Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

เวียนว่าย!! เมื่อ 'บัตรชมพู' ทำให้ 1 ชีวิตมีหลายตัวตน 'ประวัติเสีย-หนีคดี' รอดหมด!! หากคดีไม่จรดมาถึงเมืองไทย

ในบทความครั้งที่แล้ว เอย่า ได้กล่าวถึงการฟอกขาวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ในความเป็นจริงการฟอกขาวแบบนี้เกิดขึ้นมานานแล้วในประเทศไทย

ในอดีตการฟอกขาวทำได้ยาก เนื่องจากคนที่อยากฟอกขาวจริง ๆ คือ เข้ามาสวมบัตรคนตายเป็นส่วนใหญ่ และรัฐบาลไทยเองก็มีการประกาศขึ้นทะเบียนคนต่างด้าวเป็นช่วง ๆ แต่ปัจจุบันการฟอกขาวทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งทั้งหมดต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคพลเอกประยุทธ์ที่ให้ขึ้นทะเบียนแรงงานคนต่างด้าว 

แม้การขึ้นทะเบียนจะเป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศไทย โดยการให้คนต่างด้าวที่แอบพักอาศัยในไทยมาขึ้นทะเบียนซะ เพื่อจะได้จัดเก็บอย่างเป็นระบบ แต่ทว่าในระบบดังกล่าวกลับยังมีช่องโหว่ที่ให้คนลักลอบหาผลประโยชน์ด้วยความที่ฝั่งไทยไม่ได้มีการตรวจเช็กว่าบุคคลนี้เคยทำบัตรชมพูมาหรือไม่

หลายคนพอบัตรหมดอายุ ก็เลือกจะไม่ไปต่ออายุด้วยเหตุผลหลายประการ แต่ประการหนึ่งที่เอย่าทราบคือ พวกเขาไม่ได้เดือดร้อนที่บัตรชมพูจะมีอายุหรือหมดอายุ เพราะว่าสุดท้ายทางไทยก็เปิดทำบัตรใหม่ ซึ่งเขาก็ใช้ชื่อใหม่หรือคำสะกดที่ใกล้เคียงคำเดิมไปออกบัตรใบใหม่ โดยที่เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยไม่มีการเช็กประวัติอะไรเลย

นั่นคงไม่ได้มีปัญหาอะไรถ้าปัจจุบันมีชาวต่างชาติที่หลบหนีเข้ามาอาศัยในไทยเป็นจำนวนมาก หลายคนพักพิงในย่านชุมชนเมียนมาในประเทศไทยรอวันที่จะมาทำบัตร เมื่อทำบัตรแล้ว คนเหล่านี้ก็จะมีตัวตนสามารถหางานทำได้อย่างถูกต้อง แม้ว่าเขาจะเคยมีประวัติเสียหรือมีคดีมาจากประเทศต้นทางก็ตาม หากคดีไม่ได้มาถึงไทยก็เท่ากับว่าคนเหล่านี้เป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าพวกเขาจะก่อเรื่องในไทย

ถามว่านี่มันแฟร์กับคนไทยอย่างงั้นหรือ...?

เอย่าเข้าใจภาคแรงงานที่ต้องการแรงงานต้นทุนต่ำมาทำงานเพื่อลดต้นทุน อย่างไรก็ตามมาตรการในการควบคุมผู้เข้ามาอยู่ในไทย ก็ควรมีมาตรฐานด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ 1 ชีวิตมีหลายตัวตน จนฟอกขาวกลายเป็นคนไทยได้ในที่สุด

'อัยการสูงสุด' ยัน!! มีคำสั่งฟ้อง 'ทักษิณ' ม.112-พรบ.คอมพ์  อนุญาตเลื่อนนัดส่งฟ้องไป 18 มิ.ย.นี้ หลังเจ้าตัวติดเชื้อโควิด

จากกรณีที่อัยการสูงสุด นัดฟังคำสั่งฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตาม ป.อาญามาตรา 112 จากเหตุให้สัมภาษณ์กับสื่อของเกาหลีใต้ ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ หลังเลื่อนมาจากเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ กระทั่ง นายทักษิณส่งให้ทนายผู้รับมอบอำนาจยื่นหนังสือเพื่อขอเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้อง เนื่องจากติดโควิด-19

