Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

พิษณุโลก อบจ.พิษณุโลก มอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียน 9 อำเภอ รวม 896 ทุน

อบจ.พิษณุโลก มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาและทุนช่วยเหลือนักเรียนผู้ยากจนหรือด้อยโอกาส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ปีการศึกษา 1/2567 จำนวน 896 ราย ครอบคลุมทั้ง 9 อำเภอ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางเศรษฐกิจของผู้ปกครองและเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ที่มีฐานะยากจน ยากไร้หรือด้อยโอกาสได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง 

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ที่ศูนย์ประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นประจำอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาและทุนช่วยเหลือนักเรียนผู้ยากจนหรือด้อยโอกาส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ปีการศึกษา 1/2567 จำนวน 896 ราย ครอบคลุมทั้ง 9 อำเภอ เพื่อแบ่งเบาภาระทางเศรษฐกิจของผู้ปกครองและเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ที่มีฐานะยากจน ยากไร้หรือด้อยโอกาสได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริม สนับสนุน เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและอนาคตที่ดีแก่นักเรียนนักศึกษาที่มีฐานะยากจน ยากไร้หรือด้อยโอกาส สำหรับโครงการมอบทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนและทุนช่วยเหลือนักเรียนผู้ยากจนหรือด้อยโอกาส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ภาคเรียนที่ 1/2567 ในพื้นที่ทั้ง 9 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก โดยมีนักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาและทุนช่วยเหลือ จำนวนทั้งสิ้น 896 ราย ซึ่งแบ่งตามระดับการศึกษาได้ ดังนี้ ระดับประถมศึกษา จำนวน 374 ราย รายละ 1,000 บาท, ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 340 ราย รายละ 2,000 บาท, ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า จำนวน 100 ราย รายละ 3,000 บาท และระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า จำนวน 82 ราย รายละไม่เกิน 33,000 บาท.

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวว่า ในวันนี้เป็นวันที่เราในฐานะผู้ใหญ่ในวันนี้ รู้สึกดีใจมากๆ และก็ภูมิใจมากๆ ที่ได้สร้างโอกาสให้กับเด็กเยาวชน ยุวชน ของจังหวัดพิษณุโลก นั่นก็คือการมอบทุนการศึกษาให้กับผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากจน โดยมีคณะกรรมการได้พิจารณาจากภายในและภายนอกพิจารณามอบทุนให้กับเด็กๆ ระดับประถมศึกษาได้รับทุนละ 2000 บาท มัธยมศึกษาตอนต้นได้รับทุนละ 4000 บาท มัธยมตอนปลายได้รับทุนละ 6000 และระดับอนุปริญญา และ ปริญญาตรี ได้รับ 33000 บาท ต่อปี เพื่อเป็นประโยชน์เป็นกำลังใจให้กับเด็ก เพื่อจะได้นำเงินไปศึกษาเล่าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ฝากกับเด็กทุกคนขอให้เป็นคนดี วันข้างหน้าให้เป็นคนเก่ง เพื่อที่จะสร้างอนาคต ของบ้านเมืองของเราในการที่จะนำพาสิ่งดีๆ เข้ามาสู่พิษณุโลกของเราในวันข้างหน้าต่อไป เพราะครั้งหนึ่งตนเองเคยไปเจอเด็กคนหนึ่งสอบติดพยาบาลแต่ไม่มีเงินไปลงทะเบียน ต้องไปหารับบริจาค สิ่งเหล่านี้ไม่อยากให้เกิดขึ้น จึงอยากให้โอกาสเด็ก จึงตั้งงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก 1 ปี ตามกฎหมาย ไม่เกิน 5 ล้านบาท ท่านใดที่ได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนทุนทรัพย์เรื่องของทุนการศึกษาของเด็กๆ ก็สามารถติดต่อมาได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ถึงแม้ว่าในโรงเรียนจะมีทุนอยู่ แต่เราก็มีส่วนหนึ่ง ช่วยกันคนละไม้คนละมือเชื่อว่าเด็กพิษณุโลกก็จะมีอนาคตที่ดี ด้านนางสาวรัชนีกร ยาพานแถ้ว นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากๆ ที่รับเงินทุนการศึกษาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกในครั้งนี้ ทำให้มีเงินมาช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองในครอบครัว ทำให้เราได้มีเงินไปศึกษาต่อในระดับชั้นต่อๆไป ขอบคุณที่ทำให้หลายๆครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นจากเงินเหล่านี้ โดยเฉพาะครอบครัวที่ลำบากจริงๆ เงินทุนเหล่านี้สามารถไปช่วยได้เยอะเลยจริงๆ ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

