Friday, 6 November 2026
Hard News Team

‘รัดเกล้า’ เผย ครม.ไฟเขียว เพิ่มเงินประจำตำแหน่งตำรวจ ปรับมาตรฐานให้ทัดเทียมข้าราชการทหาร-พลเรือน

(28 พ.ค.67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกา การได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอ โดยการตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามที่พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ที่กำหนดให้ข้าราชการตำรวจให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งท้ายพ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ 2565 ในอัตราใดให้เป็นไปตามที่พระราชกฤษฎีกากำหนด รวมทั้งเพื่อเป็นการปรับปรุงการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร และสอดคล้องกับการกำหนดลักษณะงานบริหารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นางรัดเกล้า กล่าวว่า สาระสำคัญของร่างฯ 3 ข้อ ดังนี้

1. ให้ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ระดับปริญญา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการอีกประเภทหนึ่งอยู่ด้วยแล้ว ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหาร โดยไม่ตัดสิทธิการได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาการของตนเองที่ครองอยู่

2. ข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ ‘พันตำรวจโท’ ขึ้นไป และดำรงตำแหน่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพเฉพาะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ โดยเพิ่มสายงานที่ปฏิบัติวิชาชีพเฉพาะ ซึ่งเป็นงานที่ไม่อาจมอบหมายให้ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างอื่นปฏิบัติงานแทนได้ เป็นงานมีผลกระทบกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ ซึ่งเพิ่มมา 5 สายงานจากเดิม 28 สายงาน ประกอบด้วยวิชาชีพเฉพาะกายบุคคล, วิชาชีพเฉพาะกิจกรรมบำบัด ,เทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก, แพทย์แผนไทย และเวชศาสตร์การสื่อความหมาย เพื่อรองรับและปรับปรุงภารกิจที่จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง และ

3. ข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับการ หรือเทียบเท่าขึ้นไป ที่ต้องปฏิบัติงานที่เป็นงานหลักของหน่วยงานและต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ โดยมีการเพิ่มลักษณะงานความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน 2 ด้าน คือ ด้านการสืบสวนสอบสวน และด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ โดยได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะด้วย

ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ได้ดำเนินการได้ตามมาตรา 27 แห่งพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ 2561 โดยรายงานว่าการตราพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จะไม่ก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้ต่อรัฐหรือหน่วยงานของรัฐไม่ส่งผลกระทบต่องบประมาณหมวดเงินด่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

‘สื่อต่างชาติ’ ยกนิ้ว!! 4 วันจัดการลิงลพบุรี เกือบ 300 ตัว ยกเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาลิงรบกวนคนในเขตเมือง

(28 พ.ค. 67) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่าตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับเทศบาลเมืองลพบุรี และจังหวัดลพบุรี ได้เปิดยุทธการดักจับลิงในตัวเมืองลพบุรีที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ในช่วงระหว่างวันที่ 24 ถึง 28 พฤษภาคม 2567 ภายใต้แนวทางการแก้ไขปัญหา ‘ประชาชนพ้นทุกข์ ลิงเป็นสุข’ โดยมีการตั้งกองอำนวยการศูนย์สนับสนุนการบริหารจัดการจับและเคลื่อนย้ายลิงลพบุรี โดยดำเนินการดักจับลิงบริเวณตลาดมโนราห์ ได้จำนวน 30 ตัว ทั้งนี้ได้จัดทำทะเบียนและนำเข้ากรงที่ 1 (A67) จำนวน 27 ตัว ส่วนลิงท้องและแม่ลิงที่มีลูกเกาะอกรวม จำนวน 3 ตัว จะนำไปดูแลไว้ที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1(สบอ .1) สาขาสระบุรี เป็นการชั่วคราว

