Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

'มิโรสลาฟ โคลเซ่' เผย!! ความคิดของ 'เด็กรุ่นใหม่' ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เขาต้องหันหลังให้ 'ฟุตบอล'

จากบทความโดย 'Mansion Sports' ได้นำเสนอเรื่องราวของ 'มิโรสลาฟ โคลเซ่' อดีตกองหน้าทีมชาติ เยอรมนี ถึงมุมมองความคิดต่อ 'เด็กรุ่นใหม่' ที่มีส่วนสำคัญทำให้เขาต้องหันหลังให้อาชีพ 'ฟุตบอล' ในที่สุด ว่า...

"ผมเลิกเล่นฟุตบอล เพราะว่าผมไม่รู้จักมันอีกต่อไป ทุกวันนี้ เหล่าผู้เล่นดาวรุ่งเอาแต่คิดถึงเรื่องอื่น ๆ"

"สมัยที่ผมยังเด็ก ผมคิดอยู่อย่างเดียวว่านั่นก็คือ การฝึกซ้อม และการได้กลายเป็นใครสักคนในกีฬาที่ผมรักเสมอมา ทั้งตอนที่อยู่ ลาซิโอ้ หรือกับ ทีมชาติเยอรมนี"

โคลเซ่ เล่าอีกว่า "หลังจากซ้อมเสร็จ ผมเอาตัวเองไปแช่ในอ่างที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่พวกดาวรุ่งในทีมเลือกปฏิเสธที่จะทำแบบนั้น”

เขาเล่าต่อด้วยว่า "ตอนนั้นพวกเขาเห็นผมหยิบถุงใส่ลูกบอลและเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ หลังจบการฝึกซ้อม พวกเขาก็ถามผมว่า 'ใครเป็นคนบอกให้คุณทำแบบนั้น?'"

"ณ ตอนนั้นผมบอกกับตัวเองว่า ‘เอ็งอายุ 20 ปีแล้วนะ เอ็งไม่คิดจะช่วยเหลือคนงานอายุ 60 ปีกันเลยเหรอวะ?'"

"ดาวรุ่งเหล่านี้สนใจว่ารองเท้าสตั๊ดที่ใส่จะเข้ากับถุงเท้าของทีมหรือไม่ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเลิกเล่น นี่ไม่ใช่ฟุตบอลที่ผมรู้จักอีกต่อไปแล้ว" โคลเซ่ กล่าวและว่า...

"นักเตะอายุน้อยในปัจจุบันต่างก็คิดถึงเรื่องการมีรถขับเป็นอันดับแรก, สัญญาส่วนตัวกับสปอนเซอร์ และ รองเท้าคู่ใหม่ นี่คือเรื่องทั้งหมดที่พวกเขาสนใจก่อนจะมาถึงเรื่องฟุตบอล ... สำหรับพวกเขาภาพลักษณ์คือ สิ่งที่สำคัญที่สุด แต่สำหรับผมสิ่งที่สำคัญที่สุดเสมอก็คือ 'ฟุตบอล' ในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด"

โดยสรุปแล้ว สิ่งที่ทำให้ยอดตำนานอย่าง มิโรสลาฟ โคลเซ่ เลือกปิดฉากเส้นทางค้าแข้งกับ ลาซิโอ้ เมื่อปี 2016 ไม่ใช่อายุอานามที่แตะหลัก 36-37 และไม่ใช่ความอิ่มตัวบนเส้นทางอาชีพกว่า 17 ปี แต่เป็นความคิดความหมกมุ่นของเด็กคนใหม่ที่ทำให้ฟุตบอลที่เขารัก กลายเป็นสิ่งที่ไม่รู้จักอีกต่อไป

แม้ มิโรสลาฟ โคลเซ่ จะไม่ใช่กองหน้าระดับหัวแถวในยุคสมัยของเขา เพราะมีทั้งช่วงเวลาที่ดีและไม่ดีในทุกๆ ที่ๆ เขาไป ไม่ว่าจะทั้งที่ ไกเซอร์สเลาเทิร์น, แวร์เดอร์ เบรเมน, บาเยิร์น มิวนิค ตลอดจนกับ ลาซิโอ้ แต่แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักเขา หรือตั้งข้อกังขาในฝีเท้าของเขาอย่างแน่นอน