‘รมว.ปุ้ย’ ลุย ‘สมอ.สัญจร’ ให้ความรู้ ‘มาตรฐาน’ แก่ผู้ประกอบการราชบุรี ชี้!! ช่วยเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์ เสริมศักยภาพในการแข่งขันทางการค้า

(13 พ.ค. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน ในพิธีเปิดการสัมมนาภายใต้กิจกรรม ‘สมอ. สัญจร’ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2567 ณ จังหวัดราชบุรี ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทุกระดับนำมาตรฐานไปใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าระหว่างประเทศที่นำมาตรฐานมาเป็นมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และคุ้มครองผู้บริโภค ‘กิจกรรม สมอ. สัญจร’ ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงพื้นที่มาให้ความรู้ด้านการมาตรฐานแก่ผู้ประกอบการทุกระดับ ทั้งผู้ประกอบการอุตสาหกรรม SMEs และผู้ผลิตชุมชนในจังหวัดราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้มีความรู้ด้านการมาตรฐานและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อการแข่งขันทางการค้าได้ 

“จังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดที่มีสถานประกอบการหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งการผลิตไฟฟ้า การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ปูนซิเมนต์และคอนกรีต อาหาร พลาสติก สิ่งทอ เครื่องเคลือบดินเผา เป็นต้น มีโรงงานอุตสาหกรรม 1,181 แห่ง และยังเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในพื้นที่ คือ นิคมอุตสาหกรรมราชบุรี ซึ่งถือเป็นพื้นที่เป้าหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมในการส่งเสริมและพัฒนา และจากฐานข้อมูลพบว่าจังหวัดราชบุรีมีผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) แล้ว จำนวน 76 ราย 161 ฉบับ มาตรฐานอุตสาหกรรม เอส (มอก.เอส) จำนวน 4 ราย 5 ฉบับ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จำนวน 81 ราย 121 ฉบับ นับว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางอุตสาหกรรมอย่างยิ่ง” รัฐมนตรีพิมพ์ภัทราฯ  กล่าว

ด้าน นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรม สมอ. สัญจร ในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการภารกิจของ สมอ. ทั้งในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการทุกระดับ ตลอดจนส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีความรู้ด้านการมาตรฐานที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยการจัดสัมมนาให้ความรู้ด้านการมาตรฐานเกี่ยวกับการลดโลกร้อน เช่น ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) และการใช้ปูนซิเมนต์ไฮโดรลิคแทนปูนซิเมนต์ปอร์ตแลนด์ เพื่อลดโลกร้อน 

นอกจากนี้ ยังให้ความรู้ด้านการมาตรฐานแก่เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้มีความรู้ด้านการมาตรฐาน ตระหนักถึงความสำคัญ สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน และเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างเครือข่ายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของ สมอ. ให้ครอบคลุมและทั่วถึงในทุกพื้นที่ รวมทั้งให้ความรู้แก่ผู้ผลิตชุมชน ในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ผลิตชุมชนในเขตจังหวัดราชบุรีและใกล้เคียง ตลอดจนจัดให้มีพิธีมอบใบรับรองให้แก่ผู้ผลิตชุมชน SMEs และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม รวมจำนวน 30 ราย รวมทั้ง จัดทีมออกตรวจร้านจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพื่อกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าที่ได้มาตรฐาน ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าที่มีมาตรฐานได้อย่างปลอดภัย

‘ลูกเสธ.แดง’ รำลึก 14 ปี เหตุพ่อถูกลอบยิง มั่นใจรัฐบาลเพื่อไทย ช่วยคืนความยุติธรรม

(13 พ.ค. 67) น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล หรือเดียร์ บุตรสาว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความพร้อมภาพพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ระบุว่า…

13 พฤษภาคม 2567…ครบรอบ 14 ปีที่คุณพ่อถูกลอบยิง

14 ปีแล้วนะคะคุณพ่อ…ที่เราไม่ได้เจอกัน แม้เวลาที่ผ่านไปไวมากจะทำให้หนูเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ในการใช้ชีวิตโดยไม่มีคุณพ่ออยู่เคียงข้าง แต่หนูไม่เคยลืมทุกคำที่คุณพ่อเคยสอน และหนูจะไม่มีวันลืมความรู้สึกของการต้องสูญเสียคุณพ่อไปในวันนั้น

