Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

‘ตั๊กแตนปาทังก้าโมจีน’ เลี้ยงง่าย ขายได้ราคาดี 360 บ./กก. อุดมไปด้วยโปรตีน เป็นที่ต้องการของตลาดแมลงทอด

(4 มิ.ย. 67) ที่ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านไสใหญ่ หมู่ที่ 7 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง นายอาคม ครชาตรี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 ได้พาผู้สื่อข่าวเยี่ยมชมภายในศูนย์ฯ โดยเฉพาะที่ฐานการบิน ได้มีการเลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้าโมจีน ซึ่งถือเป็นแมลงเศรษฐกิจตัวใหม่ โดยมีแนวคิดจากตัวเองไม่มีเวลาจึงได้ทดลองเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ และต่อยอดให้เกษตรกรลูกบ้านได้นำไปเลี้ยงสร้างรายได้ต่อไป

นายอาคม ครชาตรี บอกว่า สำหรับพื้นที่ตรงนี้เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ในพื้นที่ 5 ไร่ ซึ่งมีการปลูกไม้ป่า ไม้ใช้สอย เลี้ยงปลา เลี้ยงผึ้งโพรง และล่าสุดคือ เลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้าโมจีน ซึ่งก็ได้นำมาทดลองเลี้ยงโดยศึกษาจากยูทูบ (Youtube) ประมาณเกือบปี โดยขณะนั้นไข่ตั๊กแตนขายอยู่ที่ขีดละ 1,000 บาท หรือกิโลกรัมละ 10,000 บาท และตนเองได้ทดลองซื้อมา จำนวน 3 ขีด ผลปรากฏว่าการเลี้ยงตั๊กแตนสร้างรายได้ดีจริง

ทั้งนี้ หลังจากที่ตั๊กแตนแตกตัวออกจากไข่ จากนั้นประมาณ 33 วัน ตั๊กแตนก็จะจับคู่กัน หลังจากนั้นก็ไข่ ซึ่งอายุตั๊กแตนที่สามารถขายได้ก็ประมาณ 2 เดือน หรือหลังจากที่พวกมันออกไข่ครั้งแรกก็สามารถจับขายได้เลย ซึ่งในพื้นที่แถวภาคใต้มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 360 บาท แต่ขณะนี้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด มีลูกค้าสั่งเข้ามาตลอด และในอนาคตกำลังเตรียมต่อยอดทำแปรรูปตั๊กแตนด้วย

สำหรับอาชีพเลี้ยงตั๊กแตนนั้น เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลามาก เพราะไม่ต้องซื้ออาหาร ไม่ต้องให้น้ำ ให้แต่ใบกล้วย ใบอ้อย ใบพืชต่าง ๆ ให้ตั๊กแตนกินเป็นอาหาร ส่วนพื้นที่เลี้ยงตั๊กแตนจะสร้างโรงเรือนที่มีมุ้งชนิดสีขาว ตรา 32 เพราะมีความทนเพื่อป้องกันตั๊กแตนกัดตัวมุ้ง ขณะที่พื้นโรงเรือนจะใส่ทรายเพื่อให้ตั๊กแตนได้วางไข่ ในส่วนของมูลตั๊กแตน ตนเองก็ยังนำไปใส่เป็นปุ๋ยให้กับพืชผักที่ปลูกไว้ ได้ประโยชน์ครบวงจรเลยทีเดียว

โดยตั๊กแตนปาทังก้าโมจีน สามารถนำไปบริโภคได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากเลี้ยงแบบธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีใด ๆ เลย ซึ่งเหมาะต่อการนำไปทำตั๊กแตนทอด เพราะมีคุณค่าทางอาหารคือโปรตีนสูง ทั้งนี้ หากผู้ใดสนใจอยากเรียนรู้เรื่องการเลี้ยง หรือจะซื้อตั๊กแตน สามารถติดต่อได้ทางเฟซบุ๊ก ผู้ใหญ่อาคม ครชาตรี หรือ โทร.094-709-7893