ล่าสุด (29 พ.ค.67) ที่ชั้น 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 และ นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมแถลงคดี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

โดยระบุว่า สำนักงานอัยการสูงสุดแถลงกรณีอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

คดีนี้ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับสำนวนคดีการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร จากพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ต .อ.โอฬาร สุขเกษม ผู้กล่าวหา พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์พระราชินี รัชทายาท และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2558 ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้ และประเทศไทย เกี่ยวพันกันเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทย ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี)

โดยในชั้นแรก พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร หลบหนี ยังไม่ได้ตัวมาทำการสอบสวน ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ในขณะนั้น พิจารณาแล้วได้มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 เห็นควรสั่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร ตามข้อกล่าวหา

ต่อมาพันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร และถูกควบคุมตัวไว้ในคดีอื่น และในวันที่ 17 มกราคม 2567 อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน และคณะ ร่วมกับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมกับพฤติการณ์และข้อเท็จจริงทางคดี นี้ให้กับพันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ทราบแล้ว

ปรากฏว่า ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พร้อมกับยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด และต่อมา นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสด ได้มีคำสั่งสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม และ พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว พร้อมได้ส่งบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเพิ่มเติมให้กับอัยการสูงสุดพิจารณา

บัดนี้ อัยการสูงสุดได้ตรวจพิจารณาสำนวนและมีคำสั่งฟ้อง พันตำรวจโท หรือนายทักษิณ ชินวัตร ฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยว กับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 112 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม2519 ข้อ 1 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14(3) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8

วันนี้ (29 พ.ค. 67) พนักงานอัยการไม่สามารถยื่นฟ้อง พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ต่อศาลได้ เนื่องจาก พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด โดยได้มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นขอเลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ออกไปเป็นวันที่ 25 มิถุนยายน 2567 เวลา 09.00 น. พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าป่วย เนื่องจากติดโควิด โดยแพทย์ให้หยุดพักงานและสังเกตอาการเป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน 2567

ซึ่งนายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุขอเลื่อนคดีมีการอ้างการป่วยเพราะติดโควิด โดยหมอให้พักเพื่อสังเกตอาการ ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2567 จึงอนุญาตให้เลื่อนไปวันที่ 18 มิถุนายน 2567 เพื่อนัดให้พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลในวันดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงาน นายทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาร่วมรับฟังคำสั่งฟ้องแต่อย่างใด

ส่วนประเด็นเรื่องการติดโควิดของนายทักษิณ นายประยุทธ เผยว่า ยืนยันว่ามีใบรับรองแพทย์ เป็นแพทย์รับรอง ออกวันที่ 28 พฤษภาคม ซึ่งในรายละเอียดอาจจะต้องไปดูอีกที ซึ่งไม่ได้ดูว่าจากรพ.ไหน แต่ยืนยันว่าตรวจสอบตามหลักการและเหตุ ส่วนการที่เลื่อนไปเรื่องเจ็บป่วยหรือมีเหตุขัดข้อง ถือว่าเป็นระบบงานทางธุรการ แต่หลักใหญ่ใจความคือท่านอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องเรียบร้อยแล้ว ซึ่งประเด็นการขอเลื่อนทำนองนี้ที่ดูเหตุขัดข้องมีหลายลักษณะ เช่น ถ้ามีผู้ต้องหาบางรายก็อาจจะมองว่ามีหลักทรัพย์ไม่พร้อมก็จะให้เลื่อนไป

“แน่นอนว่าการให้เลื่อนไปโดยมีคำยืนยันจากคุณหมอ เราก็ต้องเชื่อท่าน แต่อย่างไรก็ตามการที่ขอเลื่อนไป 25 มิ.ย.67 แต่เราก็เอ๊ะ หมอท่านให้แค่ ดูเอาวันที่ 3 เราก็ให้ถึงวันที่ 18 มิ.ย.67 ยังไงก็ยืนยันว่าการเลื่อนทำนองนี้ ไม่เสียหายต่อความยุติธรรม และไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความเห็น คำสั่งของอสส.” นายประยุทธ กล่าว