14 ปีผ่านไป ลูกสาวของคุณพ่อได้กลับมาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรอีกครั้งเป็นสมัยที่สอง พรรคเพื่อไทยยังคงดูแลหนูเป็นอย่างดีและให้โอกาสหนูในการทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ เพราะหนูรู้ว่างานการเมืองคือสิ่งที่คุณพ่อรักและใฝ่ฝัน มันจึงเป็นแรงผลักดันให้หนูยังทุ่มเทและตั้งใจทำงานบนถนนเส้นนี้ต่อไปในทุกๆ วัน

14 ปีผ่านไป หนูและบรรดาญาติวีรชนปี 53 ยังคงไม่ลดละความพยายาม ในการเดินหน้าติดตามทวงถามความยุติธรรม ให้กับการเสียชีวิตของคุณพ่อและพี่น้องเสื้อแดงทุกคน

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา หนูได้ยื่นหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี หลังจากที่มีการงดเว้นการสอบสวนมาตั้งแต่ปี 2559 ในสมัยรัฐบาล คสช. โดยหนูเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของพรรคเพื่อไทยและกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน จะช่วยผลักดันให้คดีของคุณพ่อและพี่น้องเสื้อแดงคืบหน้า ด้วยการค้นหาความจริงและคืนความยุติธรรมให้กับพวกเราในที่สุด

หนูสัญญาค่ะ ว่าจะตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถในทุก ๆ วันไม่ให้คุณพ่อต้องผิดหวัง และหนูหวังว่าคุณพ่อจะภาคภูมิใจกับเส้นทางที่หนูเลือกเดินเพื่อตามรอยความฝันของคุณพ่อ ในการใช้ชีวิตเพื่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน หนูคิดถึงคุณพ่อทุกวัน รักคุณพ่อสุดหัวใจ

ส่องวิสัยทัศน์ 'ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง' ซีอีโอป้ายแดง 'ปตท.' 'ไม่เน้นกำไรระยะสั้น-ต้องช่วยสังคม SME-เป็นประโยชน์ต่อชาติในภาพรวม'

(13 พ.ค. 67) ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง เข้าดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นวันแรก พร้อมขับเคลื่อน ปตท. ด้วยวิสัยทัศน์ ‘ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน’ โดยการสร้างความแข็งแรงร่วมกับสังคมไทย และการสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ต้องอยู่บนพื้นฐานหลักการของ ‘ความยั่งยืนอย่างสมดุล’ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ดร.คงกระพัน เปิดเผยแนวคิดการบริหารธุรกิจ ประกอบด้วย ‘บริหารธุรกิจแบบยั่งยืนในทุกมิติ’ การที่องค์กรจะดำเนินไปได้ ธุรกิจต้องมีกำไร แต่เป็นกำไรที่เหมาะสมและยั่งยืน ไม่เน้นกำไรระยะสั้น ธุรกิจต้องเป็นประโยชน์กับประเทศไทย ช่วยสังคมไทย SME และเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

‘การลงทุนต้องเกิดประโยชน์ทั้งกับองค์กรและประเทศ’ จากสถานการณ์โลกที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปตท. ต้องมีความคล่องตัว มี Agility ธุรกิจใดที่ดี ต้องเร่งต่อยอดขยายผล แต่หากธุรกิจใดที่เคยดี หรือไม่ perform แล้ว ก็ต้องมีความกล้าที่ออกจากธุรกิจอย่างชาญฉลาดและรวดเร็ว

‘สร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วน’ การทำธุรกิจและการบริหารจัดการต้องโปร่งใส ทำเรื่องบรรษัทภิบาลอย่างจริงจัง 

สิ่งสำคัญมาก ๆ คือ ‘บุคลากร’ ปตท. มีบุคลากรที่เก่ง มีความรู้ความสามารถ ต้องสร้างพลังให้เกิดความร่วมมือ พาองค์กรก้าวผ่านทุกความท้าทาย ต้องทำให้ "ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” ดร.คงกระพัน กล่าว

‘รมว.ปุ้ย’ จ่อยกข้อเสนอเอกชนกลางตอนล่าง 2 เข้าครม.สัญจร ผลักดันสร้างเศรษฐกิจแบบครบวงจร-เมืองสร้างสรรค์ระดับสากล

(13 พ.ค. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 (จังหวัดเพชรบุรี, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์) ตรวจเยี่ยมกิจกรรมฝึกอาชีพของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ใน 4 จุด ดังนี้...