‘ไชน่า อีสเทิร์นฯ’ ลุยสร้าง ‘โรงเก็บเครื่องบิน’ ใหญ่สุดในเอเชีย รองรับการซ่อมบำรุงได้ถึง 9 ลำ คาด!! แล้วเสร็จ-ส่งมอบปี 2026

(4 มิ.ย.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สายการบินไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ ของจีน เริ่มต้นการก่อสร้างฐานการบริการซ่อมบำรุงทางการบินระหว่างประเทศของสายการบินฯ ในเขตสินค้าทัณฑ์บนครบวงจรพิเศษหยางซาน เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน

ทั้งนี้ ฐานดังกล่าวใช้เงินลงทุน 1.5 พันล้านหยวน (ราว 7.5 พันล้านบาท) และพื้นที่รวมกว่า 110,000 ตารางเมตร จะประกอบด้วยโรงเก็บเครื่องบิน 3 หลัง รวมถึงห้องปฏิบัติงานและสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนการซ่อมแซมและปรับแต่งอุปกรณ์เสริม

ด้าน ฟางจ้าวย่า ประธานบริษัทเทคโนโลยีของไชน่า อีสเทิร์น กล่าวว่า โรงเก็บเครื่องบินหมายเลข 1 จะเป็นโรงเก็บเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยมีความยาว 316 เมตร ความลึก 146 เมตร และสามารถรับรองการซ่อมบำรุงเครื่องบินลำตัวกว้างพร้อมกัน 9 ลำ

อย่างไรก็ตาม โครงการฐานการบริการซ่อมบำรุงทางการบินระหว่างประเทศนี้ มีกำหนดเสร็จสิ้นและส่งมอบภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 และจะให้บริการซ่อมบำรุงเครื่องบิน 1.8 ล้านชั่วโมงต่อปี

จับตา!! ระเบิดเวลา 3 ลูกใหญ่เบ้อเริ่ม วัดชะตา ‘เศรษฐา’ วัดใจ ‘นายใหญ่’

ต้องยอมรับว่าระยะนี้ แม้จะมีระเบิดเวลาทางการเมืองลูกใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มหลายลูก แต่นายกรัฐมนตรี  ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ก็ยังได้รับแรงใจอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะการทำงานที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย…

หนำซ้ำกรณีไปหา ‘ดร.วิษณุ เครืองาม’ ทาบทามมาเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ ได้สำเร็จ แม้กาลครั้งหนึ่งก่อนเลือกตั้งจะโพสต์ X จวก ‘ดร.วิษณุ’ ว่า “ไร้ยางอาย” ก็ตาม สื่อโซเชียลขุดมาแชร์ได้วันสองวันก็ผ่านไป

ว่ากันว่า...จังหวะเวลา ดวงชะตาของเศรษฐา ทวีสิน ค่อนข้างโชคดีเป็นพิเศษ เพราะ 

1) อยู่ในสถานการณ์การเมืองผสมขั้ว ภายใต้ ‘ดีลพิเศษ’
2) ลูกสาวนายห้างยังไม่พร้อมที่จะย่างก้าวมารับบทบาทที่เศรษฐาแสดงอยู่ 

อย่างไรก็ตาม...แม้เศรษฐาจะอยู่ในสถานะที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของนายใหญ่ หรือแม้กระทั่งฝั่งอนุรักษ์ที่ร่วมดีลพิเศษ แต่สถานการณ์ในขณะนี้ก็ใช่ว่า เศรษฐาจะปลอดภัยปลอดโปร่งโล่งแจ้ง ตรงข้ามยังมีระเบิดเวลาทางการเมือง ที่มองเห็น ๆ กันอยู่ในขณะนี้ 3 ลูกใหญ่

1) คดีคุณสมบัติที่อยู่ในมือศาลรัฐธรรมนูญ คาดว่าต้นเดือน ส.ค. น่าจะรู้ผลว่าหมู่หรือจ่า แม้ราคาต่อรองขณะนี้จะอยู่ในระดับ 51 ต่อ 49 เชื่อว่ารอดแบบเฉียดฉิว แต่ก็อย่าเพิ่งวางใจ แม้จะมี ดร.วิษณุ  เครืองาม มาเป็นที่ปรึกษาใหญ่ก็ตาม...เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว บางที ‘ดุลพินิจ’ ก็ไม่อาจฝืน..!!