ขณะนี้รวมยอดลิงที่จับได้ทั้งหมด รวม 4 วัน จำนวน 288 ตัว แยกเป็น วันที่ 24-25 พ.ค. 67 จำนวน 227 ตัว วันที่ 26 พ.ค. 67 จำนวน 31 ตัว และวันที่ 27 พ.ค. 67 จำนวน 30 ตัว ทั้งนี้ในวันที่​ 28 พ.ค. -​ 4 มิ.ย. 2567 จะทำการทดสอบและปรับปรุงกรงที่ 1 (A67) และกรงที่ 2 (B67) เมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อยและพร้อมสำหรับรับลิงเข้ากรงเพิ่ม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะบูรณาการร่วมกับจังหวัดลพบุรี​ เทศบาลเมืองลพบุรี​ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการดักจับลิงบริเวณตลาดมโนราห์ และร้านชโยวานิช เพื่อนำไปไว้ในกรงที่ 1 (A67) และกรงที่ 2 (B67) ในช่วงวันที่ 5-15 มิ.ย. 67 ต่อไป

สำหรับปฏิบัติการดักจับลิงเมืองลพบุรี เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน กลายเป็นที่สนใจของสื่อต่างประเทศ ได้มาติดตามและเฝ้าสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งประกอบด้วยสำนักข่าวรอยเตอร์ สำนักข่าว NHK สำนักข่าว AP เป็นต้น 

ทั้งนี้ได้รับการบอกกล่าวจากสื่อต่างประเทศ ว่าการแก้ไขปัญหาลิงเมืองลพบุรี เป็นที่สนใจอย่างมากของผู้รับชมชาวต่างประเทศ ซึ่งจะกลายเป็นโมเดลสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาลิง ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะลิงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมือง ทั้งนี้สื่อต่างประเทศจะเฝ้าติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้นภารกิจ

'จีน-ญี่ปุ่น' พร้อมเดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ จับมือขับเคลื่อนหลากมิติ เพื่อผลประโยชน์ 2 ประเทศ

เมื่อวานนี้ (27 พ.ค.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เรียกร้องให้ญี่ปุ่นทำงานร่วมกับจีนในทิศทางเดียวกัน และดำเนินตามฉันทามติสำคัญที่บรรลุโดยผู้นำสองประเทศ

ทั้งนี้ ระหว่างการพบปะกับ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นอกรอบการประชุมสุดยอดไตรภาคีจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ครั้งที่ 9 โดยหลี่แสดงความหวังว่าทั้งสองประเทศจะเดินหน้าเสริมสร้างความเชื่อใจซึ่งกันและกัน ดำเนินความร่วมมืออย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น จัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสม และสร้างความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นที่สร้างสรรค์และมีเสถียรภาพซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดในยุคสมัยใหม่

หลี่กล่าวว่าสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และคิชิดะได้บรรลุฉันทามติสำคัญระหว่างการพบปะกันในนครซานฟรานซิสโกเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยทั้งสองยืนยันจุดยืนของการเดินหน้าความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์และที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนและญี่ปุ่นอย่างครอบคลุมรอบด้าน ซึ่งส่งมอบการชี้นำทางการเมืองที่สำคัญสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี

หลี่ระบุว่าประวัติศาสตร์และไต้หวันเป็นประเด็นสำคัญของหลักการที่เกี่ยวข้องกับรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น รวมถึงประเด็นพื้นฐานอย่างความเชื่อและความซื่อสัตย์ โดยปัญหาไต้หวันถือเป็นแกนกลางของผลประโยชน์หลักของจีน และเป็นเส้นแดงของจีน

หลี่เผยว่าจีนหวังว่าญี่ปุ่นจะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา พร้อมสร้างบรรยากาศที่ดีสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างต่อเนื่อง

หลี่กล่าวว่าการพัฒนาของจีนและญี่ปุ่นนับเป็นโอกาสสำคัญของทั้งสองฝ่าย ปัจจุบันเศรษฐกิจของจีนและญี่ปุ่นมีความเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด นำผลประโยชน์ที่จับต้องได้แก่ประชาชนทั้งสองประเทศ พร้อมเสริมว่าความเกื้อกูลทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและญี่ปุ่นจะคงอยู่ต่อไปอีกเนิ่นนาน อีกทั้งยังคงมีศักยภาพมหาศาลสำหรับความร่วมมือในด้านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสำรวจตลาดแห่งที่สามอื่น ๆ