จุดที่ 1 ตรวจเยี่ยมกิจกรรมฝึกอาชีพ ณ โรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีการอบรมในหลักสูตรการตัดต่อภาพ/คลิป การทำไข่เค็ม การทำยาหม่องน้ำ และการทำสบู่สมุนไพร มีผู้เข้ารับร่วมกิจกรรมจุดนี้ ประมาณ 300 คน

จุดที่ 2 ตรวจเยี่ยมกิจกรรมฝึกอาชีพ ณ วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีการอบรมในหลักสูตรเค้กกล้วยหอมนึ่ง ซาลาเปานึ่ง สบู่น้ำผึ้งหัวไชเท้า และการตัดต่อภาพ มีผู้เข้ารับร่วมกิจกรรมจุดนี้ ประมาณ 300 คน

จากนั้นในช่วงบ่าย ได้เดินทางไปยังจังหวัดเพชรบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมกิจกรรมฝึกอาชีพ ในจุดที่ 3 ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี  ซึ่งมีการอบรมในหลักสูตรการทำไข่เค็ม การทำเค้กกล้วยหอม การทำซาลาเปา และการทำสบู่สมุนไพร มีผู้เข้ารับร่วมกิจกรรมจุดนี้ ประมาณ 300 คน

จุดที่ 4 ตรวจเยี่ยมกิจกรรมฝึกอาชีพ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ณ โรงเรียนบ้านลาดวิทยา อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีการอบรมในหลักสูตรการทำไข่เค็ม การทำเค้กกล้วยหอม การทำซาลาเปา และการทำสบู่สมุนไพร มีผู้เข้ารับร่วมกิจกรรมจุดนี้ ประมาณ 300 คน

สำหรับการลงพื้นที่ตรวจติดตามราชการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ครั้งนี้ มี 4 ประเด็นสำคัญ คือ…

1) การพัฒนาเศรษฐกิจแบบครบวงจรจากฐานการค้า การลงทุน การบริการ การท่องเที่ยวและการเกษตร สู่ความมั่งคั่งยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี
2) การเสริมสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยด้วยต้นทุนทางสังคม ประชาชนพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ด้วยศาสตร์พระราชา
3) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน
4.การพัฒนาแบบมีส่วนร่วมสู่ เมืองสร้างสรรค์ระดับสากล ด้วยทุนทางศิลปะวัฒนธรรม การท่องเที่ยง บนฐานทรัพยากร อัตลักษณ์ของท้องถิ่น และศักยภาพของพื้นที่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า “สำหรับกรอบการตรวจราชการ ได้มุ่งเน้นขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยพลังแห่งภูมิภาค สู่ทักษะอาชีพที่ยั่งยืน สะท้อนให้เห็นผ่าน 4 จุดที่ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกิจกรรมฝึกอาชีพ พบว่า มีการผสมผสานศักยภาพด้านการค้า การลงทุน การบริการ การท่องเที่ยว และการเกษตรอย่างลงตัว นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเสริมพลังขับเคลื่อนสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย ให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทั้ง 4 จุด เปรียบเสมือนเวทีแห่งการฝึกฝน ทักษะอาชีพที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งการทำไข่เค็ม เค้กกล้วยหอม ซาลาเปา สบู่สมุนไพร การตัดต่อภาพ/คลิป มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมประมาณ 1,200 คน เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ เรียนรู้ทักษะใหม่ นำไปต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญสู่ความมั่งคั่งยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนนำพาพี่น้องประชาชนในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ก้าวสู่ความสำเร็จ” 

สำหรับการลงพื้นที่ตรวจติดตามราชการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ครั้งนี้ ยังได้พิจารณาข้อเสนอของภาคเอกชนที่ต้องการให้นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2567 ซึ่งโครงการตามข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรม มี 2 โครงการ คือ 1) โครงการพัฒนาเชื่อมโยงเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ให้
กลุ่มจังหวัด ‘เพชรสมุทรคีรี’ เป็นเมืองแห่งอาหาร (Gastronomy) และยกระดับความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี 2) โครงการส่งเสริมภาคการผลิตที่ลดอัตราการเกิดก๊าซเรือนกระจกโดยการขอรับรองฉลากคาร์บอน 

นอกจากนี้ ยังมีโครงการสำคัญตามข้อเสนอของ กรอ. จังหวัดเพชรบุรี อีก 3 โครงการ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรม ประกอบด้วย 1) โครงการส่งเสริม SMEs ไทยให้มีการบริหารจัดการธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 2) การผลักดันการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสถาบันพัฒนาอาหารด้วยนวัตกรรม เพื่อยกระดับ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป (Agro-Industry) และ 3) โครงการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จังหวัดเพชรบุรี เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