2) กรณีทักษิณ-การนิรโทษกรรม สองเรื่องนี้ดูเหมือนจะเดินทางมาบรรจบพบกันที่ ‘นิรโทษกรรมเหมาเข่ง’ กล่าวคือทักษิณ ชินวัตร ถูกอัยการสั่งฟ้องคดีความผิดมาตรา 112 วันที่ 18 มิ.ย. อัยการจะนำตัวส่งฟ้องศาล ซึ่งก็คงได้ประกันตัว…แต่ชีวิตจะเหมือนถูกพันธนาการล่ามโซ่...การนิรโทษกรรมคือการปลดโซ่ ซึ่ง สส.เพื่อไทยหลายคนเริ่มเคลื่อนแล้ว ให้ กมธ.วิสามัญฯ ที่ศึกษาเรื่องนี้รวมเข่งคดี 112 ไปรวมกับคดีชุมนุมการเมืองอื่น ๆ ด้วย...แต่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค รวมทั้งฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย…

ประชุมกมธ.วิสามัญ วันที่ 6 มิ.ย.นี้ ก็จะเห็นแนวที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งถ้าพรรคเพื่อไทยดั้นเมฆจะเอาเหมาเข่งให้ได้ ก็สามารถทำได้โดยจับมือพรรคก้าวไกล เสียงเกินครึ่ง แต่บ้านเมืองอาจลุกเป็นไฟอีกครั้ง…เหมือนตอน ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย’ ปี 2556-57 ที่จบลงด้วย ‘ลุงตู่’ เข้ามาขอเวลาไม่นานแต่อยู่ยาว 9 ปีหลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557

3) โครงการเติมเงิน ดิจิทัล วอลเล็ต 1 หมื่นบาท...โครงการนี้นับถอยหลังการแจกเงิน ดูกันตั้งแต่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 2568 ที่จะตั้งงบ 1.72 แสนล้านบาท และใช้นวัตกรรมหมุนงบ 2567 มาใช้อีกไม่น้อยกว่า 1.75 แสนล้านบาท...และก้อนสุดท้ายเอามาจาก ธกส.

วันนี้ทุกอย่างยังไม่เห็นรายละเอียดเพิ่มเติม...แต่พรรคร่วมรัฐบาลอย่าง ‘ภูมิใจไทย’ และ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ พร้อมจะปฏิเสธ..ไม่เล่นด้วยทันทีหากผิดกฎหมาย...นับเป็นอะไรที่น่าหวาดเสียวตื่นเต้นยิ่ง..

อนึ่ง!! มีการสมมุติถ้าเศรษฐาหลุดจากตำแหน่งจริง ๆ ระหว่างนายห้างหรือนายใหญ่ต้องเสียสละ กินยาทัมใจให้ ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน  ชาญวีรกูล แห่งค่ายสีน้ำเงินเป็นนายกฯ แทนลูกสาว กับเดินหน้าดันลูกสาวเป็นนายกฯ เอง หรือพลิกขั้วไปจับมือก้าวไกล นายห้างจะเลือกทางไหน...เขาเชื่อกันว่า นายห้างเลือกที่จะดันสูกสาวตัวเอง...

สวัสดี!!