ขณะเดียวกัน หลี่กล่าวว่าจีนและญี่ปุ่นควรช่วยเหลือกันและกันให้ประสบความสำเร็จ ร่วมรักษาห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานที่มีเสถียรภาพและไร้อุปสรรค รวมทั้งปกป้องระบบการค้าเสรีทั่วโลก โดยจีนยินดีที่จะเดินหน้าดำเนินการแลกเปลี่ยนฉันมิตรกับญี่ปุ่นในด้านต่าง ๆ ผ่านหลายช่องทาง ณ ระดับที่หลากหลายต่อไป พร้อมเกื้อหนุนการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนและการแลกเปลี่ยนระหว่างคนรุ่นใหม่อย่างแข็งขัน เพื่อเสริมสร้างการสนับสนุนจากสาธารณชนสำหรับความร่วมมือฉันมิตรจีน-ญี่ปุ่น

หลี่กล่าวว่าการปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนนิวเคลียร์จากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะส่งผลต่อสุขภาพของมนุษยชาติ สภาพแวดล้อมทางทะเลทั่วโลก และผลประโยชน์สาธารณะระหว่างประเทศ พร้อมระบุว่าจีนเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายสำคัญ รัฐบาลและประชาชนจีนกังวลเกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างมาก ซึ่งจีนหวังว่าญี่ปุ่นจะแสดงความจริงใจและทัศนคติที่สร้างสรรค์ในประเด็นดังกล่าว เช่น การจัดให้มีการเฝ้าติดตามระหว่างประเทศในระยะยาว การแก้ไขข้อกังวลอันชอบด้วยกฎหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างจริงจัง ตลอดจนการปฏิบัติตามความรับผิดชอบและพันธกรณีของตนอย่างกระตือรือร้น

ด้านคิชิดะกล่าวว่าการรักษาแรงขับเคลื่อนการพัฒนาที่ดีของความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-จีนไม่เพียงแต่เอื้อประโยชน์ต่อทั้งประเทศ แต่ยังเอื้อประโยชน์ต่อโลกอีกด้วย ญี่ปุ่นพร้อมที่จะทำงานร่วมกับจีนเพื่อปฏิบัติตามฉันทามติสำคัญที่บรรลุโดยผู้นำสองประเทศ รักษาการแลกเปลี่ยนระดับสูง เสริมสร้างความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อาทิ เศรษฐกิจสีเขียว การดูแลทางการแพทย์ ตลาดแห่งที่สามอื่นๆ รวมถึงเกื้อหนุนการแลกเปลี่ยนบุคลากร กระชับความร่วมมือระดับภูมิภาคอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตลอดจนร่วมกันจัดการการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และประเด็นอื่นๆ ทั่วโลก

นอกจากนั้น คิชิดะเผยว่าญี่ปุ่นยังยินดีที่จะสร้างความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-จีนที่สร้างสรรค์และมีเสถียรภาพอย่างแข็งขัน ยกระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์และที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนและญี่ปุ่นอย่างครอบคลุมรอบด้าน รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ดีในระยะยาว

คิชิดะกล่าวว่าญี่ปุ่นยึดมั่นในจุดยืนของตนต่อปัญหาไต้หวันตามที่ระบุในแถลงการณ์ร่วมญี่ปุ่น-จีนซึ่งลงนามเมื่อปี 1972 และสิ่งนี้ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างการเจรจาและการสื่อสารในทุกระดับ จัดการเจรจาทางเศรษฐกิจระดับสูงจีน-ญี่ปุ่น และการประชุมกลไกการปรึกษาการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประชาชนระดับสูงรอบใหม่ในเวลาที่เหมาะสม เดินหน้าส่งเสริมการปรึกษาหารือและการเจรจาเกี่ยวกับการปล่อยน้ำปนเปื้อนนิวเคลียร์จากโรงไฟฟ้าฯ บนพื้นฐานความคืบหน้าที่มีอยู่ และรักษาการสื่อสารและการประสานงานในด้านกิจการระหว่างประเทศและภูมิภาค

อนึ่ง ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นระหว่างประเทศและภูมิภาคที่เป็นข้อกังวลร่วมกันด้วย