ยิ่งกับทีมชาติเยอรมนีด้วยแล้ว เขาคือ ดาวยิงระดับตำนาน โดยเป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นที่ทำประตูได้มากที่สุดตลอดกาลบนเวทีระดับ 'ฟุตบอลโลก'

...และทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ก้าวมาอยู่ในจุดๆ นั้นได้ ก็มาจากสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุด นั่นก็คือ การมีวินัยกับตัวเอง และมองว่า 'ฟุตบอล' นั้นสำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด

‘หมอเหรียญทอง’ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก จะลงสมัคร ‘สว.’ ชี้!! มีคนจำนวนมาก อยากให้เป็น เพื่อเข้าไป ‘ปกป้องรัฐธรรมนูญ’

(18 พ.ค. 67) พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ...

นี่คือคำประกาศของ 'ตาแป๊ะหลักสี่' ทหารหมอผู้ไม่มีวันตายไปจากความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ผู้ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย ความสั้น ๆ ว่า ‘ผมจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว.ในปี พ.ศ.2567’

ผมขอเรียนว่าผมไม่เคยมีความคิดที่จะลงสมัครเป็น สว. เพราะการเลือกตั้ง สว. นั้นเป็นระบบที่ผู้สมัคร สว. เลือกกันเอง ดังนั้นจะมีการจัดตั้งผู้สมัคร สว. เพื่อเลือกพวกเดียวกัน หากผมสมัครเป็น สว. ผมก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้สมัคร สว. ที่มีการจัดตั้งกันมาล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ผมก็จะสอบตกตั้งแต่การเลือก สว. ในระดับอำเภอ

แต่มีประชาชนจำนวนมากอยากให้ผมเป็น สว. เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ปกป้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะมาตรา 112 , การออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และการร่าง พ.ร.บ. ฯลฯ ทั้งทำหน้าที่ลงมติรับรองผู้มาดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) , ผู้ตรวจการแผ่นดิน , คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) , ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน , คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.)

ตลอดจนการมีอำนาจให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญอื่น ๆ ของรัฐ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น อัยการสูงสุด , ตุลาการศาลปกครองสูงสุด , เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา , เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแห่งชาติ (ปปง.)

ในการเลือกตั้ง สว.ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้า ขบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะมาตรา 112 หรือขบวนการสามานย์จึงมีการจัดตั้งผู้สมัคร สว. เพื่อเลือกกันเองให้เข้าสู่ระบบการเลือกตั้ง สว. มีหลายคนกลัวว่าผมจะสมัครเป็น สว. ถึงกับต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ผมต้องถูกคุมขังโดยหมายของศาลจากกรณีตบไอ้กุ๊ยส้นตีนที่สูบบุหรี่ใน รพ.มงกุฎวัฒนะ

ผมขอเรียนว่าจากอดีตที่ผมไม่เคยคิดที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว. หรือตำแหน่งในทางการเมืองหรือตำแหน่งใด ๆ แต่สัปดาห์หน้าผมจะไปลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ แล้วมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว. ถึงแม้จะต้องสอบตก ผมก็ไม่กลัว แต่ถ้าผมได้เป็น สว. ขึ้นมาจริง ๆ สาธารณชนจะได้เห็นสมาชิกวุฒิสภาที่มีความรู้ ความสามารถ ชัดเจน กล้าหาญ เด็ดขาด ยุติธรรม ซื่อสัตย์ และจงรักภักดีในระดับมากที่สุดคนหนึ่งของชาติ

ผมจะใช้ความรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบสาธารณสุขเพื่อให้คนในชาติได้รับประโยชน์สูงสุดในทุกๆสถานการณ์ ผมจะใช้ความรู้ความสามารถในการปกป้องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะมาตรา 112 และจะพัฒนากฎหมายในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นความมั่นคงของชาติ

คนอย่างผมไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว การสอบตกเป็นเรื่องปกติของผมมาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน แล้วคนอย่างผมจะไปกลัวอะไรกับการสอบตกในการสมัคร สว. กันล่ะครับ

ผมจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว.ในสัปดาห์หน้า

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ
18 พ.ค.67 เวลา 11.49 น.