อัปเดต '2 นศ.' ถูกไฟชอร์ตบนเครื่องเล่น 'ทากาด้า' ปลอดภัย 1 สาหัส 1 ด้านสวนสนุกรับผิดชอบเต็มที่

เมื่อวันที่ (2 มิ.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้หญิง 2 ราย คือ น.ส.เอ และ น.ส.บี (นามสมมุติ) ได้ไปเล่นเครื่องเล่น TAGADA (ทากาด้า) ในสวนสนุกเคลื่อนที่ งานมหกรรมสวนสนุกนานาชาติ ที่มาตั้งให้บริการเช่าพื้นที่ที่ลานห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-9 มิถุนายน 2567 ขณะที่เครื่องเล่นหยุดแล้ว น.ส.เอกำลังจะลง แต่ทางลงมีช่องว่างระหว่างเครื่องเล่นกับบันไดทางลง

น.ส.เอจึงจับราวบันไดแล้วกำลังจะก้าวลง แต่เกิดไฟชอร์ตขึ้น จึงพยายามสะบัดมือออก แต่ไม่หลุด จึงหมดสติแล้วร่วงลงมาจากเครื่องเล่น หน้ากระแทกกับเหล็กด้านล่าง ทำให้ตอนนี้มีกระดูกหน้าผากแตก เลือดกำเดาไหล ปวดคอ มีแผลถลอกที่หน้าตรงปลายคาง ความสูงประมาณ 2 เมตร ตรวจแล้วพบว่ากะโหลกร้าว ส่วน น.ส.บีโดนไฟชอร์ตตอนจับราวสลบ ไม่ได้ร่วงลงมา

ทั้งนี้ น.ส.เอเรียนครูอยู่ราชภัฏแห่งหนึ่ง จ.ลพบุรี ปี 2 เป็นความหวังของครอบครัว แต่ตอนนี้มาเกิดอุบัติเหตุ คนในครอบครัวเสียใจกันมาก คืบหน้าล่าสุดวันนี้ 4 มิถุนายน 2567 น.ส.บีที่ถูกไฟชอร์ตปลอดภัยแล้ว ส่วน น.ส.เอที่ร่วงหล่นลงมานั้นหน้ากระแทกกับเหล็กข้างล่าง

น.ส.ณัฐณิชา ชูวงษ์ อายุ 23 ปี พี่สาวของ น.ส.เอ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า แพทย์แจ้งอาการของ น.ส.เอ มีกะโหลกร้าวที่บริเวณหัวคิ้วด้านขวา และปวดบริเวณใบหน้า คอขยับไม่ได้ กระดูกซี่โครงหัก 2 ซี่ ต้องทำการผ่าตัด และดวงตาอาจเกิดผลกระทบทำให้สายตาเอียง ตอนนี้ทำการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี ได้สอบถามพนักงานสอบสวนแล้วทราบว่า “คืนเกิดเหตุ ได้ไปตรวจบริเวณที่เกิดเหตุเรียบร้อย ได้สอบปากคำผู้จัดการสวนสนุกแล้ว และจะนัดทั้งสองฝ่ายมาเจรจาค่าเยียวยากันต่อไป”

ด้านผู้จัดการสวนสนุกเล่าว่า ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้เลย ไฟที่ชอร์ตนั้น เกิดจากไฟรั่วจากไฟประดับ ที่มาพาดผ่านเครื่องเล่น เมื่อเพื่อน น.ส.บีที่กำลังจะก้าวลง เกิดจับราวของเครื่องเล่นที่เป็นสื่อนำไฟฟ้าก็เกิดอาการชอร์ต ยืนนิ่งไป ส่วน น.ส.เอกับพนักงานที่มาช่วยได้ไปดึงมือช่วยลงมาได้ เหลือ น.ส.เอที่ถูกไฟชอร์ตร่วงลงไปข้างล่าง ในส่วนของเครื่องเล่นทุกชนิด จะมีผู้ช่วยเหลือและผู้ควบคุมเครื่องจุดละ 3 คน อีกคนก็รีบไปสับเบรกเกอร์ ส่วนอีกคนก็ลงไปช่วย น.ส.เอที่ร่วงลงไปข้างล่าง และโทรแจ้งเหตุ