ค่าเงินพม่ายวบ จาก ‘1,500’ มาอยู่ที่ ‘4,400’ จ๊าดต่อดอลลาร์  สะท้อนความมั่งคั่งของคนพม่ากำลังลดลง 3 เท่าตัว 

(28 พ.ค.67) จากเพจ 'สานต่อเจตนารมณ์ อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ค่าเงินจ๊าดพม่าหายไป 2 เท่าในห้วงเวลา 3 ปี จากมกราคม 2021 ถึงปัจจุบัน จาก 1,500 จ๊าดต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 4,400 จ๊าดต่อดอลลาร์ แค่ช่วง 5 เดือนของปีนี้ค่าเงินจ๊าดอ่อนลงไปอีก 20%

คนไทยอยู่กันสบายมากแล้ว พร้อมทั้งแชร์ข้อความจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก 'Jojoe Sue' ที่โพสต์รายละเอียดเพิ่มเติมไว้ว่า “แหละแล้วสิ่งที่คาดการณ์ไว้ก้อมาถึง แต่คิดไม่ถึงว่ามันจะมาถึงไวกว่าที่คาดการณ์ไว้” 

เตือนเพื่อนคนพม่าไปหลายคนให้ระวังค่าเงิน 2 ช่วง

1. ช่วงแรกเดือนพฤษภาถึงมิถุนา

2. ช่วงที่สองเดือนกรกฎาถึงกันยา

ต้นเดือนมกรา ค่าเงินพม่าอยู่ที่ 99 จ๊าดต่อบาท วันนี้ได้ยินว่าไป 120 จ๊าดต่อบาท หรือประมาณ 4,400 จ๊าดต่อดอลล์แหละ โดยเฉพาะเดือนนี้ต้นเดือนอยู่ที่ 107 จ๊าดต่อบาท เดือนเดียวค่าเงินพม่าอ่อนไป 13% 

สงสัยจะได้เห็น 5,000 จ๊าดต่อดอลล์ตามที่ได้ยินข่าวลือในช่วงที่สองแน่นอนแหละ น่าสงสารคนพม่า จะอยู่กันยังไง ตอนมกราปี 2021 ค่าเงินยังไม่ถึง 1,500 จ๊าดต่อดอลล์เลย ผ่านมา 3 ปีกว่า ค่าเงินไป 4,400 จ๊าด ขึ้นมาเกือบ 3 เท่า หมายถึงความมั่งคั่งของคนพม่าลดลง 3 เท่าตัว 

แต่ผมยังเชื่อว่าพม่าจะกลับมาได้ เพราะประเทศนี้เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ

ได้แต่รอวันนั้นครับ

วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย คืนฟอร์มเก่ง เอาชนะ โดมินิกัน 3-1 ศึกเนชันส์ ลีก 2024

(28 พ.ค. 67) การแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ ลีก 2024 หรือ VNL 2024 สนามที่ 2 นัดแรก ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ลงสนามพบกับ โดมินิกัน

ซึ่งเกมการเล่นวันนี้ นุกนิค ณัฏฐณิชา ใจแสน เป็นเซตเตอร์เบอร์ 1 แทน ชมพู่ พรพรรณ ที่ได้รับบาดเจ็บจากสนามแรก

เริ่มเซตแรก โดมินิกัน และ ไทย เล่นกันอย่างสูสี ผลัดกันทำคะแนนได้อย่างสนุกในช่วงต้นถึงกลางเซต สุดท้ายเป็นไทยที่เบียดเอาชนะไป คะแนน 25-22 จบเซตแรก ไทยนำ 1-0 เซต

เซตที่ 2 ไทยพยายามทำแต้มโดยเน้นเล่นบอลเร็ว แต่โดมินิกันก็เล่นได้ดีเร่งเครื่องขึ้นมาสูสีกับไทยและเอาชนะไทยได้ 20-25 คะแนน จบเซต ไทย เสมอ โดมินิกัน 1-1 เซต คะแนน 25-22, 20-25 