‘วัชระ’ บอกชาวโลก ‘อัยการ’ ผู้พิจารณาคดี ม.112 ให้ 'ทักษิณ' เป็นคนเดียวกับอธิบดีที่ทำตัวเป็น ‘หมอ’ บอกทักษิณป่วยหนัก

(29 พ.ค. 67) นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหมายเลข 6650102668 ผู้ต้องหาคดี 112 ให้ทนายยื่นคำร้องขอเลื่อนการฟังคำสั่งของอัยการสูงสุดว่าเป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่ประเด็นที่น่าสังเกตคือพนักงานอัยการที่เป็นผู้บริหารคดีนี้คือ นายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการ ผู้เคยทำตัวเป็นหมอที่ยืนยันว่านายทักษิณป่วยจริงขั้นวิกฤต ขวัญใจชาวเน็ตนั่นเอง

ทั้งนี้เมื่อวันที่นายทักษิณไปรับทราบข้อกล่าวหา นายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการ แถลงกับสื่อมวลชนการันตีให้นายทักษิณว่า “จากสภาพที่เห็นนายทักษิณ ซึ่งนั่งวีลแชร์มาพบอัยการ ดูแล้วป่วยขั้นวิกฤติ เดินไม่ไหว และจากการพูดคุย นายทักษิณก็ไม่ค่อยมีเสียง” ซึ่งจากการที่อธิบดีอัยการทำตัวเป็นหมอถูกล้อเลียนจากสังคมชาวเน็ตไปทุกวงการสร้างความเสื่อมเสียให้กับสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นอย่างยิ่ง

ผมจึงส่งหนังสือร้องเรียนจริยธรรมของนายปรีชา สุดสงวน ไปที่อัยการสูงสุดและคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ว่านายปรีชา ประพฤติผิดจริยธรรมอัยการหรือไม่ แต่ยังไม่มีความคืบหน้า เมื่อทนายของนายทักษิณส่งหนังสือมาขอเลื่อนนัดโดยอ้างว่าติดโรคโควิด-19 นายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการ สำนักคดีอาญาต้องตรวจสอบใบรับรองแพทย์ว่าเป็นโรคจริงตามที่ใบรับรองแพทย์ส่งมาหรือไม่ หรือว่าป่วยการเมือง เพราะเมื่อวันก่อนนายทักษิณยังสุขภาพแข็งแรงไปยกดาบต่อหน้าย่าโมที่เมืองโคราช เมื่อสายข่าวรายงานว่าอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง กลับป่วยการเมืองอ้างว่าเป็นโควิดอย่างกะทันหัน ไม่มีใครในประเทศนี้เชื่อนายทักษิณอีกแล้ว

ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ผมเชื่อว่านายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการ จะอนุญาตให้นายทักษิณเลื่อนการฟังคำสั่งอย่างแน่นอน ในวันนี้อธิบดีอัยการจะทำตัวเป็นหมออีกครั้งหรือไม่ และ
จะมาแถลงด้วยตนเองหรือไม่ก็ต้องจับตาดู แต่นายปรีชาไม่ควรสั่งคดีอนุญาตให้เลื่อนนานเกินไปตามความต้องการของนายทักษิณ เพราะจะมีเสียงโห่ฮาจากพี่น้องที่รักความยุติธรรมทั้งประเทศ

โฉมใหม่สติกเกอร์ใหม่จุดเช็กอินสกายวอล์กแยกปทุมวัน คาด!! หลังจากนี้จะทยอยติดที่จุดอื่นๆ ต่อไปด้วย