จนอาสาสมัครสมาคมร่วมกตัญญูได้มาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งโรงพยาบาลทันที ในส่วนของทางสวนสนุกนั้นได้ยืนยันกับพนักงานสอบสวนแล้วว่าจะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างดี ส่วนเครื่องเล่น ทากาด้า มีการแก้ไขระยะทางเดินขึ้นไปหาเครื่องเล่นให้มีระยะชิดขึ้น และได้จัดเจ้าหน้าที่คอยรับผู้ที่มาใช้บริการ ลงจากเครื่องเล่นบริเวณทางลง อีกทั้งได้มีการตรวจเช็กจุดที่รั่วของกระแสไฟที่รั่วไหล และได้ดำเนินการแก้ไขไม่ให้มีการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าอีก และได้เพิ่มเสาดินเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าที่รั่วไหล รวมถึงการตรวจเช็กความปลอดภัยของเครื่องเล่น และกระแสไฟฟ้าของทุกเครื่องเล่น ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมใช้งานทุกเครื่องเล่น

'เครือสหพัฒน์' ผนึกกำลัง 'fufu' ธุรกิจร้านทำสีผมอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ผุด 100 สาขา เจาะตลาดทำสีผมแฟชั่น และกลุ่มสูงวัยปิดผมขาว

(4 มิ.ย. 67) คุณธีรดา อำพันวงษ์ คณะกรรมการในเครือสหพัฒน์ เผยถึงความร่วมมือกับพันธมิตร ‘ฟาสต์ บิวตี้’ จากประเทศญี่ปุ่น ขยายธุรกิจร้านทำสีผม fufu ในประเทศไทย ว่า เพราะคนไทยมีความสนใจเรื่องความงามคล้ายกับคนญี่ปุ่น ปัจจุบันประเทศไทยมีกลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นอีกโอกาสของตลาดทำสีผมทั้งปิดผมขาวและสีแฟชั่น

ร้านทำสีผม ‘fufu’ ที่จะเข้ามาเปิดตลาดในไทย เป็นการทำสีผมที่แตกต่างจากเดิม คือตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น วัยทำงาน และผู้สูงวัย โดยการนำเทคโนโลยีและระบบ CRM มาให้บริการ เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า และใช้ AI เสนอทางเลือกที่เหมาะกับให้ลูกค้า ตั้งเป้าเปิดให้บริการในประเทศไทย 100 สาขา สำหรับสาขาแรกเปิดในทำเลทองหล่อ

มร.ยูกิฮิโระ ฮิกาชิคุโบะ ประธานบริษัทและผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟาสต์บิวตี้ จำกัด กล่าวว่า 'ฟาสต์ บิวตี้' ดำเนินธุรกิจร้านทำสีผม fufu ที่มีกว่า 130 สาขา และเป็นอันดับหนึ่งในธุรกิจร้านทำสีผมในประเทศญี่ปุ่น โดยให้บริการเฉพาะการทําสีผม ในราคาคุ้มค่าและรวดเร็ว ปัจจุบันมีลูกค้ามาใช้บริการกว่า 4.15 ล้านคนต่อปี

นอกจากให้บริการทำสีผมแล้ว ฟาสต์ บิวตี้ ยังเป็นผู้จําหน่ายผลิตภัณฑ์ความงาม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ผ่านทางเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซด้วย

สำหรับร้านทำสีผม fufu ในประเทศไทย ให้บริการลูกค้าครบวงจร ทั้งบริการทําสีผมแฟชั่น สําหรับกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน และบริการทำสีผมเพื่อปกปิดผมขาว สำหรับกลุ่มคนสูงวัย โดยจะลงนามความร่วมมือขยายธุรกิจร่วมกันในงาน สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 28 ในวันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2567

‘นายกฯ’ สั่งเดินหน้า ‘กาสิโน’ ในไทยให้เป็นรูปธรรม คาด!! เก็บภาษีปีแรกไม่น้อยกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท

(4 มิ.ย.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมครม.เรื่องการติดตามการดำเนินการสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยสั่งการกระทรวงการคลัง ให้นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒ์ รมช.คลัง ไปดำเนินการศึกษา เร่งรัดการดำเนินการเรื่องสถานบันเทิงครบวงจร เพื่อให้มีแนวทางในการดำเนินการให้เป็นรูปธรรมต่อไป ตลอดจนมอบหมายให้กระทรวงการคลัง เป็นผู้ยกร่างกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจร โดยนำร่างพ.ร.บ.ฉบับที่กรรมาธิการได้พิจารณามาประกอบความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมติครม.ที่เคยมีไว้ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 พร้อมทั้งจัดทำแผนการออกกฎหมายลำดับรองลงไปที่เกี่ยวข้อง และให้นำเสนอครม.ในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามขั้นตอนการเสนอกฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

“เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือ สถานบันเทิงครบวงจร มีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก เพราะถ้าพูดถึงมูลค่าของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ทั่วโลก เมื่อปี 2565 มีมูลค่าสูงถึง 1.5.ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยตก 54 ล้านล้านบาท และคาดว่าปี 2571 มูลค่าทางเศรษฐกิจจะเติบโตเป็น 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 79 ล้านล้านบาท ปัจจุบันประเทศ หรือเขตปกครองพิเศษที่ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรใหญ่ที่สุดคือมาเก๊าซึ่งประชากร 6.9 แสนคน แต่ทำธุรกิจได้ 3.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงมาก ลำดับรองลงมาคือลาสเวกัส 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สิงคโปร์ 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เกาหลีใต้ 3.2 แสนล้าน ฟิลิปปินส์  2.1 แสนล้าน เวียดนาม 1.8 แสนล้าน อินโดนีเซีย 1.8 แสนล้าน ประเทศไทย 0 บาท จะเห็นว่าประเทศในเอเชีย ในรอบบ้านเราไปไกลกว่าเราเยอะ นอกเหนือจากนี้ประเทศญี่ปุ่นมีแผนจะผุดเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ขึ้นมาอีก 3 แห่ง ในเร็ว ๆ นี้ ทั้งโอซาก้า นางาซากิ และฟุกุโอกะ ประเทศไทยต้องเร่งหน่อยถ้าหากจะมีรายได้ทางนี้” นายชัย กล่าว

นายชัย กล่าวต่อว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ได้คำนวณเบื้องต้นว่าถ้าเรามีเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ลงทุนในเมืองไทย จะมีรายได้ไหลเข้ามามากมายมหาศาล และปีแรกจะสามารถเก็บภาษีได้ไม่น้อยกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท

‘วราวุธ’ ย้ำ!! จุดยืน 'ชทพ.' ถึงร่าง 'พ.ร.บ. นิรโทษกรรม' ต้องไม่มีเรื่อง 'ม.112-อาญาร้ายแรง-คอร์รัปชัน'

(4 มิ.ย. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึง การศึกษาแนวทาง ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า พรรคชาติไทยพัฒนาได้ส่งนายนิกร จำนงค์ เป็นตัวแทน และตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติม ซึ่งตามนโยบายของพรรคชาติไทยพัฒนา ในร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมจะต้องไม่มี 3 เรื่อง คือ...

1.ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอาญามาตรา 112 
2. ไม่เกี่ยวข้องกับอาญาที่ร้ายแรง
และ 3. ไม่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน

ส่วนกรณี ที่มีความเห็นจากหลายพรรคการเมืองต้องการให้บรรจุ คดีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมอยู่ด้วยนั้น นายวราวุธ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุปและเป็นเรื่องปกติ ที่หลายฝ่ายจะมีความคิดและข้อเสนอที่หลากหลาย แต่ยังไม่มีการลงมติหรือบทสรุปใด

‘พม.’ สั่งพ่อแม่เด็กเชื่อมจิต ห้ามนำลูกไปแสวงหากำไร พร้อมย้ำให้คำนึงถึงสิทธิ - เสรีภาพของเด็กเป็นหลัก