เซตที่ 3 หลังเสียเซตที่ 2 ไทยพยายามเร่งเครื่องหวังเอาชนะ โดมินิกันให้ได้ โดยเน้นการรับบอลแรกที่เหนียวแน่น ช่วงต้นเซตไทยยังนำโดมินิกันไม่ห่างนัก แต่ช่วงท้ายเซตไทยใช้เกมรุกที่ดุดันและเกมรับที่เหนียวแน่นเอาชนะไปได้ ไทยขึ้นนำ 2-1 เซต

เซตที่ 4 ไทย และ โดมินิกัน เล่นกันได้อย่างสูสี คะแนนเบียดกันมาชนิดแต้มต่อแต้มต่อมาในช่วงท้ายเกมไทยเหนียวแน่นกว่า จบเกมไทยชนะโดมินิกันไป 3-1 เซต คะแนน 25-22, 20-25, 25-17, 26-24

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันสัปดาห์ที่ 2 ที่มาเก๊า นัดต่อไปไทยจะลงแข่งขันในวันศุกร์ที่ 31 พ.ค. 67 เวลา 11.30 น. ฝรั่งเศส พบ ไทย วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 67 เวลา 18.00 น. ไทย พบ จีน และวันอาทิตย์ที่ 2 มิ.ย. 67 เวลา 15.30 น. บราซิล พบ ไทย

ไข่ไก่แพงขึ้นแผงละ 6 บาท ตกฟองละ 4 บาท เหตุจากไก่ออกไข่น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ

(28 พ.ค. 67) Business Tomorrow รายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ได้ประกาศปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละไซซ์หน้าฟาร์มอยู่ที่ฟองละ 4 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.2 บาท จาก 3.80 บาทในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาแผงไข่ไก่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. 67 เป็นต้นไป

สำหรับการปรับขึ้นของราคาไข่ไก่ในครั้งนี้ ไม่ได้ขึ้นจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยที่กำลังตกต่ำหรือเงินเฟ้อที่ปรับตัวเป็นบวกในช่วงที่ผ่านมา แต่เกิดจากการที่ไก่ออกไข่น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อุปทานลดลงอย่างรวดเร็วในขณะที่อุปสงค์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามไม่เพียงแต่ไข่ไก่เท่านั้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากไม่นานมานี้พริกขี้หนูสวนก็ได้ทำราคานิวไฮเช่นเดียวกันโดยตกกิโลกรัมละ 800 บาท สูงจากปีที่แล้วถึงเกือบ +200%

ตำรวจอายัดตัว ‘ตะวัน’ คุมตัวพาไป สน.พระราชวัง หลังพบมีหมายจับเป็นผู้สนับสนุนคดีพ่นสีกำแพง

(28 พ.ค.67) หลังจากเมื่อวานนี้ ศาลอาญาให้ประกัน ตะวัน ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ในคดี ม.116 แล้ว หลังถูกคุมขังมาตั้งแต่ชั้นฝากขังจนคดีถูกสั่งฟ้องเป็นระยะเวลานาน 104 วัน พร้อมกับอดอาหารประท้วงก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง

โดยปัจจุบันตะวันถูกควบคุมตัวอยู่ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พร้อมกับ แฟรงค์ ณัฐนนท์ เพื่อนร่วมคดีเดียวกัน โดยศาลให้ประกันตัวตะวัน ด้วยเงื่อนไขให้ใส่กำไล EM

สำหรับการปล่อยตัวตะวัน ทนายความกำลังตรวจสอบว่านอกจากนี้คดีนี้ ตะวันยังมีหมายขังในคดีอื่นอยู่อีกหรือไม่ หากมีจะยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อไป หรือหากไม่มีคดีใดเหลืออยู่แล้วตะวันก็จะได้รับการปล่อยตัววันนี้ทันที

ล่าสุด ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ว่า ด่วน! 12.24 น. มีรายงานว่า จนท.ราชทัณฑ์ได้นำตัว ‘ตะวัน’ ออกจากรพ.ธรรมศาสตร์ ไปติดกำไล EM ที่ศาลอาญา หลังได้ประกันตัวในคดี #ม116 วานนี้

นอกจากนั้น ตำรวจ สน.พระราชวัง เตรียมจะอายัดตัวตะวันต่อ หลังพบว่ามีหมายจับของศาลอาญาในอีกคดีหนึ่งอยู่ ชวนจับตาสถานการณ์