(29 พ.ค. 67) จากกรณีสติกเกอร์บนคานรางรถไฟฟ้า จุดบริเวณทางเชื่อมเหนือ Sky Walk แยกปทุมวัน ลอกจาง จากคำว่า ‘Bangkok’ เหลือแต่เพียงคำว่า ‘Bang’ จนเกิดกระแสเรียกร้องให้ปรับปรุงด่วน เนื่องจากจุดดังกล่าวกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่แห่กันมาถ่ายรูป

จากนั้น ทาง กทม. ได้เร่งเข้าแก้ไขเมื่อวานนี้ (28 พ.ค. 2567) โดย นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร ระบุว่า จะเร่งติดสติกเกอร์ที่มีข้อความและดีไซน์ใหม่สะท้อนอัตลักษณ์ กทม. ที่ได้ออกแบบไว้แล้วทันที เพื่อให้เสร็จเรียบร้อยและสวยงาม เตรียมต้อนรับการเข้าสู่งานเทศกาล Pride Month โดย กทม. เป็นจุดหมายปลายทางที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกที่หลั่งไหลเข้ามาร่วมงานในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นจุดเช็กอินอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกว่าได้มาเยือนกรุงเทพมหานคร ส่วนรูปแบบใหม่จะเป็นอย่างไรนั้น ขอให้ติดตามและเห็นไปพร้อมกันเร็ว ๆ นี้ และหลังจากนี้จะทยอยติดที่จุดอื่น ๆ ต่อไปด้วย

ต่อมาล่าสุดวันนี้ นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร (Chief Sustainability Officer) ได้โพสต์ภาพสติกเกอร์ใหม่ ภายหลังติดตั้งเสร็จ แต่ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งได้วิจารณ์ว่าแบบเดิมดูสวยและคลาสสิก เหมาะกับเป็นจุดเช็กอินมากกว่า

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้ประสบภัยแล้ง ภาวะอากาศร้อน รวมถึงประสบพายุฤดูร้อนในถิ่นทุรกันดาร จัดทีมลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ รวม 16 จังหวัด รวมมูลค่ากว่า 6.6 ล้านบาท

ระหว่างวันที่ 14 - 29 พฤษภาคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ห่วงใยผู้ประสบภัยแล้ง ภาวะอากาศร้อน รวมถึงประสบพายุฤดูร้อนในถิ่นทุรกันดาร จึงได้มอบหมายให้ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ จัดทีมแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย และ นายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย ลงพื้นที่มอบน้ำดื่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมัน น้ำปลา และปลากระป๋อง ให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคเหนือ กลาง และอีสาน รวม 16 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี นครสวรรค์ กำแพงเพชร สุโขทัย อุตรดิตถ์ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อำนาจเจริญ ยโสธร นครพนม บึงกาฬ อุดรธานี สระแก้ว บุรีรัมย์ และ สุรินทร์ รวมจำนวนเครื่องอุปโภคบริโภค  12,000 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 6.6 ล้านบาท โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยมูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

รอง ผอ.ศรชล./ผบ.ทร. พร้อมคณะตรวจเยี่ยมรับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติงานในพื้นที่ทางทะเลจังหวัดระยอง

เมื่อ 28 พ.ค.67 พล.ร.อ.อะดุง พันธ์เอี่ยม รอง ผอ.ศรชล./ผบ.ทร. และ พล.ร.อ.วรวุธ พฤกษารุ่งเรือง เลขาธิการ ศรชล. /เสธ.ทร. พร้อมคณะตรวจเยี่ยมรับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติงานในพื้นที่ทางทะเลจังหวัดระยอง โดยมี น.อ.พัฒนศักดิ์ พิมดา รอง ผอ.ศรชล.จังหวัด รย. น.อ.อาทิตย์ สุขบำรุง หน.ศคท.จังหวัด รย. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ร่วมให้การต้อนรับ โดย รอง ผอ.ศรชล.จังหวัด รย. และ หน.ศคท.จังหวัด รย. ได้ บรรยายสรุปการปฏิบัติงานในพื้นที่ทางทะเลจังหวัดระยอง รวมถึงปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้องต่างๆ ในการปฏิบัติราชการ ณ ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงาน ศคท.จังหวัด รย. ถนนสุขุมวิท อ.เมืองระยอง จว.ระยอง 