‘สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’ เข้าร่วมพิธีมอบ ‘เครื่องราชอิสริยาภรณ์’ ในฐานะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ ‘ญี่ปุ่น-ไทย’

เมื่อไม่นานมานี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ‘The Order of the Rising Sun, Gold and Silver Star’ สำหรับชาวต่างชาติประจำฤดูใบไม้ผลิ พ.ศ. 2567 ได้เข้าร่วมพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่จัดขึ้น ณ พระราชวังอิมพีเรียล โดยมีนายกรัฐมนตรีคิชิดะเป็นผู้มอบ

โดยนายสีหศักดิ์ ได้รับเครื่องราชฯ  ‘The Order of the Rising Sun, Gold and Silver Star’ จากผลสำเร็จในประเทศไทย ในฐานะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และมิตรภาพอันดีระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกระชับสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพระหว่างญี่ปุ่นและไทย โดยผ่านประสบการณ์ใน การปฏิบัติงานในสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ถึง 2 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ มีผลสำเร็จและบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่น-ไทย นอกจากนี้ ในฐานะที่ปรึกษาพิเศษของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนและกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย

‘หนุ่มไรเดอร์’ โดนด่า หาว่าเป็น ‘ชู้’ กับเมียชาวบ้าน เพราะเห็นโทรมาบ่อย แจง!! ‘ผมเป็นแกร็บ มาส่งออเดอร์’ อีกฝ่ายเสียงอ่อย หลังรู้ความจริง

(18 พ.ค. 67) ผู้ใช้ TikTok บัญชี basnobu23 ซึ่งเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร ได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์คุยโทรศัพท์กับชายคนหนึ่ง ที่กล่าวหาตัวเขานั้น เป็นชู้กับเมียของชายคนดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า ‘พี่ฟังผมก่อน’

ในคลิปหนุ่มไรเดอร์ได้คุยกับโทรศัพท์กับชายคนหนึ่ง โดยทันทีที่รับสาย ชายคนดังกล่าวก็ไม่ฟังอะไร กล่าวหาว่าไรเดอร์เป็นชู้กับเมียของเขา โดยบอกว่าโทรมาบ่อยขนาดนี้ เป็นชู้หรือเปล่า

ซึ่งไรเดอร์หนุ่มก็พยายามปฏิเสธ แต่ปลายสายเหมือนจะไม่ยอมฟัง และบอกว่าให้ฟังก่อนก็ยังถูกด่าไม่หยุด เมื่อมีช่องให้พูด จึงบอกว่า “ผมแกร็บครับ มาส่งออเดอร์พี่”

ทำเอาปลายสายเสียงอ่อน บอก แกร็บเหรอครับ หนุ่มไรเดอร์ตอบว่าใช่ แล้วได้ยินเสียงเหมือนหันไปถามเมียว่าสั่งอาหารมาหรือ

หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ชาวเน็ตบางคนมองว่านี่อาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับไรเดอร์คนไหนก็ได้ ถ้าเป็นตัวเองจะรับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น

ขณะที่ชาวเน็ตหลายคนก็สงสัยว่าทำไมเมียของชายที่โทรมาไม่บอกผัวตัวเองว่าสั่งข้าวมา หรือว่าจะมีกิ๊กอยู่จริง ๆ เมื่อมีคนถามว่าเจอสถานการณ์แบบนี้บ่อยไหม ไรเดอร์ก็บอกว่าเจอบ่อย

‘รทสช.’ ย้ำ!! จุดยืนคัดค้านนิรโทษกรรมคนผิด ‘ม.112’ ยกกรณี ‘บุ้ง’ เกิดจากการฝ่าฝืน กฎหมายไม่ได้เป็นปัญหา