(4 มิ.ย.67) ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่อ้างว่าตัวเองสอนธรรมะด้วยวิธีการเชื่อมจิตได้ พร้อมพ่อ-แม่ และทนายความ ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอให้ พม.มีคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กชายวัย 8 ขวบคนดังกล่าวจากการถูกใส่ร้าย

ต่อมา เวลา 09.40 น. ครอบครัวของเด็กพร้อมด้วยนายธรรมราช สาระปัญญา ทนายความ ได้นำเอกสาร 1 ชุด เข้าพบเจ้าหน้าที่ พม.โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับ โดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด

ต่อมา นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน พม. เปิดเผยภายหลังร่วมพูดคุยกับพ่อแม่และเด็กรวมทั้งทนายความ ว่า วันนี้พ่อและแม่ของเด็กได้นำหนังสือมายื่นต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ พม.จ.สุราษฎร์ธานี สืบเนื่องจากที่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปที่บ้านของเด็ก 8 ขวบ และเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ส่วนรายละเอียดอยู่ในเอกสาร จากการพูดคุยกับพ่อแม่เด็ก ได้มีคำสั่งให้พ่อแม่ยุติการนำลูกไปแสวงหากำไร ให้คำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของเด็กเป็นหลัก ซึ่งทางพ่อแม่รับปากว่าจะดูแลเด็กเป็นอย่างดี

นางอภิญญา กล่าวว่า จากการพูดคุยกับพ่อแม่และเด็ก 8 ขวบดูปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร บรรยากาศเป็นไปด้วยความผ่อนคลาย หลังจากนี้จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

ส่วนกรณีที่พ่อแม่เด็กยื่นขอให้ไต่สวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ พม.จ.สุราษฎร์ธานี เป็นกรณีฉุกเฉินนั้น ปรากฏว่าศาลได้ตอบกลับมาว่าจะไต่สวนเป็นกรณีปกติ ขณะนี้ทาง พม.อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสาร เพื่อไปยื่นต่อศาลในวันไต่สวนวันที่ 17 มิ.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นางอภิญญาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนอยู่นั้น พ่อแม่พร้อม 8 ขวบและทนายความได้ขึ้นรถตู้ออกไปจาก พม.ทันที ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยบอกกับผู้สื่อข่าวว่าจะออกมาแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อน โดยอ้างว่าเด็ก 8 ขวบและครอบครัวถูกใส่ร้ายจากสื่อและกลุ่มผู้ไม่หวังดี ใส่ร้ายว่าเป็นลัทธิทำให้ได้รับความเสียหาย อับอาย ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ขณะที่เฟซบุ๊กเพจ ทนายธรรมราช The Lawyer of legality มีการโพสต์ข้อความว่า “กำลังเดินทางไปกองปราบปราม เพื่อมอบหลักฐานข้อเท็จจริง ให้กับ บก.ปอท.”

‘ไบร์ท’ ขอโทษกลางคอนเสิร์ต ปมร้องเพลงผิดพลาด ฮึดสู้!! จะร้องเพลงต่อไป พร้อมขอกำลังใจจากทุกคน

เมื่อวานนี้ (3 มิ.ย. 67) แม้จบไปแล้วสำหรับ ‘The Kingdoms Concert’ เมื่อวันที่ 1-2 มิ.ย.ที่ผ่านมา คอนเสิร์ตที่รวมศิลปินชายแห่งยุค กับที่สุดของ 4 คิงส์ ในวงการเพลง อย่าง นนท์ - ธนนท์, ไบร์ท - วชิรวิชญ์, The Toys (ทอย - ธันวา) และ เจฟ ซาเตอร์

อย่างไรก็ตาม คอนเสิร์ตได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากแฟน ๆ ตั้งแต่วันที่เปิดขาย บัตรหมดเกลี้ยงทั้ง 2 รอบการแสดง ภายในระยะเวลาไม่กี่นาที