จากนั้น รอง ผอ.ศรชล. และคณะ เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดระยอง เพื่อหารือข้อราชการกับ นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง/ผอ.ศรชล.จังหวัด รย. แต่เนื่องจาก ท่านติดราชการเร่งด่วนจำเป็นที่กระทรวงมหาดไทย กทม. จึงได้มอบให้ นายกัฬชัย เทพวชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ให้การต้อนรับแทน ณ ห้องสุนทรพิพิธ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดระยอง พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการที่ปฎิบัติงานร่วมกับ ศรชล.จังหวัด รย. เช่น ประมงจังหวัดระยอง สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง แรงงานจังหวัดระยอง ให้การต้อนรับและร่วมปรึกษาหารือข้อราชการร่วมกันพร้อมมอบของที่ระลึกของจังหวัดระยอง แก่ รอง ผอ.ศรชล.และคณะ  ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

29 พฤษภาคม ของทุกปี กำหนดเป็น ‘วันสากลแห่งเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหประชาชาติ’ เพื่อขอบคุณเจ้าหน้าที่ ‘ผู้อุทิศตน-กล้าหาญ’ ในการปฏิบัติภารกิจ

‘วันสากลแห่งเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหประชาชาติ’ (International Day of United Nations Peacekeepers) ตรงกับวันที่ 29 พฤษภาคมของทุกปี โดยเป็นวันที่แสดงความขอบคุณต่อชายและหญิง ผู้ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่และยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปในภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ด้วยความเป็นมืออาชีพ การอุทิศตน และความกล้าหาญในระดับสูง เพื่อสันติภาพและแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง บรรเทาความทุกข์ยากของผู้อื่นในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก

ทั้งนี้ วันดังกล่าวกำหนดขึ้นโดยข้อมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 57/129 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2545 และเริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2546 วันที่ 29 พฤษภาคม เป็นวันครบรอบการจัดตั้งองค์การตรวจตราการพักรบของสหประชาชาติ (UNTSO) ในปี พ.ศ. 2491 เพื่อดูแลการหยุดยิงหลังจากสงครามอาหรับ-อิสราเอลในปีนั้น

'กรุณา บัวคำศรี' ประกาศยุติออกอากาศ ‘รอบโลกเดลี่’ ช่อง PPTV ยืนยัน!! ยังคงทำงานในวงการสื่อ บนหลักการวิชาชีพสื่อมวลชน

(28 พ.ค. 67) วันที่ 28 พฤษภาคม กรุณา บัวคำศรี ผู้ดำเนินรายการ ‘รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี’ และ ‘รอบโลกเดลี่’ ทางสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Karuna Buakamsri ระบุว่า ‘รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี’ และ ‘รอบโลกเดลี่’ ทั้ง 2 รายการนี้ เริ่มต้นจากความตั้งใจของ PPTV ที่ต้องการทำรายการสารคดีข่าวและข่าวต่างประเทศแบบจริงจัง จากเดิมที่เป็นเพียงเนื้อหาไม้ประดับ

เรารับทำภารกิจนี้ด้วยความตื่นเต้นกึ่งกังวล เพราะหากทำข่าวต่างประเทศแบบจริงจัง เนื้อหาจะต้องละเอียดและหนัก เราไม่แน่ใจว่า สิ่งที่กำลังจะทำจะได้รับการตอบรับหรือไม่

ผ่านมา 7 ปี เราพอพูดได้ว่า ทั้ง ‘รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี’ และ ‘รอบโลกเดลี่’ สามารถลงหลักปักฐานและมีที่มีทางของตนเองในวงการข่าวได้ แม้พื้นที่จะไม่กว้างขวางใหญ่โตหากเปรียบเทียบกับรายการข่าวกระแสหลัก และทั้งหมดเกิดขึ้นได้จากความทุ่มเทของทีมงานและการสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอของ PPTV

การรักษาหลักการของวิชาชีพสื่อ การมีเสรีภาพในการคิด สร้างสรรค์ และการรักษาความเป็นตัวของตัวเอง เหล่านี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเรา

ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เราจึงพยายามอย่างมากที่จะไม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่เราต้องประนีประนอมหรือสูญเสียสิ่งเหล่านี้ไป

แน่นอนว่าการทำสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดขึ้นทีวีดิจิตอล

เราไม่เชื่อเรื่องโชคชะตา แต่เราคิดว่าเราโชคดีที่ได้พบกับ PPTV และเป็นความโชคดีอย่างถึงที่สุดที่ได้รู้จักกับคุณหมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ

ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ในการพบและคุยกันหลายต่อหลายครั้ง คุณหมอมักจะบอกขอบคุณเราที่มาทำงานที่ PPTV ท่านมักจะบอกถึงความฝันและความหวังที่จะเห็นข่าวต่างประเทศได้มีที่ยืนในวงการโทรทัศน์ไทย

สำคัญที่สุดคือ คุณหมอไม่เคยขอให้เราต้องประนีประนอมหรือเปลี่ยนแปลงตัวตน (ที่ค่อนข้างดื้อรั้น) ของเรา

เราเคยถามแตะ ๆ เรื่องผลขาดทุนของช่อง ท่านมักจะบอกยิ้ม ๆ ว่า คุณมีหน้าที่ทำงานก็ทำงานไป

ความสำเร็จของ ‘รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี’ และ ‘รอบโลกเดลี่’ จึงมีคุณหมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญที่สุด

ยามที่ดำดิ่งจากวิกฤตที่สุดในชีวิตส่วนตัว คุณหมอก็ช่วยประคับประคอง เป็นลมใต้ปีกพยุงไม่ให้เราตกลงมา จนมาถึงวันที่เราแข็งแรงและเดินทางต่อได้เอง

เราจึงขอใช้พื้นที่นี้บอกกล่าวกับทุกคนที่ติดตามรายการว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ‘รอบโลกเดลี่’ จะยุติการออกอากาศทาง PPTV อย่างเป็นทางการ

แน่นอนว่าไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย แต่เป็นการตัดสินใจที่จำเป็นอย่างยิ่ง

สุดท้ายสั้น ๆ สำหรับอนาคตต่อจากนี้ของเรา

เรายังคงทำงานในวงการสื่อต่อไป

และที่สำคัญคือ พื้นที่ที่เราตัดสินใจเลือกอยู่ จะคือพื้นที่ที่ทำให้เราสามารถทำงานที่ตั้งอยู่บนหลักการของวิชาชีพสื่อ มีเสรีภาพในการคิด ไม่เสียความเป็นตัวของตัวเอง และเป็นงานที่สามารถตอบแทนสังคมได้

เหมือนกับที่เราได้พยายามทำในช่วงตลอด 20 ปี

‘ช่อง 3’ ทุ่มเงินซื้อ ‘เครื่องดีเลย์เซ็นเซอร์’ หลัง 'โหนกระแส' โดนแบน หวังช่วยคัดกรองเนื้อหา-คำพูดไม่เหมาะสม ไม่ให้หลุดออกอากาศ

(28 พ.ค.67) กสทช. สั่งระงับออกอากาศ 'โหนกระแส' 1 วัน 7 มิ.ย.นี้ ผุดรายการใหม่ 'โหนกระแส' ชี้ช่อง 3 ทุ่มเงินซื้อเครื่องดีเลย์เซ็นเซอร์ ป้องกันคำที่ไม่เหมาะสมหลุดออกอากาศ

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน เม.ย.2567 ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือแจ้ง บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ช่อง 3 เอชดี แจ้งให้ระงับการออกอากาศรายการโหนกระแส เป็นระยะเวลา 1 วัน เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแล ตรวจสอบ กลั่นกรองเนื้อหารายการ ให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาชีพและจริยธรรม

ทางบริษัทยังสามารถใช้สิทธิโต้แย้ง โดยยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว โดยรายการโหนกระแสมีกำหนด หยุดออกอากาศเป็นเวลา 1 วัน ตามคำสั่ง กสทช. ในวันที่ 7 มิ.ย.2567 นี้

