี เป็นเวลา 2 สัปดาห์ และจุดมุ่งหมายหลักที่กลุ่มนาวิกโยธินต้องการไปเที่ยวคือเมืองพัทยา เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ทำให้นักธุรกิจสถานบริการต่างยิ้มรับกับการเข้ามาในครั้งนี้ เพราะคาดว่าจะมีการจับจ่ายเงินสะพัดหลายร้อยล้านบาท ในช่วงนี้แน่นอน

จากการลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศ ย่านวอล์กกิ้งสตรีทพัทยาใต้ พบว่าบรรดาทหารอเมริกันต่างกระจัดกระจายกันเข้าใช้บริการสถานประกอบการ ต่างๆ เป็นกลุ่ม เช่น อะโกโก้ และบาร์เบียร์บ้างเนื่องจากบาร์เบียร์ มีมากมายทำให้ดูว่าไม่คึกคักเหมือนก่อน อาจจะเป็นเพราะคืนนี้ เป็นคืนแรกยังมีทหารนาวิกโยธิน อเมริกัน ยังคงไม่ขึ้นฝั่งก็เป็นได้ 

นายสุนทร ( ขอสงวนนามสกุล) เจ้าของอะโกโก้ ภายในวอล์กกิ้งสตรีท กล่าว่า ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 เป็นต้นมา นักธุรกิจย่ำแย่มาตลอด พอเมืองพัทยาจัดสงกราต์ ทำให้ภาคธุรกิจลืมตาอ้าปากได้บ้าง และการยกลขึ้นบกของทหารอเมริกัน ในครั้งนี้ยิ่งทำให้ชาวพัทยายิ้มออกได้เต็มที่ เพราะคาดว่าเงินจะสะพัดหลายร้อยล้านบาทแน่นอน ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ช่วยกันส่งเสริมการท่องเที่ยว และอยากให้ชาวพัทยา เป็นเจ้าบ้านที่ดีดูแลนักท่องเที่ยวให้ดีเขาจะได้ประทับใจ บอกต่อเป็นผลดีแก่การท่องเที่ยวพัทยา

ด้านคุณไก่ เจ้าของอะโกโก้ และคุณคริส ผู้จัดการ ได้ให้สัมภาษณ์กับทางผู้สื่อข่าวว่า เศรษฐกิจของพัทยาดีขึ้น รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่มีทหารอเมริกันเข้ามาท่องเที่ยวในพัทยา และร้าน XS อะโกโก้ มีความคึกคักเป็นอย่างมาก ที่ทหารอเมริกันได้มาท่องเที่ยวที่ร้านของตน ส่วนในเรื่องรายได้นั้นมีความฟื้นฟูต่อเนื่องจากเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจชาวพัทยาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกล่าวขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวพัทยา

คุณลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืน เมืองพัทยา กล่าว่าผู้ประกอบการสถานบันเทิงเมืองพัทยาตื่นเต้นที่ทหารอเมริกันยกพลขึ้นบกเมืองพัทยาเพราะคาดหวังว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดมากมายเหมือนอดีตที่ผ่านมา แต่กลายเป็นทหารเหล่านั้นเปลี่ยนพฤติกรรมไปเดินตามชายหาดหรือเดินจับจ่ายตามห้าง อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อน หรือเพราะกฎระเบียบของทางฝ่ายรักษาความปลอดภัยของทางอเมริกันเองก็เป็นได้ เพราะครั้งนี้มีระยะเวลาจำกัดในการอยู่บนบก เพราะกลัวจะเกิดเหตุทหารเมา และก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันทำให้สร้างความเดือดร้อนต่อส่วนรวมก็เป็นไปได้ แต่ต้องรอดูวันต่อไปอีกที

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645

‘อิรัก’ ออกกฎหมายต่อต้าน LGBTQ  โทษจำคุกสูงสุด 15 ปี แค่ส่งเสริมก็ถือว่าผิด 

(28 เม.ย. 67) รัฐสภาอิรักผ่านกฎหมายลงโทษผู้ที่มีความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันโดยมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี ในความเคลื่อนไหวที่รัฐสภาอิรักระบุว่า มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาคุณค่าทางศาสนา