(18 พ.ค. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการออกมาเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และเรียกร้องให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายมาตรา 112 ภายหลังจากที่มีการเสียชีวิตของนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติขอแสดงจุดยืนจะคัดค้านไม่ให้มีการนิรโทษให้กับผู้กระทำในมาตรา112 และคัดค้านไม่ให้มีการแก้มาตรา112 เพราะประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ไม่ได้เป็นปัญหา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่เกิดจากการกระทำความผิดที่ฝ่าฝืนกฎหมายมาตรา112 อีกทั้งมาตรา112ไม่เคยทำให้คนปกติทั่วไปได้รับความเดือดร้อน

นายอัครเดช กล่าวว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 นั้นเป็นกฎหมายที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นความมั่นคงของรัฐ ดังนั้นกรณีที่เกิดจะต้องไปดูว่าสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากการทำผิดอะไร มีบุคคลใครอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งกระบวนการในการพิจารณาคดีก็เป็นอำนาจศาลที่จะให้ประกันตัวหรือไม่ ซึ่งหากได้รับการประกันตัวแล้วก็จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลสั่ง แต่หากมีการฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกันตัวก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยยกเลิกการประกันตัวเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

“ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ไม่เช่นนั้นประเทศชาติจะเดินต่อไม่ได้ และการนิรโทษกรรมผู้กระทำผิดมาตรา 112 นั้นไม่ได้มีเป็นมูลเหตุจูงใจทางการเมือง เป็นเรื่องของความมั่นคงของรัฐ ไม่ใช่คดีที่มีมูลเหตุทางการเมืองเนื่องจากสถาบันอยู่เหนือการเมือง จึงไม่ควรมีการนิรโทษกรรม และการแก้ไขมาตรา112 ก็จะกระทบความมั่นคงของประเทศ พรรครวมไทยสร้างชาติจึงขอคัดค้าน” โฆษก รทสช. กล่าวทิ้งท้าย

‘บิ๊กโจ๊ก’ ขอเดินหน้าทำเพื่อประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน ยัน!! ไม่สมัคร ‘สว.’ เพราะตนเองยังถือว่าเป็น ‘ข้าราชการตำรวจ’ อยู่

(18 พ.ค. 67) ที่จังหวัดสงขลา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เปิดเผยถึง กรณีเปิดรับสมัครสมาชิกวุฒิสภา ว่าส่วนตัวแล้วยืนยันได้เลยว่า ตนไม่ขอลงสมัคร สว. แต่จะเดินหน้าทำเพื่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ประกาศชัดมีโอกาส จะดูแลประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย สำหรับการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อกล่าวหาถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช. ที่ต้องสงสัย ทุจริตต่อหน้าที่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ภายใต้หัวข้อ ปฏิบัติการกวาดบ้าน ให้ ป.ป.ช. พื้นที่แรกที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภา โดยมีประชาชนเดินทางมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยต่างนำบัตรประชาชน มาแสดงเจตจำนง เพื่อขอร่วมลงชื่อตามสิทธิ์รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 236 เพื่อขอกล่าวหาตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช.

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าตั้งแต่หลังยื่นหนังสือจนถึงวันนี้ผ่านไปไม่ถึง 48 ชั่วโมงมีประชาชนมาร่วมลงชื่อแล้วกว่า 6,000 ราย ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกหลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการล่าลายรายชื่อเพื่อกล่าวหาตรวจสอบ กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้าราชการของรัฐ และจากนี้ไปจะไปต่อในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง และ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนที่จะไปต่อในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ หลังจากนั้นในช่วงสัปดาห์ต่อไป พื้นที่จังหวัดขอนแก่นและอุดรธานี และปิดท้ายในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ 