หนุ่ม กรรชัย พิธีกรของรายการโหนกระแส เปิดใจผ่านรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ว่า กสทช.มีมติให้หยุดออกอากาศ 1 วัน แล้วให้ทางรายการเป็นคนเลือกวันเอง เลยเลือกวันที่ 7 มิ.ย. สืบเนื่องมาจากปี 2566 รายการโหนกระแสได้ออกอากาศตอนคุณศรีสุวรรณและคนต่อยคุณศรีสุวรรณ จนปะทะฝีปากในรายการ มีคำไม่เหมาะสมหลุดออกไป วันนั้นมีรายการมาแทน ชื่อว่ารายการ โหนกระป๋อง จะมี หนุ่ม กรรชัย กับ ป๋อง กพล เป็นพิธีกรดำเนินรายการ รอดูว่าใครเป็นแขกรับเชิญ

ส่วนวิธีการแก้ไขรายการสดแบบนี้ ช่อง 3 ได้เตรียมการเพื่อป้องกันเกิดเหตุซ้ำซ้อน ทุ่มเงินหลายล้านสั่งซื้อเครื่องดีเลย์เซ็นเซอร์ เพื่อใช้กับรายการโหนกระแสโดยเฉพาะ ป้องกันคำที่ไม่เหมาะสมหลุดออกอากาศ เป็นรายการเดียวในประเทศไทย

‘AOT’ เร่งเดินหน้าศึกษา ‘พัฒนาสนามบินดอนเมือง ระยะที่ 3’ ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการบิน-รองรับ นทท. สูงสุด 50 ล้านคน/ปี

(28 พ.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) จัดประชุมการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 งานสำรวจและออกแบบโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ระยะที่ 3 เพื่อระดมความเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปประกอบการออกแบบโครงการให้มีความเหมาะสม

โดยมีนายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT เป็นประธานการประชุม และผู้แทนหน่วยงานจากภาครัฐ บริษัทสายการบิน ผู้ประกอบการให้บริการภาคพื้น ผู้ประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ และผู้ให้บริการด้านขนส่ง ทั้งภายในและภายนอก ทดม.จำนวนกว่า 200 คนร่วมการประชุม ณ ห้องอัศวิน แกรนด์ เอ โรงแรมอัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น

นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า โครงการพัฒนา ทดม. ระยะที่ 3 เป็นหนึ่งโครงการสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจในประเทศและระหว่างประเทศ ตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการบินของโลก (Aviation Hub) เชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศ และเชื่อมต่อการเดินทางแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 

รวมถึงนโยบาย ‘คมนาคมเพื่อความอุดมสุขของประชาชน’ ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งอย่างไร้รอยต่อ ทั้งทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และความปลอดภัย เพื่อรองรับการเติบโตด้านการคมนาคมทางอากาศ และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต

สำหรับโครงการพัฒนา ทดม. ระยะที่ 3 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติวงเงินลงทุนรวม 36,829 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 40 ล้านคนต่อปี และสามารถบริหารจัดการได้ถึง 50 ล้านคนต่อปี โดยจะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ (International Terminal) บริเวณด้านทิศใต้ของสนามบิน มีพื้นที่ใช้สอยประมาณกว่า 166,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศได้สูงสุด 23 ล้านคนต่อปี คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2572

จากนั้นจะปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารภายในประเทศ ร่วมกับอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 สามารถรองรับผู้โดยสารภายในประเทศได้สูงสุด 27 ล้านคนต่อปี รวมพื้นที่ใช้สอยมากถึง 240,000 ตารางเมตร คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2574 ซึ่งจะทำให้ ทดม. มีพื้นที่รองรับผู้โดยสารรวมกว่า 400,000 ตารางเมตร และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการบินเพื่อรองรับการเดินทางภายในประเทศได้อย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดโครงการ โดยคาดว่าจะออกแบบแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2567 และจะเริ่มดำเนินงานก่อสร้างระหว่างปี 2568-2574


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top