เอกสารสำเนากฎหมายระบุว่า กฎหมายนี้มีเป้าหมาย เพื่อปกป้องสังคมอิรักจากความเสื่อมทรามทางศีลธรรมและกระแสการเรียกร้องให้มีพฤติกรรมรักร่วมเพศที่กำลังครอบงำโลก

กฏหมายนี้ได้รับการสนับสนุนจากพรรคมุสลิมนิกายชีอะห์หัวอนุรักษ์ ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐสภาอิรัก

กฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการค้าประเวณีและการรักร่วมเพศ” กำหนดให้บุคคลใดที่มีความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน จะต้องโทษจำคุกอย่างน้อย 10 ปีและสูงสุด 15 ปี และต้องโทษจำคุกอย่างน้อย 7 ปีสำหรับใครก็ตามที่ส่งเสริมการรักร่วมเพศหรือการค้าประเวณี

กฎหมายยังกำหนดให้การเปลี่ยนแปลงเพศทางชีวภาพถือเป็นอาชญากรรม และลงโทษคนข้ามเพศและแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนเพศ โดยมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี

เดิมร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอให้มีโทษประหารชีวิตด้วย แต่ได้รับการแก้ไขก่อนที่จะผ่านการพิจารณา ภายหลังการต่อต้านอย่างรุนแรงจากสหรัฐฯ และชาติยุโรป

ก่อนหน้านี้ อิรักไม่ได้กำหนดความผิดทางอาญาต่อกิจกรรมทางเพศของคนเพศเดียวกันอย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีการใช้มาตราศีลธรรมที่กำหนดไว้อย่างหลวม ๆ ในประมวลกฎหมายอาญาเพื่อกำหนดเป้าหมายกลุ่ม LGBTQ และเคยเกิดกรณีที่ชาว LGBTQ ถูกกลุ่มสังหารเช่นกัน

ราชา ยูเนส รองผู้อำนวยการฝ่ายสิทธิ LGBTQ ขององค์กรฮิวแมนไรต์สวอตช์ กล่าวว่า “การที่รัฐสภาอิรักผ่านกฎหมายต่อต้าน LGBT ถือเป็นการตอกย้ำประวัติการละเมิดสิทธิของกลุ่ม LGBTQ ที่น่าตกใจของอิรัก และส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน”

ด้าน ราซอว์ ซาลิฮี จากแอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล บอกว่า “การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของ LGBTI ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และทำให้ชาวอิรักตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งชีวิตของพวกเขาถูกไล่ล่าทุกวัน”

ในปีที่ผ่านมา พรรคการเมืองใหญ่ ๆ ของอิรักได้วิพากษ์วิจารณ์สิทธิของ LGBTQ มากขึ้น โดยธงสีรุ้งมักถูกเผาในการประท้วงโดยกลุ่มมุสลิมนิกายชีอะห์อนุรักษ์นิยม

ปัจจุบัน มีมากกว่า 60 ประเทศที่กำหนดความผิดทางอาญาสำหรับพฤติกรรมของคนรักเพศเดียวกัน ขณะที่มีกว่า 130 ประเทศรับรองหรือเปิดกว้างต่อความรักทุกรูปแบบ

‘นิโคล เทริโอ’ นักร้องขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 เผยหน้าใหม่ หลัง ‘หมอเกาหลี’ อัพความสวยมาให้ จึ้งกว่าเดิม 

(28 เม.ย. 67) กาลเวลาทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ นักร้องดังคุณแม่ลูกหนึ่ง ‘นิโคล เทริโอ’ ที่ใครๆ ก็บอกว่า หน้าเด็กกว่าวัยตลอดกาล แต่ไม่นานมานี้ นิโคล ในวัย 51 ปี ก็ขอพึ่งมีดหมออัพสวยให้ปัง ให้จึ้งกว่าเดิม ด้วยการบินไปเกาหลียกเครื่องหน้าศัลยกรรมถึง 9 รายการ

โดยหลังจากที่ได้ทำศัลยกรรมมาครบ 1 เดือน นักร้องคนดังก็ได้มาเปิดหน้าให้แฟนๆ ได้เห็นด้วยการลงคลิปในอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมบอกด้วยว่าคลิปนี้ไม่ได้ใช้แอปพลิเคชันแต่อย่างใด และต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือนใบหน้าจะหายบวมและยุบเข้าที่