ยืนยันว่าปฏิบัติการครั้งนี้ จะใช้เวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ ก็จะได้รายชื่อกว่า 20,000 รายชื่อตามเงื่อนไข โดยจะรวบรวมรายชื่อทั้งหมด เพื่อยื่นให้กับประธานรัฐสภา ตามหลักเกณฑ์และหากไต่สวนแล้ว มีเหตุให้เชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามที่มีการกล่าวหาประธานรัฐสภาก็จะส่งเรื่องไปให้ประธานศาลฎีกา เพื่อพิจารณาถอดถอน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวยืนยันว่า ยังไม่มีแนวคิดที่จะลงสมัคร สว. เนื่องจากคุณสมบัติยังไม่ครบ เพราะจนถึงวันนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นตำรวจ ถือเป็นข้าราชการของรัฐ ดังนั้นการออกมารณรงค์ครั้งนี้ก็เป็นเพราะ ประชาชนเรียกร้องให้ออกมาในฐานะนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของประชาชนทุกคน 

ที่สำคัญไปกว่านั้นจะเห็นได้ว่าทันทีที่เปิดโครงการปฏิบัติการกวาดบ้านให้  ป.ป.ช. แทบไม่มีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หรือฝ่ายบริหารของ ป.ป.ช. ออกมาร้องคัดค้านหรือเรียกร้องให้เรายุติ แต่กลับส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง กับการทำหน้าที่ที่ต้องสงสัยว่า ทุจริตต่อหน้าที่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ของกรรมการ ป.ป.ช.คนดังกล่าวมาเพิ่มเติมให้อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนไม่ว่าท่านจะอยู่ภูมิภาคใดของประเทศ  ท่านก็มีสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ในการช่วยกันปกป้อง ไม่ให้เกิดการกระทำผิด ทุจริตคอรัปชัน ในทุกองค์กรของรัฐ 

เจ้าพ่อเพลงละคร ‘ปิงปอง ศิรศักดิ์’ อด สมัคร ‘สว.’ เผย!! ถูกตัดสิทธิ์ เพราะไม่ได้ไปเลือกตั้งซ่อมฯ

(18 พ.ค. 67) จากกรณี อดีตนักร้องดัง ปิงปอง ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ ที่เพิ่งเปิดตัวว่ามีความประสงค์ จะลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. เมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุดวันนี้ ปิงปอง ศิรศักดิ์ ได้โพสต์แจ้งข่าวร้ายทางเฟซบุ๊ก ‘Sirasak Ittipholpanich’ ว่าตนเองนั้น ไม่สามารถลงสมัคร สว.ได้แล้ว โดยระบุข้อความว่า ...

ผมไม่ได้ลงสมัคร สว. แล้วครับ ต้องขอโทษทุกคนเป็นอย่างยิ่ง สาเหตุที่ไม่สามารถลงสมัครได้ เป็นเพราะว่าผมไม่ได้ไปเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาเทศบาลนนทบุรี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 ครับ (ก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ในปีที่แล้วหนึ่งสัปดาห์) ซึ่งผมเพิ่งมารู้นี่แหละครับว่ามันมีการเลือกตั้งในวันนั้น

คงต้องโทษตัวเองครับที่เพิ่งมารู้เรื่องเอาตอนนี้ แม้สัปดาห์ที่แล้วจะมีการเลือกตั้งซ่อมอีกครั้ง (ครั้งนี้ผมได้ไปใช้สิทธิ์) ก็ยังไม่สามารถคืนสิทธิ์การสมัคร สว. กลับมาได้ (ในช่วงที่ผ่านมาได้ตรวจเช็กข้อกฎหมายทุกทางแล้วครับ)

ขอโทษทุกคนที่ฝากความหวังไว้กับผม ขอบคุณหลายคนที่เสียเวลาวิ่งหาข้อมูลเพื่อช่วยเหลือผมและขอโทษที่ทำให้เสียเวลาเปล่า ฝากพี่ๆ เพื่อนๆ ผู้สมัคร สว. ที่เหลือด้วยครับ และหลายคนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด ลองเช็กดูด้วยนะครับว่า เคยมีการแจ้งอะไรไปที่บ้านหรือเปล่า อาจจะมีหลายคนที่ไม่รู้เรื่องนี้เพราะมันไม่ใช่การเลือกตั้งใหญ่

‘ญี่ปุ่น’ มอบเครื่องราชฯ ‘มงกุฎแสงแห่งอาทิตย์’ ให้ ‘อาคม เติมพิทยาไพสิฐ’ ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญ ส่งเสริมการคมนาคมขนส่ง ระหว่าง ‘ญี่ปุ่น-ไทย’

เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ข่าวการมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำฤดูใบไม้ผลิ พ.ศ. 2567 ให้แก่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ระบุว่า ...