สมาชิกคริสตจักรที่สองสามย่าน ส่งสารถึงเจ้าของผลงานบนอาคาร 'ขอลบ-ไม่ต้องกังวลผู้คนลืม' เพราะมีกล้องวงจรปิดบันทึกหน้าไว้หมด

(13 พ.ค. 67) จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Thanant Tangsuksant' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

เรียนท่านเจ้าของผลงาน

ในฐานะสมาชิกคริสตจักรที่สองสามย่าน ทางเราขอบคุณในความปรารถนาดีของพวกท่านที่มีใจอยากช่วยตกแต่งคริสตจักรของเราที่มีอายุ 145 ปี

จึงอยากเรียนเชิญท่านเข้ามาเป็นจิตอาสาร่วมพัฒนาคริสตจักร เพื่อที่ท่านจะได้ใช้ความสามารถของท่านตามที่ต้องการ เรายังมีพื้นที่ว่างอีกมากที่ต้องการการตกแต่ง โดยเรายินดีเตรียมแบบและอุปกรณ์ไว้ให้

หากท่านกังวลว่าจะมีผู้แอบอ้างผลงานของท่าน เราขอแจ้งให้ทราบว่าทางเรามีกล้องวงจรปิดที่เปิดใช้งานได้ เห็นหน้าพวกท่านชัดเจน สามารถระบุตัวตนได้ ท่านจึงไม่ต้องเป็นกังวล

ขออภัยที่เราอาจจะต้องลบผลงานของท่านภายในสัปดาห์นี้ ถึงแม้ว่าการลบจะไม่ช่วยให้ลืมก็ตาม

อนึ่ง หากท่านมาติดต่อครั้งหน้า รบกวนมาในวันอังคารถึงอาทิตย์ เวลา 8.00-17.00น. เนื่องจากทางสำนักงานคริสตจักรไม่ได้เปิดทำการในยามวิกาล

และหากมีโอกาส ขอเรียนเชิญร่วมนมัสการพระเจ้าทุกวันอาทิตย์ เวลา 9.45 น.

หลังเสร็จสิ้นการนมัสการเชิญร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่คริสตจักร

ด้วยความเคารพ

เชียงใหม่-ทึ่ง!!คนแห่เที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ ยอดรายได้ทะลุ 1.4 ล้านบาท

นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ช่วงหยุดยาววันพืชมงคล 3 วัน นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวได้เข้าชมสวนสัตว์เชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้เก็บรายได้มากถึง 1,400,000 บาท เพียง 3 วันเท่านั้น สูงสุดในรอบ 15 ปีซึ่งเฉลี่ยปีละ 550,000บาท ในช่วงวันพืชมงคลของทุกปี จากการสอบถามผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ทราบว่า สวนสัตว์ฯได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวหลาก หลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับสัตว์มากขึ้น 

เช่น มีการจำหน่ายคูปองเพื่อนำคูปองไปรับอาหารสัตว์ตามจุดที่กำหนดได้แก่ ฮิปโปโปเตมัส สัตว์แอฟริกา  สัตว์ตระกูลกวาง และช้างพัง 3 เชือก มีการจัดทัวร์รอบสวนสัตว์ให้กับนักท่องเที่ยวมีผู้นำชมเสมือนไปทัวร์ต่างประเทศ และกิจกรรมทัวร์หลังบ้านให้อาหารฝูงเพนกวินที่น่ารัก ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความชื่นชอบและมาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งช่วงนี้สวนสัตว์เชียงใหม่ได้ทำการเปิดสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ เชียงใหม่ ซู อควาเรียม ทะเลบนดอย กับความหลากหลายของสายพันธุ์ปลานานาชนิด ตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของสัตว์น้ำต่างๆ คลายร้อนที่สโนว์บัดดี้วินเทอร์แลนด์ สัมผัสอุณหภูมิ -10 องศาเซลเซียส ภายในสวนสัตว์ยังมี กิจกรรมต่างๆ ให้บริการอีกมาก ชม การแสดงพฤติกรรมสัตว์ multi animal behavior 

ที่น่ารักของสัตว์ สักการะพระนวพุทธมหาบารมี พระศรีสักยมุนีสัตตะบุรีลวบูชา ที่โบราณสถาณวัดกู่ดินขาว อายุมากกว่า 1,000 ปี ถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ ภายใต้การจัดภูมิทัศน์ให้สอดคล้องกับธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่อีกด้วย สวนสัตว์เชียงใหม่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยคุณภาพทุกด้านเพื่อยังคงเป็นสวนสัตว์ฯ ลำดับต้นๆของเมืองไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้ และยังคงเป็น“สวนสัตว์แห่งความสุขของทุกชีวิต“ ด้วยกิจกรรมหลากหลายราคาประหยัด"คนมีความสุข สัตว์สุขภาพดี” ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวทิ้งท้ายและขอบพระคุณนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน ที่มาเยี่ยมชม ในครั้งนี้