ซึ่งเจ้าตัวก็โพสต์ภาพรัวๆ ลงอินสตาแกรม ล่าสุดใบหน้าก็เริ่มปังขึ้นเรื่อยๆ ดูสดใสและหน้าเด็กขึ้น ทำเอาแฟนๆ ที่ติดตามร้องว้าว!! กันยกใหญ่ โพสต์ชมกันมากมาย อาทิ คุณแม่สวยมาก , น่ารักจนใจเจ็บ , หน้าเด็กมากค่า ฯลฯ

เมืองผู้ดี เปิดประมูลนาฬิกาทองคำ ที่จมไปพร้อมกับ ‘ไททานิก’ เผย ‘เจ้าของนาฬิกา’ ส่งภรรยาที่กำลังท้องลงเรือชูชีพ ก่อนตัวเองจะไม่รอด

(28 เม.ย. 67) Henry Aldridge & Son ประมูลสิ่งของที่เหลือรอดจากเรือไททานิก โดยในครั้งนี้มีนาฬิกาพกทองคำของผู้โดยสารที่ร่ำรวยที่สุด ประมูลจบที่ 41.6 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (วันที่ 27 เม.ย.) บริษัท Henry Aldridge & Son ได้จัดการประมูล ‘สิ่งของที่เหลือรอดจากเรือไททานิก’ อีกครั้ง โดยรอบนี้มีไฮไลต์เด็ดที่นักสะสมรอคอย นั่นคือ ‘นาฬิกาพกทองคำ’ ของ จอห์น จาคอบ แอสเตอร์ ผู้โดยสารที่ร่ำรวยที่สุดบนเรือไททานิก

บริษัทตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 150,000 ปอนด์ (ราว 7 ล้านบาท) แต่ท้ายที่สุดราคาพุ่งขึ้นไปถึง 6 เท่า จบที่ 900,000 ปอนด์ (เกือบ 41.6 ล้านบาท) และเมื่อรวมภาษีและค่าธรรมเนียมแล้ว มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.175 ล้านปอนด์ (ราว 54.9 ล้านล้านบาท) 

มูลค่าดังกล่าวทำให้ แอนดรูว์ อัลดริดจ์ เจ้าของบริษัทประมูล ระบุว่า นี่เป็นราคาประมูลสิ่งของจากเรือไททานิกที่ ทำลายสถิติโลก

สำหรับ จอห์น จาคอบ แอสเตอร์ เป็นนักธุรกิจผู้ร่ำรวยวัย 47 ปี เขาเสียชีวิตหลังจากที่ส่งภรรยา แมดเดอลีน ขึ้นเรือชูชีพสำเร็จ ส่วนตัวเองจมไปพร้อมกับเรือ และนาฬิกาดังกล่าวถูกพบพร้อมกับร่างของเขา

เดวิด เบดดาร์ด ประธานสมาคมไททานิคแห่งอังกฤษ กล่าวว่า “ไม่เหมือนกับนาฬิกาหลายเรือนจากเรือไททานิกซึ่งหยุดเดินไปในค่ำคืนแห่งโชคชะตา นาฬิกาเรือนนี้ได้รับการบูรณะและสวมโดยวินเซนต์ ลูกชายของแอสเตอร์”

เขาเสริมว่า “นาฬิกาเรือนนี้อยู่ในกระเป๋าเสื้อของเขา ขณะที่เขาส่งภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ลงเรือชูชีพ ส่วนตัวเองก้าวถอยหลังโดยรู้ตัวว่าจะไม่รอด มันถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง”

ก่อนหน้านี้เคยมีของจากไททานิกที่ถูกประมูลไปในราคา 900,000 ปอนด์เช่นกัน นั่นคือไวโอลินที่นักดนตรีคนหนึ่งบนเรือเล่นขณะที่เรือกำลังจม โดยถูกประมูลไปเมื่อปี 2013 บวกภาษีและค่าธรรมเนียมจะอยู๋ที่ 1.1 ล้านปอนด์ ทำให้มูลค่ารวมของการปะมูลครั้งล่าสุดแซงหน้าไป