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับเครื่องราช ‘The Order of the Rising Sun, Gold and Silver Star’ จากผลสำเร็จ ในประเทศไทย ‘ในฐานะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมด้านคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย’

ทั้งนี้ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ในฐานะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้นำในโครงการพัฒนาและความร่วมมือในรูปแบบต่าง ๆ บนพื้นฐานความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่น-ไทย 

อีกทั้งยังมี บทบาทสำคัญในการพัฒนากิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่น โดยเป็นหัวหอกในการประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างแข็งขัน เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการสนับสนุนของญี่ปุ่นที่มีต่อประเทศไทยจะดําเนินไปอย่างราบรื่นในประเทศไทย

สำหรับเครื่องราชฯ ตระกูลมงกุฎแสงแห่งอาทิตย์ ชั้นที่ 2 เป็นเครื่องราชรองจากสูงสุดที่ให้กับคนต่างชาติ

‘ดีอี’ จับมือหน่วยงานพันธมิตร เร่งปราบ ‘โจรออนไลน์’ ระยะที่ 2 ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี กวาดล้างบัญชีม้าไปแล้ว 1 แสนบัญชีต่อเดือน พร้อมเร่งรัดหาวิธีคืนเงินผู้เสียหายให้เร็วที่สุด

วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าปราบโจรออนไลน์ตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ได้ประชุมร่วมกับ ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี และ พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อหารือเรื่องการกวาดล้างบัญชีม้าและเร่งรัดการคืนเงินให้ผู้เสียหาย ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้กระทรวงดีอี ร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เป็นระยะที่ 2 ต่อเนื่องจากระยะแรก 30 วัน (1-30 เมษายน 2567) โดยผลการประชุมที่สำคัญ ดังนี้ 

1. การเร่งรัดกวาดล้างบัญชีม้า : ปปง. ธปท. สมาคมธนาคาร กสทช. สมาคมโทรคมนาคมฯ และ ดีอี ได้ร่วมกันดำเนินการขยายผลกวาดล้างบัญชีม้า จากการใช้ข้อมูลรายชื่อเจ้าของบัญชีม้า และรายชื่อผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทำการปิดบัญชีธนาคารทุกธนาคาร จากชื่อบุคคลดังกล่าว โดยตั้งเป้าระงับ/ปิด บัญชีม้ามากกว่า 12,000 คนต่อเดือน หรือ 100,000 บัญชีต่อเดือน พร้อมทั้งกำหนดมาตรการและเงื่อนไขการเปิดบัญชีใหม่ เพื่อป้องกันการนำไปกระทำความผิดโดยเพิ่มกระบวนการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง Customer Due Diligence หรือ CDD โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยง ธนาคารต้องตรวจสอบให้เคร่งครัดมากขึ้นก่อนอนุมัติเปิดบัญชี โดยทาง ธปท.จะมีการออกประกาศภายในเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งปัจจุบันบางธนาคารได้มีการดำเนินการแล้ว โดยได้มีการเชื่อมระบบข้อมูลของธนาคารทุกธนาคาร มอบหมายให้ กสทช. เป็นผู้ดำเนินการจัดทำระบบรวบรวมข้อมูล ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 2 สัปดาห์ สำหรับการกวาดล้างบัญชีม้า และซิมม้าในระบบ mobile banking ที่ประชุมมอบหมายให้ กสทช.เร่งรัดตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับระบบ mobile banking จำนวนประมาณ 106 ล้านเลขหมาย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 120 วัน 

นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับผลการกวาดล้างบัญชีม้าถึง 30 เมษายน 2567 ได้ระงับบัญชีม้าแล้วกว่า 700,000 บัญชี แบ่งเป็น ธนาคารระงับเอง 300,000 บัญชี AOC ระงับ 101,375 บัญชี ปปง.ปิด 325,586 บัญชี ในส่วนของตำรวจดำเนินการการจับกุมคดี บัญชีม้า-ซิมม้า เม.ย. 67 มีจำนวน 361 คน เพิ่มขึ้น 1.9 เท่า เทียบกับ การจับกุมเฉลี่ย 187 คนต่อเดือน ช่วงมกราคม - มีนาคม 2567

2. การแก้กฎหมายพิเศษเป็นการเร่งด่วน : เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ตลอดจนช่วยเหลือคืนเงินให้ผู้เสียหาย ได้มีการหารือเรื่องการแก้กฎหมายในประเด็น ดังนี้ 2.1 การเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยที่ผ่านมาการคืนเงินให้ผู้เสียหายจากคดีออนไลน์ ต้องใช้เวลานาน หลายๆ กรณีใช้เวลาหลายปี กว่าจะสามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายได้ ประกอบกับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ทาง AOC 1441 โดย ดีอี ตำรวจ สมาคมธนาคาร ได้ร่วมมือ เร่งการระงับ/อายัด บัญชีม้าได้รวดเร็วเฉลี่ยภายใน 10 นาที และมีเงินที่ถูกอายัดได้จำนวนมาก ซึ่งในวันนี้จึงได้ประชุมพิจารณาถึงการหาวิธีคืนเงินให้รวดเร็วขึ้น โดยพิจารณาการออกกฎหมายพิเศษเพื่อเร่งการคืนเงิน 

2.2 การเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยถือว่าการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมในวงกว้าง จึงต้องมีการกำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องและคนร้ายในอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เป็น 5 ปี  นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้ายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่เป็นแพลทฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศที่ผิดกฏหมาย 

“วันนี้เราประชุมเพื่อหามาตรการเร่งรัดกวาดล้างบัญชีม้า และ หาวิธีคืนเงินให้ผู้เสียหายรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยที่ประชุมได้หารือถึงการออกพระราชกำหนด เป็นกฎหมายพิเศษเพื่อเร่งคืนเงินให้ผู้เสียหายและเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูล ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ขอให้เร่งการปราบปรามจับกุมคนร้าย กวาดล้างบัญชีม้า ซิมม้า ปิดกั้นโซเชียลมีเดียหลอกลวงต่อเนื่อง แก้ปัญหาหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ และช่วยลดความเดือนร้อนของประชาชน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกล่าว 

‘รมว.ดีอี’ เผย ศาลมีคำสั่งให้ปิดกั้นเว็บไซด์ ‘ลอตเตอรี่พลัส’ แล้ว แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนระมัดระวังการเข้าไปยุ่งเกี่ยว

วันที่ 17 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า วันนี้ (17 พฤษภาคม 2567) ศาลอาญาได้มีคำสั่งให้ปิดกั้นเว็บไซต์ ลอตเตอรี่พลัส.com และ lotteryplus.co.th ตามคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้เผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 โดยศาลเห็นว่า  แพลตฟอร์มดังกล่าว เป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการเล่นการพนันและเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีเนื้อหาอันเข้าข่ายเป็นการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดอาญาตามกฎหมาย ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวออกจากระบบคอมพิวเตอร์ตามคำร้องของพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550  มาตรา 20

“กระทรวงดีอี ขอแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนประชาชน ดาราและผู้มีชื่อเสียง ขอให้พยายามหลีกเลี่ยงและอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเว็บไซต์ลอตเตอรี่ออนไลน์ผิดกฎหมาย เพราะอาจทำให้สูญเสียเงิน และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้ หากต้องการซื้อลอตเตอรี่ ขอให้ซื้อกับแพลตฟอร์มของรัฐ หรือแพลตฟอร์มที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวย้ำ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top