นภาพร/เชียงใหม่

‘สุทิน’ ขอให้มั่นใจ!! ไม่เอา ‘ข้าวเก่า’ ให้ทหารกิน ลั่น!! ทุกคนมาเป็นทหาร ‘ต้องอยู่ดี กินดี สุขภาพดี’

(13 พ.ค. 67) ที่กองพันมณฑลทหารบกที่ 15 ค่ายเพชรบุรีราชสิรินธร จ.เพชรบุรี นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญกำลังพล หน่วยฝึกทหารใหม่ โดยได้มีการรับรายงานผู้บังคับบัญชาประจำกองถึงจำนวนผู้สมัครเข้ามาเป็นทหารเกณฑ์ พร้อมชมวิธีการฝึกทหารและปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้น ได้มอบสิ่งของเครื่องใช้ให้นายทหารใหม่ ที่มีภรรยาและลูกน้อย จำนวน 2 ราย 

โดยนายสุทิน ได้ให้โอวาทกับทหารใหม่ ว่า วันนี้ตนดีใจที่ได้มาพบมาเยี่ยม เพราะตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ได้คิดและทุ่มเทกับการที่จะให้พวกเราซึ่งเป็นทหารใหม่เข้ามาในค่ายอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอนาคตที่ดี และเพื่อให้กองทัพมีกำลังพลที่มีคุณภาพแข็งแกร่ง ฉะนั้น การคิดและการออกมาตรการมา วันนี้ได้มาเห็นดอกผลในสิ่งที่เราคิด ซึ่งก็ดีใจและมีความสุขหลายเรื่อง เดิมทีวันนี้คิดว่าต้องมามอบนโยบายเพิ่มหลายอย่าง แต่เมื่อเข้ามาแล้วเห็นว่านโยบายที่ตนคิด ทางผู้บังคับบัญชามอบให้ไปแล้วและลงมือปฏิบัติแล้ว ซึ่งเป็นผลที่น่าพอใจ จึงแทบจะไม่ต้องมอบนโยบายอีก 

“ขอย้ำว่า ผมอยากคุยกับทหารใหม่ว่ายินดีกับพวกเราที่ได้เข้ามาเป็นทหาร ความเป็นลูกผู้ชาย ผมคิดว่าประสบการณ์สำคัญที่สุดคือประสบการณ์ที่จะต้องมาฝึกความเข้มแข็ง มาฝึกวิทยาการและการเตรียมความพร้อมที่จะรับใช้ประเทศชาติในบทบาทของการที่จะเป็นผู้ป้องกันประเทศ วันนี้ยินดีด้วยที่ได้รับโอกาสที่ดี และยินดีด้วยที่มาในยุคที่เราเป็นทหารที่ไม่ใช่มาเสียโอกาส แต่เรามาได้โอกาสที่ดี ส่วนอะไรบ้างที่เป็นโอกาสที่ดีก็อยากจะย้ำว่าเราอยากจะรับใช้ชาติ มาฟื้นฟูร่างกาย มาสร้างเสริมร่างกายให้แข็งแกร่ง หมายความว่าเรามาฝึกที่นี่เพื่อให้ร่างกายที่แข็งแรงถือเป็นลาภอันประเสริฐ เป็นโชคที่ดี เพราะหากอยู่บ้านก็ไม่มีโอกาสได้ดูแลสุขภาพที่ดีเช่นนี้ ตรงกันข้ามอาจปล่อยปะละเลย แต่การมาอยู่นี่ทำให้เราได้ฝึกระเบียบวินัย ซึ่งจะทำให้เราได้กำไรชีวิต” นายสุทิน กล่าว

นายสุทิน กล่าวด้วยว่า หลายคนพลาดพลั้งในชีวิต เช่น อาจจะเผลอไปเสพยาเสพติด เลิกไม่ได้ แต่เชื่อมั่นว่าหากพวกเรามาอยู่ที่นี่ มาเป็นทหาร ก็จะสามารถหันหลังให้กับยาเสพติดได้ ถือเป็นโอกาสที่ดี กระบวนการที่นี่จะดูแลเอาใจใส่พิเศษกับคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง คนที่เสพยาเสพติดไม่ใช่คนชั่ว แต่อาจจะผิดพลาดไป ทุกคนเป็นคนที่มีคุณค่าต่อครอบครัวและสังคม จึงต้องให้โอกาส และเชื่อว่าพวกเขาจะหายได้