ในการประมูลครั้งนี้ยังมีกล่องใส่ไวโอลินของไวโอลินตัวข้างต้น ถูกประมูลไปด้วยราคา 290,000 ปอนด์ (366,000 ปอนด์เมื่อบวกภาษีและค่าธรรมเนียม)

ไวโอลินและกล่องใส่เป็นของ วอลเลซ ฮาร์ตลีย์ มีเรื่องเล่าว่า ขณะที่เรือกำลังจม เขาและวงยังคงเล่นดนตรีเพื่อทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสงบในขณะที่ภัยพิบัติกำลังคืบคลานรอบตัวพวกเขา

ฮาร์ตลีย์จมไปพร้อมกับเรือเช่นเดียวกับผู้โดยสารส่วนใหญ่ โดยไม่ได้นำไวโอลินใส่ลงไปในกล่อง

เบดดาร์ดบอกว่า “กระเป๋าใบนี้รอดมาได้ในสภาพค่อนข้างดี แม้ว่าจะมีความเสียหายจากน้ำก็ตาม”

‘อัครเดช’ จี้ ‘เศรษฐา’ เร่งแก้ปัญหา กากสารเคมีอุตสาหกรรม ชี้!! บังคับใช้กฎหมายหย่อนยาน ต้องรีบจัดการ หวั่นก่อปัญหาระยะยาว

(28 เม.ย. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ที่เกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บกากสารเคมีอุตสาหกรรม บริษัท วิน โพรเสส จำกัด ในอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เมื่อวานนี้ ถือว่าเป็นเรื่องดี ที่นายกรัฐมนตรีจะได้ไปเห็นสภาพปัญหาจริงที่เกิดขึ้นว่า เรื่องกากสารเคมีอุตสาหกรรมเป็นปัญหาใหญ่และกระทบกับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้ทราบอยู่แล้วว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะที่จังหวัดระยอง และหากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี ก็อาจจะเกิดปัญหาเช่นนี้ซ้ำขึ้นได้อีกในอนาคต ดังนั้นตอนนี้เป็นโอกาสดีที่นายกรัฐมนตรีจะได้กำชับหน่วยงานรัฐได้เร่งสำรวจโรงงานประเภทนี้ทั้งหมดทั่วประเทศ และเข้าไปบริหารจัดการ

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแก้ปัญหาในระยะยาว ที่จะต้องมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จริงจัง เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหาเรื่องการกำกับดูแลผู้ประกอบ กรณีการที่ประกอบกิจการรับกำจัดกากของเสียจากอุตสาหกรรมไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานของภาครัฐ ต้องดำเนินการจริงจัง ต้องไม่ปล่อยให้เกิดความหย่อนยานในการบังคับใช้กฎหมาย การรับสินบน การทุจริตคอร์รัปชัน ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องเร่งไปดำเนินการจัดการ เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้เป็นปัญหาในระยะยาวได้” นายอัครเดช กล่าว

ประธาน กมธ.อุตสาหกรรม ยังได้เรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีอีกว่า ในตอนนี้สิ่งที่สำคัญสำหรับกรณีที่จังหวัดระยอง นายกรัฐมนตรีต้องเร่งให้การเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากควันพิษ หรือผลกระทบจากสารพิษ เพราะปัจจุบันเข้าใจว่าการแก้ปัญหาในพื้นที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งสะท้อนได้จากการที่ประชาชนยังมีการออกมาร้องเรียนถึงความล่าช้าจากการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม และจังหวัดระยอง ฉะนั้นตอนนี้นายกรัฐมนตรีต้องลงมากวดขันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลงมาแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนเร่งด่วน และที่สำคัญต้องไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้ในพื้นที่อื่นอีก เพราะถือว่าที่จังหวัดระยองเป็นบทเรียนที่สำคัญที่ผู้ประกอบการกำจัดกากสารเคมีอุตสาหกรรมแล้วทำให้เกิดเหตุไฟไหม้ จะด้วยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ดี

“ดังนั้นต้องมีมาตรการการรองรับกรณีแบบนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก รวมถึงต้องเร่งดำเนินการกับกากสารเคมีที่เหลืออยู่ ตลอดจนต้องดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งนี้อย่างจริงจัง ว่าเกิดเพราะอะไร มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่” นายอัครเดช กล่าว