สุดท้ายเกิดดรามาขึ้นกับนักแสดง และนักร้องหนุ่มอย่าง ‘ไบร์ท - วชิรวิชญ์ ชีวอารี’ หลังมีคลิปวิดีโอการแสดงถูกปล่อยออกมา โดนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ‘ร้องเพลงไม่ตรงคีย์’ อีกทั้ง ‘จำเนื้อเพลงไม่ได้’

ทั้งนี้ ประเด็นนี้ช่วงท้ายของคอนเสิร์ตที่ให้นักร้องทั้ง 4 คนออกมาเผยความรู้สึก ไบร์ท วชิรวิชญ์ เปิดใจว่า

“อยากขอบคุณหลายคน เริ่มจากขอบคุณพี่ ๆ ทีมงานที่ให้โอกาสมายืนร่วมเวทีกับพี่ ๆ ทั้ง 3 คนตรงนี้ ผมมีความสุขในทุกโมเมนต์ที่ได้ทำงานด้วยกัน ซาบซึ้งกับสิ่งนี้มาก ๆ ขอบคุณพี่ ๆ ทั้ง 3 คนที่ทำให้อะไรที่ควรจะยากให้ยากน้อยลง ขอบคุณมาก ๆ”

“อย่างที่พี่นนท์ บอกคอนเสิร์ตจะไม่สมบูรณ์ ถ้าไม่มีคนดูที่มาเติมเต็มทุกโชว์ ขอบคุณทุกเสียงร้อง ทุกการโบกมือ ทุกอย่างที่ทำให้เรามีกำลังใจ และมีความสุขในการโชว์ ขอบคุณจริง ๆ ร้องผิดร้องพลาดบ้างขอโทษจริง ๆ ผมเต็มที่มากจริง ๆ ขอโทษที่ทำให้เสียความรู้สึก แต่ผมจะร้องเพลงต่อไป เป็นกำลังใจให้ผมด้วย”

‘ครม.’ เคาะ!! มาตรการหนุนท่องเที่ยวเมืองรอง ใช้จ่ายไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ก็เอาไปหักภาษีได้

(4 มิ.ย. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ Low Season คาดว่าการดำเนินมาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 1,500 ล้านบาท แต่น่าจะทำให้การใช้จ่ายในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวรองมีมากกว่ารายได้ที่สูญเสียไปทั้งหมด

ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ได้หารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยอยากให้มีการจัดงานเทศกาลต่าง ๆ ในเมืองรอง โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่เป็น Low Season

“ได้ขอให้รัฐมนตรีที่เข้าประชุมครม.วันนี้ หลายคนเป็น สส.ในพื้นที่ก็คงมีข้อมูลว่าเขตพื้นที่นั้น มีเรื่องอะไรดี ๆ มาก็ให้ประสานไปที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อจะช่วยสนับสนุน และโปรโมตล่วงหน้าต่อไป” นายกฯ ระบุ

>> มาตรการภาษีกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง (สำหรับบุคคลธรรมดา) 

บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าบริการที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทยหรือค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวใน ‘จังหวัดท่องเที่ยวรอง’ ได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท หักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (Low Season)

>> มาตรการภาษีกระตุ้นสัมมนาในประเทศ (สำหรับนิติบุคคล)

นิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดขึ้นให้แก่ลูกจ้าง หรือค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเพื่อการอบรมสัมมนาดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 30 พฤศจิกายน 2567 หักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนี้

1.หักรายจ่ายได้ 2 เท่า สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดใน ‘จังหวัดท่องเที่ยวรอง’ หรือในเขตพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นใดที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

2.หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดในท้องที่อื่นนอกจากท้องที่ตามข้อ 1 

3.ในกรณีที่การสัมมนาเกิดขึ้นในท้องที่ตามข้อ 1 และข้อ 2 ต่อเนื่องกัน ให้หักรายจ่ายที่สามารถแยกได้ว่าเกิดขึ้นในท้องที่ใดตามข้อ 1 หรือข้อ 2 และถ้าแยกไม่ได้ให้หัก 1.5 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง

รมช.คลัง กล่าวว่า ทั้ง 2 มาตรการ ต้องมีใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top