นายสุทิน กล่าวต่อว่า เรามาอยู่ที่นี่ไม่ได้มาอยู่เปล่า ๆ ตนเห็นในประเทศเพื่อนบ้านที่สมัครไปเป็นทหาร เขาไม่ได้รายได้สักบาท มีแค่ข้าวกิน และมีที่นอน แต่ของเรามีเบี้ยเลี้ยงให้ เงินที่ได้บางคนอาจคิดว่าน้อยแต่บางคนอยู่บ้านก็ไม่เคยมีรายได้เช่นนี้ ซึ่งก็เป็นรายได้ที่ไม่น้อย และบางคนส่งให้ครอบครัวใช้ด้วย หรือบางคนเมื่อฝึกจบก็มีเงินติดตัวไป 20,000-30,000 บาท นอกจากนี้ ยังจะเรียนหนังสือด้วย ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมก็ได้มีการจัดระบบการศึกษาให้กับนายทหารใหม่ทุกระดับ เพื่อให้สามารถศึกษาต่อได้เมื่อฝึกจบ และเมื่อปลดประจำการก็สามารถได้วุฒิได้เลย ตนบอกได้เลยว่ายุคนี้คนที่โชคดีที่สุดคือคนที่ได้เข้ามาเป็นทหาร เป็นคนที่มีสิทธิ์พิเศษเพราะจะสามารถรับราชการทหารและตำรวจนั้นได้ไม่ยาก เนื่องจากได้ให้โควตาทหารถึงร้อยละ 80 และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้ให้โควตาทหารเข้าไปรับราชการตำรวจถึงร้อยละ 50 

นายสุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนใครที่ไม่อยากรับราชการตนก็ได้เซ็นเอ็มโอยูกับบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่หลายบริษัท ซึ่งสามารถที่จะไปสมัครกับบริษัทเหล่านี้ได้ แล้วพวกเขาก็พร้อมที่จะรับเข้าทำงาน นอกจากนี้ ใครที่มาเป็นทหารหากกลับบ้านไปแล้วต้องมีเกียรติกลับไปด้วย รวมถึงจะทำให้ใครที่เข้ามาเป็นทหารมีโอกาสได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 

“ผมขอเรียนด้วยความมั่นใจอีกครั้งว่าอยู่ที่นี่ตนได้กำชับมาแล้วว่าอาหารการกินต้องมีคุณภาพที่ดี ต้องกินอิ่มและนอนอุ่น เนื่องจากทางกระทรวงได้จัดสรรงบประมาณมาให้มาอย่างเพียงพอ และหากซื้ออาหารที่ไม่มีคุณภาพ ทางกระทรวงก็ต้องลงมาตรวจสอบและจัดการให้พวกเราได้อยู่ดี กินดี ส่วนข่าวที่ออกมาว่าจะซื้อข้าวเก่าให้ทหารกิน ขออย่าไปสนใจเพราะไม่เคยคิด แต่ที่ผมพูดไปเพราะผมเป็นรัฐมนตรีซึ่งเราจะต้องตอบคำถามให้สอดคล้องกับรัฐบาล สิ่งที่ผมจะทำคือทำให้ทุกคนได้อยู่ดี กินดีที่สุด เพื่อที่รุ่นน้องจะได้เข้ามาสมัครกันเยอะ ๆ ย้ำว่าถ้าอยากให้คนเข้ามาสมัครกันเยอะคือต้องทำให้อยู่ดี กินดี มีโอกาสที่ดี และอย่าไปคิดว่าจะได้กินข้าวที่ไม่ดี ไม่มีทาง ขอให้ทุกคนมั่นใจ“ นายสุทิน กล่าว

นายสุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับคนที่สมัครเข้ามาถือว่าเป็นคนที่มีสำนึกที่ดีต่อประเทศชาติ และปีต่อไปก็อยากให้มาสมัครเป็นทหาร 100% ส่วนคนที่จับฉลากก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีสำนึกที่ดี เพราะอาจจะมีการวางแผนชีวิตไว้อย่างอื่น หรือมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ จึงไม่อยากมาสมัคร ซึ่งก็เข้าใจได้ แต่เมื่อจับสลากติดแล้ว ก็ขอต้อนรับที่จะเข้ามารับใช้ชาติให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ทั้งกลุ่มที่สมัครและกลุ่มที่จับฉลากได้ถือเป็นความหวังของประเทศ