เปิดโปร์ไฟล์ 5 รมต.ใหม่ รัฐบาลเศรษฐา ดีกรีไม่ธรรมดา ผ่านงานใหญ่ มาอย่างโชกโชน

(28 เม.ย. 67) หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐา 1/1 มีรัฐมนตรีใหม่ป้ายแดงเข้ามาดำรงตำแหน่งในครั้งนี้ 5 คน จากพรรคเพื่อไทย 4 คน ได้แก่ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ และจากพรรคพลังประชารัฐ 1 คน คือ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์

แต่ละคนมีโปรไฟล์น่าสนใจ ดังนี้

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2492 อายุ 75 ปี ปริญญาตรี พาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท บริหารธุรกิจ Indiana University of Pennsylvania สหรัฐอเมริกา

เคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง อาทิ กรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย นายกสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานกรรมการ และกรรมการ กลุ่มบริษัท บางจาก 3 แห่ง ที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

15 ก.ย.2566 นายกฯ แต่งตั้งเป็น ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี

11 ม.ค.2567 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีวาระ 3 ปี

6 ก.พ.2567 นั่ง ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 18

24 เม.ย.2567 ที่ผ่านมา ยื่นลาออกจากประธานบอร์ด ตลท. และทุกตำแหน่งในกลุ่มบริษัท บางจาก

เพื่อมารับตำแหน่งเสนาบดีเกรดเอ ในเก้าอี้ รองนายกฯและรมว.คลัง
ภารกิจหลักเพื่อช่วยรัฐบาลเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ที่ประกาศเงินจะเข้ากระเป๋าประชาชนในไตรมาส 4

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ชื่อเล่น อ๊อฟ เกิด 22 ก.พ.2526 อายุ 41 ปี
จบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัลเกษตรศาสตร์ ปริญญาโท บริหารธุรกิจ ม.แมสซาชูเซตส์ บอสตัน ปริญญาโท และปริญญาเอก เศรษฐศาสตร์ ม.อิลลินอย ชิคาโก

รับราชการที่สำนักนโยบายระบบการเงินและสถาบันการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
ลาออกมาทำงานการเมืองในพรรคเพื่อไทย เป็นทีมงานให้กับ ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค เป็นรองเลขาธิการพรรค ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 และขยับขึ้นดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคในปี 2566

หนึ่งในบุคคลที่มีส่วนผลักดันโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และร่วมเป็นกรรมการนโยบายโครงการดังกล่าว จากเลขานุการรมว.คลัง ปรับครม.หนนี้เลยได้ขยับสู่รมช.คลัง

นายพิชิต ชื่นบาน รมต.สำนักนายกฯ อายุ 65 ปี ชาวปราจีนบุรี จบปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) ม.รามคำแหง ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ สาขากฎหมายมหาชน เนติบัณฑิตไทย ปริญญาเอก บริหารธุรกิจอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

เป็นทนายความและที่ปรึกษากฎหมายให้เอกชนชื่อดังหลายบริษัท เป็นหัวหน้าทีมทนายความต่อสู้คดี ให้ครอบครัวชินวัตร ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยถูกรัฐประหาร ปี 2549 ทีมทนายความต่อสู้คดีให้ 4 อดีตนายกฯ นายทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เคยเป็นประธานที่ปรึกษากฎหมายให้พรรคไทยรักษาชาติ ตอนจัดตั้งรัฐบาลเศรษฐา 1 มีชื่อติดโผ รมต.สำนักนายกฯ มาแล้ว แต่ถูกจับตาเรื่องคุณสมบัติ ปมถุงขนม 2 ล้าน เจ้าตัวไม่อยากให้การตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ เลยยอมถอย ก่อนได้นั่งที่ปรึกษานายกฯ ปรับครม.เศรษฐา 1/1 จึงได้ขึ้นนั่งรัฐมนตรีครั้งแรก

น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.สำนักนายกฯ ชื่อเล่น ‘น้ำ’ เกิดวันที่ 1 ก.ย. 2530 อายุ 37 ปี
ลูกสาวคนโตของ นิสิต สินธุไพร อดีตสส.ร้อยเอ็ด และอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ จบ ปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์บัณฑิต ม.อัสสัมชัญ ปริญญาโท 2 ใบ รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และธุรกิจระหว่างประเทศ เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยเรดดิ้ง ประเทศอังกฤษ