ต่อมาเวลา 15.00 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน อัปเดตว่า หลังการพูดคุย ทางตำรวจ สน.พระราชวัง จะไม่อายัดตัวตะวันจากศาลอาญาในวันนี้ แต่จะให้เดินทางเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.พระราชวัง ในวันศุกร์ที่ 31 พ.ค. 67 แทน

ทั้งนี้ คดีใหม่นี้ ทราบว่าเป็นกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุน ‘บังเอิญ’ พ่นสีกำแพงวัง ซึ่งตำรวจมีการจับกุมผู้สื่อข่าว-ช่างภาพ รวมทั้งสายน้ำไปเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา

ต่อมาเวลา 15.22 น. ตะวันถูกนำตัวออกจากศาลอาญา หลังจากการติดกำไล EM โดยเจ้าหน้าที่จะนำตัวไปปล่อยออกจากทัณฑสถานหญิงกลาง

ต่อมาเวลา 16.40 น. ทางตำรวจ สน.พระราชวัง เปลี่ยนแนวทาง เตรียมจะเข้าอายัดตัวตะวัน หลังได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงกลาง โดยมีการนำรถตำรวจเข้าเตรียมควบคุมตัว และนำตัวไปยัง สน.พระราชวัง

ต่อมาเวลา 16.56 น. ตำรวจ สน.พระราชวัง เข้าอายัดตัวตะวันแล้ว ขณะนี้กำลังพาตัวไปยัง สน. โดยมีทนายความกำลังติดตามไป

‘นพ.ตุลย์’ โต้ ‘อานันท์ ปันยารชุน’ ปมเยาวชนทำผิด ม.112

(28 พ.ค. 67) นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ได้ออกมาตอบโต้กรณี นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาเปิดการเสวนา เรื่อง ‘ฉากทัศน์อนาคตสังคมไทย’ เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 67 โดยบางช่วงบางตอนได้พูดฝากถึงผู้ใหญ่ในสังคมว่า “สนุกมากหรือที่เห็นเด็กเข้าคุก สนุกมากหรือที่เห็นเด็กทรมาน และไม่ได้ประกันตัว ทำได้อย่างไร ไม่ละอายใจตัวเองบ้างหรือ จับเด็กเข้าคุกเป็นว่าเล่น” โดยระบุว่า…

"ถึงคุณอานันท์ ปันยารชุนที่ (ไม่) เคารพ (แล้ว) พวกเราไม่ได้ยินดีหรอก ที่เด็กๆ ต้องเข้าคุก และตายไป ท่านไม่ควรคิดตำหนิกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทำหน้าที่ตามหน้าที่ดีแล้ว คนที่ทำผิดมาตรา 112 ศาลก็ให้ประกันตัวตามสิทธิ์ แต่มีเด็กบางคนที่ถูกปั่น (โดยใคร?) จนสุดโต่ง และจงใจทำผิดซ้ำอันเป็นการผิดเงื่อนไขประกัน จนศาลต้องถอนประกัน ท่านอานันท์ผ่านโลกมาจนแก่ป่านนี้ น่าจะสังเคราะห์ออก ถ้าสมองไม่เลอะเลือนจนเกินไป หวังว่าพูดครั้งหน้า จะเปลี่ยนเป้าไปต่อว่า 
พวกที่ชักจูงเด็กให้ทำผิด จะเหมาะสมกว่านะครับ

ขอแสดงความห่วงใย
ปล.เคยชื่นชมท่านมาก”

‘มาริษ’ จ่อไป ‘กัมพูชา’ ถกรื้อสันเขื่อนกินรวบ ‘เกาะกูด’  ชี้!! คงต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน ไม่ใช่จะไปขอเขาอย่างเดียว 