ทั้งนี้ ภายหลังจากการให้โอวาทกับทหารใหม่จบแล้ว นายสุทินได้วิดีโอคอลเฟอเรนซ์กับญาติของทหารใหม่ โดยได้ถามว่ากังวลหรือไม่ ที่บุตรหลานเข้ามาเป็นทหารเกณฑ์ ซึ่งญาติของทหารเกณฑ์ได้ตอบนายสุทินว่า ไม่กังวล เพราะเชื่อกองทัพจะดูแลบุตรหลานของเขาอย่างดี

สตูล จัดโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ร่วมกับโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”

ที่โรงเรียนบ้านแประ-ใต้ หมู่4 ตำบลท่าเรือ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล นายคณิต คงช่วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานพิธีเปิดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” และโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.จังหวัดสตูล โดยมีนายชัยวุฒิ บัวทอง ปลัดจังหวัดสตูล นางสาวธัญรัศม์ ไตรพันธ์รัชตะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น แพทย์ พยาบาล สมาชิก พอ.สว. และสมาชิกเหล่ากาชาดสตูล ร่วมให้บริการประชาชนกันอย่างพร้อมเพรียง โดยมี นายหร่ออ๊บ มุเส็มสะเดา นายอำเภอท่าแพ พร้อมด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และผู้นำท้องที่ท้องถิ่นในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

โอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และคณะ ได้ร่วมมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ตลอดจนคนพิการในพื้นที่ จากนั้นเดินเยี่ยมชมกิจกรรมในบูธของส่วนราชการต่างๆ และร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 2 ราย ซึ่งได้มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภค-บริโภค เพื่อการดำรงชีพและเงินปัจจัยจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ป่วยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และลงพื้นที่พบปะผู้นำศาสนาในพื้นที่ตำบลท่าเรือ อำเภอท่าแพ อีกด้วย โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ เป็นโครงการที่จังหวัดสตูลจัดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในเชิงรุก โดยให้ส่วนราชการต่างๆ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่มาเพื่อให้บริการและเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ห่างไกลในด้านต่างๆ และได้รับทราบถึงปัญหาในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ถูกต้อง ซึ่งภายในกิจกรรมมีบริการตลาดนัดแก้หนี้ ด้านการเกษตร แรงงาน ประมง ปศุสัตว์ ที่ดิน การฝากเงินออม การเลือกใช้พลังงานทางเลือก การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การจำหน่ายสินค้าราคาถูก และแจกพันธุ์กล้าไม้ฟรีแก่ประชาชนที่สนใจ รวมถึงหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ร่วมออกให้บริการดูแลรักษา แนะนำการตรวจสุขภาพด้วยตนเอง เช่น มะเร็งเต้านม การตรวจรักษาโรคทั่วไป และตรวจรักษาทันตกรรม เป็นต้น

สำหรับพื้นที่ตำบลท่าเรือ อำเภอท่าแพ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 26 กิโลเมตร ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และลูกจ้างภาคการเกษตร ซึ่งได้รายงานประเด็นปัญหาและความต้องการของประชาชนพื้นที่คือ ประชาชนขาดแคลนน้ำใช้อุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง , ปัญหาการปรับปรุงระบบไฟฟ้าส่องสว่าง หมู่ที 1-6 และปัญหาสภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อไม่สะดวกในการสัญจร เป็นต้น โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งนำไปพิจารณาวางแผนและกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสตูล

‘ดร.ธรณ์’ สวนกระแสแสงเหนือ แชร์ภาพหาดูยาก ‘ทะเลขึ้นรา’ ชี้!! ผลจากก๊าซเรือนกระจก-น้ำทะเลร้อน ทำปะการังฟอกขาว

(13 พ.ค. 67) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Thon Thamrongnawasawat’ ระบุว่า…

“ภาพแสงเหนือขึ้นเต็มฟีด ขอผมลงบ้าง นี่คือภาพหาดูยากยิ่ง ‘ทะเลขึ้นรา’ จะเกิดเมื่อก๊าซเรือนกระจกสะสมอยู่เต็มฟ้า อุณหภูมิโลกสูงทะลุขีดจำกัด น้ำทะเลร้อนเกินเส้นวิกฤต ปะการังฟอกขาวเห็นชัดแม้บินสูงเท่านก ก่อเกิดเป็นปรากฏการณ์ทะเลขึ้นรา จากนั้นทุกอย่างก็ตายหมดสิ้น โลกลุกเป็นไฟ ตายหมดท้องทะเล”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top