เคยเป็นนักวิชาการพาณิชย์ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ลงสมัครสส.ครั้งแรกในปี 2562 ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนสูงเป็นอันดับที่ 1 ของร้อยเอ็ด ปี 2562 เป็นรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ถึงการเลือกตั้ง 2566 ชนะเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในยุค แพทองธาร ชินวัตร นั่งหัวหน้าพรรค และเป็นวิปรัฐบาล ประเดิมเก้าอี้รัฐมนตรีครั้งแรกกับตำแหน่ง รมต.สำนักนายกฯ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์อายุ 40 ปี เกิดเมื่อ 7 ส.ค. 2527 ที่อ.พนมสารคาม ฉะเชิงเทรา ลูกชายของ อิทธิ ศิริลัทธยากร อดีตรมช.คมนาคม
จบปริญญาตรี ด้าน Communication Arts จาก ม.กรุงเทพ ปริญญาโท Marketing Management จาก MIDDLESEX UNIVERSITY ประเทศอังกฤษ 

ทำธุรกิจส่วนตัว ปี 2554 จึงลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สมัยแรก ต่อมาเลือกตั้งปี 2562 ย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ลง สส.บัญชีรายชื่อ ได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง มิ.ย.2564 ได้รับเลือกเป็น กก.บห.พรรคพลังประชารัฐและโฆษกพรรค

ปี 2567 ถูกพรรคขับพร้อม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แล้วย้ายไปสังกัดพรรคชาติพัฒนากล้า ได้เป็นรองหัวหน้าพรรค ที่สุดย้ายกลับพลังประชารัฐพร้อมร.อ.ธรรมนัส อีกครั้ง
ปรับครม.ครั้งนี้ ไผ่ ลิกค์ ติดปัญหาคุณสมบัติ ผู้กอง จึงดัน อรรถกร นั่งเก้าอี้รมช.เกษตรฯ แทน

เปิดข้อมูล ฟาดใส่ คนให้ร้าย ทำลายประเทศชาติ จากคลิป ‘กระxรี่อยู่ไหน’ ชี้ชัด!! ทหารสหรัฐฯ ตั้งใจมา ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เพลิดเพลินกับซอฟต์พาวเวอร์

(28 เม.ย. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร-สำรอง’ ได้โพสต์ข้อความ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อชี้แจง กรณีมีผู้ที่เล่นสนุกด้วยความคึกคะนอง ไม่สนใจความเสียหายของประเทศไทย ทำคลิป  ‘กระxรี่อยู่ไหน’ ดูหมิ่นประเทศไทย โดยได้ให้ข้อมูลอีกมุม ระบุว่า ...

คนที่เล่นมุก " กระxรี่อยู่ไหน, Soft power พัทยา " หนูขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ เผื่อจะคิดอะไรได้บ้าง

บนเรือรบสหรัฐมีทหารและเจ้าหน้าที่รวมกว่า 6,000 คน เป็นผู้หญิง 1 ใน 3 หรือประมาณ 2,000 คน และ มีผู้หญิงไทย ที่ได้กรีนการ์ดเป็นทหารประจำการบนเรือด้วยค่ะ

เรือรบลำนี้ไม่ได้เทียบท่ามากว่า 4 เดือน ทำให้บางครอบครัวของทหาร บินมาไทยเพื่อหวังได้เจอหน้าทหาร ที่เป็นลูกหรือสามีตามแต่ละครอบครัว

ทหารส่วนใหญ่จึงตั้งใจมาพักผ่อน ท่องเที่ยวและเพลิดเพลินกับซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรมจริงๆ ได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวที่เขารัก

ดังนั้น การจะเล่นมุกเพื่อความสนุกปากหรือความสะใจ ตีขลุมว่ามา6พันคนแล้วจะมาเที่ยวผู้หญิงอย่างเดียวมันเป็นการไม่ให้เกียรติทั้งคนของเขาและผู้หญิงไทยเองด้วยค่ะ

ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่มีทหารไปเที่ยวผู้หญิง แต่การชี้นำไปแต่เรื่องเหยียดเพศ เหยียดอาชีพ แบบนี้หนูว่ามันไม่ได้เป็นผลดีกับประเทศชาติเลย

ถ้าไม่รักประเทศ ขอให้คิดถึง ผู้หญิงไทยที่ทำงานบนเรือด้วยค่ะ พวกเธอจะรู้สึกอย่างไรที่พยายามทำชื่อเสียงให้ประเทศ แต่คนในชาติบางคนพยายามเหยียบย่ำเธอให้จมดิน ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณภาพ Defense Info TH

'ไดโดมอน' ปิ้งย่างสุดฮิตยุค 80 ปิดสาขารองสุดท้ายที่ 'เซ็นทรัลอุบลฯ' เหลือสาขาเดียวที่ 'รังสิต' จากเคยบูมกว่า 60 สาขาเมื่อ 23 ปีที่แล้ว

(28 เม.ย. 67) เฟซบุ๊กเพจ ‘Daidomon’ ประกาศปิดสาขาเซ็นทรัลอุบล โดยจะให้บริการถึงวันที่ 30 เมษายน 2567 เป็นวันสุดท้าย ระบุข้อความว่า “ขออภัยในความไม่สะดวก Daidomon Korean Grill สาขาเซ็นทรัลอุบล ขอแจ้งปิดบริการ โดยให้บริการถึงวันที่ 30 เม.ย. 67 เป็นวันสุดท้าย ขอขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนทางร้านมาด้วยดีเสมอ โดยท่านสามารถใช้บริการสาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต : ชั้น B โซนโรบินสัน ได้ตามปกติ”

สำหรับ ‘ไดโดมอน’ เป็นร้านอาหารสไตล์ปิ้งย่างที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2526 นับเป็นร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างแห่งแรกๆ ในไทย เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหนึ่ง ก่อนที่ บริษัท ฮอทพอท จำกัด (มหาชน) จะเข้าซื้อกิจการ บริษัท ไดโดมอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2554 เพื่อเติมพอร์ตร้านอาหารสไตล์ปิ้งย่าง จากเดิมที่เน้นสุกี้-ชาบูเพียงอย่างเดียว

ไม่นานหลังจากนั้น บริษัท เจซีเค ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด (มหาชน) ของตระกูล “เตชะอุบล” ก็ทำการเข้าซื้อกิจการฮอทพอทในปี 2561 จึงมีการเปลี่ยนชื่อบริษัท เป็น บริษัท เจซีเค ฮอสพิทัลลิตี้ จำกัด (มหาชน) โดยมีเป้าหมายในการบุกสมรภูมิร้านอาหารที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดเพียงบุฟเฟ่ต์ สุกี้ หรือปิ้งย่างอีกต่อไป หลังจากนั้นเราจึงได้เห็นความหลากหลายของพอร์ตธุรกิจในกลุ่มเจซีเคที่มีตั้งแต่อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน ไปจนถึงอาหารอิตาเลียน

อย่างไรก็ตาม หากดูผลประกอบการของกลุ่มเจซีเคที่ผ่านมาพบว่า ยังเผชิญกับภาวะขาดทุนทุกปี หากนับย้อนตั้งแต่ปี 2557 ถึง 2565 พบว่า ขาดทุนสะสมกว่า 1.3 พันล้านบาท โดยมีรายละเอียดรายได้ 4 ปีหลัง ดังนี้

ปี 2562: รายได้ 1,397 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 158 ล้านบาท
ปี 2563: รายได้ 701 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 142 ล้านบาท
ปี 2564: รายได้ 440 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 257 ล้านบาท
ปี 2565: รายได้ 547 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 214 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจหลักของกลุ่มเจซีเค มี ฮอทพอท เป็น Core Business ครองสัดส่วนรายได้เกิน 50% ของโครงสร้างรายได้ทุกปี ทว่า ปัจจุบันร้านฮอทพอทมีเพียง 4 แห่งทั่วประเทศ โดยมีสาขาในกรุงเทพฯ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จับตาดูสถานการณ์กันต่อไปว่า เจซีเคจะมีแผนปรับเกมเช่นไร ในช่วงเวลาที่ตลาดร้านอาหารแข่งขันกันดุเดือดเช่นนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top