(28 พ.ค.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายมาริษ​ เสงี่ยม​พงษ์​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวงการ​ต่างประเทศ​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่​ นายไพบูลย์​ นิติตะวัน​ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะนักกฎหมายอิสระ ทำหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย MOU 2544 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังพบไม่ได้มีการพิจารณาผ่านสภาฯ​ ว่า​ ยืนยันว่า MOU ไม่ได้มีบทบังคับอะไร หรือเป็นสนธิสัญญา และปัจจุบันเรายังไม่ได้ตกลงอะไรกันเลย ซึ่งประเด็นดังกล่าวก็เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่า MOU 2544 ไม่ได้ส่งผลต่อเขตแดนพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา  

เมื่อถามว่าภายหลังที่นายฮุน​ มาเนต​ มาเยือนไทยได้มีการตั้งคณะกรรมการ​ร่วมเพื่อผลักดันเรื่องนี้หรือไม่​ นายมาริษ​ กล่าวว่า​ ยังไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการ​ เพราะท้ายที่สุดแล้วเราต้องพิจารณาให้ชัดเจน​ เรื่องผลประโยชน์​อยู่ตรงไหน​ และที่สำคัญตนกำลังหารือกันเป็นการภายในกระทรวงการต่างประเทศ​ เพื่อเคลียร์ทุกสิ่งทุกอย่าง​ โดยอยากให้กระทรวงการต่างประเ​ทศได้ชี้แจงและให้ความรู้กับ​ประชาชน​ ซึ่งตนขอเวลาให้ได้พูดคุยรายละเอียด​ให้เรียบร้อยก่อน​ ซึ่งตนตั้งใจที่จะให้ข้อมูลกับสารธารณะชนให้ได้มากที่สุด​ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความสับสน​

เมื่อถามว่าทางกระทรวงกลาโหมเคยทำหนังสือมายังรัฐบาล​ ให้แบ่งผลประโยชน์​ทับซ้อนควบคู่กับการปักปันเขตแดน​ นายมาริษ​ กล่าวว่า​ ขอคุยรายละเอียด​ในกระทรวงการต่างประเทศก่อน​ เพราะตนก็ต้องดูทุกสิ่งทุกอย่าง​เป็นไปตาม​กฎหมายหรือไม่​ และต้องการให้ทุกคนเห็นชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไร​

ส่วนกรณี​จะต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญ​รับคำร้องของนายไพบูลย์​ หรือไม่นั้น​ นายมาริษกล่าวว่า​ ก็เป็นเรื่องของทางศาล​ แต่ในส่วนของการมานั่งพูดคุยกันของผู้ปฏิบัติงาน​ เพื่อให้เกิดความชัดเจน​ ก็สามารถดำเนินการไปได้​

เมื่อถามถึงกรณีที่ทางกัมพูชาสร้างสันเขื่อนลงทะเลอ่าวไทย ทางกระทรวงการต่างประเทศ​ต้องทำหนังสือ​ประท้วงไปอีกครั้งหรือไม่​ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคย ดำเนินการไปแล้วเมื่อปี 2564 นายมาริษ​ กล่าวว่า​ เรื่องนี้สามารถพูดคุยกันได้ และตนมีแผนที่จะไปเยือนกัมพูชาเร็ว ๆ นี้ ซึ่งขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศดีมาก เราต้องดูเวลาว่าควรเป็นช่วงใด ซึ่งในกรอบของอาเซียน ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศ อยากเน้นให้ได้สบายใจว่า ประเทศไทยจะมีบทบาทนั้น ในเรื่องของการช่วยกันแก้ไขปัญหา ซึ่งถือเป็นคาแรคเตอร์สำคัญของประเทศไทย ที่เป็นผู้ประสานประโยชน์ ให้กับทุกกลุ่มทุกประเทศได้ถือเป็นจุดแข็ง ซึ่งตรงนี้จะเอามาเน้น เพื่อมีบทบาทนำ ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่เฉพาะในเวทีทวิภาคีเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงเวทีพหุภาคีด้วย ยืนยันว่าตรงนี้อยู่ที่ช่วงเวลาที่เหมาะสมทั้งหมด

เมื่อถามว่าเราจะใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับกัมพูชาขอร้องให้รื้อสันเขื่อนดังกล่าวหรือไม่ นายมาริษ​ กล่าวว่า ขอดูระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะเรื่องความสัมพันธ์ไม่มีปัญหา เป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่ว่าจะไปขอเขาอย่างเดียว ก็ต้องดูว่าเรามีอะไร ที่จะไปแลกเปลี่ยนเขาได้​ 

เมื่อถามว่า คนไทยไม่สบายใจ เพราะกัมพูชา สร้างสรรค์เขื่อนดังกล่าว โดยยึดหลักเขตที่ 73 ซึ่งกินพื้นที่เกาะกูด​ จังหวัดตราด นายมาริษ​ กล่าวว่า​ ตนเข้าใจ

'พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ' เปิดการแข่งขัน พร้อมร่วมชมร่วมเชียร์กีฬาตำรวจ Cops Combat ที่จัดขึ้นปีนี้เป็นปีแรก ได้รับความสนใจจากตำรวจและประชาชนจำนวนมาก

วันนี้ (28 พฤษภาคม 2567) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) เดินทางไปเป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬา Cops Combat พร้อมร่วมชมการแข่งขันและร่วมมอบรางวัล ณ สนามมวยราชดำเนิน โดยมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) , พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต.จิรเดช พระสว่าง ผบก.อก.บช.ก. และ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ. ร่วมต้อนรับ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ กล่าวว่า การทดสอบและเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายของข้าราชการตำรวจ เป็นโครงการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการเป็นประจำทุกปี และในปีนี้เป็นปีแรกที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติบรรจุกีฬา Cops Combat เข้าเป็นกีฬาชนิดใหม่ของการแข่งขันกีฬาตำรวจ ปี 2567 โดยการเสนอของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งถือว่าเป็นมากกว่ากีฬา เพราะได้นำเอาทั้งกีฬามวย ยิวยิตสู และเทคนิคการต่อสู้ป้องกันตัวของตำรวจ มาประยุกต์ร่วมกันด้วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้มีการทบทวนการต่อสู้ป้องกันตัว การต่อสู้ระยะประชิด รวมทั้งเป็นการทดสอบสมรรถภาพร่างกายข้าราชการตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษ ภาคสนาม สายตรวจ ซึ่งต้องมีความแข็งแกร่ง มีทักษะ เป็นศิลปะป้องกันตัวที่ใช้สำหรับป้องกันตัวในการเผชิญเหตุเฉพาะหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปปรับใช้ในการทำงานเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน

กีฬา Cops Combat มีการแข่งขันขึ้นเป็นครั้งแรกในวันนี้ ภายใต้สโลแกน “วางยศ ลดอัตตา เกมกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” มีข้าราชการตำรวจจากสังกัดกองบัญชาการต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขัน เช่น กองบัญชาการตำรวจนครบาล ,ตำรวจภูธรภาค 1 - 9 , กองบัญชาการตำรวจสันติบาล , กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นต้น แบ่งการแข่งขันเป็นรุ่นน้ำหนัก ไม่จำกัดอายุ และชั้นยศ โดยมีทั้งประเภทชาย และหญิง รวม 14 รุ่น ซึ่งคู่แข่งขันที่ชนะจะได้รับเหรียญรางวัลแบ่งตามรุ่น พร้อมเปิดให้ข้าราชการตำรวจและพี่น้องประชาชนได้เข้าร่วมชมร่วมเชียร์ ณ สนามมวยราชดำเนิน ฟรี พร้อมมีการถ่ายทอดสดทางเพจ Cops Combat ซึ่งพบว่ามีประชาชนให้ความสนใจร่วมชมเป็นจำนวนมาก

ในวันนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ ได้ร่วมชมร่วมเชียร์นักกีฬาที่เข้าแข่งขัน และมอบเหรียญรางวัลให้กับผู้ชนะใน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 62 กิโลกรัมชาย ผู้ชนะได้แก่ จ.ส.ต.ณัฐกร รัตนโชติ ตัวแทนจาก บช.ปส. และ สตม. และรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 48 กิโลกรัมหญิง ผู้ชนะได้แก่ ร.ต.อ.หญิง ธิดารัตน์ คงสมของ ตัวแทนจาก บช.ก. และ บช.ทท. จากนั้นได้มอบโล่ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนการแข่งขันกีฬา Cops Combat ในครั้งนี้ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top